วันจันทร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2560

เล่ม 23 ตอนที่ 10: มหาราชันย์อวานน่าห์ แปลโดย Cole’s Myth

เล่ม 23 ตอนที่ 10: มหาราชันย์อวานน่าห์ แปลโดย Cole’s Myth

เหล่าอัศวินแห่งครีม่าก็ขี่ม้ามาถึงแล้วเช่นกัน
วีดเหวี่ยงดาบของเขาสกัดเอาไว้ได้ แต่เขาก็ไม่อาจตั้งรับการโจมตีอันมากมายหลายทางได้ในทีเดียว
-ท่านได้รับการโจมตีคริติคอล
ด้วยความยืดหยุ่นทางร่างกาย ความเสียหายที่ได้รับจึงลดลง
-ท่านได้รับการโจมตีคริติคอล
ด้วยความยืดหยุ่นทางร่างกาย ป้องกันไม่ให้มีผลของสถานะมึนงงจากการบาดเจ็บสาหัส
-ความคงทนของดาบที่ท่านสวมใส่ถึงขีดสุดแล้ว ดาบของท่านหักแล้ว

จากนั้นดาบของวีดก็แตกเป็นเสี่ยงๆ
แม้ว่ามันจะเป็น ดาบขึ้นสนิมในตำนานเขาก็ใช้มันมาเป็นอย่างดีด้วยการซ่อมแซมมัน แต่ว่าหลังจากการต่อสู้ในวิหารและสกัดการโจมตีของพวกอัศวิน ความคงทนของมันก็ตกลงอย่างฮวบฮาบและหักไปในที่สุด

-ท่านได้รับการโจมตีคริติคอล

หลังจากที่โดนการโจมตีต่อเนื่องห้าครั้งด้วยอาวุธอาบเงินศักดิ์สิทธิ์ ความยืดหยุ่นทางร่างกายของเขาก็ถึงขีดสุด แล้วร่างกายก็เป็นอัมพาตไปทั่วทั้งร่าง
หลังจากโดนการโจมตีใส่อีกสามครั้ง ค่าพลังชีวิตของเขาก็แทบจะหมดสิ้น จากนั้นเขาก็ล้มนอนลงบนหลังม้า การตกลงจากม้าที่กำลังวิ่งอยู่นั้นทำให้เกิดความเสียหายหนักเอาการ ถึงแม้เขาจะเป็นเดทไนท์ที่สวมชุด
เกราะเบาก็ตาม

-ค่าพลังชีวิตของท่านต่ำจนอยู่ในระดับอันตราย
ท่านได้รับความช่วยเหลือจากคู่แบ่งปันชีวิต
-ซอยูนได้แบ่งปันความเจ็บปวดของท่าน
พลังชีวิตสูงสุด 114,290 หน่วย
ท่านสามารถใช้ทักษะของเบอร์เซิร์กเกอร์ 70% จากค่าความเชี่ยวชาญของคู่รักท่าน
-ท่านสามารถใช้ทักษะ เริงระบำแห่งนักรบคลั่ง’(Dance of Insane Warrior) ที่อยู่ขั้นกลางเลเวล 8
ท่านสามารถใช้ ทักษะดาบของเบอร์เซิร์กเกอร์’(Berserker’s Swordmanship) ที่อยู่ขั้นกลางเลเวล 4
ท่านสามารถใช้ทักษะ ดาบของเพชฌฆาตแห่งความตาย’(Death Executioner’s Swordmanship) ที่อยู่ขั้นกลางเลเวล 6
ทักษะบุกโจมตีความอดกลั้นแห่งการรบ’(Endurance of Battle) ถูกปลดล็อคการใช้งานที่ขั้นกลางเลเวล 7
ระหว่างการต่อสู้ โปรดป้องกันการลดลงของค่าพลังชีวิตและบาดแผลที่ได้รับ
ด้วยค่าพลังชีวิตบางส่วนของซอยูนโอนถ่ายไปให้กับวีด เขาจึงสามารถลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง
 ทักษะเริงระบำแห่งนักรบคลั่ง, ทักษะวิชาดาบแห่งนักรบคลั่ง?...”
เขาไม่มีเวลามาตรวจสอบว่ามีทักษะมากเท่าไรที่อยู่ในรายการย่อยของทักษะดาบ หรือแม้แต่ผลลัพธ์แบบไหนที่มันมี เขาจึงทำได้เพียงแค่ลองใช้ไปเท่านั้น เขาได้ออกล่ากับซอยูนมาเป็นเวลานาน แต่ทว่าทักษะที่เธอใช้นั้นปกติก็ไม่ได้แสดงออกมามากนัก
จะอยู่หรือว่ายอมตาย
-ท่านติดอาวุธดาบของอัศวินผีสิงที่มีความอาฆาต
เขาใช้อาวุธดาบอย่างเร่งรีบแล้วก็ปลดล็อคทักษะ
ทักษะเริงระบำแห่งนักรบคลั่ง!”
วีดใช้ทักษะกับพวกอัศวินที่พุ่งเข้าใส่เขา ทุกๆครั้งที่เขาสกัดดาบของพวกมัน เขาก็จะไถลหลังไปราวสองสามเมตร เหลือไว้เพียงแค่รอยสีแดงที่เหมือนกับเลือด
ตายซะเถอะ!”
ทุกครั้งที่วีดตั้งรับการโจมตี เขาก็จะเซไปมาแล้วก็เสียค่าพลังชีวิต
ฉันเคยเห็นทักษะนี้มาก่อน
มันคือทักษะที่ซอยูนใช้ต่อสู้กับคูบิยะ มหานักรบแห่งความโกลาหล แม้ว่ามันจะเป็นเพียงเสี้ยววินาที แต่สามารถรั้งคูบิยะได้พอสมควร แถมยังทำให้วีดตกอยู่ในอันตรายอีกด้วย ในตอนที่มานาสีแดงเลือดแผ่ออกไป พวกมันก็ก่อตัวเป็นสัญลักษณ์พิเศษ จากนั้นก็กลายเป็นพลังงานที่รุนแรงแล้วก็ระเบิดออกมาสู่ภายนอก
-‘ทักษะเริงระบำแห่งนักรบคลั่งได้เริ่มขึ้นแล้ว
การระเบิดขนาดใหญ่ทำให้พื้นดินเป็นรูโล่งกว้าง
เดทไนท์จะเพิ่มการโจมตีของเขาด้วยพลังแห่งความมืดระหว่างการต่อสู้ มันถือว่าเป็นทักษะที่หนักหนาเอาการขึ้นอยู่กับค่าจิตวิญญาณนักสู้ หรือแม้แต่ทักษะวิชาดาบเฮอเรมก็ยังไม่กินมานามากขนาดนี้ แต่ทว่ากับทักษะเริงระบำแห่งนักรบคลั่งที่เป็นทักษะโจมตีอันน่าเหลือเชื่อที่ใช้มานาไปมากกว่า 70% ของมานาที่ยังไม่ได้ใช้ของวีด

-อัศวินแห่งครีม่า 6 นายตายไป
ค่าชื่อเสียงเพิ่มขึ้น 469
-ได้รับค่าประสบการณ์เล็กน้อย

มันเป็นการโจมตีที่รุนแรง ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถป้องกันได้เต็มที่ด้วยชุดเกราะของพวกเขาเพียงอย่างเดียว วีดสูญเสียสมดุลเพราะแรงผลักของทักษะ แต่ว่าทันใดนั้นเองเขาก็เตะพื้นแล้ววิ่งหนีไป มีศัตรูอยู่ทั่วไปหมด ดังนั้นเขาจึงต้องการโอกาสที่จะชิ่งออกไปได้
ทักษะแรกในวิชาดาบของผู้รุกราน พันธนาการของนักโทษ
ขณะที่เขาวิ่งฝ่าทะลุละอองฝุ่น เขาก็เล็งไปที่อัศวินคนหนึ่งที่ตกลงจากม้าเพราะโดนทักษะเริงระบำแห่งนักรบคลั่งเข้าไป วีดเล็งไปที่จุดตายของเขาแล้วก็ฟันดาบเข้าที่คอของอัศวิน

-ทักษะพันธนาการของนักโทษโจมตีโดนเป้าหมายแล้ว
จนกว่าเป้าหมายจะตายหรือได้รับการรักษาโดยนักบวช พันธนาการจะไม่หายไป
เลือดที่ไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ค่าพลังชีวิตลดลง 160 หน่วยต่อวินาที

วีดใช้ทักษะพันธนาการของนักโทษกับอัศวินไปแปดคน เขาสามารถโจมตีอัศวินคนหนึ่งได้ถึงสี่จุด
 ทักษะที่สอง….ดาบแห่งจิตวิญญาณนักสู้
ทักษะที่สอง….ดาบแห่งจิตวิญญาณนักสู้คือทักษะที่สามารถเพิ่มพลังโจมตีให้กับวีดตามสัดส่วนของความเสียหายที่เขาได้รับมา จากนั้นเมื่อโจมตีอัศวินคนอื่น เขาก็ปลดล็อคใช้ทักษะที่สาม ดาบแห่งการพิฆาตมันเป็นทักษะที่สามารถถูกใช้ได้เฉพาะตอนที่ค่าพลังชีวิตของผู้เล่นต่ำมากๆเท่านั้น
แม้นว่ามันจะเป็นวิชาดาบที่อันตรายก็ตาม แต่ทว่าทั้งผู้เล่นและศัตรูต่างก็ต้องตายไปทั้งสองฝ่าย
ด้วยการละทิ้งการป้องกันทั้งหมด แล้วทุ่มเทไปที่การโจมตีเพื่อฆ่าเป้าหมาย มันจึงสามารถเพิ่มพลังทำลายได้อย่างมหาศาล

เพราะว่าวีดที่กำลังต่อสู้กับพวกอัศวินนั้นแข็งแกร่งมากกว่าปกติ โปลอนและเหล่าอัศวินครีม่าต่างรู้สึกงุนงงเป็นอย่างมาก ด้วยบาดแผลสาหัสแบบนั้นเขาควรจะตายไปแล้ว แต่ว่าเขายังคงขัดขืนจนถึงที่สุด
เขามีค่าพลังชีวิตมากแค่ไหนกันเนี่ย
ทักษะกับการเคลื่อนไหวของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อยนะ
ความจริงที่ว่าความยืดหยุ่นและพลังโจมตีของเขานั้นเพิ่มมากขึ้นกว่าตอนที่เขาเริ่มต่อสู้กับพวกเขานั้นเป็นความจริงที่แทบไม่อยากจะเชื่อ
แรกเริ่มโปลอนตั้งใจที่จะมาขอท้าดวลกับเขา ส่งเขาไปให้พบกับจุดจบแห่งความตายหลังจากที่ต่อสู้แบบตัวต่อตัวแล้ว เขาก็จะได้รับชัยชนะอันไร้ที่ติ ว่ากันตามตรง การฆ่าวีดนั้นจะเป็นรางวัลเกียรติยศที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เขาจึงอยากที่จะขอท้าดวลกับเขา
แต่ว่าการฆ่าวีดต้องมาก่อน ฉันไม่ควรให้เวลาเขาได้ฟื้นตัวเด็ดขาด
การประเมินในตัววีดนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว เขาไม่เพียงแค่มีเลเวลที่สูงมากแล้วยังใช้ทักษะออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แถมเขายังรู้วิธีการต่อสู้และควบคุมการต่อสู้ด้วยกำลังรบที่ด้อยกว่า แม้แต่ผู้เล่นติดอันดับสูงๆในเครือข่ายสื่อสารของกิลด์เฮอร์มีสเองก็สั่งให้เขาฆ่าวีดไม่ว่ายังไงก็ตาม
ฉันไม่ควรให้โอกาสวีดหนีไปได้ แถมฉันก็ไม่อาจแบกรับความเสียหายใดๆได้อีกต่อไปแล้ว
โปลอนฝึกเหล่าอัศวินแห่งครีม่ามาเองกับมือ ยิ่งการต่อสู้นี้ยืดเยื้อ พวกเขาก็ยิ่งได้รับบาดเจ็บและถูกฆ่าไปโดยพวกอันเดดที่ค่อยๆฟื้นตัวขึ้นมา
โปลอน: ฉันอนุญาตให้นักเวทย์กับเรนเจอร์โจมตีวีดโดยตรงได้เลย
หลังจากที่ออกคำสั่งไปให้เหล่านักเวทย์กับเรนเจอร์ เขากับอัศวินก็ถอนกำลังกลับมา
ยามรุ่งอรุณกำลังมาเยือน
วีดสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างน่าสงสัยกำลังจะเกิดขึ้น เขาจึงเกาะติดพวกอัศวินครีม่าเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโอกาสโดนโจมตี
โปลอน: โจมตีไปเลย แม้ว่าจะได้รับความเสียหายบ้าง แต่ก็จะทำให้ฆ่าวีดได้เร็วขึ้นและก็จบการต่อสู้ได้เร็วอีกด้วย
เวทย์ถูกร่ายออกมาแม้จะมีเหล่าอัศวินอยู่ในระยะโจมตีก็ตาม
ขณะที่เวทย์ถูกร่ายออกมา ลูกธนูก็ถูกยิงตรงไปที่ที่วีดกับพวกอัศวินที่กำลังมะรุ่มมะตุ้มกันอยู่
ตอนนี้หละ
วีดขโมยม้ามาอย่างรวดเร็วแล้วควบมันหนีสุดแรงเกิด
เขาคอยจับตาดูสีหน้าและพฤติกรรมของพวกผู้เล่นในกลุ่มอัศวินครีม่า จากนั้นเขาก็หันกลับไปในทิศทางที่พวกจอมเวทย์อยู่แล้วก็หนีไปโดยไม่เหลียวหลัง
มันคือสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของสัตว์!
แกร๊งงง!
เบื้องหลังของทิศทางที่วีดกำลังขี่ม้าอยู่ เหล่าอัศวินครีม่าตายไปเพราะเวทย์และลูกธนู
 โจมตีต่อไป ฆ่ามันซะ!”
ภายในระยะเสียงอันดังสนั่นของโปลอน วีดจึงต้องทำการตัดสินใจ ไม่มีที่ใดให้หนีภายในที่ราบนาตาเลียที่เต็มไปด้วยเหล่าอัศวินและอันเดด เพื่อที่จะหนีรอดออกไปจากที่นี่ เขาจึงต้องหลบหลีกการโจมตีจากเรนเจอร์และพวกนักเวทย์ต่อไปเรื่อยๆ แต่ทว่านั่นมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหลบได้หมด
ไม่มีทางที่เขาจะสามารถหลบลูกธนูหรือลูกบอลไฟที่ลอยอยู่เต็มไปทั่วท้องฟ้า แถมยังมีเสาน้ำแข็งกับกองดินอีก
ยังเหลือค่าพลังชีวิตอีกราว 32%’
ตามการคาดคะเนของเขา เขาจะตายในทันทีถ้าหากว่าเขาโดนโจมตีโดยเวทย์ต่อเนื่อง พวกอัศวินที่พุ่งเข้ามาเร็วๆยากที่จะจัดการได้เช่นกัน เขาสามารถใช้คุณสมบัติของเบอร์เซิร์กเกอร์เพื่อต้านพวกมันเอาไว้ ก็ถือว่าเป็นอีกปัญหาหนึ่ง เหล่าอัศวินที่กระจายกำลังไล่ตามเขาจากหลายทิศทาง แถมยังมีการสนับสนุนจากพวกนักเวทย์กับพวกเรนเจอร์อีก เขาคงจะตายไปก่อนจะได้ไปไหนซะอีก
 ถ้างั้น ที่เดียวที่ฉันจะวิ่งหนีไปได้ก็คือ…’
วีดควบม้าของเขามุ่งหน้าไปที่วิหารเอลแวนซ์
ไปกันเถอะ!”
มันเป็นที่เดียวที่ไร้การปิดล้อมและอยู่ตรงข้ามกันกับพวกเรนเจอร์และนักเวทย์ยืนอยู่ วิหารเอลแวนซ์คือสถานที่อันตรายสำหรับอันเดด การวกกลับไปที่นั่นก็เป็นทางเลือกที่คาดไม่ถึงหรือว่าโง่นั่นเอง
 ไล่ตามมันไป อย่าให้มันหนีไปได้!”
เหล่าอัศวินครีม่าเริ่มออกไล่ตาม แต่เพราะว่าพวกพ้องของพวกเขาตายไปในการโจมตีระยะไกล พวกเขาจึงรู้สึกลังเลและช่องว่านั้นก็เริ่มกว้างขึ้นเรื่อยๆ แต่อย่างไรก็ตามไม่นานพวกเขาก็ปิดช่องว่างนั้นได้จนสนิท
ขณะที่วีดเข้าไปใกล้วิหาร เขาก็ได้รับผลกระทบจากพลังศักดิ์สิทธิ์ ค่าความแข็งแกร่งและพลังชีวิตของเขาจึงลดลงเรื่อยๆ แม้ว่าเขามีคุณสมบัติทางอาชีพเบอร์เซิร์กเกอร์ จุดอ่อนของเขาในฐานะอันเดดก็ยังคงมีอยู่
มันจึงกลายเป็นการผสมผสานความเลวร้ายสำหรับการหลบหนีครั้งนี้!
พยายามมีชีวิตอยู่ต่อไปนี่ไม่ง่ายเลยแหะ
เมื่อมองไปในบริเวณใกล้เคียง มีซากศพของพวกอันเดดและมอนสเตอร์เกลื่อนกลาดไปหมด มันคงจะมีประโยชน์ถ้าเขาสามารถใช้ทักษะแนโครแมนเซอร์ได้ แต่ทั้งหมดที่เขาทำได้ก็คงมีแค่ควบคุมกองทัพอันเดดให้ดีเท่านั้น
เขาจึงทำได้เพียงมุ่งหน้าต่อไป
เพราะว่าเขากำลังรีบจนไม่มีโอกาสที่จะออกคำสั่งพวกอันเดดได้เลย ราวๆสิบสองวินาทีผ่านไป พวกอัศวินก็คงจะมาถึง ดังนั้นเขาจึงไม่มีเวลามาลังเลอะไรแล้ว มีร่องรอยของภัยพิบัติทางธรรมชาติและการทำลายล้างมากมายที่กระทำโดยเหล่าอันเดด
วีดเจอรอยแตกมืดๆบริเวณใต้แท่นบูชา ปกติแล้วคงไม่มีทางฉุกคิดขึ้นมาได้แน่ แต่ในฐานะอันเดด เขาจึงมีความรู้สึกไวต่อพลังศักดิ์สิทธิ์ มีพลังศักดิ์สิทธิ์มหาศาลไหลออกมาจากรอยแยกนั่น
วีดเริ่มน้ำลายสอ
จริงๆแล้ว ฉันนี่ไม่มีทางเลือกเลยนะเนี่ย
แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ชีวิตของเขาแขวนอยู่บนเส้นด้าย วีดก็ยังทำตามสัญชาตญาณที่นำไปสู่ไอเท็ม จากนั้นวีดก็มุดเข้าไปในช่องระหว่างแท่นบูชา

มันไม่อยู่ที่นี่
มันพึ่งเข้ามานิ อาจจะกำลังซ่อนตัวอยู่ก็ได้ หาตัวให้เจอ!”
ถ้ามันเตรียมซุ่มโจมตี มันอาจจะอันตรายก็ได้นะ
มันเป็นอันเดด คงไม่สามารถทนพลังศักดิ์สิทธิ์นี่ได้นานนักหรอก เราต้องหามันให้เจอโดยด่วน
เพียงแค่ไม่กี่วินาทีหลังจากที่วีดหายตัวไป พวกอัศวินครีม่าก็มาถึง
ขณะที่พลังศักดิ์สิทธิ์นี่เป็นข้อเสียเปรียบของวีด แต่พลังนี้กลับบัฟอวยพรให้พวกเขาฟื้นฟูค่าพลังชีวิต เมื่อเทียบกับความสามารถตามปกติ พวกเขาสามารถแสดงศักยภาพได้เท่าตัว มันขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นก่อนที่พวกเขาจะเจอวีด แล้วฆ่าเขา

ท่านกลายเป็นผู้ค้นพบดันเจี้ยน โลกใต้พิภพแห่งวิหารเอลแวนซ์
สิทธิพิเศษ: ค่าชื่อเสียงเพิ่มขึ้น 900
ค่าประสบการณ์และอัตราการดรอปไอเท็มสองเท่าเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์
มอนสเตอร์ตัวแรกที่ท่านล่ามีความเป็นไปได้ที่จะดร็อปไอเท็มที่ดีที่สุด

การได้มาที่นี่หลังจากหลบหนีพวกศัตรู วีดรู้สึกไม่ปลื้มนักขณะที่มองดูสิทธิพิเศษของดันเจี้ยน ที่นี่ถูกจัดว่าเป็นสถานที่ที่อันตรายสำหรับอันเดด ดังนั้นเขาจึงไม่อาจล๊อคเอาท์ออกจากเกมไปได้
ในตอนที่เขาล๊อคเอาท์ออกระหว่างการต่อสู้หรือตอนที่ค่าพลังชีวิตกำลังลดต่ำลงไป ร่างกายของเขาก็จะหยุดนิ่งแล้วก็ตายไปในที่สุด
 เดาว่าฉันคงต้องไปต่อสินะ
วีดยกดาบขึ้นแล้วออกวิ่งไปข้างหน้า อาชีพสายเบอร์เซิร์กเกอร์นั้นจะเก่งในการต่อสู้ แต่เมื่อคุณเริ่มหยุดพัก ก็จะรู้สึกอ่อนแอยิ่งกว่าเดิม
ไปหาตรงที่ดันเจี้ยนสิ้นสุดดีกว่า!”
มันขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นก่อนที่พวกอัศวินจะพบทางเข้ามายังดันเจี้ยน
สองสามวินาทีดูผ่านไปเร็วมาก สองสามนาทีกลับดูผ่านไปช้าเหลือเกิน วีดวิ่งลงไปตามทางเดินในดันเจี้ยน แม้ว่าจะไม่ได้มองผ่านสายตาของอันเดด ข้างในนั้นก็ดูสว่างกว่าแสงตอนกลางวันซะอีก นั่นก็เพราะว่า กำแพงทุกด้าน ทุกซอกทุกมุม หรือแม้แต่คริสตัลที่ฝังลงไปก็ส่องแสงออกมาระยิบระยับ

ค่าพลังชีวิตเหลืออยู่ 19%

เขาไม่มองดูสิ่งที่น่าสงสัยใดๆแล้วออกวิ่งต่อไปเรื่อยๆ
ผู้บุกรุก ผ่านมานานเหลือเกิน สุดท้ายก็มีผู้บุกรุกมาซะที
มอนสเตอร์ที่ดูเหมือนกับผีเสื้อกลางคืนมีขนาดราวๆสองเมตรกระโจนออกมา
ชื่อของมันคือ อวานน่าห์
เพราะว่ามอนสเตอร์ตัวนี้กินพลังศักดิ์สิทธิ์เป็นอาหาร เลเวลของมันจึงอยู่ราวๆ 300
มีการแก่งแย่งครอบครองดันเจี้ยนกันกับพวกอวานน่าห์อยู่เสมอ เพราะว่าพวกมันมีพลังชีวิตต่ำ มันจึงง่ายกว่ามากที่จะเล็งไปที่ปีกของพวกมันก่อนเป็นอันดับแรก คงไม่พูดเกินไปเลยว่านี่คือพื้นที่ล่าอันยอดเยี่ยมสำหรับกิลด์เด่นๆทั้งหลาย มันพยุงตัวเองนิ่งๆด้วยปีกอยู่ในสถานที่ที่มีพลังศักดิ์สิทธิ์แผ่ออกมาจนกลายเป็นสภาพแวดล้อมปกติของมันไปแล้ว
แต่ถึงกระนั้น วีดก็ไม่ได้มีเวลาที่จะไปปะทะกับมัน ดังนั้นเขาจึงวิ่งต่อไปข้างหน้า
ทักษะวิ่งสี่เท้า!”
วีดเพิ่มความเร็วขึ้น เขากระโดดข้ามลำธารเล็กๆที่ไหลอยู่ภายในดันเจี้ยน และเมื่อมีกับดักหลุมพราง เขาก็จะแทงดาบของเขาที่กำแพงแล้วปีนขึ้นมา
มันคืออารมณ์ของสัตว์ป่าบ้าคลั่งที่ได้แสดงออกมา
ดูท่าว่าอวาน่าห์จะต้องอยู่ในพื้นที่จำกัด เพราะว่ามันหยุดโจมตีแล้วก็ไม่ไล่ตามเขามาแล้ว แล้วเขาก็ต้องกลับมากระโดดข้ามบริเวณที่มีลำธารเล็กอีกครั้ง
แม้กระนั้น เขาก็ยังเหลือค่าพลังชีวิตอีกตั้ง 11%
 เหลืออยู่แค่นี้ ฉันคงไม่สามารถออกไปสู้ได้แน่
ตอนนี้ค่าพลังชีวิตของเขาเหลืออยู่เพียง 8% เท่านั้น เพราะว่าเขาอยู่ในที่ที่เต็มไปด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ที่กระจายไปทั่ว ความสามารถในการต่อสู้ของเขาจึงด้อยลงไป ค่าความแข็งแกร่งกับระดับมานาเองก็เริ่มไหลออกไปเช่นกัน
ขอเพียงแค่มีประตูเทเลพอร์ตนำไปสู่ซักที่ที่ปลอดภัยละก็…”
เขามีความหวังผุดขึ้นมาแต่ทว่าความเป็นไปได้ที่จะพบมันมีน้อยกว่าหนึ่งในสิบซะอีก มีบางโอกาสที่หาได้นั้นยากมากๆ อย่างเช่นเมื่อดันเจี้ยนถูกเคลียร์จนหมดสิ้นก็จะมีประตูเทเลพอร์ตนำไปสู่พื้นที่ถัดไป แต่ตอนนี้เขาทำได้เพียงแค่หวัง แถมเขายังไม่รู้ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของดันเจี้ยนนี้อีก
 แต่พลังศักดิ์สิทธิ์ทางนี้รุนแรงขึ้นแหะ
วีดที่เป็นอันเดดกำลังอ่อนแอลงเพราะพลังศักดิ์สิทธิ์ เขาสามารถตายไปด้วยมากมายหลายวิธี ความตายอยู่ใกล้ตัวเสมอ ดังนั้นเขาจึงอยากจะเข้าไปดูให้เห็นด้วยตาตัวเองว่าอะไรอยู่ที่จุดสิ้นสุดของดันเจี้ยน
และแล้วจุดหมายปลายทางนั้น เขาก็ได้พบมัน
มหาราชันย์อวานน่าห์ ลอร์ดเดรียม!(Great king Avannah Lordriam!)
เจ้านี่ไม่เหมือนกับอวานน่าห์ทั่วๆไป มันไม่เพียงสุดยอดเท่านั้น แถมยังมีมนต์ศักดิ์สิทธิ์กับพลังโจมตีสูงมากอีกด้วย โดยปกติแล้วผู้เล่นจะตั้งปาร์ตี้ที่มีผู้เล่นฝีมือฉกาจขึ้นมาเพื่อต่อกรกับอวานน่าห์ตอนที่มันปรากฏตัว เพราะว่ามันคือมอนสเตอร์ที่มีเลเวลมากว่า 450 ถ้าหากว่ามันปรากฏตัวแบบปุปปับ การล่านั้นคงจะต้องล้มไม่เป็นท่าแน่ๆ
พอลองนึกถึงทักษะของมันอย่าง ทักษะรังสีมืดบอด ทักษะพันธนาการ และทักษะฟื้นฟู มันจึงถือว่ายากเกินไปที่จะล่ามัน
มหาราชันย์อวานนน่าห์ ลอร์ดเดรียมที่กำลังประจันหน้ากับวีดกำลังถืออัญมณีเล็กๆไว้ที่นิ้วของมัน พลังศักดิ์สิทธิ์แผ่ออกมาจากอัญมณีเม็ดนั้น
เพชรแห่งถ้ำศักดิ์สิทธิ์
หากเหล่านักบวชหรืออัศวินครอบครองมัน ก็จะสามารถเพิ่มค่าความศรัทธาได้อย่างมโหฬาร แถมยังสมารถเพิ่มเอฟเฟคกับระยะของเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ที่ร่ายไปอีกด้วย
เขารวบรวมความกล้าเผชิญหน้าเพื่อไอเท็มชิ้นนั้น
อัญมณีปกติแล้วง่ายที่จะเอาไปต่อรองราคาได้
แม้ว่าเขาจะอยู่ในร่างสูงเพียง 100 เมตร แต่เขาก็วิ่งด้วยสี่เท้านั่น กระโจนเข้าใส่ลอร์ดดเรียม
วิธีที่จะต่อสู้แล้วชนะได้อย่างง่ายๆก็คือตัดหนวดของมันออก
ลอร์ดเดรียมมีสายตาฝ่อ ดังนั้นมันจึงอ่านการเคลื่อนไหวเล็กๆน้อยๆด้วยหนวดของมัน
หนวดของมันจึงพูดได้ว่าเป็นจุดอ่อนเพียงอย่างเดียว
ทักษะเริงระบำแห่งนักรบคลั่ง
เพราะความสามารถโจมตีของวีดที่อ่อนแอลงไป ทักษะเดียวที่เขาเอามาใช้สู้กับลอร์ดเดรียมได้ก็มีแค่ทักษะนี้อย่างเดียว ด้วยการรีดเร้นมานาออกมา เขาจึงเหวี่ยงดาบของเขาไปที่หนวดทั้งแปดของลอร์ดเดรียม จากนั้นก็ถีบตัวขึ้นไปยืนอยู่บนพื้น  สายพลังมานาแดงดั่งเลือดเคลื่อนตัวไปมารอบๆตัวเขา แล้วจากนั้นเขาก็เข้าไปโจมตีหนวดของลอร์ดเดรียม

ท่านได้โจมตีแบบคริติคอลสำเร็จแล้ว

สมาธิของเขาแกร่งมากขึ้นเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย!
ถึงแม้ขณะเคลื่อนตัวอยู่บนอากาศเขาไม่สามารถเคลื่อนได้แบบปกติได้ แต่ว่าเขาก็ยังสามารถตัดหนวดของมันได้
ฉั๊วะ!
เจ้าลอร์ดเดรียมเริ่มดิ้นทุรนทุราย แม้ว่าหนวดของมันจะถูกตัดไปแต่การต่อสู้มันยังไม่จบ เพราะว่ามันสามารถรักษาตัวเองด้วยเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ได้ วีดจำเป็นต้องทำความเสียหายมากเท่าที่เขาจะทำได้ขณะที่มันกำลังชักดิ้นชักงอด้วยความเจ็บปวดจากหนวดที่โดนตัดไปอยู่นั้น
ทักษะพันธนาการแห่งนักโทษ ทักษะดาบแห่งจิตวิญญาณนักสู้!”
ด้วยการใช้ทักษะของเบอร์เซิร์กเกอร์เขาจึงโจมตีลอร์ดเดรียมได้สำเร็จ โดยปกติแล้วเขาจะต้องเตรียมตัวเตรียมใจหรือว่าทำทุกอย่างไปตามแผนที่วางไว้ภายในหัวเมื่อต้องมาเผชิญหน้ามอนสเตอร์ระดับบอส
แต่ทว่าวีดจำต้องกระโจนเข้าไปด้วยสี่ขาที่มีแล้วก็โจมตีเข้าไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยเล็งไปที่ลอร์ดเดรียมเป็นหลัก อย่างกับว่าเขากำลังพยายามที่จะพิสูจน์ว่าไม่มีมอนสเตอร์ตัวไหนยืนหยัดอยู่ได้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีแบบนี้ เขาเลี้ยวไปมาเป็นวงกลมรอบๆมัน พลางเหวี่ยงดาบฟันไปด้วย
ลอร์ดเดรียมเปิดใช้งานเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ของมัน
มนต์การชำระล้างแห่งความไร้เสียง (Purification of Silence)
เวทย์ศักดิ์สิทธิ์นั่นทำให้สิ่งมีชีวิตชั่วร้ายสูญสิ้นไปไม่เหลือซาก เพชรแห่งถ้ำศักดิ์สิทธิ์ได้ขยายเอฟเฟคของมนต์เพิ่มขึ้นไปอีก ในขณะที่กระดูกของวีดปริแตก มันก็เหลือค่าพลังชีวิตเอาไว้ให้เขาอีก 2%
ฉันต้องฆ่ามันไม่ว่ายังไงก็ตาม…’
เขาพยายามที่จะฟันลอร์ดเดรียมต่อไปเรื่อยๆแต่ทว่าเวทย์ศักดิ์สิทธิ์อีกมนต์ได้ถูกใช้ออกมาแล้ว
นั่นคือเวทย์ เยียวยาอันเดด’ (Turn Undead)
มันคือมนต์ที่เป็นปรปักษ์กับอันเดดอย่างยิ่ง!
ธรรมดาแล้ว อันเดดที่มีระดับสูงกว่าเดทไนท์คงจะไม่สลายหายไปในทันทีที่ถูกเวทย์เยียวยาอันเดด แต่ทว่าค่าพลังชีวิตของวีดนั้นต่ำมากเกินไป เช่นนั้นเขาจึงไม่อาจทนต่อมนต์ศักดิ์สิทธิ์ของลอร์ดเดรียมได้

-ค่าพลังชีวิตของท่านหมดสิ้นแล้ว ท่านเสียชีวิต
ระดับของทักษะปฏิเสธความตายนั้นต่ำเกินไป เนื่องจากพลังศักดิ์สิทธิ์ซึมซาบเข้าไปในร่างกาย ทักษะนี้จึงไม่ถูกเปิดใช้งาน
ท่านไม่สามารถเข้าใช้งานได้เป็นเวลา 24 ชั่วโมง เพราะว่าการตายของท่าน ระดับเลเวลและค่าความเชี่ยวชาญของท่านลดต่ำลง

หลังจากที่วีดตายไปเพียงแค่ผ่านไปสามนาทีเท่านั้น เหล่าอัศวินแห่งครีม่าก็มาถึง
หลังจากที่พวกเขาเข้ามาในดันเจี้ยน พวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับพวกอวานน่าห์แล้วก็ล่าพวกมันเร็วเท่าที่จะทำได้แล้วก็ตามมาถึงที่นี่
นั่นมันมหาราชันย์อวาน่าห์นิ
หนวดของมันถูกตัดไปแล้ว
ลอร์ดเดรียมได้รับบาดเจ็บมากมายหลายแผล
เหล่าอัศวินแห่งครีม่าจึงล่ามันในตอนที่หนวดของมันยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ พวกเขาไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากมายจากเวทย์ศักดิ์สิทธิ์เหมือนพวกอันเดด ดังนั้นมันจึงไม่ยากที่จะล่ามัน โปลอนจัดการเผด็จศึกลอร์ดเดรียมได้สำเร็จแล้วก็เก็บเพชรแห่งถ้ำศักดิ์สิทธิ์ที่วีดกำลังต้องการ
แรร์ไอเท็มนี่มัน…”
หลังจากการต่อสู้จบลง พวกเขาก็พบไอเท็มหลายอย่างนอกจากไอเท็มที่ลอร์ดเดรียมดร็อปออกมา
นี่คงเป็นไอเท็มที่วีดดร็อปในตอนที่เขาตายไป
อัศวินคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆหยิบไอเท็มขึ้นมาก่อนใคร
-ท่านได้รับขนมปังบาร์เลย์เก่าๆ 3 ชิ้น
-ท่านได้รับหมวกแตกเกาะสนิม
-ท่านได้รับหนอนตัวเป็นๆ
-ท่านได้รับฟันกรามของโครงกระดูก

ฉันจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าครั้งสุดท้ายที่ฉันได้ไอเท็มๆห่วยแบบนี้คือตอนไหน ทำไมมันถึงยังถือไอเท็มพวกนี้อยู่นะ?”
อัศวินคนนั้นไม่อาจทนต่อความโกรธเคืองของเขาได้แล้วก็โยนแจปเท็มนั้นทิ้งไป ในฐานะที่เป็นอันเดด แนวโน้มของพวกเขานั้นเชื่อมเกาะอยู่กับความโชคร้ายอยู่เสมอแถมยังอยู่บนเส้นฝั่งแห่งความชั่วร้าย หากว่าคุณมีค่าชื่อเสียงเสียๆ ก็มีความเป็นได้สูงที่จะดร็อปไอเท็มดีๆท่ามกลางไอเท็มที่คุณถือเอาไว้อยู่ แต่ทว่าวีดกลับดร็อปไอเท็มที่ไร้ประโยชน์ออกมาเป็นพวง
นี่ก็เป็นเพราะว่าการเตรียมการที่ดีของวีด
 ถึงจะมีพวกเนโครแมนเซอร์หลายคน เนโครแมนเซอร์พวกนั้นเป็นอันเดดที่มีระดับไม่ธรรมดาเลยน๊า
ตั้งแต่ที่เขาได้รับภารกิจจากกองทัพอันเดดแล้วก็ได้พบเจอผู้คนมากมาย เขาจึงไม่อาจเชื่อใจพวกเขาได้เลย ดาบธรรมดาๆ ชุดเกราะ แล้วก็ไอเท็มแพงๆเหล่านั้นปกติแล้วเขาจะเก็บเอาไว้ในปราสาทของลอร์ดที่โมราต้า เขาจะถือเอาไว้เฉพาะไอเท็มจำเป็นที่ต้องใช้เพิ่มค่าความเป็นผู้นำอย่างพวกแตรเขาสัตว์หรือว่าตราประทับแห่งราชวงศ์ แล้วก็ทันทีที่พวกกิลด์เฮอร์มีสปรากฏตัวเขาก็เอามันไปซ่อน
 ฉันคงจะเสียไอเท็มไปแน่ๆถ้าหากฉันตาย…”
เขาวอนให้มาเรย์เก็บของเอาไว้ให้เขา
นายต้องเอามาคืนฉันหลังจากนั้นนะ
ผมจะคืนแน่ครับ
ถ้านายดูตรงข้างล่างไอเท็มก็จะเห็นตัวหนังสือเล็กๆเขียนเอาไว้ ไอเท็มของวีด’”
“………….”
ด้วยการเตรียมการสำหรับการตายของเขาเอาไว้ก่อนแล้ว เขาจึงไม่ได้เสียไอเท็มมีค่าใดๆไป
และแน่นอนว่าจากมุมมองของวีด มันคือความสูญเสียที่แสนเศร้าโศกที่เขาไม่อาจซ่อนแจปเท็มของเขาได้


หลังจากที่รู้ว่าวีดถูกมอนสเตอร์ฆ่าตายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โปลอนกับพวกอัศวินก็กลับมายังที่ราบนาตาเลีย
เหล่าเนโครแมนเซอร์ทั้งหลาย จงเลือกซะว่าเจ้าจะเข้าร่วมกับกิลด์เฮอร์มีสหรือไม่
กองกำลังจอมเวทย์และเรนเจอร์ทั้งหลายเตรียมตั้งท่าโจมตี มันถือเป็นการแกมบังคับนิดหน่อย แต่โปลอนก็ได้แสดงออกมาอย่างชัดเจนต่อเหล่าเนโครแมนเซอร์ว่าหากพวกเขาไม่เข้าร่วมกับกิลด์เฮอร์มีส พวกเขาจะต้องถูกฆ่าตายที่นี่ตรงนี้
 ระเราควรทำยังไงดี?”
ฉันชอบที่จะเป็นผู้เล่นเดี่ยวนะ แต่ถ้าหากว่าฉันเข้าร่วมกิลด์เฮอร์มีส อาจจะเป็นผลดีมากกว่านะ

ในขณะที่เหล่าเนโครแมนเซอร์รู้สึกกระวนกระวาย เจนนี่ก็เชิดไหล่ของเธอขึ้นแล้วก็ก้าวออกไปข้างหน้า

 ฉันจะไม่เข้าร่วมกับกิลด์เฮอร์มีส
เธอคงเป็นเจนนี่สินะ
โปลอนได้ฟังเรื่องราวของเหล่าเนโครแมนเซอร์จากเซบริน
แล้วเหตุผลที่จะไม่เข้าร่วมละ?”
 “คงพูดได้ละว่าเหตุผลที่พวกเรากลายมาเป็นเนโครแมนเซอร์ได้ก็เพราะวีด
งั้นหรอ? ถ้าเธอปฎิเสธกิลด์เฮอร์มีส คงจะมีอันตรายมากมายพุ่งเป้าไปที่เธอนะ แม้แต่ตอนนี้คงมีการสูญเสียมากแน่ๆหากเธอตายไปที่นี่ ฉันจะให้โอกาสเธอให้เปลี่ยนการตัดสินใจละกัน
จุดยืนของฉันยังคงไม่เปลี่ยนแปลง นับตั้งแต่ที่ฉันกลายมาเป็นเนโครแมนเซอร์จนได้มาทำภารกิจครั้งนี้ เหล่าเนโครแมนเซอร์ทุกคนล้วนเป็นหนี้ความช่วยเหลือจากวีด ฉันจะไม่ยอมเป็นส่วนหนึ่งของกิลด์เฮอร์มีส
โปลอนหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยัน
เธอคิดว่าเนโครแมนเซอร์คนอื่นๆจะคิดอย่างเธองั้นหรอ? จะบอกอะไรให้ฟังนะ ถ้าเธออยู่ตรงนั้นเธอก็ต้องตาย มาทางนี้ดีกว่าน่าถ้าเธอยินดีที่จะมาเข้าร่วมกับเรา
เซบรินกับพวกเนโครแมนเซอร์ที่จะเข้าร่วมกับกิลด์เออร์มีสเดินออกมาตรงที่โปลอนอยู่ แต่ก็ยังมีเนโครแมนเซอร์อีกสิบกว่าคนยังคงยืนนิ่ง
คนเหล่านั้นคือ เจนนี่ โอเทม กรูเซด วาเรนน่า และพวกผู้เล่นคนอื่นๆที่ร่วมต่อสู้ด้วยกันภายในหุบเขา
บางคนนั้นมีกิลด์ของตนอยู่แล้วแต่ก็ปฏิเสธเข้าร่วมอย่างดึงดัน มาเรย์ไปยืนทางฝั่งกิลด์เฮอร์มีสเพราะว่าเขาจำเป็นต้องปกป้องไอเท็มของวีดเอาไว้
เรื่องราวจะต้องไม่จบลงแบบนี้บทเพลงที่สอดเรื่องราวดีๆจะต้องปรากฏขึ้นมาแน่ๆ


จากภายในสถานี KMC Media การผจญภัยของเหล่าเนโครแมนเซอร์ได้ออกอากาศสด หลักๆแล้วนั่นก็เพราะว่าวีดอยู่ภายในการผจญภัยครั้งนี้ด้วย พวกเขาเริ่มออกอากาศสดตั้งแต่ที่เขาเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเขา
เครือข่ายสถานีออกอากาศอื่นๆก็กำลังถ่ายทอดรายการเกี่ยวกับเนโครแมนเซอร์กับกองทัพอมตะด้วยเช่นกัน ดังนั้นมันจึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงเรตติ้งอะไรมากมายนัก
อีกอย่างนี่ก็เพราะว่าสถานี CTS  เองก็เพิ่มเรตติ้งของรายการให้เพิ่มขึ้นสูงๆด้วยเงินทุนที่มากมายมหาศาลที่ได้มาจากบริษัทแม่ บริษัท LK gamers ที่ได้ถ่ายทอดรายการออกไปอย่างเป็นมืออาชีพด้วยระบบดิจิตอลมีเดียที่ได้ติดตั้งเอาไว้ของพวกเขา ที่พร้อมถ่ายทอดออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง


นอกจากสถานีทั้งสอง ก็ยังมีสถานีออกอากาศใหม่ๆกับสถานีทางออนไลน์ที่ก่อตั้งขึ้นมาในระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้
ในขณะที่ผู้คนต่างให้ความสนใจและสนุกสนานไปกับโรยัลโร้ด ช่องพิเศษต่างๆมากมายก็เกิดขึ้นมาเช่นกัน
รายการตกปลาแห่งโรยัลโร้ด
รายการตีกอล์ฟของโรยัลโร้ด
รายการมือโปรตะลุยดันเจี้ยน
รายการเด็กน้อยแห่งทวีปเวอร์เซล
รายการรองเท้าบูทคร่ำครึของเหล่าจินตกวี
ขณะที่ยิ่งอิทธิพลของรายการถ่ายทอดเกมออนไลน์เติบโตขึ้นมากเท่าไร การแข่งขันก็ยิ่งดุเดือดมากขึ้นเท่านั้น KMC media คือช่องทีวีได้รับการตอบรับจากผู้ชมเป็นเพราะพวกเขาได้รับการสนับสนุนจากผู้เล่นภายในเกมหลากหลายมากมาย
ในที่สุดวีดกับเหล่าอันเดดก็รุกหน้าเข้าไปในวิหารแล้ว
ขณะที่การผจญภัยของวีดถ่ายทอดออกไป เหล่าผู้ชมทั่วไปก็จะเข้าไปในบอร์ดข้อความแล้วก็แสดงความคิดเห็นต่างๆนานา
ไม่เพียงแต่ตามช่องที่ออกอากาศเท่านั้น เหตุการณ์นั้นยังโด่งดังมากลุกลามไปจนถึงเว็ปไซต์ข่าวต่างๆอีกด้วย มันไม่ใช่เพราะว่าวีดคือตำนานที่มีชีวิตแห่งคอนติเนนท์ออฟเมจิกเพียงเท่านั้น แต่เขายังตะลุยการผจญภัยที่แสนตื่นตาตื่นใจภายในโรยัลโร้ดอีกด้วย
 อยู่ๆกิลด์เฮอร์มีสก็ปรากฏตัวขึ้นมาปุบปับแถมยังเริ่มโจมตีพวกเขาอีกครับ โอ้โห เป็นกองกำลังที่ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ มีทั้งโปลอน อัศวินครีม่า กองทัพเรนเจอร์กับพวกนักเวทย์ด้วยครับ
ในตอนที่พวกเขากำลังจะตัดการออกอากาศลงไว้ตรงฉากที่วีดสามารถเคลียร์ภารกิจสุดท้ายได้ ผู้ประกาศข่าวก็รายงานสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปนั้นทันทีทันใด พร้อมกับขึ้นหัวข้อลอยขึ้นมาบนจอภาพ
-การปรากฏตัวของกิลด์เฮอร์มีส
-การโต้กลับของอันเดดที่นำโดยวีด
พวกเขาตัดสินใจที่จะยืดเวลาออกอากาศออกไปจนกว่าการพิพาทระหว่างวีดกับกิลด์เฮอร์มีสจะจบสิ้นลง
-การต่อสู้ยกที่สองระหว่างวีดและกิลด์เฮอร์มีส
-กิลด์เฮอร์มีสส่งหน่วยโจมตีออกไปยังดินแดนที่กองทัพอันเดดอยู่เพียงเพื่อจะมาฆ่าวีดเท่านั้น
-มันคือการนองเลือด!

เรตติ้งพุ่งขึ้นมาอย่างพรวดพราด
ถึงกระนั้นก็ตาม สภาพของวีดนั้นแย่มากเกินกว่าที่จะเอาไปสร้างกลยุทธ์ต่อสู้ได้อีกแล้ว พวกเขาประกาศออกไปว่าวีดแสดงการต่อสู้ได้อย่างน่าจดจำ แต่ทว่าหลังจากที่เขาเข้าไปในวิหารก็ถูกฆ่าตายไปในที่สุด
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ถูกฆ่าโดยกิลด์เฮอร์มีส แต่มันก็ยังทำลายประวัติเทพสงครามผู้ไร้พ่ายไป
ไม่นานบอร์ดข้อความของเหล่าผู้ชมก็คับคั่งไปด้วยคอมเม้นท์เกี่ยวกับการตายของวีด
-ไอ้พวกชาติชั่วสกปรกโสมม พวกมันแพ้ไปที่ลาส ฟาลังคซ์แล้ว ยังไล่ตามเขามาจนถึงที่นี่อีก
-พวกขี้ขลาดไร้หัวใจก็เป็นแบบนี้เหมือนกันหมดนั่นแหละ
-พวกมันนำกองกำลังมากมายไปซุ่มโจมตีเขาหลังจากที่ภารกิจสำเร็จแล้ว แถมเขายังเหนื่อยมากอีกด้วย
-เจ้าพวกนั้นมันก็เล่นสกปรกตลอดแหละ ตรงไปตรงมาไม่เป็นหรอก
-ฉันไม่ชอบวิธีการที่พวกกิลด์เฮอร์มีสทำไปเลยจริงๆ
กระดานข้อความเต็มไปด้วยคำวิพากษ์วิจารณ์กิลด์เฮอร์มีสอย่างหนักหน่วง



ณ บริเวณชายฝั่งทางตะวันออกของโมราต้า
เมื่อก่อนดินแดนทางฝั่งเหนือนี้ไม่เป็นที่รู้จักมากนัก จึงไม่ค่อยมีใครมาทางนี้ซักเท่าไร แต่ทว่าตอนนี้ที่นี่กลับมีผู้คนแวะมาเยือนอยู่สม่ำเสมอ เพราะว่ามีมอนสเตอร์ที่คุ้มค่าเหมาะแก่การออกล่ามากมาย ณ วันที่มีฝนตกพรำลงมา ใบหน้าของเหล่าผู้เล่นทั้งหลายต่างเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนขณะที่กำลังทำงานอย่างขยันขันแข็ง
พวกเจ้าขุดได้มากแค่ไหนแล้ว?”
พวกเราได้หอยกาบประมาณ 1,430 ตัวแล้ว ฉันคงเอาไปใช้ซื้อดาบยาวได้ซักเล่มแน่ๆ
เหล่านี้คือผู้เล่นที่กำลังขุดเอาหอยกาบกับหอยแครงเพื่อเอาไปขายเป็นเงิน ขณะที่เมืองโมราต้ากลายมาเป็นเมืองใหญ่ จำนวนประชากรก็พุ่งขึ้นมาอย่างพรวดพราด
ทรัพยากรอาหารก็ได้มาจากการเก็บเกี่ยวข้าวสาลีกับข้าวบาร์เลย์ ส่วนพวกผู้เล่นใหม่ก็เก็บเงินมาได้โดยการทำภารกิจด้วยการจัดหาของสดๆไปที่ตลาดอาหารทะเล ในขณะที่พวกเขากำลังพักเหยียดแข้งเหยียดขา ก็มีกลุ่มคนลอยขึ้นมาพร้อมกับกระแสคลื่นทะเล
ในที่สุดเหล่านักดาบก็มาถึงดินแดนเหนือของทวีปเวอร์เซล
-ท่านได้ค้นพบเส้นทางทางทะเลเส้นใหม่ที่มายังเมืองโมราต้า ณ ดินแดนทางเหนือ
ด้วยการบุกเบิกเส้นทางทางทะเล ค่าชื่อเสียงดีของท่านเพิ่มขึ้น 420
จากการผจญภัยที่ประสบผลสำเร็จ ค่าสถานะเพิ่มขึ้นอย่างละ 3
ความกล้าหาญเพิ่มขึ้น 7
ค่าความเชี่ยวชาญการเดินเรือเพิ่มขึ้น
-ท่านได้กลายเป็นบุคคลแรกที่สามารถว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรสำเร็จ
ท่านได้ทำการท้าทายอันแสนบ้าบิ่นที่ไม่มีทางเป็นไปได้สำเร็จ
ค่าความอึดเพิ่มขึ้น 24
ค่าความอดทนเพิ่มขึ้น 31
กำลังกายเพิ่มขึ้น 15
ค่าสถานะทุกอย่างเพิ่มขึ้น 9
-ค่าชื่อเสียงดีเพิ่มขึ้น 2,980 แต้ม
ทุกๆครั้งที่ท่านเล่าเรื่องราวของท่านเกี่ยวกับการข้ามมหาสมุทรในโรงเหล้า ท่านจะได้รับค่าชื่อเสียงพิเศษ 40 แต้ม
-หากท่านเล่าเรื่องราวนี้กับกะลาสีเรือหรือผู้คนด้วยความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับมหาสมุทร ท่านจะได้รับความใกล้ชิดสนิทสนมมากขึ้น
-ความสามารถในการเข้าใจเกี่ยวกับน้ำเพิ่มขึ้น
ค่าความต้านทานที่เกี่ยวข้องกับน้ำเพิ่มขึ้น ค่าความใกล้ชิดกับจิตวิญญาณธาตุน้ำได้ถูกสร้างขึ้นมา
-ท่านได้รับฉายา บุรุษเหล็กในตำนานแห่งมหาสมุทร

หลังจากเผชิญหน้ากับมหาสมุทรอันแสนยากเข็ญด้วยร่างกายอันเปลือยเปล่า พวกเขาก็ได้ทิ้งไว้ซึ่งตำนานแห่งมหาสมุทรที่ไม่มีใครกล้าทำตาม

ความสามารถในการต่อสู้บนท้องทะเลเพิ่มขึ้น
ท่านจะได้รับการสนับสนุนจากเหล่ากะลาสีเรืออย่างไร้เงื่อนไข
เลเวลของทักษะเดินเรือเพิ่มขึ้น 3 เลเวล
ในบรรดาคุณสมบัติพิเศษของเหล่านาวิกโยธิน ความสามารถในการอ่านกระแสคลื่นเพิ่มขึ้น
โอกาสที่จะโดนโจมตีจากมอนสเตอร์ลดลง

เหล่านักดาบประสบผลสำเร็จและได้รับฉายาที่เหล่าผู้เล่นทั้งหลายได้แต่เพียงฝันถึงเท่านั้น
 มันดีหรือเปล่าเนี่ยที่เราว่ายน้ำมาแบบนี้นะ?”
แหง๋ละ ต้องดีอยู่แล้ว ว่ายน้ำกันไปอีกเถอะถ้าหากว่าซักวันเราต้องกลับไปอีกนะ
ข้าหิวแล้ว ไปกินข้าวกันเถอะ
จากนั้นเหล่านักดาบก็มุ่งหน้าตรงไปยังโมราต้า
พวกเขาได้สร้างความสำเร็จอันยิ่งใหญ่เหนือท้องทะเล แต่ทว่าพวกเขากลับไม่อาจสัญญาใดๆได้ว่าเมื่อไรที่พวกเขาจะกลับไปที่มหาสมุทรนั้นอีกครั้ง

สถานี KMC media กำลังออกอากาศรายการ เรื่องราวของทวีปเวอร์เซลตามกำหนดการเดิมที่วางเอาไว้หลังจากที่วีดตายไป มันคือรายการโชว์ที่ได้รับความนิยมมาก ดำเนินรายการโดย ชิน เฮมิน และโอ จูวาน
วันนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นมากมายเลยนะคะ แรกสุดคือการเฉลิมฉลองการสถาปนาเมืองใหม่ภายในราชอาณาจักรฮาเว่นค่ะ
ใช่แล้วครับ เหล่าผู้ชมมากมายต่างกำลังตั้งหน้าตารอคอยงานครั้งนี้ครับ งานเฉลิมฉลองการสถาปนาในวันนี้มีกิลด์เฮอร์มีสเป็นผู้จัดขึ้นมาครับ
ดูเหมือนว่าจะมีคนมาเข้าร่วมกันอย่างคับคั่งมากเลยนะค่ะ
คงจะพูดเกินไปถ้าจะบอกว่ามีผู้เข้าร่วมอัดตัวอยู่ทั่วทั้งเมืองหลวงเลยค่ะ อยู่ที่ปราสาทเอเรนใช่ไหมคะ? นอกจากเหล่าผู้เล่นที่มาจากราชอาณาฮาเว่น ยังมีคณะทูตจากแต่ละกิลด์และแต่ละราชอาณาจักรก็มาเข้าร่วมงานนี้ด้วยเช่นกันค่ะ
บนหน้าจอภาพจะมีงานเฉลิมฉลองของราชอาณาจักรฮาเว่นที่พึ่งก่อตั้งขึ้นมาหมาดๆโดยกิลด์เฮอร์มีสปรากฏให้เห็น งานแห่อันแสนโอ่อ่า ทั้งภายในและภายนอกปราสาทก็เต็มไปด้วยผู้คน บาร์ดเรย์สวมมงกุฎไว้บนศีรษะของเขา ใส่ชุดที่แสดงถึงความเป็นกษัตริย์พร้อมกับคาดดาบเอาไว้ที่เอว
 ข้าแต่งตั้งเจ้าเป็นขุนนางผู้ปกครองดินแดนโดเรีย
กระหม่อมจักอุทิศตนด้วยความภักดีพะยะค่ะ
ข้าแต่งตั้งเจ้าเป็นรองขุนนางปกครองโบราสค์
เป็นเกียรติอย่างยิ่งพะยะค่ะ
เขาแต่งตั้งเหล่าผู้เล่นระดับสูงของกิลด์เฮอร์มีสให้เป็นชนชั้นสูงอย่างเป็นทางการ
ราชอาณาจักรฮาเว่นได้ถูกสถาปนาขึ้นมาอีกครั้งภายใต้ระบอบรวมอำนาจ แต่ว่าการได้รับการแต่งตั้งให้เป็นชนชั้นสูง ก็จะได้รับค่าสถานะหลากหลายมากมายอีกด้วย ในกรณีของบาร์ดเรย์ เขาได้รับค่าชื่อเสียงมากที่สุดภายในราชอาณาจักรแห่งนี้ แถมยังมีค่าความสูงศักดิ์ (Nobility) ค่าเกียรติยศ (Dignity) อยู่อีกจำนวนมาก
กษัตริย์นี้มีอำนาจการปกครองควบคุมในการแบ่งสัดส่วนของประเทศ
ยิ่งพวกเขาทำหน้าที่นี้ได้ยอดเยี่ยมมากเท่าไร ค่าความภักดีที่พวกเขาจะได้รับจากประเทศชาติและค่ากำลังใจของเหล่าอัศวินและทหารก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น อำนาจการปกครองนั้นไม่ใช่ค่าสถานะที่จะเพิ่มขึ้นมาได้ด้วยวิธีปกติธรรมดา มันต้องขึ้นอยู่กับอาณาเขตที่อยู่ในการครอบครอง จำนวนประชากรของผู้อยู่อาศัย อัศวิน นักเวทย์ ธุรการบ้านเมือง และการพัฒนาของเทคโนโลยี
มันสามารถขึ้นหรือว่าลงได้แม้แต่จากการมีชัยหรือปราชัยภายในสงคราม การบรรลุเป้าหมายทางพาณิชย์ขนาดใหญ่ หรือแม้แต่ความทุกข์ทรมานของชาวเมืองจากน้ำท่วมหรือว่าความแห้งแล้งภายในอาณาจักร ถ้าหากว่าเขาปกครองบ้านเมืองด้วยความปราดเปรื่อง งานสังสรรค์มากมายก็จะเกิดขึ้นภายในตัวเมือง หรือแม้แต่ได้รับพรจากเหล่าทวยเทพ
บาร์ดเรย์กลายเป็นผู้เล่นที่มีเลเวลมากที่สุดภายในทวีปเวอร์เซลและก็มีอำนาจอิทธิพลสูงที่สุดอีกด้วย
 “ช่างเป็นภาพที่ตระการตาจริงๆค่ะ มีการแสดงประลองของเหล่าอัศวินตรงท้ายขบวนด้วยค่ะ เราจะพาท่านผู้ชมไปดูซักครู่หนึ่งนะคะ
ฉันคิดว่าผู้ชมมากมายคงกำลังสงสัยเกี่ยวกับเรื่องวิหารเอ็มบินยูค่ะ เรามีข่าวล่าสุดวันนี้เกี่ยวกับวิหารเอ็มบินยู ใช่ไหมคะคุณโอจูวาน
ใช่แล้วละครับ พวกเราได้เตรียมเอาไว้แล้ว ดูท่าว่ามีผู้ตามสืบเกี่ยวกับวิหารเอ็มบินยูตะลอนไปทั่วทั้งดินแดนเลยครับ
วิหารเอ็มบินยูนั้นจะปรากฏตัวขึ้นมาเหมือนดั่งพายุที่ดึงทวีปเวอร์เซลเข้าสู่ความโกลาหล
วิหารเอ็มบินยูคือพลังอำนาจแห่งปีศาจที่เข้ากลืนกินปราสาทหลายๆหลัง และยังเป็นเจ้าของกองกำลังขนาดมโหฬารภายในทวีปเวอร์เซลที่ซึ่งเป็นดินแดนที่แต่ละกิลด์ต่างแก่งแย่งอาณาเขตอย่างเอาเป็นเอาตาย พวกมันคือขั้วอำนาจที่เป็นตัวแทนของความมุ่งร้าย แต่ทว่าเหล่าผู้เล่นทั้งหลายเองก็สามารถเลือกได้ว่าจะเข้าร่วมกับวิหารเอ็มบินยูได้หรือไม่
เนื่องจากเหล่าผู้เล่นที่ไปเข้าร่วมกับกองกำลังของพวกมัน อำนาจของวิหารเอ็มบินยูจึงแพร่กระจายออกไปทั่วดั่งไฟป่า บนดินแดนที่ถูกวิหารเอ็มบินยูกลืนกิน พืชพันธุ์เหี่ยวแห้งร่วงโรย แม่น้ำลำธารเหือดแห้ง แล้วในขณะที่บนทวีปเวอร์เจ็บปวดทรมานด้วยโรคภัยร้ายแรง กลับมีเพียงธอร์ ราชอาณาจักรของเหล่าคนแคระกับดินแดนเหนือเท่านั้นที่ยังคงปราศจากการรุกรานของวิหารเอ็มบินยู
สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆภายในราชอาณาจักรธอร์ยังคงเป็นปริศนา แต่ทว่าราชอาณาจักรนิฟล์เฮมทางดินแดนเหนือกลับล่มสลายเพราะว่าการรุกรานของวิหารเอ็มบินยู วีดเคยขับไล่วิหารเอ็มบินยูออกไป แล้วก็เริ่มฟื้นดินแดนเหนือและเมืองโมราต้ากลับคืนมาอีกครั้ง มันเป็นเพียงสมมติฐานเท่านั้นที่บอกว่าถ้าหากพวกเขาสามารถขับไล่อิทธิพลของพวกวิหารเอ็มบินยูออกไปได้ก่อน ก็จะไม่ต้องรับความเสียหายใดๆจากการโจมตีแบบฉับพลัน
 หากว่าคุณโดนจับตัวโดยพวกผู้สอบสวนของวิหารเอ็มบินยู พวกมันก็จะโจมตีคุณด้วยการอ้างชื่อศาสนานอกรีตแห่งการตัดสิน
ฉันได้ยินมาว่าถ้าหากว่าคุณมีอาชีพพาลาดินหรือว่านักบวช คุณก็จะยิ่งโดนรังควานหนักหน่วงกว่าอาชีพอื่นซะอีกใช่ไหมคะ?”
ถูกต้องแล้วครับ ถ้าคุณโดนพวกมันจับตัวไป คุณก็จะสูญเสียค่าศรัทธาไปจำนวนมาก ดังนั้นโปรดระวังด้วยนะครับ
อย่าเปลี่ยนช่องของคุณนะค่ะ จะมีแขกรับเชิญมาพูดคุยเกี่ยวกับวิหารเอ็มบินยูในช่วงที่สองของพวกเรา! อย่าลืมรับชมนะค่ะ ต่อไปเป็นเป็นเรื่องราวอื่นๆที่เกิดชึ้น
ใช่แล้วครับ รายการต่อไปคือข่าว…”

ลีฮุนออกมาจากแคปซูนแล้วก็ออกไปจ่ายตลาด ไม่มีการพักผ่อนสำหรับเหล่าดาร์คเกมเมอร์ ทวีปเวอร์เซลเปิดประตูอ้าต้อนรับเอาไว้ให้กับทุกๆคนอยู่เสมอ พวกเขาจึงไม่อาจวางใจได้เมื่อออกมาจากเกม โอกาสเดียวของพวกเขาก็คือตอนที่พวกเขาเสียชีวิตและไม่สามารถเชื่อมต่อได้เป็นเวลา 24 ชั่วโมง
ทำกิมจิเอาไว้หน่อยละกัน
มันคือวันที่เขาจะทำกิมจิเอาไว้สำหรับตอนหน้าหนาว ลีฮุนกองหัวกะหล่ำปลีกับส่วนประกอบอื่นๆเอาไว้ตรงบริเวณสนามแล้วจากนั้นก็เริ่มทำกิมจิ
ทุกๆครั้งที่เขาเฉือนหัวกระหล่ำปลีออก เขาก็จะกระซิบเบาๆ
 โปลอน
แกร๊บบบบบ!
กิลด์เฮอร์มีส…”
แกรร๊บบบบบ!
แกกล้ามาแหยมกับฉันได้ยังไง
กรั๊กกกก!
แจปเท็มของฉัน
ปั๊กกกกก!
ค่าประสบการณ์….”
แกร๊บบบบบ!
จะมาทุบหม้อข้าวของฉันสินะ
ขณะที่ความแค้นพอกพูนมากขึ้นเรื่อยๆ เขาก็หมักกระหล่ำปลีจีนไปตั้ง 200 หัวแล้ว!
ผลกระทบนี้ช่างร้ายแรงเหลือเกิน ไอเท็มแสนล้ำค่าของเขาก็จะคงถูกชิงเอาไปด้วยแน่ๆ
เขาเปิดโทรทัศน์ดูช่อง KMC Media ในขณะที่เขากำลังทำกิมจิเอาไว้กินตอนหน้าหนาว ถึงแม้ว่าเขาจะรับรู้อะไรหลายๆอย่างกับสิ่งที่เกิดขึ้นในโรยัลโร้ดด้วยการเช็คบอร์ดของเกมส์เสมอ แต่เขาก็ยังต้องใส่ใจกับเรื่องราวอย่างอื่นที่เกิดขึ้นในโลกภายนอกด้วยเช่นกัน ทว่าขณะที่รายการถ่ายทอดสดนั้นปกติแล้วมักจะเลือกเอาเฉพาะเหตุการณ์สำคัญๆที่บอกรายละเอียดไว้เป็นอย่างดีเท่านั้นมาถ่ายทอด
 การแผ่ขยายอำนาจของวิหารเอ็มบินยู…”
พวกมันคือกองกำลังที่อัลเวรอน ผู้ชิงตำแหน่งสันตะปาปาของวิหารเทพีเฟรย่าคอยระแวดระวังอยู่เสมอ
ความแข็งแกร่งของเดย์มอนด์จากกิลด์ นักล่าแห่งผืนพิภพ’(Predators of the Land) ที่สามารถทำให้ทั่วทั้งทวีปอยู่ในอันตรายได้จริงๆแล้วเขาได้มาจากวิหารเอ็มบินยูนั่นเอง ลีฮุนรู้ความจริงเรื่องนี้ได้ก็เพราะเข้าไปตีสนิทกับเดย์มอนด์ในห้องแชทของสมาคมดาร์คเกมเมอร์
ในตอนที่บรรดาสมาชิกของกิลด์นักล่าแห่งผืนพิภพตายไป ศพของพวกเขาก็จะเอาไปถวายแด่เทพเอ็มบินยูในฐานะเครื่องบูชายัญแล้วให้อยู่กับเทพไปตลอดกาล มันจึงหมายถึงการลบตัวตนของตัวละครเกม ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเริ่มเล่นเป็นผู้เล่นใหม่อีกครั้งแล้วก็เลือกที่จะมาเริ่มที่เมืองโมราต้า
คงพูดได้ว่าเดย์มอนด์กับคนของเขามักจะรับทำภารกิจแบบหลบๆซ่อนๆ ซักวันเขาก็คงต้องตายไปเหมือนกัน แต่จนกว่าจะถึงตอนนั้น เขาจึงอยากที่จะมีชีวิตอยู่ในฐานะของดาร์คเกมเมอร์เพื่อที่จะกอบโกยเอาไอเท็มให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
งั้น วิหารเอ็มบินยูคงไม่ใช่ธุระกงการอะไรที่เราต้องใส่ใจตอนนี้สินะ
โมราต้ากำลังโดนโจมตีโดยกองทัพอันเดด แถมกิลด์เฮอร์มีสยังส่งหน่วยจู่โจมเข้ามาราวีเขาอีก
 นี่คงจะแก้ไขแบบสันติไม่ได้แน่ๆ
ลีฮุนทำลายล้างหลายๆกิลด์ที่เข้ามาอยู่ในระยะการมองเห็นของเขาตอนที่อยู่ในคอนติเนนท์ออฟเมจิค ดังนั้นเขาจึงรับรู้เป็นอย่างดีว่ามันไร้ประโยชน์แค่ไหนที่จะพยายามมาถกหาสาเหตุหรือว่าความชอบธรรม
การใช้กำลังต่างหากที่แก้ปัญหาได้!
โลกใบนี้ล้วนตัดสินกันด้วยกฎของการใช้กำลังเท่านั้น
น้องสาวของเขาพึ่งกลับมาจากห้องสมุด แล้วก็มาช่วยเขาทำกิมจิและต้มเนื้อหมูเอาไว้สำหรับอาหารค่ำ
 กินข้าวกันเถอะค่ะ พี่
เพราะว่าน้องสาวของเขานั้นได้กลายมาเป็นนักศึกษามหาลัยแล้ว เธอจึงเติบโตขึ้นมาเป็นหญิงสาวที่คอยเลี้ยงดูเขาด้วยการทำอาหารแล้วก็ปอกเปลือกผลไม้บ้าง
ฉันไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่าวันนี้จะมาถึง…’
เมื่อห้าปีก่อน ลีฮุนยังคิดมากเรื่องนี้อยู่เลย แต่ทว่าสิ่งที่ทำให้ความคิดของเขาเปลี่ยนไปทันทีก่อนที่ช่วงเวลาสุดท้ายของเขาจะมาถึงซะอีก
 “ในสถานการณ์แบบนี้ฉันยังตายไม่ได้
ตอนนี้เขาไม่มีญาติสนิททางไหนที่จะไปเก็บเงินงานศพแล้วก็ค่าสร้างโลงศพอีกแล้ว ดังนั้นเขาจึงยังจากโลกนี้ไปไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกเหมือนกับตอนที่เขากำลังหิวโหยสิ้นหวังอยากจะกินซุปเค้กปลาตรงชั้นวางแบบฟรีๆ แต่ทว่าตอนนี้ เขาสามารถปรุงอาหารได้จากเครื่องปรุงที่จัดซื้อมาเอง แล้วก็ยังมีบ้านเป็นชื่อของตัวเองอีกด้วย ทุกๆวันลีฮุนใช้ชีวิตอยู่มาด้วยความสุขเล็กๆน้อยๆเท่านั้น
วันนี้ฉันควรเข้านอนแต่หัวค่ำ
เช้าตรู่วันถัดมา เขาก็ไปที่ร้านขายของชำ แล้วก็ไม่ลืมที่จะไปฝึกร่างกายที่โรงฝึกอีกด้วย
กิลด์เฮอร์มีส…’
ลีฮุนฟันดาบของเขาลงไปพลางกัดฟันของเขาอย่างระมัดระวังด้วยความเดือดดาล คงไม่มีคลินิกไหนที่จะคิดค่ารักษาได้แพงหูฉี่เท่าคลินิกทันตกรรมอีกแล้วละ
มันคือดาบที่อันตรายถึงตาย อัดอั้นเอาไว้ด้วยความเคียดแค้น
หลังจากที่เขาเสร็จภารกิจตามกำหนดการทั้งหมดแล้ว เขาก็กลับบ้านไปทำความสะอาดแล้วก็ดูทีวีเพื่อฆ่าเวลา
แล้วจากนั้นช่วงเวลาของโรยัลโร้ดก็มาถึงในที่สุด
ลีฮุนกระโจนเข้าไปในแคปซูล ปราศจากซึ่งความลังเล

เหล่านักดาบเข้าไปแวะร้านอาหารร้านที่แปดภายในเมืองโมราต้า
ร้านนี่ก็อร่อยเหมือนกันแหะ
คงมีเหตุผลแหละคับว่าทำไมร้านนี้ถึงได้มีธุรกิจรุ่งขนาดนี้ครับ ศิษย์พี่
มันไม่ใช่เพราะว่าพวกเขาเข้าไปกินอาหารแพงๆ รีบชิมแล้วก็รีบออกมาจากร้านหรอก แต่เพราะว่าทั้งแปดร้านที่พวกเขาเข้าไปกินมันไม่มีวัตถุดิบทำอาหารเหลือแล้วต่างหากละ
ช่างตะกละตะกลามและกินทุกอย่างที่ขวางหน้าจริงๆ!
ภายในโรยัลโร้ดถ้าผู้เล่นกินมากๆก็อาจทำให้อ้วนขึ้นได้ แต่ทว่านั่นเป็นนิยามที่ไกลเกินจะเอื้อมถึงเหล่านักดาบที่ออกไปต่อสู้บ่อยๆแล้วก็เดินทางไกลอยู่เรื่อยๆ ขณะที่พวกเขาตะลอนไปทั่ว การกินคือหัวใจหลักของพวกเขา
แล้วพวกเขาก็ได้ยินข่าวคราวจากผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา
การรุกรานระลอกที่สองของกองทัพอันเดดเริ่มขึ้นแล้ว!
ดูท่าว่าพวกนักเล่นอาชีพสายบู้จะได้รับหน้าที่ให้ปกป้องโมราต้า ส่วนเหล่านักเล่นสายศิลป์ก็เข้าไปสนับสนุนพวกเขาอย่างเต็มกำลัง
พวกเขาไม่เพียงแค่เข้าไปวาดสัญลักษณ์บนชุดเกราะเพียงเท่านั้น พวกจินตกวีกับนักเต้นเองก็ตามพวกเขาไปแสดงอยู่ในสนามรบอีกด้วย
คำร้องขอส่วนใหญ่นั้นมาจากทางปราสาทของลอร์ด วิหารเทพีเฟรย่า วิหารลูห์ แล้วก็กิลด์ทหารรับจ้างเพื่อให้ออกไปต่อสู้กับเหล่าอันเดด เนื่องจากนี่เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน โมราต้าจึงบังคับใช้มาตรการทางสงคราม ทางด้านหน้าประตูทางเข้าปราสาทมีผู้เล่นใหม่มากมายเริ่มรวมตัวกัน ส่วนบริเวณจัตุรัสเองก็เต็มไปด้วยผู้เล่นที่กำลังขายของอยู่
พวกนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยือนโมราต้าไม่ค่อยได้รับผลจากเหตุการณ์นี้ซักเท่าไร แต่กับผู้คนที่อาศัยอยู่ในโมราต้านั้นรู้สึกถึงวิกฤตการณ์จากการรุกรานของกองทัพอันเดด
 “นี่มันไม่เกินไปหน่อยหรอที่พวกอันเดดอยู่ดีๆก็เข้ามาบุกดินแดนของศิษย์น้อง
ดูท่าว่าพวกเราคงระวังตัวไม่พอสินะ
เราควรจะกลับไปขอเอาอาหารฟรีดีไหมนะ?”
เตรียมตัวออกรบได้แล้ว
ขณะที่มือไม้พวกเขาเต็มไปด้วยอาหาร พวกเขาก็มุ่งหน้าไปยังสนามรบตรงที่กองทัพอันเดดบุกเข้ามาใกล้ (กองทัพต้องเดินด้วยท้องสินะ555)
พวกทหารอันเดดนำรถม้าของพวกมันมาพร้อมกับดาบเอาไว้ตรงสีข้าง  ส่วนพวกอันเดดขนาดกลางที่เอาศพมาจากพวกมอร์จิสกับนูคาลิซก็เตรียมตัวออกอาละวาดแล้ว กองกำลังของโมราต้า เหล่านักบวชแห่งวิหารเทพีเฟรย่า พาลาดิน แล้วก็ผู้เล่นทั้งหลายเตรียมพร้อมเข้าสู่สงครามยืดเยื้อขณะที่พวกอันเดดเองก็เตรียมตั้งแนวบุก
มีผู้เล่นอีกมากมายหลายคนถือธงของลัทธิโจ๊กหญ้า แถมยังมีพวกผู้เล่นระดับสูงที่อพยพมาจากทวีปทางตอนกลางอีกด้วย
คงไม่พูดเกินไปที่จะบอกว่านี่แหละคือสนามรบที่แท้จริง
ข้าชอบที่นี่จัง เหล่าลูกศิษย์ทั้งหลาย เราไปกันเถอะ
ครับ ศิษย์พี่ใหญ่
เหล่านักดาบย่างเท้าเดินหน้ามุ่งไปปะทะกองทัพอันเดด ส่วนพวกอันเดดเองก็กระโจนเข้ามาอย่างดุเดือดโดยที่ไม่รู้อะไรเลย เหล่านักดาบเพียงแค่ฟันไปที่พวกมันเบาๆก็ตายแล้ว จากนั้นพวกเขาก็กระโจนเข้าไปสู่ใจกลางสนามรบที่แท้จริง
 ทุกคนมีทีเด็ดอะไรงัดมาโชว์เลย
ตัวไหนยิ่งแข็งแกร่ง ก็ยิ่งดี
รถม้าประจัญบาน มอร์กิส นูคาลิซ ดูลลาฮาน เดทไนท์ ไม่จำเป็นต้องแยกว่าตัวไหนดีไม่ดี ไม่ว่าตัวไหนที่เข้ามาในระยะโจมตีของเหล่านักดาบ พวกมันก็ถูกบดขยี้เป็นชิ้นๆ ขณะที่พวกเขาทะลวงเข้ามาในวงล้อมของพวกอันเดด พวกเขาก็ต้องแยกกลุ่มออกจากกัน แถมไม่ว่าพวกเขามองไปทางไหนก็มีแต่อันเดดเต็มไปหมด แต่ว่ามันก็โอเค
เหล่านักดาบฟันใส่อันเดดทุกตนที่พวกเขาเห็น
เลือดขึ้นหน้าสุดขีดไปแล้ว!
ในความเป็นจริง พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์น่าหงุดหงิดเต็มไปหมด  ถึงแม้ว่าพวกเขาจะช่ำชองการฟันดาบแล้วก็ฝึกฝนร่างกายจนถึงขีดสุด พวกเขากลับแทบจะไม่ได้ใช้มันในชีวิตจริงได้เลย ตอนที่มีคนเข้ามาหาเรื่องกับพวกเขาก็ต้องกัดฟันทน แล้วก็แกล้งว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นปล่อยให้มันผ่านๆไป
พวกเขาฝึกตนเองด้วยความอดทนแล้วก็รู้จักควบคุมตนเองให้เป็นหลักคุณธรรมของพวกเขา
เลือดร้อนที่สูบฉีดอยู่ภายในนั้นก็ยิ่งเดือดรุนแรงกว่าคนทั่วไป แต่พวกเขากลับไม่มีที่ให้ระเบิดมันออกมา
โรยัลโร้ดก็คือทางออกที่เอาไว้ระบายอารมณ์สำหรับพวกเขานั่นเอง
เมื่อคิดถึงความแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียว พวกเขาก็มักจะมองไปที่คนที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าแล้วก็เข้าไปต่อสู้ด้วย
พวกเขาไม่จำเป็นต้องซ่อนสัญชาตญาณสัตว์ป่าเอาไว้ เพราะมันได้ถูกฝังลงลึกเข้าไปในกล้ามเนื้อของพวกเขาแล้ว
เอาเลยยย เจ้าอันเดด! เอาคนที่แข็งแกร่งกว่าแกออกมาซะ!”
เหล่านักดาบรู้สึกตื่นเต้นสุดขีด
พวกเขาเคยว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรแล้วก็ฝึกฝนทักษะมาแล้ว แต่ก็ไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้ใช้ร่างกายของพวกเขาออกไปสู้เหมือนกับตอนนี้ได้เลย ความเพลิดเพลินอันล้นพ้นพุ่งทะลักออกมาจนพวกเขาได้ลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปจนหมดแล้ว เหลือเพียงแต่การจดจ่ออยู่แต่กับการต่อสู้ที่กำลังดุเดือดนี้เท่านั้น!
 “ยังไม่พอ ข้าอยากสู้มากกว่านี้!”
เหล่านักดาบฟาดฟันพวกอันเดดไปแบบสุ่มๆ
พวกเขากระโจนขึ้นไปบนตัวแรดแล้วก็ออกไปสู้ แล้วไล่ฆ่าอันเดดทุกตนที่เห็น
หลักๆแล้วพวกเขามักจะใช้ดาบไปสู้ แต่พวกเขาก็ใช้อาวุธชิ้นไหนก็แล้วแต่อย่าง มีด คทาเหล็ก ขวานแล้วก็โซ่ออกไปสู้ด้วยเช่นกัน
เพราะว่าพวกเขาเชี่ยวชาญทักษะศาสตราวุธ พวกเขาจึงสามารถใช้อาวุธชนิดใดก็ได้ที่พวกเขาต้องการใช้
แม้ว่าอาวุธเหล่านั้นจะมีความแตกต่างทางน้ำหนักและค่าโจมตี แต่ทว่าพลังในการควงข้อมือใช้อาวุธฆ่าฟันศัตรูก็ยังให้ผลลัพธ์เช่นเดิม
นั่นคือการหลอมตัวเองเข้าไปสู่การต่อสู้อันบ้าคลั่งด้วยเทคนิคมากมาย!
-กองทัพอันเดดกำลังล่าถอยกลับไป
การต่อสู้สิ้นสุดลงด้วยชัยชนะของกองกำลังรบของโมราต้า
เพราะว่ามีเหล่านักดาบคอยรับหน้าที่เป็นกองกำลังหลัก เหล่าพาลาดินจึงสามารถกำจัดแม่มดที่ชื่อ เบียงก้า ที่เป็นคนควบคุมกองทัพอันเดดได้ จึงทำให้พวกเขาได้รับชัยชนะมาในที่สุด

จบตอน
ผู้แปล: Cole’s Myth

Editor: แอดชิน เพจ เราอ่านนิยายแปล