วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2560

เล่ม 16 ตอนที่ 8 ผู้บัญชาการสนามรบ แปลโดย koyocopilot และ แอดชิน เพจ เราอ่านนิยายแปล

เล่ม 16 ตอนที่ 8 ผู้บัญชาการสนามรบ แปลโดย koyocopilot และ แอดชิน เพจ เราอ่านนิยายแปล


วีด, กลุ่มนักรบคนเถื่อน , ฟินิกซ์ และ ปิงหลง พักเบรก
แผนเดิมคือการหาเหยื่อให้ได้ค่าอุทิศมากกว่านี้และปล้นซะ

อย่างไรก็ตาม, ค่าความอดทนของเผ่าเวชัค(Vejague) และ เผ่าซัลมีร์(Salmere) ลดลงแล้ว และเผ่าเลกิเย (Lekiye) ก็อ่อนกำลังลงเนื่องจากหมดแรงใจ ดังนั้นการหยุดพักจึงมิอาจเลี่ยงได้

วีดถือผ้าพันแผลพร้อมวิ่งไปรอบๆเผ่าเวชัค
 “ปฐมบยาบาล!
มือของวีดช่วยทุกคนอย่างแข็งขัน ด้วยการพันแผลอย่างแน่นหนา

นี้ไม่ใช่เพราะวีดเป็นนักบุญผู้โอบอ้อมอารี หากแต่เป็นเพราะเป้าหมายของวีดคือการให้พวกเขาเหล่านั้นเข้าสู่สนามรบอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม, สมุนไพรที่ใช้สำหับการรักษาของเขา กำลังจะหมดในไม่ช้า

นักรบเผ่าเวชัคนั้นตัวใหญ่เท่าภูเขา และพวกเขามีบาดแผลใหญ่ๆมากมาย, ดังนั้นมันจึงไม่สามารถช่วยได้.

 “เจ้าเหลือง, พวกเราไม่มีสมุนไพรแล้ว. ถุยน้ำลายออกมาสักหน่อย!”
น้ำลายของวัวสามารถนำมาใช้แทนสมุนไพรได้.
หลังจากรักษาบรรดาเหล่ากองทหารหาร พวกเขาก็เริ่มออกเดินอีกครั้ง
การต่อสู้ของ บัลข่าน อิมูกิ และเฟย์หลอด ดำเนินมาถึงรอบสุดท้าย

- คิยาาาาาาโโโโโโอ!

 “ฉันจะข้าพวกแก แล้วเปลี่ยนให้กลายเป็นอันเดท

 “ข้าจะไม่ยอมแพ้พวกที่ทำให้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของเอ็มบินยูต้องแปดเปื้อน”

พวกเขากำลังต่อสู้อยู่กับศัตรูที่พวกเขาเกลียดชังมาก
เสื้อคลุมของบัลข่านฉีกขาด, เผยให้เห็นโครงกระดูกของเขา
 เขาคือมอนสเตอร์ระดับสูง ผู้ที่ปกคลุมทั่วทั้งทวีปด้วยเลือดและซากศพ!

อย่างไรก็ตาม, กำลังของเขาก็ถึงขีดจำกัดด้วยเพราะดาบศักดิ์สิทธิ์ที่ปักอยู่ที่หน้าอกของเขา, และเพราะ การพิพากษาแห่งความตาย, มันเป็นไปไม่ได้สำหรับเขา ที่จะเติมเลือดและมานา.

อาจกล่าวได้ว่าชีวิตของเขาถึงจุดจบแล้ว.
 “เจ้าอันเดทชั่ว! กลับหลุมของเจ้าไปซะ. เทิร์นอันเดท!” (Turn Undead)
เวทมนต์ชำระล้างอันเดท!

เวทย์เทิร์นอันเดทของพรีสแห่งวิหารเอ็มบินยูล้อกเป้าไปที่บัลข่าน.
 “ยังหรอก...ยังมีสิ่งที่ข้าต้องทำก่อนออกไปจากที่นี้. ยังมีสิ่งมีชีวิตหลงเหลืออยู่อีกมากมาย”

บัลข่าน จักพรรดิ์ของเหล่าอันเดท.
เขาพยายามที่จะกำจัดวิหารเอ็มบินยู ในขณะบัญชาการเหล่าอันเดท, แต่ทว่า วิหารเอ็มบินยูกลับยืนหยัดได้จนถึงวินาทีสุดท้าย, ฉะนั้นมันจึงมิใช่เรื่องง่าย.

นอกจากนั้น, อิมูกิ ได้พ่นเวทมนต์ออกมา ซึ่งทำความเสียหายต่อกองทัพอันเดทเป็นอย่างมาก

ในที่สุด, ร่างกายของบัลข่านก็เริ่มมีปัญหาเกิดขึ้น.

แสงสว่างพวยพุ่งออกมาจากดาบศักดิ์สิทธิ์ที่ปักอยู่บนหน้าอกของเขา

แคร๊กกกก!

รอยแตกขนาดใหญ่เกิดขึ้นบนกะโหลกศีรษะของเขา, ไม่นานออร่าแห่งความตายได้ล้อมรอบร่างกายของเขา กระทั่งเบาบางและจางหายไป

 “คำสาปของดาบเล่มนี้คือ.......”

ดาบศักดิ์สิทธิ์ขัดขวางการดูดกลืนมานาของบัลข่าน

ร่างกายของบัลข่านถูกห่อหุ้มไปด้วยแสงกระจ่างใสราวกับแสงอาทิตย์

 “นี้...มันไม่ควรเป็นอย่างนี้. ในวันที่ข้าล้างคำสาปจากดาบเล่มนี้ได้ วันนั้นจะเป็นวันล้างแค้นของข้า.”

หลังจากฝากคำพูดไว้ด้วยความเกลียดชัง, ทั้ง ลิช บัลข่าน และดาบศักศิทธิ์ก็สลายไปโดยมิเหลืออะไรไว้เลย.

บัลข่านนั้นไม่ได้ถูกฆ่าตาย, แต่ ถูกยกเลิกการอันเชิญ! (unsummoned)

ลิช บัลข่าน ได้กลับคืนสู่ ไลฟ์ฟอซเวสเซ่ล (Life Force Vessel เรือแห่งชีวิต) สถานที่ ที่ชีวิตของเขาถูกผนึก เพราะเขาไม่มีมานาพอที่จะสร้างร่างกายขึ้นมาใหม่
เห็นได้ชัดว่าพวกอันเดทอ่อนแอลงหลังจากบัลข่ายหายไป.

 “คนูนูนูอีลล?

พวกซอมบี้ลืมที่จะเผชิญหน้ากับศัตรู และอยู่ในความสับสน.
ส่วนพวกโครงกระดูกทั้งหลาย ก็กลับไปรวมกันที่กองกระดูก
กลิ่นอายแห่งความตายของ ดูมไนท์ ก็อ่อนแรงลง, ดังนั้นพวกมันจึงตกลงคล้ายก้อนหินจากเวทแห่งการชำระล้าง ของเหล่านักบวชแห่งวิหารเอ็มบินยู

ผีกระโดด และ กองทัพอันเดทนับไม่ถ้วน เริ่มซวนเซ.

 “บัลข่านไม่น่าหนีไปเลยวีดจุ๊ปากอย่างเสียใจ

บัลข่าน, ผู้นำของกองทัพอมตะ, ช่างแข็งแกร่งจริงๆ
บัลข่านแสดงให้พวกวีดเห็นพลังอันน่าทึ่ง, มันแสดงให้เห็นว่า อันเดทสมควรถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของทวีปเวอร์เซล ให้อยู่ในระดับเดียวกับเขา

การที่จะจัดการกับกองทัพอันเดดของบัลข่านได้นั้น ต้องมีคำสั่งประกาศตามล่าหรือมีอีเวนท์พิเศษเกิดขึ้น ดังนั้นสำหรับกิลส่วนใหญ่, บัลข่านคือศัตรูตัวฉกาจที่ไม่อาจวางใจได้ !

 “ความสามารถในการความคุมอันเดทของเขาโดดเด่นและสุดยอดกว่าลิชไชร์

เขาสร้างอันเดทระดับต่ำ, ให้พวกมันสู้, และเพิ่มความสามารถให้พวกมัน.

ถ้าไม่มีการพิพากษาแห่งความตาย และพันธะแห่งดาบศักดิ์สิทธิ์ที่เสียบอกเขาอยู่,
เขาคงสามารถยึดป้อมปราการวิหารเอ็มบินยูได้ด้วยตัวคนเดียว

โอกาสในการล่าบัลข่านช่างดูเลือนรางและห่างไกลซะเหลือเกิน.

วีดอาจจะเอาชัยชนะได้ ถึงแม้ว่าเขาจะต้องเสียสละเหล่าคนเถื่อนทั้งหมดก็ตาม
ดังนั้นมันจึงน่าเสียดายที่บัลข่านหนีไป.
ตั้งแต่บัลข่านจากไป, สถานการณ์ของ อิมูกิ ดูจะไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไหร่.
ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล, มันไม่สามารถบินได้ เนื่องจากปีกของมันฉีกขาด,
เห็นดังนั้น อันเดทและอัศวินแห่งความมืด จึงตวัดดาบของพวกเขา ฟาดฟันไปที่มัน.
ด้วยการเคลื่อนไหวของมันถูกจำกัด, ทำให้กระทั่งสงครามที่ขับเคี่ยวกันระหว่าง อันเดทและอัศวินแห่งความมืด เกิดขึ้นบนหลังของอิมูกิ

อันที่จริง มันเป็นเรื่องยากที่สถานการณ์ของวิหารเอ็มบินยูจะแย่ไปกว่าที่เป็นอยู่นี้

ไม่ได้มีแค่นักบวชหลายสิบคนที่จากไปแล้ว, หากกระทั่งอัศวินแห่งความมืดไม่น้อยกว่า 100 นาย ก็จากไปเพื่อสกัดกั้นกองทัพอันเดท!

ต้องขอบคุณไฮพรีสเฟย์ลอร์ดที่ปลดปล่อยพลังแห่งพระเจ้า และผลักดันกองทัพอันเดทให้กลับไป

บัลข่าน, หายไปและทอดทิ้งกองทัพอันเดท.

อิมูกิจอมเจ้าเล่ห์, ถนอมพลังของมัน เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอด

เหล่าวิหารเอ็มบินยู, ก็พยายามไล่ผู้รุกรานให้ออกไป.

นี้คือที่ที่วีด พาเหล่านักรับคนเถื่อน และพวกประติมากรรมประทานชีพมา.

ผู้นำทีม! (Ringleader!)

 “เจ้านั้นคือมนุษย์ชั้นต่ำที่อัญเชิญจอมมารบัลข่านมาที่นี้ใช่มั้ย?”

 “ความผิดทั้งหมดเป็นของเจ้า ที่พาพวกมอนสเตอร์มาที่นี่!

ตัวแทนของอันเดท เป็นหนึ่งใน ดูมไนท์.
วีด โดนด่าอย่างรุนแรงจากทั้งสามกลุ่ม.
อย่างไรก็ตาม, วีดยักไหล่ของเขา แล้วพูดอย่างดื้อรั้นว่า
 “มันเป็นเรื่องธรรมดา ที่คนดัง มักจะถูกสังสัย ”

ความรู้สึกที่ไร้เหตุผลของเขา อยู่เหนืออะไรที่จะตำหนิได้!
วีดกล่าวกับอีมูกิ,

 “ถ้าเจ้าแข็งแกร่จริง, เจ้าคงสามารถฆ่าศัตรูน่าเกลีดพวกได้ จริงมั้ย? ”
— ….

ถัดมา, เป็นดูมไนท์

 “ใครบอกให้บัลข่านปรากฏตัวพร้อมกับดาบที่ปักอยู่ตรงอกของเขากันล่ะ?
แม้บัลข่านจะถูกยกเลิกการอัญเชิญ(unsummoned)ไปแล้วเพราะความอ่อนแอก็ตาม.”

จากนั้น แฟย์หลอดก็ :

 “ข้านี้คือศัตรูเก่าแก่ของเจ้า. แล้วเจ้าไปขุ่นแค้นใคร แล้วยังจะไปจับเขาอีก ? ”
ดั้งนั้น มหกรรมการเข้าข้างตัวเองและเห็นแก่ตัวจึงเริ่มขึ้น!

 “ประวัติศาสตร์จดจำเพียงผู้ชนะ. ไม่ได้ใส่ใจกับข้ออ้างของผู้แพ้. ข้าพูดถูกมั้ย, ปิงหลง?

 “คำพูดของนายท่านย่อมถูกเสมอ.”

ปิงหลง, ผู้มีร้อยเล่ห์เพทุบายเช่นเดียวกับวีด!

 “ผู้แข็งแกร่งอาจมิใช่ผู้ชนะ ทว่าผู้ชนะย่อมเป็นผู้แข็งแกร่ง”

 “นายท่านของพวกเราแน่นอนจริงๆ.”

 “โคตรเท่เลย”

วีดดึงการตอบสนองทางบวกจากปิงหลง และฟินิกซ์ โดยนำคำคมจากพระคำภีร์มายกอ้าง

ยังคงมีระยะเวลามากกว่า 10 ชั่วโมงที่ผลของการพิพากษาแห่งความตายจะไม่หายไป

อย่างไรก็ตาม, มันไม่มีอะไรดีเลยหากการต่อสู้ยืดเยื้อนานเกินไป!

ด้วยกองทัพอันเดทของบัลข่านที่เหลืออยู่มีจำนวนนับพัน, นักบวชแห่งวิหารเอ็มบินยู และเฟย์ลอร์ด, แม้กระทั้งอิมูกิ, การสู้รบยังไม่จบ

 “จัดการมันให้หมด!

ทันทีที่วีดประกาศเริ่มต้นการต่อสู้,
ท้องของปิงหลงนูนป่องอย่างเห็นได้ชัด

ลมหายใจเยือกแข็งถูกพ่นออกมา ในขณะที่มันปล่อยลมหายใจออก มันจะต้องจัดการภายในครั้งเดียว!

ลมหายใจสีขาวบริสุทธิ์ถูกยิงออกไปยังที่ที่อิมูกิ และอันเดทรวมกันอยู่.

ขณะที่เหยียบย้ำไปบนพื้น, พวกอันเดทโดนแช่แข็งในทันที

อิมูกิ ป้องกันร่างกายของมัน ด้วยปีกที่ยังเหลืออยู่ข้างหนึ่ง แต่พวกอันเดทไม่สามารถต้านทานได้ และกลายเป็นก้อนน้ำแข็ง.

พวกอันเดทที่อยู่นอกรัศมีของลมหายใจ พลันพุ่งเข้าใส่.

 “ขวางพวกมันซะ!

นักรบเผ่าเวชัค ออกไปตั้งแนวป้องกัน, เหวี่ยงขวานและค้อนของพวกเขา.

พวกเขาจัดการขยี้พวกโครงกระดูกและฆ่าพวกซอมบี้

มหาเวทย์ดาร์ครูล (The Dark Rule magic ศาสตร์มืด) ถูกยกเลิกพร้อมกับบัลข่านที่ถูกยกเลิกการอัญเชิญ(unsummoned) , ดังนั้นกองทัพอันเดทจึงไม่สามารถฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้อีก.

 “อัญเชิญเดทไนท์, แวนฮอค!

ท้ายที่สุด, เดทไนท์ปรากฏตัวออกมาพร้อมกับกลุ่มควันลึกลับ.

 “มีศัตรูมากมาย...ให้สู้ที่นี้”

“จงไปสู้ซะ!!

เดทไนท์ขับเคี่ยวการต่อสู้ของเขา ในขณะที่สู้อย่างคู่คี่สูสีกับ ดูมไนท์ 5 ตน.

* * *
จากจุดที่คิงไฮดร้าถูกตัดหัว, นี่เป็นบรรยากาศเฉลิมฉลองที่ KMC Media.

 “ฮูแร่!!!

“เขาทำได้!!!

ในขณะที่เขาดูการถ่ายทอดผ่านทางวีดีโอแบบเรียลไทม์,

ผู้อำนวยการคัง ยินดีเหมือนกับว่าเขาเป็นคนทำมันเอง.

เนื้อหาที่ออกอากาศได้ฉายตอนต่อไป ที่ที่วีดกำลังสร้างประติมากรรมบริเวณแม่น้ำโหยหวน และส่วนที่วีดพาอัศวินผู้พิทักษ์ไปหยุดกับพิธีกรรมของวิหารเอ็มบินยู.

ด้วยการปรากฏตัวของปิงหลง, เรตติ้งของผู้ชมในตอนนี้ ได้ทำลายสถิติเดิมไปกว่า 27.3%.

บอร์ดสนทนาของ Royal Road เต็มไปด้วยคำถามเกี่ยวกับประติมากร.

เนื่องจากการปรากฏตัวของปิงหลง, และเช่นกัน มีกว่า100 คำถาม ที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประติมากรกับเทพสงครามวีด!!!


 “ตอนนี้ สิ่งที่เขาต้องทำมีเพียงอย่างเดียว คือกำจัดพวกที่เหลือให้หมด”

ไฮพรีส(High Priest) เฟย์ลอร์ด เป็นมอนสเตอร์ระดับสูง เขาอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ต้องสนใจอะไรอีกต่อไป!!

นับตั้งแต่กองทัพอันเดท และอิมูกิ ยังคงอยู่ที่นั่น, การสู้รบยังคงไม่มีวี่แววว่าจะสิ้นสุดลง
* * *

วีดยังคงกังวลเกี่ยวกับนักบวชแห่งวิหารเอ็มบินยู

 “เฟย์ลอร์ดไม่สามารถฟื้นตัวได้, แต่มันจะอันตราย ถ้าพวกนักบวชได้ความแข็งแกร่งกลับคืนมา!

การพิพากษาแห่งความตาย  มีผลแค่กับไฮพรีส(High Priest)เฟย์ลอร์ดเท่านั้น.
อัศวินแห่งความมืดและพวกนักบวช กลับคืนสู่สถานะปกติ เมื่อเวลาผ่านไป.

 “พวกมันต้องถูกกำราบ.”

เพื่อที่จะบุกวิหารเอ็มบินยู, พวกอันเดทที่กำลังบุกรุกต้องถูกกวาดล้าง

 “เผ่าเวชัค, ขึ้นหน้า!!! เผ่าซัลมีร์, ตั้งแนวรบตรงกลาง!!! เผ่าเลกิเย คอยสนับสนุนด้านหลัง!!!!

ถัดจากเสียงสกิลราชสีห์คำรามของวีด, เหล่านักรบคนเถื่อนแปรขบวนทัพอย่างรวดเร็ว.

วีดชักนำทั้งสามชนเผ่าให้ร่วมมือกัน และใช้พวกเขาในการต่อสู้.

มันไม่ดีสำหรับชนเผ่าพันธมิตรที่จะใช้แผนปิดล้อมโจมตีป้อมปราการ และปล่อยให้เหล่าพันธมิตรได้รับความเสียหายอย่างหนัก

เพราะพวกเขาไม่มีทั้งนักบวช และเคลริค(Clerics), ชนเผ่าพันธมิตรก็ใช้แค่เพียงการรักษาขั้นพื้นฐานด้วยไอเท็มเติมเลือดประเภทกินเท่านั้น.

อย่างไรก็ตาม, บริเวณที่ดินแถวนั้นแตกระแหงกระจัดกระจายจากการอาละวาดทำลายของอิมูกิ และคิงไฮดร้า เหมือนตอนนี้, ทั้งสามเผ่าได้กลายเป็นพันธมิตรซึ่งมันได้ผลที่น่าพอใจที่สุด.

 “โจมตีด้วยเวทมนต์และธนู, โจมตี!!!

ธนูของเผ่าซัลมีร์ และเวทมนต์โจมตีของเผ่าเลกิเยได้เผาผลาญเหล่าอันเดท.

เมื่อรูปขบวนของเหล่าอันเดทกระจัดกระจาย, เผ่าเวชัคก็เข้าประชิดแบบเป็นขั้นเป็นตอน(step by step).

เหล่าอันเดทวิ่งไปอย่างไร้ความหวาดกลัว, แต่พวกมันถูกสกัดกั้นอย่างแน่นหนาประหนึ่งว่าโดนกำแพงเหล็กกั้นไว้.

วีดเพ่งมองตรวจสอบสนามรบทั้งหมด้วยสายตาอันเฉียบแหลม

 “ยึดพื้นที่สูงให้ได้ก่อน. เผ่าซัลมีร์, ระดมยิงธนูเพลิงไปที่สันเขาทางด้านขวาของพวกคุณ!!!

หลังจากการโจมตีด้วยธนูอย่างต่อเนื่อง, เผ่าเวชัคก็ยึดพื้นที่ได้สำเร็จ.

พวกเขายึดพื้นที่ที่พวกเขาได้เปรียบ และสร้างแนวป้องกันของพวกเขาสำหรับล่าพวกอันเดท.

 “หน่วย เซอร์พิค นำหน้า,ถอยกลับไป 20 ก้าว!!!!

ยิ่งไปกว่าการกดดันพวกอันเดทมากขึ้น, วีดได้ทำให้พวกนักรบคนเถื่อนทั้งหมดเป็นเหมือนกับฟันเฟือง.

 “เผ่าเวชัค, ถอยกลับ และเผ่าซัลมีร์, ขึ้นหน้า. ระดมยิง!!!!!! เผ่าซัลมีร์, เคลื่อนไปทางขวา, และเผ่าเลกิเย, โจมตีด้วยเวทมนต์. เมื่อการโจมตีด้วยเวทมนต์หมดลง, เผ่าเวชัค, เข้าประชิดทันที!!!!!

วีดออกคำสั่งรุกถอยอย่างไหลลื่น, ประหนึ่งกองทัพทั้งหมดได้ถูกสร้างให้เป็นองค์กรที่มีชีวิต.

ทุกหน่วยต่างกระจายอยู่รอบๆ ในขณะที่พวกเขากำลังปรับตัวให้เข้ากับพื้นที่,
อย่างรวดเร็ว พื้นที่สูงได้ถูกยึดครอง.

มันเป็นเทคนิคฟันเฟืองที่ต้องมีความอดทนและความสามารถในการเคลื่อนไหวระดับสูง.

กองทัพอันเดท, สูญเสียผู้บัญชาการของพวกมัน, กลับโดนฆ่าอย่างสยดสยองโดยการระดมโจมตีด้วยธนูและเวทมนต์, เช่นเดียวกันกับการโจมตีด้วยขวานของเผ่าเวชัค.

แม้ว่ามันจะเป็นแค่เทคนิคพื้นฐานเพื่อลดจำนวนการเสียสละให้มากเท่าที่จะเป็นไปได้, กระนั้นผลลัพธ์ที่ได้กลับทำให้รู้ถึงความลับของมัน, และพลังทำลายล้างอันน่าสะอิดสะเอียน.

หากว่าพวกอันเดทมีความรู้สึก, พวกมันคงจะถูกบีบให้อยูในความหวาดกลัว และได้รับความเสียหายมากขึ้น

 “พวกเราชนะได้”

 “พวกเราจะต้องชนะ!!!!!!
ขวัญกำลังใจของกองกำลังนักรบคนเถื่อนโดยการชักนำของวีด พุ่งถึงขีดสุด.

 “ฟินิกซ์และปิงหลง, โจมตีทางปีกซ้าย!!!(left flank)

ในที่ที่พวกอันเดทรวมตัวกัน, ปิงหลงและฟินิกซ์โจมตีศัตรูให้กระเจิง ด้วยความกระตือรือร้น.

พวกมันแบ่งหน้าที่กันเพื่อให้มั่นใจว่าพวกอันเดทจะไขว้เขว.

การจากไปของบัลข่าน ทำให้พวกอันเดทสูญเสียผู้นำ, และพวกมันก็จนมุมโดยไร้ซึ่งความหวัง.

ในขณะนั้น, เหล่านักรบคนเถื่อนที่ถูกวีดเพิ่มขวัญกำลังใจ ได้กลายเป็นหน่วยประจันบานระดับสูง(the highest caliber).

 “กองทหาร, จัดทัพ!!!!

เหล่านักรบคนเถื่อนมีระดับสติปัญญาต่ำ, แต่ความสามารถในการเรียนรู้เรื่องทหารของพวกเขาค่อนข้างอยู่ในระดับสูง.

พวกเขาพบว่างานนี้ต้องทำให้เร็วกว่าพวกทหารปรกติ และต้องบรรลุภารกิจด้วย.

วีดแบ่งทหารของเขาเป็นสามหน่วยฟันเฟือง และให้สู้กับพวกอันเดท
(ผู้แปล:3 cogwheels – สามหน่วยฟันเฟือง(ล้อเฟือง) -- น่าจะประมาณสามระบบกองย่อย///ผมใส่คำว่าหน่วยให้เข้าใจง่ายนะครับ ต้นฉบับมิมี)

ในทั้งสามหน่วยฟันเฟืองนั้น แต่ละคนสร้างช่องว่างในพื้นที่ตรงข้ามของแก่กันและกัน, และเมื่ออันเดทตกเข้าสู่กับดักในช่องว่างพวกนั้น, พวกเขาก็ขยี้มัน.

“คิโยยยยย!!!!!!!!!!!

“ดูมไนท์,ขึ้นหน้า!!!!!

ด้วยการที่ดูมไนท์มาเป็นกำลังให้พวกเขา, พวกอันเดทรุกคืบเข้ามา.

หน่วยเวชัค, เข้าใกล้ที่หมายภายใต้การรุกหน้า พร้อมกับการยิงธนูปล่อยเวทย์มนต์อย่างแข็งขัน, ตอนนี้ได้ล่าถอยไกลออกไปจากด้านหลัง.

กับดักภายใต้ความชั่วร้ายของหน่วยฟันเฟือง, ทัพหน้าและข้างของกองทัพอันเดทได้รับความทรมานจากการโจมตีที่รุนแรง และกองกำลังของพวกมันก็หมดลง.

นักรบเผ่าเวชัคหลีกเร้นจากการสู้รบในแนวหน้า เพื่อสงวนค่าความอดทน(stamina) ของพวกเขาไว้.
เมื่อพวกเขาเห็นช่องโหว่ในกองทัพอันเดท, พวกเขาก็มีโอกาสที่จะเก็บเกี่ยวเกียรติยศสำหรับความกล้าหาญของพวกเขา.

เป็นกลยุทธ์ที่เพิ่มความได้เปรียบให้มากที่สุดด้วยการรักษาระยะห่าง, ภูมิประเทศ,ระดับความสามารถของการโจมตีของอาวุธ,และการกระจายการป้องกันของศัตรู!

กลุ่มอันเดทสูญสิ้นในทันที.

 “ทางสะดวกแล้ว!!!! ลุยเลยยยยย!!!!!

วีดวิ่งผ่านพวกอันเดทพร้อมกับเจ้าเหลือง.

จุดหมายคือไฮพรีสเฟย์ลอร์ด!!!!!

ปิงหลงและพวกฟินิกซ์คอยคุ้มกันวีดอยู่ด้านบน,และชนเผ่าเวชัค 400นาย ได้ยกเลิกรูปแบบขบวนทัพแบบฟันเฟือง เปลี่ยนมาเป็นรูปแบบสตอมมิ่งปาร์ตี้. (storming party)

แบ่งกันเป็นกลุ่มเล็กๆ, กลุ่มอันเดทก็ไม่อาจเป็นภัยคุกคามได้อีกต่อไป.

อย่าไรก็ตาม, ระหว่างที่พวกเขาสู้อยู่กับพวกอันเดท, พวกนักบวชก็ได้ฟื้นฟูเป็นอย่างมาก.

วีดไม่สามารถทำอะไรได้ ได้แต่กระสับกระส่าย.

 ‘ไม่มีอัศวินแห่งความมืดเหลือเลย

มีอัศวินแห่งความมืดเหลืออยู่น้อยเกินไป สำหรับจะให้พวกนักบวชใช้ทักษะเฉพาะอย่างอวยพร หรือรักษา (blessing or healing).

วีดคำนวณว่าเขาจะให้เผ่าเวชัคจัดการกับพวกนักบวช

อัศวินแห่งความมืดถูกหมายหัวไว้เรียบร้อย

 “เผ่าซัลมีร์, ธนู โจมตี!!!!!!!!!
“เผ่าเลคีเย, สนับสนุนพวกเขาด้วย!!!!!!!!!
วีดจัดราชสีห์คำรามไปเป็นชุดอย่างรวดเร็ว.

ธนูเพลิงของเผ่าซัลมีร์เป็นประดุจห่าฝนเหนือพื้นที่ที่อัศวินแห่งความมืดป้องกันอยู่.

คำสาปของเผ่าเลคียี(The Lekiye Tribe’s charms) และเวทย์ไฟถูกปล่อยใส่นักบวชของวิหารเอ็มบินยู, ขณะที่เผ่าเวชัคเข้าประจัญบานกับป้อมปราการ ปะทะเข้ากับการป้องกันที่อัศวินแห่งความมืดสร้างขึ้น!!!!!!!!!

ด้วยบัพการอวรพรและสวมใส่ชุดเกราะและอาวุธชั้นดี, อัศวินแห่งความมืดจึงทรงพลังมาก.
อย่างไรก็ตาม, เผ่าเวชัคได้กวัดแกว่งขวานสั้นของพวกเขา และยกมันขึ้นมาท้าทาย.

นั่งอยู่บนเจ้าเหลือง, วีดบุกผ่านอัศวินแห่งความมืด และพุ่งไปข้างหน้า.

เขาวางแผนที่จะผ่านไปแบบง่ายๆ, แม้ว่าเผ่าเวชัคจะต้องรับดาเมจบางส่วนก็ตาม.

มุ่งหน้าไปยังที่ที่ไฮพรีสเฟย์ลอร์ดอยู่!!!!!

เฟย์ลอร์ดพุงพลุ้ยกำลังร่ายเวทย์มนต์ศักดิ์สิทธิ์.

 “โอ้, พระเจ้าแห่งเอ็มบินยูผู้ปกครองทั่วทั้งผืนโลก, เราขออุทิศตนเพื่อท่าน. เพื่อนำมาซึ่งอำนาจแห่งการลงโทษผู้ที่ทำให้ผืนดินแห่งนี้ของท่าน ต้องแปดเปื้อน”

เวทย์บูชายัญขั้นสูงสุดของเฟย์ลอร์ด!!!!!

-ไฮพรีสเฟย์ลอร์ดแห่งวิหารเอ็มบินยูได้อุทิศร่างกายของเขา.
รอยแยกได้ปรากฏเหนือรูปปั้นเทพเจ้าเอ็มบินยู.

วีดมองขึ้นไปและเห็นว่ารูปปั้นเทพเจ้าเอ็มบินยูกลางป้อมปราการกำลังถล่มลงมา

รูปปั้นเทพเจ้าสิบสองกรแตกกระจายเป็นหลายพันชิ้น และร่วงตกลงมา.
วีดและเจ้าเหลือง, กระทั่งพวกอันเดท, เผ่าเวชัค และเผ่าซัลมีร์, ต่างอยู่ภายในระยะการโจมตีนั้น.

เนื่องจากไม่มีที่ให้หนี เศษชิ้นส่วนของรูปปั้นที่ตกลงมา. กระทั่งเศษโลหะได้ปลดปล่อยกลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายออกมา.

เมื่อพิจารณาจากขนาดและน้ำหนักของรูปปั้นหลายร้อยเมตรแล้ว, มันถือว่าเป็นภัยพิบัติขนาดใหญ่เลยทีเดียว.

"ไม่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!" วีดร้องออกมา

มันเป็นบ้าอะไรกัน ทำไมชนเผ่าพันธมิตรที่มีค่าของเขา ต้องมารับความเสียหายที่รุนแรงแบบนี้ด้วย!!

ถึงแม้ถ้าวีดจะต้องตาย, เขาก็จะคืนชีพด้วยพลังแห่งการปฏิเสธความตาย, แต่กลับต้องมาเหลือชนเผ่าพันธมิตรอยู่เพียงไม่กี่ร้อยคน

มันเป็นเหล็กเสริมแรงขนาดใหญ่, เหล่าชิ้นส่วนที่กระจายดิ่งลงมาน่ากลัวมาก.
ราวกับว่าท้องฟ้ากำลังถล่มลงมา, การหาที่หลบเป็นไปได้ยาก, แม้แค่สภาพอากาศ เจ้าเหลืองวัวเกาหลี ก็จะตายเอาแล้ว.
ความเสียหายร้ายแรงจะเป็นบทลงโทษ เมื่อพวกเขาประมาทตอนทำเควสใกล้สำเร็จ
 “เคล็ดมีดแกะสลัก.”
วีดกางปีกแห่งแสง และออกบินไปสู่ท้องฟ้า.

ดาบปีศาจ(The Daemon Sword)ที่เขาถืออยู่ ส่องแสงสว่าง.

เขาไม่วิตกว่า เขาจะประสบความสำเร็จหรือไม่, แต่เขาตั้งใจจะกำจัดปัดเป่าเศษส่วนที่แตกกระจาย ด้วยดาบของเขา

เพื่อหาวิธีช่วยเจ้าเหลือง, เขาจะพยายามจนกว่าเขาจะตาย.

เมื่อตอนนั้นเอง, บางอย่างที่ร้อนระอุ พุ่งเข้ามาใกล้
 “เจ้านาย, พวกเราจะพยายามขวางมันไว้ให้เอง”
พี่น้องฟินิกซ์ทั้งห้าบินและห่อปีกกว้างรอบเศษชิ้นส่วนที่ตกลงมาของรูปปั้น.

*ตู้มมมมมมม!*

เศษชิ้นส่วนขนาดใหญ่หลายเมตร ระเบิดลงมาที่หัว, ลำตัว, และปีก ของพวกฟินิกซ์.

 (แรงระเบิด)เปี่ยมไปด้วยพลังเชิงลบของวิหารเอ็มบินยู, เศษรูปปั้นจัดการโหมพัดอย่างบ้าคลั่งระเบิดเหล่าฟินิกซ์จนตาย!

ในรัศมีวงกว้างที่เหล่าฟินิกซ์ขัดขวางเอาไว้ เศษซากชิ้นใหม่จำนวนมาก ต่างตกลงมา.

ฟินิกซ์ 5 ได้รับความเสียหาย 3,859 ดาเมจ เกิดความเสียหายต่อพลังชีวิตของตน ได้รับการฟื้นฟูพลังชีวิต 759 หน่วย ต้องขอบคุณอิทธิพลของฟินิกซ์ตัวอื่น ๆ.
ฟินิกซ์ 5 ได้รับความเสียหาย 10,112 ดาเมจ เกิดความเสียหายต่อพลังชีวิตของตน ได้รับการฟื้นฟูพลังชีวิต 1,029 หน่วย ขอบคุณอิทธิพลของฟินิกซ์ตัวอื่น ๆ.
ฟินิกซ์ 5 ได้รับความเสียหาย 7,326 ดาเมจ เกิดความเสียหายต่อพลังชีวิตของตน ได้รับการฟื้นฟูพลังชีวิต 817 หน่วย ขอบคุณอิทธิพลของฟินิกซ์ตัวอื่น ๆ.

 “เจ้านาย, ขอโทษที่ข้าไม่สามารถปกป้องเจ้านายจนถึงที่สุด . . . . . . .”
จากการระเบิดที่รุนแรงของพลังแห่งเทพเจ้า, พลังชีวิตของฟินิกซ์ 5 หายไปอย่างสมบูรณ์.

ฟินิกซ์ตัวแรกถูกกำจัด.

แม้ว่าคุณสมบัติแห่งไฟของเหล่าฟินิกซ์ จะมีพลังชีวิตสูงและฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว, พวกมันก็ถูกทำลายอย่างช่วยไม่ได้โดยการประกอบกันของ แรงทางกายภาพและความเกร่งของชิ้นส่วนเทพเจ้า.

ฟินิกซ์ 4 ได้รับความเสียหาย 2,905 ดาเมจ เกิดความเสียหายต่อพลังชีวิตของตน ได้รับการฟื้นฟูพลังชีวิต 315 หน่วย ขอบคุณอิทธิพลของฟินิกซ์ตัวอื่น ๆ.


ฟินิกซ์ 4 ก็ถูกฆ่าตายโดยเศษชิ้นส่วนเช่นกัน.

ฟีนิกซ์ที่ 3 และ 2 ก็ไม่สามารถทนแรงระเบิดจากเศษชิ้นส่วนจำนวนมากได้ และตายไปเช่นกัน.

ต่อหน้าต่อตาวีด  ฟีนิกซ์ 4 ตัวตายไปในขณะที่พยายามสะกัดกั้นเศษชิ้นส่วน.

พวกมันไม่สามารถเรียกว่า 5 พี่น้องฟีนิกซ์ได้อีกต่อไป.

"ฟีนิกซ์ของฉัน!!!!!!!!!!!" วีดคร่ำครวญอย่างขมขื่นในขณะที่เขาล้มลงกับพื้น.

มีฟีนิกซ์เพียงหนึ่งตัวที่ยังมีชีวิตรอด, และกว่าครึ่งหนึ่งของชนเผ่าพันธมิตรถูกทำลายโดย เศษซากชิ้นส่วนที่ไม่มีใครสามารถหยุดได้.

หาก ปิงหลง ไม่ได้คุ้มครองพวกเขาด้วยปีกของมัน, พวกเขาคงได้รับความเสียหายมากยิ่งขึ้น.

พลังชีวิตของปิหลงลดลงไปถึง2ใน3.

ในที่อื่นๆ, อัศวินแห่งความมืดของวิหารเอ็มบินยู, นักบวช, และทหาร ล้วนถูกทำลายโดยเศษซากชิ้นส่วน.

กราาาาาาววววรรรรร!!!!  ข้าจะลงทัณฑ์เจ้า.

ฝ่ายอิมูกิก็เขย่าตัวของมันที่เหลือหนึ่งปีก, เพิ่มความรุนแรงให้พายุที่พัดกวาดเศษชิ้นส่วน
เหล่านักรบคนเถื่อนทนไม่ได้และร่วงลงสู่พื้นดิน.
ไม่ได้มีศัตรูมากมายอีกต่อไป.
ด้วยการที่บัลข่าน, ราชาไฮดรา และ เฟย์ลอร์ด จากไปแล้ว,  อีมูกิ ต้องการทำให้โลกกลายเป็นของเขา!

เจ้ากล้าดียังไงถึงอัญเชิญข้าออกมา? ข้าจะฆ่าพวกเจ้าทั้งหมด และจะเกิดใหม่เป็นมังกรที่แท้จริง.

อิมูกิดำคำรามอย่างรุนแรง.

พลังอำนาจอันรุนแรงของดราก้อนเฟียร์ กวาดผ่านป้อมปราการเอ็มบินยู, ที่ที่การต่อสู้อันรุนแรงได้เกิดขึ้น.
มันมีผลต่อวีด, เจ้าเหลือง, ปิงหลง , และพวกนักรบคนเถื่อน, ที่สูญเสียกำลังใจในการต่อสู้จากความเสียหายและความทุกข์ทรมานที่เหล่าสหายแลพี่น้องของพวกเขาได้รับ

 “อัคค, ข้าสู้ต่อไปไม่ไหวแล้ว.”

“พวกเราไม่สามารถโจมตีเจ้ามังกรนั่นได้. บางอย่างเลวร้ายกำลังจะเกิดขึ้น ”

“มันมากเกินไปที่จะเริ่มต้นการต่อสู้ตั้งแต่ตอนแรกแล้ว”

พวกนักรบคนเถื่อนตกอยู่ในอาหารตื่นตระหนก

ความสามารถทางกายภาพถูกจำกัด เนื่องจากติดสถานะดราก้อนเฟียร์
มีโอกาส 5% ที่จะเป็นอัมพาต(paralysis)เนื่องจากปัญญา(Wisdom)ไม่เพียงพอ, ทักษะจะถูกจำกัด  77 %

เพราะผลกระทบจากดราก้อนเฟียร์ ทำให้จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของวีด ได้รับความเสียหาย คงไม่ต้องบอกว่าพวกนักรบคนเถื่อนจะเป็นยังไง

ถึงแม้เราจะดึงพวกนักรบคนเถื่อนให้มารวมกันด้วยราชสีห์คำราม มันก็คงช่วยอะไรไม่ได้มากเท่าไหร่ ถ้าไม่ใช่เผ่าซัลเมียร์

เจ้าอิมูกินั้นมากประสบการณ์ราวกับทหารผ่านศึก ที่มีชีวิตรอดจากการต่อสู้อันโหดร้าย

มันสามารถขยับตัวไปยังหอคอยถัดไปจากอีกหอคอยนึงได้อย่างง่ายดาย ด้วยการขยับปีกที่มันมีอยู่เพียง 1 ข้าง

เผ่าเวเจจจึงไม่สามารถไล่ตามมันได้ และพวกเขาต้องล้มลมเพราะหมดแรง

สำหรับมังกรแล้ว เรียกได้ว่าเป็นผู้ช่ำชองการใช้เวทย์มนต์ แม้กระทั่งเวทย์โจมตีก็มิอาจทำอันตรายแก่มันได้เลย เว้นเสียแต่ว่าเวทย์โจมตีพวกนั้นจะเป็นเวทย์มนต์ระดับสูง

 มันเป็นมังกรปลอมๆ แต่มันก็ยังคงเป็นมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่วีดเคยเผชิญหน้ามา

บัลข่านแข็งแกร่งอย่างเห็นได้ชัด แต่หากสู้กัน ด้วยพละกำลังเพียงอย่างเดียว ไม่มีใครที่จะเหนือไปกว่า อิมูกิดำ

แต่มันก็มีโอกาสไม่มากนัก ที่จะได้ใช้ชนเผ่าแห่งพันธมิตรในการต่อสู้

วีดกำลังจะใช้ราชีสีห์คำราม

ในตอนนั้นเอง ช่วงจังหวะที่เขากำลังจะใช้ราชสีห์คำราม เพื่อบังคับให้ร่างกายเป็นอิสระจากแรงกดดันของดราก้อนเฟียร์

วิ้งงงงงงง!

เปลวไฟสีขาวบริสุทธิ์ ผุดขึ้นมาตรงที่ๆพวกฟินิกซ์ถูกทำลาย

เปลวเพลิงชำระล้าง

ฟินิกซ์ 1 ที่ยังมีชีวิตรอดอยู่  บินไปตรงนั้น

พวกฟินิกซ์ครอบครองคุณสมบัติธาตุไฟไร้ขีดจำกัด

พลังชีวิตของพวกมันเหือดหายเนื่องมาจากพลังแห่งพระเจ้าของวิหารเอมบินยู แต่พวกมันได้ทิ้งเปลวเพลิงชำระล้างเอาไว้

ฟินิกซ์ 1 อ้าจะงอยปากของมันและกลืน เปลวเพลิงบริสุทธิ์ ที่มีคุณสมบัติธาตุไฟไร้ขีดจำกัด

ร่างกายของมันดูสมส่วนมากขึ้นเรื่อยๆ ดูเฉิดฉาย เมื่อยามที่ขนของมันลุกเป็นไฟ โชติช่วงชัชวาล

ราวกับพระอาทิตย์ส่องแสงเรืองรองผ่องอำไพ, ฟินิกซ์ 1 รูปร่างสง่างาม ได้ถือกำเนิดขึ้นมาอีกครั้ง

ฟินิกซ์เติบโตขึ้น
เนื่องจากได้รับแหล่งพลังงานชีวิตจากพี่น้องของมัน, พลังชีวิตของมันเพิ่มขึ้น 2.8 เท่า และมานาของมันเพิ่มขึ้น 2.2 เท่า
เลเวลเพิ่มขึ้น 67 เลเวล
คุณสมบัติธาตุไฟไร้ขีดจำกัด(The Unquenchable Fire attribute)เปลี่ยนไป; เปลี่ยนเป็น พลังอำนาจเหนือเปลวเพลิงทั้งปวง(Power to Dominate Fire)

ฟินิกซ์ร่างกายใหญ่โตดุจดั่งขุนเขา ไหล่กว้างดูแล้วสะโอดสะอง หัวขนาดใหญ่ของมัน ปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์เหมือนกับนกกระเรียน

มันร่อนลงมาสู่พื้นดิน พร้อมกับขนตรงหางที่เปล่งประกายสีแดง

เปลวเพลิงล้อมรอบป้อมปราการเอมบินยูจนกลายเป็นทะเลเพลิง

เมื่อฟินิกซ์หันไปมองป้อมปราการที่กำลังลุกเป็นไฟ

ชั่วพริบตาเดียว เปลวเพลิงก็สงบลงด้วยตัวของมันเอง!

มันแสดงให้เห็นถึงพลังอำนาจเหนือเปลวเพลิงทั้งปวง

ข้าจะฝังมันลงไปในกระดูกของพวกเจ้า ให้ดูรู้ซึ้งถึงความหมายที่แท้จริงของคำว่า ความโกรธแค้น ความกลัว และความสยดสยองที่ริบังอาจมายุ่งกับมังกรอย่างข้า….

คำพูดของอิมูกิดำค่อยๆเล็ดรอดออกมาช้าๆ จนหายไป

พลังอำนาจของฟินิกซ์ที่ได้ถือกำเนิดขึ้นมาอีกครั้ง นั้นไม่ธรรมดา

ปิงหลงและฟินิกซ์

สองขั้วอำนาจที่ตรงข้ามกัน มอนสเตอร์ธาตุไฟและน้ำแข็ง กำลังจ้องมองไปที่มัน

มันคงไม่กลัวถ้าหากว่าร่างกายของมันอยู่ในสภาพปกติ, แต่สภาพของมันในตอนนี้ คงไม่กล่าวเกินจริงนัก ที่จะเรียกว่า มังกรป่วยเข้าขั้นวิกฤติ!

เจ้าอิมูกิดำยังคุยต่อไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากจัดการพวกเจ้าหรอกนะ, แต่ในทวีปเวอร์เซลล์แห่งนี้ สถานที่ๆพวกเราอาศัยอยู่ร่วมกัน, พวกเราต้องมีความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ดูแลช่วยเหลือเกื้อกูลผู้ที่อ่อน เพื่อความสงบสุขของทวีป พวกเรามายุติการต่อสู้ไร้สาระนี่ซะเถอะ ข้ามีบางอย่างเร่งด่วนต้องทำ งั้น ข้ากลับก่อนล่ะ

อิมูกิดำหันหลังกลับ

ดูเหมือนว่ามันจะรีบมาก!

แต่ก่อนที่มันจะก้าวออกไปได้เพียงสองก้าว วีดพูด

เฮ้ย เจ้าน่ะ

อิมูกิดำทำเป็นไม่สนใจเขาและเดินต่อไป

มานี่ มาตรงนี้

อิมูกิดำส่งผ่านคำพูดของมัน โดยไม่หันมามองเลยสักครั้ง

บอกมา ว่าทำไมข้าต้องไปหาเจ้าด้วย?

 “เจ้าจะไปไหน?”

ข้าจะกลับบ้าน

แกกำลังล้อเล่นอยู่ใช่มั้ย กลับมานี่เลย

ข้ามีบางอย่างต้องรีบกลับไปทำ

เจ้าอิมูกิดำไม่ได้ต้องการหันกลับไปเลยจริงๆ แต่ทว่า เมื่อปิงหลงและฟินิกซ์เข้ามาใกล้ มันจึงต้องกลับไปที่เดิม
พูดตามตรงนะ, ไม่ใช่ว่าข้าสู้อย่างเต็มที่แล้วหรอกเหรอ หลังจากที่ถูกเรียกออกมาน่ะ? ข้าฆ่าพวกคนไม่ดีให้เจ้าไปตั้งมากมาย งั้นตอนนี้ ข้าก็ควรจะกลับไปได้แล้ว

อิมูกิดำมีตรรกะความคิดที่สมเหตุสมผล: มันกำลังจะกลับบ้านเนื่องจากมันทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายเสร็จสิ้นแล้ว

คนดีๆจะไม่ทำกับมอนสเตอร์แบบนี้แน่ มอนสเตอร์ที่อุทิศร่างกายของมัน และ ช่วยเหลือพวกเค้าอย่างยากลำบาก

เพราะเจ้าอิมูกิดำมีสติปัญญาที่โดดเด่นมาก, มันจึงคาดการณ์และพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ด้วยความมั่นใจ, แต่แล้ววีดก็ตัดบทพูดของมันอย่างเห็นได้ชัด

การที่เจ้าได้มาที่นี่น่ะ มันง่ายจะตายไป, แต่การที่เจ้าจะจากไป ต้องได้รับอนุญาตจากข้าซะก่อน

นี่มันไม่ยุติธรรมเอาซะเลย

ความยุติธรรมช่างห่างไกลแต่มีดอยู่ใกล้แค่เอื้อม โลกมันก็เป็นแบบนี้แหละ เจ้ามีหัวใจมังกรอยู่สินะ ใช่มั้ย?”

ข้ายังเด็กอยู่เลย ข้าไม่มีของแบบนั้นหรอก

มังกรปลอมๆ แถมยังไม่โตเต็มที่อีกต่างหาก!
เจ้าอาจจะมีมัน ตรงบริเวณหัวใจของเจ้า บางครั้งจะรู้สึกอุ่นๆใช่มั้ย, หรือเจ้าเคยรู้สึกถึงพลังที่ออกมาจากตรงนั้นบ้างมั้ย?”

อึ่ก ไม่เคยเว้ย! ข้ามีความดันโลหิตต่ำ มันจึงลำบากมากเวลาตื่นนอนตอนเช้าทุกครั้ง  บางครั้งข้าก็รู้สึกหายใจติดขัด

เจ้าจะไม่เสียใจเลย ถึงแม้เจ้าจะต้องตายก็ตาม

วีดได้ข้อสรุปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเขาได้ตัดสินใจมาก่อนแล้ว

โอกาสที่จะได้จัดการมอนสเตอร์ระดับบอสนั้นหาได้ยากมาก การที่จะปล่อยให้มันรอดกลับไปง่ายๆ คงไม่ใช่อะไรที่ควรจะต้องถาม

ปิงหลงคงฟื้นพลังได้เยอะแล้ว

เขายื้อเวลาสนทนาเพื่อให้ปิงหลงได้พัก

แววตาของอิมูกิดำเปล่งรังสีอำมหิต
ในฐานะที่เป็นมอนสเตอร์อารมณ์รุนแรงและเกรี้ยวกราด มันมีความสามารถในการสร้างแรงกดดันโดยธรรมชาติอยู่แล้ว และตอนนี้ มันก็อดทนมากพอแล้ว
เหือก! ข้าจะฆ่าพวกเจ้าให้หมด!

เจ้าอิมูกิยกหางของมันขึ้นมาและฟาดไปที่ปิงหลง

 การลอบโจมตีอย่างแม่นยำ แต่ พวกเขาเตรียมพร้อมเอาไว้แล้ว

เคล็ดมีดแกะสลัก!”

วีดพุ่งเข้าไปพร้อมกับดาบของเขา ปิงหลงและฟินิกซ์ตามมาสมทบเช่นกัน

เหล่านักรบคนเถื่อนก็ฟื้นจากสถานะตื่นตระหนก และ เข้าสนับสนุนพวกเขาด้วยเวทย์มนต์และลูกธนู ซึ่งดีกว่าตอนที่ไม่มีพวกเขาเลย

เผ่าซัลเมียร์แสดงพลังและความแหลมคมของลูกธนูให้อิมูกิได้ลิ้มรส

เมื่ออิมูกิพุ่งทะยานขึ้นไปและพลัดตกลงมา, มันชนเข้ากับกำแพงป้อมปราการเอมบินยูและทำลายยอดหอคอย

หลังจากต่อสู้กันอย่างบ้าคลั่งเกือบประมาณ 30 นาที, ปิงหลงขย้ำไปที่ต้นคอของอิมูกิ และฟินิกซ์จิกลงไปกลางลำตัวของมันด้วยจะงอยปาก

พลังชีวิตจำนวนมากของอิมูกิลดลงจนถึงจุดต่ำสุด

ดาบจักรพรรดิ์!”

วีดแทงดาบของเขาเข้าไปที่กลางกระหม่อมของอิมูกิ จุดที่อ่อนแอที่สุด วีดค้นพบมันระหว่างการต่อสู้
นั่นคือจุดๆเดียว ที่แม้กระทั่งเกล็ดแข็งๆของอิมูกิคล้ายกับหนังของมังกร  บริเวณกลางกระหม่อมคือจุดที่เกล็ดของมัน ไม่มีประสิทธิภาพและไร้ผล

อ้ากกกกก

ทันใดนั้น อิมูกิดำ ก็หายไปจากสายตาของพวกเขา

เลเวลเพิ่มขึ้น
เลเวลเพิ่มขึ้น
เลเวลเพิ่มขึ้น
อิมูกิ เฟรย์คิส (The Imoogi Freykis) ได้มีชีวิตอยู่มาอย่างยาวนาน บัดนี้ ได้เข้าสู้ห่วงเวลาแห่งการหลับไหลอันนิจนิรันดร์
สำหรับความสำเร็จที่คาดไม่ถึง ชื่อเสียงเพิ่มขึ้น 760
ค่าสถานะของทุกคนที่มีส่วนร่วมในการต่อสู้เพิ่มขึ้น 3

ผู้แปล: koyocopilot
ผู้แปล:แอดชิน เพจ เราอ่านนิยายแปล
Editor:แอดชิน เพจ เราอ่านนิยายแปล
ที่มา: http://japtem.com/lms-volume-16-chapter-8

ไฟล์: https://drive.google.com/drive/u/0/folders/0B7slWHQIQ6wCM1hicDY3dUw2cXM