วันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2560

เล่มที่ 18 ตอนที่ 8 ข้อตกลงของสงคราม แปลโดย “Cole’s Myth”

เล่มที่ 18 ตอนที่ 8 ข้อตกลงของสงคราม แปลโดย “Cole’s Myth”

แรงระเบิดฉีกพื้นดินแยกออกจากกัน ผลึกน้ำแข็งก่อตัวแล้วก็แตกสลายไปมา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า! กลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือสามารถเห็นผลลัพธ์ของการโจมตีนั้นได้หลังจากที่หมอกควันกับฝุ่นละอองหายไป ภายในบริเวณพื้นที่แถวนั้น ซึ่งถูกโจมตีด้วยเวทย์มนต์ มีวีดและเดธไนท์ยืนเด่นเป็นสง่า
โดยมีเพียงที่เดียวที่ยังปกติดี ต้องขอบคุณทักษะประติมากรรมแสงจันทร์จริงๆ วิถีกระสุนเวทย์ส่วนมากถูกเบนออกไปเล็กน้อย ไม่มีเวทย์ใดที่โดนเป้าไปที่วีดตรงๆได้เลยเมื่อตอนที่เกิดการระเบิด
ความเสียหายที่ได้รับก็หักล้างกันเองเพราะว่ามีคุณสมบัติเวทย์ที่แตกต่างกันและหลากหลาย ลูกธนูที่ยิงออกไปโดยนักธนูสูญ เสียพลังโจมตีทั้งหมดเพราะมีผลมาจากการโจมตีทางเวทย์มนต์
เป็นปาฏิหาริย์ที่วีดและเดธไนท์ยังคงมีชีวิตอยู่ แม้ว่าจะอยู่จุดศูนย์กลางของกลางระเบิด นั่นต้องขอบคุณค่าพลังชีวิต ค่าความอดทน ทักษะการป้องกัน เกราะ และการปกป้องจากประติมากรรมแสงจันทร์! เขาแชร์ค่าเสียหายกับเดทไนท์เพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิตจากแรงระเบิด
อย่างไรก็ตามค่าความคงทนของโล่โบราณก็ตกเหลื่อมๆไปแค่ 25 จุดเอง คงไม่ดูเกินจริงไปที่จะพูดว่าเป็นหนึ่งในเรื่องที่ดีที่สุด โล่ยูนีคแต่กลับไม่สามารถซ่อมแซมได้ ค่าความคงทนของเกราะทัลล็อคของเขาลดลงอย่างหนัก แล้วตอนนี้ก็เป็นได้แค่เศษเหล็ก แต่โชคยังดีที่มันไม่ได้โดนทำลายโดยสมบูรณ์

 “โล่โบราณของฉัน…”

โล่โบราณอันแสนล้ำค่าของเขา ที่ต้องสวมใส่เมื่อยามจำเป็นเท่านั้น! ค่าความคงทนของมันลดลงไปแล้ว 25 ตอนนี้ก็เหลืออยู่เพียง 261 เท่านั้น เขารู้สึกโกรธเกินทนถ้าค่าของมันจะตกลงอีก วีดโกรธจริงๆแล้ว

 ฉันขอตายซะยังจะดีกว่า!”

แม้เขาจะเก็บเกี่ยวค่าประสบการณ์ของทักษะได้แต่ก็ไม่อาจเอาค่าความคงทนโล่โบราณที่เสียไปคืนกลับมาได้เลย วีดเหลือระดับพลังชีวิต 33% กับระดับมานา 46% แม้ว่าเขาจะอยากร้องไห้ออกมาแต่มันก็หยุดไม่ได้แล้ว เพราะเขาไม่มีไรต้องเสียแล้วตั้งแต่เขารอดชีวิตมาจากการระเบิดของเวทย์มนต์

 ‘เพื่อไอเท็ม…’

แม้วีดโดนล้อมโดยกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือ แต่เขาก็ไม่ลืมเอาไอเทมจากพวกที่ตายไปเหมือนทุกครั้ง

 “วิชาดาบเฮอเรม!” (Heraim Fencing)

ตอนนั้นเอง ที่เขาเริ่มจัดการพวกที่เหลือรอด วีดคือวีรบุรุษแห่งสนามรบ ทุกคนต่างจับจ้องที่จะฆ่าเขา เดทไนท์เริ่มโจมตีและเข้าปะทะกับเหล่าศัตรู พวกนักเวทย์กับนักธนูก็โจมตี แต่กลับไม่ได้ดูคุกคามมากเท่ากับการโจมตีในครั้งแรก

 จงต่อสู้กับพวกศัตรูที่หวังจะทำร้ายเมืองโมราต้าร่วมกับท่านวีดกันเถอะ
 “อัศวินแห่งคัลลามอร์ บุก!”

อัศวินแห่งคัลลามอร์ยังคงสู้รบกับกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือ พวกผู้เล่นเลเวลสูงที่ไปสู้กับวีดก็ล้มหายตายจากไปพร้อมกับการโจมตีทางเวทย์มนต์ ส่วนหัวหน้ากลุ่มพันธมิตรแดนเหนือตายไปคนแล้วคนเล่า

 “ฆ่ามันนนนน!”
 “เราเหล่าผู้เล่นใหม่จะตอบโต้กับพวกผู้กดขี่

เหล่านักดาบและผู้เล่นใหม่เริ่มโจมตีเพื่อแยกศัตรูออกจากกัน ราชาไฮดร้า อิมูกิ ฟีนิกซ์ ปิงหลง และไวเวิร์น ไปรวมตัวที่เขา ส่วนวีดก็ตรงดิ่งไปสลายตัวกลุ่มพันธมิตรแดนเหนืออย่างที่เขาหวังและตั้งใจไว้ การไปตายเพียงคนเดียวคงไม่ได้สลักสำคัญอะไรให้นำไปสู่ชัยชนะได้ เพราะหากเขาฆ่าและลูทของพวกหัวหน้าศัตรูได้มากขึ้น พวกกำลังทหารก็คงจะแตกทัพไปเอง

กำจัดพวกมันซะ!”
 “ฆ่าพวกมันให้หมด!”

สมดุลที่พังทลายลงแล้วคงไม่มีทางกลับมาเป็นเช่นเดิมได้ กลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือตกอยู่ในสถานการณ์ที่กำลังโดนล้อมโจมตีดั่งไฟป่า พวกเขาไม่เชื่อใจในสหายร่วมรบอีกต่อไปแล้ว หลังจากที่โดนโจมตีโดยเวทย์มนต์จากพวกเดียวกัน

 “ยอมแพ้แล้ว ช่วยฉันด้วยยย!”
 “มันเป็นความพ่ายแพ้ของพวกเราเอง
 “เราขอโทษที่ประกาศสงครามกับโมราต้า

เหล่าผู้เล่นกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือเริ่มวางอาวุธเพื่อแสดงถึงการยอมศิโรราบ ก็คิดไว้อยู่แล้วครั้งหนึ่งตอนที่วีดเริ่มร้องเพลงนั่นที่ทำให้ผู้คนยอมแพ้ไปเรียบร้อย
ครั้นเมื่อเหล่าทหารของกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือวางอาวุธลง การปิดล้อมก็มาถึงจุดจบที่ได้คาดการณ์ไว้ในทันที เหล่าผู้เล่นใหม่ชูดาบสนิมเขรอะกับโล่ไม้ของพวกเขาขึ้นแล้วเริ่มส่งเสียงเชียร์ โห่ร้อง ดังกึกก้อง ไปทั่วทั้งสนามรบ

 “วู้ววว เราชนะแล้ว!”
 “โมราต้าชนะ ฮูเร่!”

วีดผงกหัวของเขา

 “พวกแกได้เริ่มสงครามนี้ ฉะนั้นพวกแกก็ไม่ได้เป็นคนที่จะตัดสินใจว่ามันจะจบเมื่อไร!”

เขาใช้มานาตะเบ่งเสียงออกไป นี่จะต้องไม่ใช่จุดจบของสงคราม เขาใช้เงินจำนวนมากรับสมัครทหารและค่าใช้จ่ายอื่นอีก นี่อาจจะเป็นการสูญเสียจำนวนมากทางเศรษฐกิจ แน่นอนละการพ่ายแพ้ในสงครามของฝั่งใดก็เป็นความเสียหายมากมายแล้วยังจะสามารถไถ่เชลยศึกได้อีก แต่มันไม่เลย ที่จะเพียงพอสำหรับวีด
เขารวบรวมเงินมายังไม่เพียงพอกับค่าอุปกรณ์สวมใส่เลย แล้วยังมีอัศวินแห่งคัลลามอร์ เหล่าผู้เล่นใหม่ พวกนักดาบ เพลกับคนที่เหลือในปาร์ตี้ที่ต่อสู้กับ ผู้เล่น 30,000 คน ที่เหน็ดเหนื่อยและอ่อนล้า แถมยังมีทั้งเงินและค่าประสบการณ์กระจัดกระจายอยู่บนพื้นนั่นอีก! ที่บอกว่าอยากจะยุติสงครามนี่ช่างเหลวไหลสิ้นดี นี่มันเหมือนกับบริจาคเงินทั้งหมดของคุณเพื่อการกุศลหลังจากที่คุณถูกหวยแล้ว!

 “โอ้วววว!”
 “เราชนะ!”

 “กลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือประกาศยอมปราชัยแล้ว!”

สำหรับเหล่าผู้เล่นใหม่ที่กำลังส่งเสียงโห่ร้องแห่งชัยชนะ พวกเขาคิดว่าวีดคงกำลังรู้สึกภูมิใจที่จะแสดงความยินดีในสถานการณ์เช่นนี้ แล้ววีดก็ตะเบ่งเสียงกลับออกมาว่า

 “ศัตรูพวกนี้กล้าเข้ามาบุกรุกและทำลายโมราต้า! อย่าให้พวกมันมีชีวิตเหลือซักคนเดียว ฆ่าพวกมันให้สิ้นซาก!”
พวกผู้เล่นใหม่ต้องถูกปลุกใจขึ้นมาอีก หากปราศจากพวกเขาคงพูดไม่ออกว่าจะสูญเสียมากแค่ไหนกับประติมากรรมแห่งชีวิตและเหล่าอัศวินแห่งคัลลามอร์ พร้อมกับพวกทหารโมราต้าอีกด้วย           จากจำนวนผู้เล่นใหม่พวกเขาสามารถกำจัดเหล่าสมาชิกพันธมิตรแห่งแดนเหนือได้ เหล่านักดาบยังสามารถฆ่าในช่วงที่กำลังชุลมุนวุ่นวายและล้มเหล่าศัตรูในตอนที่เหล่าอัศวินแห่งคัลลามอร์เข้าโจมตีอย่างคาดไม่ถึงได้อีก
เสียงตระโกนนั้นที่พวกผู้เล่นใหม่ตะเบ่งออกมาได้ผลพอที่จะบั่นทอนจิตวิญญาณนักสู้ของเหล่าผู้เล่นกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือได้ วีด เทพสงคราม แผดเสียงระบายถึงสงครามที่น่าอับอายนี่ออกมาและต้องการกวาดล้างเหล่าพันธมิตรแห่งแดนเหนือ แล้วกลุ่มผู้เล่นจากพันธมิตรแห่งแดนเหนือก็ยกมือทั้งสองขึ้น
 สรรเสริญต่อท่านวีด!”
 “เขาเป็นราชาแห่งโมราต้าที่แท้จริง เราจักยอมรับความปราชัยและจะไม่โจมตีเมืองโมราต้าอีกเลย
 “นี่ถือเป็นเกียรติที่ได้พ่ายแพ้สงครามให้กับวีด เทพสงคราม เราได้เรียนรู้จากเรื่องนี้แล้ว ขอบคุณ!”

เพราะเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งที่หลายๆสถานีจะได้ออกอากาศสงครามในโมราต้า

 “กลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือดูเหมือนว่าได้เข้าไปยังอาณาเขตของโมราต้าแล้ว คุณฮาซึงแทค่ะ คุณคิดยังไงกับผลของสงครามที่จะออกมาคะ?”

 “อย่าให้เรียกว่าสงครามเลยครับ กลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือนั้นควบคุมกองกำลังคนมากกว่า 120,000 หน่วย ชัยชนะก็คงต้องตกเป็นของเหล่าพันธมิตรแห่งแดนเหนือแน่นอนอยู่แล้วครับ กิลด์ทางเหนือหลักๆรวมตัวกันจับมือ มันต้องประสบผลสำเร็จอยู่แล้วล่ะครับ
CHN Media ตัดสินว่ากลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือจะชนะสงคราม
 ขนาดของกองกำลังพันธมิตรแห่งแดนเหนือช่างวิเศษ แล้วยังใช้กองกำลังทหารอย่างเต็มที่เพื่อยึดครองโมราต้าอีกด้วย

 “แถมยังมีอาวุธไว้ปิดล้อมเป็นจำนวนมากอีก ท่านผู้ชมจะได้เห็นเมืองโมราต้าปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงเลยล่ะครับวันนี้
 “ความแข็งแกร่งของวีดในฐานะเทพสงครามจะจบลงแล้วหรือ?”
 “ช่างโชคไม่ดีเลยที่ต้องบอกว่าเป็นอย่างนั้นคับ
สถานี CTS Media ก็ออกมาสมทบในทันทีแล้วก็บอกว่าโมราต้ากำลังจะพ่ายแพ้  วีดจะต้องเจ็บใจจากความพ่ายแพ้อันขมขื่นและกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือก็จะชนะไป ดังนั้นยอดผู้ชมของพวกเขาก็จะถีบตัวสูงขึ้นอีก  แต่ทางสถานี KMC Media มีท่าทีที่แตกต่างออกไป จากการรายงานข่าวของ CTS Media
 “กลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือ แม้ว่าจะมีกองกำลังมากมายมหาศาล แต่นั่นก็ไม่ได้มีความหมายอะไรมากมายกับวีด
 “โอ้ คุณโอจูวาน คุณหมายความว่าอะไรคะ? คุณกำลังจะบอกบางสิ่งว่ากลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือไม่อาจเพียงพอที่จะต่อกรกับวีดได้อย่างนั้นหรือคะ?”
 “ใช่แล้วละครับ นั่นก็เพราะว่าเขานั้นเป็นภัยอย่างมาก ที่จะทำให้กิลด์อื่นๆตั้งเป้าไปที่เขา
 “คุณคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นในสงครามค่ะ?’
 “เหมือนว่าจะเป็นชัยชนะของกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือแจ่มแจ้งแล้ว แต่ทว่าคุณไม่มีทางล่วงรู้ได้เลยจนกว่าสงครามจะเริ่มขึ้นซะก่อน
 “ถ้าอย่างนั้น คุณกำลังจะบอกว่าวีดสามารถชนะสงครามนี้ได้สินะคะ
 “ในประเด็นนี้มันยากที่จะพูดได้ครับ แต่ว่าจากภารกิจที่เขาได้ทำมาจนถึงบัดนี้ วีด เทพสงคราม ก็ไม่อาจพูดได้ว่าเขาจะแพ้แน่นอนได้เลย
โอจูวานกำลังดูการต่อสู้อย่างพินิจพิเคราะห์ โมราต้าไม่ได้ถูกตั้งความหวังไว้เลยว่าจะชนะได้ เพราะงั้น KMC Media ในฐานะที่เป็นผู้ทำสัญญาของวีด อาจจะทำให้ยอดผู้ชมของสถานีลดลงได้
แต่ผู้อำนวยการสถานีก็ยังคงเป็นแฟนตัวยงของวีดและยังคงเชื่อมั่นในตัวเขา แม้ว่าคนอื่นจะพูดอะไรก็ตาม ตอนนั้นเองที่ทางสถานีได้นำเสนอให้เห็นถึงแสนยานุภาพของเหล่าอัศวินแห่งอาณาจักรคัลลามอร์ ที่ได้ปรากฏตัวออกมา
 คุณคิดว่าวีดนำพวกเขามาหรือ? วีดท่องไปทั่วหลายดินแดนแต่ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่าเขาไปอาณาจักรคัลลามอร์มาแล้ว!”
 “โคลเดอริมเป็นผู้นำกองกำลังอัศวิน เขาเป็นอัศวินผู้ที่นำกลุ่มอัศวินแห่งอาณาจักรคัลลามอร์โดยตรง!”
 “หรือว่ามีความเกี่ยวข้องบางอย่างระหว่างโคลเดอริมกับวีด?”
เจ้าของสถานีขึ้นเสียงสูงทันที คนอื่นนอกจากเมลอนนั้นไม่รู้เลยว่าวีดเป็นคนปลดปล่อยวิญญาณของโคลเดอริม พวกเขาถึงได้รู้สึกแปลกใจ
เหล่าอัศวินแห่งอาณาจักรคัลลามอร์เป็นอัศวินเพื่อสู้รบ จะไม่รับหน้าที่อื่นเลยนอกจากการต่อสู้และก่อพลังเพื่อหยุดยั้งกองกำลังใดๆก็ตามแต่
พวกเขาโบกสะบัดกระบองอย่างดุเดือดและกวัดแกว่งดาบดั่งสายฟ้าฟาดในขณะที่ยังรักษาความคล่องแคล่วเพราะอย่างนั้นพวกเขาจึงเป็นเหมือนดั่งกับกองทัพปีศาจไร้ซึ่งความกลัวตาย
บรรดาอัศวินแห่งอาณาจักรคัลลามอร์ช่างห้าวหาญยิ่งนัก มีการเพิ่มขึ้นที่สำคัญยิ่งของจำนวนเหล่าอัศวินที่กำลังลุกเหิมอย่างมาก การโจมตีของเหล่าอัศวินคัลลามอร์ส่งผลอย่างมากกับกลุ่มผู้เล่นของพันธมิตรแห่งแดนเหนือ ที่เห็นได้ชัดเลยคือความหวาดกลัวในดวงตาของพวกเขา
พวกเขาได้เห็นพลังทำลายล้างของเหล่าอัศวินแห่งคัลลามอร์บนจอโทรทัศน์แต่ตอนนี้พวกเขากลับมาเป็นเป้าหมายซะเอง ด้วยเสียงแตรเขาสัตว์ เหล่าอัศวินแห่งคัลลามอร์เข้าจู่โจมอย่างรวดเร็ว หลายคนเลือกที่จะหลบหนีจากความหวาดกลัว
จากนั้นเหล่าอัศวินก็หลบเวทย์มนต์ แต่ก็นำความเสียหายไปให้สหายร่วมศึกตัวเองซะงั้น ในขณะที่โมราต้าปลดปล่อยกองกำลังผู้เล่นใหม่จำนวนมากออกมา
กลุ่มผู้เล่นเลเวลสูงระดับ 300 สามารถฆ่าผู้เล่นใหม่ 100 คนได้อย่างง่ายดาย แต่อย่างไรก็ตามการนองเลือดก็ยังมีต่อไป ยิ่งพวกเขาฆ่าได้มากเท่าไหร่ พวกเขายิ่งได้รับความเหน็ดเหนื่อยทางกายมากขึ้นๆ แม้ว่าพวกเขาจะฆ่าผู้เล่นใหม่ไปเล็กน้อย แต่ก็ยังมิอาจเล็ดลอดจากวงล้อมของศัตรู ที่มีอยู่ทั่วทุกด้าน
แล้วยังมีเหล่าอัศวินคัลลามอร์ที่จะจัดการพวกเขาได้อย่างรวดเร็ว หรือพวกนักดาบเลเวลสูงก็ยังปรากฏตัวขึ้นอย่างปุบปับ เหล่าผู้เล่นพันธมิตรแห่งแดนเหนือได้ทิ้งความคิดที่ว่าพวกเขานั้นได้เปรียบไปแล้ว
ความยุ่งเหยิงท่ามกลางเหล่าผู้เล่นใหม่คือผู้เล่นเลเวลระดับกลางและสูงของโมราต้า ภายในสนามรบประสบการณ์และทักษะการโจมตีระยะประชิดของแต่ละบุคคลเป็นสิ่งสำคัญ
ตอนนั้นเองที่วีดได้ปรากฏตัวพร้อมกับราชาไฮดร้า อีมูกิ ฟีนิกซ์ ปิงหลง และเหล่าไวเวิร์น! มันเป็นความจริงที่วีด เทพสงครามผู้โด่งดังจะร้องเพลงก่อนที่จะออกรบ
พวกเขาได้สังเกตมาแล้วในสงครามกับออร์คคาริชวิ
 ‘สงครามที่แท้จริงเริ่มขึ้นแล้ว ณ บัดนี้
 ‘นี่คือสงครามของวีด
บทเพลงที่เกี่ยวกับการลูทไอเทมที่ผู้เล่นเลเวลสูงของกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือสวมใส่อยู่ นั่นเป็นสิ่งที่เขากำลังร้องออกมาจริงๆ จากนั้นสงครามก็ได้รุดหน้าไป เวทย์มนต์เริ่มปะทะไปที่วีด! เห็นได้ชัดเลยในระยะใกล้ๆว่าเขาสามารถรอดชีวิตจากการระเบิดของเวทย์มนต์
กลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือสูญเสียแรงใจที่จะต่อสู้และเริ่มยอมแพ้เพื่อหลีกเลี่ยงการสังเวยชีวิต แต่อย่างไรก็ตามกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือก็เป็นกลุ่มที่รวมตัวกันของหลายๆกิลด์ มากเสียกว่ากิลด์ภายใต้การควบคุมจากคนๆเดียว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีประสิทธิภาพทางการทหารเอาซะเลย
ข้อเท็จจริงที่ว่าเป็นการร่วมมือกันของหลายๆเมือง เมื่อหนึ่งกิลด์ยอมรับความพ่ายแพ้จากนั้นพันธมิตรทั้งหมดก็พังทลายลง
 “…”
 “แล้วเกิดอะไรขึ้นกับสงครามล่ะ
 “โมราต้าชนะ
เจ้าของสถานีถึงกับพูดไม่ออก เป็นเรื่องยากที่จะอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อครั้งหนึ่งพวกผู้เล่นใหม่ได้เริ่มหลั่งไหลออกมา คงจะมีกระทู้มากมายในสังคมทางอินเตอร์เน็ทที่ก่อให้เกิดการแลคอย่างมาก เมื่อคุณโพสท์แสดงความคิดเห็นของคุณ คุณจะต้องตรวจสอบอีกตั้ง 20 หน้าเพื่อจะได้เห็นมัน
-สรุปว่าวันนี้เทพสงครามไม่ได้แพ้สินะ
-ฉันคาดไม่ถึงเลยว่าอัศวินคัลลามอร์จะปรากฏตัวออกมา
-เขามีพลังอำนาจที่สามารถนำตัวพวกเขามาได้
-กลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือไม่สามารถถูกเรียกว่าเป็นกำลังหลักของทวีปได้เลย มันเทียบไม่ได้เลยกับกองกำลังตะวันออก ตะวันตก และทวีปกลางได้เลย อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เห็นเหตุการณ์ในสงครามครั้งนี้ แต่ตอนนี้ฉันกลับไม่มั่นใจซะแล้วล่ะ
-โมราต้าเติบโตอย่างรวดเร็วถึงขนาดนี้ได้ยังไงกัน? ครั้งล่าสุดที่ฉันเห็นมันเป็นแค่ระดับหมู่บ้านเล็กๆเองนะ
-อย่าลืมติดตามดูการออกอากาศล่ะ
-พวกเขาไม่ได้ดูการออกอากาศบ่อยมากนัก โมราต้าเปลี่ยนเป็นรายการหลักรายสัปดาห์เลยนะ
-ฉันเริ่มเล่นในฐานะผู้เล่นที่โมราต้า เป็นที่ๆศิลปะ วัฒนธรรม การผจญภัย ศาสนา และการพาณิชย์ ร่วมกันเกิดขึ้นอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน วิหารแห่งเทพีเฟรย่าก็มองข้ามไม่ได้เช่นกัน แดนเหนือไม่ได้ทุรกันดารอีกต่อไป มีแต่ยิ่งเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเรื่อยๆเลยล่ะ
-วีดเป็นคนที่มีคุณสมบัติดีพร้อมทุกอย่างที่จะเป็นลอร์ดที่นั่น เหล่าผู้เล่นในดินแดนเหนือแค่ไม่เก่งที่จะพัฒนาเมืองของพวกเขา เขาสร้างประติมากรรมใหญ่ๆมากมาย และตอนนี้จะยังมีอาคารศูนย์แห่งศิลปะด้วยไม่ใช่เหรอ? ถ้านั่นสร้างเสร็จแล้ว ฉันก็ยินดีที่จะไปอยู่ที่นั่นนะ
-ฉันพึ่งจะกินแซนวิชเสร็จ วีดก็เหมือนกัน! เขาก็ไม่ได้น่าผิดหวังซะทีเดียวหรอก มันแค่น่าอายนะที่เขาไม่ได้ต่อสู้อะไรมากมายนัก แม้ว่าเขานั้นสู้ได้ดีไม่ใช่รึไง?
- ฉันกับเพื่อนกำลังออกเดินทางไปแดนเหนือ มันไม่น่าจะใช่ประเด็นเลยนะ ที่จะพยายามที่ยึดโมราต้าอีกต่อไป
-เดี๋ยวก่อนนะ ฉันก็กำลังมาเหมือนกันล่ะ
เมื่อยามที่สงครามสิ้นสุดลง หน้าต่างสถานะก็เด้งขึ้นมาให้วีดได้เห็น
-กลุ่มศัตรูยอมศิโรราบแล้ว
-ค่าความภักดีของประชาชนในโมราต้าเพิ่มขึ้น 3
-เพื่อแสดงถึงอำนาจของอาณาจักร อิทธิพลทางทหารในพื้นที่เพิ่มขึ้น 15
-โจรจะหายไปและการโจมตีจากโจรป่าจะลดลง ค่าความปลอดภัยเพิ่มขึ้น 13%
-การบริโภคจะเพิ่มขึ้นชั่วคราวในโมราต้า ผู้คนจะไม่ประหยัดเงินเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะในครั้งนี้  การเฉลิมฉลองของโมราต้าจะเริ่มขึ้นอย่างพร้อมเพรียง

-กิลด์ประติมากรรมตอนนี้จะสามารถผลิตของฝากสำหรับชัยชนะ เหรียญทองจำนวน 5000 จะถูกใช้ไป
-กิลด์จินตกวีจะจัดการแข่งขันสร้างสรรค์บทเพลงเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับสงคราม มีเงินรางวัลจำนวน 4500 เหรียญทอง
-ค่าเกียรติยศของโมราต้าในทวีปเวอร์เซลจะเพื่มขึ้น 75
ค่าชื่อเสียงปัจจุบัน 469

ยิ่งค่าชื่อเสียงของดินแดนเพิ่มขึ้นมากเท่าไร ก็จะยิ่งเพิ่มค่าชื่อเสียงให้ผู้ปกครองด้วย ชัยชนะหรือปราชัยในสงคราม แม้แต่การผลิต ค้าขาย ภารกิจ การสำรวจ เป็นปัจจัยที่ทำหน้าที่สร้างชื่อเสียงให้แก่บ้านเมือง

ด้วยค่าชื่อเสียงที่สูง ผู้เล่นสามารถได้รับภารกิจและค่าชื่อเสียงที่สูงได้ในโมราต้า ท่าการค้าจะซื้อขายสินค้าในราคาที่ดีมากขึ้น
-กิตติศัพท์ของค่าความชำนาญพิเศษของโมราต้าเพิ่มขึ้น
-ค่าชื่อเสียงของโรงงานหนังและสิ่งทอของโมราต้าเพิ่มมากขึ้น คำอวยพรแห่งเทพีเฟรย่าและเกษตรกรรมจะเพิ่มความเชี่ยวชาญพิเศษภายในเมืองมากขึ้น
-เหล้าองุ่นของเมืองโมราต้าจะโด่งดังมากขึ้น ถ้ามีโรงกลั่นเหล้ามากกว่านี้

-โมราต้าได้พัฒนาความเชี่ยวชาญพิเศษเพื่อเพิ่มการปศุสัตว์ที่ดีเยี่ยม
- ชาวบ้านโทรูบันจำนวน 89 คนอพยพเข้าโมราต้า
-ชาวบ้านโนโรม่าจำนวน 85 คนอพยพเข้าโมราต้า
-ผู้อาศัยแดนเหนือจำนวน 3600 คน เปลี่ยนมาศรัทธาต่อวิหารแห่งเทพีเฟรย่า
-ช่างฝีมือที่มีทักษะอพยพเข้ามา!
ช่างฝีมือมายังเมืองทางเหนือของโมราต้าและได้สอนการค้าขายกับพวกเด็กๆ
เหล่าเด็กน้อยของโมราต้ามีศักยภาพที่ดีเยี่ยมสำหรับอนาคต

-ผู้อาศัยในชุมชนของเอโกบานจะประท้วงเป็นเวลา 20 สัปดาห์

พวกเขาโทษผู้ปกครองที่ไร้ความสามารถที่ไม่เหมือนกับเมืองโมราต้า

ถ้าหากเงื่อนไขนี้ยังได้รับการยืนกรานอยู่ ต่อไปโมราต้าก็จะกลายเป็นเจ้าของของตัวเมืองนี้แทน

เนื่องจากความพ่ายแพ้ในสงคราม แต่ละตัวเมืองต้องเผชิญหน้ากับกรต่อต้านอย่างมาก มันขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมในแต่ละตัวเมือง และยังถูกกำราบที่ต้องชดใช้กับบทลงโทษที่ใหญ่หลวง หยดน้ำตาไหลรินลงจากผู้คนเหล่านั้นที่ต้องถูกจับมาในฐานะเฉลย
-ผู้จัดการโกดังได้กุมกุญแจเหล่านักโทษไว้

ครอบครัวของพวกเขาต้องการที่จะมายังโมราต้าเพื่อพบพวกเขาภายในสองสัปดาห์

ลอร์ดแต่ละคนมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบในการรักษาขวัญกำลังใจในกองกำลังทหารของพวกเขา แต่ยังไงซะ  พวกลอร์ดแห่งแดนเหนือไม่มองเช่นนั้นและกลับต้องทรมานกับความเสียหายร้ายแรงนั้นซะเอง
 กว่าครึ่งของตัวเมืองเปลี่ยวร้างไปแล้ว
 “เคอราล่าไม่มีวัฒนธรรมหลงเหลืออยู่อีกแล้ว ชาวไร่ชาวนาทั้งหมดก็ทิ้งการเก็บเกี่ยวอาหารและจากไปอีก
 “งั้น นั่นก็ชัดเจนมากแล้ว
 “กิลด์แบงค์เชสเตอร์แทบจะรักษาเอาไว้ไม่ได้แล้ว
 “แล้วเมืองของพวกนายล่ะ?”
 “พวกเราหรอ? ไม่เหลืออะไรให้ซื้อแล้วละ ใครจะไปรู้ละว่าไอ้วัฒนธรรมนั่นจะเป็นสิ่งสำคัญจริงๆ?”
จักไม่มีความระส่ำระส่ายในทวีปถ้าหากมีศูนย์กลางวัฒนธรรม ในแต่ละชุมชนและเมืองต้องเติมเต็มด้วยความต้องการพื้นฐานในระดับทางวัฒนธรรม เพราะพวกเขาสามารถที่จะรักษาที่ที่เอาไว้ต้อนรับขับสู้ไว้ให้อาณาจักรเพื่อนบ้าน
โมราต้ามีวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่เป็นพิเศษ
พวกลอร์ดไม่ได้เข้าใจในความหมายของวัฒนธรรมและความปรารถนาของผู้คนหรือการเข้าใจในศิลปะ ดังนั้นเหล่าลอร์ดแห่งแดนเหนือจึงลดศิลปะมากเท่าที่จะเป็นไปได้ พวกเขาไม่ได้คิดว่าจะสูญเสียมากมายขนาดนี้เลยจากสงครามครั้งนี้
 “นายคิดว่านี่เป็นเพราะพวกเราล้มเหลวที่จะเพิ่มพูนวัฒนธรรมไหม?”
 “นี่เป็นส่วนที่น่าหวั่นจริงๆซึ่งมันได้เริ่มขึ้น…”
การเจรจาข้อตกลงของสงครามนั้นยังไม่สิ้นสุด วีดได้รวมตัวเหล่าลอร์ดและหัวหน้ากิลด์ไปยังอาคารเพื่อพิจารณาถึงข้อตกลงของสงคราม ธรรมดาแล้วก็จะเป็นเงินชดเชยสำหรับสงคราม
นักโทษจำนวนมากจากกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนืออยู่ในความสับสน พวกเขาโดนจับมามากกว่า 70,000 คน ที่เป็นผู้เล่น 14,000 คน ค่าชดเชยสงครามจะถูกผูกมัดไว้กับพวกเขาที่จะเป็นข้อเสียเปรียบอย่างมีนัยยะ

กิลด์สไตรีนเริ่มขึ้นเป็นกลุ่มแรก
 ท่านลอร์ดแห่งโมราต้า โมราต้าเป็นสถานที่ที่น่าเคารพยำเกรงมาก ข้าชื่นชมท่านวีดตั้งแต่คอนติเนนออฟเมจิคแล้ว
เหล่าผู้เล่นใหม่และเหล่าเชลยศึก (POWs: Prisoner of War) สามารถมาเป็นสักขีพยานกับการเจรจาข้อตกลงที่กำลังดำเนินอยู่นี้ ด้วยเวทย์แตรแห่งเสียงกังวาน การสนทนาจะสามารถได้ยินทั่วทั้งโมราต้าด้วยสถานะนั้น ยังช่วยครอบคลุมไปถึงบทสนทนาสดๆที่พวกเขาพยายามทำให้เรียบๆอย่างเป็นทางการ
วีดเห็นผู้เล่นบางคนที่อยู่บนหอคอยแห่งเกียรติยศและพยายามทำให้ดูเป็นมืออาชีพ กลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนืออยู่ในสถานะที่เสียเปรียบอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามกิลด์สไตรีนก็เดินเรื่องต่อไปที่วีด
 ‘นี่ราคาจะมากซักเท่าไรนะ?’
จำเป็นมากที่จะต้องเข้าใจลักษณะนิสัยและรสนิยมของปาร์ตี้กลุ่มอื่นด้วย ดังนั้นพวกเขาจึงพยายามที่จะยกย่องเขามากเท่าที่พวกเขาจะทำได้! พวกเขาอยากจะเริ่มการเจรจาด้วยคำพูดโก้สวยหรูเพื่อยกย่องเขา
 มอนสเตอร์มากมายในฝั่งเหนือของโมราต้ากระจัดกระจายออกไป นี่ต้องเป็นเพราะว่าลอร์ดวีดเป็นคนที่พึ่งพาได้แน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม ท่านได้เห็นขอบเขตของความเสียหายบนหมู่บ้านอื่นๆหรือไม่?”
 “…”
แล้วกิลด์สไตรีนก็ได้เอ่ยถึงความสูญเสียของศิลปะและวัฒนธรรมของพวกเขา
 “แม้ว่าเราจะลงทุนด้วยเงินไปมากมาย ชาวบ้านของพวกเราก็ยังคงอพยพมาที่โมราต้าและนี่ถือเป็นความสูญเสียอย่างมากสำหรับพวกเรา
เหล่าลอร์ดของกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียงเพราะพวกเขาทั้งหมดล้วนเห็นด้วยกับที่เอ่ยมานั้น พวกเขาไม่ได้มีเงินไว้สำหรับสิ่งเหล่านี้และต้องการที่จะหนีจากความทุกข์ทรมานนี้
 ความเสียหายได้สิ้นสุดลงแล้วตอนนี้ และเราก็ได้เห็นด้วยที่จะไม่โจมตีโมราต้าอีกต่อไป ความพ่ายแพ้เป็นของพวกเราและพวกเราก็ต้องการชาวเมืองของพวกเราคืน เพราะงั้นประเด็นก็คือ ท่านจะสามารถพิจารณาข้อตกลงได้ไหม แล้วเราจะไม่โจมตีโมราต้าอีกเลย
หลังจากที่กิลด์สไตรีนพูดจบแล้วพวกเขาก็แจ้งให้ทราบในท้ายที่สุด วีดคือเทพสงครามผู้มีชื่อเสียงดังฉาวโฉ่ที่ว่าแย่ที่สุดของแย่ที่สุด ในเกมดิคอนติเน้นออฟเมจิค เขาจะฆ่าใครก็แล้วแต่ที่ทำเสียงดังในดันเจี้ยนหรือแม้แต่วิ่งหนีไป
วีดไม่มีความสงสารหรือความเห็นอกเห็นใจ เขาจะถูกด่าทอในประประวัติศาสตร์ในฐานะผู้เล่นที่ไร้ยางอายที่ฆ่าแล้วนำของไปหมด! วีดไขว้แขนของเขาพร้อมกับหรี่ตา นั่นก็มากพอที่จะแสดงให้เห็นว่าเขาไม่พอใจเลย
 ฉันไม่ได้ไอเท็มทั้งหมดสูญเสียมากกว่าที่ได้มา ฉันคงนอนไม่หลับแน่เลยคืนนี้
หน้าของวีดบิดเบี้ยวเหมือนกับปีศาจ
 คงต้องเดินหน้าต่อกับความทรงจำที่แสนขมขื่นนี้ แล้วใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ ฉันจะต้องไปต่อไปในแต่ละวัน มันเหมือนกันว่าเขาเป็นเพียงคนเดียวที่ทรมานจากความทรงจำที่เจ็บปวดนี้ในตอนที่เขาแยกขยะ
เมแพนไปเป็นตัวแทนของวีด
 “นั่นน่ะคือสถานการณ์ของพวกท่านในฐานะที่พวกท่านเป็นกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือ แต่ว่าจากมุมมองของโมราต้าไม่มีเหตุผลเลยที่จะมองว่านี่เป็นสงครามข้างเดียว
 “แต่ว่าเราไม่มีเงินเหลือพอที่จะจ่ายแล้วนะ
 “ไม่เลย แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าการชดเชยของสงครามจะสิ้นสุดลงแล้ว ใช่ไหมหล่ะ?”
 “…”
 “แล้วท่านกำลังพูดว่าท่านต้องการที่จะออกจากการเจรจาข้อตกลงสงครามหรือ?”
เมแพนให้ข้อเสนอกับพวกเขา หลังจากที่การเจรจาสิ้นสุดลง เหล่านักโทษที่ยอมแพ้นั้นจะนำตัวไปตัดสิน
แน่นอนละคนที่จะทำการตัดสินนั้นคือวีดและคนที่ได้รับมอบหมายมา ผู้เล่นที่ฆ่าทหารของโมราต้าปกติก็จะโดนโยนเข้าคุกและถูกขังไว้
การลงโทษที่ต้องชดใช้คือเรื่องเล็กน้อยไม่มีความหมายเลย ถ้าหากมีการขัดขืนนั่นก็หมายถึงความตาย
แม้ว่ากลุ่มผู้เล่นจะเจรจาตกลงเสร็จอย่างปลอดภัย แต่พวกทหารก็คงจะรู้สึกขุ่นเคืองลอร์ดพวกเขาแน่ ฝั่งพวกเขาจำต้องยอมรับความจริงที่เจ็บปวดนี้จากการโจมตีในสงคราม
 วีดคือคนหนึ่งในผู้ที่มีส่วนช่วยในการล่ามังกรและทำให้สภาพอากาศให้อุ่นขึ้น แล้วยังจะการผจญภัยเพื่อกอบกู้โมราต้าอีกละ? วีดต้องไปตามหากองกำลังมากมายในการผจญภัยของเขาเพื่อค้นหาตัวเมืองที่ต้องการจะบุกรุกเมื่อการคุ้มครองของวิหารเทพีเฟรย่าสิ้นสุดลงอีกเพราะพวกเขาดวงตามืดบอดด้วยความละโมบโลภมาก
เมแพนเริ่มที่จะวิจารณ์เหล่าลอร์ดของกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนืออย่างเย็นชา พวกพ่อค้าปกติจะพอใจในการเอาเปรียบผู้ที่ด้อยกว่า สำหรับค่าชดใช้ทางสงคราม ปกติแล้ว 70% จะถูกแบ่งมาจากเหล่าทหาร แล้วอีก 30% ก็จะไปให้ลอร์ดเพื่อใช้บริหารบ้านเมือง
เมแพนต้องการหากำไรมากเท่าที่จะเป็นไปได้จากสถานการณ์นี้
เขาต้องการอย่างเห็นได้ชัด
 “900 เหรียญทองสำหรับผู้เล่น หนึ่งคน และ 200 เหรียญทองต่อทหารหนึ่งนายสำหรับค่าชดเชย
 “นี่มันน่าตลกสิ้นดี
 “ข้าคาดไว้ว่าจะเป็นเงินจำนวนมาก แต่นี่มันมากเกินไป!”
สถานการณ์นี้ก็อยู่ในการคำนวณของเขาอยู่แล้ว มันเป็นจำนวนที่สมเหตุสมผลสำหรับค่าชดใช้ชีวิตของพวกเขา
ปัญหาหลักของการเจรจาข้อตกลงของสงครามคือเหล่าลอร์ดไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้น ในส่วนตอนกลางของทวีปนั้น จะมีเงินหนึ่งพันเหรียญทองเสมอตามกำลังพวกเขา แต่ลอร์ดทางตอนเหนือนี้ช่างอัตคัดขัดสนซะส่วนใหญ่ พวกเขาจะใช้สมบัติส่วนใหญ่ที่ย้ายมาจากทวีปทางตอนกลางไปยังแดนเหนือเพื่อก่อตั้งเมือง
 พวกเราไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอก
 “แม้ว่าพวกท่านจะลดลงให้เหลือเพียงครึ่งเดียว พวกเราก็ยังไม่มีจ่ายอยู่ดี
แม้ในทวีปทางตอนกลาง กองกำลังทหาร 120,000 นายของกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือก็ไม่ธรรมดาเลย ความจริงที่ว่าพวกเขาพ่ายแพ้ที่มีเชลยศึกจำนวนมากก็เป็นความอัปยศต่อพวกลอร์ดแล้วเช่นกัน แล้วถ้าหากพวกเขายังไม่มีปัญญาจ่ายค่าไถ่ตัวนั่นคงนำไปสู่สงครามอื่นอีกแน่นอน
 จำนวน 900 เหรียญทองต่อผู้เล่นหนึ่งคนก็เป็นจำนวนมาตรฐานแล้ว จนกระทั่งบัดนี้ สงครามทั้งหมดที่เคยมีมาก่อนบนทวีปเวอร์เซลได้ทำมานี่ก็ถือว่าเป็นจำนวนที่สมเหตุสมผลแล้ว
เมแพนเลิกคิ้วไปยังฝ่ายตรงข้าม แม้ว่าจะไม่มีเงินพอที่จะจ่าย พวกเขาก็ไม่สามารถไปต่อได้โดยปราศจากเจรจาต่อรองนี้ วีดบีบแขนเขาแน่นแล้วก็เงียบไป
 แม้ว่าจะเกือบ 70% ที่พวกเขาจะต้องอาศัยสินเชื่อและจ่ายเงินผ่อนในแต่ละเดือน นั้นก็ยังเป็นจำนวนเงินที่น้อยลงมากในแต่ละเดือน เราก็จะไม่ได้รับอะไรมากนัก จากนั้นก็จะมีดอกเบี้ยค้างชำระอีก แล้วก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมากเรื่อยๆ…’
วีดตัดสินใจที่จะลบล้างสถานการณ์ในตอนนี้ขณะที่เมแพนยังอยู่กับพวกลอร์ดเจ้าปัญหา
 “ไม่จำเป็นสำหรับค่าชดเชย
 “อะไรนะ?”
เมแพนรู้สึกประหลาดใจที่จะคิดว่าวีดจะยอมพูดบางอย่างแบบนี้ออกมา เขาไม่อยากจะเชื่อว่าคำเหล่านั้นจะออกมาจากปากของวีด บรรดา ลอร์ดของกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือก็ไม่เข้าใจ ได้แต่มองไปข้างหน้า
พวกเขาไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่เขาพึ่งพูดไป
 พวกเขาอาจถูกบังคับให้ไปกู้เงิน
บรรดาลอร์ดของหัวเมืองทางเหนือไม่สามารถรวบรวมรายได้มากมายนัก ค่าใช้จ่ายในการลงทุนนั้นมากมายอยู่แล้ว และพวกเขาก็จะยังไม่ได้อะไรกลับมาอีก
ไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าโมราต้าจะไม่เห็นแก่เงินเพราะว่ามันเป็นเงินจำนวนมากมายเหลือเกิน ถ้าหากเป็นสงครามอื่นโมราต้าก็คงจะไม่เรียกใช้เหล่าอัศวินคัลลามอร์
ในภายภาคหน้าอาจจะมีลอร์ดคนอื่นที่ตัดสินใจเพื่อบุกโจมตีแดนเหนืออีกครั้ง วีดสำหรับเหล่าลอร์ดแห่งพันธมิตรแดนเหนือก็คงอาจจะดูเหมือนคนทวงหนี้หน้าเลือด
 แม้จะไม่มีค่าชดเชย เหล่านักโทษก็ยังเป็นอิสระอยู่ดี
 “จริงหรือ?”
กิลด์สไตรีนไม่อยากจะเชื่อ สำหรับจุดยืนของวีดแล้วนี่อาจจะเป็นเพียงงานการกุศลและมันก็ไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย
 พร้อมกับคำสัญญาด้วย เมืองโมราต้าก็จะไม่บุกโจมตีเมืองอื่น
สำหรับตำแหน่งของวีดเขาไม่จำเป็นที่จะต้องยึดเมืองเพื่อกอบโกยเอากำไรเลย โมราต้าไม่ใช่อาณาเขตเล็กๆ แล้วอาณาเขตไม่ใช่อะไรที่สามารถปรับเปลี่ยนได้เลย
มีพื้นที่มากมายระหว่างแต่ละอาณาจักร ดังนั้นในขณะที่วัฒนธรรมได้เติบโต ขอบเขตของเมืองก็จะขยายออกไปเอง
 ข้าขอเสนอให้มีข้อตกลงทางการค้าแทน
 “อะไรนะ?”
 “อย่างที่พวกท่านทราบ โมราต้ากำลังพัฒนาอย่างมากในฐานะเมืองเริ่มต้น
เหล่าลอร์ดแห่งพันธมิตรแดนเหนือพยักหน้า พวกเขาเคยประสบมาก่อนแล้วดังนั้นพวกเขารู้ดีกว่าคนอื่น
 ในภายภาคหน้าจะต้องมีความจำเป็นสำหรับอาวุธและเกราะสำหรับผู้เล่นใหม่แล้วยังจะทรัพยากรจำนวนมาก
เหล่าลอร์ดแห่งพันธมิตรแดนเหนือเริ่มรู้สึกอึดอัด โมราต้าคือสถานที่ที่เหล่าผู้เล่นใหม่เติบโตขึ้นได้ง่าย พวกเขาเฝ้ามองโมราต้าเติบโตอย่างแข็งแกร่งขึ้น
 แล้ว?”
 “เหล่าผู้เล่นใหม่ต้องการทรัพยากรจำเป็นมากมาย โมราต้ามีของมากมายหลายสิ่งอย่างแร่และพื้นที่ ยังมีไอเท็มที่เก็บได้จากการออกล่าที่จะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับพวกเขาที่พวกท่านสามารถขายออกได้
การพัฒนาเชิงพาณิชย์ ภาษี และใบอนุญาตเป็นของลอร์ด เพื่อที่จะเปิดให้ลอร์ดแห่งแดนเหนือสร้างได้ตลาดที่ใหญ่ให้กับเหล่าผู้เล่นใหม่ กิลด์สไตรีนมีการแสดงออกผ่านใบหน้าพวกเขาอย่างโจ่งแจ้งมากระหว่างการเจรจาที่ยุ่งยากนี้
นี่จะเป็นข้อเสนอที่ดีสำหรับพวกเรา ทำไมท่านถึงให้เรามากมายขนาดนี้หล่ะ
 “ทวีปทางตอนกลางนั้นห่างไกลออกไป เหล่าพ่อค้าต้องใช้เวลานานเพื่อไปที่นั่นและราคาก็สูงมากอีกด้วย เหล่าพ่อค้าต้องการความช่วยเหลือทั้งหมดเท่าที่พวกเขาหาได้ ปัญหาใหญ่ที่สุดของพวกเราคือผู้เริ่มต้นในทางตอนเหนือไม่สามารถใช้อาวุธในราคาที่สมเหตุสมผลได้เพราะราคาของทวีปทางตอนกลาง สิ่งเหล่านั้นช่างผิดนัก
เหล่าลอร์ดครุ่นคิดโดยการสบตากันและกันแล้วก็พยักหน้า
 “พวกเราก็เห็นด้วย
 “พวกเราเช่นกัน
โมราต้าได้ทำการค้ามากกว่าเมืองอื่นในแดนเหนือรวมกันซะอีก
 “ข้าได้ยินมาว่าพวกท่านมีปัญหาในการพัฒนาทางวัฒนธรรมหรือ
 “…”
เหล่าลอร์ดจมดิ่งสู่ความสิ้นหวัง พวกเขาพบว่ามันยากมากที่จะพัฒนาวัฒนธรรมในขณะที่ยิ่งมีคนออกไปมากขึ้น
 โมราต้าจะส่งที่ปรึกษาทางวัฒนธรรมไปอยู่ในแต่ละหมู่บ้าน พวกเขาจะทำงานเพื่อเพิ่มพูนวัฒนธรรมและบ้านเมืองพร้อมกับลดจำนวนคนที่อพยพออกไปด้วย
วัฒนธรรมมีผลในการลดคำบ่นของผู้คนอย่างเห็นได้ชัด โมราต้ามีบาร์ดและแดนเซอร์จำนวนมาก พวกเขาสามารถพบเห็นการแสดงได้ในระหว่างวัน พวกเขาจะได้รับเงินจากการไปเมืองต่อเมืองได้
หนึ่งในกลุ่มลอร์ดถามขึ้น
 แต่อย่างไรก็ตามนั่นอาจจะลดวัฒนธรรมของโมราต้าลงนะ มันดูไม่สมเหตุสมผลกับข้าเลย
วีดมองไปที่เขาซักครู่หนึ่ง การมองนั้นในสายตาของเขาทำให้เขาหดตัวไปเลยเพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้เท่าเทียมกันเลย มีการเปลี่ยนแปลงในบรรยากาศที่เพียงพอที่จะปรับสถานการณ์ได้ มีผู้คนที่รักที่จะพูดแล้วจากนั้นก็ลืมว่าพวกเขาพูดอะไรออกไป เขาต้องขู่คนพวกนั้นด้วยวิธีนี้นี่แหละ
ด้วยความรู้สึกนี้ดูน่าพอใจมากกว่า
 “ข้ารู้สึกโกรธที่มีประติมากรในโมราต้ามากมาย มีประติมากรมากทักษะโดยเฉพาะในโมราต้า พวกเขาสร้างประติมากรรมและก็วาดรูปมากด้วยเช่นกัน
วีดตั้งเป้าที่จะส่งออกผลงานทางศิลปะ มีหอคอยแห่งแสงและรูปปั้นแห่งเทพีเฟรย่าแต่ว่าการเติบโตของจำนวนของงานศิลปะในเมืองจำเป็นต้องชะลอตัวลง เขาไม่ต้องการให้มันเป็นเมืองแห่งศิลปินอย่างเมืองโรเดียม วีดจมอยู่ในเสียงที่ทุ้มต่ำ
 “มีผู้เล่นโนวิซมากมายในเมืองมาราต้า พวกเขาจำเป็นต้องออกไปเพื่อจะได้เพิ่มพูนทักษะของพวกเขา
 “…”
 “โมราต้าดูเหมือนจะกว้างใหญ่ แต่ยังไงก็ตามถ้ามีเควสที่มากขึ้นและการล่าที่มากขึ้นนั่นสามารถทำสำเร็จได้ด้วยการไปเยือนที่เมืองอื่นให้บ่อยขึ้น มีที่ว่างเพื่อพัฒนาโมราต้าและเมืองอื่นด้วย
วีดเปลี่ยนไปยังหัวข้ออื่น
 “อันดับแรกเลย ในฐานะลอร์ด พวกท่านต้องลงทุนและดูแลหมู่บ้านด้วยความรักฉะนั้นเหล่าผู้เล่นใหม่ก็จะเริ่มเล่นในเมืองของท่านเอง ก่อตั้งร้านค้าและจัตุรัส แล้วธุรกิจก็จะเฟื่องฟูเอง พวกท่านจะสามารถพบเห็นเหล่าผู้เล่นใหม่เติมขวดน้ำของพวกเขาที่น้ำพุ จะไม่มีอะไรหยุดยั้งเหล่าผู้เล่นใหม่จากสงครามนี้เลย
นี่เป็นคำกล่าวที่กล่าวไว้ด้วยวีด เหล่าลอร์ดแห่งแดนเหนือลุกขึ้นจากเก้าอี้ของพวกเขา เสียงเชียร์สามารถได้ยินทั่วทั้งกำแพงเมือง
 โว้ววว!”
 “เทพสงครามวีดยอดเยี่ยมที่สุด!”
 วีด ฮู้เร่หหห์!”
เหล่าผู้เล่นใหม่และผู้เล่นจากพันธมิตรแห่งแดนเหนือส่งเสียงเชียร์! วีดได้แสดงความใจกว้างของเขาให้กับผู้บุกรุกที่มายังโมราต้าอีกด้วย เมแพนและปาร์ตี้ของเพลแสดงอาการช็อคสุดขีด อย่างที่พวกเขาได้เห็นวีดในมุมที่แตกต่างออกไปจากงานศิลป์หลังจากหอคอยแห่งแสงแล้ว
 ไม่นะ อะไรนั่นไม่สมกับเป็นวีดเลยซักนิด
 “เขาไม่สามารถเป็นพ่อพระได้เลย ใช่ไหม?”
 “เขาไม่สบายหนักหรือปล่าว? บางทีเขาอาจจะตกลงมาจากประติมากรรมตอนที่เขาทำมันอยู่ก็ได้?”
ชายผู้ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้มากขนาดนี้ ดังนั้นพวกเขาจึงรู้สึกเป็นห่วงสุขภาพจิตของวีด มันยากมากที่จะเข้าใจสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ ทุกๆคนในที่นั้นกำลังเฝ้ารับชมการออกอากาศ แสดงให้เห็นในท่าทางที่แตกต่าง มีเพียงเซเฟอร์คนเดียวที่พยักหน้าและดูเหมือนจะรู้สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
 ด้วยการเจรจาครั้งนี้เขาจะกอบโกยกำไรมหาศาล
มูลค่าของผู้เล่นใหม่! ลอร์ดจากแดนเหนือรู้สึกกังวลกับอนาคตของพวกเขา แม้ว่าวีดจะคำนวณค่าความเสียหายภายในหัวเขาแล้วและยังมีกำไรที่ไม่สิ้นสุดในอนาคตด้วย

บรรดาเมืองทางตอนเหนือจะขายอาหารและโกยกำไรมากมายแต่โมราต้าจะเป็นที่หนึ่งที่ได้รับจากภาษีอากร พวกเขาจะค้าขายกับทวีปทางตอนกลาง แต่ว่าตอนนี้พวกเขาสามารถค้าขายได้แค่กับเหล่าพ่อค้าทางตอนเหนือ มันก็จะสามารถยุติปัญหาของเหล่าเมืองทางตอนเหนือสำหรับสงครามนี้ได้
พวกเขาจะสามารถลดจำนวนผู้คนที่ออกไปจากเมืองได้ผ่านทางวัฒนธรรม ขุดแร่เพื่อรวบรวมทรัพยากร จะช่วยพัฒนาเทคโนโลยีของเมืองได้ด้วย แล้วยังสามารถสร้างสินค้าที่มีคุณภาพมากขึ้นด้วย ข้อตกลงแห่งสันตินี้จะช่วยเร่งการพัฒนาเมืองในแถบทางตอนเหนือ
มันก็จะกำจัดความตึงเครียดและความกังวลให้กับผู้เล่นใหม่ในโมราต้าได้เป็นอย่างมากและก็จะทำให้ผู้เล่นเริ่มที่ดินแดนทางเหนือมากขึ้น ความสามารถพิเศษของแถบดินแดนทางเหนือก็จะเติบโตและพัฒนา  ขณะที่พ่อค้าก็ออกมาค้าขายมากขึ้นด้วย ในการแข่งขันระยะยาวโมราต้าในฐานะศูนย์กลางทางพาณิชย์ ก็จะเป็นอีกที่หนึ่ง ที่จะกอบโกยกำไรมหาศาล
จะมีไอเทมที่ดีมากขึ้นสำหรับผู้เล่นใหม่ที่จะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็จะมีภาษีจำนวนมากที่ต้องจ่ายด้วยเช่นกัน
 หลังจากสงครามเขาก็สามารถกำจัดงานศิลปะที่มีมากเกินไป!”
จากเวลาที่เป็นอยู่นี้ เศรษฐกิจของแต่ละหมู่บ้านจะขึ้นอยู่กับโมราต้า เขาสามารถเพิ่มพูนวัฒนธรรมโดยการขายออกศิลปะในแต่ละเมือง แม้กระนั้นการขายผลผลิตก็ยังให้กำไรมากอีกด้วยถึงแม้ว่าจะมีเงื่อนไขกับพวกลอร์ดแห่งแดนเหนืออยู่บ้าง
การค้าขายกับโมราต้าก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาสูญเสียอะไร แล้วยังไม่ต้องก่อสงครามกับโมราต้าอีกด้วย งั้นด้วยข้อเท็จจริงที่ให้ในแต่ละเมือง สงครามครั้งที่สองกับโมราต้าก็จะไม่เกิดขึ้น ความคิดของเซเฟอร์ล้ำเกินไปมากกว่าวีดแล้วในตอนนี้
เขาพิชิตกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือได้แล้ว เป็นการตัดสินที่มีเหตุผลสลับซับซ้อนและยังไม่จำเป็นที่จะทำให้ศัตรูเกลียดชังอีกด้วย
 “กลอุบาย การวางแผน แล้วยังการปกครอง ช่างน่ากลัวมากที่ไม่มีใครสังเกตเห็นเลย!”
ขณะที่แกล้งเสแสร้งทำอยู่นี้ เขารอคอยที่จะหาประโยชน์และเก็บเกี่ยวกำไรจริงๆ การแน่วแน่และตั้งใจของวีดที่มีต่อเงินเป็นหนึ่งขนานแท้จริงๆ
 โจ๊กหญ้าร้อนๆจ้า
งานเฉลิมฉลองชัยชนะของโมราต้า! ผู้เล่นใหม่ที่มีความสุขรู้ สึกตื่นเต้น มันน่าเพลิดเพลินยิ่งสำหรับวีดที่ได้เห็นพวกเขาจับจ่ายใช้สอยเงิน
-ยอดผู้เข้าชมถล่มทลาย เมื่อคิดว่ายอดผู้เข้าชมจะเพิ่มขึ้นอีกมากจากการฉายภาพสดของสงคราม!
พวกเขารู้สึกสุขใจกับความก้าวหน้าของเมลอน KMC Media และ 12 สถานีถ่ายทอดอื่นๆได้ถ่ายทอดรายการสงครามของวีด พวกเขามีภาพฉายสองมุมมองของสงครามแห่งวีดและเก็บค่าเปอร์เซ็นจากการโฆษณาด้วยค่าธรรมเนียมเล็กๆน้อยๆสำหรับลิขสิทธิ์ในการถ่ายภาพ เงินกำลังหมุนเวียน
 โลกนี้ช่างเป็นที่ๆสวยงามอย่างแท้จริง
ต้องขอขอบคุณเหล่าผู้เข้าร่วมในสงคราม วีดได้แจกจ่ายโจ๊กออกไปไม่จำกัด ท่านลอร์ดเปิดโกดังและที่พักเพื่อให้เหล่าผู้เล่นได้เพลิดเพลิน
-โกดังพิเศษเก็บธัญพืชแห่งอาณาจักรอารูเพ่น เปิดให้ดื่มด่ำกับโจ๊กหญ้าฟรีๆ
-งานเฉลิมฉลองโมราต้าใช้เงินไป 50,000 เหรียญทอง

ท่านลอร์ดเป็นผู้มีความโอบอ้อมอารี มีเงินกำลังถูกใช้ไปในทุกๆที่ มีหมูป่าย่างบาร์บีคิว กวางอบและถังที่บรรจุด้วยเหล้า
 หมดแก้ว!!”
มันเป็นสูตรใหม่ที่ทำมาจากการผสมผสานของผลไม้กับไอเท็มอื่นๆ อาจจะมีรสชาติขมนิดหน่อยจากการปลอกเปลือก แล้วยังมีคุณค่าทางโภชนาการจากผักกาดหอมและราสป์เบอร์รี่ วีด ใช้ความเชี่ยวชาญสมุนไพรและทำอาหารในทักษะระดับกลางอย่างต่อเนื่อง เพื่อค้นคว้าสูตรทำเหล้า เขาทำเครื่องดื่มชนิดใหม่ได้ในที่สุด เป็นเหล้าที่เต็มไปด้วยปริศนา
 เหล้าคือเงิน
เหล้ามีอายุการเก็บรักษาได้นานและก็ง่ายที่จะเก็บรักษา ดังนั้นมันไม่ใช่สิ่งที่แปลกเลยที่จะเป็นผลผลิตที่ขายดีที่สุด ผู้เชี่ยวชาญการต้มเบียร์ก็เป็นอาชีพหนึ่งที่ได้ถูกคำนึงถึงบนทวีปเวอร์เซล สูตรการทำอาหารและเครื่องดื่มก็ถูกขายในราคาสูง ยิ่งถ้ามีรสชาติดีและคุณค่าทางโภชนาการสูงแล้ว ดังนั้นมันก็จะเป็นสูตรที่มีค่าอย่างมาก วีดได้สร้างสรรค์ตำรับเครื่องดื่มด้วยคุณค่าโภชนาการสูงกับวัตถุดิบราคาต่ำ!

 เครื่องดื่มนี่วิเศษมาก!”
 “รสชาติดีใช่ไหม?”
เหล่าผู้เล่นใหม่สามารถรับรสชาติที่แสนวิเศษของแอลกอฮอล์ มันไม่ได้ราคาแพงเมื่อเทียบกับที่บาร์เหล้าและมันดีสำหรับราคาแค่นี้ด้วย
 ชน!”
 “พวกเราขอแสดงความขอบคุณแด่โมราต้า
 ไชโยแด่กำลังพลผู้เล่นใหม่รุ่นที่ 49!”
เหล่าผู้เล่นใหม่ยิ้มอย่างยินดี แสดงให้เห็นความเพลิดเพลินของพวกเขา งานฉลองดำเนินต่อไปในทั่วทุกๆที่ คนอื่นๆเตรียมพร้อมสำหรับการล่าเพราะพวกเขาได้รับค่าประสบการณ์จำนวนมากที่สำคัญจากสงคราม ผู้เล่นใหม่จำเป็นต้องออกล่านอกเมืองเพื่อที่จะได้แข็งแกร่งขึ้น วีดคิดว่ามันถือเป็นเรื่องที่ดี
 ขณะที่พวกนายแข็งแกร่งขึ้น ก็ทำเงินภาษีให้ฉันมากขึ้นด้วย
ยิ่งได้ภาษีที่มากขึ้น ก็ยิ่งดีกับเขามากเท่านั้น ผู้เล่นจำนวนมากขึ้นในโมราต้าก่อให้เกิดผลทางบวกขึ้นในทางของพวกเขาเอง เหล่านักดาบออกไปที่จัตุรัสเพื่อดื่มเหล้า เหล่าผู้เล่นคนที่เหลือที่ยังมีชีวิตรอดจากสงครามก็กำลังเพลิดเพลินกับงานฉลอง ทุกคนมีความสุข วีดเข้าสู่โหมดเจ้าเมืองแล้วมองบรรยากาศรอบๆ
 เพิ่มภาษีในเมือง 2% เป็นเวลาสองวัน!”
ติ้ง!
-เป็นเวลาสองวัน ภาษีเพิ่มขึ้นชั่วคราว
เรทราคาไอเทมจะเปลี่ยนจาก 5% เป็น 7% ภายในร้านค้า

ฤดูกาลแห่งงานเฉลิมฉลอง จะมีของมากมายถูกซื้อและกิน ดังนั้นก็จะมีการบริโภคเป็นจำนวนมาก เขาเพิ่มภาษีขึ้นพอประมาณเพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการลงทุน
 “เราสามารถกอบโกยได้มากเลยกับบรรยากาศแบบนี้
เหตุผลก็เพราะกลุ่มลัทธิโจ๊กหญ้ากำลังซื้อของมากมาย
ในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่มีอะไรฟรีหรอกนะ!
ผู้แปล: “Cole’s Myth”

Editor: แอดชิน เพจ เราอ่านนิยายแปล