วันพุธที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2561

เล่ม 26 ตอนที่ 3 : การตัดสินใจของวีด แปลโดย Smith REX

เล่ม 26 ตอนที่ 3 : การตัดสินใจของวีด แปลโดย Smith REX

ในบรรดาผู้เล่นที่หลบหนีมายังทางเดินใต้ดิน ได้แก่ ฮาลมาน, ,มาร์โก, แกรน และเลวี่ พวกคนเหล่านี้ คือ คนที่เคยข้ามเทือกเขาบาร์คมาด้วยกันกับวีด และเมแพน (Ref: http://www.kingsmanga.net/legendary-moonlight-sculptor-64/)
ทั้งสี่คนเคยพยายามล่อหลอกวีดและเมแพนให้ตกลงไปอยู่ในกับดัก แต่สถานการณ์ก็กลับตาลปัตร กลับกลายเป็นพวกเขาทั้งสี่คนต้องมาตายแทน! ทั้งสี่คนนี้เดินทางข้ามผ่านมายังอาณาจักรโรเซนไฮม์ และยังคงทำกิจกรรมของพวกเขาต่อไปด้วยการปล้นบรรดาพวกนักดาบแบบไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด
ทั้งสี่คนนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิลด์ไอกะ ซึ่งใช้ชีวิตในแบบของอาชญากรและคิดหาวิธีใหม่ ๆ ในการทำชั่ว! พวกเขาเป็นพวกที่สมบูรณ์แบบสำหรับกิลด์ไอกะ ซึ่งนำโดยกิลด์มาสเตอร์ดาเรียส
"ฉันไม่เคยคิดเลยว่ากิลด์แบบนี้จะมีอยู่จริง พวกเขาไม่สนใจอะไรนอกจากค่าชื่อเสียง และพวกเขาเริ่มสงครามกิลด์โดยไม่สนอะไรอีกด้วย "
กิลด์ไอกะนั้นยามเมื่อได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับจุดทำฟาร์มที่ดี พวกเขาจะเรียกสมาชิกในกิลด์ของพวกเขามายึดพื้นที่นี้ด้วยกำลัง พวกเขาเข้ายึดครองดันเจี้ยนที่คนอื่น ๆ ค้นพบโดยเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสูงๆ การทำลักษณะนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทุกวัน และการยึดเอาไอเทมหายากต่างๆมาเป็นของตน
"นี่คือกิลด์ที่พวกเรากำลังมองหาอยู่"
สี่สหายจึงรีบไปหาระดับหัวหน้าผู้ควบคุมกำลังของกิลด์ไอกะ เมื่อเวลาผ่านไปการเติบโตของกิลด์กลับซบเซาลง เนื่องจากการขยายกิลด์ของพวกเขา พวกเขาก่ออาชญากรรมร้ายแรงด้วยการพยายามเข้ายึดครองเมืองที่มีชื่อเสียงในตอนกลางของทวีป และไม่นานก็พบว่าตัวเองถูกรังเกียจจากผู้คน
ผู้ที่อ่อนแอควรก่ออาชญากรรมมากพอที่จะไม่ถูกจับได้ แต่กิลด์ไอกะนั้นกระทำการเกินตัว สมาชิกของกิลด์ไอกะถูกชี้นิ้วสั่งให้ออกจากที่ที่พวกเขาไป ฉะนั้นจึงเป็นธรรมดาที่การเกณฑ์ไพร่พลของพวกเขาจึงแห้งเหือด
กิลด์ได้ล่มสลายลงหลังจากนั้นไม่นานโดยที่ยังไม่อาจบรรลุเป้าหมายในการเป็นหนึ่งในกิลด์ที่ยิ่งใหญ่
กิลด์มาสเตอร์ดาเรียสหนีออกไปจากอาณาจักรโรเซนไฮม์เพื่อไปยังตอนกลางของทวีป เนื่องจากมีผู้คนมากมายที่เกลียดชังเขา
สี่เกลอผู้ชั่วร้ายก็ยังอยากมุ่งหน้าไปยังตอนกลางของทวีป แต่มีพวกที่แค้นใจจำนวนมากเกินไปอยู่ที่นั่น พวกเขาจึงเดินทางไปยังอาณาจักรเบรนท์แทน
ในทวีปเวอร์เซลล์อันกว้างใหญ่ และไร้ขอบเขต มีโอกาสมากมายในการก่ออาชญากรรมได้ทุกที่!
พวกเขาก่ออาชญากรรมที่ราชอาณาจักรเบรนท์ด้วยวิถีทางที่ชั่วร้ายของพวกเขา และในไม่ช้าสถานการณ์ของพวกเขากลับกลายเป็นสิ่งที่ไม่มีใครให้ความสำคัญมากนัก
การได้เห็นว่าอาณาจักรโรเซนไฮม์สงบขึ้น ทั้งสี่ก็ตัดสินใจกลับมา
ทั้งสี่คนนี้รู้สึกถึงสถานการณ์ในป้อมปราการเซราบ็อร์ก และออกค้นหาตามซอกมุมถนน ตามเก็บพวกพ่อค้าให้มากที่สุด เมื่อวิหารเอ็มบินยูรุกรานเข้ามา
"พวกเราจะทำอะไรต่อไปดี?"
"พวกเราเพียงแค่พยายามปะปนเข้าไปกับบางกลุ่มและหลบหนี ฉันแน่ใจว่าเราจะออกไปจากที่นี่ได้ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่.
เมื่อทั้งสี่คนพยายามเข้าร่วมกลุ่มหลบหนี พวกเขาถูกค้นพบว่าเป็นพวกงูพิษทั้งสี่ และถูกปฏิเสธ
"โลกนี้มันช่างโหดร้ายเหลือเกิน"
"ฉันหวังว่าจะไม่ต้องพบแกอีกนะ!"
พวกงูพิษทั้งสี่ไม่มีอะไรเหลือเลย และถูกทิ้งไว้เพื่อปกป้องตัวพวกเขาจากวิหารเอ็มบินยู
แต่แล้วเทพสงครามวีดก็ปรากฏตัวขึ้นในป้อมปราการเซราบ็อร์กพร้อมด้วยการเอ่ยถึงการช่วยผู้ลี้ภัยทั้งหมด
กิลด์ขนาดกลางนั้นเชื่อมั่นในตัววีดมาก ความโล่งอกและความสุขถูกส่งผ่านเข้าไปในตัวของบรรดาผู้เล่นที่อยู่ในป้อมปราการเซราบ็อร์ก
มีเพียงคนเดียวที่มีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์แบบกะทันหันอย่างรุนแรง
"โอ้ ซวยล่ะ พวกเราทั้งหมดคงโดนขยี้แล้ว "
"นั่นมันเทพสงครามวีด!"
ฮาลมาน, มาร์โก, แกรน และเลวี่ กระจายตัวออกทันที่ที่วีดปรากฏตัวอย่างรวดเร็ว หากมองย้อนกลับไป พวกเขานั้นไม่ทราบว่าวีดนั้นมีชื่อเสียงอย่างไม่น่าเชื่อและช่วงเวลาที่พวกเขาพบกัน ก็พบเจอเฉพาะในอาณาจักรโรเซนไฮม์เพียงเท่านั้น
"พวกเราเคยเยาะเย้ยว่าเขาเป็นแค่ประติมากร แต่อย่างน้อยพวกเราก็ได้รับบทเรียนจากคนที่ดีกว่าพวกเรา"
"เอิ่ม อะไรก็ตาม ฉันได้ความทรงจำที่สนุกสนานมาจากมัน "
พวกสี่งูพิษปล่อยให้ผ่านไปและผ่านไปคล้ายกับเป็นเช่นนั้น
แต่หลังจากเหตุการณ์นั้น วีดได้เข้าสู่ภารกิจมหากาพย์ต่างๆ! ชื่อของวีดถูกจารึกลงทั่วทั้งหอแห่งเกียรติยศ ฟอรั่มและช่องเกม ทั้งสี่คนยังอยากออกไปผจญภัยเฉกเช่นวีด
"ฉันรู้สึกอิจฉาชะมัด."
"ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้สำหรับเขา ข้าแน่ใจว่าถ้านี่เป็นเทพสงครามวีด เขาอาจสามารถทำลายกิลด์ที่มากมายดั่งก้อนเมฆ ได้ในทันที ... "
"แม้มีกิลด์มาสเตอร์ที่มีชื่อเสียงก็ยังไม่กล้าทำอะไรวีดเมื่อเขาเดินผ่านไป นายคิดว่าพวกเขาจะหลอกเก็บค่าธรรมเนียมในการเข้าดันเจี้ยนจากเขาได้ไหม?”
"ใครจะไปพยายามเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากวีด? เมื่อมีคนระดับนั้น ทุกคนควรระวังตัวเองจากพวกเขาด้วย "
พวกสี่งูพิษนั้นยกย่องเทพสงครามวีด และเทิดทูนการผจญภัยของเขา แน่นอนนี่เป็นเพียงการค้นพบว่าเทพสงครามวีด และประติมากรวีดเป็นบุคคลคนเดียวกัน
"นายคิดว่าเขาจะยังจำพวกเราได้มั้ย?"
"แอบผ่านเขาไป ถ้าเราคลุกคลีกับคนอื่น มันก็ควรจะโอเคนะ "
พวกสี่งูพิษจึงปะปนผสมเข้ากับพวกชาวบ้าน และหลบหนีผ่านเส้นทางใต้ดิน ทันทีที่พวกเขาโผล่ขึ้นมาก็ได้ยินเสียงคำรามดังลั่น พร้อมกับเห็นภาพการต่อสู้ของโทรลหิมะที่กำลังต่อสู้อยู่กับฝูงคาลาคล็อป การได้เห็นวีดบัญชาการเดธไนท์ และแวมไพร์ลอร์ด เป็นการต่อสู้มหากาพย์ที่มากเกินกว่าจะบรรยายได้
"ไชโย ให้เทพสงครามวีด!"
"พวกเราจะจดจำบุญคุณนี้ไปตลอดกาลสำหรับการที่เขาได้ช่วยพวกเราเอาไว้."
*****
วีดฝืนตัวเองเข้าไปที่สีข้างของคาลาคลอป เขาดูราวกับว่าสูญเสียการรับรู้!
 “อ่าห์ห์ห์ห์!”
"คุณวีด, ม่ายยยย!"
ผู้เล่นกรีดร้องออกมาด้วยความกลัว
การมองเห็นฝูงของเคลาคลอปขนาดใหญ่ที่กำลังย่ำลงสู่สนามรบเป็นภาพที่น่าพิศวง มันช่างน่าสะพรึงกลัวและน่าหวาดหวั่น เพียงแค่คิดเกี่ยวกับเขาของมันที่ครูดไปกับหญ้านั้น หรือถูกกระทืบจนแบนด้วยขาที่ใหญ่โตของมัน บรรดาผู้เล่นคิดว่าวีดจะรีบวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วและถูกฆ่าตาย แต่วีดยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดีในขณะที่อยู่ในช่องว่างระหว่างฝูงของ เคลาคลอป
"ย้ายก้นออกไปให้พ้นทาง!"
"โทรลหิมะมันกำลังไปทางนั้น!"
พลธนูของเอ็มบินยู และเหล่าชาแมนไม่มีอำนาจพอที่จะทำอะไรได้ มันจึงเป็นการยากที่จะมุ่งเป้าไปที่วีด ด้วยการที่ฝูงเคลาคลอปขวางทางอยู่
"มีวิธีแบบนี้ด้วย!"
วีดเป็นบุคคลที่สามารถอาศัยอยู่อย่างสะดวกสบายในโลกใบนี้ด้วยเทคนิคเล็กๆน้อยๆ แม้กระทั่งพวกนักดาบยังยอมรับในจุดนี้ว่าวีดนั้นสามารถปรับตัวได้กับการรบใดๆได้อย่างรวดเร็ว และด้นสดในการต่อสู้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ด้วยกลยุทธ์และยุทธวิธี
"เข้ามาจับฉันซิถ้าแกทำได้(Catch me if you can)!"
โดยไม่คำนึงถึงขนาดอันใหญ่โตของวีด เขาเคลื่อนไหวอย่างชาญฉลาด ไปมาระหว่างทางฝั่งของฝูงเคลาคลอป วีดมุดเข้าไปใต้ท้องของพวกเคลาครอป ขณะที่พวกมันวิ่งพุ่งใส่เขาด้วยเขาของพวกมันที่เล็งต่ำลง
โฮกกกกก!
ด้วยการที่พวกเคลาคลอปต่างร้อนลนเร่งรีบไปซะทุกตัว พวกมันจึงขัดแข้งขัดขากันเองจากศักยภาพของพวกมัน และจุดที่เหนือกว่านั้น ยามใดก็ตามที่วีดผ่านไป ไอเย็นก็จะกระจายไปที่ขาของพวกมันและเป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวของพวกมันด้วย
ถึงกระนั้นวีดไม่เพียงแค่วิ่งหนีไปรอบ ๆ และหลบการโจมตีเท่านั้น เพราะนี่คือสิ่งที่พวกเขาเรียกกันว่าโอกาสที่ดีในการล่าและเพิ่มค่าประสบการณ์!
'มีมอนสเตอร์กระจายอยู่ทั่วทุกหนแห่ง ฉันมีค่าความแข็งแกร่งและความอึดมากเพียงพอ และมีพวกนักบวชอยู่จำนวนมากคอยสนับสนุนฉันอยู่
ขณะที่งานนี้ไม่ใช่งานเลี้ยง เมื่อค่าพลังกายของวีดลดลงอยู่ในระดับที่น่ากลัวจะมีพวกนักบวชมากกว่า 100 คนพร้อมใช้ ทักษะหัตถ์แห่งการรักษา
"มาสนุกกันเถอะ!"
หอกในมือของวีดส่ายราวกับมันกำลังจะแตกออก ด้วยทักษะประติมากรรมวินาศที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของโทรลหิมะ หอกเหล็กเริ่มโค้งงอขณะที่มันถูกเหวี่ยงออกไปด้วยพลังอันน่าเหลือเชื่อ
คุณโจมตีติดคริติคอล !

พลังบดขยี้(Crushing Blow)!

ฝูงเคลาครอปแตกกระเจิง
คุณโจมตีติดคริติคอล !

กระบวนท่าหอกทะลุทะลวง!

การป้องกันของพวกเคลาคลอปกลับกลายเป็นไร้ค่า และขาของมันก็ถูกเจาะกระจุย
 ย๊ากกก!”
วีดอาศัยความแข็งแกร่งของโทรลหิมะที่มีมากมายล้นพ้น และเข้าต่อสู้อย่างโหดร้ายอยู่ระหว่างฝูงของพวกเคลาครอป
คุณโจมตีติดคริติคอล !

เข้มแข็งชั่วพริบตาถูกเปิดใช้งานแล้ว

พลังบดขยี้(Crushing Blow)!

เคลาครอปไม่สามารถต่อสู้ได้อีกต่อไป
เมื่อเห็นว่าพวกเคลาครอปล่วงลงไปกองกับพื้นจากฝีมือวีด มอนสเตอร์ระดับบอสก็วิ่งเข้ามา เมื่อเทียบกับพวกเคลาครอปตัวอื่นๆ มอนสเตอร์ระดับบอสมีขนาดใหญ่กว่ามาก ที่ในระยะมากกว่า 9 เมตร สายตาของมันและเขาของมันส่อแววอันตรายมาก มันเป็นเคลาครอปจ่าฝูงตัวผู้ที่มีเลเวลถึง 420! พื้นดินสั่นสะเทือนจากการก้าวเท้าของมัน และพวกมันนั้นสามารถรับรู้ได้ทั้งหมด
"มันก็แค่เวอร์ชั่นตัวใหญ่ล่ะว่ะ ไอ้พวกตัวใหญ่มักจะล้มเสียงดัง "
การที่เห็นวีดซึ่งอยู่ในร่างโทรลหิมะ แล้วพูดออกมาเช่นนั้น มันดูเหมือนเรื่องตลก ยังไงก็แล้วแต่ นี่เป็นการต่อสู้ระหว่างเขากับมอนสเตอร์ระดับบอส การต่อสู้ยิ่งยืดเยื้อมากเท่าไหร่ มันยิ่งไม่เป็นประโยชน์สำหรับเขามากเท่านั้น ถึงแม้จะเสี่ยง แต่เขาต้องเอาชนะให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้
วีดยืนอยู่บนยอดเนินเขา รอช่วงเวลาเหมาะเจาะเมื่อจ่าฝูงเคลาครอปวิ่งห้อตะบึงแล้วชะลอตัวลง
'ฉันเพียงแค่ต้องหลบมันให้พ้นในครั้งแรก'
เมื่อจ่าฝูงตัวผู้วิ่งมาอยู่ในระยะ วีดวิ่งเข้าไปในฝูงเคลาคลอป จ่าฝูงตัวผู้นั้นไม่สามารถจะเหยียบย่ำสายพันธุ์ของตัวเองได้ และเมื่อมาถึงมันต้องหยุด ด้วยการรั้งส่วนบนของร่างกายเอาไว้
นี่คือช่วงเวลาที่วีดกำลังรอคอย!
คุณโจมตีติดคริติคอล !
เข้มแข็งชั่วพริบตาถูกเปิดใช้งาน
หอกทะลุทะลวง!
จ่าฝูงเคลาคลอปตัวผู้ได้รับบาดเจ็บ

แม้นชื่อกระบวนท่าจะเป็นเช่นนั้น แต่ทว่าการแทงเพียงครั้งเดียวคงไม่ส่งผลกับมอนสเตอร์ระดับบอส.
วีดวนรอบจ่าฝูงตัวผู้ และโจมตีต่อเนื่อง
พุก-กก!
ปั๊ก ปั๊ก ปั๊ก!
คุณโจมตีติดคริติคอล !
สร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น 29%
คุณโจมตีติดคริติคอล !
สร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น 58%
คุณโจมตีติดคริติคอล !
สร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น 93%
คุณโจมตีติดคริติคอล !
สร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น 127%

การโจมตีติดคริติคอลต่อเนื่องกัน!
หอกเหล็กของอัศวินไวเวิร์นพังยับเยินเมื่อค่าความทนทานของมันหมดลง
หอกที่ทนมาจนกระทั่งถึงบัดนี้ได้หักและแตกเป็นเสี่ยงๆ วีดรีบเก็บชิ้นส่วนที่แตกหักอย่างรวดเร็วบรรจุลงในกระเป๋าเป้สะพายหลัง และนำเอาหอกสองอันที่แตกต่างกัน หอกอันแรกคือหอกที่เขาได้รับมาจากตอนสู้กับอัศวินไวเวิร์น ส่วนอีกอันหนึ่งคือหอกทวนอัคคี ที่เขาได้รับเป็นของขวัญจากผู้เฒ่าเอ๊กซ์เปอร์ที่งานเลี้ยงอำลาเมืองคนแคระโบราณ อาณาจักรธอร์
"แกคงชอบถูกทุบตีใช่ไหม แกไอ้บัดซบ!"
ยังไงเสียพลังป้องกันของมอนสเตอร์ระดับบอสเป็นอะไรที่น่าหวาดหวั่น หลังจากทำการโจมตีด้วยหอกไปเล็กน้อย ด้วยหอกของอัศวินไวเวิร์น ปลายหอกหักลงอย่างรวดเร็วและพลังโจมตีก็ลดลง
วีดเอาหอกทวนอัคคีออกมา และกระโดดขึ้นไปในอากาศ เข้าไปใกล้จ่าฝูงเคลาคลอปแล้วแทงหอกเข้าใส่ร่างของมอนสเตอร์ และใช้เท้ายันเพื่อส่งแรงยัดหอก แทงลึกลงไปในร่างของมัน และใช้มันเป็นแท่นกระโดดเพื่อถีบตัวเองให้ลอยสูงขึ้นไปอยู่ด้านบนของจ่าฝูงตัวผู้นั้น
"นี่คือจุดจบ!"
จ่าฝูงเคลาคลอปในที่สุดก็ยอมจำนนต่อการโจมตีของวีดที่บริเวณด้านหลังของมันและยืนตาย
มอนสเตอร์มีค่าพลังชีวิต พลังป้องกัน และความว่องไว ที่สูงเป็นพิเศษ  แต่มันก็ไม่เทียบเท่ากับความดื้อรั้นของวีด
เลเวลของคุณเพิ่มขึ้น
คุณได้ปลดปล่อยจ่าฝูงเคลาคลอปแห่งวิหารเอ็มบินยูสู่การหลับไหลอันเป็นนิรันดร์
ด้วยความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้ ชื่อเสียงของคุณเพิ่มขึ้น 285
บารมีเพิ่มขึ้น 1
ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น 2
ค่าความศรัทธาเพิ่มขึ้น 2

หน้าต่างข้อความของวีดเด้งขึ้นมาหาเขาทันทีพร้อมกับการแจ้งเตือน
คุณได้รับเขาสัตว์ใหญ่ของเคลาคลอปแล้ว
คุณได้รับตราสัญลักษณ์เอ็มบินยูในครอบครองแล้ว

เขาอันนี้สามารถนำมาทำเป็นถ้วยชามที่ดี หรือนำมาแกะสลักก็ได้
ฮูมมมมมม!
เมื่อจ่าฝูงตัวผู้ล้มตายลง ฝูงของเคลาคลอปเริ่มถอยกลับ ถึงแม้ว่าพลธนูของเอ็มบินยู และเหล่าชาแมนพยายามบังคับให้พวกมันต่อสู้ก็ตามที แต่เหล่าเคลาคลอปไม่แม้แต่จะเหลียวหลังกลับมามอง เนื่องจากในเวลานี้พวกมันกำลังหนีกันอย่างบ้าคลั่ง
"วิ้ว พวกเราเกือบหนีแทบไม่รอดจากวิกฤตินั้น"
วีดหันหลังกลับมาและเห็นว่ามีเพียงแค่หนึ่งในสี่ของผู้ลี้ภัยเท่านั้นที่สามารถหลบหนีออกไปได้ ความเร็วของพวกเขานั้นช้าเหมือนคืบคลานเมื่อพวกเขาต้องปีนข้ามเนินเขา
"ที่ความเร็วในอัตราเช่นนี้ มันคงจะใช้เวลาประมาณหนึ่งวันหรือสองวันในการปกป้องให้ผู้ลี้ภัยเหล่านี้ปลอดภัยภายใต้กองทัพของโรเซนไฮม์ "
ระยะทางห่างไกลออกไป ป้อมปราการเซราบ็อร์กค่อยๆพังทลายลงอย่างช้าๆ และในไม่ช้ากองทัพขนาดใหญ่ของวิหารเอ็มบินยูก็คงจะติดตามมาอย่างใกล้ชิด เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นมันก็จะกลายเป็นอะไรที่ยากมากขึ้นในการช่วยผู้ลี้ภัยให้หลบหนี
จำนวนผู้ลี้ภัยที่ต้องได้รับความช่วยเหลือสำหรับภารกิจของเซลิน่าให้สำเร็จนั้นยังไม่อาจทราบได้  แต่เพียงการช่วยเหลือบางส่วนและปล่อยให้ส่วนที่เหลือปกป้องตัวเองกับพวกที่กำลังไล่ล่าพวกเขา วีดคงรู้สึกขมปากขมคอ เขามีความทรงจำที่เลวร้ายมากกับการรับความยุ่งยากจากพวกบัตรเครดิต และพวกปล่อยเงินกู้!
แวนฮอกค์, โทริ, ซอยูน และบรรดาผู้เล่นทั้งหมดรวมตัวกันอยู่รอบ ๆวีด ผู้ที่อาศัยอยู่ในป้อมปราการเซราบ็อร์ก ผู้ที่เคยเป็นทหารหรือนักล่าในอดีตก็ก้าวออกมาข้างหน้า
 “คุณวีด! พวกเราขอมอบความไว้วางใจและชะตาของพวกเราไว้ในมือของคุณ พวกเราพร้อมที่จะสละชีวิตของเรา ดังนั้นโปรดนำครอบครัวของพวกเราออกไปอย่างปลอดภัย! "
"ข้าคืออัศวินออสการ์! มันเป็นเวลานานมากแล้วที่ข้านั้นได้เก็บดาบเอาไว้ แต่ข้าจะปฏิญาณตัวเองใหม่เพื่อเจ้าเมืองแห่งโมราต้า ข้าจะต่อสู้กับวิหารเอ็มบินยูเคียงข้างท่าน. "
กลุ่มนักล่าแห่งเจนคิน และอีก 430 คนจะเข้าร่วมการรบด้วย
คุณสามารถนำพวกเขาเข้าต่อสู้กับวิหารเอ็มบินยู
กลุ่มอัศวินออสการ์ที่เกษียณแล้วบวกกับอัศวินอาวุโสอื่นๆอีก 7 คนพร้อมด้วยอดีตทหารอีก 894 นาย อดีตทหารได้ให้คำมั่นด้วยตัวของพวกเขาเองสำหรับการต่อสู้นี้
ในเวลานี้เนื่องจากค่าความจงรักภักดีที่สูงพอจึงทำให้คุณสามารถสั่งการทหารเหล่านี้ได้

ใบหน้าของวีดมืดมนหมองหม่นลงในทันที พวกนักล่าไม่มีอะไรป้องกันตนเอง มีเพียงแค่คันธนูล่าสัตว์ไม่กี่คัน แต่ส่วนใหญ่นั้นว่างเปล่า! แม้แต่พวกอัศวินแก่และอดีตพลทหารก็ไม่มีเกราะที่สามารถใช้งานได้จริง หรือโล่ หรือดาบ พวกเขามีอาวุธแค่เพียงอุปกรณ์ทำฟาร์มขั้นพื้นฐาน และมีดทำครัวเท่านั้น
"คำว่าโชคดีของฉัน ฉันจะคาดหวังกับอะไรกับคำนี้ได้บ้าง?"
"มีอะไรหรอ?"
"ไม่มีอะไร"
สำหรับกองกำลังระดับสูงแห่งป้อมปราการเซราบ็อร์กที่ถูกจัดตั้งขึ้นมานั้นอาจจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ...
"พวกเขาจะไม่ช่วยอะไรในการต่อต้านวิหารเอ็มบินยู"
วีดกำลังวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันอย่างเคร่งขรึม
"หากคำนวณจากอัตราในปัจจุบัน คงมีคนจำนวนไม่มากที่จะออกไปอย่างมีชีวิต อันดับแรกที่จะถูกฆ่าอาจจะเป็นผู้สูงอายุและเด็ก เมื่อแรงกายของพวกเขาหมดลง "
มีขีดจำกัดมากมายที่วีดหรือซอยูนจะสามารถปกป้องคนเหล่านั้นภายใต้ความคุ้มครองของพวกเขาเอง และทหารม้าเอ็มบินยู หรือพวกปีศาจจะเป็นต้นเหตุทำให้เกิดการสังหารหมู่
"ฉันจำเป็นต้องคิดนอกกรอบ บางสิ่งบางอย่างที่ใหญ่มากพอที่จะดึงดูดความสนใจของวิหารเอ็มบินยูไปที่ไหนสักแห่ง "
ราชาและเชื้อพระวงศ์อาจโผล่ขึ้นมาจากทางเดินใต้ดิน และกำลังหลบหนีไปที่อื่น โดยพวกอัศวินและนักเวทย์ พวกเขาคงขจัดพวกเอ็มบินยูที่ไล่ตามพวกเขามาเรียบร้อยแล้ว และคงอยู่ห่างออกไป ไม่ช้าวิหารเอ็มบินยูจะหันมาทางพวกเขาจ้องมาที่ผู้ลี้ภัย
วีดจำเป็นต้องทำบางอย่าง เพื่อให้วิหารเอ็มบินยูยอมแพ้ในการไล่ล่าพวกเขา ...
"ฉันต้องการเหยื่อ เหยื่อที่จะทำให้กองทัพเอ็มบินยูลืมเกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นเหยื่อแข็งแกร่งเพียงพอที่จะซื้อเวลาให้มากที่สุด อืม ... ฉันสงสัยว่าฉันสามารถหาบางสิ่งที่คล้ายจะเป็นเช่นนั้นได้ไหมนะ?"
วีดหวนระลึกถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ดีของเขากับวิหารเอ็มบินยู ไม่เพียงแค่เขาทำลายแผนการของพวกมันเท่านั้น ในทวีปทางตอนเหนือ เขาได้กำจัดโลกของเฟรย์ลอร์ดที่เป็นถึงผู้นำนิกายสาขาที่11 ของพวกมัน วิหารเอ็มบินยูจะต้องคอยฝนดาบของพวกมันเพื่อแก้แค้น
"ถ้าฉันปรากฏตัวต่อหน้ากองทัพเอ็มบินยูแล้วเป็นเหยื่อล่อล่ะ พวกมันอาจจะเรียกมันว่าของขวัญจากพระเจ้า?"
วิหารเอ็มบินยูจะต้องไล่ตามวีดมาแน่นอน กองทัพใหญ่จากส่วนหนึ่งของกองกำลังที่กำลังเผาป้อมปราการเซราบ็อร์กจะต้องเดินทัพมา พวกสาวก เหล่าปีศาจ บรรดานักบวชแห่งความมืดของเอ็มบินยู  และเหล่าชาแมน พวกมันทั้งหมดจะจะต้องไล่ตามหลังวีดแน่นอน
"ฉันไม่เคยรู้ว่าเขาจะเกิดความคิดแบบนั้นขึ้นมา ...
"ตามที่คาดไว้ เขาคือ คุณวีด"
"คุณวีด – กำลังจะเสียสละตัวเองเป็นเหยื่อเพื่อช่วยพวกเรา!"
 “อุ๊ว้าววววววว!”
วีดกำลังพึมพำกับตัวเองโดยไม่ได้ตั้งใจ คำพูดกลับไปถึงหูของเหล่าผู้เล่น และกระจายออกไปทั่วทั้งกลุ่มผู้ลี้ภัย ทำให้ขวัญกำลังใจของพวกเขาเพิ่มขึ้น
ความหวังกำลังท่วมท้นไปยังเหล่าผู้ลี้ภัยแห่งป้อมปราการเซราบ็อร์ก
ขวัญกำลังใจเพิ่มขึ้น 89%

พลังกายถูกฟื้นคืนขึ้นมาใหม่ เหล่าผู้ลี้ภัยวิ่งหลบหนีข้ามเนินเขาเร็วขึ้นกว่าเดิม
"โปรดรีบหน่อย ท่านผู้เฒ่า."
"ได้เลย เจ้าหนู ข้าจักไม่อาจยอมทิ้งชีวิตอันมีค่าที่ท่านวีดอุตส่าห์ยอม​​เสียสละตัวเอง รีบไปกันเถอะ!”
มันคงเป็นการยืนยันเรียบร้อยแล้วที่ตอนนี้วีดต้องไปเป็นเหยื่อล่อเพื่อดึงดูดวิหารเอ็มบินยู!
"....."
หากปฏิเสธในตอนนี้จะทำให้ขวัญกำลังใจลดลงด่ำดิ่งสู่ก้นเหว และทำให้การหลบหนีของพวกเขานั้นทำได้ยากขึ้น
วีดสามารถรับรู้ถึงน้ำหนักของดวงตาทุกคู่ของผู้คนเหล่านี้ที่ประกอบไปด้วยประกายแห่งความหวังในตัวเขา
ผู้เล่นที่ยังเป็นเด็กและผู้เล่นมือใหม่ไม่ได้สูญเสียอะไรมากแม้ว่าจะตายไปก็ตาม พวกเขากลับแสดงท่าทางในทำนองเดียวกันกับผู้ที่เฝ้ามองวีดเหมือนคนขายถั่วและปลาหมึก มันดูเหมือนว่าพวกเขายังอยู่ที่ด้านหลังเพื่อเฝ้าดู.
"นี่มันน่าตื่นเต้นมาก!"
"ฉันอยากรู้มาเสมอว่า คุณวีดนั้นต่อสู้ได้ดีแค่ไหน"
"ใช่ฉันรู้ว่าคุณหมายถึงอะไร พวกสาวกและฝูงเคลาคลอปทำได้แค่อุ่นเครื่องให้กับคุณวีดเท่านั้น ​​"
นี่คงเป็นผลกระทบข้างเคียงของข่าวลือที่พูดเกินจริง! บรรดาผู้เล่นมีความคาดหวังอย่างมากจากวีด
'เยี่ยม สำหรับการที่ภารกิจจะประสบความสำเร็จ ไม่ว่าอย่างไร เหยื่อล่อเป็นสิ่งที่จำเป็น.'
เมื่อคิดเกี่ยวกับมัน วีดรู้ว่าไม่มีเหยื่อล่ออะไรที่ดีไปกว่าเขา เขามีทักษะในการเอาตัวรอด และมีสัญชาตญาณการต่อสู้ที่เฉียบคม แต่การนำชีวิตไปสังเวยมันขัดกับทุกอย่างที่เขาเป็นอยู่.
 ‘สลัดมันออกไป ถ้าฉันหวั่นไหวกับสิ่งนี้มากไป ฉันจะไม่มีทางมั่งมี ฉันจำเป็นต้องทิ้งสิ่งเหล่านี้ไป ประเภทของความคิดถ้าฉันต้องการที่จะประสบความสำเร็จ.
วีดส่งสายตาไปยังนรกที่เคยเป็นป้อมปราการเซราบ็อร์ก
"ดูสิ เขากำลังมองลงไปที่กองกำลังเอ็มบินยูด้วยสายตาอันเย็นชาเช่นนั้น ฉันคิดว่าเขากำลังจะออกไปทำมันจริงๆ!"
วีดหันหน้าจากทางซ้ายไปทางขวา
"เขายืดคอแล้ว ตอนนี้ เขากำลังจะออกไปสู้ใช่ไหม? "
วีดลูบหอกทวนอัคคีที่เขากำลังถืออยู่ เนื่องจากการต่อสู้กับจ่าฝูงเคลาครอบ ความทนทานของมันลดลงไปมากพอสมควร
 มันดูเหมือนว่าเขาจะซ่อมหอกของเขาก่อนออกไป!”
ไม่มีข้อแก้ตัวเหลือสำหรับวีด ถ้าเขาหันหลังกลับตอนนี้ ความผิดหวังจะเห็นได้ชัดและคนจะสาปแช่งเขา แน่นอนว่าเขาสามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่สนใจความคิดของสังคมที่มีต่อเขา
เคยมีคนกล่าวไว้ว่า ถ้ามีผู้คนมาสาปแช่งเรา จะทำให้เรามีชีวิตยืนยาว ... ถ้าฉันสามารถยอมรับคำวิจารณ์ของพวกเขาได้ทั้งหมด ...
นั่นแหล่ะ ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้
แต่เพื่อการทำภารกิจให้สำเร็จ วีดจะต้องก้าวไปข้างหน้าและช่วยผู้ลี้ภัย มันเป็นเพียงเรื่องของเวลาจนกว่ากองกำลังเอ็มบินยูจะไล่หลังผู้ลี้ภัยทัน และด้วยตัวตนของวีดนั้นถูกเปิดเผย การเผชิญหน้าระหว่างเขากับวิหารเอ็มบินยูเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ พวกมันจะต้องทุ่มทุกสิ่งทุกอย่างในการจัดการกับเขา ผลลัพธ์ตอนจบที่จะได้เห็นก็เหมือนกัน ไม่ว่าเขาจะเลือกทางไหนก็ตาม
"ข้าจะสละชีวิตของข้าก่อน"
"มันเป็นเกียรติที่ข้าสามารถตายอย่างทรงเกียรติในสนามรบ"
เหล่านักล่า และพวกอัศวินเดินเข้ามา
วีดส่ายหัว
"คุณไม่จำเป็นต้องสู้ไปกับผม. หนีไปยังที่หลบภัย "
"พวกเราไม่สามารถทำอย่างนั้นได้! ถ้ามันไม่ใช่เพราะพวกเราอ่อนแอ พวกเราจะเลือกการตายอย่างทรงเกียรติ "
"สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือ การปกป้องครอบครัวของพวกคุณ กลับไปที่ครอบครัวของพวกคุณและมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข"
คุณจะยกเลิกการออกคำสั่งกับเหล่านักล่าและพวกทหารเช่นนั้นรึ?

"ฉันเพียงคนเดียว ก็เพียงพอที่จะต่อสู้ในครั้งนี้ได้"
เหล่านักล่าและพวกทหารได้กลับมาสมทบกับกลุ่มผู้อพยพ
ค่าสถานะแห่งเกียรติยศถูกสร้างขึ้น
เกียรติยศ: ในฐานะผู้สูงส่ง การกระทำอันชอบธรรมจะเพิ่มค่าสถานะนี้
สถานะเกียรติยศมีอิทธิพลอย่างมากต่อความจงรักภักดีของผู้อยู่อาศัยและทางการทูต
มันจะเป็นตัวช่วยที่ยอดเยี่ยม เมื่อทำการพยายามเกณฑ์ไพล่พลอัศวินแบบไม่มีค่าใช้จ่าย
สถานะเกียรติยศเพิ่มขึ้น 2

วีดตัดสินใจที่จะต่อสู้เพียงลำพัง แต่ซอยูน แวนฮอกค์ และโทริ ลงเนินเขาไปพร้อมกับเขาด้วย
"การปกป้องพลเมืองเป็นหน้าที่สำหรับอัศวิน"
"ข้าจะสามารถดื่มเลือดทั้งหมดที่ข้าต้องการได้"
"......"
*****
วิหารเอ็มบินยูทำการปล้นและเผาป้อมปราการเซราบ็อร์ก
"เอามาให้หมด! นี่คือสมบัติที่ถวายแด่เทพเอ็มบินยู "
"อาณาจักรโรเซนไฮม์นั้นถูกตัดขาดและตกเป็นของเอ็มบินยู"
นักบวชแห่งความมืดของวิหารเอ็มบินยูกำลังปล้นสะดมพร้อมกับปีศาจของพวกเขา ก่อนที่ป้อมปราการเซราบ็อร์กจะถูกเผาไหม้จนหมด ต้องขอบคุณเหล่าปีศาจที่พระราชวังแห่งประวัติศาสตร์ของอาณาจักรโรเซนไฮม์ได้ถูกลบหายไปจากพื้นโลก
เมื่องานนี้เสร็จสิ้นแล้ว มันเป็นไปได้อย่างมากว่ากองกำลังวิหารเอ็มบินยูจะกระจายไปทั่วโดยรอบ การตามล่ากลุ่มผู้หลบหนี และผู้ลี้ภัย
จากนั้นก็มีเสียงดังกึกก้องจนได้ยิน!
"ข้า... วีด.... มาแล้ว... วิหารเอ็มบินยู... จงนำพวกที่เก่งที่สุดมาจัดการข้าสิ! "
เบลโลนีหัวหน้าของนิกายที่ 9 กำลังปล้นสำนักพระราชวังส่วนพระองค์ขององค์ราชา เขาเพ่งมองผ่านหน้าต่าง มองลงมาจากทางปราสาทสูงที่รอบๆนั้นกำลังลุกไหม้อยู่
เหนือกำแพงที่พังทลาย วีด ซอยูน แวนฮอกค์ และโทริ ยืนอยู่ วีดไร้ซึ่งความกลัวในการกลับมายังขอบเขตของป้อมปราการเซราบ็อร์ก! ขณะที่มันไม่ได้เป็นระยะที่ไกลมาก มันยังคงส่งผลกระทบต่อจิตใจของกองกำลังเอ็มบินยูแม้มันจะบางเบาก็ตามที
"วีดเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุดสำหรับวิหารเอ็มบินยู! ข้ารับใช้แห่งวิหารเอ็มบินยูเอ๋ย จงฆ่ามนุษย์ผู้นั้น! "
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ดวงตาของเหล่าศิลปินในโมราต้าเกิดเป็นประกาย พวกเขาไม่อาจละสายตาจากลูกแก้วผลึกได้เลย
"อา นี่เป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก"
"มือของฉัน เหงื่อกำลังซึมออกมา เพียงแค่ได้มองดูสิ่งนี้"
"แม้กระทั่ง ฉันยังลืมดื่มเบียร์เลย!"
ความตื่นเต้นเริ่มต้นจากตอนที่วีดเริ่มนำผู้ลี้ภัยออกจากป้อมปราการเซราบ็อร์ก เป็นเช่นนั้นเสมอที่การผจญภัยของวีดนั้นดึงดูดผู้คนเข้ามา ดังนั้นแม้ว่าวีดจะเป็นประติมากรเขายังคงหนึ่งในตัวตนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับบรรดาศิลปินทั้งหมด
'ถ้าฉันทำฉากนี้ออกมาเป็นรูปปั้น ... '
 ‘การวาดภาพนี้ออกมาจะต้องน่ายำเกรง องค์ประกอบของภาพคือ การตายเพื่อสิ่งใด
สิ่งนี้กลายเป็นแหล่งที่ดีของแรงบันดาลใจสำหรับบรรดาจิตรกรและประติมากร สมาคมประติมากรกำลังอภิปรายวางแผนที่จะสร้างรูปปั้นขนาดใหญ่ของวีด ถ้าพวกเขาสามารถทำมันได้ มันจะไม่เพียงแค่ค่าชื่อเสียงที่มากขึ้น มันอาจจะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวต่อไปของเมือง!
และจากการต่อสู้แค่ครั้งเดียว ฉากต่างๆพรั่งพรูออกมามากมายสำหรับจิตรกรที่จะวาด
"ผมคิดว่าฉากที่เขากำลังต่อสู้อยู่ในดันเจี้ยนใต้ดินนั้นเจ๋งมาก"
"คำพูดที่เขาเอ่ยกับผู้ลี้ภัยตอนเป็นโทรลหิมะนั้นไม่เลวเลย"
"แล้วส่วนนั้นล่ะ ที่เขาต่อสู้กลางอากาศขณะกำลังขี่ไวเวิร์นที่ถูกแช่แข็ง?"
"เยี่ยม มันย่อมงดงาม แต่กำลังจะมีบางสิ่งที่ดีมากกว่านี้ "
"ใช่แล้ว! การประกาศตัวต่อหน้ากองทัพเอ็มบินยู ถ้าเพียงฉันอยู่กับพวกเขาที่นั่น ... "
จิตรกรได้วางแผนแนวคิดของตนเองโดยทันทีที่พวกเขาต้องการวาด การพิจารณาองค์รวมของภาพเกี่ยวกับวีดนั้นจะถูกสร้างขึ้นมา พวกเขาพร้อมแล้วที่จะเป็นเจ้าภาพจัดงานนิทรรศการเกี่ยวกับเรื่องนี้
และในส่วนเล็ก ๆ ในจิตใจพวกเขาก็รู้สึกเศร้าเสียใจ พวกเขาทำได้แค่เพียงจินตนาการความตื่นเต้น หัวใจของพวกเขาเต้นราวกับว่าพวกเขากำลังอยู่ในจุดที่วีดอยู่ตอนนี้!
นอกเหนือจากศิลปินแล้ว บรรดาผู้เล่นที่มีสายอาชีพอื่นๆกำลังมุ่งมั่นจดจ่ออยู่ที่ลูกแก้วคริสตัล
บุคคลเหล่านี้คือนักกวี และนักเต้น!
"จงเฝ้ามองอย่างรอบคอบ นี่จะเป็นการแสดงครั้งต่อไปของพวกเรา "
"จะตั้งชื่อเรื่องว่าอะไรดีนะ?"
"การลุกขึ้นต่อต้านวิหารเอ็มบินยูของวีด?"
"ไม่ ไม่. 'นักบุญแห่งทวีปนามวีด' ฟังดูดีกว่า "
เหล่านักกวี และพวกนักเต้นในโมราต้ากำลังเตรียมพร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพจัดแสดงการผจญภัยอันยิ่งใหญ่ของวีด  พวกเขาไม่อาจมีความคิดอื่น เมื่อพวกเขาเลือกวีดเป็นการแสดงหลักในทุกที่ที่เขาไป เหตุการณ์ตื่นเต้นมักจะเกิดขึ้น
ชาวเมืองโมราต้ากำลังเฝ้าดูลูกแก้วผลึกคริสตัล

"ท่านเจ้าเมืองของพวกเราช่างแตกต่างจริงๆ"
"ฉันหวังว่าเขาจะกลับมาอย่างปลอดภัย เขาต้องไม่ถูกฆ่าโดยไอ้พวกวิหารเอ็มบินยู "

ขวัญกำลังใจของชาวเมืองโมราต้าเพิ่มขึ้น
ความภักดีของชาวเมืองโมราต้าต่อเจ้าเมืองของพวกเขาอยู่ในสถานะสูงสุด

จบตอน
ผู้แปล: Smith REX
Editor: แอดชิน เพจ เราอ่านนิยายแปล



วันจันทร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2561

เล่ม 26 ตอนที่ 2 : ผู้ลี้ภัยจากป้อมปราการเซราบ็อร์ก แปลโดย Smith Rex

เล่ม 26 ตอนที่ 2 : ผู้ลี้ภัยจากป้อมปราการเซราบ็อร์ก แปลโดย  Smith Rex

แววตาของบรรดาผู้เล่นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
'ฉันต้องไม่ตาย'
'ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันจะติดตามคุณวีด'
 ‘ตั้งสติไว้ ฉันจะออกไปจากสถานที่แห่งนี้แบบมีชีวิต ฉันไม่สามารถตายแบบนี้ได้ หรือฉันจะติดอยู่ที่นี่แล้วกลายเป็นพวกมือใหม่ แม้กระทั่งฉันอาจจะไม่สามารถหาแฟนได้!
วีดดึงคันโยกไม้ที่ติดกับผนัง
ตึก ตึก ตึก ตึก !
ประตูหินที่ปิดกั้นทางออกเริ่มยกตัวขึ้นอย่างช้าๆ เผยให้เห็นเส้นทางที่นำไปสู่พื้นผิวด้านบน
"ตอนนี้คงได้เวลาแล้ว. มีแต่ต้องมุ่งไปข้างหน้าเท่านั้น "
แม้จะเป็นช่วงพักสั้นๆ แต่มันก็เพียงพอสำหรับบรรดาผู้เล่นที่จะฟื้นค่าพลังบางส่วนในตัวพวกเขาได้ วีดมุ่งหน้าออกไปก่อนด้วยรูปร่างอันใหญ่โตของเขาลอดผ่านช่องที่เปิดออก ทันทีที่เขาโผล่ขึ้นมาบนพื้นผิวดิน บรรดาผู้เล่นส่วนที่เหลือเริ่มกระโดดตามออกไปทีละคน
 “อย่าปล่อยให้มีมนุษย์รอดชีวิตเด็ดขาด
"สำหรับผู้คนที่ไม่เชื่อในเทพเอ็มบินยู มันจะต้องตาย"
"ล้างบางป้อมปราการเซราบ็อร์กซะ!"
ด้านบนพื้นผิวดิน พวกผู้เล่นถูกโจมตีด้วยโดยเสียงร่ำร้องโหยหวนจากบรรดาเหล่าวิญญาณคลั่ง และกองกำลังแห่งความมืดของวิหารเอ็มบินยู  ถึงแม้ว่าทางออกจะถูกซ่อนไว้อย่างดีด้วยพุ่มไม้รก มันก็ห่างจากป้อมเซราบ็อร์กเพียงแค่  2 กิโลเมตรเท่านั้น พลทหารม้าสามารถครอบคลุมระยะทางนั้นได้ในทันที
สายตาของวีดหันไปทางป้อมปราการ  การจลาจลกับกองกำลังของเอ็มบินยู พื้นที่ตอนนี้คล้ายกับหลุมดำขนาดใหญ่ที่กินระยะทางออกไปไกล ควันไฟพวยพุ่ง ลอยอยู่เหนืออาคาร ขณะที่พวกมันกำลังเผาผลาญอย่างรุนแรง มีปีศาจขนาดใหญ่ที่สามารถมองเห็นได้กำลังบุกโจมตีป้อมปราการอยู่
เหล่าพลทหารของราชอาณาจักรโรเซนไฮม์กำลังค่อยๆถูกบีบบังคับให้ถอยกลับเข้าไปในวัง ซึ่งเป็นสถานที่ที่พวกเขาจะยืนหยัดได้เป็นครั้งสุดท้าย วีดสังเกตเห็นกลุ่มต่างๆที่ยังคงอยู่ในป้อมปราการ  โดยการอาศัยช่วงเวลานี้ พยายามจะหลบหนี
มันเป็นนรกที่น่ารังเกียจ! นี่เป็นสนามรบที่แท้จริง
 ‘โปรดตามออกมา ตอนนี้เป็นโอกาสของพวกเรา '
บรรดาผู้เล่นยังคงทยอยดันตัวออกมาตามทางออก แม้แต่เส้นทางหลบหนีที่อยู่ใกล้ที่สุดก็เริ่มแน่นไปด้วยพวกผู้เล่น ผู้เล่นใหม่ และบรรดาเหล่า NPC มากกว่าหมื่นคนที่ติดตามวีดมา และการจะช่วยให้ทุกคนหนีต้องใช้เวลา
กลุ่มผู้เล่นกลุ่มแรกที่หลั่งไหลออกมาจากเส้นทางหลบหนีนั้นมีเลเวลสูงพอสมควรและสามารถต่อสู้ได้ มีนักรบมากกว่า 200 คน ตามมาด้วยพวกมือใหม่ กลุ่มที่พยายามหลบหนีอย่างลับๆถ้าพวกเขานั้นสบโอกาส  แต่ด้วยคนจำนวนมากมันเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่พวกอัศวินที่ขี่ไวเวิร์นนี้กำลังบินวนเวียนอยู่เหนือท้องฟ้าจะตรวจพบเจอพวกเขา
 “มนุษย์!
"ฆ่าพวกมัน! ใช้พวกมันเป็นเครื่องสังเวยแด่เทพเอ็มบินยู! "
บรรดาผู้เล่นร่ำร้องออกมาอย่างประหลาดใจ
"นั่นมันหน่วยอัศวินไวเวิร์นของวิหารเอ็มบินยูนี่!"
"พวกเราถูกพบแล้ว!"
เหล่าพลธนู พวกพรานป่า และคนอื่นๆที่มีคันธนูเริ่มยิงลูกศรของตนไปยังหน่วยอัศวินไวเวิร์น ห่าฝนลูกธนูที่วุ่นวายได้พุ่งออกมาจากพวกมือใหม่และพลธนูระดับสูง และสาดเข้าใส่ศัตรู
 “พวกมนุษย์ต้องถูกสังเวย!“
"สรรเสริญแด่วิหารเอ็มบินยู!"
พวกไวเวิร์นต่างหลบลูกธนูได้อย่างงดงาม ขณะที่พวกมันตรงดิ่งไปยังพื้นดิน
ความคล่องตัวของพวกไวเวิร์น มันช่างน่าประหลาดใจ! การโจมตีพวกมันในอากาศคงจะเป็นเรื่องยากและเวทมนตร์ก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับพวกมัน เพราะพวกเขาใช้เวลานานในการเตรียมตัว
"หอกปีศาจ!"
สถานการณ์ที่คับขันคือเมื่อหน่วยอัศวินไวเวิร์นเข้ามาใกล้และใกล้มากพอที่พวกมันจะร่อนลงมาแล้วใช้ทักษะหอกของพวกมัน!
วีดเร่งความเร็วอย่างฉับพลัน และกระโดดสูงขึ้นไปบนฟ้า
 ‘มันจะได้ผลไหมนะ ? ความแข็งแกร่งของฉันบวกกับความว่องไวที่เพิ่มขึ้นมาอย่างรุนแรง ดังนั้นมันก็อาจจะเป็นไปได้
ปัง!
พื้นดินที่ทรุดตัวลงเมื่อโทรลหิมะกระโดดขึ้นพร้อมด้วยพลังอันน่าเหลือเชื่อ!
วีดสะบัดดาบออกไปกลางอากาศ ในทันที ไวเวิร์นบินต่ำลงเพื่อพยายามหลบเลี่ยงจากโทรลหิมะที่ได้ปรากฏตัวขึ้นอย่างฉับพลัน ก่อนที่สายตาของพวกมันจะสังเกตเห็น แต่ความพยายามของมันไร้ประโยชน์ มันอยู่ในระยะดาบของวีดเรียบร้อยแล้ว
 “แกว๊กกกก!”

คุณสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับอัศวินไวเวิร์น
อัศวินไวเวิร์นไม่สามารถเข้าร่วมรบได้อีกต่อไป

ความแข็งแรงอันมากล้นของโทรลหิมะll!
วีดไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ไวเวิร์น กลับเลือกจู่โจมใส่อัศวินที่ขี่ไวเวิร์น์อยู่แทน อัศวินไวเวิร์นกระเด็นพุ่งตกลงสู่พื้นดินด้วยการโดนการโจมตีของวีดจนกระเด็นจากจุดที่มันนั่ง  อาศัยความว่องไวและการเคลื่อนที่อันคล่องแคล่ว วีดรีบคว้าบังเหียนจนเขาสามารถขึ้นขี่ไวเวิร์น ฉากที่เห็นนั้นเป็นไปอย่างรวดเร็วจนไม่น่าเชื่อ และการเคลื่อนไหวที่ลื่นไหลแม้จะมีร่างกายอันใหญ่โตของโทรลหิมะก็ตาม สิ่งหนึ่งที่คิดออกว่าภาพที่เห็นนั้นเปรียบได้ดั่งท่าทางการเต้นที่ถูกออกแบบมาอย่างดี
 “กว๊าววว!”
ไวเวิร์นตัวนั้นส่ายโงนเงนด้วยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นกะทันหันจากน้ำหนักตัวของโทรลหิมะ
นี่คือการโจมตีด้วยน้ำหนักของโทรลหิมะ! จนไวเวิร์นต้องร่อนลงมาใกล้กับพื้นดินด้านล่างจนถึงขนาดที่ผิวมันสามารถขูดกับพื้นได้เลยทีเดียว มันฝืนตัวเองด้วยแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อที่จะบินกลับขึ้นไป
วีดมองลงมา ผู้เล่นระดับสูงได้กระจัดกระจายกันออกไปและต้านทานการโจมตีของอัศวินไวเวิร์น แต่เหล่าผู้เล่นเริ่มต้นและ บรรดา NPC ยังคงถูกไล่ฆ่า
ชาวบ้านผู้อยู่อาศัย แดเรี่ยม ผู้ที่อาศัยอยู่หลังพระราชวังตาย ค่าชื่อเสียงลดลง 2.
วอลตูก้า ช่างตีเหล็กได้ล่วงลับไปแล้ว ค่าชื่อเสียงลดลง 6

ในขณะที่เขาไม่ได้ให้ความสนใจกับผู้เล่นที่กำลังจะตาย ทุกๆความตายของ NPC จะมีผลต่อวีดโดยตรง คงเป็นข้อเท็จจริงของภารกิจเพื่อนำผู้ลี้ภัยไปสู่ความปลอดภัย มีโอกาสที่จะได้รับ หรือสูญเสียค่าชื่อเสียงจำนวนมหาศาล
วีดอาจไม่เคยนึกถึงความสำคัญของภารกิจว่ามันจะมากมายมหาศาลขนาดนี้ เมื่อครั้งแรกที่เขาได้เข้าไปหาเซลิเนีย ขนาดของภารกิจก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก ในขณะที่ผู้ลี้ภัยจำนวนมากมายที่อาศัยอยู่ในป้อมเซราบ็อร์กก็มารวมตัวกัน และมอบความเชื่อมั่นไว้กับวีด โชคดีที่ในที่สุดซอยูนก็แสดงความสามารถที่แท้จริงของเธอออกมาด้วยการที่เธอฆ่าอัศวินไวเวิร์น จัดการพวกมันจนกลายเป็นแสงสีเทา
"ไปกันเถอะ. พวกเราต้องล่าไอ้พวกเวรนั่นให้มากกว่านี้!
วีดดึงบังเหียนบนไวเวิร์นด้วยมือซ้ายของเขา เพื่อให้ไวเวิร์นเชื่อง  ผู้เล่นจำเป็นต้องมีความแข็งแกร่ง และจิตวิญญาณการต่อสู้ที่มากพอ ในแง่มุมนี้ถือว่าวีดมีคุณสมบัติครบถ้วนแล้ว และเขาก็มีประสบการณ์เยอะมากในการบังคับไวเวิร์นจากการบังคับ ไว-ทรี
แต่การกำราบอย่างสมบรูณ์ และการทำให้มอนสเตอร์เชื่อง ต้องการความสนิทสนมและเวลาในการทำความเข้าใจซึ่งกันและกันเป็นอันมาก วีดไม่ได้มีอย่างใดอย่างหนึ่งในนี้ แต่ไวเวิร์นที่วีดกำลังขี่อยู่กลับเชื่อฟังคำสั่ง และบินตรงไปทางอัศวินไวเวิร์นตนอื่นๆ
 “เร็วเข้า!
ฟวับ-ฟับ, ฟวับ-ฟับ, ฟวับ-ฟับ!
ไวเวิร์นรีบบินให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ มันไม่ใช่เพราะมันยอมอ่อนน้อม และเชื่อฟังวีด แต่มันเกิดมาจากเสียงคร่ำครวญของอัศวินไวเวิร์นตนอื่นๆที่ถูกฟาดกระเด็นอย่างรุนแรงจากโทรลหิมะที่กำลังขี่อยู่บนหลังของมัน นอกจากนี้ความเย็นที่แผ่ออกมาจากโทรลหิมะทำให้ปีกของมันเริ่มแข็ง จนเป็นเหตุให้ความกลัวฝังลึกลงไปในตัวของมัน จากความเป็นไปได้ที่อาจจะถูกทุบตีจนต้องร่วงลงไป
โทรลหิมะตนนี้ตัวหนักและมันช่างเยือกเย็น มันเป็นปีศาจที่มีความชั่วร้ายอย่างแท้จริง
"ทำได้ดี."
ยามเมื่อไวเวิร์นเข้าตาจนมันเลือกที่จะปกป้องตัวเองด้วยการบินเข้าไปในควันไฟ ในขณะที่วีดเข้าปะทะกับพวกอัศวินไวเวิร์น และพวกมันถูกโจมตีจนปลิวหายไปหลายตน เป็นชัยชนะที่ปรากฏออกมาอย่างเห็นได้ชัด วีดใช้การต่อสู้ทางอากาศเข้าจู่โจมแลกเปลี่ยนกระบวนท่าในเสี้ยววินาที
ไวเวิร์นตัวนั้นบินตรงดิ่งไปหาพี่น้องคนอื่น ๆ ของมัน เพื่อหวังว่ามันจะรอดไปได้ แต่วีดกลับได้ชัยชนะทุกครั้งด้วยการสวนกลับเพียงครั้งเดียวในทุกการโจมตี
ก๊าซซซซซ!
ไวเวิร์นที่วีดกำลังขี่กำลังเหนื่อยหอบอย่างรวดเร็ว จึงทำให้มันรู้สึกเหมือนการกระพือปีกของมันหนักขึ้น หนักขึ้น จนยากที่จะป้องกันไม่ให้มันร่วง แต่เพราะความเย็นที่มาจากโทรลหิมะ จึงทำให้ร่างกายส่วนใหญ่ของไวเวิร์นถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง
วีดรอให้ไวเวิร์นของเขาถูกแช่แข็งอย่างสมบูรณ์ทั้งหมดเสียก่อน จากนั้นก็จะทำการเข้ายึด ควบคุมไวเวิร์นตัวอื่นกลางอากาศ
เมื่อมองตามร่างอันใหญ่โตนั้นกระโจนไปมาในอากาศ ความจริงแล้วมันเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อ และเป็นอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจ
บรรดาผู้เล่นมีอาการใจสั่นหวาดเสียวแทน จนใจตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม จากภาพที่เห็นอยู่ด้านบน
"เรียกขานเดธไนท์ แวนฮอกว์! เรียกขานแวมไพร์ลอร์ด โทริ! "
การอัญเชิญแวนฮอกว์ และ โทริ!
"นายท่าน ข้าต้องการสู้."
"สถานที่แห่งนี้มีกลิ่นอายของคาวเลือด ไม่มีอะไรที่จะทำให้สดชื่นเหมือนเลือดที่ฟุ้งอยู่ในอากาศ มันดีกว่าน้ำหอมชั้นยอดเสียอีก "
 “คว๊ากกกก!”
ไวเวิร์นตัวนี้ก็ตกอยู่ในความทุกข์ทรมานมากขึ้นไปอีก ด้วยจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นมาบนหลังของมัน
วีดให้คำสั่งง่ายๆแก่พวกเขา
"สู้ เท่าที่พวกแกต้องการ"
หลังจากที่พวกเขาได้ต่อสู้ที่ภูเขายูโรกินะ เขาต้องคอยกำกับดูแลและคอยออกคำสั่งพวกมันอยู่ตลอดเวลา แต่ตอนนี้ทั้งสองตนต่างมีประสบการณ์การต่อสู้ในทุกรูปแบบกับวีด
ก่อนที่น้ำหนักของวีดจะทำให้ไวเวิร์นหมดสภาพ แวนฮอกค์ และโทริก็กระโดดออกมา แวนฮอกค์บินไปรอบๆ ทำการต่อสู้ด้วยการอัญเชิญม้าปีศาจของเขาออกมา ในขณะที่โทริแผ่ผ้าคลุมไหล่ของเขา และกลายเป็นหนึ่งเดียวกับความมืด  โทริจะปรากฏออกมาจากที่ใดก็ได้ เช่นโผล่มาที่ด้านหลังของพวกอัศวินไวเวิร์นแล้วขย้ำเขี้ยวของเขาลงไปบนคอที่ไม่มีการป้องกัน
วู๊อออซ!
ตระกูลแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์นั้นเชื่อฟังโทริและได้ถูกอัญเชิญมาในรูปของค้างคาว แล้วจู่โจมอัศวินไวเวริ์นเหล่านั้น ไวเวิร์นไม่ได้กลัวค้างคาว แต่การเคลื่อนไหวของพวกมันถูกขัดขวางจากฝูงค้างคาวที่ยึดเอาทุกหนแห่งบนตัวของพวกไวเวิร์น และดูดเลือดของพวกมันออกไป
"มันคือโทรลหิมะตัวนั้น ถอยทัพ กลับฐาน! "
"พวกเราจะกลับมาอีกครั้งพร้อมกับกองกำลังที่มากกว่าเดิม!"
ในที่สุดพวกอัศวินไวเวิร์นก็ถอยกลับ แวนฮอกค์ และโทริตามไล่ล่าและกลับมาด้วยจำนวนของที่ลูทมามากมายเป็นกอบเป็นกำ
ไวเวิร์นตัวนั้นที่ถูกใช้งาน ร่วงลงกระแทกกับพื้นโดยที่วีดยังคงขี่อยู่ด้านบน
ตูมมมมม!
การผสมผสานระหว่างน้ำหนักของโทรลหิมะ และไวเวิร์น ทำให้เกิดรอยแยกผ่านบนพื้นดินขณะที่พวกเขาตกลงมากระแทก
เนื่องจากการได้รับบาดเจ็บอย่างมหาศาลของไวเวิร์นที่ได้รับมาระหว่างการต่อสู้ บวกกับอาการบาดเจ็บเพิ่มเติมจากการกระแทก จึงทำให้ไวเวิร์นกลายเป็นแสงสีเทาและจางหายไป
ค่าพลังชีวิตของวีดลดลงอย่างมาก แต่ต้องขอบคุณการรักษาของเหล่านักบวชด้วยการใช้มือของพวกเขาส่งถ่ายเวทย์มนต์ออกมาให้ เขาฟื้นคืนได้ในทันที นักบวชขั้นตัน และทุกคนที่สามารถใช้เวทมนตร์รักษาได้รีบกระโจนออกมาหาวีด และเชื่อมต่อพลังการรักษาด้วยเวทย์ที่ออกมาจากมือของพวกเขาส่งตรงไปยังตัวของวีด
ผู้เล่นยังคงพรั่งพรูออกมาจากทางออกทั้งสองจุดอย่างต่อเนื่อง การเคลียร์พุ่มไม้ในป่ารก ในขณะที่พวกเขาหลบหนีออกไปจากป้อมปราการเซราบ็อร์ก ช่วงเวลานี้ผู้ลี้ภัยหลายพันคนได้ออกจากอุโมงค์เรียบร้อยแล้ว
แม้ว่าพวกอัศวินไวเวิร์นจะถอยกลับไป มันก็ไม่มีเวลามากนัก กลุ่มอื่นๆของศาสนานี้กำลังมุ่งหน้ามายังพวกเขา
"โทริ, แวนฮอกค์, พวกแกสะใจพอไหม?"
"กลิ่นคาวเลือดมันช่างอร่อย. ความกระหายของข้ายังไม่อาจดับลงได้ "
"ข้าต้องการที่จะสู้ต่อไป"
วีดเก็บดาบปีศาจของเขาลงฟัก และเก็บเอาหอกยาวที่เขาคว้ามาจากอัศวินไวเวิร์น
เพราะแขนของเขายาวมาก และร่างกายของเขาก็ใหญ่กว่าเดิมมาก วีดจึงสามารถออกแรงได้มากขึ้นด้วยการใช้หอกมากกว่าการใช้ดาบ
เขาไม่ได้มีทักษะการใช้อาวุธที่หลากหลายดั่งเช่นเหล่านักดาบ เนื่องจากทักษะการใช้หอกของวีดอยู่ในระดับต่ำ การโจมตีย่อมสร้างความเสียหายได้น้อยตามความเหมาะสม แม้หอกจะมีข้อด้อย แต่หากชั่งน้ำหนักระหว่างดาบที่ให้ค่าความเสียหายจากการโจมตีเป็นแบบพื้นฐานทั่วไป กับค่าสถานะความแข็งแกร่งของวีดที่อยู่ในร่างโทรลหิมะที่จะเพิ่มค่าความเสียหายได้มากขึ้น ดังนั้นวีดคิดว่ามันคงจะดีกว่ามากที่จะเผชิญหน้ากับพวกเลเวล  200 ต้นๆ จนถึงพวก 200 กลางๆ ด้วยการใช้หอก.
วีดถือหอกไว้ในมือและก้าวย่างไปข้างหน้า บรรดาสาวกของเอ็มบินยูที่มีจำนวนมากกว่า 500คน!
พวกสาวกเหล่านี้เป็นกลุ่มที่ขาดแคลนอาวุธยุทโธปกรณ์ มีเพียง พลั่วเล่มยาว หรือ ธนูที่ทำขึ้นมาลวกๆ ดาบ และขวาน ที่สำคัญพวกนี้ไม่มีชุดเกราะสวมใส่เลยสักคน
"แวนฮอกค์  โทริ ไปอยู่แนวหน้า "
"ฝูงชนที่ข้าต้องการ"
"นี่คือเวลาแห่งการดื่มด่ำ."
แวนฮอกค์พุ่งเข้าใส่เหล่าสาวกจากทางปีกด้านข้างด้วยม้าปีศาจของเขา
ไฮย่า ฮี่ ฮี่ห์!
เดธไนท์แวนฮอกค์ได้ควบม้าปีศาจของเขา วิ่งเข้าไปในกลุ่มสาวกเหล่านั้น และฆ่าพวกมัน โทริกับตระกูลแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ของเขาก็ไปประกบข้างหลังพวกสาวก และกัดจมเขี้ยวเข้าที่คอของพวกมัน
แวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ต้องดื่มเลือดมนุษย์เพื่อช่วยในการเติบโตอย่างรวดเร็ว นี่เป็นครั้งแรกในช่วงชีวิตสำหรับการที่มีโอกาสให้เหล่าแวมไพร์ได้ทำเช่นนั้น เนื่องจากโอกาสดังกล่าวนั้นมีน้อยและห่างไกลเสียเหลือเกินในระหว่างที่พวกมันได้เริ่มติดตามวีด
"ถ้ามีเพียงพวกสาวกแค่ 500 คน มันง่ายดายนัก"
แวนฮอกค์  และโทริ มีลักษณะเฉพาะตัวตามแบบของอันเดธ คือ การมีความแข็งแกร่งที่ไร้ขีดจำกัด ไม่ว่ามันจะใช้เวลานานเท่าไหร่ พวกมันก็สามารถดูแลจัดการมันจนได้ แต่ตอนนี้ เวลาไม่ได้อยู่เคียงข้างพวกเขา ก่อนที่วิหารเอ็มบินยูจะส่งกองกำลังมามากขึ้น พวกเขาจึงต้องรีบกำจัดพวกสาวกเหล่านี้ และผลักดันให้ผู้ลี้ภัยจำนวนมากหลบหนีไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ฉันพยายามอย่างดีที่สุดแล้วที่จะไม่ใช้มัน แต่ ... ทักษะประติมากรรมวินาศ! เปลี่ยนทุกสิ่งให้เป็นพลัง! "
วีดหยิบเอาประติมากรรมชั้นดีออกมา  'พ่อค้าปีศาจผู้ชั่วร้ายที่กำลังถือไม้ทุบตี' เขานำมันออกมาจากกระเป๋าเป้สะพายหลังและทำลายมัน
ประติมากรรมวินาศถูกใช้งาน
ความเจ็บปวด! ความทุกข์ทรมานจากการทำลายประติมากรรมชั้นดี
ค่าสถานะทางศิลป์ลดลง 5 อย่างถาวร ค่าชื่อเสียงลดลง 100
ค่าสถานะทางศิลป์เปลี่ยนเป็นค่าความแข็งแกร่งโดยคำนวณที่อัตรา 1: 4 ส่วน เป็นเวลา 24 ชั่วโมง
การผนวกค่าความแข็งแกร่งเพิ่มเติมเข้าไป ได้ถูกนำไปใช้กับร่างกายที่ไม่คุ้นเคยเนื่องจากการเป็นประติมากรรมจำแลง จึงถูกปรับลดลง 30%
ค่าสถานะทางศิลป์ของคุณสูงเกินไป และค่าความแข็งแกร่งดั้งเดิมนั้นต่ำเกินไป การเปลี่ยนแปลงจะไม่เกิกขึ้นในทันที
ค่าความแข็งแกร่ง 870 ถูกเปลี่ยนเป็นทักษะความเชี่ยวชาญขั้นสูงเลเวล 8 'กระบวนท่าตบเกรียน'(Crushing Blow’)
ศัตรูจะถูกอัดกระเด็นไปไกล ถ้าคุณโจมตีอย่างแม่นยำด้วยการใส่พละกำลังเต็มอัตราศึก
เพิ่มโอกาสของศัตรูที่จะตกอยู่ในภาวะอัมพาตและภาวะสับสน
ค่าความแข็งแกร่ง 950 ถูกเปลี่ยนเป็นทักษะความเชี่ยวชาญขั้นสูงเลเวล 6 'กระบวนท่าหอกทะลวง'
การโจมตีที่ยิ่งใหญ่นี้จะทำลายเกราะและโล่ของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างสมบูรณ์
ค่าความแข็งแกร่ง 1,430 ถูกเปลี่ยนเป็นทักษะความเชี่ยวชาญขั้นสูงเลเวล 9 'เข้มแข็งไร้เทียมทานฉับพลัน '(Momentary Herculean Strength)
ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ด้วยทักษะนี้มันจะทำให้ค่าความแข็งแกร่งสูงสุดของท่านเพิ่มขึ้นสามเท่า ในยามที่ต้องใช้พละกำลังในปริมาณมหาศาล
ค่าความแข็งแกร่ง 690 จะช่วยให้คุณลักษณะจำเพาะของโทรลหิมะโดดเด่นมากขึ้น
ความหนาวเย็นจะส่งผลในระยะมากถึง 15 เมตร
ความเชี่ยวชาญของทักษะการแกะสลักเพิ่มขึ้น

วีดเสริมความแข็งแกร่งของโทรลหิมะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ด้วยประติมากรรมวินาศ ความแข็งแกร่งเป็นสิ่งเดียวที่สมควรจะไว้ใจได้ โดยการใช้กำลังอย่างถูกต้อง เขาสามารถกระโดดเผ่นออกจากสนามรบได้อย่างง่ายดาย!
"แจ๋ว ได้เวลาสนุกล่ะทีนี้"
วีดควงหอกของเขาไปมา หอกที่รู้สึกว่าไม่ค่อยเหมาะกับสัดส่วนร่างกายของเขา หอกนั้นเบาราวกับขนนก เขารู้สึกว่าเขาสามารถทำอะไรก็ได้
 “ย่าห์!”
ขณะที่วีดควงหอกของเขา เขาก็กระโดดไปทางปีกข้างของกลุ่มสาวก
พลั๊ว เพี๊ยะ เปรี้ยง!
ทุกครั้งที่เขาเหวี่ยงหอก เหล่าศัตรูปลิวถอยหลังไปหลายเมตร! แต่ ณ เวลาเดียวกัน พวกสาวกก็ประเดประดังใส่อาวุธทุกประเภทที่มี โดยเล็งเป้าหมายไปยังโทรลหิมะ เหล่าศัตรูอยู่รายล้อมรอบตัวเขา ฉะนั้นแล้วการป้องกันตัวคงเป็นไปไม่ได้
แต่การป้องกันตัวนั้นไม่ได้มีในพจนานุกรมของโทรลหิมะ มีแต่คำว่าโจมตีเท่านั้น วีดกวาดศัตรูออกไปด้วยการเหวี่ยงหอกของเขาไปรอบๆ เหล่าสาวกที่อยู่ในระยะหอกของวีด กลายเป็นแสงสีเทา
การโจมตีของวีดนั้นเป็นอะไรที่ทื่อด้าน กล้าหาญและเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้!
บรรดาสาวกผู้อ่อนแอไม่สามารถสะกิดวีดผู้มีทั้งเลเวล และความแข็งแกร่งอยู่ในระดับสูง มันเหมือนกับการเฝ้าดูผู้ที่แข็งแกร่งกว่า ใช้กำลังปราบปรามผู้อ่อนแอ! สายตาของผู้เล่นใหม่เลเวลต่ำเบิกกว้างเท่าที่จะกว้างได้และเฝ้าดูด้วยความไม่เชื่อ
"อา, ฉันก็อยากเป็นแบบนั้นบ้างจัง"
"โทรลหิมะ โคตรเท่ห์เลย!"
"มันต้องใช้เวลานานสักเท่าไหร่ที่ฉันจะเพิ่มเลเวลแล้วออกไปสู้ได้แบบนั้น?"
การเฝ้ามองดูวีดทำให้ผู้เล่นเกิดขวัญและกำลังใจ บางคนถึงกับลืมเกี่ยวกับการหลบหนีของพวกเขาไปชั่วขณะ และเริ่มกินถั่วลิสงขณะเฝ้าดูปรากฏการณ์นี้
ซอยูนเริ่มตอบสนองต่อบรรยากาศอันน่ากลัวของเบอร์เซิร์กเกอร์ บรรดาสาวกที่อยู่ภายในบริเวณใกล้เคียงของเธอถูกกวาดล้างด้วยการระเบิดของมานา และจางหายไป
"ไป!"
"ออกไปเพิ่มเลเวลของพวกเราให้เร็วเพื่อจะได้กินอาหารรสเลิศและหาหนุ่มๆกัน!"
การหลบหนีอันยอดเยี่ยม!
ในขณะที่วีด ซอยูน และผู้เล่นคนอื่น ๆ หยุดยั้งบรรดาสาวกของเอ็มบินยู  พวกเขาต้องหนีไปให้ไกลเท่าที่จะเป็นไปได้. เหล่าผู้เล่นและพวก NPC กำลังออกมามาทีละคนจากทางเดินใต้ดินและยังคงหลบหนีอยู่เหนือเนินเขา
ผู้อยู่อาศัยในป้อมปราการเซราบ็อร์กที่หนีรอดมาได้ พวกเขาต่างซาบซึ้งกตัญญูอย่างสุดซึ้ง
ค่าชื่อเสียงเพิ่มขึ้น 34
ผู้อยู่อาศัยเหล่านี้ต่างติดค้างในตัวคุณ พวกเขาจะเป็นสิ่งยืนยันในกิตติศัพท์ของคุณ
ความสนิทสนมกับผู้อยู่อาศัยในอาณาจักรโรเซนไฮม์ดีขึ้น

ข้อความเหล่านี้เด้งขึ้นมาบนหน้าต่างข้อความของวีด
จำนวนผู้ลี้ภัยมีเป็นจำนวนมาก ถึงแม้ตอนนี้มีเพียงหลายพันคนที่สามารถผ่านทางเดินใต้ดินออกมาได้ และปีนขึ้นไปบนเนินเขา วีดต้องซื้อเวลามากขึ้นสำหรับผู้ลี้ภัยส่วนที่เหลือทั้งหมดให้ไปยังพื้นที่ปลอดภัย
'ฉันไม่รู้ว่าฉันจะทนต่อเรื่องนี้ได้อีกนานเท่าไร'
การมองออกไปทางป้อมปราการเซราบ็อร์ก เขาเห็นว่ามันถูกปกคลุมไปด้วยไฟนรกและกำลังลุกไหม้โชติช่วง กองกำลังเอ็มบินยูจะตามล่าราชาและอัศวินของเขา หลังจากนั้นก็จะค้นพบผู้ลี้ภัย มันคงเป็นเพียงเรื่องของเวลา จนกว่ากองทัพใหญ่ของวิหารเอ็มบินยูจะมาถึงด้านหลังผู้ลี้ภัยที่วีดกำลังนำอยู่
"พี่สาวจ๋า!"
ในความสับสนวุ่นวาย ผู้เล่นใหม่ผู้หนึ่งมือของเขาลื่น และคว้าจับอยู่บนขอบหิน และพยายามที่จะดิ้นรนออกมาจากสถานที่ที่เหล่าสาวกได้รับบาดเจ็บสาหัสที่กำลังยืนอยู่พร้อมกับขวานของเขา
"ความตายเป็นตัวเลือกเดียวสำหรับผู้ที่ปฏิเสธจะติดตามวิหารเอ็มบินยู!"
สำหรับผู้เล่นมือใหม่นั้นพวกสาวกไม่แตกต่างไปจากมอนสเตอร์ระดับบอสเลย
 “แชด!”
ช่วงเวลาที่พี่สาวร่ำร้องออกมาจากการได้เห็นสิ่งนั้น ภาพที่ปรากฏออกมาให้เห็นนั้นคือภาพของสาวกผู้หนึ่งกำลังเงื้อขวานแล้วฟันลงมากลายเป็นแสงสีเทา และจางหายไป ด้านหลังจุดที่สาวกผู้นั้นยืนอยู่คือโทรลหิมะที่กำลังถือหอกอยู่ในมือ
วีดผู้ที่กำลังต่อสู้อยู่ในแนวหน้าเห็นเด็กชายแชดกำลังตกอยู่ในอันตราย เขาวิ่งไปที่เกิดเหตุด้วยฝีเท้าที่ไวสุดขีด
"กรุณารีบหน่อย."
วีดจับมือของแชด และยกเด็กผู้ชายคนนี้ขึ้น เหล่าผู้เล่นที่กำลังหลบหนีต่างอยู่ในความวุ่นวายเมื่อได้เห็นฉากนี้
"ขอบคุณฮะ."
"ไม่มีปัญหา. ฉันทำในสิ่งที่ฉันต้องทำ
ไม่มีอาการหลอกลวง หรือเสเสร้งใดๆที่ปรากฏออกมาจากใบหน้าของโทรลหิมะที่ดูโหดเหี้ยมนั้น
'วิ้ว! นี่มันสามารถเป็นหายนะได้เลย!'
วีดไม่เคยพลาดในแจปแทม! เขาพบว่าตัวเองโชคดีที่เห็นไพลินตรงจุดที่แชดหล่นลงมาก่อนที่คนอื่นจะสังเกตเห็น
*****
บรรดาผู้ลี้ภัยไม่ได้เคลื่อนตัวเร็วพออย่างที่วีดต้องการ พวกผู้เล่นใหม่สามารถออกจากระบบได้ถ้าพวกเขาเคลื่อนย้ายให้หนีไกลห่างออกไปจากป้อมปราการเซราบ็อร์ก และเขตสงคราม ดูเหมือนจะไม่ได้ส่งผลแค่เหล่า NPC ของป้อมปราการเซราบ็อร์กเท่านั้น และท่ามกลางฝูงชนเหล่านี้มีเด็กและผู้สูงอายุอยู่ค่อนข้างมาก  ไม่เพียงแค่ค่าความอดทนของพวกเขานั้นต่ำเท่านั้น มันยังมีเรื่องของขวัญกำลังใจของพวกเขามาเกี่ยวด้วย ดังนั้นความเร็วในการเคลื่อนตัวจึงช้า.
ถึงแม้ว่าซอยูน, แวนฮอกค, โทริ และผู้เล่นคนอื่น ๆ กำลังต่อสู้ป้องกันจากสาวกเอ็มบินยู การแสดงออกของวีดก็ยังดูมืดหม่น
"จุดจบของป้อมปราการเซราบ็อร์กนั้นคงใกล้เข้ามาแล้ว"
จากระยะไกลก็สามารถเห็นเปลวไฟและควันที่ลอยสูงขึ้นมาจากป้อมปราการเซราบ็อร์ก กองกำลังป้องกันคงทำได้เพียงถอยกลับจากการทำลายล้างทั้งหมดทั้งมวลนั้น และบางส่วนของพระราชวังยังมีเสียงโครมครามเมื่อมันเริ่มยุบตัวลง และจากระยะทางไกล ๆกองกำลังของวิหารเอ็มบินยูเหมือนกำลังมุ่งหน้ามายังวีด และเหล่าผู้ลี้ภัย
"พวกมันส่งฝูงเคลาคลอปออกมาในครั้งนี้!"
มอนสเตอร์นี้เป็นแรดขนาดมหึมา ความสูงของพวกมันคือ 6 เมตร และเลเวลของพวกมันอยู่ที่ประมาณ 360 ที่ด้านหลังของพวกเคลาครอปจะมีหอคอยขนาดย่อม มีพลทหารของเอ็มบินยูนั่งอยู่
นี่คือกองทหารหน่วยรบเคลาคลอปที่ถูกส่งออกไปโจมตีผู้ลี้ภัยหลังจากได้รับรายงานจากพวกอัศวินไวเวิร์น
"ฆ่าพวกมันให้หมด พวกที่ต่อต้านวิหารเอ็มบินยู และกำลังหลบหนี!"
พลธนูที่นั่งอยู่บนเคลาคลอปเตรียมคันธนูของพวกเขาพร้อมแล้ว
วีดก้าวไปข้างหน้าเพื่อดึงดูดความสนใจของพวกเขา
"จะไม่มีพวกแกแม้สักคนเดียวที่จะผ่านไปได้ ถ้าแกไม่สามารถผ่านข้าไปได้"
ด้วยการที่วีดมีค่าความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นมหาศาล เขาจึงกล้าที่จะเป็นเหยื่อล่อให้พวกมันมาโจมตีเขา
ปุก ฟิ้วฟ้าว!
ในการตอบรับ ลูกธนูจำนวนนับไม่ถ้วนบินตรงมายังวีด และทำให้ท้องฟ้ากลายเป็นสีดำด้วยห่าธนู
วีดสะบัดหอกให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ด้วยมือทั้งสองข้างของเขา เหมือนกับในหนัง ลูกธนูกระเด้งกระดอนจากหอกของเขา
เคร้งแคร้ง!
แต่ลูกธนูยังคงหลุดลอดผ่านช่องว่างและเจาะร่างกายอันใหญ่โตของโทรลหิมะ
คุณถูกลูกธนูยิงใส่
ค่าพลังชีวิตลดลง 275
คุณถูกลูกธนูยิงใส่
เกราะของคุณลดความเสียหายได้บางส่วน
ค่าพลังชีวิตลดลง 89
คุณถูกลูกธนูยิงใส่
เกราะของคุณลดความเสียหายได้บางส่วน
ค่าพลังชีวิตลดลง 327

........
ร่างของวีดพรุนเหมือนเม่น!
ร่างกายของคุณได้ต้านทานลูกธนูจากศัตรูระดับสูง ความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น 2

วีดประสบความสำเร็จในการดึงดูดความสนใจของศัตรู มันต้องขอบคุณค่าพลังชีวิตของโทรลหิมะที่มันมากจนดูเป็นเรื่องไร้สาระ ทำให้เขายังคงมีชีวิตรอดอยู่ แต่ถ้ามีสถานการณ์ไหลไปในทิศทางอื่น มันอาจทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปจนน่าหวาดหวั่น
มีทักษะหลายทักษะที่มันจะช่วยให้ผู้เล่นสามารถฟันลูกธนูกลางอากาศได้ด้วยดาบหรือป้องกันลูกธนูเหล่านั้นด้วยการสร้างกำแพง วีดคงทำได้แค่เพียงเสียใจกับการที่เขาไม่ได้มีโอกาสเรียนรู้ทักษะดังกล่าวนั้น
ถึงแม้ว่าจะมีทักษะเหล่านั้น มานาของเขาก็ต่ำเกินไปที่จะใช้มันได้
"กระทืบพวกมัน!"
เหล่าเคราคลอปกระทืบเท้าลงบนพื้น ขณะที่พวกมันพุ่งเข้ามาหาพวกเขา
บรรดา NPC และเหล่าผู้เล่นเริ่มสูญเสียความกล้าหาญของพวกเขา
"อา เราต้องต่อสู้กับไอ้สิ่งนั้นจริงๆหรือ?"
"ฉันกลัว."
นอกเหนือจากในสนามรบแล้ว การวิ่งพุ่งเข้าไปโจมตีนั้นเป็นเรื่องที่หาได้ยากและห่างไกล เหล่าผู้เล่นเคยได้แต่เพียงสู้กับมอนสเตอร์ธรรมดาเท่านั้นจึงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่จะถูกครอบงำ
 “หัตถ์แห่งการรักษา!”
พวกนักบวชรีบทำการรักษาวีดอย่างเร่งด่วน
วีด, แวนฮอกค์,โทริ และซอยูน ยืนอยู่เคียงข้างกันบนเนินเขา
"วันแห่งความสุขสันต์สำหรับการต่อสู้ ฉันจะต่อสู้ด้วยหัวใจของฉัน ทุ่มเททุกอย่างในวันนี้. "
และด้วยเหตุนี้ วีดเคลื่อนถอยหลัง
"ยามเมื่อข้ายังมีชีวิตอยู่ และอยู่ในอาณาจักรคัลลาร์มอ ข้าเคยมีการต่อสู้แบบนี้ในทุกวัน"
แม้แต่แวนฮอกค์ก็ก้าวถอยหลัง
ซอยูนไม่ต้องการยืนโดดเดี่ยวตามลำพังและดึงดูดความสนใจของศัตรู ดังนั้น เธอจึงเคลื่อนตัวถอยหลังด้วย
 “กร๊วม อึก อึก อึก.”
โทริ ผู้ที่กำลังเผชิญหน้ากับการพุ่งชนของศัตรูโดยอาศัยเขี้ยวของเขากลับไม่ได้สังเกตเห็นว่าตอนนี้ทุกคน ได้ถอนตัวถอยออกมา แต่การหนีช่างเป็นคำถามที่ขัดกับศักดิ์ศรีของแวมไพร์ลอร์ด
และฝูงรบค้างคาวแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์กำลังบินอยู่รอบๆ มันเป็นอะไรที่ยอมรับไม่ได้
"เลือด! ข้าโหยหาเลือด! "
ขณะที่โทริวิ่งตาลีตาเหลือกไปข้างหน้า เขาคลี่เสื้อคลุมของตัวเองและกระโดดสูงขึ้นไปด้านบนของพวกเคลาครอป
 “แวมไพร์
"จับแวมไพร์มาเป็นเครื่องสังเวยแด่วิหารเอ็มบินยูคงจะดีไม่น้อย ไม่มีอะไรที่มีค่าเกินกว่าจะนำมันมาบูชายันต์ สำหรับการทำลายล้างทวีปนี้อย่างสมบูรณ์! "
พลธนูของเอ็มบินยูยิงธนูไปทางโทริ และชาแมนร่ายคำสาปและทำการผสานเวทย์มนต์
"พายุ คมมีด!( Blade Tornado)"
โทริใช้สกิลของเขา คมดาบดาบโลหิตทำลายล้างพื้นที่โดยรอบ สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้กับฝูงเคลาครอปที่อยู่ภายในระยะโจมตี ในเวลานั้นค่าพลังชีวิตของวีดก็ฟื้นฟูและค่าพลังกายก็ฟื้นคืนกลับมาพอดี
"ไปกันเถอะ แวนฮอว์ค"
วีดชูหอกของเขาขึ้นมาและวิ่งไปข้างหน้า ฝูงเคลาครอปพยายามเหยียบเขาและ ทหารของเอ็มบินยูก็โจมตีด้วยเวทมนตร์ และลูกธนู เนื่องจากขนาดอันใหญ่โตของเขา วีดจึงไม่สามารถหลบการโจมตีทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์ เพียงแค่คอยระวังความเสียหายอย่างรุนแรงต่อค่าพลังชีวิตเขาเท่านั้น แต่ด้วยค่าความแข็งแรงเหนืออื่นใด เขาโค่นเคลาคลอปด้วยการทุบไปที่ขาหน้าของพวกมัน
 “โอ๊ค-คคคค!
เสียงคำรามลั่น พร้อมกับเหล่าเคลาคลอปที่มีขนาดกายใหญ่โตกำลังล้มลง!
ซอยูนใช้ทักษะเบอร์เซิกเกอร์ของเธออย่างจริงจังและเริ่มต่อสู้ ทุกครั้งที่เธอเริ่มสู้ เธอจะจริงจังสุดๆ อาชีพของเธอพิเศษตรงที่เมื่อเริ่มแล้วยากที่จะหยุด จนถึงตอนนี้มันคงเป็นเรื่องยากที่จะทำการอุ่นเครื่องก่อน แต่เวลานี้มันก็เพียงพอแล้วสำหรับทักษะเบอร์เซิกเกอร์ที่เปิดใช้งานอยู่
เธอเคลื่อนผ่านเข้าไปในสนามรบ เผยพลังที่เหลือเชื่อของเธอไม่ว่าเธอจะขยับไปทางไหน เหล่าเคลาคลอป และทหารของเอ็มบินยูก็จะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นแสงสีเทา
แวนฮอกค์ขี่ม้าปีศาจของเขาบั่นคอเหล่าทหารด้วยการเคลื่อนไหวของเขา โทริบินอยู่ด้านบนฝูงเคลาคอป กับกองกำลังแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ ยามเช้ายังมาไม่ถึง ดังนั้น แวมไพร์ยังคงมีความแข็งแกร่งอันน่าตกตะลึงในการจัดการกับพวกมนุษย์
ฝูงเคลาครอป และพลธนูของเอ็มบินยูถูกกักไว้ด้วยฝีมือของโทริจนไม่สามารถสู้กับคนอื่นๆได้
"การเอ่ยถ้อยคำบาปเหล่านั้นต้องตาย"
"แวมไพร์จะต้องถูกปลดปล่อยด้วยเอ็มบินยู ให้พวกเรานำพาไปสู่วิถีทางที่ถูกต้อง!"
บรรดาผู้เล่นที่ยังไม่ออกจากระบบ ให้การสนับสนุนด้วยเวทมนตร์และลูกธนู และเหล่านักรบต่อสู้อย่างกล้าหาญกับอันตรายด้วยเช่นกัน แม้ว่าพวกเขาจะถูกฆ่าตายโดยอุ้งเท้าของเหล่าเคลาคลอป และลูกธนูของพลธนูก็ตาม แต่พวกเขายังต่อสู้จนวาระสุดท้าย
"แม่ ผมกำลังออกทีวี"
"ผมจะโม้ให้เพื่อนของผมฟังว่าผมตายจากการต่อสู้เคียงข้างวีด."
อา! ฉันสามารถเอาไอเทมนั้นมาได้!
พลังเวทย์ระเบิดไปรอบตัวพวกเขาและลูกธนูก็พรั่งพรูราวปับสายฝนที่กำลังโปรยปราย
วีดไม่ได้มุ่งเป้าไปที่พลธนู กลับกัน เหยื่อของเขามีเพียงพวกเคลาคลอปเท่านั้น
ครืน! ครืน! คลืน!
คาลาคลอปตัวหนึ่งพุ่งเข้าหาวีดและพยายามจะเหยียบตัวเขา

เข้มแข็งไร้เทียมทานฉับพลันถูกเรียกใช้งาน
ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น

ว๊ากกกกกก!”
วีดจับไปที่ขาของเคลาคลอบแล้วพลิกตัวมันไปอีกด้าน เมื่อใดก็ตามที่มีเคลาคลอปที่ตัวใหญ่เป็นพิเศษล้มลง มันก้จะทำให้พวกพลธนูและเหล่าชาแมนตายแถมมาด้วย จึงทำให้เหล่าศัตรูนั้นจำนวนลดลงไปมาพอสมควร
ในสงครามหรือการปิดล้อม ฝูงเคลาคลอปถูกใช้ให้มีบทบาทสำคัญในการต้านผลทหาร พวกมันมีความสามารถในการลดขวัญกำลังใจของกองทัพ ดังนั้นพวกมันสามารถถูกนำมาใช้งานได้ในหลาย ๆ สถานการณ์ ในครั้งแรกฝูงเคลาคลอปจะเริ่มต้นด้วยการเอาตัวมันพุ่งเข้าใส่ ร่างกายของบรรดาผู้เล่นจะไร้ซึ่งวิญญาณการต่อสู้ ตัวแข็งทื่อ และถูกฆ่าตาย โดยไม่สามารถหลบหนีได้!
แต่วีด, ซอยูน ,แวนฮอกค์ และโทริเคยได้ต่อสู้กับมังกรโครงกระดูกมาก่อน ด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของพวกเขาที่มีอยู่ ลำพังแค่บางสิ่งที่เหมือนกับพวกเคลาคลอปคง ไม่เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาสูญเสียจิตใจได้
จบตอน
ผู้แปล : Smith Rex

Editor : แอดชิน เพจ เราอ่านนิยายแปล