วันอังคารที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559

เล่มที่ 15 ตอนที่ 3: หนังสือเรื่องราวแปลกประหลาดของกิลดราส

เล่มที่ 15 ตอนที่ 3: หนังสือเรื่องราวแปลกประหลาดของกิลดราส

สภานักศึกษามหาวิทยาลัยเกาหลีกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมการงานเทศกาล

แต่ละคณะกำลังจัดเก็บพื้นที่และช่วยเหลืองานเล็ก

งานน้อยที่ถูกมอบหมายให้ดูแล 

ในระหว่างนี้งานเทศกาลวัฒนธรรมสำหรับคนใน

ท้องถิ่นก็กำลังเตรียมการด้วยเช่นกัน 

พวกเขาต่างยุ่งอยู่กับการจัดเวทีและเรียงลำดับนัก

ร้องในงาน
 “แต่ใครจะเป็นพิธีกรงานนี้ให้พวกเราล่ะ?”
 “แล้วยู แจ โดลล่ะ?”
(เลียนแบบชื่อ ยู แจ ซ้อก)
ผู้ที่ถูกยกย่องมากที่สุด ผู้ที่เกิดมาเพื่อเป็นพิธีกร MC ยู แจ โดล ทันทีที่เขาเริ่มพูด เขาไม่รู้แม้กระทั่งว่าจะหยุดพูดเมื่อไหร่ เขาถูกยกย่องให้เป็น MC ของประเทศ เพราะความเป็นธรรมชาติและตัวตนที่เป็นบุคลิกของเค้า
 “ฉันพยายามติดต่อเค้าแล้ว แต่พวกเค้าบอกว่าตารางงานของเค้านั้นแน่นเอี๊ยดไปหมดเพราะเค้าต้องถ่ายทำรายการ เราต้องสู้
 “แล้วนายพยายามติดต่อคัง โฮ อึนรึยัง? เขารับเป็นพิธีกรที่งานเทศกาลของมหาวิทยาลัยที่เราจัดขึ้นเมื่อปีที่แล้วด้วยนะ
 (อันนี้สื่อถึง คัง โฮ ดง พิธีกรที่โด่งดังไม่แพ้ ยู แจ ซ้อก เมื่อตอนที่นิยายเรื่องนี้ตีพิมพ์ออกมา ก่อนที่เขาจะมาเป็นดาราตลกและพิธีกร เขาเคยเป็นแชมป์กีฬามวยปล้ำ กีฬาประจำชาติอย่างหนึ่งของเกาหลี คล้ายๆกับซูโม่)
อดีตนักกีฬามวยปล้ำชื่อดัง คัง โฮ อึน! ถึงแม้ว่าเขาจะมีร่างกายที่ใหญ่โตราวกับบ้าน แต่เขาก็สามารถดึงเอาความไร้เดียงสาและเสน่ห์ที่มีอยู่ในตัวเขาออกมามัดใจคนอื่นได้ ด้วยพละกำลังอันแข็งแกร่งบวกกับความมุ่งมั่นอันแรงกล้า เขาจึงกลายมาเป็น MC ที่เปรียบเสมือนพี่ใหญ่
 “คนๆนั้น เค้าไปเที่ยววันหยุด 4 วัน 3 คืน เขายังบอกอีกว่าเขาขอโทษด้วยจริงๆ ที่ครั้งนี้เขาไม่สามารถมาร่วมงานได้
 “เชี้ยเอ้ยแล้วเราจะหาใครดีวะเนี่ย?”
ละคร,ดนตรี,การแสดง, และคอนเสิร์ต ทั้งหมดจัดขึ้นที่งานเทศกาลมหาวิทยาลัยเกาหลี

มันเป็นการปลดปล่อยจากการเรียนของพวกนักศึกษา 

ให้สนุกสนานไปกับกิจกรรมประเพณีของมหาวิทยาลัย

 อีกทั้งยังเป็นงานเลี้ยงสำหรับคนที่อาศัยอยู่แถวนั้นด้วย

 พวกเขาจึงไม่สามารถละเลยรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ

ไปได้เลย
ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาก็ไม่สามารถหาคนที่เหมาะสมที่สุดมาทำหน้าที่นี้ได้ และพวกเขาต้องตัดสินใจย้อนกลับมาที่ไอดอล ปาร์ค มิน ซู เบอร์ 2 ตลอดกาล ผู้ที่ทำหน้าที่หลักในทุกรายการการแสดง เกมโชว์ต่างๆ
* * *
จอง เฮียว ริน ขยับนิ้วลื่นไหลไปมาบนเปียโน

คีย์บอร์ด
บทเพลงอันแสนไพเราะและบริสุทธิ์

เธออยู่ระหว่างการเขียนเพลงสำหรับอัลบั้มใหม่
 “อืม เพลงนี้ให้ความรู้สึกดีนะแต่เธอจะเลือกเนื้อเพลงยังไงล่ะ? เธอไม่ลองจ้างนักแต่งเพลงที่มีชื่อเสียงหน่อยเหรอ? อาจารย์คิม แต วาน ที่เคยร่วมงานกับเธอเมื่อครั้งที่แล้ว เขาบอกว่าเขาตั้งหน้าตั้งตารอทำงานร่วมกันกับเธออีกครั้ง

เมื่อผู้จัดการเธอถามในห้องที่ใช้ฝึกร้องเพลง 

จอง เฮียว ริน ส่ายหัวของเธอไปมา
 “ไม่ ฉันต้องการแต่งเพลงนี้ด้วยตัวเอง
 “อย่างนั้นรึ? ก็นะ เฮียว ริน มีความสามารถแต่งเพลงด้วยนี่นาเธอจะต้องทำเพลงออกมาได้สุดยอดแน่นอน
จอง เฮียว ริน กำลังตกอยู่ในสภาวะที่เธอไม่สามารถ

ทำจิตใจให้โล่งได้ ซึ่งเธอกำลังพยายามบิ้ลด์อารมณ์

เพื่อที่จะใช้ในการแต่งเพลง
 ‘ฉันจะเขียนเพลงออกมาในแบบที่ฉันต้องการร้อง
มันดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำเพลงขึ้น

มาสักเพลง

ในเมื่อกำหนดวันออกอัลบั้มใหม่และการแสดงสดร้องเพลงเปิดตัวยังอีกนาน เธอพยายามเขียนเพลงเพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจหรือเสียดายในภายหลัง

ในขณะที่เธอกำลังเล่นเปียโนอยู่นั้น จอง เฮียว ริน ก็

หันไปหาผู้จัดการ
 “ผู้จัดการคะ คุณช่วยจัดการเคลียร์ตารางให้ฉันมีเวลาว่างภายใน 3 วัน, ได้มั้ยคะ?”
 “ฉันจัดการให้หมดเรียบร้อยแล้ว ตามที่ จอง เฮียว ริน ถามเอาไว้ แต่มีอะไรเกิดขึ้นเหรอ?”
 “มันเป็นเรื่องส่วนตัวน่ะ
ผู้จัดการส่วนตัวของเธอรู้สึกโล่งใจเพราะว่า

จอง เฮียว ริน ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของเธอเลย 

อย่างไรก็ตาม เขาก็อดไม่ได้ที่จะถามถึงเป้าหมาย

ของเธอ
 “แล้วเธอจะไปที่ไหนล่ะ?”
 “มหาวิทยาลัยเกาหลี คนที่ฉันรู้จักเป็นนักศึกษาอยู่ที่นั่น ฉันจะไปด้วยกันกับเพื่อนของฉัน
* * *
คุณเป็นคนแรกที่ค้นพบดันเจี้ยนครามาโด้!
รางวัล: ชื่อเสียงเพิ่มขึ้น 230
ค่าประสบการณ์และอัตราการดรอปเพิ่มขึ้นสองเท่า 

เป็นระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์
มอนสเตอร์ตัวแรกที่ถูกจัดการจะดรอปไอเทมที่ดีที่สุด
 “เย้!”
 “พวกเรามาถึงคนแรกจริงๆด้วย ดูค่าชื่อเสียงที่เพิ่มขึ้นมาสิ
สมาชิกในปาร์ตี้ที่เข้ามาในดันเจี้ยน ต่างพากัน

ตะโกนออกมาด้วยความดีใจ
 “แค่นี้ พวกเราก็ทำการบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว
 “ช่าย พวกเราคือพวกแรกที่ค้นพบดันเจี้ยนที่ยังไม่ได้สำรวจ
นักดาบเบลล่าพูดด้วยความมั่นใจ

เมื่อพวกเขาได้เข้ามาในดันเจี้ยนนี้แล้ว ดูเหมือนว่า

มันค่อนข้างปลอดภัยที่จะออกล่าที่นี่ การผจญภัยแบบนี้ช่างเป็นอะไรที่น่าสนุก

แม้กระทั่งกลุ่มอื่นๆยังคงมีปัญหาเรื่องการสำรวจดัน

เจี้ยนแห่งใหม่ เพื่อที่จะใช้มันเป็นการบ้านของพวก

เค้า
 “ไนด์ ทำได้ดีมาก
 “ฉันจะเลี้ยงนายเอง ถ้าพวกเราได้เกรดดีๆนะ
เหมือนการแสดงออกในชีวิตจริง 

ไนด์หน้าแดงราวกับว่าเขารู้สึกอึดอัดใจที่จะได้

รับคำชมแบบนี้
 “มันไม่มีอะไรพิเศษเลย ฉันก็แค่โชคดีน่ะ
เฮอเกลแตะไหล่ของไนด์เหมือนกับเป็นการให้กำลังใจ
 “ทำได้ดีมาก
 “มันไม่มีอะไรหรอก พวกเราทั้งหมดช่วยกันทำน่ะ

การค้นพบดันเจี้ยนใหม่เป็นโอกาสอันดีที่น่าประทับ

ใจที่จะได้ค่าประสบการณ์และไอเทม


เฮอเกลชักดาบออกมา
 “ถ้างั้น ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม!”
คู่ต่อสู้ของพวกเขาคือมอนสเตอร์ที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับตะกวดสีขาวที่กำลังคลานไปมาอยู่รอบๆภายในดันเจี้ยนแห่งนี้ [ตะกวด กับ เหี้ย(ตัวเงินตัวทอง) ไม่ใช่ตัวเดียวกันนะ จะใช้กิ้งก่า ก็ดูตัวเล็กไป แต่นี่มันเกมหนินะ 555]
 “ชิลด์ แบช!(Shield Bash) ฉันจะผลักพวกมันให้มารวมกันนะ!”
ในขณะที่เฮอเกลกำลังถือโล่คูดรัมในมือข้างซ้าย เขาพุ่งเข้าไปหาพวกมอนสเตอร์

พละกำลังอันมหาศาลของนักดาบคือค่าความเสีย

หายที่พวกเขาสามารถทำได้

พลังโจมตีพุ่งถึงขีดสุดด้วยทักษะดาบสองมือและ

ทักษะดาบใหญ่ ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถทำความ

เสียหายได้มากกว่าอาชีพสายต่อสู้อื่นๆ

 “จงสั่น กลายเป็นเถ้าถ่าน และหายไปซะ!”
 “ทริปเปิ้ล ซอร์ด สไตรค์!”(Triple-Sword Strike)
 “โลหะจงแข็งขึ้น การอวยพรแห่งเปลวเพลิง!”
ผู้ใช้ธาตุเซลเซีย, นักดาบเบลล่า, และเอนชานต์เตอร์รูมิ ต่างก็มีส่วนร่วมในการต่อสู้ด้วยเช่นกัน

เอนชาต์เตอร์สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับไอ

เทม ประสิทธิภาพของเวทย์มนต์เสริมพลังที่ใช้ใส่คน

นั้น มีพลังน้อยกว่าของพวกพรีสต์หรือชาร์แมน แต่

พวกเขาสามารถดึงเอาพลังของอาวุธออกมาได้

หลายเท่า

ครามานอยม์ถูกโจมตีด้วยโล่ที่พุ่งเข้าใส่ ทำให้มัน

ได้รับบาดเจ็บ กระเด็นกระดอนไปตรงนั้นที ตรงนู้น

ที ตรงนี้ที หลังจากที่มันทรมานจากการโจมตีของผู้

ใช้ธาตุหรือนักดาบ ในที่สุดพวกมันก็กลายเป็นแสงสีเทา
จอมโจรไนด์เข้าไปหาครามานอยม์ด้วยทักษะการอำพรางตัว
 “จงเผยโฉมรูปลักษณ์ของเจ้าออกมาซะ วิเคราะห์สัตว์ประหลาด!”( Creature Identification)
มันคือทักษะอาชีพที่สามารถใช้ได้เฉพาะพวก โจร, นักสอดแนม, มือสังหาร, และนักผจญภัย มันคือทักษะที่ทำให้คุณสามารถมองเห็นรายละเอียดข้อมูลต่างๆของคู่ต่อสู้
ข้อมูลที่จอมโจมไนด์ได้มาจากครามานอยม์ ถูกแชร์ในปาร์ตี้
ติ๊ง!
ชื่อมอนสเตอร์: ครามานอยม์เด็ก
เลเวล: 234
มอนสเตอร์ที่อาศัยอยู่ในดันเจี้ยนเก่าแก่

มันใช้ชีวิตอยู่แต่ข้างในดันเจี้ยนมาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน

สายตาของมันเสื่อมสภาพลงจนถึงจุดที่เกือบจะตาบอด

พวกมันตรวจจับศัตรูผ่านเสียงหรือการสั่นสะเทือน

ของพื้นและพวกมันชอบกินเนื้อเป็นพิเศษ
พวกมันสามารถคลานได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการใช้ขาทั้ง 4 ปากของพวกมันสามารถพ่นพิษที่ทำให้เกิดอาการชาเล็กน้อย
ไม่เพียงแค่นั้น มันยังแสดงให้เห็นถึงจุดอ่อนอีกด้วย คอของมันเรืองแสงสีน้ำเงินอ่อน พื้นที่ตรงนั้นคุณสามารถทำความเสียหายได้รุนแรง!
จากการโจมตีอันรุนแรงของเฮอเกลและการรวม

พลังโจมตีของเบลล่าและเซลเซีย ครามานอยม์หลับ

ใหลไปในที่สุด หลังจากที่มันกลายเป็นแสงสีเทา
การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปอีก 3 ชั่วโมง ในที่สุด พวกเขาก็สามารถจัดการพวกมอนสเตอร์ที่อยู่ชั้น 1 จนหมด
เอนช้านต์เตอร์รูมิและเบลล่า ทั้งสองเลเวลอัพขึ้นมา 1 เลเวล และไอเทมที่ดรอปได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ต้องขอบคุณค่าประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นถึงสองเท่า ทำให้เซลเซียดูพึงพอใจมาก
 “มันยอดเยี่ยมที่สุด
 “มันเป็นดันเจี้ยนที่ดีจริงๆ สำหรับการบ้านในครั้งนี้ ได้ A เห็นๆแน่นอน
* * *
ในตอนที่วีดมาถึงอาณาจักรเดล มันก็มืดค่ำแล้ว
 “ต้นไม้แก่ๆมันอยู่แถวนี้รึเปล่าว้า?”

เขาเจอหนังสือตรงที่มีร่องรอยการขุดขึ้นมาจากพื้น

ดินสีน้ำตาล

หนังสือเรื่องราวแปลกประหลาดของกิลดราส

วีดอ่านหนังสือ
ข้า นักพเนจรผู้เลื่องชื่อ กิลดราส เมื่อข้าได้ออกเดทกับภรรยาคนใหม่ของข้าในหมู่บ้านโดลน์ ลูกสาวชาวนา เธอเปี่ยมล้นไปด้วยร่างกายที่มีน้ำมีนวลพอตกดึก กังหันลมยิ่งหมุนแรงขึ้นและค่ำคืนนี้ บรรยากาศช่างน่าเป็นใจเสียจริง
วันรุ่งขึ้น ข้าออกจากหมู่บ้านโดลน์และเดินไปทุกหน

แห่งแบบไร้ทิศทาง สำหรับนักเดินทางอย่างข้าแล้ว

 ผู้ที่ออกไปพเนจรยังโลกภายนอกด้วยรองเท้าเพียง

คู่เดียวที่ข้ามีอยู่ สุดท้ายมันก็ขาดในที่สุด การที่มา

หลงทางแบบนี้ บางอย่างไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

ต้นไม้ถูกดูดความชื้นจนเหือดแห้ง และเมื่อข้ามอง

ย้อนกลับไปดูที่ต้นไม้ต้นนั้นอีกครั้ง

ข้าคิดว่าข้าเดินผ่านรอยเปื้อนสีแดง

มันเป็นอะไรที่ดูน่ากลัวชะมัด

อย่างไรก็ตาม ต้นไม้เก่าแก่พวกนี้ไม่ได้ดูเป็น

อันตรายต่อมนุษย์เลย นั่นก็เพราะว่านักเดินทาง

อย่างข้า สามารถเดินผ่านมันได้อย่างสบายๆน่ะซี้

 อ๊า ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า

ในขณะที่ข้าหลงทางและกำลังดิ้นรนอยู่นั้น ข้ามอง

เห็นทางเข้าที่ดูเหมือนว่าจะพาไปที่ไหนสักที่ ถึง

แม้ว่ามันดูเหมือนจะถูกซ่อนเป็นอย่างดี แต่ก็ไม่อาจ

รอดพ้นสายตาอันแหลมคมของข้าไปได้


ข้ายังคงไม่ได้เข้าไปข้างใน นั่นก็เพราะว่าข้ากำลังหาหมู่บ้านให้เจอก่อน

โอ้ พระเจ้า ทำไมข้าถึงได้เจอแต่ที่อันตรายๆแบบนี้เนี่ย ในขณะที่ข้าไม่สามารถหาหมู่บ้านเจอได้เลย?
อย่างน้อยขอให้ข้าหาที่พักของพวกนักล่าให้เร็วที่สุด มันจะดีมากหากมีหญิงสาวที่ดูเต่งตึง มีน้ำมีนวลอยู่ที่นี่ด้วย
มันคือบันทึกการเดินทางของนักเดินทางที่มีนามว่ากิลดราส 

ผู้ที่พเนจรไปทั่วทั้งทวีปเวอร์เซลล์
มันมีเรื่องราวแบบนี้ให้เห็นอยู่บ่อยๆ ที่นักดนตรีเดินทางไปรอบๆทวีปเวอร์เซลล์ ความจริงแล้ว ไม่ว่าคุณจะอยู่ในร้านเหล้านานแค่ไหนก็ตาม หรือเพียงแค่ 1 ชั่วโมง คุณสามารถได้ยินเรื่องราวแบบนี้ 3-4ครั้ง!
ไนด์รวบรวมข้อมูลแบบนั้นและสามารถหาดันเจี้ยนพบ
หนังสือเรื่องราวแปลกประหลาดของกิลดราส แบ่งออกเป็น 8 ตอน
1. ค่ำคืนที่เร่าร้อนกับเพื่อนสมัยเด็ก ภายหลังที่ออกจากบ้าน
2. ค่ำคืนที่โดดเดี่ยวในกังหันลม กับลูกสาวชาวนา
3. ค่ำคืนแห่งการปลุกใจกับเงือกสาวแห่งชายฝั่งตะวันออก
4. ค่ำคืนที่แสนสั้นในเกวียนที่กำลังมุ่งหน้าไปสู่จุดหมาย
5. ค่ำคืนอันแสนหวานกับหญิงสาวในฝันภายใต้เส้นทางอันรุ่งเรือง
6. ถูกจับโดยพ่อค้าทาส ค่ำคืนอันน่าตื่นเต้นกับทาสสาวสัตว์ป่า
7. คืนที่ข้าก้าวข้ามพละกำลังของข้าในหมู่บ้านคนเถื่อน
8. หลังจากการพเนจรไปทั่วทั้งทวีปเวอร์เซลล์ ค่ำคืนแห่งความหลังกับเพื่อนสมัยเด็กอีกครั้ง
ชื่อแต่ละตอน ราวกับว่าแฝงไปด้วยความหยาบคาย
นอกจากนั้นแล้ว 

ข้างล่างสุดของหน้าปก มีตัวหนังสือสีแดงกำกับไว้อย่างชัดเจน
ไม่เหมาะสำหรับผู้เยาว์!
* * *
เฮอเกลและไนด์เอาขนมปังและผลไม้ที่อยู่ในกระเป๋าของพวกเขาออกมากิน
 “รสชาติมันห่วยสุดๆ
 ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ทุกคนรีบกินซะ เราจะได้มีพลังเหลือพอ
 “นายคิดว่าดันเจี้ยนนี้ลึกแค่ไหน?”
สมาชิกในปาร์ตี้หันไปสนใจเฮอเกลและไนด์ แต่พวกเขาทำได้แค่ส่ายหัวไปมา
 “หลังจากที่เข้ามาในดันเจี้ยนแล้ว ไม่มีใครรู้เลยว่ามีอะไรรออยู่ที่ปลายทาง
 “ฉันด้วยในฐานะโจร แม้ว่าฉันสำรวจดันเจี้ยนมามากมายแล้วก็ตาม แต่การคาดการณ์ล่วงหน้านั้นไม่สามารถทำได้เลย ขอโทษด้วยนะ
 “แล้วดันเจี้ยนส่วนใหญ่มันมีกี่ชั้นเหรอ?” รูมิถาม
 “มันไม่มีทางที่จะบอกได้เลย โดยทั่วไปแล้ว  มันมีประมาณ 2 หรือ 3 ชั้น พวกเราสามารถตรวจสอบมันได้แบบนี้ แต่มันไม่ได้แน่นอนตลอดหรอกนะ ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด ฉันเคยเห็นดันเจี้ยนลึกถึง 12 ชั้นเลยแน่ะ
 “มันมีดันเจี้ยนที่ลึกแบบนั้นด้วยเหรอ?”
 “การที่จะบอกจำนวนชั้นของดันเจี้ยน มันเป็นอะไรที่ดูกำกวมมาก แม้ว่ามันจะมีบางครั้งที่สามารถลงไปดันเจี้ยนผ่านบันไดได้ แต่ในกรณีที่ดันเจี้ยนเชื่อมต่อกันไปเรื่อยๆ การที่จะบอกลำดับชั้นนั้น จะทำได้ก็ต่อเมื่อระดับของพวกมอนสเตอร์เปลี่ยนไป หรือ บรรยากาศรอบๆเกิดการเปลี่ยนแปลง
 “งั้นฉันเดาว่านายคงตายระหว่างที่นายกำลังสำรวจดันเจี้ยนอยู่ใช่มั้ย?”
 “มันก็เป็นไปได้
หลังจากที่ฟังบทสนทนาของรูมิกับไนด์ เฮอเกลยิงฟัน
 “ยังไงซะ ถ้ามอนสเตอร์มันมีระดับแค่นี้นะ ไม่มีทางที่ฉันจะตายแน่นอน

เฮอเกลเชื่อมันในชุดเกราะของเขามากเป็นพิเศษ

 ด้วยวัตถุดิบที่ไม่สามารถนำมาใช้ได้ หากปราศจาก

ซึ่งทักษะช่างฝีมืออันล้ำเลิศ มันเป็นชุดเกราะที่ไม่

สามารถจินตนาการหรือนึกภาพออกมาได้โดยช่างตี

เหล็กที่ไร้ฝีมือ
ผลงานศิลปะที่เติมเต็มพลังป้องกันที่หายไปของพวกนักดาบเพราะการมุ่งเน้นไปที่พลังโจมตีเพียงอย่างเดียว!
เซ็ทเกราะแบนทิส อย่างดี มีราคาสูงถึง 5พันเหรียญทอง ถึงแม้ว่ามันจะหนักมากกว่าชุดเกราะปกติถึง 5 หรือ 6 เท่า แต่นั่นก็หมายความว่าเขาจะไม่ตายง่ายๆแม้จะได้รับความเสียหายมากแค่ไหนก็ตาม
ชุดเกราะที่สามารถทำให้ลูกธนูและดาบกระเด็นออกไป!
สิ่งที่เหล่านักดาบต่างโหยหาและใฝ่ฝันที่จะได้ครอบครองคือชุดเกราะเต็มชุด ชุดเกราะที่เฮอเกลใส่อยู่นั้นคือไอเทมระดับเฟิร์ทคลาส ที่มีแม้กระทั่งความสามารถในการต้านทางเวทย์มนต์ งานฝีมือหรือเครื่องประดับ ไม่เพียงแต่มีรูปร่างที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าผลงานศิลปะมันยังดูสวยงามอีกด้วย
สุดยอดอุปกรณ์ที่ใกล้เคียงกับคำว่าสมบูรณ์แบบที่สุด!
ไม่เพียงแค่นั้น ค่าความทนทานแทบจะไม่ลดเลย

ด้วยซ้ำ เหมาะสำหรับนักดาบเป็นอย่างยิ่ง ไม่มีไอ

เทมชิ้นไหนที่จะดีไปกว่านี้อีกแล้ว
ชั้นที่ 2 ครามอนอยม์ตัวโตเต็มวัยปรากฏตัวขึ้น
แต่ดูๆแล้ว ตัวมันใหญ่ขึ้นแค่นิดหน่อย พลังโจมตีของพวกมันดูไม่ต่างกันมากนัก มอนสเตอร์ที่ไม่มีการพัฒนา โตแต่ตัว!
ยกเว้นก็แต่ว่า พิษที่มันพ่นออกมานั้น มีจำนวนมากขึ้น; สำหรับปาร์ตี้ที่ไม่มีพรีสอยู่ด้วยแล้วนั้น มันจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากงานที่ยากลำบาก
 “เหี้_”
เฮอเกลถูกปกคลุมไปด้วยน้ำลายที่ทำให้เกิดอาการ

ชา เขาได้แต่อารมณ์เสียในขณะที่ต่อสู้แล้วถูก

ของเหลวสีเหลืองๆพ่นใส่เค้า

ในเมื่อนักดาบเบลล่านั้นอ่อนแอเกินไป ถ้าเธอถูก

ทำให้ชาโดยพวกครามอนอยม์ตัวโตเต็มวัยแล้วล่ะก็ เธอจะตายภายในระยะเวลาอันแสนสั้น

ในเมื่อสมาชิกในปาร์ตี้ของเขาไม่ได้สนใจเรื่องความสัมพันธ์ในสายอาชีพ มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้เฮอเกลจึงต้องรับบทเป็นตัวแท้งค์(Tanker= ตัวชน คอยรับความเสียหายในทีม พูดง่ายๆ คือ คอยรับตีนนี่เอง)
 “เชี้ยเอ๊ย ทำไมมันออกมาเยอะจังวะ

ชุดเกราะและโล่ของเฮอเกลถูกปกคลุมไปด้วย

น้ำลาย แน่นอนล่ะอุปกรณ์สวมใส่ของเขาก็ต้อง

เปื้อนไปด้วย ไม่เพียงแค่นั้น มันยังส่งกลิ่นอันน่า

สะอิดสะเอียนชวนอ้วกออกมาไม่หยุด เคราะห์ดีที่

เครื่องประดับของเขานั้นมีความสามารถทางเวทย์

มนต์ที่โดดเด่นมาพร้อมกับความสามารถในการต้าน

พิษ จึงทำให้เขาสามารถเคลื่อนไหวร่างกายไปมา

ได้ แต่ถ้าหากเป็นคนอื่นแล้วล่ะก็ พวกเขาอาจจะสูญเสียความสามารถในการต่อสู้
 “ระดมยิง!”
ลูกธนูถูกยิงออกมาราวกับสายฝน และการโจมตี

อื่นๆก็ตามมา การโจมตีที่สามารถใช้ได้ตราบใดที่มา

นาเพียงพอ จอมโจมไนด์หลอกล่อครามานอยใน

ขณะที่เขาก้าวเดินแบบมีสเต็ปและชั้นเชิง ถ้าไม่ใช่

เพราะการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและสุดยอดของ

อาชีพสายโจร ที่คอยดึงความสนใจของพวกมัน 

พวกครามานอยคงจะเข้าโจมตีใส่สมาชิกคนอื่นๆใน

ปาร์ตี้ไปเรียบร้อยแล้ว
แม้กระทั่งเฮอเกลเอง ยังถูกล้อมรอบไปด้วยครามอ

นอยม์ตัวโตเต็มวัย จนเขาไม่มีที่ให้วิ่งหนี
 “เวรเอ๊ย ฉันไม่ได้อยากใช้ทักษะขั้นสูงในที่แบบนี้เลย…”
เฮอเกลเหลือบมองไปที่สมาชิกคนอื่นๆในปาร์ตี้

อย่างรวดเร็ว จากนั้นเก็บดาบยาวที่เขาใช้อยู่เข้าไป

ในฝัก

 และเอากระบองที่ดูเทอะทะออกมา

โดยทั่วไปแล้ว กระบองเป็นอาวุธที่มีพลังโจมตี

อันน่าเหลือเชื่อ ถึงแม้ว่านักดาบมีความเชี่ยวชาญ

การใช้ดาบเป็นธรรมดาอยู่แล้ว พวกเขายังสามารถ

เรียนรู้ทักษะของอาวุธประเภทหอกและอาวุธทุบตี

 ทื่อๆ(ไร้คม) ในเวลาเดียวกันได้ด้วย นั่นก็เพราะ

พลังป้องกันของชุดเกราะที่พวกนักดาบใช้ในการ

ต่อสู้นั้นน่าประทับใจเลยทีเดียว 

มันจึงมีประสิทธิภาพมากในการใช้หอกที่มีปลาย

แหลมหรืออาวุธทุบ
กระบองฉีกสะบั้น(Rupture’s Mace)!
มันเป็นอาวุธที่มีมูลค่าถึง 680,000 วอน (ประมาณ 20,000 บาท) ในตลาดที่แลกเปลี่ยนกันด้วยเงินสด
ส่วนความสามารถพิเศษ มันสามารถกระจาย

คลื่นที่รุนแรง ไม่เพียงแค่นั้นหากการโจมตีของมัน

ถูกป้องกันไว้ด้วยโล่แล้วล่ะก็ มันจะระเบิดพลัง

ทำลายที่สามารถเจาะทะลุผ่านเข้าไปถึงข้างใน

ชุดเกราะ มันจึงสามารถทำให้คนลอยไปไกลๆได้ด้วยพละกำลังเพียงอย่างเดียว
ต้องยอมรับว่ามันค่อนข้างลำบากเวลาถือมันเพราะ

มันทั้งสั้นและหนักมาก แต่มันก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดเมื่อ

ต้องสู้กับมอนสเตอร์ที่มีเลือดเยอะและไม่ตายง่ายๆ

ด้วย
 “ไฮย๊า!”
ในเมื่อเขาเปลี่ยนอาวุธแล้ว ขณะที่เขายกมันขึ้นมา

 ออร่าที่ดูแข็งแกร่งพวยพุ่งออกมาจากตัวของ

เฮอเกล บางทีมันอาจจะเป็นลักษณะเฉพาะของ

กระบองเองก็เป็นได้ แต่จิตวิญญาณการต่อสู้ของ

ขาเพิ่มขึ้นและทำให้พวกมอนเตอร์นั้นเกิดอาการหวาดกลัวขึ้นมา
เฮอเกลไม่พลาดที่จะใช้โอการนี้ในการชิงความได้

เปรียบจากการเคลื่อนไหวที่ดูแข็งทื่อของพวก

ครามานอย
 “คลื่นพสุธา(Earth Wave)!”
ด้วยพละกำลังอันแข็งแกร่ง เฮอเกลใช้กระบองทุบ

ลงไปที่พื้น ทำให้พื้นที่แถวนั้นสั่นสะเทือนไปหมด
ร่างกายของพวกครามอนอยม์ที่อยู่ในรัศมี 7 เมตร กลายเป็นแสงสีเทาเนื่องจากคลื่นกระแทก
สกิล AOE ที่ถูกใช้โดยนักดาบเลเวลมากกว่า 300 พลังทำลายล้างอันมหาศาล! (AOE=area of effect=สกิล/ท่า/ทักษะที่ส่งผลเป็นบริเวณกว้าง)
 “ชั่วพริบตาจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้!”
เฮอเกล ผู้ที่ทำลายวงล้อมของพวกครามานอย 

ตอนนี้เขากำลังไล่ฆ่าพวกมันอย่างบ้าคลั่งราวกับว่า

พวกมันเป็นแค่ฝูงแกะที่รอโดนเชือด
แม้ว่าเขาได้รับความช่วยเหลือจากสมาชิกคนอื่นๆในกลุ่มก็ตาม เขาก็ยังคงเป็นผู้นำที่ฆ่าพวกมอนสเตอร์ได้เยอะที่สุด
แต่ดูเหมือนว่าเฮอเกลยังคงไม่พอใจ
 “แย่ชะมัด ถ้าความชำนาญทักษะคลื่นพสุธาสูงกว่านี้อีกนิดนึงนะ ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว อย่างน้อยครึ่งนึงของพวกมันก็ไม่สามารถต่อสู้ได้อีก…”
แม้ว่าจะขาดความชำนาญของทักษะ 

มันก็เพียงพอที่จะตราตรึงเบลล่า หรือ รูมิ
 “นักดาบเลเวล 300 แข็งแกร่งแน่นอน
 “ฉันเคยเห็นพวกนั้นผ่านรายกายถ่ายทอดสดตลอด แต่ฉันไม่เคยเห็นกับตาตัวเองเลยสักครั้ง แต่ก็นะ อย่างที่พวกเขาพูดกันว่า พวกนั้นเหมือนเกิดมาเพื่อต่อสู้พวกเขาช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ
พลังโจมตีของนักดาบกลายเป็นจุดสนใจที่ทำให้

ทุกคนต่างอึ้งไปตามๆกัน
หลังจากที่พวกเขาพักเบรกสั้นๆเสร็จแล้ว พวกเขาก็มุ่งหน้าไปที่ชั้น 3 ต่อทันที
 “ฮ่า ฮ่า ถ้าครามานอยแก่โพล่ออกมาให้เห็นนะ นี่จะกลายเป็นดันเจี้ยนที่ดีมากแน่ๆ
เฮอเกลนำทีมด้วยความมั่นใจ
อย่างไรก็ตาม เมื่อเริ่มจากชั้น 3 เป็นต้นไป มันไม่ได้เป็นไปตามที่พวกเขาคาดหวังไว้ โคตรเขาวงกตขวางทางอยู่ตรงหน้าพวกเขา และมันยังมีกับดักนับไม่ถ้วยรอคอยพวกเขาอยู่
บางอย่างที่ล่อตาล่อใจราวกับลูกธนูพุ่งออกมาจากกำแพง! พวกเขาเหยียบลงบนพื้นและเท้าของพวกเขาก็จมลงทันที และยังมีการซุ่มโจมตีจากพวกงูพิษอีกด้วย จอมโจมไนด์ปลดกับดักและจัดการงูพวกนั้น แต่พวกเขาเสียเวลาไปค่อนข้างมาก
และจากนั้น เพียงชั่วอึดใจเดียว ขณะที่พวกเขากำลังคืบหน้าอยู่นั้น!
*ครืน!*
หินยักษ์ขนาดมหึมากลิ้งไปหาพวกเขา 

ตามทางเดินที่พวกเขาเพิ่งเดินผ่านมา

มันครอบคลุมเต็มพื้นที่ทางเดิน 

หินยักษ์ยังคงกลิ้งต่อไปด้วยความเร็วสูงสุด 

ไม่มีอะไรที่สามารถขวางทางของมันได้เลย

 “วิ่ง!”

เมื่อทั้งปาร์ตี้มองเห็นหินยักษ์ขนาดมหึมาที่กำลังกลิ้ง

ตามหลังพวกเขา พวกเขาวิ่งหนีสุดชีวิตเพื่อเอาตัว

รอดจากดันเจี้ยนแห่งนี้
 “พวกเราไม่รู้ว่าทางข้างหน้ามีอะไรซ่อนอยู่รึเปล่า!”
 “ก็ดีกว่าถูกหินทับตายล่ะน่า
 “ทางเดินมันแคบลงเรื่อยๆ!”
*ครืน!*
ทางเดินค่อยๆแคบลง แคบลง ทำให้หินยักษ์ติดอยู่ระหว่างกำแพง กำแพงดูเหมือนว่าจะถูกทำลายได้ง่ายๆ แต่แล้วหินขนาดยักษ์ก็กลิ้งมาตลอดทาง ในที่สุดมันก็หยุดอยู่ตรงนี้..
 “เฮ้อ โล่งอกซะที
 “พวกเราปลอดภัยรึยัง?”
มันมีเวลาไม่มากนักที่พวกเขาจะแสดงความดีใจอยู่

แบบนี้ 

จอมโจรไนด์รับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ได้จากประสบการณ์ แม้กระทั่งหายนะอันยิ่งใหญ่มาเยือนพวกเขาได้ทุกเมื่อ

ไนด์รีบเปิดปากพูดทันที
 “เฮ้ พวกเรา
 “หืม?”
 “มีข่าวร้ายอยู่สามอย่างข่าวร้ายมากและข่าวร้ายที่น้อยที่สุด และข่าวที่โชคร้ายที่สุด
เซลเซียยิ้ม หลังจากที่ออกล่าซ้ำๆกันอยู่ทุกวัน 

ซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกเบื่อ การได้สัมผัสประสบการณ์

การสำรวจในดันเจี้ยนแบบนี้ มันทำให้เธอรู้สึกตื่น

เต้น
 “บอกข่าวร้ายที่น้อยที่สุดมาก่อน
 “โอเค ทางที่อยู่ข้างหลังพวกเรา ตอนนี้มันถูกปิดตาย และข่าวร้ายจริงๆก็คือว่า ตอนนี้ ตรงนี้ ที่ๆพวกเรายืนอยู่ มีกับดักอะไรบ้าง พวกเราเองก็ยังไม่รู้
 “นายพูดว่ากับดักงั้นเหรอ?”
 “เมื่อกี้นี้ ฉันลองใช้ทักษะค้นหากับดักของฉันดูแล้วพบว่ามันมีกับดักอยู่เต็มไปหมด ทางที่ดีพวกเราควรจะอยู่เฉยๆดีกว่า
 “ปลดกับดักไม่ได้เลยเหรอ?”
 “ช่าย ทางเดินทั้งหมดในนี้ มีเครื่องหมายกับดักอยู่สถานที่นี้บอกได้เลยว่าไม่ใช่เส้นทางธรรมดาๆแน่ แต่ละทางยังเชื่อมต่อกันแยกออกไปอีก มองๆดูแล้ว ดูเหมืนว่าพวกเราจะเลือกเส้นทางผิดตั้งแต่ตอนที่หินมันกลิ้งมาหาพวกเราแล้วล่ะ
“...”
สีหน้าของรูมิดูซีดไปทั้งตัว แต่เธอก็ยังไม่ยอมแพ้ เธอถามอย่างมีความหวัง แล้วข่าวที่ร้ายที่สุดล่ะ? นี่ยังไม่เลวร้ายพออีกเหรอ?”
 “ใช่ ตอนนี้มีคนกำลังมาหาพวกเรา มีเพียงคนเดียวที่สามารถช่วยพวกเราได้คือพี่วีด
“...”
เหล่าสมาชิกในปาร์ตี้ที่จมดิ่งสู่ความสิ้นหวัง, หมดแล้วซึ่งหนทาง, อยู่สภาวะที่มัวหมอง, และเศร้าสลด หดหู่ใจอย่างหาที่เปรียบมิได้!
พวกเขารับรู้ได้ถึงสิ่งที่ไนด์หมายถึง ผ่านโทนเสียงที่

ค่อยๆลดลงและหายไป
 ‘จบสิ้นแล้วทีนี้
ดูเหมือนว่าการมาสำรวจดันเจี้ยนที่เป็นการบ้านใน

ครั้งนี้ ทำให้พวกเขาต้องกลับไปพร้อมกับ

ความล้มเหลว คะแนนที่ได้จากการค้นพบดันเจี้ยนที่ยังไม่มีการสำรวจมาก่อนคงจะมีคะแนนสูงน่าดู แต่ถ้าพวกเขาทั้งหมดตายระหว่างทาง มันจะกลายมาเป็นความล้มเหลวในที่สุด
การบ้านครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่าเศร้าอยู่แล้ว แต่กับการที่พวกเขาต้องสูญเสียเลเวลหรือทักษะความชำนาญจากการตาย มันเป็นอะไรที่ทำให้อารมณ์เสียสุดๆ(อาการหัวร้อนนั่นเอง 555)
ตอนนั้นเองเฮอเกลลุกขึ้นเดิน หลังจากที่นั่งพักอยู่

เงียบๆ ความเหนื่อยล้าของเขาก็ฟื้นคืนกลับมา
 “พวกนายทำอะไรกันเนี่ย จะนั่งรอความตายอยู่อย่างนี้น่ะเหรอ?”
 “เฮอเกล! มันอันตรายนะ
 “พวกเรามีทางเลือกไม่มากนักหรอกนะ พวกเราต้องก้าวต่อไป มันก็แค่ดันเจี้ยนที่มีแต่พวกมอนสเตอร์กระจอกๆแบบครามานอยออกมาเท่านั้นถึงแม้ว่าพวกนายจะบอกว่ามันอันตรายก็เถอะ มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนักหรอก
คำพูดของเฮอเกลดูเหมือนว่าจะโน้มน้าวใจแบบ

แปลกๆ


ถ้าพวกเขายังอยู่อย่างนี้ พวกเขาก็ยังเดินต่อไปข้างหน้าได้ 

แต่ถ้าพวกเขาจะต้องตายแล้วล่ะก็ มันก็ดีกว่ารอ

ความตายอยู่เฉยๆ

แม้ว่ามันจะเป็นท่าทางของพวกนักดาบก็ตาม มันมี

บางอย่างเกิดขึ้นก่อนที่เขาจะก้าวเดินออกไปได้ไม่กี่ก้าว
 “เฮอเกล!”
 “อะไร?”
เฮอเกลไม่ได้หันกลับไปดูและยังเดินไปข้างหน้าต่อไป
สมาชิกในปาร์ตี้สามารถมองเห็นพวกแมงมุมเกาะอยู่บนหลังและไหล่ของเฮอเกล พวกมันคือแมงมุมที่มีขนาดเท่ากำปั้น ไต่ยั้วเยี้ยอยู่บนกำแพง,บนพื้น,และบนเพดานอยู่เต็มไปหมด เพราะชุดเกราะที่เขาใส่อยู่นั้น ทำให้เขาไม่รู้สึกว่ามีอะไรเกิดขึ้นอยู่
 “อืม ตอนนี้นายกำลังตกอยู่ในอันตราย
 “มันคืออะไร
 “บนชุดเกราะของนาย….”
 “มันมีอะไรเหรอ?”
ในช่วงที่เฮอเกลหันหลังกลับไปดู พวกแมงมุมได้พ่น

ใยใส่เฮอเกลเรียบร้อยแล้วและตอนนี้ใยแมงมุมพวก

นั้นกำลังมัดตัวเขาอย่างแน่นหนา

ทั้งตัวของเฮอเกลถูกมัดด้วยใยแมงมุม จนเขาไม่

สามารถแกว่งอาวุธไปมาได้
สิ่งที่เรียกว่า การผนึกอากาศ! (ไม่ให้อากาศเข้าไปได้นั่นเอง)
ทุกครั้งที่เขาดิ้นหรือขยับตัวไปมา พยายามที่จะหนี

 ใยแมงมุมพวกนั้นก็ไม่ขาด หนำซ้ำยิ่งรัดแน่นมาก

ขึ้นไปอีก
อ้า!”
เสียงร้องออกมาจากปากของเฮอเกล เลือดของเขา

ลดลงไม่เยอะเพราะเขาใส่ชุดเกราะอย่างดี แต่ไม่ว่า

เขาจะมีพละกำลังมากแค่ไหนก็ตาม เขาก็ไม่

สามารถขยับได้แม้แต่นิ้วเดียวภายใต้ใยแมงมุมพวกนั้น
สมาชิกคนอื่นๆในปาร์ตี้ก็เหมือนกัน พวกเขาถูกใยแมงมมุมมัดไว้จากทั้งข้างบนเพดาน, กำแพง, พื้น, และข้างหลังพวกเขา

ทางเดินทั้งหมดในนี้ เต็มไปด้วยฝูงแมงมุมหลายร้อย

ตัว ไม่มีแม้กระทั่งทางเดินหรือสถานที่ให้หนีหรือ

หลบซ่อนได้เลย

ถึงแม้ว่าลูกธนูแหลมๆของเรนเจอร์สามารถเข้าถึง

พวกแมงมุมได้ก็ตาม มันก็ช่วยอะไรไม่ได้มากนัก 

และแม้กระทั่งมีดของจอมโจรไนด์เอง ก็ยังตัดใย

แมงมุมได้แค่เส้นบางๆ สองสามเส้นเท่านั้น
ครุ้งงงง!.”
วิญญาณปีศาจที่มีรูปร่างคล้ายแมงมุมยักษ์ 

ปรากฏตัวออกมาจากกำแพงทางเดิน

ราชินีแมงมุมเอลฟิ่น

วิญญาณปีศาจระดับบอสกำลังมองดูสมาชิกในปาร์ตี้

ที่กำลังจะตาย อย่างสบายใจ
 “โอ้ ไม่นะ พวกเราจะมาตายแบบนี้ จริงๆน่ะเหรอ
 “มันก็ยังเป็นการสำรวจที่สนุกอยู่ดี
ยังดีที่พวกเขาสามารถสนทนา คุยกันได้ เนื่องจาก

ปากของพวกเขา ไม่ได้ถูกใยแมงมุมมัดเอาไว้
* * *
วีดยังคงร่อนเร่พเนจรอยู่ในป่าที่มีแต่ต้นไม้เหี่ยวเฉา

และกำลังมองหาทางเข้าดันเจี้ยน

ความมืดปกคลุมไปทั่วทั้งผืนป่า ทำให้บรรยากาศ

โดยรอบชวนหลอนจนขนหัวลุก
 “ไอ้ทางเข้า ห่าเหวนั่น มันอยู่ไหนวะเนี่ย
ถ้าเขาเป็นโจรหรือนักผจญภัย เขาสามารถตามพวก

นั้นไปได้ ด้วยการมองรอยเท้าของสมาชิกในปาร์ตี้

เพียงแค่แปปเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่

เพราะว่าวีดไม่มีทักษะสะกดรอยตาม แต่เพราะเขา

กำลังบินไปมาด้วยปีกแห่งแสง ซึ่งตอนนี้เขาอยู่

ท่ามกลางป่าที่เต็มไปด้วยต้นไม้ที่เหี่ยวเฉา เขายิ่ง

ดิ้นรนมากกว่าเดิม
*ฮังงง ฮังงง.*
เขาได้ยินเสียงหายใจหอบๆจากบางสิ่งบางอย่างที่

มีชีวิต 

บางสิ่งบางอย่างที่อาศัยอยู่แถวนี้ และเสียงพวก

แมลงที่อยู่รอบๆก็เงียบสงัดและหายไป
ป่าที่แห้งแล้งและไร้ซึ่งชีวิตชีวา!
มีบางอย่างกำลังตกลงมาและพุ่งเข้าหาวีดจากต้นไม้
 “--, ผู้-บุก-รุก!”
พวกโกร์ลเรอร์!
มอนสเตอร์ถือขวานพุ่งเข้ามาหาวีด

ฝูงมอนสเตอร์นับร้อยตัว มันคือฝูงโกร์ลเรอร์ที่กำลัง

พุ่งเข้ามาโจมตี

แทนที่จะวิ่งหนี วีดกลับชักดาบออกมา
 “ค่าประสบการณ์และไอเทมพวกนี้! มาเร็วๆสิฟะ!”
มันเป็นการต้อนรับการปรากฏตัวของพวกมอนส

เตอร์ที่วีดโหยหา เพราะเขาไม่ได้ล่ามาสักพักแล้ว
 “จงออกมาเดธไนท์!”
ท่ามกลางควันที่พวยพุ่งออกมา ปรากฏให้เห็นเดธไนท์แวนฮอร์ค
 “นายท่าน!”
แวนฮอร์ครับรู้ได้ทันทีที่เห็นวีด แม้ว่าเขามีรูปร่าง

คล้ายคนแคระก็ตาม แวนฮอร์คเคยเห็นวีดที่
แปลงร่างเป็นออร์คมาก่อน เขาจึงไม่แปลกใจเลยสักนิด พวกเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ฝึกและต่อสู้ด้วยกันมาประมาณหนึ่งหรือสองวันแล้ว หรืออาจจะมากกว่านั้น
 “พวกมันคือศัตรู จัดการพวกมันซะ
 “ขอรับ นายท่าน!”
แวนฮอร์คหันกลับไปและเหวี่ยงดาบของเขา พื้นดิน

เกิดรอยแยกและทำให้พวกโกร์ลเรอร์ถูกผลัก

กระเด็นและตกลงไป

เมื่อแวนฮอร์คกำลังต่อสู้อยู่กับกลุ่มของโกร์ลเรอร์ที่

ป่าเถื่อน พวกมันที่เหลืออ้อมและเล็งไปที่วีด ซึ่งเป็น

เป้าหมายของพวกมัน
 “เคล็ดมีดแกะสลักแสงจันทร์
จากภายในป่าที่มีต้นไม้เหี่ยวเฉา เกิดเป็นลำแสง

กระจายไปทั่ว เมื่อวีดวิ่งไปข้างหน้า

เขาวิ่งผ่านต้นไม้ด้วยความเร็วสูงสุด

ต้นไม้ที่เหี่ยวเฉากลายมาเป็นสิ่งกีดขวาง ทำให้

โอกาสที่พวกโกร์ลเรอร์ไล่ล่าตามหลังเขา โอกาสใน

การโจมตีจึงถูกจำกัด
 “ผู้บุกรก!”
 “ข้าจะกัดกินและเคี้ยวเจ้าทั้งเป็น
โกร์ลเรอร์ 2 ตัว กระโดดไปข้างหน้าเพื่อขวางทางวีด
แรงเหวี่ยงขวานที่เต็มไปด้วยพลังอันรุนแรง! มันเป็นการกระทำที่ประมาทมาก หากปะทะกับพวกโกร์ลเรอร์ซึ่งๆหน้า
 “เจ็ดย่างก้าวสวรรค์เร้น!”
ร่างกายของวีดปรากฏภาพซ้อนในขณะที่เคลื่อนไหวอย่างงดงาม
ทักษะที่ไม่สนใจกฎของความเฉื่อย! ทักษะที่สามารถเคลื่อนย้ายไปทิศทางอื่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
เมื่อเขาก้าวหนึ่งก้าว ตัวของเขาหันหลังกลับไป ก้าวต่อมา เขาเคลื่อนที่ไปทางขวา หลังจากที่หลบการโจมตีของโกร์ลเรอร์ได้สมบูรณ์แบบ เขาเหวี่ยงดาบฟันศัตรูทันที
ระยะเวลาผ่านไปค่อนข้างนาน หลังจากที่วีดเริ่มสู้ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด
*พ๊าว พ๊าว พ๊าว!*
ไล่ฟันอย่างบ้าคลั่ง ไล่ตามพวกโกร์ลเรอร์!
เมื่อเขาจัดการโกร์ลเรอร์ไปได้ 2 ตัว แวนฮอร์คจัดการศัตรูไปได้แล้วอย่างน้อย 5 ตัว แวนฮอร์คยืนอยู่กับที่และฟันพวกโกร์ลเรอร์ที่พุ่งเข้ามาหาเขาเหมือนแมงเม่าบินเข้ากองไฟ
 “เจ็ดย่างก้าวสวรรค์เร้น!”
วีดใช้สกิลไม่ยั้ง ทักษะที่รวดเร็วใช้เปิดการโจมตีใส่พวกโกร์ลเรอร์  ทักษะที่เป็นประโยชน์แม้กระทั่งในตอนที่วีดกำลังเก็บไอเทมไปด้วย ในเมื่อมานาและค่าความเหนื่อยล้าของเขาไม่เหมือนใคร จึงไม่มีความลังเลในการใช้สกิลเลยแม้แต่น้อย
ในตอนนั้นเอง มีข้อความกระซิบมาจากรูมิ
- พี่วีดคะ
- หืม มีอะไรเหรอ?
เสียงที่ใจเย็นแม้จะล่าอย่างบ้าคลั่งและมัวแต่เก็บไอเทม!
มันผิดกฎหมายหากคุยโทรศัพท์ในขณะที่กำลังขับ

รถอยู่ นั่นเพราะว่ามันจะหันเหความสนใจและเพิ่ม

โอกาสการเกิดอุบัติเหตุ
ในรอยัล โร้ดก็เช่นกัน การกระซิบในขณะที่กำลัง

ต่อสู้อยู่นั้น อันตรายมาก คนส่วนใหญ่รู้ที่จะต้อง

ควบคุมตัวของพวกเขาเอง

แต่กับวีดแล้ว สมาธิของวีดนั้นสูงจนน่าสะพรึงกลัว
 ‘ค่าประสบการณ์, ทักษะความชำนาญ, ไอเทม!’

เขามัวแต่สนใจสามอย่างนี้แม้กระทั่งถ้ามีเหตุการณ์

ไม่คาดฝัน หรือไม่ว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก็ตาม

 เขาจะไม่สั่นไหวเลยแม้แต่น้อย
- รุ่นพี่เข้ามาในดันเจี้ยนรึยังคะ?
- ไม่ ยังไม่ได้เข้าไปเลย
- อย่าเข้ามานะคะ พวกเราติดกับดัก ตอนนี้พวกเราทั้งหมดได้แต่รอความตายเท่านั้น
- ...
- รุ่นพี่ไม่ควรเข้ามาข้างและตายอย่างสูญเปล่า ดังนั้นอยู่แต่ในเมืองและพักผ่อนนะคะ
*สกิ๊ด!*
วีดหยุดชะงักไปชั่วขณะ

จากนั้น เขาสังเกตไปรอบๆป่าที่มีต้นไม้เหี่ยวเฉา

 พร้อมกับสายตาที่ดูมืดมน

มีบางช่วง ที่แวนฮอร์คทำตามและหยุด
 ‘นายท่านจะทำเรื่องร้ายๆอะไรอีกละเนี่ย ด้วยท่าทางแบบนั้น ต้องมีอะไรแน่ๆ
ตั้งแต่ที่แวนฮอร์คได้ติดตามวีด เมื่อตอนช่วงเริ่มต้น

แรกๆ ตอนที่วีดยังอยู่ในขั้นพวกมือใหม่และกว่าจะ

ก้าวข้ามออกมาได้นั้น แวนฮอร์ครู้จักวีดเป็นอย่างดี

 ในเมื่อขณะที่กำลังล่าอยู่นั้น ไม่มีอะไรที่จะสามารถ

ทำให้เขาลังเลหรือสั่นไหวได้เลยแม้แต่น้อย

ความที่ว่าวีดหยุดลงและมีท่าทางแบบนั้น มันจะเป็น

อะไรไปไม่ได้นอกจากความน่าสะพรึงกลังที่

แวนฮอร์ครับรู้ได้
พวกโกร์ลเรอร์ที่ตอนนี้สูญเสียความมั่นใจและกำลังใจที่จะต่อสู้ มองดูวีดด้วยสายตาที่หวาดกลัว

ถ้าแวนฮอร์คมีพลังโจมตีที่รุนแรงแล้วล่ะก็ วีดแทบ

จะอยู่คนละระดับเลยทีเดียว การเคลื่อนไหวที่ไม่

สามารถตามทันได้เลย

คล่องแคล่ว ว่องไว ปราดเปรียวและรวดเร็ว 

การเคลื่อนไหวราวกับปีศาจ ทำให้พวกมันหมด

หนทาง จนทำอะไรไม่ถูก

ผู้เล่นต้องสัมผัสประสบการณ์และกระบวนการการ

ต่อสู้ในรอยัล โร้ดด้วยตัวเอง เพราะว่านั่น นอกจาก

จะมีเลเวลและทักษะที่เหมือนกันหรือเท่ากันแล้ว

 ช่องว่างในระดับการต่อสู้นั้นต่างกันอย่างมหาศาล

ตัวละครที่เรียนรู้ทักษะการใช้ดาบขั้นสูงที่ควบคุม

โดยเด็กน้อย กับตัวละครที่ควบคุมโดยนักดาบตัว

จริงนั้น มันเป็นอะไรที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว

ในเมื่อวีดใช้สกิลได้ถูกจังหวะและเวลา มันเป็นไปไม่

ได้เลยที่เขาจะพลาดการโจมตีแม้แต่เพียงปลายเล็บ

สมาธิที่เขาแสดงให้เห็นในการต่อสู้ ทักษะที่เขาใช้

 ในขณะที่เขาควบคุมทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว ทำให้
เกิดความรู้สึกที่น่าทึ่ง จนยากที่จะเชื่อได้

ไม่เพียงแต่ผู้เล่นธรรมดาๆเท่านั้นที่ตกใจไปกับการ

เคลื่อนไหวร่างกายอันยอดเยี่ยม แต่กับพวก

มอนสเตอร์ก็เช่นกัน มันทำให้พวกมันรู้สึกหวาดกลัว

และสะเทือนขวัญ จนสั่นสะท้าน

ด้วยค่าสถานะความเป็นผู้นำและค่าเสน่ห์ของเขา

 ส่งผลมากขึ้น โดยเฉพาะกับพวกมอนสเตอร์ที่

ขาดแคลนสติปัญญา ยิ่งทำให้พวกตกอยู่ในความ

หวาดกลัวอย่างง่ายดาย

แล้วจู่ๆ วีดก็หยุดท่ามกลางการต่อสู้
 “พวกแกโชคดีนะ มีบางอย่างเร่งด่วนเกิดขึ้น ดูเหมือนว่าข้าต้องไปแล้วล่ะ
พวกโกร์ลเรอร์ถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก
หรือว่ามีอะไรบางอย่างที่สนุกกว่าอย่างนั้นหรือ!
แต่วีดยังพูดไม่เสร็จ
 แวนฮอร์ค
 “ขอรับ นายท่าน
 “อย่าปล่อยให้พวกมันหนีไปได้ ฆ่าพวกมันให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่ตัวเดียว อ่อ อย่าลืมเก็บไอเทมด้วยล่ะ
 “ตกลงครับ นายท่าน

วีดไม่ใช่คนที่จะปล่อยพวกมอนสเตอร์ไปง่ายๆ

หลังจากที่สั่งให้แวนฮอร์คเป็นคนจัดการ 

เขามุ่งหน้าสำรวจหาทางเข้าดันเจี้ยนอีกครั้ง


ช่างโชคดีที่เขาเจอทางเข้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตรงที่ๆ

เขาตอสู้กับพวกโกร์ลเรอร์

วีดเดินเข้าไปข้างในอย่างไม่ลังเล
จบตอน

11 ความคิดเห็น:

  1. ด้วยจากนิสัยของวีดแล้ว มีความเป็นไปได้ไม่กี่อย่าง
    1. คิดว่าต้องไปช่วยไม่งั้น คะแนนการบ้าน ชั่วแน่นอน
    2. คงคิดว่า มีกับดัก มีสมบัติ ละมั้ง

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. รึอาจไปรูทของปาตี(คงไม่ขนาดนั้น)

      ลบ
  2. ขอบคุณมากครับ
    ได้เวลาโชว์ตัว โชว์สกิล โชว์ๆๆๆ
    ให้เพื่อนร่วมห้องเห็นสักที (หรือเปล่า 555+)

    ตอบลบ
  3. ขอบคุณมากครับ กดเข้าวันละหลายรอบเลย

    ตอบลบ
  4. เหยดดด มันมาก ขอบคุณที่ช่วยแปลให้อ่านครับ

    ตอบลบ
  5. พระเอก มา ช้า เพราะมัวแต่ขายไอเทม สงสารเพื่อนในปาตี้แฮะ จิงๆคือมารวมกันเพื่อนส่งการบ้าน รีบทำรีบเสด รีบแยกดีกว่านะวีด ปล่อยให้น้องๆรอไม่ดีเลย

    ตอบลบ
  6. ขนาดตัวเองไม่ว่าง ยังใช้ลูกน้องทำต่อ = =
    ขอบคุณครับ

    ตอบลบ