วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2559

เล่มที่ 15 ตอนที่ 2: ดันเจี้ยนที่ยังไม่ได้รับการค้นพบ แปลโดย คุณอาทิตย์

เล่มที่ 15 ตอนที่ 2: ดันเจี้ยนที่ยังไม่ได้รับการค้นพบ แปลโดย คุณอาทิตย์

***แอดมิน :เอาไว้สะดวกแล้วจะกลับมาแก้ต่อนะ 555***


อัน โด ฮุน กำลังทำความสะอาดดาบของเขาด้วยผ้าสะอาด

ดาบที่มีชื่อเสียงที่ช่างฝีมือใช้การถลุงส่วนบริสุทธิ์ของเหล็กและแม้กระทั่งจิตวิญญาณของเขาในการสร้าง ในฐานะดาบที่ถูกใช้โดยนักดาบที่มีชื่อเสียงรุ่นแล้วรุ่นเล่า มูลค่าของดาบจึงเพิ่มมากขึ้น


"ผ่านดาบเล่มนี้ สิ่งที่ทำให้มนุษย์มีประสิทธิภาพสูงขึ้นไปเสียดฟ้า นั่นก็คือ....ดาบนี่"

อัน โด ฮุน ครอบครองดาบที่มีชื่อเสียงจำนวนมาก แต่เขาไม่เคยมักง่ายชักดาบอันเปล่งประกายออกมา เฉพาะเมื่อต้องมีการตัดสินใจที่ใหญ่เบื้องหน้า เขาจะพิจารณ์ไตร่ตรองถึงช่วงเวลาความหนุ่มสาว ในขณะที่เขาทำความสะอาดดาบให้เปล่งประกาย


"หลายปีที่ผ่านมาไม่มีอะไรที่น่ากลัวเลยในโลกใบนี้ หลายปีที่ผ่านมาฉันก้มโหยหาแต่เพียงการต่อสู้ ฉันไม่มีเวลามองไปรอบๆ ฉันถูกยอมรับว่าเป็นดั่งดาบที่โชติช่วงในเวลานั้น ดาบนี่เองที่ทำให้ฉันตระหนักได้ว่า ช่วงเวลาที่ใช้ไปกับดาบเหล่านั้น ช่างไร้ความหมาย ในตอนท้าย ผู้คนตากหากที่สิ่งสำคัญที่สุด"



อัน โด ฮุน เพ่งไปที่ดาบให้แน่ใจว่า เขาได้ทำความสะอาดจนมันเปล่งประกาย เป็นเงางามเหมือนกระจกแล้ว


ท้องฟ้าสีครามและเมฆที่กำลังลอยห่างออกไป แสงส่องทะลุผ่านกระจกห้องทำงานของเขาสะท้อนไปบนตัวดาบ แสงแดดนั่นทำให้เขาต้องหยีตา


"ศิลปะการฟันดาบ คือการเรียนรู้วิธีการใช้ดาบ ถ้าแรงจูงใจของการฟันดาบนั่นมีแค่การอยากเป็นนักฟันดาบที่แข็งแกร่ง อะไรคือคุณค่าในการเรียนฟันดาบล่ะ?"




ดาบนั้นบ่มเพาะผู้คน


เช่นเดียวกับวัชพืชที่เจริญเติมโตได้ของถิ่นทุรกันดาร ท้ายที่สุดแล้วมนุษย์ยังต้องผ่านการอบรมฝึกฝน ไม่ใช่เพียงแค่การเรียนรู้จากแค่ในโรงฝึกเล็กๆ แต่หากเป็นโลกที่กว้างใหญ่ไพศาล


"ความกลัวที่แท้จริงจะคอยขับเคลื่อนชีวิต....และยังเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนรู้ผ่านดาบอีกด้วย"


อัน โด ฮุน เลื่อนดาบกลับเข้าฝักและออกจากที่ทำงาน

"ยูล มิน"

เธอเป็นผู้ดูแลงานเลขานุการในโรงฝึก เธอชื่อ ยูล มิน


"ค่ะ คุณลุง"

"ดูเหมือนว่ามันถึงเวลาแล้วที่จะสอนลูกศิษย์ที่อายุน้อยที่สุดถึงวิถีแห่งดาบ"

"ในเมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว ฉันว่าจะจองตั๋วสองใบ ส่วนวันที่จะออกเดินทาง ฉันควรจะจองวันไหนดีนะ?"

"ตั้งแต่ที่เขาไปเรียนในมหาวิทยาลัยตอนนี้.......ประมาณช่วงซัมเมอร์น่าจะไม่เป็นไร"

"ถึงจะเห็นอย่างนั้นก็เถอะ แต่ดูเหมือนเขาจะยังไม่พร้อมนะ....ไม่แน่ว่าลุงจะรีบเกินไปรึเปล่า?"

"ถ้าเขาบกพร่อง เขาจะได้เรียนรู้บางอย่างที่ยิ่งใหญ่จากความไม่พร้อมของเขา"

ทุกคนสามารถเรียนการฟันดาบได้ทั้งนั้น






สำหรับดาบที่เร็วเหนือคนอื่น การพยายามซ้ำและการเรียนรู้เป็นสิ่งจำเป็น อย่างไรก็ตามอาศัยแค่ความเร็วไม่ได้ทำให้สามารถเอาชนะในการแข่งขันได้ จะดาบที่รุนแรงหรือการพัฒนากล้ามเนื้อให้แข็งแกร่งก็ไม่ได้ทำให้ชนะการแข่งขันได้เช่นกัน


เหตุผลของการเรียนดาบคือการเห็นส่วนหนึ่งของตัวเองอย่างชัดเจน

ในความคิดของ อัน ฮุน โด คนหนุ่มสาวในทุกวันนี้กำลังอ่อนแอ


"เมื่อพวกเขาไปโรงเรียนและเรียน ศึกษาเพียงเพื่อจะเตรียมความพร้อมสำหรับการจ้างงาน.......ถ้าพวกเขาจะใช้เวลาเป็นสิบหรือหลายปีกับการจบลงอย่างที่ไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วสิ่งไหนที่พวกเขาชอบหรือต้องการจะทำมันจริงๆ"


เมื่อพวกเขาต้องออกมาเป็นส่วนหนึ่งของแรงงาน นั่นไม่มีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงส่วนหนึ่งของตัวพวกเขาเองได้เลย ที่ทำงานหลังจากการทำงานและเก็บรายได้ พวกเขาจะได้รับรู้ว่าตอนนั้นเองช่วงเวลาที่มีค่าได้ผ่านไปอย่างสมบูรณ์และจะหายไปตลอดกาล

เวลาไม่เคยย้อนกลับมา มันคงจะดีเยี่ยมมากถ้าหากคุณโกงเวลาได้ แต่มันไม่มีทางเป็นไปไม่ได้ ทำได้ก็แค่เฉพาะในหนังเท่านั้นแหละ


คุณจะค้นพบตัวตนขิงคุณผ่านดาบ


ณ ที่แห่งนี้, ยังมีเหตุผลแห่งชัยชนะด้วยดาบอยู่ การสังเกตุตัวเองและฝ่ายตรงข้าม!

ในขณะที่คุณเปรียบเทียบกันและกัน, คุณจะมีความกระหายที่มากสูงขึ้น เห็นตัวเองอย่างชัดเจน, นักดาบกับการต่อสู้ที่กระหายในความก้าวหน้า




"ดาบที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ทำไมคุณต้องเรียนดาบ อะไรคือนักดาบที่แท้จริง.......สิ่งนั้น ฉันจะแสดงให้เขาเห็นสิ่งนั้นผ่านการเดินทางของฉันเอง"

* * *

เทศกาลมหาวิทยาลัยเกาหลีที่ใก้ลเข้ามา ด้วยเวลาที่เหลือเพียงอีกแค่หนึ่งสัปดาห์สุดท้าย ชีวิตในโรงเรียนของ ลี ฮุน วุ่นวายสุดๆ


"บรรดาผู้ที่กำลังเตรียมตัวสำหรับบาร์ ตั้งแต่ตั้งเป้าว่าจะชนะการประกวดอาหารว่างให้ได้ คุณต้องแน่ใจว่าจะไม่ทำมันอย่างลวกๆ!"

เพื่อจะทำอาหารว่างสำหรับบาร์ พวกเขาเพิ่งจะเข้าร่วมอย่างกะทันหันในกระบวนการทำอาหาร!

แม้ว่า ลี ฮุน ไม่จำเป็นต้องเรียน เพราะเขาเป็นคนที่ค่อนข้างเชียวชาญในการทำอาหารอยู่แล้ว แต่ก็ไม่มีเวลาให้พักเพราะเขาต้องสอนนักเรียนคนอื่น


"พี่ ลี ฮุน คะ, คุณตอกใข่แบบนั้นได้ยังไง?"

"มันโอเคที่จะทำความสะอาดแอปเปิ้ลด้วยฟองน้ำ ใช่ไหม?"

"ตอนนายล้างจาน ใช้สบู่ล้างหน้ามาล้างจานแทนซันไลท์ ได้ไหม?"  (T/N: Dawn เป็นยี่ห้อครับ เกาหลีอาจจะชื่อ "เซเพียว" เลยใช้ "ซันไลท์" แทน )

ทุกครั้งที่มีคำถาม ลี ฮุน ถอนหายใจอย่างหนัก

หลายวันนี้ การเสิร์ฟอาหารเร่งด่วนและการตั้งร้านเป็นไปได้ดีทีเดียว มีหลายคนในกรณีนี้ที่เป็นเด็กเอาแต่เรียนอย่างเดียวที่ไม่เคยทำอาหารเองเลยแม้แต่ครั้งเดียวจนกระทั้งพวกเขาขึ้นทะเบียนกับมหาลัย


"แต่ว่าใครล่ะ จะเป็นคนหุงข้าว?"




"ก็ Cuckoo ไงเป็นคนหุงข้าว"   [ T/N: Cuckoo นกกาเหว่า คือแบรด์นหม้อหุงข้าวที่เป็นที่นิยามากในเกาหลี ]

"..."

บทสนทนาก็ประมานนี้แหละ!

ลี ฮุน ควบคุณความผิดหวังของเขาและอดทนในขณะที่เขาสอนนักเรียนเรื่องพื้นฐานของการทำอาหาร


"เมื่อคุณทอดไข่ ก่อนอื่นคือต้องใส่น้ำมันในกระทะก่อน มันจะดีกว่าถ้าใช้น้ำมันมะกอกแทนน้ำมันพืช"



"เปลือกแอปเปิ้ลนั้นปลอกง่ายเราจึงต้องปลอกมันก่อน อย่าหั่นสับปะรดด้วยมีดหั่นผลไม้!"

"อย่างหั่นกล้วยเป็นชิ้น ที่คุณต้องทำก็แค่ปลอกเปลือกมัน......."


ในความเป็นจริงแล้ว พวกนักเรียนสนุกกับการเห็น ลี ฮุน อารมเสียและต้องอธิบาย เพราะอย่างนั้นพวกเขาจึงถามมันทุกเรื่องแม้ว่าจะเป็นเรื่องที่รู้อยู่แล้วก็ตาม


"แต่คุณจะทำข้าวไม่ได้ถ้าไม่มีแป้ง?"

"ฉันได้ยินมาว่าแต่เดิม การตุ๋นคือการต้มน้ำราเม็งให้และใส่อันนี้ กับ อันนั้นลงไป....."

ความอดทนของ ลี ฮุน แตะระดับต่ำสุด

อย่างไรก็ตาม การทำอาหารของ ซอ ยุน จัดว่าเรียนรู้ได้เร็ว แม้ว่าเธอจะเผาแพนเค้กผัก(บูคิมเกะ)จนเป็นสีดำเหมือนถ่าน แต่เมื่อเขาสอนเคล็ดลับให้เธอ ในครั้งต่อมาเธอก็ทำมันออกมาได้อย่างสวยงาม

ซอ ยุน เธอยื่นจานแพนเค้กกิมจิออกไปเล็กน้อยพร้อมตะเกียบของเธอ ที่เธอทอดไว้ให้ ลี ฮุน


"นี่เธอจอยากให้ฉันลองชิมมันหรอ?"


เมื่อลีฮุนถามอย่างใจจดใจจ่อ ซอยุนพยักหน้าด้วยใบหน้ากังวล ในขณะที่เขาจ้องมองแพนเค้กสายตาของเขากลายเป็นคมมีด


'ส่วนประกอบมี แป้ง, กิมจิ, น้ำกิมจิ, ไข่, ต้นหอม, ปลาหมึกและก็อย่างอื่นอีกเล็กน้อย ไม่มีปัญหาในเรื่องส่วนผสม'


มันเป็นแพนเค้กกิมจิที่มีส่วนผสมปกติทั่วไป


'เห็นมันสีแดงอย่างนี้แต่ก็ย่างออกมาได้ดี ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรในเรื่องขั้นตอนการปรุง.....'


หลังจากคลายข้อสงสัย เขารับมันและกินแพนเค้กกิมจิที่ซอยุนทำให้กับเขา

แพนเค้กกิมจิกระจายอยู่เต็มปากและกลิ่นหอมของกิมจิกระจายอย่างเต็มที่ตลอด!


'ความหอมหลังจากรสทั้งหมดนี่มัน รสชาติของกิมจิท้องถิ่น กะหล่ำปลีที่ปลูกในสวนของเพื่อนบ้าน กับปลาดองและพริกแดงผสมกับอย่างดี..... และการเกิดใหม่ของแพนเค้กที่ลงตัว, ดี นี่มันเป็นแพนเค้กกิมจิที่ทำได้ดีมาก'


แม้ว่าการประเมินผลแพนเค้กกิมจิของเขาจะจบลงอย่างรวดเร็ว ปากของลีฮุนก็ร้อนเป็นไฟ


ไม่มีทางที่มันจะไม่ร้อน มันเป็นแพนเค้กที่เธอมอบให้เขาอย่างสดๆร้อนๆจากกระทะโดยตรง

'ฉันจะต้องกลายเป็นที่สงสัยแน่ๆจากทั้งหมดนี้'

สายตาของลีฮุนคมขึ้นมากกว่าเดิม

เป็นสายตาที่ฆ่าคนได้เลย!
แม้ในขณะที่เขาจ้องมอง เขายกนิ้วโป้งให้สำหรับรสชาติของมัน


"มันอร่อย, ทำให้มันได้อย่างนี้ต่อไปนะ"

"..."

แม้จะไม่มีการตอบกลับจาก ซอยุน แต่ดูเหมือนสายตาของเธอจะเหมือนหัวเราะอยู่เล็กน้อย

'ยัยนี่รู้วิธีหัวเราะด้วยหรอ?'

มันแสดงออกมาราวกับแสงที่ริบหรี่ เดี๋ยวเดียวก็หายไป แต่ความงามของเธอนั้นก็ได้แสดงให้เห็นแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ นั่นคือรอยยิ้มที่ได้เคยจินตนาการถึงเมื่อครั้งที่สร้างรูปสลักของเทพธิดาเฟรย่า


ซอยุนทำสลัดผลไม้ได้ดีและยังทักษะการจัดการของเธอก็ทำได้อย่างดีเยี่ยม


ภาคปฏบัติในการปรุงอาหารที่พวกเขาทำในวิชาอาหารและโภชนาการที่ยืมมาจบลงแล้ว และเหมือนพวกเขาได้วางแผนที่จะเปิดบาร์แยกต่างหาก



ผู้ชาย10คน และผู้หญิง7คน สำหรับบุคลากรในบาร์


"ทำให้มันป็นบาร์เต็นท์ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ที่มากเกินไปได้ เอาซัก5เต็นท์ให้เป็นระเบียบ นายคิดว่ายังไงล่ะ?"

ฮง ซอน เย ถาม พวกเขาพยักหน้าตอบรับพร้อมกัน เทศกาลนี้ไม่ได้จบลงแค่วันเดียว พวกเขายังต้องเตรียมพร้อมสำหรับฝนด้วย

"เต็นท์ 5 หลังนี่ พวกเราสามารถตั้งมันก่อนงานจะเริ่มได้ใช่ไหม?"


ฮง ซอน เย มองมาที่ ลีฮุน


เธอได้เห็นถึงความสามารถระดับสูงในการก่อสร้างวัสดุทุกประเภทของเขาที่ค่ายMT เธอจึงคิดว่าแค่เต็นท์แค่นี้คงไม่เป็นไร


"มันทำได้อยู่แล้ว"

"แต่เราจะใช้เต็นท์กันหรอ?"

"มันควรจะมีที่เฉพาะสำหรับพวกเขาที่จะเข้าออกสิ"

"งั้นเต็นท์คงไม่เป็นไรมั้ง...."

ฮงซอนเย ดึงพิมเขียวออกมาอย่างรวดเร็ว เธอดำเนินการว่าที่ไหนที่พวกเขาควรจะตั้งบาร์และควรใช้เต็นท์ขนาดเท่าไหร่ เธอวาดมันลงในจุดต่างๆในพิมพ์เขียว


"ฉันคิดว่าโต๊ะ20ตัวจะอยู่ในนี้"

"งั้นเก้าอี้ซัก100ตัวเลยเป็นไง นั่นมากไปรึเปล่า?"



"เราต้องเตรียมพร้อมเผื่อลูกค้ามาหมดเลยในครั้งเดียวด้วยนะ เยอะจริงๆแหละตั้งแต่เปิดให้โรงเรียนอื่นและคนทั่วไปเข้ามาได้ลูกค้าจำนวนมากอาจมารวมที่เรา เราคงต้องยืมเก้าอี้จากห้องเรียนด้วย เผื่อเอาไว้น่ะ"


"ในตอนเช้าก่อนงานเทศกาลจะเริ่ม พวกเราควรจะจัดทุกอย่างทั้งโต๊ะ เก้าอี้ให้พร้อม"


"สำหรับเตาแก๊สและการทำอาหาร......"


"ถ้าเราสั่งให้ร้านส่งพวกมันมาด้วยรถบรรทุก"



เมื่อฮงซอนเยและลีฮุนได้พูดคุยกัน งานทุกอย่างก้าวหน้าราวสายฟ้าฟาด พวกผู้ชายมีงานส่วนของพวกเขาอยู่แล้ว ในความเป็นจริงนักเรียนหญิงและลีฮุนดูแลการเตรียมงาน


"แต่ว่าเราควรเลือกแนวบาร์จริงดิ?"



ฮงซอนเย เดินไปรอบๆแล้วถามทุกๆคนเกี่ยวกับบาร์ บาร์ต่างๆในมหาลัยเกาหลีมีความก้าวหน้าไปในรูปแบบแนวทางของตัวเอง เพื่อให้ดึงดูดลูกค้ามันเป็นสิ่งสำคัญที่พวกเขาจะตกแต่งประดับมันเพื่อให้มันเป็นบาร์ไม่เหมือนใคร

"เราควรทำให้บรรยากาศมันเหมือนคลับไหม?"

"คิดว่าบรรยากาศแบบโรงเรียนสาวๆล่ะเป็นไง ฉันมีชุดด้วยล่ะ....."

"ฉันก็มีชุดนะ แต่ตอนนั้นฉันใส่มันตอนน้ำหนักนิดเดียวเอง"


ทุกครั้งที่พวกนักเรียนหญิงคุยกัน เหล่านักเรียนชายได้แต่หมดคำพูดใดๆ

กระโปรงที่สั้น เสื้อผ้าที่เปลือยไหล่ และกลับมาที่ ซอยุน เธอควรได้ใส่เสื้อผ้าพวกนี้ในคลับ


ซอยุนเธอช่างเป็นนักเรียนหญิงที่แต่งตัวได้บริสุทธิไร้เดียงสา

'นี่มันแจ็กพอต'

'นี่มันแจ็กพอต'

'นี่มันแจ็กพอต'

'นี่มันแจ็กพอต'

"..."


จินตนาการของนักเรียนชายกำลับโบยบิน


"แนวคิดไหนที่เราควรใช้กันล่ะ?"

มันเป็นความกังวลที่ใหญ่ที่สุดของนักศึกษาหญิง ถ้าหวังว่าจะชนะเท่านั้น เมื่อต้องแข่งกับบาร์ของโรงเรียนอื่น พวกเขาต้องมีแผนรอบรับและแนวคิดที่รองรับ


"สำหรับตอนนี้ พวกผู้ชายควรจะแต่งตัวสบายๆ พวกผู้หญิงจะได้คิดเกี่ยวกับคอนเซ็ปต์และทางเลือกอื่นๆ"


จากคำพูดของศึกษาหญิง เหล่านักศึกษาชายต่างตอบอย่างจริงจัง


"เอาล่ะ, ฉันหวังว่าคุณจะเลือกแนวทางที่คุ้มค่า"

"ไม่ต้องคิดมากหรอก อันที่เราคุยกันก่อนหน้านี้มันเจ๋งมากๆเลย"


"อ่าา, ถ้าวันนี้มันเป็นวันเทศกาลล่ะก็....."

"..."

นักศึกษาหญิงรวมกลุ่มกันห่างๆและเริ่มถกเถียงกัน


สาวคลับ, ชุดนักเรียน, สาวอ็อฟฟิต แม้ว่าแนวคิดที่พวกเขาได้จะเพียงพอที่จะปลุกระดมจากผู้ชายแล้ว แต่ทั้งหมดก็ถูกยกเลิก


"เราจะไม่ยอมเป็นแค่อาหารตาของพวกผู้ชาย!"



พวกเขายังพิจรณาถึงตำแหน่งของ ซอยูนด้วย ขณะที่เห็นได้ชัดเลยว่าเธอมีปัญหาเกี่ยวกับเสื้อผ้าพวกนั้น





"แนวคิดไหนกันล่ะที่เราจะใช้อะ? ในฐานะผู้ให้บริการ คนเป็นจำนวนมากจะเห็นเรา ดังนั้นมันต้องหรูหราแต่ไม่ยั่วยวน เห็นถึงความเป็นผู้หญิงและต้องไม่แย้งกับจิตสำนึกตอนสวมใส่?"


"เพราะมันเป็นเทศกาลในเดือนพฤษภาคม คิดว่าชุดเจ้าสาวเป็นไง?"

[T/N: เดือนพฤษภาคมเป็นเดือนแห่งการแต่งงานในเกาหลี]



"เจ้าสาว! นี่สิดีงาม เจ้าสาวแห่งเดือนพฤษภาคม กับนักศึกษาในชุดเจ้าสาวและผ้าคลุม ฉันคิดว่ามันต้องมีชีวิตชีวาแน่ๆ"


"ผมนี่อนุมัติเลยครับ!"

"ความคิดนี่มันดีเกิดคาด แต่ว่ามันจะมีที่ที่เราจะยืมชุดเจ้าสาวได้หรอ?"

"เราจะซื้อผ้าและวัสดุพวกนั้นมาทำเอง เราไม่ใช่แค่ดูภาพพวกนั้นจากนิตยสารและทำให้มันดูคล้ายๆแบบนั้นหรอ?"


พวกนักเรียนหญิงช่างมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน


พวกเขาไม่ได้บอกกันเหรอว่า ชุดที่ทำให้ผู้หญิงดูสวยที่สุดนั่นคือชุดแต่งงาน?

นอกจากนี้ นี่ยังเป็นโอกาสสำหรับพวกเขาที่จะได้สวมชุดเจ้าสาวก่อนแต่งงานจริง


"รุ่นพี่ซอยุน เป็นผู้อาวุโสโอเคกับเรื่องนี้รึเปล่า?"

"..."

ซอยูน ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า

* * *

การสำรวจดันเจี้ยนสำหรับงานโรงเรียน!

เพราะพวกเขาต้องสำรวจให้เสร็จสิ้นก่อนงานเทศกาลจะเริ่มขึ้น ตอนนี้เวลาบีบคั้นพวกเขาจริงๆ


"กรุณามาที่นี่ให้เร็วๆ"

"ฉันบอกพวกที่เหลือว่าทุกคนอยู่นี่"

ทันทีที่สมาชิกในกลุ่มได้มารวมตัวกันที่ห้องแคปซูลหลังจากจบการเรียนการสอนในคาบเช้า พวกเขาต่างคร่ำครวญออกมา

อย่างไรก็ตาม ลีฮุน ก็ยังคงมีข้ออ้าง


"การจราจรค่อนข้างสาหัสน่ะ"

"โกหก คุณเดินมา"

สมาชิกกลุ่มไม่ได้ถูกหลอก(ง่ายๆ)

"มันใช้เวลาแค่3นาที ที่จะเดินจากมหาลัยมานี่ ทำไมต้องนั่งรถ"

"ทั้งยังป้ายรถเมล์ที่มีมากกว่าหนึ่งป้าย ถ้านั่งรถมาจริงๆ ยังไงๆก็ช้ากว่า"

ดวงตาของลีฮุนกลายเป็นสุขุมและดูชุ่มชื้น

ชเว จี ฮูน ที่ใช้ชื่อในเกมว่า เซเฟอร์ ได้สอนรุ่นพี่ ลีฮุนพยายามที่จะใช้การปลอบใจกับสาวๆ
[T/N: ตรงนี้ผู้แปลยัง งงอยู่ว่าเซเฟอร์มันมายังไงฟะ เดี๋ยวจะกลับไปอ่านใหม่ จำไม่ได้ว่ามันอยู่กลุ่มเดียวกันด้วยหรอในชีวิตจริง]

ลีฮุนกระดิกนิ้วไปมาพร้อมพูดด้วยเสียงหวานที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้

"กวางน้อยเจ้าเล่ห์พวกนี้.....เดี๋ยวนี้พวกแกกล้าสงสัยคำพูดของฉันเหรอ?"

"..."


ในขณะที่พูดนั้น พวกนักศึกษาหญิงแสดงออกอย่างเป็นนัยว่ามีบางอย่างกำลังมาจากในท้องของพวกเขา

'อา, นมจากเต้าที่ฉันเคยกินตอนเด็ก.....'


อึดอัดและรู้สึกเลี่ยน

นี่ขนาดว่าถ้าเอาเนบถั่วผสมกับชีสและเอามาทำรามยอน ยังไม่รู้สึกเลวร้ายขนาดนี้

"อา, เราเข้าใจแล้ว สำหรับตอนนีเห็นทีต้องรีบๆเริ่มได้แล้ว"



ฮงซอนเย ที่เห็นลีฮุนทำโน้นนี่นั่นมามากเลือกที่จะเข้าข้างเขา เขายังรับมือได้ยากกว่าญาติที่ชอบจับผิดที่ลุงของเธอทิ้งไว้ตั้งแต่เช้าถึงเย็น ซึ่งเธอพิสูจน์ถึงความอดทนได้


"พี่คะ"

ลียูจอง ส่งที่อยู่ให้เขา ก่อนที่เธอจะเขาสู่แคปซูล


"หืมม?"


"คุณอยู่ใก้ลกับหุบเขาของอาณาจักรใช่ไหม? พวกเราทั้งหมดอยู่นั่นและซ้อมทำการสำรวจกับหลายครั้งแล้ว"


ลีฮุนตอบอย่างไม่อยากมีปัญหา


"แน่นอน ฉันเกือบจะถึงที่นั่นแล้ว"

"ดีจริงๆ ค่อยยังชั่ว พวกเราจะไปรอที่นั่นก่อน กรุณามาไวๆนะ"

"แค่รออีกนิดหน่อย ผมกำลังจะถึงเร็วๆนี้แหละ"


ลีฮุนเข้าไปในแคปซูลและความรู้สึกบอกเขาว่า 'ฉันคิดว่าฉันควรจะรีบออกเร็วๆนี้แหละ'
[T/N: วีดมันไม่อยากอยู่นาน เสียเงินเล่นมันไม่ชอบ ]

* * *

เขามัวแต่ยุ่งกับการขายอุปกรณ์เครื่องประดับและงานประติมากรรมที่เขาเคยทำมันในอาณาจักรคุรุโซให้กับพวกพ่อค้า นั่นหมายความว่าเข้ายังอยู่ที่ป้อมปราการเฮรอม (Herom) แห่งอาณาจักรเนส (Nest)

ต่อให้ขี้ม้าไป ปราการเนคาน (Nekan)แห่งอาณาจักรเดล ก็ยังต้องใช้เวลามากกว่า5วัน

'ในเกาหลีแล้ว ฉันเกือบจะไปถึงแล้ว ที่ว่า "เร็วๆนี้" มันหมายถึง "คงใช้เวลานานหน่อย" ตอนนี้หวังว่าพวกเขาจะเข้าใจที่บอกนะถ้าฉันไปสาย'


ปราการเฮรอม!

ในฐานะที่เป็นอาณาจักรที่มีตำแหน่งเป็นชายแดน มันจึงเป็นป้อมปราการที่จอแจไปด้วยพวกพ่อค้าและซื้อขายการแลกเปลี่ยนจำนวนมาก(ขายเยอะขายเป็นโหลๆประมาณว่าขายส่ง) อันเป็นผลมาจากผู้เล่นที่รับซื้อมีรถเข็นและสินค้า มันจึงค่อนข้างวุ่นวายมากและนั่นทำให้นึกถึงตลาดในยามเช้า


เมื่อมีผู้เล่นที่อยากต่อรองเพื่อให้ได้ราคาที่พวกเขาต้องการและร้านค้าที่พ่อค้าไม่ยอมลดให้เลยแม้ซักบาทเดียว สิ่งที่เกิดก็คือการต่อสู้ที่ดุเดือด


"ทำไมล่ะ, ไม่ใช่ว่าพ่อค้านั้นโลบมากหรอกนะ, แต่ทำแบบนี้ได้ยังไงกัน? นายจะซื้อของที่เป็นเหมือนลูกๆที่ฉันสร้างขึ้นมากับมือ แต่สุดท้ายฉันกลับยังต้องมาทนทรมารกับราคาของมันอีก?"


"ฟังนะพี่ชาย ใจเย็นๆก่อนนะ แล้วฟังผมอธิบายเกี่ยวกับราคาปัจจุบันของสินค้าตลาดก่อน......."



"ราคาตลาด! นี่แกพูดอะไรห๊ะ ที่ฉันทำมันเหมือนกันไหม? นี่มันมีรอยขีดข่วนตรงไหนรึเปล่า? หรือจะบอกว่าทับทิมระดับนี้มันคุณภาพต่ำเหมือนของตลาด?"


คนแคระตัวเล็กๆนั่นกำลังตีโพยตีพาย และแนะนอนคนแคระนั่นก็คือ วีด!

เขากลายมาเป็นพ่อค้าคนแคระหน้าใหม่ที่ดื้อรั้นและมาพร้อมกับราคาสินค้าที่โดดเด่น

เขาขายเครื่องประดับงานฝีมือที่ทำจากอัญมณีและประติมากรรม หรือแม้กระทั้งขายของขวัญที่ได้จากพวกคนแคระ ด้วยความสัตย์จริงแม้ว่าเขาจะขายของที่ระลึกพวกนั่น แต่เขาก็รู้สึกทิ่มแทงเล็กๆในใจ จากจิตสำนึกของเขาอยู่บ้าง


'ถึงแม้ตลาดเดี๋ยวนี้ราคาจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่สำหรับของขวัญที่ฉันไม่จำเป็น ฉันคิดว่ามันก็ไม่ต่างจากการได้รับใบรับประกาศนียบัตร'

ของขวัญจากใจ!

เขาได้ใจจากผู้ที่ให้ของขวัญมาและคิดว่าเป็นมันดีพอ แล้วขายมันอย่างโก่งราคาด้วยความพอใจของเขาเช่นกัน



เนื่องจากมันถูกขายโดยคนแคระที่มีความเชื่อถือในระดับสูงและคุณภาพของมันนั้นดีมาก การซื้อขายจึงเป็นไปได้อย่างไม่เร็วนัก


* * *

"ฮึ, เมื่อไหร่เขามาถึง"


"มันก็สายเกินไปละ...... เราน่าจะลกล้ม แล้วไปกันเองดีกว่า?"

"เราทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะถ้าขาดใครไปซักคน เราก็จะไม่ได้คะแนน"


ใต้ต้นไม้เก่ามีปาตี้หนึ่ง พวกเขากำลังยืนรอคอยใครซักคน ที่ป้อมปราการเนคาน(Nekan)

ในปาตี้ระบุได้เป็น2ส่วน โจร, เอนชานต์เตอร์, จอมเวทต์ธาตุ และเรนเจอร์!

เฮเกล(Hegel) ตั้งโล่ที่ขัดจนเงางามเป็นประกายลงบนพื้นดิน


"มันสายมาก นี่ฉันอุตส่าเอาโล่คูดรัมก็เพื่องานนี้เลย"


โล่คูดรัม


โล่ที่สามารถครอบคลุมได้มิดทุกส่วนของร่ายกาย มันพลังป้องกันสูงถึง70 เช่นเดียวกันกับขนาดที่เทะทะและน้ำหนักที่มากของมัน ชเวซังจุนได้ยืมเกราะและโล่จากพี่ชายซึ่งเป็นสมาชิกกิลราชสีห์โตทมิฬ(Black Lion)


เมื่อเอนชานต์เตอร์รูมิ เห็นโล่นั่น เธอพูดด้วยความอยากรู้อยากเห็น "ซังจุน ไม่สิ เฮเกล ใครหลงนายจนให้โล่นั่นกับนายกันนะ?"


"ผู้เล่นที่ใช้เวทมนต์ได้เจ๋งที่สุดในอาณาจักรฮาเวน ท่านเพอร์รี่(Perrier)ให้มาน่ะ เขาเป็นเอนชานต์เตอร์ของกิลราชสีห์ทมิฬ"


"อ่า, คนดังให้นายมา...."

สมาชิกปาตี้ทั้งหมดถึงกับต้องถลึงตามองไปที่โล่คูดรัม


แม้กระทั้งภายในป้อมปราการเนคานแห่งนี้ ความสนใจก็ตกไปที่เฮเกลผู้มีชุดเกราะและอุปกรณ์โดดเด่นขนาดนี้


ในทวีปเซอร์เซลโดยทั่วไปมันเป็นไปได้ที่ผู้คนมักจะแสดงตัวตนผ่านอุปกรณ์สวมใส่ พลังโจมตีของนักรบมีส่วนช่วยที่จะทำให้ทั้งปาตี้แข็งแกร่งขึ้นและช่วยทำให้เอาชนะศัตรูได้อย่างถอนรากถอนโคน

หากคุณมองไปที่นักดาบที่โดดเด่น คุณก็จะมีแต่ความอิจฉา


"ต้องเยี่ยมแน่ เฮเกล"


"เป็นของที่น่าอิจฉาจริงๆ เกราะนั่นไม่ใช่ของปกติใช่ไหม?"

"พวกนายคงไม่รู้จักหรอกต่อให้ฉันบอกไป เพราะนี่เป็นเซ็ตชุดเกราะงูบานทิส ส่วนนี่รองเท้าพอลดรอนและหมวกนี่ก็อยู่ในเซ็ตเช่นกัน"


"ผมไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับเกราะบานทิสเลย"


"แน่นอนว่าไม่มันใช่เกราะที่มีชื่อเสียง! นี่มันเกราะหายากแค่คนส่วนน้อยที่รุ้จักเท่านั้นที่จะใช้มัน ยังไงมันก็ชั้นเยี่ยมกว่าของพวกนอร์แมนซะอีก "


"มันดีกว่าอาวุตของชาวนอร์แมนอีกงั้นหรอ?"

"มันเปรียบเทียบด้วยตัวเองไม่ได้หรอกนะ"

เมื่อเฮเกลโม้เกี่ยวกับอุปกรณ์ของเขา จอมเวทแห่งธาตุ เซลเซีย ตาของเธอก็เป็นประกาย


"ด้วยอุปกรณ์ระดับนั้น แทบไม่จำเป็นต้องรอเลย"

"หืมม?"

"ฉันไม่ควรทำอะไรมากไปกว่าการล่าทั้งนั้น? งั้นให้แค่พวกเราไปก็พอ"

"แต่ว่าถ้าฮุนไม่มา เราก็คงไม่ได้ในเกรด...."


"เราควรจะไปก่อนเพื่อเริ่มการสำรวจก่อน ค่อยไปเจอกันทีหลังไม่ได้หรอ?"


"เอางั้นไหมล่ะ?"

เฮเกลเริ่มการชักจูง นอกจากนี้เขายังกระตือรือร้นที่จะรีบร้อนอยากจะลองอุปกรณ์ที่เขายืมมาจากพี่ชายของเขา


นักดาบเบลล่าได้เปิดปากพูด


"ประติมากรไม่ค่อยมีประโยชน์ในการสำรวจหรอก ต่อให้เขามาอยู่ที่นี่ตั้งแต่แรกก็คงจะทำได้แค่ยืนมองอยู่ไกลๆ"


ด้วยคำพูดของเบลล่าที่ดูจะเห็นด้วย ทำให้เขาเฮเกลได้ใจ


"ก็ได้ งั้นไปแค่พวกเราละกัน"

"แต่ดันเจี้ยนไหนละที่ว่าพวกเราจะไปสำรวจกันน่ะ?"


คนที่ได้คนคว้าข้อมูลเกี่ยวกับดันเจี้ยนและทำทางเลือกไว้แล้วก็คือ เฮเกลและไนด์


ไนด์ให้คำตอบสำหรับคำถามนั้นว่า

"มันไม่ไกลเท่าไหร่ แค่เดินผ่านดินแดนสีแดงและผ่านป่าที่แห้งแล้งไปก็จะเจอทางเข้า"


"มันเป็นดันเจี้ยนที่มีชื่อหรอ"

"ไม่หรอก มันเป็นดันที่น่าจะมีแค่พวกเราที่ค้นพบ"


"จริงดิ?"

เฮเกล ยืดไหล่กว้าง หน้าอกผาย




"ใช่แล้ว มันเป็นที่ที่ฉันและไนด์ได้คนพ้บ จากการตรวจสอบจุลสารของห้องสมุดในอาณาจักร และแน่นอนว่าไนด์เป็นคนพบจุลสารพวกนั้น"


"หมายความว่ามันยังไม่เคยถูกเปิดมาก่อน ใช่ไหม?"


"พวกเราจะเป็นคนแรก"

ถ้าพวกเขาสำรวจดันเจี้ยนที่ยังไม่เคยมีการสำรวจ ไม่ใช่แค่ชื่อเสียงที่จะได้รับ แต่พวกเขาจะได้ค่าประสบการณ์เพิ่ม2เท่าอีกต่ากหาก

"ถ้ามีมันมีกับดัก ไนด์จะจัดการมัน และฉันจะรับผิดชอบเรื่องการสู้เอง"

เอนชานเตอร์รูมิ ดูจะกังวลกับเรื่องดันเจี้ยนที่ยังไม่มีการค้นพบ


"แล้วรุ่นพี่วีดล่ะ? ถ้ามันเป็นดันเจี้ยนที่ซ่อนอยู่ ทำไมเราไม่รอไปด้วยกันล่ะ?"


"มันคงไม่มีทางเลี่ยง? งั้นเราจะซ่อนจุลสารไว้ที่ต้นไม้เก่านี่และไปลุยกัน ขอแค่เขาอ่านมัน เขาก็จะพบทางเข้าเองแหละ"



"แต่ว่าเขาสู้ไม่ได้นี่ เขาอาจจะมาหาเราไม่ได้นะ"


"เขาน่าจะไม่กากขนาดนั้นหรอกน่า ไม่อย่างนั้นเขาคงไปอาณาจักรธอร์ไม่ได้หรอก เอาเถอะเรารีบไป"

เฮเกลขุดดินและซ่อนหนังสือที่บรรจุจุลสารไว้

- คุณได้ละทิ้งจุลสารเรื่องแปลกของกิวเดรส


พวกเตรียมการอย่างง่ายและออกเดินทางเมื่อการเตรียมการเสร็จสิ้น
* * *
กับการขางข้าวของต่างๆที่ป้อมปราการเฮรอม เงินทั้งหมดที่วีดได้คือ 35,000เหรียญทอง

"รถม้าที่จะไปอาณาเดลจะออกเดินทาง วันรุ่งขึ้น"


"ค่าเดินทางนี่ฟรีไหม?"

"7เหรียญทอง"


แม้ว่าเขาจะวางแผนที่จะนั่งรถม้าไป และไม่ใช่แค่เขาต้องเราเวลาแค่อย่างเดียว แต่ราคาของมันก็แพงเช่นกัน

'ฉันจะไม่ทำมัน'

วีดออกไปจากป้อมปราการเฮรอมและเดินไปที่ป่าแถวนั้น


ในเริ่มแรกมันมีสัตว์ป่าเล็กๆเช่นนกและกระรอกอาศัยอยู่


*ชิ๊ก ชิ๊ก*


กระรอกที่กำลังแทะลูกโอ๊กรวมกันอยู่รอบตัววีด แม้ว่าจะเข้ามาใก้ลๆแต่พวกมันก็ไม่ได้ลงมาจากต้นไม้รอบๆ



ถ้าเป็นมนุษย์พวกมันคงไม่เข้ามาใกล้ขนาดนี้ เพราะว่าคนแคระไม่ได้สนุกกับการฆ่าเช่นเดียวกับพวกมนุษย์ พวกมันจึงเข้ามาใก้ลขนาดนี้


ถ้าเป็นเอลฟ์ ป่านนี้พวกมันคงวิ่งบนหน้าเขาไปแล้ว เพราะพวกเอลฟ์มีความสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตและธรรมชาติ นั่นทำให้เป็นที่ต้อนรับเสมอ


มันเป็นอย่างนี้เสมอมา



ขณะที่ยืนนิ่งๆ เสื้อคลุมของวีดก็กลายเป็นแสงระยิบระยับแพรวพราว ปีกแห่งแสงก็กางออกที่ด้านหลังอย่างงดงาม



กองใบไม้ที่อยู่บนพื้นถูกกวาดขึ้นไปในอากาศและกระรอกเหล่านั้นก็ถูกฉายอาบไปทั้งดวงตาด้วยแสงสว่าง วีดแผ่ขยายปีกออกและเพิ่มระดับความสูงทะยานขึ้นไปเหนือป่า


แม่น้ำเวโรน่าที่มีขนาดมโหราฬอยู่ถัดไปจากป้อมปราการเฮรอมกำลังหลั่งไหลไป ณ เวลานี้ป้อมปราการที่ดูเล็กเท่าเมล็ดงา


คนแคระกำลังบินไปในอากาศ นี่คือสิ่งที่ไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อน

"ปีกแห่งแสง พุ่งไปเลย"


ปีกแห่งแส่งกระพือได้อย่างสง่างาม

นับตั้งแต่เขาสร้างร่างกายให้มัน ปีกแห่งแสงจะอยู่ได้การอาศัยร่างคนอื่นเท่านั้น


เมื่อปีกขยายออกมาเพื่อเพิ่มความเร็วอย่างจริงจัง เขาพุ่งไปเร็วมากไม่ต่างจากลูกกระสุน


อัตราเร่งที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ แทบจะเป็นการเคลื่อนที่ในชั่วพริบตา!

- คุณกำลังบินบนฟ้า

            ปีกแห่งแสงสามารถให้ความเร็วสูงสุดได้ที่26% เนื่องจากลักษณะของคนแคระคุณอาจจะเวียนหัวอย่างรุนแรง


ลักษณะของคนแคระนั้นไม่เหมาะกับการขี่ม้าหรือแม้กระทั้งรถม้าโดยสารด้วยซ้ำ!

ตั้งแต่เขาบินไปบนฟ้า เขาต้องรับผลของการเป็นคนแคระอย่างไม่ต้องสงสัย ปวดหัววิงเวียนไม่ต่างจากตอนที่เมาเบียร์และกลายมาเป็นอาการปวดราวกับโดนทุบหัว



วีดรู้ว่า วิธีที่ง่ายที่สุดคือการยกเลิกประติมากรรมจำแลง!


แต่เขายังคงติดใจกับร่างคนแคระที่มีทั้งคนวามแข็งแกร่งและผลของการทำงานฝีมือได้อย่างดี เขาจึงไม่อยากยกเลิกมันตอนนี้



"ถ้าฉันทดมันได้ก็คงจะดี"


ในขณะที่เขากระพือปีกแห่งแสงราวกับเป็นเทวดา วีดกำหนดตำแหน่งตัวเองที่ตะวันตกเฉียงใต้และบินออกมา


ไม่ว่าจะเป็นภูเขาหรือเนินเขา เขาบินผ่านเหนือพวกมันไปทั้งหมด



บางครั้งเขาบินเข้าไปเฉียดยอดเขาอย่างน่ากลัว ในกรณีฉุกเฉินจากการบินนั้นทำให้ยิ่งมึนและเวียนหัว!



มันเที่ยวบินอย่างรวดเร็วและเขาก็ต้องปรับเส้นทางของเขาเพื่อหลบนกอินทรีที่จะชนกับเขา


* * *


พวกปาตี้ของเฮเกล ผ่านเขตทรายแดงและป่าแห่งความตาย เพราะต้นไม้พวกนั้นมันไม่เหลือใบไม้เลยซักต้น    




เพราะมันเป็นป่าแบบนี้และก็คงไม่แปลกถ้าจะมีผีโผล่มาเมื่อไหร่ก็ได้


โจรไนด์ คือคนที่มีประสบการณ์สุดในการเดินทางในทวีปเวอร์เซลแห่งนี้พูดขึ้น



"แถวนี้น่ะ เดินรอบๆตอนกลางคืนไม่ได้นะ เพราะถ้าตกกลางคืนพวกโกลเลอร์ที่ดุร้ายมันจะออกมาที่ป่ากัน"



รูมิท่าทางจะกลัว เพราะแค่จินตนาการถึงพวกโกลเลอร์โผล่พรวดออกมาจากป่าพร้อมหอกไม้ไผ่หรือขวานแค่นี้ก็ทำเธอขนลุกจะแย่


"ถ้าเจอพวกมัน เราไม่น่าจะหนีรอด?"


"ใช่เลย ถ้าเราโกลเลอร์ตอนกลางคืน เราคงไม่มีทางเลือกแต่จะให้ยอมตายหรอ"

พวกเขาสามารถที่จะหาดันเจี้ยนพบหลังจากหลงท่ามกลางดงไม้เป็นอยู่เป็นเวลานาน ทางเข้านั้นปกคลุมไปด้วยหินและเศษดิน ทั้งยังเต็มไปด้วยซากกระดูกสัตว์


"เข้าไปข้างในกันเถอะ"

เฮเกลเป็นคนแรกที่จะต้องเขาไป ส่วนพวกที่เหลือลังเลเล้กน้อยก่อนตามเข้าไปในที่สุด
ปล. ผมแก้ชื่อใหม่ให้ตรงตามการออกเสียงของเกาหลีตามความเป็นจริง และสะกดชื่อเฉพาะพวกชื่อตัวละคร ชื่อเมือง จากภาษาอังกฤษ-ไทยนะครับ และอิงการเรียกป้อมหรือ ปราสาทจากแผนที่ของเรื่อง หากไม่ถูกใจก็ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
Translator : คุณอาทิตย์
Editor: แอดมิน เราอ่านนิยายแปล (แก้ไปนิดนึง ขี้เกียจแก้ละ 555 เอาไว้มีเวลาจะมาแก้ต่อนะ 555)
MAP: http://puu.sh/6WvWj.png

***แอดมิน :เอาไว้สะดวกแล้วจะกลับมาแก้ต่อนะ 555***

12 ความคิดเห็น:

  1. ขอบคุณมากๆครับที่แปลให้อ่าน

    ตอบลบ
  2. ขอบคุณมากครับ

    ตอบลบ
  3. ขอบคุณมากที่แปลมาให้อ่านครับ
    (อยากให้แปลเร็วๆจัง ค้างครับ อิ้งไปถึงเล่ม 17 ตอนที่ 10 แระ จะอ่านอิ้งก็ภาษาอังกฤษไม่ค่อยแข็งแรง อิอิ)

    ตอบลบ
  4. ขอบคุณมากครับ มันส์จริงๆ

    ตอบลบ
  5. ขอบคุณผู้แปลครับ แล้วก็ขอบคุณวีด ที่ใช้งานสิ่งที่ให้ชีวิตมา คุ้มค่า (รึเปล่า)55+

    ตอบลบ