วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

เล่มที่ 20 ตอนที่ 6: ดันเจี้ยนนรกโลกันตร์ แปลโดย Cole’s Myth

เล่มที่ 20 ตอนที่ 6: ดันเจี้ยนนรกโลกันตร์ แปลโดย Cole’s Myth

วีดเลือกที่จะออกไปล่า ก่อนที่จะตามรอยนักรบแห่งความโกลาหลหนุ่มตนนั้นไป
 ฉันจำเป็นต้องพร้อมก่อนจะเข้าไปในดันเจี้ยนนั่น
ค่าความต้านทานไฟจะเพิ่มขึ้นทุกๆการออกล่าพวกนักรบแห่งความโกลาหลในเขตลาส ฟาลังซ์
ส่วนซากศพของพวกมันก็ถือว่าเป็นสมบัติล้ำค่ากับเนโครแมนเซอร์ ส่วนเจ้าวิหคทองคำในตอนนี้มันได้ออกมาช่วยต่อสู้อย่างเป็นจริงเป็นจังแล้ว
ในตอนที่การต่อสู้ดำเนินอยู่นั้น วีดรู้สึกประหลาดใจมากที่เห็นเจ้าวิหคทองคำมีแสงโอบล้อม จากนั้นตรงบริเวณช่วงขาและร่ายกายของมันก็เริ่มใหญ่โตขึ้น
ช่วงคอ ช่วงปีกทั้งสองข้าง ช่วงสะโพก ทั้งหมดล้วนขยายใหญ่โตขึ้น!
มันกลายร่างไปเป็นนกขนาด 3 เมตร 20 เซนในทันที ขนนกเรียงสลวยทองเหลืองอร่ามฝังไว้ด้วยอัญมณีสวยสดงดงาม แล้วยังมีมงกุฎเพชรสวมอยู่บนยอดหัวของมันอีก
เจ้าวิหคทองคำสามารถใช้ทักษะเปลี่ยนร่างได้หลายรูปแบบ
มอออออออ!
 “โกลโกลโกล!”
พวกประติมากรรมสลักชีพตัวอื่นๆก็แสดงอาการตกใจด้วยเช่นกันตอนที่เห็นเจ้าวิหคทองคำ
ตลอดมานี้พวกมันก็สงสัยว่าทำไมพวกมันถึงทำอย่างนั้นไม่ได้

ในฐานะที่เป็นประติมากรรมที่สร้างโดยวีด พวกมันมีความภูมิใจอย่างมากกับรูปร่างของพวกมันที่ได้มา พวกมันได้แต่รู้สึกขายหน้า หลังจากที่เห็นความแตกต่างที่ออกมานี้
 “พวกนายก็ยังดูดีอยู่นะ อย่าพึ่งลืมสิว่าพวกไวเวิร์นดูเป็นยังไงน่ะ
 “…….”
แล้วเจ้าเหลืองกับโกลมินิก็เงียบสนิทเมื่อได้ยินเกี่ยวกับพวกไวเวิร์น
พวกมันโชคดีมากแล้วที่พวกมันไม่ได้ถูกทำมาแบบส่งๆอย่างพวกไวเวิร์นน่าเกลียดพวกนั้น
จากนั้นวีดก็นำกองทัพอันเดดมุ่งหน้าไปต่อ
 เหล่านักรบแห่งความโกลาหล ไปกันเถอะ!”
พวกนักรบแห่งความโกลาหลใช้ประโยชน์จากเทเลพอร์ตระยะสั้นระหว่างการต่อสู้ ทำให้โจมตีพวกมันยากเอาการ แต่ว่าเจ้าวิหคทองคำสะบัดกรงเล็บของมันอย่างกะทันหันในพื้นที่โล่งๆที่หนึ่ง
 กี๊กกกกก!”
ช่วงเวลานั้นเอง ตำแหน่งของนักรบแห่งความโกลาหลตัวที่กำลังเทเลพอร์ตได้ถูกคาดการณ์เอาไว้แล้ว กรงเล็บและจะงอยปากก็โจมตีเข้าไปที่จุดตาย
*กร๊ากกกกกก!*
เจ้าวิหคทองคำปล่อยการโจมตีออกไปเป็นชุดอย่างกับนกหัวขวาน!
พวกนักรบแห่งความโกลาหลที่ไม่อาจต้านการโจมตีนั้นได้ ก็ตายไปอย่างรวดเร็ว
วิหคทองคำโผบินขึ้นไปในอากาศหลังจากที่ฉีกกระชากและทิ้งเศษซากพวกมอนสเตอร์ลงมา
ช่างเป็นทักษะการต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
จากนั้นเจ้าวิหคทองคำในร่างจำแลงก็เข้ามาคุยกับวีด
 ท่านวีด พวกเราชนะแล้ว
 “ก็แน่นอนอยู่แล้วละ
พวกมอนสเตอร์ในเขตลาส ฟาลังคซ์มีเวทย์กับทักษะที่มีคุณสมบัติธาตุไฟที่จะเสริมเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า
เพราะอย่างนี้ค่าความต้านทานไฟสูงๆจึงเป็นที่ต้องการ
ขณะที่ออกล่าพวกนักรบแห่งความโกลาหลอยู่นี้ ค่าความต้านทานไฟของเขาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนถึง 22% แล้ว

 “หากรวมกับค่าความต้านทานเพิ่มขึ้นถึง 10% ในตอนที่เข้ามาในเขตต้องห้ามนี้ด้วยแล้ว ตอนนี้เราก็จะมีอยู่ 32% ละ
แต่เดิมวีดก็มีค่าความต้านทานที่ดีอยู่แล้ว แถมเพราะว่าเขามีค่าความอดทนสูงอย่างมากอยู่แล้วด้วย
วีด ซอยูน และพวกประติมากรรมสลักชีพเคลื่อนที่ไปพร้อมกับเหล่าอันเดด
ค่าความต้านทานไม่ใช่เพียงสิ่งเดียวที่เพิ่มขึ้นมา ขณะที่ออกล่าพวกนักรบแห่งความโกลาหล แต่ยังได้ขวาน 18 เล่มมาตลอดทาง แถมเขายังจุน้ำหนักกระเป๋าได้เพิ่มขึ้นมากอีกด้วย
แต่เพราะว่าค่าสถานะโครงกระดูกของวีดจึงทำให้พลังในการแบกกระเป๋าลดต่ำลงไป
พวกไอเท็มที่มีค่าเท่ากับเงินมากมายมหาศาลพวกนี้ไม่ควรจะถูกทอดทิ้งไว้เบื้องหลัง!
ปกติวีดมักจะซ่อนพวกมันเอาไว้และเอาพวกแจปเท็มไปที่ช่องแคบที่เอาไว้ซ่อนหรือว่าซ่อนเอาไว้ที่จุดบอด แต่ว่าเขาไม่อยากทำอย่างนั้นกับพวกของที่มีราคาแพง
กระเป๋าสะพายใบใหญ่กดทับไหล่กับกระดูกไหปลาร้าของเขาเอาไว้ จากนั้นวีดก็ตรงเข้าไปที่ดันเจี้ยนอย่างเงียบๆ
ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่จะเริ่มต้นทำภารกิจแล้วเข้าไปสู่ดันเจี้ยนสุดแสนอันตราย

โทริ แวนฮอร์ค
 “ครับ นายท่าน!”
 “ตามแต่ท่านเรียก นายท่าน
 “พวกแกสองคนตรงเข้าไปในดันเจี้ยนก่อนเลย
วีดนี่มีลูกสมุนเอาไว้ใช้ให้เป็นประโยชน์จริงๆ!
เป็นเพราะว่านี่คือดันเจี้ยนที่อันตรายสุดๆจะรับรองได้มาก หากมีพวกนักรบแห่งความโกลาหลไปพร้อมกับพวกลูกสมุนของเขา
***

ในขณะเดียวกันนั้น พวกดรินเฟลด์กับกริฟฟิทกำลังขยับขยายบริเวณพื้นที่การสำรวจในเขตลาส ฟาลังคซ์
หน่วยสนับสนุนจากกิลด์เฮอร์มีสที่อยู่ในราชอาณาจักรฮาเว่นนั้นยังมาไม่ถึงที่เขตลาส ฟาลังคซ์
ในระหว่างนั้น พวกเขาก็พยายามที่จะปรับตัวเข้ากับการต่อสู้ในภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยภูเขาไฟระเบิดและรอยแยกบนพื้นดิน
 “สงบใจเข้าไว้ แล้วแสดงให้พวกเขาเห็นว่ายอดฝีมืออย่างเราจะพิชิตดินแดนแห่งนี้เอง
การร่วมมือของอัศวินนาวีเลเวลสูงกับโจรสลัดได้รวมกันเป็นหนึ่งด้วยตัวพวกเขาเอง
แม้ว่าการล่าจะไม่มีประสิทธิภาพดีพอมากนัก แต่ถ้าหากว่าพวกเขาถูกวีดซุ่มโจมตีอีกครั้งก็จะสามารถตั้งรับได้ทันท่วงที
 “ฉันไม่สนหรอกว่าแกจะมีเครื่องมือหรือวิธีการแบบไหน แกแค่ต้องเอาหัวของวีดมาให้ฉันไม่ว่ายังไงก็ตาม กิลด์เฮอร์มีสก็จะให้รางวัลอย่างงาม
สิ่งพวกเขาได้แสดงออกไปให้เห็นนั้น พวกเขาก็ไม่เหลือความภาคภูมิใจอีกเลย
จากนั้นกลุ่มของดรินเฟลด์ก็ออกไปล่าพวกบอลลาร์ดทั้งฝูงไปจนหมดสิ้น แล้วสักครู่ภูเขาไฟก็ระเบิดอย่างรุนแรงตามมาในเวลาต่อมา
***
ขณะนี้การออกอากาศของสถานี CTS media กับ LK game กำลังถ่ายทอดสดการผจญภัยในเขตลาส ฟาลังคซ์!
พวกเขาได้ประสบกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยเป็นอย่างมากแถมยังถูกล้อเลียนอย่างรุนแรงภายในบอร์ด แต่ไม่นานเรื่องก็ซาลง
การเดินทางสำรวจที่นำโดยดรินเฟลด์ มุ่งหน้าไปที่พื้นที่รอยแยกของมรดกแห่งประติมากร
ความตื่นเต้นโหมเข้าใส่บรรดาผู้ชมที่กำลังดูภาพของสถานี CTS media ที่ฉายออกมา
 มรดกแห่งประติมากรหรอ นี่เป็นสถานที่ที่คาดไม่ถึงสุดๆเลย คุณคิดว่าวีดจะมาที่นี่หรือยังคะ?”
 “ดูเหมือนว่าจะเป็นอย่างนั้นนะครับ
การเดินทางสำรวจยังคงฉายภาพการออกล่าของพวกเขาอย่างต่อเนื่องและเป็นเพราะผลจากมรดกแห่งประติมากร มันจึงกลายเป็นการล่าที่ง่ายขึ้นอย่างมาก
 คุณดรินเฟลด์ค่ะ คุณมักจะใช้มีดขนาดใหญ่เป็นอาวุธหลักเหมือนกับเหล่าอัศวินนาวี ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นล่ะคะ?”
 “พลังทำลายมันทรงพลังมากครับ แถมยังมีค่าความคงทนสูงที่จำเป็น เมื่อต้องสู้กับพวกมอนสเตอร์ทะเลและกลุ่มโจรสลัดด้วยครับ
 “งั้นทำไมคุณถึงยังใช้มันอยู่แม้ว่ามันจะใช้ลำบาก แล้วออกไปสู้ในเขตลาส ฟาลังคซ์อีกล่ะคะ
 “ผมก็เห็นด้วยนะครับ มันใช้เวลานานมากพอควรกว่าจะล่องเรือมาถึงที่นี่ แถมเลเวลของพวกมอนสเตอร์ยังค่อนข้างสูงอีกด้วย
 “มันอันตรายมากใช่ไหมคะที่จะต้องสู้ในขณะที่ที่ต้องหลบการปะทุของภูเขาไฟ? การได้เห็นพวกเขาอย่างนั้น รับรองว่าต้องเป็นประสบการณ์ที่น่ากลัวแน่ๆเลย
 “ผม ดรินเฟลด์ กับกองทัพเรือที่สอง ได้ถูกเลือกโดยราชอาณาจักรฮาเว่น เพราะว่าพวกเราสามารถปรับตัวได้เป็นอย่างดีกับสภาพแวดล้อมที่อันตรายครับ
 “แล้ววีดล่ะคะ? เขาก็ดูท่าว่าจะปรับตัวได้ดีเหมือนกันหลังจากที่มาถึงที่นี่ก่อนด้วยซ้ำ
 “ในการผจญภัย การมีกลุ่มสำรวจขนาดใหญ่นั้นแตกต่างจากการออกไปสำรวจคนเดียวครับ ความเสี่ยงระหว่างสองสถานการณ์นี้เทียบกันไม่ได้หรอกครับ
การสนทนาระหว่างดรินเฟลด์กับกลุ่มโจรสลัดของกริฟฟิทยังคงถ่ายทอดออกอากาศอย่างต่อเนื่อง
การออกอากาศสดที่ได้ถ่ายทอดสองครั้งต่อวันก็ได้เรตติ้งมาเป็นอันดับหนึ่ง
***
เพราะว่าได้ทำสัญญากับวีดเอาไว้แล้ว สถานี KMC media จึงยังไม่ได้แสดงภาพออกอากาศของภารกิจออกมา
เพราะว่าภารกิจนั้นยังคงออกอากาศอย่างต่อเนื่อง มันจึงอาจจะเพิ่มโอกาสให้ดรินเฟลด์กับกริฟฟิทเข้าไปแทรกแซงภารกิจได้
ที่ทำไปอย่างนี้ก็เพื่อที่จะซ่อนตำแหน่งปัจจุบันของวีดด้วย
หน้าต่างของสำนักงานใหญ่ KMC media นั้นยังคงมีไฟติดอยู่ในเวลาดึกดื่นเช่นนี้ จากการทำงานล่วงเวลาทำงานของเหล่าพนักงานทั้งหมด
พวกเขาเตรียมพร้อมที่จะปรับแต่งแก้ไขวิดีโอเพราะว่าพวกเขาไม่รู้เลยว่าภารกิจของวีดนั้นจะเสร็จสิ้นเมื่อไร
***

บนทวีปเวอร์เซล บรรดาพลเมืองและเหล่านักบวชก็เริ่มพูดคุยแล้วเช่นกัน
 เคยได้ยินเรื่องของจักรพรรดิเกฮามาก่อนไหม? พระองค์คือจักรพรรดิองค์แรกของจักรวรรดิอารูเพ่นที่รวมทั้งทวีปเวอร์เซลเป็นหนึ่งเดียว ใครที่เคยศึกษาประวัติศาสตร์จะรู้จักพระองค์กันทั้งนั้น
 “จอมขมังเวทย์ซึลรโยล่ะ พวกเขาบอกว่าเขาใช้เครื่องมือกับวิธีการต่างๆนาๆเพื่อตอบสนองความมักใหญ่ใฝ่สูงของตัวเอง พวกนักเวทย์แห่งมาทามยังพูดถึงเขามาแล้วด้วยนะ แล้วยังคงจดจำเขาว่าเป็นอัจฉริยะอีกด้วย แถมยังมีข่าวลือออกมาด้วยว่าเขาเป็นตัวการสำคัญแห่งการล่มสลายของจักรวรรดินิฟล์เฮม
 “ไม่มีเหตุผลเลยที่จะให้เขาต้องทำอย่างนั้น?”
 “เจ้าต้องเชื่อนี่นะ มีดินแดนที่มีเพียงแค่คนที่กล้าหาญเท่านั้นที่กล้าไป! ภายในนั้น มีมอนสเตอร์ที่ครอบครองอาวุธทรงพลังอย่างมากด้วย นี่จะต้องทำให้เกิดหายนะครั้งใหญ่แล้วมีเพียงคนเดียวที่สามารถหยุดยั้งได้นั่นก็คือประติมากรหนึ่งเดียวคนนั้น
บรรดาคนแคระ พวกเอลฟ์ กับพวกนักรบภูติถูกเรียกตัวมา พวกเขากำลังเตรียมตัวออกเดินทางไปเขตลาส ฟาลังคซ์ด้วยเช่นกัน
 หากว่าเขาไม่อาจกำราบมอนสเตอร์ที่คุกคามความสงบสุขของเรา เราก็จะเริ่มออกเดินทางไปในทันทีแน่ๆ เหล่าคนแคระทั้งหลายจับอาวุธออกไปสู้กันเถอะ

 “เหล่านักธนูเอลฟ์เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการต่อสู้ เราจะแสดงให้พวกมันได้เห็นพลังที่แท้จริงของจิตวิญญาณแห่งไฟ
วิดีโอการเคลื่อนไหวของเผ่าพันธุ์เอลฟ์กับคนแคระได้ถูกโพสท์บนโฮมเพจของรอยัลโร้ด
เพียงแค่หลับตา เหล่าผู้เล่นทั้งหลายก็สามารถที่จะรับรู้ได้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นบนทวีปเวอร์เซล
การผจญภัยของวีดนั้นกำลังกลายเป็นหัวข้อร้อนแรงในทวีปแห่งนี้ไปแล้ว
***
ท่านเป็นผู้ค้นพบคนแรกของดันเจี้ยนนรกโลกันตร์
สิทธิพิเศษ: ค่าชื่อเสียงเพิ่มขึ้น 2,100 แต้ม อัตราการดร็อปไอเท็มและค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้นสองเท่า
มอนสเตอร์ตัวแรกที่ถูกล่าจะมีความเป็นไปได้สูงสุดที่จะดรอปไอเท็มหายาก

 “โอ้โห!”
วีดร้องออกมาอย่างประหลาดใจ
ค่าชื่อเสียงที่ให้มานั้นสูงจนน่าขันจริงๆ
 “บ้าอะไรว่ะเนี่ย!? ดันเจี้ยนนี่จะอันตรายซักแค่ไหนกันถึงกับให้รางวัลค่าชื่อเสียงสูงขนาดนี้นะ
เดาได้ว่าพื้นที่ต่อไปคงจะน่ากลัวไม่น้อยเลย แม้แต่กับพวกอันเดดที่อัญเชิญออกมาด้วย
แต่ว่ายังไงซะ คงดีที่สุดที่จะเก็บเงินเอาไว้ในตอนที่ยังหนุ่มๆอยู่ เพราะว่าเงินนั่นจะมีประโยชน์อย่างมากตอนพวกแกแก่ตัวลงไป” (บอกพวกอันเดดด้วยหรอ -.-)
แล้ววีดก็สั่งให้พวกลูกสมุนเดินหน้าต่อไป
ทางเดินภายในดันเจี้ยนนั้นกว้างขวางเพียงพอที่จะจุกองทัพจำนวนมากได้พอดี
เปลวไฟโหมพัดไปเบื้องหน้าจากภายใต้พื้นดิน แล้วยังสาดใส่ผนังถ้ำก่อให้เกิดภาพอันน่าเหลือเชื่อขึ้น
 “เดินระวังด้วยล่ะ แล้วก็ลุยเข้าไปเลย
วีดเดินฝั่งทางขวาที่มีเปลวไฟลุกโหมขึ้นมา ขณะที่ซอยูนเดินอยู่ทางฝั่งซ้าย
ด้วยการกระทำเล็กๆน้อยๆนี้ซอยูนก็รู้สึกขอบคุณมากๆต่อความห่วงใยของวีด
แต่ว่าจริงๆนั้นไกลเกินความเป็นจริงมาก เป็นเป้าหมายที่ค่อนข้างจะแตกต่างจากวิธีการของสุภาพบุรุษที่พึงกระทำต่อสุภาพสตรี
 ไม่มีทางที่ฉันจะอยู่ทางฝั่งซ้ายหรอก ใครจะรู้ละว่าตอนไหนที่พวกมอนสเตอร์จะออกมาน่ะ
เป็นการตอบสนองตามสัญชาตญาณเพื่อเอาตัวรอดนั่นเอง!


ค่าความต้านทานไฟที่วีดได้รับมานั้นค่อนข้างสูงเพราะงั้นเปลวไฟระดับแค่นี้ยังพอทนได้อยู่
บนผนังถ้ำมีผลึกคริสตัล หินโมรากับหินโกเมนอยู่มากมาย
ถึงแม้ว่าพวกมันจัดว่าเป็นอัญมณี แต่ก็เป็นพวกที่ราคาถูกแถมยังเป็นชนิดที่แสนธรรมดาอีกด้วย
 “นี่เป็นสถานที่ค่อนดีทีเดียว เหมาะสำหรับเอาไว้สร้างประติมากรรมจริงๆ
วีดยังค้างอยู่ซักพักขณะมองไปที่ผนังถ้ำ
 “พวกมนุษย์หนังนุ่มๆมาถึงที่นี่แล้ว!”
 “ข้าได้กลิ่นเหม็นเน่าของพวกอันเดดด้วย!”
อีกด้านของทางเดินมีอัศวินโลกันตร์(Inferno Knight) ขนาดใหญ่วิ่งออกมาและส่งเสียงร้องตะโกน
อัศวินโลกันตร์นั้นตัวใหญ่มากกว่าพวกคนเถื่อนมาก คู่ปรับตัวฉกาจของพวกมันก็คือออร์ค จากนั้นพวกมันก็ชักดาบของพวกมันออกมา
ทุกๆย่างก้าวในแต่ละครั้งของพวกมัน ทั่วทั้งดันเจี้ยนสั่นสะเทือนเล็กน้อย
วีดจึงเริ่มออกคำสั่งในทันทีทันใด
 “นักรบแห่งโกลาหล โจมตี!”
เหล่าอันเดดระดับสูง 20 ตัวได้รับคำสั่งให้ไปโจมตี
ความสุ่มเสี่ยงเริ่มสูงขึ้นจนน่าอันตรายเพราะว่าพวกมันเข้าไปต่อสู้ในระยะประชิด
 พวกที่เหลือก็จับตาดูเอาไว้และเตรียมตัวหนีเอาไว้ด้วย!”
คิดก่อนที่จะจู่โจม มันคือทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะรับรองว่าลูกพลับจะถูกเก็บก่อนที่มันจะโดนกัด
หากพวกอันเดดไม่ใช่คู่มือที่เหมาะกับพวกอัศวินโลกันตร์ในการต่อสู้นี้ แล้วค่อยใช้ให้พวกมันเป็นตัวล่อเอาไว้ใช้หนีละกัน
ส่วนโทริกับแวนฮอร์คไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้แล้วก็ให้เตรียมพร้อมเอาไว้แทน
 ‘หากว่าเราโดนไล่ตามโดยมอนสเตอร์พวกนั้นเราค่อยใช้ให้พวกมันซื้อเวลาให้ละกัน
เหล่านักรบแห่งความโกลาหลที่สร้างขึ้นมาจากทักษะปลุกชีพความตายก็คอยใช้ทักษะเทเลพอร์ตของพวกมันหนีออกนอกระยะสายตาของพวกอัศวินโลกันตร์
พวกมันก็ใช้อาวุธขวานเพื่อโจมตีเหมือนกัน
และก็แน่นอนล่ะว่าขวานพวกนั้นเป็นอุปกรณ์ที่เอามาจากกระเป๋าสะพายของวีด
เพื่อที่จะยกระดับพลังของพวกอันเดด วีดจึงให้พวกมันติดอาวุธที่ทรงพลังเอาไว้!
 “กรรร ไอ้พวกนักรบโกลาหลน่าขยะแขยง!”
 “ไอ้พวกอันเดดเน่าเฟะพวกนี้น่ารำคาญจริงๆ
การต่อสู้อันดุเดือดเป็นไปอย่างต่อเนื่องระหว่างเหล่าอันเดดและพวกอัศวินโลกันตร์ ก็แค่ทำให้วีดรู้สึกรำคาญเท่านั้น
เพราะว่าเวทย์อัญเชิญอันเดดขั้นที่ 4 นั้นจะสามารถสร้างอันเดดระดับสูงที่มีสติปัญญาสูงมากออกมา แต่ว่าตอนนี้พวกมันกำลังทำอยู่ในการต่อสู้ก็แค่หลบไปมาเท่านั้น
การใช้ค่าความเป็นผู้นำมหาศาลเพื่อควบคุมอันเดดพวกนี้ วีดคิดว่าน่าจะมีสิ่งที่ใช้ต่อกรกับมอนสเตอร์แข็งแกร่งพวกนี้ได้
แล้วก็มีแผนการหนึ่งเด่นชัดขึ้นมา
นั่นคือการต่อสู้แบบล้างผลาญ
มีอันเดดเป็นจำนวนมากที่วีดสั่งการได้โดยตรง พวกมันจึงถูกเลือกให้เป็นเบี้ยหลัก
เหล่าอันเดดสามารถเรียนรู้ได้ต่อไปเรื่อยๆด้วยการต่อสู้แบบซ้ำไปซ้ำมา
วีดสอนพวกอันเดดฝีมือดีให้ก่อกวนพวกอัศวินโลกันตร์แล้วผลักพวกมันให้ถอยร่นกลับไป
นี่ก็เพราะว่าจำนวนที่เยอะกว่ามาก เมื่อเทียบกับมอนสเตอร์เลเวลสูงที่ถูกจัดการไป
 ท่ามกลางพวกนักรบแห่งความโกลาหลพวกนั้นเน่าเปื่อยลงไปเรื่อยๆ ดูท่าว่าพวกมันเริ่มที่จะใช้การไม่ได้แล้วล่ะสิ
แล้วเขาก็ได้ข้อสรุปจากการสังเกตการณ์การต่อสู้
การสังเกตรายละเอียดเล็กๆน้อยๆนั้นไม่ได้ยากเลยสำหรับวีด
 “โทริ แวนฮอร์ค พวกแกทำบ้าอะไรอยู่น่ะ? อย่ายืนอยู่เฉยๆสิ ออกไปสู้ซะไป๊!”
 “เข้าใจแล้ว นายท่าน
วีดที่เป็นเจ้านาย ตำหนิพวกมันไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นใจ ถึงแม้ว่าแต่เดิมนั้นเขาได้สั่งให้พวกมันรอเตรียมพร้อมถอยกลับ
พวกแวนฮอร์คกับโทริจึงต้องเร่งเข้าไปร่วมต่อสู้ในทันที
ในตอนที่ทั้งสองต่อสู้กับพวกอัศวินโลกันตร์ด้วยการโจมตีแบบก้ามปู เจ้าโกลมินิก็ได้รับคำสั่งมาเช่นกัน
 ยิงธนูไปที่พวกมันจากตรงนี้เลย
 “โกลโกล!”
ส่วนเจ้าวิหคทองคำก็ได้เข้าไปร่วมสู้ด้วย แล้วใช้ความเร็วอันน่าเหลือเชื่อของมันที่สามารถโจมตีไปที่จุดตายของอัศวินโลกันตร์ได้
ซอยูนก็ชักดาบของเธออกมาแล้วตัดสินใจที่จะเข้าไปสู้เช่นกัน
วีดที่ไม่ได้เข้าไปต่อสู้โดยตรงเริ่มร่ายมนต์สาปแช่งไปที่พวกศัตรู
หลังจากนั้นนักรบแห่งความโกลาหลตัวหนึ่งก็โดนกำจัดไปแล้วมานาที่ใช้รักษาร่างมันเอาไว้ก็กลับคืนมาที่วีด
 คงต้องทำให้พวกมันอยู่ได้นานขึ้นซักหน่อยละ
การใจเย็นขณะที่สังเกตการณ์การต่อสู้ของคนอื่น นี่คงเป็นข้อได้เปรียบที่ให้กับอาชีพสายนักเวทย์และสายนักบวช
 พวกขนาดใหญ่ยังไม่ได้ปรากฏตัวออกมาแน่ๆเลย
ทันใดนั้นเองสัญลักษณ์ที่สลักอยู่บนชุดเกราะของพวกอัศวินโลกันตร์ก็เริ่มส่องแสง เพราะเช่นนั้นเองที่ทำให้พวกมันเพิ่มค่าการป้องกันมากขึ้น
จากการป้องกันที่ยอดเยี่ยมและส่วนสูงของลำตัวของพวกมัน ยิ่งจำเป็นต้องระมัดระวังตัวมากขึ้นในการล่าพวกมัน
พวกมันส่วนใหญ่อ่อนแอลงไปมากเพราะเวทย์คำสาปของวีด
 การต่อสู้นี่ค่อนข้างนานมาเลยนะเนี่ย
กินเวลาไปแล้วถึง 8 นาที!
เหล่าอัศวินโลกันตร์กำลังเหน็ดเหนื่อยแล้ว ส่วนมานาของวีดก็ถดถอยลงไปด้วยเช่นกัน
มานาจำนวนมากมายนั้นจำเป็นต่อการคืนชีพเหล่าอันเดด ส่วนพวกนักรบแห่งความโกลาหลก็มานาลดลงไปเรื่อยๆทุกครั้งที่พวกมันใช้ทักษะเทเลพอร์ต
พวกอันเดด ซอยูนและก็คนอื่นๆเริ่มตีวงล้อมพวกนักรบโลกันตร์เพื่อตั้งกำแพงกั้นไว้
ส่วนเจ้าวิหคทองคำก็ล่อตัวหนึ่งออกไป แล้วการล่าก็ค่อยๆง่ายมากขึ้น
 “ต้องจบการต่อสู้นี้ให้เร็วๆ พวกนักรบแห่งความโกลาหลเจ็ดตนที่กล้าหาญที่สุดน่ะ เข้าไปแทงพวกนักรบโลกันตร์ซะ
วีดที่เป็นลอร์ดแห่งเหล่าอันเดด ออกคำสั่งพวกมันด้วยค่าบารมีอันยอดเยี่ยม
พวกนักรบแห่งความโกลาหลที่ถูกชี้ด้วยไม้เท้าแห่งนักบุญผู้ดับสูญและคัมภีร์แห่งบัลข่านรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งจึงเริ่มเทเลพอร์ตในทันที ไปที่อัศวินโลกันตร์ที่แยกตัวออกไป
 “ทักษะระเบิดซากศพ!”
กร๊ากกร๊ากกร๊าก!
เหล่านักรบแห่งความโกลาหลได้แสดงความกล้าหาญกับความจงรักภักดีอันยิ่งใหญ่ต่อวีด ได้รับรางวัลจากคำสั่งระเบิดตัวตาย!
การใช้ทักษะระเบิดซากศพกับศพของมอนสเตอร์เลเวลสูงๆก็จะส่งผลให้พลังทำลายล้างสูงด้วยอย่างแน่นอน
เสาเพลิงสีแดงสด สว่างไสว โพล่ออกมาจากบนพื้นไปจนถึงเพดานถ้ำอย่างกะทันหัน!
แนวรบของศัตรูสลายไปในที่สุด วีดจึงออกคำสั่งอย่างสั้นๆกระจ่างชัดเจนออกไปว่า
 ฆ่ามันซะๆๆๆๆ!”
ทุกๆคนเล็งการโจมตีของพวกเขาไปที่อัศวินโลกันตร์ที่บาดเจ็บสาหัส
เนื่องจากความตายของพวกพ้อง เหล่าอัศวินโลกันตร์ได้ตกอยู่ในสถานะความกลัว
ผลกระทบเวทย์คำสาปเพิ่มขึ้น 35%
ค่าความต้านทานทั้งหมดลดลง 60%
การรุกรานถดถอยลงไปแล้ว แต่กลับมุ่งไปที่การตั้งรับมากขึ้น

มีเพียงแค่ศัตรูที่เหลืออยู่อีกสี่ตัวเท่านั้นที่ไม่ยอมก้มหัวต่อความกลัว
วีดเล็งเวทย์คำสาปไปที่พวกมันตัวที่อยู่ในความหวาดกลัว แล้วก็โจมตีพวกมันด้วยการเล็งไปจุดๆเดียวภายในครั้งเดียว
วีดไม่สามารถปกปิดความยินดี ตอนที่เขาคว้าไอเท็มดรอปขึ้นมาจากตรงหน้า
-ท่านเลเวลเพิ่มขึ้นแล้ว
-ค่าชื่อเสียงเพิ่มขึ้น 6 แต้ม
-ความเชี่ยวชาญทักษะของเนโครแมนเซอน์เพิ่มขึ้นแล้ว

ค่าการสำรวจไม่ได้เพิ่มขึ้นเหมือนกับการล่าพวกนักรบโกลาหล นี่ก็ดูเป็นไปได้อย่างมากที่สุด เพราะเผ่าพันธุ์ที่ปกครองลาส ฟาลังซ์ที่แท้จริงก็คือพวกนักรบแห่งความโกลาหล
 “ยังไงก็ต้องตรวจสอบไอเท็มก่อนดีกว่า
ในบรรดาอาวุธที่ได้มามีอยู่ชิ้นหนึ่งโดดเด่นกว่าอันอื่นๆ
ไอเท็มพิเศษที่เหมาะกับร่างกายขนาดใหญ่ของพวกนักรบคนเถื่อน!
ถึงแม้ว่าจะมีขีดจำกัดเลเวลอยู่ที่ 460 แต่วีดก็ไม่ได้กังวลอะไร
 มันก็ไม่ใช่ว่าฉันจะมีของให้ขายน้อยลงซะหน่อย ถ้ามันขายออกยากมากนัก ก็แค่หลอมมันแล้วก็สร้างใหม่ที่หลังก็ได้นิ
พวกอัศวินโลกันตร์ให้หินแร่มากมายหลากหลาย แล้วยังมีพวกมิทธิลกับอัญมณีออกมานิดหน่อยอีกด้วย
วีดแยกประเภทไอเทมที่เขาเก็บมาได้ออกมาครึ่งหนึ่งและก็ให้ซอยูนไป
เป็นความจริงที่ว่าเธอรับบทบาทหลักในการต่อสู้ร่วมกับพวกอันเดด ถ้าหากว่าไม่ได้เธอมาที่เขตลาส ฟาลังคซ์แห่งนี้ แถมเจ้าโทริก็คงไม่ช่วยอะไรในการเคลียร์ดันเจี้ยน

แล้วก็ที่แน่ๆล่ะว่า การออกล่านักรบแห่งความโกลาหลก็จะลำบากมากด้วยเช่นกัน
สายตาของวีดเพ่งไปที่แร่มิทธริลด้วยความโลภสุดขีด
 นี่มันยากมากๆเลยที่จะเก็บแร่มิทธริลหายากอย่างนี้ถ้าฉันรวบรวมมันให้มากเพียงพอละก็ฉันจะหลอมมันเป็นเกราะได้ เธอจะโอเคไหม?”
ซอยูนพยักหน้ารับ
 ฉันจะทำชุดเกราะที่ดีที่สุดในภายหลังให้ได้เลย
แม้ว่าวีดได้แสดงรอยยิ้มที่แสนอัธยาศัยดีสุดๆออกมา แต่ภายใต้โฉมหน้าของโครงกระดูกนั่นก็เป็นแค่เพียงรอยยิ้มที่สุดแสนจะน่าขยะแขยง
 อัญมณีครึ่งหนึ่งที่ให้เธอไปก็เพราะว่าเธอทำงานได้ยอดเยี่ยมนะ
แล้วอารมณ์ของวีดก็ดูสดใสมากขึ้นในตอนที่ซอยูนยกแร่มิทธริลให้กับเขาเพื่อที่จะเอาไปทำชุดเกราะ
วีดตั้งเป้าที่จะเพิ่มทักษะช่างตีเหล็กของเขาให้ได้
จำนวนของมิธธริลที่เขาหาเจอที่นี่ จะสามารถช่วยเร่งทักษะของเขาได้ด้วยช่วงเวลาสักสองสามวันกว่าๆอย่างที่เขาทำบ่อยๆ
เขาสามารถรวบรวมมิทธริลได้อย่างมากจากการล่าภายในดันเจี้ยนนี้ แล้วก็ค่อยสร้างประติมากรรมที่ทำมาจากมิทธริลล้วนๆนั่นก็จะไม่เป็นเพียงแค่ฝันลมๆแล้งๆแล้วล่ะ

แน่นอนว่าสำหรับประติมากรนี่จะเป็นการประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง
 “ฉันคงต้องเสริมกำลังรบพวกอันเดดละทักษะปลุกชีพความตาย!”
เพราะจำนวนของนักรบแห่งความโกลาหลลดลงไปอย่างมาก ซากศพของพวกอัศวินโลกันตร์ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่จะเอามาทดแทนได้
จากนั้นนักรบแห่งความโกลาหลที่เหลืออยู่ 12 ตัวก็เริ่มออกตัวเทเลพอร์ตกันไปรวบรวมซากศพอัศวินโลกันตร์ที่เหลือเพื่อเอามาแทนกับ 8 ตัวที่เสียหายไป
ร่างกายของอัศวินโลกันตร์ขัดขวางเวทย์มนต์แห่งความมืดเอาไว้
ทักษะเนโครแมนเซอร์ต้องอยู่ในระดับสูงเลเวล2 ถึงจะสามารถปลุกชีพขึ้นมาได้
การอัญเชิญอันเดดล้มเหลว

ซากศพไม่ได้เปลี่ยนไปเป็นอันเดดแต่ว่ามานาของวีดก็ถูกใช้ออกไปอยู่ดี
 สถานการณ์ในตอนนี้ ฉันคงไม่สามารถใช้ซากศพพวกนั้นได้
วีดรู้สึกไม่พอใจมากนัก แล้วจึงตัดสินใจที่จะพักก่อน
ระดับค่าพลังชีวิตกับมานาต้องฟื้นขึ้นมาให้ได้ก่อน เช่นเดียวกับซอยูนและประติมากรรมสลักชีพตัวอื่นๆ

ปาร์ตี้ยังไม่ได้พักผ่อนแถมยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่นัก แต่การต่อสู้อื่นก็เริ่มประดาหน้าเข้ามาใหม่!
 “พวกมนุษย์กับอันเดดที่กล้าท้าทายดินแดนแห่งนี้ ช่างเป็นพวกที่โง่เขลายิ่งนัก ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ ที่พวกแกจะเข้ามาสุ่มสี่สุ่มห้าได้
 “ที่นี่ ไม่ใช่ที่ๆสำหรับมนุษย์ต่ำต้อยอย่างพวกแก ข้าจะกำจัดพวกแกทั้งหมดเอง
แล้วพวกอัศวินโลกันตร์ก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง
เพราะว่าชื่อของวีดกับซอยูนขึ้นเครื่องหมายสีแดงอยู่ พวกมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนนี้ จึงเล็งเป้าเข้าโจมตีอย่างดุดันไปที่พวกเขาในทันที
ค่าชื่อเสียงอันฉาวโฉ่ของวีดนั้นทะยานมากขึ้นเกิน 6,000 แต้มไปแล้ว
หากว่าใครมีเครื่องหมายของฆาตกรอยู่ มอนสเตอร์ส่วนใหญ่นั้นจะไม่ยอมหนีไปเลยในการต่อสู้
ถ้าคุณไม่ฆ่าพวกมันให้เร็วมากพอ จากนั้นพวกมันก็อาจจะเรียกกำลังเสริมมาได้
และเพราะว่าชื่อของคุณได้แพร่ออกไปทั่ว คุณก็จะถูกไล่ตามไปตลอดทั่วทั้งดันเจี้ยนได้
ถึงกระนั้นด้วยการเสียสละตัวเบี้ยนักรบแห่งความโกลาหลไป 8 ตัว ก็สามารถล่าอัศวินโลกันตร์ได้สำเร็จถึง 2 ตัว
จบตอน
ผู้แปล: Cole’s Myth

Editor: แอดชิน เพจ เราอ่านนิยายแปล

วันพุธที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

เล่มที่ 20 ตอนที่ 5 เรื่องราวของซึลรโย แปลโดย Cole’sMyth

เล่มที่ 20 ตอนที่ 5 เรื่องราวของซึลรโย แปลโดย Cole’sMyth

 ไม่มีมอนสเตอร์ตัวไหนที่ไม่ยอมตาย เมื่อโดนตีเป็นร้อยครั้ง โจมตี!”
วีดสั่งการกองทัพอันเดดโจมตีพวกนักรบแห่งความโกลาหลในขณะที่เตรียมร่ายเวทย์คำสาปไปพร้อมๆกัน
พวกนักรบแห่งความโกลาหลกวัดแกว่งขวานกำจัดเหล่าอันเดดไปถึงครึ่ง เพราะงั้นเพื่อที่จะโจมตีพวกมันได้สำเร็จ วีดจึงต้องร่ายเวทย์คำสาปอย่างรวดเร็ว
 บรรยากาศอันแสนหดหู่และมืดมน สายลมกรรโชกพัดพากลิ่นเหม็นเน่าของความตาย
เวทย์คำสาปนั้นสามารถใช้ได้เมื่อมีผีดิบซอมบี้เป็นจำนวนมากเท่านั้น!
มันลดระดับมานา ความอึด และพลังชีวิตแถมยังลดภูมิต้านทานที่ส่งผลเสียหลายอย่างมากมายอีกด้วย
วีดชี้มือทั้งสองข้างไปทางพวกนักรบแห่งความโกลาหล
 ลมหายใจแห่งความเสื่อมโทรม!” (Breath of Decay)
เวทย์ที่ร่ายออกไปปล่อยกลิ่นเหม็นเน่าออกมา
เหล่านักรบแห่งความโกลาหลได้รับผลโดยตรงจากคำสาป เพราะพวกมันตกอยู่ใต้คำสาปที่ปนเปื้อนของเนโครแมนเซอร์อย่างเต็มๆ
ซอยูนไม่ได้รับผลจากคำสาปเพราะว่าเวทย์ภูมิคุ้มกันได้ถูกร่ายเตรียมไว้ก่อนแล้ว
พวกอันเดดยังคงเข้าจู่โจมต่อไปเรื่อยๆแต่ก็อย่างที่คาดเอาไว้ พวกมันโดนฆ่าตายไปโดยพวกนักรบแห่งความโกลาหล
แต่ถึงแม้ยังงั้น การโจมตีของผีดิบซอมบี้ที่มีจำนวนมากมาย ก็ลดกำลังกายและค่าความอึดของจำนวนศัตรูได้อย่างคงที่ ด้วยแขนอันคดโค้งของพวกมัน แล้วพวกมันยังคงวิ่งรุกหน้าต่อไปอย่างสะเปะสะปะ วิ่งเข้าไปที่นั่นอย่างไม่กลัวตาย จนส่งผลทำให้กำลังใจลดลงไป
 หมู่เมฆแห่งความมืดมนจักรวมตัวแล้วพรากวิสัยทัศน์ของพวกมันมา แสงอันเจิดจ้านำพาสู่ความมืดบอด! (Blinding Jinx)”
วีดเล็งเวทย์คำสาปตรงไปที่เหล่านักรบแห่งความโกลาหล แต่ผลที่พุ่งไปที่พวกมันกลับล้มเหลว
พวกนักรบแห่งความโกลาหลใช้ทักษะเทเลพอร์ตเพื่อหลบหลีกเวทย์คำสาปในทันทีที่ถูกร่ายขึ้น
 หมู่เมฆแห่งความมืดมนจักรวมตัวแล้วพรากวิสัยทัศน์ของพวกมันมา แสงอันเจิดจ้านำพาสู่ความมืดบอด!”
แต่วีดก็ไม่ได้ยอมแพ้ที่จะใช้เวทย์คำสาปไปที่พวกนักรบแห่งความโกลาหลและสังเกตการเคลื่อนที่ของพวกมันในแต่ละครั้งที่เทเลพอร์ตเพื่อหลบคำสาป
เป้าหมายของเวทย์คำสาปนั้น ก็เพื่อจำกัดการมองเห็นของพวกมันเอาไว้
การบดบังพื้นที่การมองเห็นของพวกมันด้วยความมืด จนทำให้ไม่เห็นตัวของเนโครแมนเซอร์ได้แล้ว
ถึงแม้จะเป็นเช่นเดิมกับการเคลื่อนไหวของพวกศัตรู ที่แม้จะโดนเวทย์โจมตีพุ่งเข้ามาหาพวกมันแล้วก็ตาม แต่การผลการโจมตีก็ยังไม่มีผลนานมากนักโดยดูจากสภาพพวกพ้องของพวกมันแล้ว
วีดจดจำรูปแบบการเทเลพอร์ตของพวกนักรบแห่งความโกลาหลไว้ในขณะที่ต้องใช้ค่ามานาไปกับการใช้มนต์ไปเรื่อยๆ
 “พวกมันแยกตัวออกจากกันแล้ว!”

แล้วพวกนักรบแห่งความโกลาหลก็จุดไฟเผากองทัพอันเดดในทันทีทันใด
พวกอันเดดกำลังถูกทำลายจากการโจมตีโดยขวานอาบเปลวเพลิง
ขณะที่พวกนักรบแห่งความโกลาหลแกว่งขวานของพวกมัน ก็สร้างกำแพงไฟลุกเหิมโชติช่วงไปทั่วทั้งพื้นที่ไปด้วย
การต่อสู้ยิ่งทวีเพิ่มความยากลำบากมากขึ้นด้วยการโจมตีผสานกับการตั้งรับจากการโจมตีของพวกนั้น
การร่ายเวทย์คำสาปไปในขณะที่ต้องรักษากองกำลังอันเดดเอาไว้นั้น ใช้ค่ามานาไปเป็นอย่างมาก วีดไม่อาจจะเสียมันไปมากกว่านี้ได้แล้ว
 “แต่ว่าตอนนี้ฉันรู้วิธีตอบโต้กลับไปแล้ว จอมเวทย์โครงกระดูก นักธนูโครงกระดูก โจมตี!”
เวทย์มนต์และลูกธนูเล็งไปที่เหล่านักรบแห่งความโกลาหลที่สร้างกำแพงไฟขึ้นมา
ซอยูน โทริกับแวนฮอร์คขี่เจ้าเหลืองเพื่อโจมตีไปที่พวกนักรบแห่งความโกลาหล 5 ตัวที่เหลือ
ในตอนที่ศัตรูใช้ทักษะเทเลพอร์ตอยู่นั่นเอง เวทย์คำสาปก็ได้เตรียมการร่ายไว้แล้ว
ตำแหน่งที่มีโอกาสที่พวกมันจะปรากฏตัวขึ้นได้ถูกกำหนดไว้แล้ว!
 “แสงอันเจิดจ้านำพาสู่ความมืดบอด
นักธนูกับจอมเวทย์โครงกระดูกเล็งเป้าไปที่บริเวณที่เป็นไปได้ ตำแหน่งนั้นตอนนี้กำลังระเบิดเป็นจุลด้วยลูกธนู เวทย์และคำสาป
เหล่านักรบแห่งความโกลาหลได้รับคำสาปเต็มๆขณะที่พวกมันปรากฏตัวออกมาแล้วเมฆหมอกสีน้ำเงินเข้มก็ปกคลุมไปทั่วรอบดวงตาของพวกมัน
 สองตัวสินะ!”
มีแค่สองตัวที่ได้รับผลกระทบไป
 จดจ่อไปที่การโจมตี
พวกนักรบแห่งความโกลาหลที่ถูกสาปพุ่งเป้าโจมตีไปที่พวกจอมเวทย์และนักธนูโครงกระดูก
ถึงแม้ว่าเนโครแมนเซอร์นั้นจะต่อสู้ด้วยการใช้เพียงแค่เวทย์มนต์กับพวกอันเดด แต่ความสามารถในการประเมินสถานการณ์และตัวสินใจอย่างรวดเร็วก็ถือว่าสำคัญมากด้วยเช่นกัน
นักรบแห่งความโกลาหลทั้งสองตัวที่โดนสาปไป ไม่สามารถหลบลูกธนูกับเวทย์มนต์ได้ เพราะการมองเห็นที่โดนบดบังไว้
ผลลัทธ์ที่ได้จากการโจมตีของพวกจอมเวทย์กับนักธนูโครงกระดูก ตอนนี้แสดงผลออกมาแล้ว
การต่อสู้กับนักรบแห่งความโกลาหลทั้งแปดตัวนั้นค่อนข้างจะลำบาก
มันน่าหวั่นๆตรงที่ว่าพวกมันนั้นลดจำนวนพวกอันเดดลงไปได้อย่างมากมายได้ยังไงต่างหาก
โทริกับซอยูน แล้วก็แวนฮอร์คต่อสู้กับแต่ละตัวไปด้วย ขณะที่จำนวนอันเดดมากมายลดลงไปเรื่อยๆ
ส่วนโกลมินิสั่งการหน่วยนักธนูโครงกระดูกเพื่อช่วยเสริมให้การโจมตีเพ่งเป้าไปที่ทิศทางเดียวกัน
 “ฉันเดาว่าตอนนี้คงถึงเวลาแล้วละ
ค่าพลังชีวิตของนักรบแห่งความโกลาหลสองตัวนั่นลดลงไปอย่างฮวบฮาบ
 ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง ตอนนี้ล่ะเอาเลย
ในตอนที่ค่าพลังชีวิตพวกมันลดลงเหลือแค่หนึ่งในสามเท่านั้น วีดก็เริ่มรวมมานาเอาไว้เพื่อร่ายเวทย์คำสาปขึ้นมาอีกครั้ง
 “หมู่เมฆแห่งความมืดมนจักรวมตัวแล้วพรากวิสัยทัศน์ของพวกมันมา แสงอันเจิดจ้านำพาสู่ความมืดบอด!”
เวทย์ที่ได้ร่ายขึ้นมาอีกครั้งเล็งเป้าไปที่นักรบแห่งความโกลาหลตัวที่อ่อนแอนั่นเอง!
แม้ว่ามันจะยากที่จะสังเกตให้เห็นผลลัพธ์ได้ในตอนแรก แต่ว่าเวทย์คำสาปก็ได้แสดงผลออกมาให้เห็นได้ในตอนที่นักรบแห่งความโกลาหลนั้นเทเลพอร์ตพวกมันไปที่กองทัพอันเดด
เวทย์คำสาปได้โจมตีพวกนักรบแห่งความโกลาหลประสบผลสำเร็จอีกครั้ง!
ถึงแม้ว่าจะต้องมีหนึ่งในสี่ของพวกอันเดดที่โดนกำจัดไปด้วย
 เผาพวกซอมบี้นั่นซะ! อย่าสละตัวเองอย่างไร้ความหมาย โจมตีไป! ”
แล้วพวกมันก็เริ่มพุ่งเป้าการโจมตีไปที่บริเวณเดียวกัน
พวกนักรบแห่งความโกลาหลได้แสดงให้เห็นถึงความกลมเกลียวของพวกมันที่มั่นคงแข็งแกร่ง
 เล็งการโจมตีไปที่พวกศัตรูที่กำลังอ่อนแออยู่
 “ได้เลย โกลโกลโกล!”
วิธีการโจมตีนั้นได้สร้างข้อได้เปรียบจากรูปแบบพฤติกรรมของพวกนักรบแห่งความโกลาหล!
นักรบแห่งความโกลาหลตัวที่ซอยูนกำลังต่อสู้ด้วยคือมอนสเตอร์ที่มีชื่อ (หมายถึงมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งกว่าตัวอื่น)
เมื่อพวกนักรบแห่งความโกลาหลพบว่าพวกพ้องของมันอยู่ในอันตรายก็จะพยายามใช้ทักษะเทเลพอร์ตในทันทีถึงแม้ว่าการใช้ทักษะนั้นจะไม่ทำงานก็ตาม
นั่นเป็นหนึ่งในทักษะของอาชีพสายเบอร์เซิร์กเกอร์ที่สามารถบดบังสายตาพวกศัตรูได้เพื่อที่จะสู้ต่อไปได้และยังป้องกันไม่ให้พวกมันหนีไปได้อีกด้วย
ซอยูนใช้ทักษะดาบของเธอแต่จากนั้น ขณะที่กำลังต่อสู้อยู่นั่นเอง เปลวเพลิงสีแดงโชติช่วงก็ลุกลามเข้ามาในพื้นที่บริเวณนั้น
เบอร์เซิร์กเกอร์ยังคงเข่นฆ่าพวกศัตรูต่อไปเรื่อยๆในขณะที่ค่าพลังชีวิตกับมานาก็ลดลงไปด้วย
โบกสะบัดกระหน่ำดาบปะทะไปเรื่อยๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทักษะดาบระดับสูงนั้นทำให้คนๆหนึ่งโจมตีไปอย่างไม่หยุดหย่อน
นักรบแห่งความโกลาหลที่กวัดแกว่งขวานอยู่นั้นถูกบังคับให้ต้องตั้งรับการโจมตีเอาไว้
พื้นที่โดยรอบตอนนี้ได้กลายเป็นทะเลเพลิงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ว่าซอยูนก็ไม่ได้แสดงอาการใส่ใจอะไรกับมันเลย
จนกว่าค่าพลังชีวิตของเบอร์เซิร์กเกอร์ลดลงจนเหลือศูนย์ศัตรูจะต้องสู้ต่อไปไม่สามารถหนีไปไหนได้
แล้วนั่นก็ใช้กับพวกเบอร์เซิร์กเกอร์ด้วยเช่นกัน การต่อสู้ต้องดำเนินไปจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตายไป ช่างเป็นความจริงของอาชีพที่แสนอันตรายมากจริงๆ
-นักรบแห่งความโกลาหลได้ถูกกำจัดแล้ว
-เนื่องจากความสำเร็จในการล่า ค่าชื่อเสียงของซอยูนและสมาชิกปาร์ตี้เพิ่มขึ้น 2  
-แต้มค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้นแล้ว

การล่านักรบแห่งความโกลาหลประสบความสำเร็จแล้ว!
ในตอนแรกก่อนการล่าวีดได้อธิบายกับปาร์ตี้ของเขาว่า ในตอนที่พวกนักรบแห่งความโกลาหลได้รับค่าความเสียหายแน่ๆแล้ว พวกมันมักจะเกาะกลุ่มกับนักรบแห่งความโกลาหลตัวอื่นด้วยการเทเลพอร์ต
 ต้องรอบคอบเอาไว้ พวกมันจะยิ่งอันตรายมากขึ้นเมื่อพวกมันใกล้จะตาย ความประมาทนั้นจะทำให้ไปสู่ความตายเท่านั้น ถึงแม้ว่าพวกอันเดดจะสามารถสละชีพเป็นเครื่องสังเวยไปแล้ว แต่ว่าพวกมันก็สามารถนำกลับมาได้อีก แต่หากพวกประติมากรรมสลักชีพตายไป นั่นจะเป็นการสูญเสียอย่างมหาศาล เราต้องเตรียมทางหนีทีไล่เอาไว้ตอนที่ไปสู้กับพวกมัน
วีดได้อธิบายซ้ำไปตั้ง 17 ครั้ง 17 ครา
ซอยูนตอนนี้ได้ไปสู้กับนักรบแห่งความโกลาหลตัวอื่นและในขณะที่ค่าพลังชีวิตของมันลดต่ำลงกว่าครึ่งเธอก็โจมตีแบบเต็มอัตรา
ทักษะเฉพาะของอาชีพเบอร์เซิร์กเกอร์นั้นเพิ่มค่าความเสียหายได้ด้วยการโจมตีแต่ว่าก็ใช้ค่ามานาไปถึงสองเท่าในการโจมตีแบบปกติ
ตอนที่พวกเขาอยู่ในสภาพที่ยากที่จะตามการเคลื่อนไหวได้และระดับการใช้ทักษะก็ถูกทำให้ลดต่ำลงไปเกือบครึ่ง นั่นละเป็นคุณสมบัติเฉพาะของอาชีพสายเบอร์เซิรกเกอร์
ผลความเสียหายที่มาจากการโจมตีนั้นมากมาย เร็วเสียยิ่งขึ้นเมื่อเป็นการออกล่านักรบแห่งความโกลาหล
ถึงแม้ว่าวีดจะไม่ได้หนุนหลังเธอไว้ เธอก็สามารถเก็บกวาดพวกมอนสเตอร์ได้อย่างหมดจดทั้งในดันเจี้ยนและเขตล่าด้วยตัวของเธอเอง
ซอยูนค่อนข้างหัวเร็วแต่ก็ต้องขอบคุณอย่างมากจากการสอนของวีด
เขาไม่จำเป็นต้องเป็นกังวลเกี่ยวกับเธอเลย เพราะว่าเขาได้อธิบายสิ่งพวกนั้นไปหมดแล้ว
เขาค่อนข้างจะแอบรู้สึกภูมิใจในตัวเธอเพราะว่าเธอฟังเขาไปตั้ง 17 ครั้งแหนะ
ตอนนี้มีนักรบแห่งความโกลาหลเหลืออีกหนึ่งตัวและอีกสองตัวที่อยู่ในสภาพตายแหล่มิตายแหล่!
วีดมั่นใจว่าพวกเขาสามารถเอาชนะได้
 พวกอันเดดได้รับความเสียหายน้อยกว่าที่ฉันคิดไว้
กองทัพอันเดดนั้นลดลงไปเกือบ 30% แต่ว่าพวกเดทไนท์กับพวกหัวกระทินั้นกลับยังคงอยู่ในสภาพดีเยี่ยม
ซากศพของพวกนักรบแห่งความโกลาหลที่ได้มานั้น มีประโยชน์มากๆ วีดก็ได้เก็บเอาไว้
ขั้นที่ 4 เวทย์อันเชิญอันเดด
จำเป็นต้องใช้ปริมาณมานาอย่างมากเพื่อคืนชีพซากศพขึ้นมา
 “จิตวิญญาณของเหล่านักรบที่ตกลงไปสู่ห้วงลึกแห่งนรกโลกันตร์ จงมาและมาเอาเลือดเนื้อนี้เถิด ปลุกชีพความตาย! (Animate Dead)”
เหล่านักรบแห่งความโกลาหลอันเดดได้ถูกสร้างขึ้นมาจากซากศพเหล่านั้น
พวกมันดูเหมือนกับตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ภายในดวงตาสะท้อนแสงสีน้ำเงินลึกลับออกมา
นาอิเดีย วิญญาณแห่งนักรบได้ถูกอัญเชิญแล้ว
อสุรกายแห่งกลุ่มทหารรับจ้างนามว่านาอิเดียตายไปโดยไร้ซึ่งชื่อเสียงเรียงนามภายในประวัติศาสตร์ของทวีปเวอร์เซล
นาอิเดีย นั้นมีทักษะอันยอดเยี่ยมและรอดชีวิตในการต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วน แต่ว่าได้สูญเสียชีวิตของเขาไปโดยบังเอิญในการสำรวจดันเจี้ยน
บรรดาชนชั้นสูงที่ให้นำการสำรวจดันเจี้ยนนั้นไม่ได้ชดใช้ค่าสินไหมใดๆให้แก่ครอบครัวของนาอิเดีย เลย
นาอิเดีย ถูกทอดทิ้งและดวงวิญญานของเขาแบกรับความเกลียดชังไว้อย่างมากต่อเหล่าชนชั้นสูงเหล่านั้น
คุณลักษณะ: นักรบรับจ้าง หวาดกลัวดันเจี้ยน  เกลียดชังชนชั้นสูง สามารถใช้อาวุธได้หลายชนิด

นั่นคือความสามารถที่แท้จริงของนักรบแห่งความโกลาหลตัวนี้!
นักรบแห่งความโกลาหลสองตัวอยู่ข้างหลังเพื่อปกป้องพวกพ้องที่บาดเจ็บอยู่อีกสองตัว
ส่วนสามตัวนั้นก็เทเลพอร์ตไปมาระหว่างพวกอันเดดแล้วจุดไฟเผาพวกมัน
ซอยุนรับหน้าที่ต่อสู้กับหนึ่งในพวกมันร่วมกับโทริ ในขณะที่แวนฮอร์คกับเจ้าเหลืองก็ไปโจมตีตัวอื่น
ตอนนี้ถึงเวลาที่จะสั่งการพวกอันเดดมีชื่อแล้ว
 “บัดนี้ข้าจะขอเรียกเหล่านักรบแห่งความโกลาหล ออกไปจัดการตัวที่ลอร์ดแวมไพร์โทริกำลังตามล่าเดี๋ยวนี้
 “ขอรับ นายท่าน
นักรบแห่งความโกลาหลอันเดด นาอิเดีย ใช้ทักษะเทเลพอร์ตเข้าไปใกล้ตัวอย่างทันทีทันใดและโจมตีพวกนักรบแห่งความโกลาหลที่เป็นศัตรู
ขวานเพลิงปะทะขวานเพลิง เมื่อใดที่อาวุธทั้งสองปะทะกัน จนเกิดเป็นประกาย แล้วการระเบิดก็ตามมา
มันยากลำบากมากที่จะสู้กับพวกนักรบแห่งความโกลาหลพวกนั้น แต่ว่าอันเดด นาอิเดีย ที่มีค่าความอึดอันไร้ขีดจำกัดทำให้มันมีฝีมือเหนือกว่าในการต่อสู้
ถึงแม้ว่าพวกศัตรูจะเทเลพอร์ตหนีไป นาอิเดีย ก็แค่ตามพวกมันไปด้วยเทเลพอร์ตเช่นกัน
ทั้งสองตัวเทเลพอร์ตไปมาขณะที่ตอสู้กันไป 5 ถึง 6 ครั้ง!
 “โทริ แกไปช่วยสู้กับพวกแวนฮอร์คซะ!”
 “แต่ว่าข้าอยากจะจัดการเจ้านั่นก่อนนะครับ
 “เจ้ากล้สขัดคำสั่งข้าระหว่างการต่อสู้งั้นรึ? ฉันควรจะลงไม้ลงมือกับแกอีกดีไหมนะ? หรือว่าฉันควรฆ่าแกเลยดี? แกอยากได้แบบไหนละ?”
 “ข้าจะทำตามคำสั่ง นายท่าน!
ในตอนที่วีดปล่อยให้นาอิเดีย สู้กับหนึ่งในศัตรูไป เขาก็จู่โจมตัวที่เหลือ
ส่วนเจ้าโทริก็ต้องต่อสู้อย่างยากลำบากกับพวกนักรบแห่งความโกลาหลเพียงลำพัง
แต่ยังไงก็ตามด้วยการโจมตีผสานของโทริ พวกแวนฮอร์คกับเจ้าเหลืองก็เลยต่อสู้กับพวกนักรบแห่งความโกลาหลได้ง่ายขึ้น
พวกอันเดดที่ถูกอัญเชิญมาคิดว่าพวกมันคงไม่เลเวลอัฟหรอก แต่พวกมันก็ยังคงให้ค่าประสบการณ์พวกศัตรูได้อยู่ดี
 คงจะลำบากมากแน่ถ้าโจมตีพวกนักรบแห่งความโกลาหลทีหลัง แต่ว่าฉันจะต้องได้ค่าประสบการณ์มากขึ้นกว่านี้แน่ๆ
วีดรู้สึกดีใจเหลือล้นกับโอกาสในการเติบโตครั้งนี้!
เพื่อที่จะเพิ่มขอบเขตความปลอดภัย วีดจึงเพิ่มกองกำลังอีกหนึ่งหน่วยเพื่อให้ไปโจมตีเหล่าศัตรู
โกลมินินำทัพหน่วยที่เต็มไปด้วยพวกจอมเวทย์โครงกระดูก นักธนูโครงกระดูก กับพวกอันเดดตัวอื่นๆไปล่าพวกศัตรูและในไม่ช้าแวนฮอร์คก็ส่งการโจมตีครั้งสุดท้ายออกไป
การขี่เจ้าเหลืองด้วยความเร็วสุดขีด เขาจึงสามารถแสดงวิชาดาบของเขาและฟันคอพวกนักรบแห่งความโกลาหลได้
 “ดีมาก!”
ตอนนี้มอนสเตอร์สองตัวได้ตายไปแล้ว แต่ซอยูนไปจัดการตัวอื่นอีกต่อไปเรื่อยๆ เพราะยังมีเหลืออีกห้าตัวที่เหลือรอดกับอีกสองตัวที่บาดเจ็บอยู่
หนึ่งในนั้นบาดเจ็บสาหัสใกล้จะตายไปอยู่แล้ว อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่จำเป็นต้องโจมตีด้วยซ้ำ
 “เวทย์สะบั้น!” (Rupture)
นั่นเป็นเวทย์คำสาปง่ายๆ
เลือดยังคงไหลออกจากบาดแผลไปเรื่อยๆลดทั้งระดับพลังชีวิตและค่าความอึดลงไป
 มานาที่ฉันใช้เวทย์ปลุกชีพความตายค่อยๆฟื้นคืนมาหน่อยแล้ว
การต่อสู้ที่เหลืออีกห้าครั้งของวีดนั้นใกล้จะจบเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว ความเร่าร้อนครอบคลุมไปทั่วทุกพื้นที่
ในขณะที่วีดกำลังจะเปิดขากรรไกรออกกว้าง ซอยูนก็ปิดหูของเธอ เพราะว่าวีดกำลังตะเบ็งเสียงร้องออกมาอยู่นั่นเอง!
 “เอาซากศพเหล่าศัตรูมาให้ข้า! ข้าคือลอร์ดแห่งเหล่าอันเดด! พลังอันรุ่งโรจน์ของเหล่าอันเดดจะนำการต่อสู้นี้ไปสู่ชัยชนะ!”
พวกนักรบแห่งความโกลาหลที่กำลังสิ้นหวังพยายามกระเสือกกระสนวิ่งหนีไป แต่ว่าสุดท้ายแล้วพวกมันก็ไม่อาจหนีพ้นจากความตายได้เลย
การล่ากลุ่มของนักรบแห่งความโกลาหลเสร็จสิ้นแล้ว
-ค่าชื่อเสียงเพิ่มขึ้น 24 แต้ม
-ค่าการบุกเบิกสำรวจพื้นที่ในเขตลาส ฟาลังคซ์เพิ่มขึ้น 0.3% การปรับตัวของผู้บุกเบิกสำรวจเส้นทางได้เพิ่มขึ้น 100%
-เมื่อจัดการมอนสเตอร์ที่อยู่ในพื้นที่ทำให้ค่าการป้องกันและความต้านทานเพิ่มขึ้นแล้ว ค่าการบุกเบิกสามารถเพิ่มขึ้นได้เมื่อออกสำรวจดันเจี้ยน
-เพราะประสบการณ์จากการต่อสู้ ค่าความต้านทานไฟจะเพิ่มขึ้น 1.7% เป็นเวลา 100 วัน
-ค่าความต้านทานจะเพิ่มพูนขึ้นเมื่อคุณออกล่าต่อไปเรื่อยๆ ในขณะที่ค่าความต้านทานเพิ่มขึ้น ความเสื่อมถอยของค่าพลังชีวิตก็สามารถลดลงได้เช่นกัน
-ความบาดหมางกับเหล่านักรบแห่งความโกลาหลเพิ่มมากขึ้น ความใกล้ชิดกับเหล่ายักษ์เพลิงเพิ่มมากขึ้น

การบุกเบิกดินแดนจะเป็นประโยชน์อย่างมากในพื้นที่ออกล่าที่แม้จะเป็นพื้นที่ที่คุณไม่อยากจะออกไปก็ตาม
แต่ว่ามันก็ยังไม่ได้ส่งผลที่สำคัญมากพอ เพราะว่าการปะทุของภูเขาไฟ การออกล่าจึงน่าเหนื่อยหน่ายและยุ่งยากลำบากมากขึ้น
 ค่าความต้านทานไฟกับค่าความใกล้ชิดกับพวกยักษ์เพลิงงั้นเหรอ
วีดได้ดูวิดีโอมากมายเกี่ยวกับการผจญภัยออกสำรวจที่ราวกับถูกปลุกขึ้นมากลางเขตดันเจี้ยนเพื่อที่จะมาเผชิญกับยักษ์เพลิงอยู่ข้างหน้าคุณ
พลังของยักษ์เพลิงที่อยู่กลางกระแสลาวาบวกกับการปะทุของภูเขาไฟนั้นเหนือกว่าพิษของราชาไฮดร้าแน่ๆละ
 “ถึงแม้ว่าจะไม่มั่นใจนัก แต่คุณสมบัตินี่อาจจะเป็นประโยชน์ทีหลังก็ได้ มันจะยอดเยี่ยมไปเลยถ้าหากว่ามันใช้ได้จริงๆ
วีดตัดสินที่จะคิดในแง่บวกไว้
ในที่ที่พวกนักรบแห่งความโกลาหลตายไปมีไอเท็มกระจัดกระจายอยู่ทั่ว
 “เป็นช่วงเวลาที่น่าเร้าใจสุดๆจริงๆ
ขณะที่กำลังตรวจสอบพวกไอเท็มในแต่ละชิ้น ก็ต้องรักษาท่าทางสงบนิ่งเอาไว้ และขจัดความคิดที่ไร้ประโยชน์ออกไป
 “ขอร้องละ เจอแจ็คพอตหน่อยเถอะ
จากจุดที่นักรบแห่งความโกลาหลตัวแรกตายมีเหรียญทองบ้าง หินแร่บ้างกับหมวกเขาสัตว์
มีตัวเลือกที่เหมาะสมมากมายที่ช่วยเพิ่มค่าความแข็งแกร่งและป้องกันแต่ว่ามันสามารถสวมใส่ได้เฉพาะพวกคนแคระแล้วยังมีขีดจำกัดเลเวลอยู่ที่ 440 อีก
 อันที่สอง เราได้…”
อุปกรณ์ที่ได้มานั้นไม่ใช่อะไรที่อยากได้นัก
พวกอาวุธกับชุดเกราะก็สวมใส่ได้เฉพาะพวกนักรบแห่งความโกลาหล แถมยังมีคบเพลิงกับอุปกรณ์ทำอาหารแล้วมีลูกแก้วเพลิงอีกจำนวนหนึ่ง
 ตรวจสอบ!”
ลูกแก้วเพลิง: ความทนทาน 3/3 พลังการระเบิด 205
ควรแตะต้องด้วยความระมัดระวัง การเคลื่อนย้ายลูกแก้วและขว้างออกไปจะทำให้มันระเบิดตัวได้

มันสามารถสร้างความเสียหายได้อย่างมากต่อมอนสเตอร์ที่มีค่าความต้านทานไฟต่ำและยังสามารถใช้เพื่อทำลายสิ่งก่อสร้างและพื้นที่ได้อีกด้วย
ถือว่ามีประโยชน์อย่างมาก แล้วยังจะเสียของอีกถ้าแบ่งมันออกให้กับซอยูนและตัวเขาเอง
ไอเท็มนี้สามารถนำไปใช้ให้เกิดคุณประโยชน์ได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์
 “อืมมม เจ้านี่ควรจะแบ่งให้เท่าๆกันนะ เพราะว่าเรามีลูกบอลไฟอยู่หกลูกแล้วก็มีพวกเราอยู่หกคนพอดี งั้นเราก็จะได้ไปคนละลูกนะ(แอดมิน: พออ่านตรงนี้จบ ลั่นทันที มึงแบ่งยังไงของมึง ไอ้วีด)
วีด เจ้าเหลือง โกลมินิ โทริ แวนฮอร์ค และซอยูนแม้ว่าการแบ่งจะเป็นไปตามนี้ แต่วีดก็ไม่ได้ยินเสียงบ่นอะไรจากซอยูนเลย
แม้ว่าการแบ่งค่อนข้างจะไม่ยุติธรรมเลย  แต่เธอก็ดูเหมือนจะไม่ได้สนใจหมกมุ่นอยู่กับไอเท็มนั่น
เพียงแค่อยากไปต่อสู้โต้งๆกับพวกมอนสเตอร์ในการล่าแค่นั้นแต่ว่าจากนั้นก็ไม่ได้สนใจไอเท็มอะไรเลย
วีดรู้สึกละอายใจนักดังนั้นเขาเลยตัดสินใจยกให้ซอยูนไปสองลูก
 เธอต่อสู้อย่างหนักเพราะงั้นฉันจึงให้ส่วนแบ่งของฉันไป
โทริ แวนฮอร์ค เจ้าเหลือง และโกลมินิฟื้นสติกลับมาได้สักพักจากการเพ่งมองดูลูกบอลไฟที่ได้รับมา
ในจุดที่นักรบแห่งความโกลาหลตัวที่สามกับตัวที่เจ็ดตายไปมีขวานสีน้ำเงินแวววาวหล่นเหลือไว้อยู่
ในใจของวีดเริ่มเต้นระรัวในทันที
 “ในที่สุดก็มีอะไรที่เป็นของแท้ซะที ขวาน!”
ฉันต้องไม่ประมาทขณะที่มองหาไอเท็มอยู่
วีดหยิบแจปเท็มที่เหลือบนพื้นขึ้นมาในขณะที่เข้าไปใกล้กับขวานด้วยอารมณ์ที่กำลังระเบิดตูมตามอยู่ภายในใจ
 ตรวจสอบ!”
ขวานแห่งความโกลาหล:
ค่าการโจมตี: 175-191 ค่าความคงทน: 130/130
ขวานของนักรบจากเขตลาส ฟาลังคซ์ อาวุธนี้สร้างมาจากการผสมผสานของเหล็กและแร่ที่เปล่งออร่าแห่งความโกลาหลออกมา
ได้ร่ายชุบออร่าเสร็จสิ้นแล้ว
ข้อจำกัด: จำกัดเฉพาะความเชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ ต้องการค่าความเชี่ยวชาญการใช้ขวานระดับสูง ค่าความแข็งแกร่งต้องเป็น 1,300 หรือมากกว่า
ข้อจำกัดเลเวลต่ำสุด 420
คุณสมบัติ: สามารถโจมตีศัตรูที่มีค่าป้องกันต่ำถึงตายได้ สามารถโจมตีถึงชีวิตแบบต่อเนื่องได้ ใช้มานา 3%
ออร่าแห่งความโกลาหลที่เคลือบขวานไว้ทำให้สามารถเทเลพอร์ตระยะสั้นได้
 “แจ็คพอต!”
ไอเท็มเฉพาะปรากฏตัวแล้ว!

ขวานถือว่าเป็นอาวุธหนักที่มีพลังทำลายล้างสูง
แม้ว่าดาบจะอเนกประสงค์มาก แต่ขวานก็สามารถสร้างความเสียหายได้ในฐานะอาวุธอย่างหนึ่ง
แน่นอนละว่ามันก็มีข้อเสียด้วยเหมือนกัน เพราะว่าความสั้นของมันแล้วยากที่จะใช้อีก แต่ว่าในตอนที่ผู้เล่นใช้ขวานก็สามารถทำให้การล่าเร็วขึ้นด้วย
ท่ามกลางผู้เล่นมากมายก็มีผู้ใช้ขวานมากในอาชีพสายนักรบเช่นกัน

 “ยอดเยี่ยม
เพียงแค่ลูกแก้วเพลิงก็มีค่าให้พูดถึงจากพวกแจปเท็มแล้ว นี่ยังมีขวานอีกสองเล่มมาเพิ่มอีก
เวทย์ปลุกชีพความตายถูกใช้กับพวกซากศพที่หลงเหลือ
มานา 30% ได้ถูกใช้ไปเพื่อที่จะเก็บพวกอันเดดใหม่อีก 8 ตัวไว้
สกิลของวีดนั้นกินมานาไปอย่างมาก แต่เขาก็ทดแทนมันด้วยการฟื้นฟูมานาขึ้นจากไอเท็มที่สวมใส่ไว้
ถึงเวลาที่จะมุ่งไปที่ภูเขาไฟของลาส ฟาลังคซ์และก็ออกล่าพวกนักรบแห่งความโกลาหลอีกครั้ง!
การล่านั้นง่ายขึ้นเป็นอย่างมากด้วยนักรบแห่งความโกลาหลอันเดดระดับสูงกับแต้มค่าประสบการณ์ที่ได้จากการต่อสู้ครั้งล่าสุด
ท่านได้รับขวานและลูกแก้วเพลิง14 ลูก!
แต่ว่าวีดก็ยังทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่
 ขวานของนักรบแห่งความโกลาหล ก็เป็นอาวุธที่ดีนะแต่ว่าอัตราการดรอปนี่ไม่ค่อยสูงเท่าไรเลย นี่เป็นไอเท็มหายากพอดูเลยน๊า
แถมระดับเลเวลของผู้ใช้ที่สูงยังถูกจำกัดเอาไว้อีกด้วย
ถ้าขวานนี่ไม่ได้มีอัตราดรอปที่ต่ำ มูลค่าของมันก็คงจะไม่ดีเยี่ยมขนาดนี้หรอก
 นี่คงเป็นหนทางเดียวแล้วล่ะ ล่าแล้วก็เก็บพวกขวานมา จากนั้นก็ค่อยเอาไปขายเป็นอย่างแรกละกัน
สิ่งจำเป็นของคนเราที่ต้องใช้ นั้นเป็นวิธีการที่ดีที่สุดที่จะขายของให้กับคนอื่น
ในตอนที่ปะทะกับพวกนักรบแห่งความโกลาหล กองทัพอันเดดก็ลดลงไปอย่างฮวบฮาบ
เพื่อที่จะใช้มาแทนที่พวกมันให้ได้ เหล่าอันเดดระดับสูงจึงได้ถูกอัญเชิญออกมาโดยใช้เวทย์ปลุกชีพความตาย
ระดับของเวทย์อัญเชิญอันเดดขั้นที่ 4 ของเนโครแมนเซอร์ก็ยังถือว่าต่ำอยู่ แล้ววีดก็จำเป็นต้องเก็บพวกอันเดดให้มีชีวิตอยู่เอาไว้ด้วย
แม้ว่ามันจะกินมานาไปอย่างมหาศาลแต่ว่าคุณภาพก็ยังดีกว่าปริมาณอยู่ดี
นอกจากนั้น อันเดดที่อัญเชิญมานั้นยังคงทักษะเทเลพอร์ตที่เป็นประโยชน์อย่างมากเอาไว้ เพื่อที่จะไล่ตามพวกศัตรูนักรบแห่งความโกลาหลให้ได้
ตอนนี้วีดรวบรวมอันเดดนักรบแห่งความโกลาหลไว้รอบๆตัวเขาได้ถึง 20 ตน!
วีดใช้ทักษะประติมากรรมจำแลงกลายร่างเป็นอีกาเพื่อมองหาตำแหน่งที่เหล่าโจรสลัดอาเมเนียนที่โดนกวาดล้างไป
แต่เดิมวิหคทองคำที่ฟื้นฟูขึ้นมาจากจักรวรรดินิฟล์เฮมควรที่จะสังเกตการณ์บริเวณโดยรอบแต่ว่ามันกลับไม่ให้ความร่วมมือเลยด้วยเหตุผลบางอย่าง
 “น่าจะใกล้พอแล้วนะ
ในขณะที่วีดกำลังเดินตระเวนไปมาอยู่ เจ้าเหลืองก็เขี่ยและสูดดมฟุตฟิตตรงพื้นดินอยู่
บนบริเวณที่พื้นดินเคลื่อนซ้อนทับกันเพราะแรงแผ่นดินไหวมีซากศพของเหล่าโจรสลัดอาเมเนียนกระจัดกระจายเกลื่อนกลาดไปทั่ว
ท่ามกลางศพเหล่านั้นมีร่างหนึ่งสวมใส่ชุดระดับสูงอยู่
 “ร่างนั่นน่ะเอง
วีดมีสัญชาตญาณที่ดีเสมอ
ร่างนั่นเป็นคนหนึ่งที่เขาต้องตามหาจากเส้นทางแสนไกลตลอดการเดินทางของภารกิจมาเขตลาส ฟาลังคซ์แห่งนี้
 ความแน่นอนของภารกิจนี้ช่างยากลำบากซะน่าขันจริงๆ
ในขณะที่ออกล่าพวกนักรบแห่งความโกลาหลอยู่นั้น พวกไทร์เบธกับโบลลาร์ดก็เข้ามาใกล้ๆเรื่อยๆจากระยะทางไม่ไกลจากเขามากนัก
 ระดับความยากของเควสประติมากรนี่ยากเกินบรรยายเหลือเกิน
ประติมากรธรรมดาไม่มีทางมาถึงไกลขนาดนี้ได้แน่ๆถ้าหากไม่มีพวกพ้องเลเวลสูงๆเป็นผู้ช่วยแบบนี้ด้วย
ในตอนนั้นเอง ก็มีความคิดหนึ่งไหลปรี๊ดเข้ามาในหัวของวีด!
 “ฉันคงจะไม่ต้องใช้ประโยชน์จากพวกประติมากรรมที่อยู่ระหว่างเควสหรอกนะ?” (ผู้แปล: ประติมากรรมที่อยู่ในมรดกแห่งประติมากร)
ขั้นที่ 1 ของภารกิจที่ทำให้เขาต้องไปต่อสู้กับพวกวิหารเอ็มบินยู แถมเขายังไม่แม้แต่จะสามารถใช้ประโยชน์จากทักษะประติมากรรมจำแลงที่เขาเป็นตอนอยู่ที่นี่ได้เลย
ถึงแม้ว่าประติมากรจะสามารถเดินทางมาถึงลาสฟาลั้งค์ด้วยตัวคนเดียว ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม มันก็ยังคงเป็นอาชีพที่มีความสามารถในการต่อสู้ต่ำอยู่ดี
แต่ว่ามรดกแห่งประติมากรมันอยู่ที่นี่นิ
ให้ชีวิตแก่ประติมากรรม!
 “งั้นภารกิจที่ทำให้ฉันต้องดิ่งตลอดทางมาที่นี่ เพื่อให้เอาพวกประติมากรรมของจักรพรรดิเกฮาผู้ล่วงลับที่ถูกทิ้งไว้กลับไปด้วยงั้นหร๊อ” (555+)
การเรียนรู้วิธีที่จะทำประติมากรรมผ่านการฝึกฝนจากท่อนไม้นั้น(โดยการตีพวกมัน)เป็นธรรมเนียมที่ทำมาเป็นปกติแต่ว่าวีดกลับต้องเรียนรู้ศิลป์แห่งประติมากรรมของจักรพรรดิเกฮาผู้ล่วงลับผ่านทางทักษะประติมากรรมระลึกชาติ
นี่ต้องมอบชีวิตให้กับประติมากรรมทั่วทั้งมรดกแห่งประติมากรงั้นเหรอ!
พวกมันคือประติมากรรมสลักชีพที่สานต่อจุดกำเนิดของทวีปเวอร์เซล
เหล่าประติมากรรมที่เหลือรอดอยู่ที่นี่ ล้วนแล้วแต่เป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีช เจ้าเหลืองที่กำลังนั่งอยู่อย่างเงียบกริบ ในขณะที่วีดเดินไปเดินมาแล้วลืบหัวของเขาไปด้วย

 เจ้านี่(เจ้าเหลือง)กับโกลมินิก็ไร้ประโยชน์ พวกประติมากรรม10 ถึง 20 ตัวนั่นยังดูเป็นประโยชน์ซะมากกว่าอีก!’ (สู้กับตัวเองสุดๆ)
ประติมากรรมระดับมาสเตอร์พีซเลยนะ!
มรดกแห่งประติมากร ผลงานของจักรพรรดิเกฮาผู้ล่วงลับหลายชิ้นได้ถูกพบอยู่ที่นี่อย่างคาดไม่ถึง
ประติมากรที่ฝ่าฟันมายังเขตลาส ฟาลังคซ์ด้วยร่างกายอ่อนล้า เพียงแค่เพื่อมอบชีวิตให้พวกประติมากรรมแล้ว ก็เพื่อจะพบกับบทสรุปของเรื่องราวอันน่าตรึงตราตรึงใจในตอนจบของภารกิจ
แต่ว่าด้วยเหตุผลบางประการที่วีดไม่อาจเพิ่มความสนิทสนมกับเจ้าวิหคทองคำได้เลยตั้งแต่ที่เขากลายร่างมาเป็นเนโครแมนเซอร์
 “ไม่ ไม่นะ คงจะไม่ใช่นะ
วีดส่ายหัวไปมาอย่างแรงแล้วสลัดทิ้งมันออกไป
 นั่นก็แค่เรื่องน่าขันน่า ก็แค่เรื่องคาดเดาเอา ไม่มีทางเลย นั่นมันไม่มีทางเป็นจริงได้เลย ใช่ไหม?”
คนทั่วทั้งโลกไม่มีความคิดอย่างจะชอบเข้าใกล้พวกอันเดดแน่ๆละ แต่ว่าวีดไม่เหมือนคนอื่นๆที่จะคิดแบบคนธรรมดา
จากแนวทางที่เขาได้ปฏิบัติมานั้น เขาต้องกลายร่างไปเป็นลิชไชร์แล้วก็เปลี่ยนชื่อเป็นเดียรอลเพื่อกลายไปเป็นกัปตันเรือผีสิง แล้วต่อมาเขาปรับแต่งและพัฒนารูปลักษณ์ของลิชไชร์อีก เขาได้ใช้ข้อได้เปรียบนี้ในการออกไปล่า
 มันไม่ควรจะเป็นกรณีนั้นสิ มันก็เป็นเพียงแค่ธรรมชาติของประติมากรรมสลักชีพที่จะทำตัวมีประโยชน์และแสดงความกตัญญูต่อเจ้านายของพวกมัน งั้นอะไรที่พวกประติมากรรมที่ฉันให้ชีวิตไปควรจะตอบแทนฉันละ?”
มอออออออออออ!
เจ้าเหลืองลากเท้าของมันจากพื้นมาพร้อมกับเสียงโอดครวญมาด้วย ส่วนโกลมินิก็ยืนขึงคันธนูป้องกันโดยทันที พวกมันกำลังพิสูจน์การมีชีวิตอยู่ที่ได้มาของพวกมันอย่างเอาเป็นเอาตาย
วีดไม่ได้มอบชีวิตกับพวกประติมากรรมอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง ก็เพราะบทลงโทษจากการเสียค่าสถานะศิลปะแล้วก็การลดลงของเลเวลด้วย แต่ว่าพวกมันก็ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในภารกิจนี้
เพื่อที่จะไขภารกิจครั้งนี้ให้ได้ จึงจำเป็นต้องมอบชีวิตให้กับเหล่าผลงานมรดกแห่งประติมากรแต่ว่าแล้วเลเวลมากแค่ไหนละที่เขาต้องสละไปต่างหากละที่ทำให้เขาเป็นห่วง
ความกังวลจากผลกำไรและการขาดทุนก็ไม่มีทางเปลี่ยนไปเลย!
หลังจากทุกข์ทรมานจากภารกิจแสนยากนี่แล้วยังจะไม่มีรางวัลที่คุ้มค่ากับมันหรือไงนะ หลังจากที่สำเร็จไปแล้วน่ะ?
 “อะหืมอะหืม! ยังไงก็ช่างเถอะ แล้วเราจะเห็นกันว่าเกิดอะไรขึ้นตอนที่ฉันไปถึงเป้าหมายแล้ว
อย่างถ้อยคำโบร่ำโบราณที่ได้ว่าไว้ว่า ถ้าเจ้าโง่เขลา กายของเจ้าก็จักทรมานเช่นกัน
ค่อนข้างน่าอนาถนักที่วีดได้รำลึกถึงความหมายของวลีนั้นอย่างเต็มๆได้จากการกระทำของตัวเขาเอง
วีดผายฝ่ามือของเขาออกในขณะที่เขาได้คลายความกังวลไปแล้ว
-คุณได้รับอาภรหนาม(Barb Robe)แล้ว
-คุณได้รับดวงตาของยักษ์เพลิงแล้ว

ชุดนั่นเป็นไอเท็มที่แพงเอาการ เป็นไอเท็มที่มาจากภารกิจที่สื่อว่าจะไม่มีทางหายไปไหน ฉะนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องลูทมันตอนนี้ก่อนที่ใครจะมาเอามันไปในภายหลัง
ที่ด้านล่างของชุดนั้นมีรอยสลักเล็กๆสลักเอาไว้อยู่
รูปร่างของมันมีส่วนที่คล้ายๆมากกับเจ้าวิหคทองคำแม้ว่าจะมีฝุ่นกับสิ่งสกปรกมากมายเกาะเขรอะเต็มไปหมด
วีดเทน้ำออกจากกระติกแล้วล้างประติมากรรมชิ้นหนึ่งที่เผยให้เห็นสีเงินแวววาวสวยงาม ประติมากรรมที่ทำมาจากส่วนผสมของทองคำขาวกับมิทธริล
กริ กรู๊ววววว! (ผู้แปล: จินตนาการว่าเสียงคล้ายๆนกแก้ว)
หลังจากที่ได้พบกับพวกพ้องที่หายสาบสูญไปเจ้าวิหคทองคำก็โผบินเข้ามาที่ประติมากรรมในทันที แล้วก็ถูไปที่หัวของมัน จากนั้นมันก็มองมาที่วีดด้วยแววตาอ้อนวอน
 อะไรเหรอ?’
วีดจึงตัดสินใจตรวจสอบประติมากรรมชิ้นนั้น
 เพื่อความสำเร็จของภารกิจตรวจสอบ!”
ตราประทับแห่งจักรวรรดิอารูเพ่น วิหคเร้นลับ (Mysterious Bird)
ค่าความคงทน: 130/130
สัญลักษณ์ของจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิอารูเพ่นผู้ที่ปกครองดินแดนทั่วทั้งทวีปเวอร์เซลด้วยความเมตตา
มันถูกสร้างมาเป็นคู่ร่วมกับวิหคทองคำ นามว่าซีโนเรียกับรุสเซอโรนี่
ถูกสร้างขึ้นมาโดยประติมากรระดับปรมาจารย์
คุณค่าทางศิลปะ: 51,300
คุณสมบัติ:
ค่าชื่อเสียง +4,500
ค่าฐานันดร+150
ค่าเกียรติยศ +90
ค่าบารมี +45
เสน่ห์ +100
ส่งผลต่อระดับความเป็นผู้นำและบารมี
มีผลในการเพิ่มพูน ผลต่อการเพิ่มขึ้นของความสนิทสนมกับชาวเมืองเพศหญิง หากใช้เป็นเครื่องประดับค่าความสูงส่งของชนชั้นสูงเพิ่มขึ้น 15%
มีผลในการปกครอง ความได้เปรียบทางการทูตเพิ่มขึ้น 5% ค่าความโชคดีเพิ่มขึ้น 30% ในการป้องกันจากการโจมตีปิดล้อมหรือจากการต่อสู้ขนาดใหญ่
สามารถอัญเชิญหมอกเร้นลับ (mysterious fog)ที่ไม่สามารถทำลายได้
สมบัติแห่งประวัติศาสตร์ เป็นเพราะได้พบหนึ่งในตราประทับแห่งจักรวรรดิอารูเพ่น ค่าสถานะศิลป์เพิ่มขึ้น 51 แต้ม
จากนั้นเรื่องราวของตราประทับแห่งจักรวรรดิอารูเพ่นที่แสนหวงแหนก็เริ่มหลั่งไหลออกมา

จอมขมังเวทย์ ซึลรโย
เขามายังที่พระราชวังของจักรวรรดินิฟล์เฮมตอนที่มันกำลังเผาโดยกลุ่มมอนสเตอร์
ทันใดนั้นเองพระราชวังก็ปกคลุมไปด้วยหมอกหนาทึบ!
อัศวินราชองครักษ์ที่มีเกียรติ เฝ้ารอเริ่มการซุ่มโจมตี แต่ว่าซึลรโย เขามีปริมาณมานามากมายจึงกำจัดพวกเขาไปได้

เรื่องราวจากเจ้าวิหคเร้นลับเหรอ!
ซึลรโยสามารถสังเกตการณ์ทั่วทั้งพื้นที่ได้จากตำแหน่งที่อยู่ของเขา
มอร์เดรด เมืองหลวงอันรุ่งโรจน์ของจักรวรรดินิฟล์เฮมถูกบดขยี้ทำลายโดยเหล่ามอนสเตอร์
นักบวชวิหารเอ็มบินยูกับทหารรับจ้างคนเถื่อนเป็นผู้ที่สั่งการมอนสเตอร์พวกนั้น
จากการเดินเตร็ดเตร่ไปทั่วทั้งพระราชวังหลวง ซึลรโยก็ได้พบดาบสองเล่มที่ถูกผนึกเอาไว้ในพื้นของวังหลังหนึ่ง
ดาบที่มีลายเมฆและสายฟ้าสลักบนเล่มและอีกเล่มก็เป็นดาบสีแดงไร้ฝักดาบ
ต่อมาซึลรโยก็ไปที่มหาสมุทรแล้วกลายเป็นกัปตันของพวกลูกเรือโจรสลัด
จากนั้นเขาก็คว้างดาบที่มีลายเมฆและสายฟ้าสลักอยู่ลงไปในทะเลดำ (Black sea) แล้วเขากับลูกเรือโจรสลัดก็เตรียมตัวพร้อม ออกเดินทางไปจนถึงเขตลาส ฟาลังคซ์
แต่หลังจากนั้นการโจมตีพิษที่ไม่รู้จักปล่อยออกมากะทันหันกวาดล้างพวกเขาไปจนหมดสิ้น!

ภาพจากประติมากรรมยังคงหลั่งไหลออกมาเรื่อยๆ

กาลเวลาเนิ่นนานผ่านพ้นไป นักรบแห่งความโกลาหลหนุ่มก็ได้หยิบดาบเล่มหนึ่งขึ้นมา
ต่อมาเขาก็ตรงไปที่ทางเข้ากับดันเจี้ยนที่อยู่ใกล้ๆในทันที
*ตริ้ง*
ภารกิจวิถีทางแห่งจักรวรรดินิฟล์เฮม (2) เสร็จสิ้นแล้ว (เลข 2 หมายถึงภารกิจต่อเนื่องขั้นสอง)
จอมขมังเวทย์ซึลรโยผู้มีบทบาทสำคัญในการล่มสลายของจักรวรรดินิฟล์เฮมด้วยการสมคบคิดกับพวกวิหารเอมบินยู
เขาต้องการที่จะล้างแค้นให้สาวกและครอบครัวของเขาที่ถูกฆ่าตายไป แต่ว่าการกระทำของเขาก็ผิดจนไม่อาจแก้ตัวได้
ซึลรโยที่กุมดาบดาวสีชาด(Red star Sword)ที่สร้างมาจากเวทย์มนต์ของมังกรแดงเอาไว้ ต้นตอที่กล่าวว่ามันมายังโลกมนุษย์ได้ยังไงนั้นยังคงไม่ทราบ
สำหรับรางวัลจากภารกิจให้ค่าชื่อเสียงเพิ่มขึ้น 3,600 แต้ม ส่วนรางวัลจากการผจญภัยให้ค่าสถานะทุกอย่างเพิ่มขึ้น 5 แต้ม คุณได้รับค่าสถานะโบนัส 20 แต้ม
สามารถแบ่งค่าสถานะที่ต้องการใดก็ได้

ท่านได้รับฉายาแล้ว! นักผจญภัยแห่งขั้วโลกเหนือ
จะไม่มีใครสามารถหยุดท่านบนดินแดนที่ท่านเหยียบย่างอยู่
ฉายาที่ได้รับจากการสำเร็จภารกิจที่ยากของหนึ่งในเขตต้องห้ามของทวีป!
เมื่อเดินบนพื้นที่ขรุขระ การใช้ค่ากำลังกายจะลดลง 60%
เมื่อใดที่อยู่บนเขตต้องห้าม ค่าความต้านทานเพิ่มขึ้น 10%
การแสดงผลของสกิลเพิ่มขึ้น 7%
การเพิ่มขึ้นของค่าสถานะเป็นค่าชดเชยที่ได้มาจากประติมากรรมเร้นลับ ภารกิจระดับ S ขั้นสุดท้ายก็ถูกเปิดเผยออกมาเช่นกัน
*ตริ้ง!*
การกอบกู้ดาบดาวสีชาด (3)
ดาบเล่มที่นักรบแห่งความโกลาหลหนุ่มได้เอาไปนั้น เป็นอาวุธที่อันตรายมาก ดาบได้ถูกสร้างขึ้นจากมังกรจอมซุกซนและยังมีมานาจำนวนมหาศาลถูกผนึกเอาไว้ข้างในอีกด้วย
เมื่อมีวงแหวนเวทย์ได้สลักไว้เบื้องหลังโดยจอมเวทย์โบราณในเขตลาส ฟาลังคซ์ เหล่ามอนสเตอร์ที่เป็นเจ้าของดาบจะได้รับพลังอำนาจมากมายมหาศาล
วงแหวนแห่งอิมเบลอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของเขตลาส ฟาลังคซ์ กอบกู้ดาวสีชาดให้ได้ก่อนที่ดาบจะสูบพลังแห่งวงแหวนเวทย์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ถ้าหากสำเร็จท่านอาจจะได้รับการยกย่องจากผู้คนดินแดนหนือ
ระดับความยาก: S
ข้อจำกัดภารกิจ: ภารกิจสุดท้ายของเควส 3 ขั้นนั้นจำกัดเฉพาะอาชีพประติมากรที่มีทักษะแกะสลักระดับสูง
หากคุณยอมรับภารกิจ ท่านสามารถรับชมเรื่องราวของซึลรโยได้

เพราะว่าวีดนั้นมาไกลถึงขนาดนี้ เขาจึงพยักหน้ารับในทันที
 “ฉันจะเอาดาบสีชาดมาเป็นของฉันอ่ะ ไม่ใช่ ฉันจะพิทักษ์สันติสุขเอง
ท่านตอมรับภารกิจแล้ว

บนจักรวรรดินิฟล์เฮมมีอัจฉริยะคนหนึ่งบังเกิดขึ้นมา นักเวทย์หนุ่มนามว่า ซึลรโย
เขาประสบความสำเร็จงานค้นคว้าวิจัยทุกๆชิ้นที่เขาริเริ่มขึ้นมา
เขาเป็นคนแรกที่ต่อสู้กับเหล่ามอนสเตอร์ที่มาบุกรุกแถมยังเป็นที่รู้จักของหลายเผ่าพันธุ์ที่ไม่ใช่มนุษย์
เขายังมีคู่หมั้นที่มีเสน่ห์นามว่า ลิเธีย เอฟเวอลิน
 “เจ้าเป็นเพียงคนเดียวสำหรับข้า ข้าจะอดทนกับทุกสิ่งทุกอย่างเพียงเพื่อให้ได้อยู่ร่วมกับเจ้า
ซึลรโยให้คำสัจสาบานเพื่อจะแต่งกับลิเดียแล้วยังเข้าร่วมกับชนชั้นสูงแห่งจักรวรรดินิฟล์เฮมด้วย
เขาเป็นคนที่มีคุณสมบัติที่เป็นแบบอย่างของการเป็นวีรบุรุษ ด้วยใบหน้าหล่อเหลา บ้านรวย คู่หมั้นสวย แล้วยังมีพรสวรรค์ทางเวทย์มนต์อีก
ซึลรโยที่มีของขวัญที่สวรรค์ประทานมามากมายที่เพื่อนๆของเขาก็ล้วนแต่อิจฉา!
 “ตามพระราชโองการของจักรพรรดิ ซึลรโยจะได้เข้าร่วมกองทัพเพื่อที่จะกำจัดเหล่ามอนสเตอร์ในดินแดนภายนอกเป็นเวลาหนึ่งเดือน
 “ข้าน้อมรับคำบัญชา
ซึลรโยพร้อมกับกองทัพนั้นได้ฆ่ามอนสเตอร์ไปมากมายด้วยเวทย์มนต์ของเขาในดินแดนภายนอก
วีดมองเห็นยักษ์และพวกมอนสเตอร์ที่ตอนนี้ได้สูญพันธุ์ไปหมดแล้ว ถูกกระแทกจากลูกเล่นของเวทย์มนต์อันทรงพลังผ่านทางวิดีโอ
ต่อจากนั้นซึลรโยก็กลับไปยังเมืองหลวงหวังเพื่อที่จะได้รับรางวัลใหญ่สำหรับการกระทำอันน่าสรรเสริญนี้
 ครอบครัวของลิเธียถูกตัดหัวข้อหากบฏ
บ้านของคู่หมั้นเขาก็โดนทำลายไปเป็นชิ้นๆ
นั่นเพราะว่าหลักฐานทั้งหมดเด่นชัดมาก ซึลรโยหมดหนทางและก็ทำอะไรไม่ถูก เขาได้แต่เพียงแต่ร้องไห้คร่ำครวญอยู่เบื้องหน้าหลุมศพของคู่หมั้นของเขาเท่านั้น
ภายหลังจากนั้นเขาปลีกตัวสันโดษอยู่ในห้องทดลองพร้อมกับเวทย์มนต์ของเขาเนื่องจากความเศร้าโศกของเขา
ด้วยความคิดที่คับแค้นใจต่อจักรวรรดินิฟล์เฮมที่มากล้น เขาจึงสลัดความสนใจทุกสิ่งทุกอย่างของโลกทั้งใบและหมกมุ่นอยู่กับการค้นคว้าวิจัยเวทย์มนต์
เพราะงั้นเองหลายฤดูกาลได้ผ่านพ้นไป แต่ภายใต้เงามืดนั้นกลับมีเสียงแว่วออกมาอย่างลึกลับให้ได้ยิน
-เขาคงไม่อาจเดินหน้าต่อไปได้เพราะการตายของคู่หมั้นของเขา
-ความโศกเศร้าของซึลรโยได้เพียงแต่ทำให้เขายิ่งถูกกัดกร่อนมากขึ้นเรื่อยๆ
-ทำไมเขาถึงยังคงอยู่ฝั่งพวกเราละ?
-เขาคงจะพยายามโค่นล้มจักรวรรดินิฟล์เฮมละมั้ง เขากับลูกศิษย์ของเขาต้องโดนกำจัด
-กำจัดครอบครัวของมันซะ
-เราควรทำตามแผนเดิมที่ได้วางเอาไว้

ในขณะที่ซึลรโยยังคงแยกตัวออกไปอยู่ในห้องทดลองของเขา คนในครอบครัวของเขาทั้งหมดก็เสียชีวิตไปแล้ว
ทั้งจากป่วยตายอย่างไม่ทราบสาเหตุหรือการจู่โจมของนักฆ่าอีก แม้ว่าจักรวรรดินิฟล์เฮมได้ทำการสืบสวนแล้ว แต่ก็ไม่พบต้นสายปลายเหตุเลย
ในขณะที่ซึลรโยยิ่งเสียใจมากขึ้นไปอีก เมื่อเหล่าลูกศิษย์ก็ตายไปจากการติดโรคที่ไม่ทราบต้นตอ
ท่ามกลางโศกนาฏกรรมครั้งนี้ ก็มีนักฆ่าคนหนึ่งพยายามจะจู่โจมซึลรโย แต่ว่าก็ถูกจับได้ด้วยเวทย์ของเขาเอง
 เจ้าเป็นใคร? บอกข้ามาว่าใครสั่งให้เจ้าทำเช่นนี้!”
 “จักรวรรดินิฟล์เฮมไงล่ะ!”
ต่อมานักฆ่าคนนั้นก็ได้ฆ่าตัวตายไปในทันที
สร้อยคอถูกพบบนตัวของนักฆ่าคนนั้น
ซึลรโยเริ่มเอะใจและตรวจดูที่ด้านหลังของสร้อยคอนั้นอย่างรวดเร็ว
จากด้านหลังของสร้อยคอเส้นนั้นเขาก็ค้นพบได้ในที่สุดว่าเขากำลังมองหาอยู่ ตราบางอย่างที่บ่งบอกถึงองค์กรลับแห่งจักรวรรดินิฟล์เฮม
 พวกมันกำลังพยายามจัดการฉันงั้นเหรอ?”
การสมรู้ร่วมคิดที่นำโดยจักรวรรดินิฟล์เฮมเข้ามาคุกคามชีวิตของจอมขมังเวทย์แล้ว
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาซึลรโยจึงตัดสินใจที่จะหนีไปและหลบซ่อนตัว แต่นั่นก็เพียงแค่ทำให้ข่าวลือแพร่ไปทั่วทั้งจักรวรรดินิฟล์เฮมที่ว่าเขาวางแผนเป็นกบฏอย่างลับๆเพราะเขาได้สูญเสียครอบครัวกับคู่หมั้นของเขาไป


 “เข้าใจละ พวกมันอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนั่นจริงๆ
ซึลรโยผู้แสนสิ้นหวังอาศัยอยู่ในที่ที่ไม่มีมนุษย์ซักคนและอยู่อย่างสันโดษ ทั้งหมดนั้นก็เพื่อที่เขาจะได้ทำการค้นคว้าวิจัยเวทย์มนต์ต่อไปได้
แต่ว่าในบางครั้งเขาก็จะอยู่บนปากเหวแห่งความเสียสติเนื่องจากความโศกเศร้าเสียใจของเขา
ในวันหนึ่ง มีพวกนักบวชแห่งวิหารเอ็มบินยูมาหาเขา
 เราต้องการมอบโอกาสให้เจ้าได้แก้แค้นจักรวรรดินิฟล์เฮม
ซึลรโยที่อยู่มาเพียงลำพังและยังไม่ได้มีการพบปะติดต่อกับผู้คนก็รู้สึกตัวขึ้นมา
 “โอกาสที่จะได้แก้แค้น…..”
 “ซึลรโย แม้นว่าเจ้าจะไม่ได้ทำอะไรผิดบาป แต่ว่ากับสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ดูอยุติธรรมกับท่านไปหน่อยหรือ? จากการสืบเสาะหาความจริงของพวกเราแล้ว ความล่มจมของบ้านเอฟเวอลินถูกจัดฉากโดยพวกวังหลวง
เหล่านักบวชได้แสดงหลักฐานที่เป็นสร้อยคอสนิมเขรอะเส้นหนึ่ง
 สิ่งนี้ถูกพบจากซากปรักหักพังของบ้านครอบครัวเอฟเวอลิน
 “……”
 “ผู้หญิงที่เจ้ารัก ครอบครัวที่เจ้ารัก แม้นจะสูญเสียพวกเขาไปแล้วเจ้ายังสูญเสียลูกศิษย์ของเจ้าอีก แต่เจ้ากลับเลือกที่จะกลายเป็นพวกถือสันโดษ แล้วตอนนี้เจ้าก็ต้องตัดสินใจว่าอยากจะแก้แค้นหรือไม่
มีเวทย์มนต์ของวิหารเอมบินยูได้ถูกร่ายเอาไว้บนสร้อยคอเส้นนั้น
ซึลรโยที่ตาพร่ามัวโดยสร้อยคอจากนั้นภาพของอัศวินจักรวรรดินิฟล์เฮมกำลังเผาบ้านของครอบครัวและของคู่หมั้นของเขาก็แสดงออกมา

 “แก้แค้นข้าต้องการล้างแค้น
 “เจ้าเลือกได้ดี งั้นเราจะไปทำลายล้างจักรวรรดินิฟล์เฮมด้วยกันเถอะ
 “ว่าแต่พวกท่านเป็นใครหรือ?”
 “เรามาจากวิหารเอมบินยู
 “ข้าคิดว่าข้าเคยได้ยินชื่อนั้นมาก่อนนะ เคยได้ยิน….ที่ไหนนะ? อ๋อ! พวกท่านคือพวกที่บูชาเทวปีศาจใช่ไหม?”
 “ผู้คนก็ล้วนเข้าใจผิดกันไปเอง พวกเราก็แค่พยายามที่แก้ไขความเข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวเรา
ซึลรโยนั้นได้ถูกล้างสมองจนหมดสิ้น ความเป็นเหตุเป็นผลภายในความคิดเขาย่อหย่อนลงไป
 “ข้าอยากจะเข้าร่วมด้วย
จากนั้นซึลรโยก็เข้าร่วมกับวิหารเอมบินยู เขารับหน้าที่ดูแลอาวุธกับชุดเกราะของพวกเขาแถมยังต้องมอบงานค้นคว้าวิจัยให้อีกด้วย
พวกจักรววรดินิฟล์เฮมจะต้องชดใช้ด้วยสงคราม!
วิหารเอมบินยูนั้นใช้ประโยชน์จากพวกมอนสเตอร์แล้วก็กองทัพทหารทั่วไปเพื่อที่จะฆ่าเหล่าประชาชนพลเมืองอย่างไม่เลือกหน้า
เมื่อได้สูญเสียความเป็นเหตุเป็นผลไปจนหมดสิ้นแล้ว ซึลรโยก็กลายเป็นเบี้ยของวิหารเอมบินยูและเฝ้าดูการสังหารหมู่ที่เผยอยู่เบื้องหน้าสายตาของเขาเอง
สหายเก่าของซึลรโยพยายามปกป้องจักรวรรดิเอาไว้ แต่ว่าพวกเขาก็ตายไปจนหมดสิ้นด้วยน้ำมือของเขาและวิหารเอมบินยู
 “ในที่สุดข้าก็กลับมาแล้ว
ซึลรโยได้เข้าไปเผาทำลายพระราชวังแล้วในตอนนี้
ดวงตาที่บดบังด้วยความละโมบเขาจึงสุ่มๆขโมยสมบัติไปด้วยในขณะที่กำจัดพวกอัศวินที่มาเผชิญหน้าต่อกรกับเขา
กำแพงเวทย์ทั้งหมดโดนทำลายจนสิ้นซาก พระราชวังตอนนี้ก็ถูกบุกรุกโจมตีโดยเหล่ามอนสเตอร์
ดาบทั้งสองเล่มที่ถูกปิดผนึกโดยจักรวรรดินิฟล์เฮมก็ถูกพบภายในพระราชวังนั้นเอง

ดาบดาวสีชาด
แถมดาบเล่มนั้นยังทำให้เกิดมหันตภัยที่เกิดขึ้นทั่วทั้งทวีปเวอร์เซลในอดีตกาลนามว่าดาบผู้พิชิตศาตราแห่งแอสโมเดียน! (Asmodian) (จากเกมส์ Aion: รูปร่างคล้ายๆเอลฟ์มีปีก)
คุณสมบัติ: ค่าความคงทน 96/180 พลังโจมตี 218-249
วัสดุที่ใช้สร้างอาวุธชิ้นนี้ไม่ได้ปรากฏอยู่บนทวีปเวอร์เซล แต่เดาว่าคงเคยถูกใช้โดยเผ่าแอสโมเดียน
อาวุธได้ถูกหลอมเวทย์แล้ว และมีความสามารถอัญเชิญสายฟ้าหรือพายุสายฟ้าได้
ข้อจำกัด: ไม่จำกัดเลเวล สามารถใช้ได้ในทุกสายอาชีพ เมื่อใช้ในการต่อสู้จะสามารถแสดงคุณสมบัติเวทย์คำสาปออกมาได้
ไม่มีคุณสมบัติตายตัว ถ้าหากเป็นผู้บูชาเทวปีศาจจะถูกสิงสู่ด้วยอาวุธชิ้นนี้จากนั้นคุณสมบัติของอาวุธก็จะเปลี่ยนไปเอง
คุณสมบัติพิเศษ: สามารถอัญเชิญมอนสเตอร์จากนรกได้จากด้วยการบูชายัญ จากการบูชายัญจะสามารถเพิ่มค่าสถานะได้ พลังเวทย์แห่งความมืดเพิ่มขึ้น 200% โดยเฉพาะเวทย์คำสาป! ท่านจะสามารถใช้เวทย์คำสาปได้ทุกชนิด อีกทั้งผู้เล่นจะมีภูมิคุ้มกันต่อเวทย์คำสาปทุกชนิดอีกด้วย ท่านสามารถควบคุมมอนสเตอร์ระดับต่ำกว่าได้
ช่วงเวลาที่มือของเขากุมดาบขึ้นมาใบหน้าของซึลรโยก็เต็มไปด้วยความรู้สึกปวดแสบปวดร้อน
เวทย์ล้างสมองของวิหารเอมบินยูสลายไปแล้วสติสัมปชัญญะของเขาก็กลับคืนมา
 “นี่ข้าทำอะไรลงไปเนี่ย?”
ซึลรโยรู้สึกเสียใจกับการกระทำของเขาที่ได้ทำลงไป
การเข้าร่วมกับวิหารเอมบินยูที่เป็นพวกบูชาเทวปีศาจ แล้วจากนั้นยังไปร่วมมือเพื่อทำลายล้างจักรวรรดินิฟล์เฮมเพื่อครอบครองทั้งทวีปอีก
ตอนนี้การกระทำของเขามิอาจถูกลบล้างได้แล้ว
หากลองมองย้อนกลับไปดูเขาก็ได้ตระหนักว่าเขานั้นได้เข้าร่วมกับวิหารเอมบินยูอย่างไม่รู้ตัวเมื่อตอนที่พวกมันเข้าหาเขา
 “วิหารเอมบินยูต้องเป็นพวกที่อยู่เบื้องหลังทุกอย่างนี้แน่ๆ!
เมื่อประเด็นนี้ได้กระจ่างชัดแล้ว ซึลรโยตัดสินใจอุทิศช่วงชีวิตที่เหลือของเขาเพื่อต่อสู้กับพวกวิหารเอมบินยูพร้อมกับฟื้นฟูจักรวรรดินิฟล์เฮมกลับคืนมา
 ข้าต้องรวบรวมกองกำลังเพื่อไปต่อสู้กับวิหารเอมบินยู
จากนั้นเขาก็โยนดาบผู้พิชิตศาสตราแห่งแอสโมเดียนลงสู่ทะเลไปแต่ว่าดาบสีชาดเขากลับนำมันไปกับเขาด้วย ไปยังเขตลาส ฟาลังคซ์
จากประวัติศาสตร์แห่งเวทย์มนต์ อิมเบลถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเวทย์แห่งไฟที่ทรงพลังมากที่สุด เวทย์ของเขาเพียงพอที่จะละลายปราสาทได้ทั้งหลัง
เขาคือหนึ่งในสิบสองจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่
ซึลรโยพยายามจะไปที่วงแหวนเวทย์แห่งอิมเบลแล้วก็สูบมานากักเก็บเอาไว้โดยใช้ดาบเล่มนั้นแต่เพราะว่าเขาไม่ได้กลับไปที่วิหารเอมบินยูเป็นเวลานานมาก มนต์พิษสะกดนิ่งก็ฝังตัวเข้าไปในตัวเขาฉับพลัน ทันทีที่มีผลทำให้เขาอยู่ในสภาวะถูกสะกดนิ่งเอาไว้
 “ต้องมาตายอย่างนี้หรือเนี่ย…”
ในที่สุดความตายของซึลรโยก็ต้องมาตกอยู่ในเงื้อมมือของมอนสเตอร์ที่เข้ามาภายในเขตลาส ฟาลังคซ์

 “ท้ายที่สุด นั่นก็คือบทสรุปของเรื่องราวสินะ
จากความหายนะที่เกิดขึ้นทั้งหมดทั่วทั้งทวีบเวอร์เซล วิหารเอมบินยูได้ก่อเกิดขึ้นมา!

วีดจึงได้รับรู้เรื่องราวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังภารกิจได้ในที่สุด
และแล้วเขาก็สามารถพบจุดเชื่อมโยงที่ผูกติดกับภารกิจระดับ S จนได้ การสืบเรื่องราวการล่มสลายของจักรวรรดินิฟล์เฮมที่มีสาเหตุมาจากการบุกรุกขนาดใหญ่ของพวกมอนสเตอร์
 “หลังจากที่ไขปัญหาจุดจบอันแสนหลุดลุ่ยของอดีตแล้ว ก็สามารถเริ่มต้นฟื้นฟูจักรวรรดินิฟล์เฮมกลับคืนมาได้สินะ
บนเส้นทางของการสิ้นสุดภารกิจนั้น รายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับจักรพรรดิเกฮา วอน อารูเพ่นก็ก้าวสู่แสงได้เสียที พร้อมทั้งความลับของประติมากรรมสลักชีพ ทั้งวิหคทองคำ วิหคเร้นลับ และยังได้พบกับมรดกแห่งประติมากรอีกด้วย
มันเป็นเพียงสิ่งที่ได้มอบหมายให้กับประติมากรเท่านั้น ที่ล้วนแต่เป็นสมบัติอันยิ่งใหญ่และไร้รูปธรรม
คงจะสมบูรณ์มาก ถ้าหากว่าได้รางวัลของภารกิจเป็นอัญมณีกับหินแร่จำนวนมหาศาลจากเขตลาส ฟาลังคซ์แห่งนี้
 “ฉันคงต้องแย่งดาบของมังกรแดงมาจากมือของเจ้านักรบแห่งความโกลาหลหนุ่มตัวนั้นสินะ ยังไงซะ นั่นเป็นเรื่องที่ควรจะเร่งรีบมากที่สุดแล้วละ
เรื่องดีอีกอย่างคือสถานที่นั้นไม่ได้อยู่ห่างไกลมากจากที่นี่!
 ถ้าหากภารกิจสำเร็จ ฉันก็จะสามารถเก็บดาบมังกรเอาไว้เองได้
ขณะที่วีดกำลังวาดฝันว่าได้ดาบเล่มนั้นมาอยู่ในมือ นั่นทำให้หัวใจของเขาเริ่มสั่นระรัว พร้อมกับลมหายใจถี่ๆและน้ำลายไหลลงมาจากปาก
ดาบมังกรเล่มนั้นไม่ได้ถูกสร้างขึ้นบนทวีปเวอร์เซล นั่นจะต้องดีกว่าดาบเล่มอื่นๆที่เขาเคยเห็นมาแน่ๆ
 “ตรวจสอบ!”
แต่ว่าวีดก็ไม่ลืมที่จะตรวจเช็คชุดคลุมของจอมเวทย์ซึลรโย
มันสามารถเพิ่มค่าโจมตีทางเวทย์ได้แถมยังลดการใฃ้ระดับมานาในการร่ายเวทย์ไปถึง 30% ด้วยคุณสมบัติเช่นนี้ก็พิจารณาได้เลยว่าเป็นอุปกรณ์ระดับสูงแน่ๆ
 แจ๊คพ็อต!”
วีดได้เผยรอยยิ้มเบิกกว้างออกมาแต่ทว่าจากนั้นเขาก็สังเกตเห็นซอยูน เขาก็รู้สึกกดดันขึ้นมาทันทีเพราะว่าเขาเอาไอเท็มไปเพียงคนเดียว
แต่ว่ามันก็ได้มาจากภารกิจนะ มันมีค่าเกินไปจะเอามาแบ่งกันนี่
วีดมองไปที่ซอยูนที่พยักหน้าชี้มาที่เขาอย่างเอาใจใส่
มีรอยแหว่งเปิดอ้าอยู่บนชุดอันขาดวิ่นที่วีดสวมใส่อยู่เป็นชุดที่เขาเก็บมาจากแม่น้ำโหยหวน
ถึงแม้ว่าเขาจะซ่อมแซมโดยใช้ทักษะเย็บปักโดยไม่ใช้เศษผ้าที่ที่เกินความจำเป็น แม้แต่คุณสมบัติที่ช่วยให้มานาเพิ่มขึ้นก็ถูกปรับแก้ด้วย แต่มันก็ยังคงได้รับความเสียหายอยู่ดี
ที่วีดสวมใส่ชุดนี่ไว้ก็เพราะประสิทธิภาพของมัน แต่เพราะมันเผยให้เห็นซี่โครงของเขา มันจึงไม่ค่อยน่าดูซักเท่าไร
 “ชอบคุณนะ
ไม่มีเคยมีเลยสักครั้งที่วีดจะรู้สึกดีขนาดนี้ ตอนที่เขาได้ใช้เวลาร่วมกับซอยูน
วีดรู้สึกพอใจมากที่เขาได้ไอเทมไปจนหมด
 ตรวจสอบ!”
ดวงตาของยักษ์เพลิง:
ค่าความคงทน 30/30
วัสดุเวทย์ระดับสูง
สามารถขยายขอบเขตและพลังทำลายล้างให้กับไม้กายสิทธ์ธาตุไฟ
มันเป็นวัตถุดิบที่ใช้ทำน้ำยาเวทย์มนต์
หากใครครอบครองไอเท็มชิ้นนี้ค่าความต้านทานไฟจะเพิ่มขึ้นและยังจะไม่โดนโจมตีโดยเหล่ายักษ์เพลิง
คุณสมบัติ: ต้านทานไฟ 5% เหล่ายักษ์เพลิงจะจดจำท่านได้

พวกยักษ์ที่ดรินเฟลต้องทุกข์ทรมานจากบาดแผลสาหัสสากันจากการโจมตีของพวกมัน แถมยังโดนกำราบให้ล่าถอยกลับไป!
นี่เป็นไอเทมที่จะรับรองความปลอดภัยของคุณเมื่อต้องเผชิญหน้าพวกมัน
จากนั้นวีดก็เลยสวมอาภรณ์หนามเข้าไป
 ด้วยไอเท็มนี่ ฉันจะพร้อมสำหรับปัจฉิมบทของภารกิจนี่หรือป่าวนะ?”
แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าวิหคทองคำก็ยังคงจ้องมองไปที่เขาด้วยแววตาเศร้าสร้อย
กรู๊ว กรู๊วววววว
แล้ววีดก็มองไปที่เจ้าวิหคทองคำ วิหคเร้นลับ กับเหล่าประติมากรรมตนอื่นๆที่ทำมาจากมิทธริลและทองคำขาว
ทันทีที่เขาสังเกตไปเห็นเข้า วีดก็สามารถเข้าใจสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
 แกคงชอบเจ้านี่มากจริงๆสินะ หือ?”
เจ้าวิหคทองคำก็บิดขาอันบอบบางทั้งคู่ของมัน อีกทั้งปีกทั้งคู่ที่แสดงท่าทางประหม่าเมื่อตอนที่วีดยกประเด็นนี้ขึ้นมา
จักรพรรดิเกฮาผู้ล่วงลับไปแล้ว ได้แกะสลักเจ้าวิหคทองคำกับวิหคเร้นลับในช่วงเวลาพอๆกัน
แต่ยังไงก็ตามวิหคทองคำก็ได้มีชีวิตขึ้นมาแล้วก็ยังมีหน้าที่ที่ต้องปกป้องศิลปวัตถุของจักรพรรดิเกฮาผู้ล่วงลับอีก
วีดก็จะสามารถได้รับความสนิทสนมอย่างมากจากมันโดยใช้ประโยชน์จากเจ้าวิหคเร้นลับนี้ได้ด้วย!
สง่างามแถมยังหรูหรา มีเสน่ห์น่าดึงดูดสูงที่จะมีเพียงแค่เจ้าวิหคเร้นลับตัวนี้เท่านั้นที่จะแสดงออกมาได้
แม้ว่าจักรพรรดิเกฮาจะเสียไปนานมากแล้ว และประติมากรรมของเขาก็ยังเสื่อมโทรมผุพังไปเรื่อยๆอีก แต่ว่าชิ้นนี้แตกต่างออกไป แถมยังมีสภาพที่สมบูรณ์อีกด้วย
ช่างน่าเศร้าที่วีดกลายร่างจากประติมากรไปเป็นเนโครแมนเซอร์และก็เพราะอย่างนั้นแหละที่ทำให้เขาไม่อาจเพิ่มความสนิทสนมกับเจ้าวิหคทองคำได้เลย
จากนั้นท่ามกลางพวกมันทั้งหมด ก็กลับมาพบเจ้าวิหคเร้นลับ แล้วก็อ้อนวอนวีดให้มอบชีวิตให้กับมัน
กรู้ กรู๊วววววว
แล้ววีดก็ได้วางแผนที่จะใช้ประโยชน์จากสถานการณ์อย่างนี้เอาไว้แล้ว
เขามีไพ่เหนือกว่าในการเจรจาต่อรองเพราะว่าเจ้าวิหคทองคำถือว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจที่จะโน้มน้าวใจมันได้
จากนั้นวีดก็เริ่มพูดร่ายมาเป็นสคริปท์
 “ศิลปะแห่งประติมากรรมนั้นเป็นโลกที่แสนยากลำบากจริงๆนะ แถมยังต้องทรมานและบากบั่นคิดค้นหาความสวยงามให้พวกมันอยู่เสมอ อาชีพประติมากรนั้นต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำหลายต่อหลายคืน แต่ก็ยังคงมีช่วงเวลาที่แสนหนักหนาเพื่อทำให้มันมีชีวิตขึ้นมาอีก
 “….?”
เจ้าเหลืองกับวิหคทองคำแสดงท่าทีมึนงงแบบสุดๆ
วีดมีเวลาที่ยากลำบากเพื่อที่จะเพิ่มค่าความเชี่ยวชาญทักษะประติมากรรม แถมเขายังต้องแกะพวกสัตว์น่ารักๆพวกนั้นตลอดทางที่มาอย่างสม่ำเสมอ แต่ก็โดนซอยูนแย่งไปอีก
 ฉันต้องเสียสละมากมายเพียงเพื่อแกะสลักประติมากรรม แล้วแกยังหวังให้ฉันมอบชีวิตให้ประติมากรรมตัวนี้อย่างที่แกขอมาเหรอ? ตอนที่ฉันกำลังต่อสู้แกก็อยู่เฉยๆแล้วยังไม่แยแสสถานการณ์ตอนนั้นเลย งั้นทำไมฉันต้องทำอย่างที่แกขอมาล่ะ?”
กรุ๊กรู๊วววว
 บอกฉันมาสิ ตั้งแต่เริ่มมามีอะไรที่ผิดพลาดไปจากที่ฉันพูดล่ะ? ไม่มีแม้แต่สักครั้งที่แกจะเสนอเข้ามาช่วยฉันเลย
ใช้ถ้อยคำเพียงแค่ไม่กี่คำแกมข่มขู่ไปด้วย แต่ก็ยังกระตุ้นความรู้สึกผิดขึ้นมาได้ ช่างเป็นการโน้มน้าวใจขั้นสูงจริงๆ!
เจ้าวิหคทองคำส่งเสียงออกมานิดหนึ่งอย่างไม่เต็มใจนัก
วีดพยักหน้า
 ห๊ะ ฉันได้ยินแกไม่ค่อยชัดเลย
กรู๊ กรู๊ กรู๊วววว!!
เจ้าเหลืองมีความสุขมากที่เจ้าวิหคทองคำได้กลายมาเป็นพวกพ้องแล้วในตอนนี้ ในขณะที่วีดมองไปราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามแผน
ยิ่งกว่านั้นเขากลับแสดงท่าทีอ่อนโยนออกมาแทน
 ไม่อยากเชื่อว่าคนใจไม้ไส้ระกำอย่างเขาจะสามารถแสดงท่าทางเช่นนั้นออกมาได้
 ‘บางทีเขาอาจจะมีส่วนที่อ่อนโยนอยู่ก็ได้
เจ้าเหลืองเริ่มที่จะพิจารณาเจ้านายของมันใหม่อีกครั้ง แต่ว่าคำสั่งการที่ออกมาแบบกะทันหันของวีดนั้นได้ตัดความคิดนั้นของมันออกไปจนหมด
 นอนลงสิ
 “….?”
แม้ว่าคำสั่งที่ออกมาปับปุบอย่างคาดไม่ถึง ได้เอ่ยออกมา แต่ว่าเจ้าวิหคทองคำก็นอนลงอย่างว่านอนสอนง่าย
 ชักช้า นอนลงไปเร็วๆสิ! จากนั้นกลิ้งไปบนพื้นห้าครั้ง! ”
คำสั่งที่กำลังออกมาจากวีด!
เจ้าวิหคทองคำพยายามเพื่อที่จะได้รับความช่วยเหลือจากวีด ก็กลิ้งไปบนพื้น
 ก่อนอื่นฉันต้องโค่นส่วนที่กระด้างกระเดื่องของมันซะก่อน
การเพิ่มความสนิทสนมและก็ทำให้มันมีค่าไปในตัวด้วย วีดก็ได้ใช้ประโยชน์จากคำขอร้องครั้งนี้ได้อย่างเต็มเปา
 “แกหยุดได้ แล้วก็พักผ่อนก่อน
เจ้าวิหคทองคำสยายปีกของมันออกขณะที่นอนลงบนพื้น
แถมซอยูนก็อยากจะให้มันกระโดดให้ดูซักสองสามครั้งก่อน แต่ว่าได้ดูมันนอนลงไปและพักผ่อนก็น่ารักน่าชังเกินไปแล้ว
เธอเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าวีดจะไม่สั่งให้มันทำอะไรที่สุดโต่งเกินไป
 ร้องกรู๊ววว ถ้าฉันบอกว่าหนึ่ง แล้วก็ร้องจิ๊บๆ ถ้าฉันบอกว่าสอง
กรู๊ กรู กรู๊ววว
 “หนึ่ง
 “กรู๊วๆ
 “สอง
จิ๊บๆ
 ทั้งคู่!”
กรู๊ๆ-จิ๊บๆ-กรู๊ๆ-จิ๊บๆ
เพราะว่าเลเวลของเจ้าวิหคทองคำเกินกว่า 500 ไปแล้ว มันจึงสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างว่องไวโดยไม่เหน็ดเหนื่อยเลย
จากนั้นเจ้านกก็ได้ยินเสียงวีดตบมือดังสนั่น
 “โอเค แกหยุดได้ แล้วก็ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้
วิหคทองคำกระโดดลุกขึ้นมาในทันที ภายในดวงตาสีฟ้าไพลินคู่นั้น ก็ได้แสดงแสงแห่งความคาดหวังอันแรงกล้าออกมา
ประติมากรรมวิหคเร้นลับ
นี่ก็ผ่านมานานหลายปีแล้ว ตั้งแต่จักรพรรดิเกฮาได้ตายไป แล้วก็ไม่มีใครนอกจากวีดคนเดียวที่สามารถมอบชีวิตให้กับคู่หูผู้สูญหายไปนานแสนนานของเจ้าวิหคทองคำ
 ฉันจะมอบชีวิตให้กับแก ตั้งหน้าตั้งตารอต่อไปล่ะ
แต่ว่าวีดก็ยังรู้สึกไม่สบายใจ แล้วยังวางแผนจะให้พวกมันทำงานมากขึ้นตั้งแต่บัดนี้ที่นี่เป็นต้นไป
 “อย่างกับเลี้ยงพวกไก่อยู่เลยนะเนี่ย เพราะรสชาติของมื้ออาหารนั้นเป็นยังไงก็ขึ้นอยู่กับวิธีที่คุณเลี้ยงพวกมัน
แล้ววีดก็ได้ลูกสมุนที่เอาไว้ใช้ต่อสู้มาเพิ่มอีกหนึ่งตัว!
 ‘เลเวลของเจ้าวิหคทองคำคือ 519….นั่นค่อนข้างสูงมากเลยนะ
มรดกแห่งประติมากรของจักรวรรดิเกฮาจะถูกมอบชีวิตให้ในตอนที่กำลังทำภารกิจอยู่!
ถ้าจะตัดสินคุณสมบัติพิเศษจากสายพันธุ์แล้วพวกมันคงจะมีทักษะต่อสู้ยอดเยี่ยมมากแน่ๆ
เลเวลของพวกมันจะต้องดียิ่งกว่าเจ้าเหลืองกับวิหคทองคำแน่ๆเลย
 ‘ฉันคงต้องมอบชีวิตให้กับเจ้าวิหคเร้นลับนี่ก่อนแล้วค่อยไปทำงานต่อสินะ
พวกมันเป็นประติมากรรมที่เป็นสัญลักษณ์ของจักรวรรดิอารูเพ่น
หากชีวิตที่ถูกมอบให้นั่น พวกมันคงจะมีเลเวลที่สูงเอาการแน่ๆเลย
ถึงแม้ว่าเจ้าวิหคทองคำไม่ได้อ้อนวอนขอร้องให้ช่วยมัน วีดก็จะยังคงมอบชีวิตให้กับมันอยู่แล้ว เพราะว่านั่นเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจของเขา
 ฉันไม่รู้สึกอยากจะทำมันตอนนี้นะ เจ้าวิหคทองคำ มันขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของแกแล้วล่ะนะว่า ฉันจะมอบชีวิตให้มันหรือไม่ เพราะงั้นทำงานให้หนักตั้งแต่นี้เป็นต้นไปละ
กรู่ กรู๊ววววว! (รับทราบ)
จบตอน
ผู้แปล: Cole’sMyth

Editor: แอดชิน เพจ เราอ่านนิยายแปล