วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่ม 15 ตอนที่ 10 ประติมากรผู้ขี่วัว แปลโดย Kamijocho และ แอดชิน เพจเราอ่านนิยายแปล

เล่ม 15 ตอนที่ 10 ประติมากรผู้ขี่วัว แปลโดย Kamijocho และ แอดชิน เพจเราอ่านนิยายแปล


กิลด์ทหารรับจ้างแห่งพันธมิตรโพรม(The Proam Allied)
เหล่าทหารรับจ้างกลุ่มดาบทมิฬ(Black Swords)ซึ่งผู้คนได้ให้ฉายาว่า เหล่าทหารรับจ้างชั้นหนึ่ง
หึ มันโคตรยากเลยนะ ที่จะทำมันได้เนี้ย ไมเคิ้ล หัวหน้าของเหล่าดาบทมิฬได้พูดขึ้นมา
มันมีคำร้องอันมหาศาลมากถึง หนึ่งร้อยกับอีกแปดสิบเก้า คำร้องขอ ที่ทำให้พวกเขามาถึงจุดๆนี้
พวกเขาเป็นที่ยอมรับภายใน กิลด์ทหารรับจ้างแห่งพันธมิตรโพรมแห่งนี้ ซึ่งมีสาขามากมายอยู่ในทวีปเวอร์เซล
กลุ่มดาบทมิฬเป็นทั้งเจ้าของปราสาทและหมู่บ้าน อีกทั้งพวกเขายังเป็นทหารรับจ้างที่มีชื่อเสียงในด้านที่ดีอีกด้วย

กิลด์นี้ประกอบไปด้วยทหารรับจ้างหลายร้อยคน ซึ่งเต็มไปด้วยนักรบและนักเวทย์ ที่ขึ้นตรงกับพวกชนชั้นสูง

ชุดที่เหล่าทหารรับจ้างแห่งกลุ่มดาบทมิฬใส่นั้น มีความหรูหราและเห็นสัญลักษณ์ดาบไขว้สีดำชัดเจน พวกทหารรับจ้างคนอื่นที่ได้เห็นต่างก็รีบแสดงความเคารพ

มันเป็นธรรมดาที่เหล่าสมาชิกของกลุ่มดาบทมิฬจะได้รับความเคารพจากผู้เล่นทั่วไป

ไมเคิลก็เพิ่งถูกรับเข้ามาในกิลด์ทหารรับจ้างแห่งพันธมิตรแห่งนี้เช่นกัน

ภารกิจยังไม่สำเร็จ แต่ถ้าพวกเราทำสำเร็จละก็ ทหารรับจ้างอย่างพวกเราต้องแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอนไมเคิลพูดด้วยท่าทางที่หยิ่งผยอง
ไม่ใช่แค่ เลเวล 431 เท่านั้น แต่เขาได้รับพิจารณาให้เข้าเป็นสมาชิก1ใน 10 อันดับสูงสุดของเหล่าทหารรับจ้างอีกด้วย
เขากลายเป็นคนดัง ได้ออกทีวี และยังมีความสัมพันธ์อันดีกับคนอื่นๆในกิลด์ เมื่อไหร่ก็ตามที่เกิดปัญหาขึ้นเขาจะแก้ปัญหาโดยการใช้กำลัง ซึ่งก็ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้ในภายหลังเลย
ในทวีปเวอร์เซลมีผู้คนที่ทั้งอ่อนแอและตกอยู่ในอันตรายมากมายเกินกว่าจะนับได้ ต้องการอำนาจและอิทธิพลของทหารรับจ้างกลุ่มดาบทมิฬมาช่วยพวกเขาในการเติบโต

ระหว่างที่อ่านบันทึกของ กิลด์ทหารรับจ้างแห่งพันธมิตรโพรมอยู่นั้น ไมเคิลได้สะดุดตาเข้ากับหัวข้อนึง
สมิธหัวหน้ากิลด์ทหารรับจ้างคนก่อนเป็นคนก่อตั้งกิลด์ทหารรับจ้างแห่งพันธมิตรโพรมแห่งนี้ กิลด์ที่ดีที่สุดในทวีปเวอร์เซลล์ แต่กระนั้น ก็ไม่มีใครเคยเห็นเขาอีกเลยตั้งแต่ที่เขาเกษียณ

*ย๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก*
*ฮ่าฮ่า*
มันเป็นเสียงของการต่อสู้ระหว่างนักรบมนุษย์และอสูรปีศาจ

อสูรปีศาจกำลังต่อสู้ที่กำแพงโอดิน
เหล่าอสูรปีศาจมีทั้งขาที่สั้นและขาที่ยาว ซึ่งมันดูงุ่นง่าน เหมือนไม่มีชีวิต คล้ายกับพวกซอมบี้
ยิง!!
ลูกธนูราวกับห่าฝน ตกลงไปที่กำแพง

พลธนูยิงมันออกไปโดยปราศจากลูกธนู
เหล่านักบวชวิหารแห่งการฟื้นคืน ได้ชูไม้เท้าขึ้น

“Regorsออกมา

จงทำลายป้อมโอดินซะ
อสูรปีศาจที่คล้ายกับช้างขนาดมหึมา หรือ แมมมอธ วิ่งไปยังข้างหน้า

อสูรปีศาจขนาดเล็กที่ขวางทาง Regors อยู่ ถูกเตะจนตัวลอยไปไหนอากาศทันที แต่พวกเขาก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับมันนักและยังคงโจมตีต่อไป
*คู้วววววววววววววววววว*

อสูรปีศาจขนาดเล็กได้เป่าแตร จนเกิดเสียงกรีดร้องที่น่าสยดสยอง และเสียงกระทืบเท้า

พลธนู พวกแกมัวทำอะไรกันอยู่ห๊ะ ยิง!!

หยุดพวก Regors! ให้ได้

พวกอสูรปีศาจมันคือฝันร้ายของโอดิน

เหล่าผู้เล่นมนุษย์มากมาย โดนRegor กระทืบจนตาย ในสงครามศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้

*ว๊าททททท-ว๊าททททท-ว๊าทททททททททททท*

ลูกธนูจำนวนมากถูกปล่อยออกมาจากกำแพงโอดิน เต็มทั่วท้องฟ้าไปหมด

ลูกธนูที่โดน ผิวของ Regors ถึงกับโก่งเลยทีเดียว เพราะหนังหนาสีเทาของพวกมัน
*กว๊ากกกกกกกกกก*

*คว๊าทททททททททททท*
พวกเหล่าอสูรปีศาจขนาดกลาง รีบพุ่งตัวไปหลบอยู่ใต้ ท้อง และสะโพกของพวก Regors

ตัวพวกมันยังชุ่มไปด้วยน้ำลาย เมื่อพวกมันอ้าปาก

อีกแค่  200 เมตร หรือ มากกว่านั้น ที่พวกเขาใกล้จะถึงกำแพงโอดิน
อัศวิน ที่ปกป้องกำแพงโอดินอยู่นั้น รู้อยู่แล้วว่าพวกอสูรปีศาจที่พวกเขาสู้อย่างยากลำบากนั้นสามารถที่จะข้ามผ่านพวกเขาไปได้แน่นอน
ยิงธนูเข้าไปอีก
พวกนักเวทย์! พวกแกทำอะไรกันอยู่!!

พวกเรากำลังเติมมานาโดยการนั่งสมาธิอยู่”Kiamตอบ ซึ่งเขาเป็นหนึ่งในตัวแทนของเหล่านักเวทย์ที่ปกป้องป้อมปราการของกิลด์
นั่งสมาธิ????!!! มันใช่เวลาที่จะมาทำแบบนี้เรอะ!!! พวกแกรู้ไหมว่าพวกเราจะไม่มีโอกาสอีกแล้วถ้ากำแพงมันพัง เร็วเข้าเซ่ หยุดไอ้พวกสารเลวนี้ซะ!! ถึงพวกแกจะต้องใช้มานาทั้งหมดตาม!

เหล่านักเวทย์รีบท่องคาถาจากป้อมปราการโอดิน
*แคว๊กกกกกกกกกกกกกกก*
พื้นถูกยกขึ้น พร้อมทั้งเกิดสายฟ้าฟาด ลงมาบนพื้นดิน

เสียงดังคำรามจนหูอื้อ เกิดเปลวไฟ สายฟ้าฟาด น้ำ และลูกธนูเวทย์มนต์มากมายพุ่งเข้าใส่ไปยังอสูรปีศาจเหล่านั้น

มันเป็นการโจมตีที่ทรงพลังอย่างมาก ถึงกับทำให้ภูมิประเทศถูกทำลายเป็นหน้ากองเลยทีเดียว

พวกอสูรปีศาจ รวมทั้ง Regorsถูกกำจัดจนหมดสิ้น นี่มันเวทย์มนต์ประเภทไหนกันเนี้ยยย!!

บ้าเอ้ยยยย.....พวกเราไม่สามารถเก็บของเหล่านั้นได้
ฉันกำลังจะตาย มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่จะมาปกป้องกำแพงนี้

พวกเหล่าทหารรับจ้างบนกำแพงถึงกับสถบกันไม่หยุด ตั้งแต่ที่พวกเขาเห็นของดีๆมากมายถูกแย่งชิงไป

พวกเขาถึงกับต้องระงับความโลภ เพราะถ้าพวกเขาลงไปจากกำแพงนี้เท่ากับเป็นการฆ่าตัวตายชัดๆ

พวกอสูรปีศาจ เกิดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

ถึงแม้ว่าเวทย์มนต์จะถูกใช้ไปแล้ว แต่ก็ไม่มีสัญญาณบ่งบอกว่าเหล่าอสูรปีศาจจะลดลงแต่อย่างใด

การโจมตีจากอสูรปีศาจกลับรุนแรงขึ้น ป้อมปราการโอดินตอนนี้คล้ายกลับเทียนไขในพายุยังไงยังงั้น

ไม้เท้ากระดูกของเดย์มอนสั่น

การต้านทานของพวกแกจะต้องจบลง
Suban ถึงกับหัวเราะ

วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายอย่างงั้นรึ

ใช่ ไม่ต้องรีบร้อนหรอก พวกมันหยุดการป้องกันจากพวกเราไม่ได้หรอก วันนี้พวกเราจะเข้าไปในป้อมโอดินให้ได้

ถ้าพวกเขาสามารถยึดป้อมปราการโอดินมาได้ ในการที่จะยึดอาณาจักร ไอเดน หลังจากนั้นก็ไม่นานแล้ว

ถ้าพวกเขาได้เข้าควบคุมโกดังข้าวและคลังอาวุธ พวกกองทัพอสูรปีศาจจะได้รับอาหารและอาวุธที่ดีขึ้น
กองกำลังของพันธมิตรอาจจะก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา แต่ใครก็ตามที่กล้าเผชิญกับอสูรปีศาจแสดงว่าคนไม่รู้ถึงความน่ากลัวของพวกมัน

กำลังพลเพื่อปฏิบัติหน้าที่ทางทหาร ได้กล่าวไว้ว่า ถ้าจะต้องการยืมมือจากอาณาจักรอื่นจะใช้เวลามาก กว่าที่พวกเขาจะมาถึง

เสียภาษาที่สูงขึ้นและต้องฝึกกำลังทหารอีกด้วย!

พวกกิลด์ที่มีชื่อเสียง รวมทั้งพวกเจ้าเมือง ต่างก็ไม่มาเข้าร่วมอย่างแน่นอน

ก่อนที่เหล่าทหารแห่งวิหารแห่งการฟื้นคืนจะรุกราน ถ้ายกเว้นจากการถูกล้อมไปด้วยสงครามนี้ ทุกหนทุกแห่งภายในอาณาจักรเคยมีแต่ความสงบสุขและมีศัตรูแค่มอนสเตอร์
พวกเขาได้แต่หวังลมๆแล้งๆในโลกแฟนตาซีแห่งนี้ว่าป้อมปราการและกำแพงโอดินแห่งนี้จะถูกปกป้องเอาไว้ได้
และแล้วก็ได้เกิดการติดเชื้อที่ทำให้ถึงตายระบาดภายในป้อมปราการโอดิน ซึ่งทำให้เหล่าทหารสัมพันธมิตรเกิดความเจ็บปวดและเสียขวัญ
เดย์มอนยกไม้เท้ากระดูกชี้ไปยังปราสาท
โจมตี
เหล่า Regors วิ่งไปยังป้อมปราการโอดิน อีกทั้งยังมีก๊อบลินขี้หลังพวกมันอีกด้วย

เหล่าพวกก๊อบลินที่อ่อนแอนั้นในการเคลื่อนไหวไปมามันไม่ง่ายนักแต่ด้วยเงินและเหยื่อของกองทัพปีศาจ ทำให้พวกเขาจัดการเรื่องนี้ได้ง่ายขึ้น

ขาของก๊อบลินนั้น เป็นกำลังที่ทำให้อสูรปีศาจแข็งแกร่งขึ้นกว่าแต่ก่อน

พวกก๊อบลินยกหอกที่ด้อยคุณภาพของพวกมันขึ้นมา แกว่งไปมาบนตัวของ Regors

เดย์มอน ผู้ที่ได้นำกองทัพวิหารแห่งการฟื้นคืน และได้บุกทำลายทวีปเวอร์เชล ได้รับฉายาว่า เจ้าชายแห่งความมืด

เขาผู้ซึ่งนำพาความหายนะ และทำให้ทวีปเวอร์เซลแห่งนี้เต็มไปด้วยอสูรปีศาจ

* * * * * * * * * * * * * * *
เจฟเฟอร์สันเดินออกมาในชุดสูท ผูกไท เขาเดินตรงไปที่ห้องประชุมด้วยใบหน้าเข้มขรึม

 “วันนี้คงไม่ง่ายเหมือนเดิมสินะ

 “สวัสดีค่ะ คุณเจฟเฟอร์สัน

 “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ คุณโจฮันน่า

เจฟเฟอร์สันกล่าวทักทายผู้หญิงทุกคนที่เดินผ่านเขา ด้วยท่าทางสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน อย่างไรก็ตาม หลังจากเดินผ่านพวกเขา สีหน้าอึมครึมก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาอีกครั้ง

บริษัทที่เขาทำงานอยู่นั้นคือ โกลบอล เจ เค ไอ ไฟแนนเชียลกรุ้ป ที่นิวยอร์ก!(บริษัทการเงินน่ะแหละ)

ตามต้นแบบทางอเมริกา พวกเขามีคติประจำตัวเกี่ยวกับการลงทุน:

 ‘ลงทุนในที่ๆทำเงิน

ทรัพยากร ผู้คน บริษัท และ ประเทศ

ไม่มีข้อจำกัดการลงทุนใดๆทั้งสิ้น

พวกเขานิ่งเงียบมาสักระยะ เพราะความโลภที่ไม่มีขีดจำกัด ทำให้พวกเขาขาดทุนมหาศาล

อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่นานมานี้ พวกเขาได้มีการเพิ่มทุนอีกครั้ง

เจฟเฟอร์สัน ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร รับหน้าที่ดูแลการลงทุนในเอเชีย เขาเป็นประธานในการประชุมร่วมกับผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ควบคุมความมั่งคั่งของบริษัท

กำไรที่พวกเขาได้จากการลงทุนธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานทั้งในอเมริกาและยุโรปนั้นยอดเยี่ยมมาก การลงทุนธุรกิจน้ำมันที่อียิปต์นั้น กำลังไปได้สวย เริ่มมีกำไรมากขึ้นเรื่อยๆ และ การลงทุนในเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม ก็กำลังโชว์ผลงานได้เป็นที่น่าพอใจ

ปัญหาคือทางฝั่งเอเชีย

พวกผู้ถือหุ้นต่างพากันหงุดหงิดเพราะผลตอบแทนที่ได้นั้นสูงเกินไป (Admin: ตรรกะอะไรวะเนี่ย)

 “สัดส่วนหุ้นที่พวกเราถือในบริษัทยูนิคอร์น ณ ตอนนี้ คิดออกมาเป็นเปอร์เซ็นได้ประมาณ 7.2%. ด้วยราคาตลาด ณ ตอนนี้ มูลค่าที่ประเมินได้ ประมาณ 16.8 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ

 “ผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนของพวกเรานั้นสูงเกินกว่าหนึ่งร้อยเท่าเบนจามินแชนเลอร์ กล่าวรายงานนี้ เขาคือรองประธานของทางฝั่งสหรัฐอเมริกา

ใช่แล้ว ผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุน มากกว่า 130 เท่า ผลตอบแทนที่ได้นั้นสูงที่สุดเท่าที่พวกเราเคยเห็นมา มันสูงกว่าทุกบริษัทรวมกันซะอีก

ทำไมก่อนหน้านั้นคุณถึงไม่ลงทุนในบริษัทยูนิคอร์นให้มากกว่านี้ล่ะ?”

กำไรมากถึง 130 เท่า!

แต่มันก็ยังไม่พอสำหรับแชนเลอร์คนโลภมาก พวกผู้จัดการคนอื่นๆและผู้ถือหุ้นต่างพากันตำหนิถึงความผิดพลาดของเจฟเฟอร์สัน

 “พวกเราพลาดโอกาสทำเงินซะแล้ว คุณคงไม่ได้ลืมโอกาสที่มันจะเติบโตในอนาคตอันใกล้ แล้วกลายมาเป็นกำไร คุณคงไม่ได้ลืมหรอก ใช่มั้ย?”

 “ผมละไม่อยากจะเชื่อเลยว่าทำไมคุณถึงได้ประมาทขนาดนี้ กับบริษัทของพวกเราที่เติบโตไปพร้อมกับการพัฒนาของบริษัทยูนิคอร์น

เจฟเฟอร์สันถึงกับไอ และกล่าวขอโทษ

 “พวกเราพยายามแล้วครับ แต่ราคาหุ้นพุ่งขึ้นไปสูงมากแล้ว

 “ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นถึง 130 เท่า พวกเราควรจะลงทุนให้มากกว่านี้ตั้งแต่ต้น!

 “ก่อนหน้านี้ มันเป็นบริษัทที่ยังไม่มีการรับรอง พวกสื่อต่างๆและนักวิชาการในอเมริกาต่างแสดงความคิดเห็นในเชิงลบ ดังนั้น การจะลงทุนเยอะๆจึงเป็นเรื่องที่ตัดสินใจได้ยากลำบาก

 “สัดส่วนการลงทุนของต่างชาติที่ถือหุ้นอยู่ในบริษัทยูนิคอร์น ตอนนี้มีเท่าไหร่?”

 “ประมาณ 19.4% ครับ

เจ เค ไอ ไฟแนนเชียลกรุ้ป บริษัทจัดการกองทุนบำเหน็จบำนาญพนักงงานรัฐวิสาหกิจภายใต้รัฐบาลแคลิฟอร์เนีย และบริษัทลงทุนอื่นๆ เมื่อรวมกันแล้วมีสัดส่วนหุ้น มากถึง19.4%

 “คุณคิดว่า พวกเราควรจะรวมพลังกันและจัดการกลืนบริษัทยูนิคอร์น ก่อนที่มันจะโตไปมากกว่านี้ดีมั้ย?”

การเข้ายึดและควบคุมด้วยแหล่งเงินทุนมหาศาล!

ไม่มีใครกล้าพูดแบบนี้แน่ นอกจากซะจากจะเป็นแชนเลอร์

ตอนนี้ เสื้อของเจฟเฟอร์สันเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ

 “พวกเราจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อมีการสำรวจความคิดเห็นแล้วเท่านั้น แต่ผมคิดว่ามันคงยุ่งยากมากแน่ๆหากเรามีการร่วมทุน

 “สำหรับตอนนี้ พวกเราควรจะหาเงินทุนให้ได้ก่อน

 “ถึงแม้จะมีเงินมากขนาดไหนก็ตาม มันก็ไม่ได้ใกล้เคียงเลย

เมื่อ รอยัลโร้ด ประสบความสำเร็จ บริษัทยูนิคอร์นก็เติบโตอย่างไม่คาดคิด

ราคาหุ้นพุ่งทะยานสูงเกินกว่าที่คนทั้งโลกจะคิดได้ ทันทีที่ตลาดหุ้นเปิด ราคาของมันพุ่งทะยานสูงขึ้นไปเรื่อยๆ สูงแล้ว สูงอีก

ไม่มีใครขายหุ้นออกมาเลยสักคน พวกที่มีหุ้นอยู่แล้ว ต่างเชื่อมั่น และถือมันต่อไป เพื่อที่ราคาของมันจะสูงขึ้นไปอีก ดังนั้นจึงไม่มีใครต้องการขายหุ้นบริษัทยูนิคอร์นเลยสักคน แค่เงินปันผลที่พวกเขาได้รับทุกปีนั้น มากพอที่จะอยู่ได้ไปตลอดชีวิต

ในทางกลับกัน คนที่ต้องการหุ้นบริษัทยูนิคอร์น ต่างพยายามซื้อมัน ไม่ว่าจะต้องจ่ายราคาไหนก็ตาม

เหล่าบรรดาเซียนหุ้นจากทั่วโลก ต่างพยายามซื้อหุ้นบริษัทยูนิคอร์น แม้จะได้แค่หุ้นเดียวก็ยังดี แต่ทว่าทุกคนกลับต้องโมโหกันเป็นแถว ก็เพราะว่าไม่มีใครขายมันเลยสักคน

 “มันเป็นไปได้ยังไงเนี่ย หุ้นแบบนี้ มันมีที่ไหน?”

แชนเลอร์รู้สึกได้ถึงความปั่นป่วนในท้องของเขา

จนกระทั่งตอนนี้ ราคาหุ้นของบริษัทยูนิคอร์นก็ยังคงพุ่งทะยานต่อไปไม่มีวันจบ และราคาหุ้น ณ ตอนนี้ ทำให้มันกลายมาเป็นหุ้นที่มีราคาแพงมากที่สุดในโลก

 “ไม่ว่าพวกเราจะเสนอราคาสูงแค่ไหน ไม่มีใครยอมขายเลยสักคน ยิ่งมีข่าวลือว่าพวกเราวางแผนจะควบรวม ช่วงเวลาเทรดยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ

เจฟเฟอร์สันเสียใจมากที่เขาทำได้แค่แจ้งข่าวร้ายให้กับบรรดาผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่มันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้นี่นะ

ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทยูนิคอร์นมีเงินทุนมากมายมหาศาล

ความจริงแล้ว บริษัทการเงินจำนวนมากได้ผนึกกำลังร่วมกันและเปิดเผยความตั้งใจที่มีต่อบริษัทยูนิคอร์น การกระทำของพวกเขาสะเทือนบริษัทยูนิคอร์น ผ่านสื่อต่างๆและบริษัทเครดิตต่างๆ เพื่อพยายามซื้อหุ้นของบริษัท

การตอบสนองของบริษัทยูนิคอร์นนั้นเป็นไปอย่างดุเดือดเข้มข้น

พวกเขาใช้อำนาจแหล่งเงินทุนจำนวนมหาศาล ขยายการลงทุนในหุ้นที่เป็นสื่อต่างประเทศและบริษัทไฟแนนซ์ พวกเขาแทรกแซงการบริหารจัดการในบริษัทและบีบบังคับให้ปลดสมาชิกบอร์ดบริหาร สุดท้าย ฝ่ายตรงข้ามจำเป็นต้องยอมถอยร่นกลับไป

บริษัทไฟแนนซ์ของต่างชาติถึงกับสั่นคลอน พวกเขาเสียเงินไปเป็นจำนวนมาก พวกเขาต้องประสบกับความเดือดร้อน อันเนื่องมาจาก พลังอำนาจทางเศรษฐกิจ ที่บริษัทยูนิคอร์นครอบครองอยู่

บริษัทยูนิคอร์นคือผู้ถือหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในธนาคารเพื่อการลงทุนในต่างประเทศ

ค่าบริการรายเดือน 2 แสนวอน! (6พัน-7พันบาท)

ทุกอย่างเป็นไปได้สำหรับบริษัทอย่างยูนิคอร์น บริษัทที่ใช้เงินลงทุนมหาศาลทุกเดือน

การประชุมของ เจ เค ไอ ไฟแนนเชียลกรุ้ป สรุปเรียบร้อยโดยที่ยังไม่มีผลลัพธ์หรือทางออกใดๆทั้งสิ้น

บรรดาผู้ถือหุ้นใหญ่พยายามเคลื่อนย้ายร่างกายอันหนักอึ้ง เพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน

ผมจะกลับบ้านไปพักผ่อน

 “อบิเกล วันนี้ คุณจะเข้าไปเล่นรอยัล โร้ด อีกมั้ย?”

 “แน่นอน ฉันเพิ่งซื้อคฤหาสน์ติดทะเลมาเมื่อไม่นานมานี้เอง

 “คุณแชนเลอร์ คุณเลเวลเท่าไหร่แล้ว

 “290 คุณอยากออกไปล่าด้วยกันมั้ยล่ะ?”

 “แน่นอนอยู่แล้ว ได้โปรดช่วยฉันด้วยนะ พอเลเวลเกิน 200 แล้ว การออกล่าชักจะยากขึ้นทุกที

 “มันยากเสมอ ถ้าเราไม่รู้วิธี

เหล่าผู้ถือหุ้นใหญ่ต่างก็เล่นรอยัล โร้ด ด้วยเหมือนกัน

พวกเขามีทั้งพลังอำนาจและความร่ำรวยในโลกจริง ตั้งแต่ที่พวกเขาได้ออกไปผจญภัยในทวีปเวอร์เซลล์ มันไม่มีเหตุผลเลยที่พวกเขาจะไม่ชอบมัน

พวกเขาเหมือนมีชีวิตใหม่ด้วยร่างกายหนุ่มสาว อีกทั้งรูปร่างหน้าตาที่สวยงามและหล่อเหลาเอาการ

 “แล้วเจอกันในการประชุมครั้งหน้า

เจฟเฟอร์สันเดินออกไปส่งบรรดาผู้ถือหุ้นใหญ่ ที่มาพร้อมกับรถยนต์สุดหรู

เขาเองก็เป็นผู้เล่นในรอยัล โร้ดด้วยเหมือนกัน

ในเมื่อเขาเป็นถึงผู้บริหารในบริษัทลงทุน เขาจึงเลือกเล่นอาชีพพ่อค้า

เขาพยายามดิ้นรนเพื่อให้ได้เงินจำนวนมาก เพื่อครอบครองที่ดินและยศถาบรรดาศักดิ์เหมือนกับเหล่าชนชั้นสูง

หลังจากนั้น รอยัล โร้ด กลายมาเป็นโลกเสมือน ที่ทุกคนไม่สามารถปฏิเสธได้ จนถึงกับถูกดูดให้เข้าไปอยู่ในนั้น

* * * * * **  * * * *
มอออออ!

เจ้าเหลืองตะเบ็งเสียงเยิ่นเย้อ

เขาดูเหนื่อยมาก อย่างกับว่าถูกใช้ให้ไปไถนา มาตลอดทั้งวัน!

มันเป็นเพราะเขาต้องดิ้นรนเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสเต็ปการเคลื่อนไหว เพื่อเอาไปใช้ในการต่อสู้

วีดฃักดาบออกมา

บุกเข้าไป เจ้าเหลือง!

มอออออออออ! 

เจ้าเหลืองเหยียดขาหลัง แล้วออกวิ่ง

วัวป่าผู้บ้าคลั่ง พวกเขาวิ่งลงจากภูเขาหินที่สูงชัน ไร้ซึ่งความกลัว ความเร็วขอกพวกเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เร็วขึ้น เร็วขึ้นอีก

ผ้าคลุมของวีด โบกสะบัด พลิ้วไหวไปมาท่ามกลางสายลมที่พัดผ่าน

นี่สินะ ความรู้สึกนี้

ไม่มีอะไรจะเท่ห์ไปกว่า ผ้าคลุมที่กำลังโบกสะบัดในขณะที่คุณกำลังวิ่งไปอย่างรวดเร็ว

วีดใส่ชุดออกรบด้วยอุปกรณ์ที่ดีที่สุด

ดาบปีศาจที่เขาได้มาตอนไปที่โทเดียม มันคือรางวัลอันทรงเกียรติของอัศวินโคลเดอริมแห่งอาณาจักรคัลลามอร์ เกราะที่ดูดซับลำแสงศักดิ์สิทธิ์ ชุดเกราะของทัลร็อค หมวกเหล็กสีดำของชนชั้นสูงที่ดูสละสลวย ผ้าคลุมแวมไพร์ และรองเท้าบูทสีดำ เขาใส่แม้กระทั่งโล่โบราณ(โล่ Ancient Shield คุณสมบัติเทพๆหน่อย แต่ถ้าค่าความทนทานหมดลง ก็เป็นได้แค่เศษเหล็ก)

ต่อให้เขาขี่รถมัสแตงไปตามทุ่งร้าง มันก็ไม่ได้ช่วยให้เขาดูดีขึ้นมาเลยสักนิดเดียว

เสื้อผ้า ทำให้ชาย ดูเป็นชายมากขึ้น

ถึงแม้ว่าการที่ขี่อยู่บนหลังของเจ้าเหลืองจะดูแปลกๆ วีดก็พอใจกับการปรากฏกายของตัวเองไม่มากก็น้อย

 “มันเป็นเพราะว่าเราไม่ได้ใส่ชุดแฟชั่นเฉยๆหรอก ไม่อย่างนั้นแล้ว เราคงได้กลายเป็นสุดยอดดารานักแสดงไปแล้วล่ะ เห๊อะ?”

ความมั่นใจที่แม้กระทั่งดาราก็ไม่อาจทัดเทียมความหล่อเหลาของเขาได้ ถ้าหากเขาเปลี่ยนทรงผมและเสื้อผ้า!

มันจะดูคลาสสิคสุดๆ;ถ้าหากเขาเป็นอัศวินผู้เลอโฉม สวมใส่ชุดเกราะสุดอลังการ อยู่บนหลังวัวที่สูงถึง 5 เมตร!

เขารู้สึกได้ถึงพลังที่เอ่อล้นจากแรงขับเคลื่นที่มาจากเจ้าเหลือง

บุกเข้าไป เร็วขึ้นอีก!

 “ข้าวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดแล้วนะ เจ้านาย

 “ไฮย๊า ไฮย๊า!

แม้กระทั่งวีดยังทำเสียงแส้ด้วยปากของตัวเอง เขานั่งอยู่บนหลังของเจ้าเหลืองโดยที่ไม่มีที่รองนั่งหรือบังเหียน แต่เขาต้องทำทุกสิ่งที่สามารถทำได้

พวก Caltrops ที่อยู่ข้างล่างภูเขาหิน รับรู้ได้ถึงการมาของเจ้าเหลือง

 “นั่นมันวัวนี่

มนุษย์ มนุษย์เข้ามาที่นี่ได้ยังไงเนี่ย

 “เขาเป็นอัศวินของวิหารเอ็มบินยูรึเปล่า? พวกเขาไม่สามารถเข้ามายุ่งเรื่องของพวกเราได้เพราะพวกเราได้ตกลงกันแล้ว

ไม่ มันไม่มีสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายบนชุดเกราะของเขา ฆ่าเขาซะ ฆ่ามันซะ!

มี Caltrops อยู่ 5 ตัว พวกมันตั้งท่าพร้อม

พวกมันชาร์จพลังด้วยหนวดของมันและปล่อยสายฟ้าออกมา

*ตู้มมมมมมมมม!*

เสียงที่ดังราวกับฟ้าผ่า เส้นสายฟ้าพุ่งตรงเข้าใส่ในทันที

มอออออออออ!

เจ้าเหลืองร้องโอดครวญด้วยอาการตกใจ พร้อมกับพุ่งหลบไปด้านข้าง

เขาลดความเร็วลง ในขณะที่กำลังเปลี่ยนทิศทาง

สายฟ้าพุ่งเลยผ่านระหว่างวีดกับเจ้าเหลือง

สายฟ้าฟาดลงไปที่ภูเขาหินและพื้น พื้นดินแถวนั้นแตกระแหงและมีรอยไหม้ เศษหินแตกกระจายไปทุกทิศทุกทาง

 “อย่างที่คิดไว้เลย วัวของพวกเรา!

วีดกล่าวชื่นชมไม่หยุด

การเคลื่อนไหวของมันดูคล่องแคล่วว่องไวและมีพละกำลังความอึดที่มากกว่าม้า เขาไม่ได้รับคำแนะนำหรือการฝึกสอนใดๆจากวีด แต่เจ้าเหลืองก็สามารถหลบการโจมตีนั้นได้ด้วยตัวเอง

การที่คิดว่าเจ้าเหลืองสามารถหลบการโจมตีจากสายฟ้าฟาดภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที เจ้าเหลืองทำได้เกินความคาดหมายของวีด

 “บุกเข้าไปอีกรอบ!

มอออออออ!

 “มันน่ากลัวมาก ข้าไม่ชอบเลย ข้าไม่คิดว่าข้าเหมาะกับการต่อสู้

เจ้าเหลืองส่ายหัวไปมา

ดูเหมือนว่าการต่อสู้จะไม่เหมาะกับวัวไร้เดียงสา

แทนที่จะกระตุ้นกำลังใจด้วยการชื่นชม วีดกลับใช้วิธีการขมขู่ที่โหดร้ายทารุณ

มันไม่ควรจะมีความลังเลเลยแม้แต่น้อยเมื่อเข้าสู่การต่อสู้!

 “ถ้าแกกลัวนักล่ะก็ วิ่งไปหาพวกมันซะ เนื้อย่าง เนื้อดิบ ซุปซี่โครง เนื้อหมักย่างบนแผ่นหินร้อนๆ เนื้อหมักไร้กระดูก ชาบู ชาบู ซุปหางวัว ส้นเท้าวัว ซุปกระดูกวัว!

 [ชาบู ชาบู อาหารญี่ปุ่นที่ประกอบไปด้วยเนื้อสไลด์เป็นแผ่นบางๆ เอาไปแกว่งในน้ำเดือดๆ เซิร์ฟพร้อมซอสจิ้มจุ่ม คล้ายๆกับสุกียากี้ แต่ชุ่มช่ำกว่าและหวานน้อยกว่า]

มอออออออ!

เจ้าเหลืองวิ่งสุดกำลังด้วยขาทั้งสี่ข้าง

ถึงแม้เขาจะมีน้ำหนักมาก พละกำลังความแข็งแกร่งและความอึดนั้นยอดเยี่ยมมาก จนถึงกับทำให้เขาวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดได้อีกครั้ง

พวกเขาเข้าไปใกล้มากขึ้น พวก Caltrops อยู่ห่างออกไปอีก 100 เมตร

 “หอกสายฟ้า!

การโจมตีด้วยสายฟ้าอีกระลอก!

วีดยกโล่โบราณขึ้นมา

เพราะพวกเขาอยู่ใกล้เกินไป เพวกเขาจึงไม่สามารถหลบการโจมตีนั้นได้อย่างสมบูรณ์ ถึงแม้ว่าเจ้าเหลืองมีปฏิกิริยาโต้ตอบเร็วแค่ไหนก็ตาม ถึงแม้ว่าพวกเข้าจะหลบได้ พลังโจมตีก็จะลดลงถ้าหากความเร็วของพวกเขาตกลง ดังนั้นการหลบจึงไม่ได้เป็นไปอย่างที่ใจต้องการ

การโจมตีด้วยสายฟ้าถูกกันไว้ได้ด้วยโล่โบราณ พวกมันถูกคลุมด้วยออร่าอ่อนๆของโล่และการโจมตีก็ไหลออกไปอีกทาง

วีดรู้สึกได้ถึงแรงต้านอันมหาศาล แต่เขาสามารถทนได้และเหวี่ยงดาบไปมา

พวก Caltrops โยนหินใส่พวกเขา

 “เคล็ดมีดสลักแสงจันทร์!

ช่วงเวลาที่เจ้าเหลืองวิ่งผ่านพวก Caltrops ดาบปีศาจก็ตัดผ่านร่างของพวก Caltrops ทันที

วีดรีบฟันพวก Caltrop ที่อยู่ข้างขวา จากนั้นบิดข้อมือไปจับตรงด้ามดาบและฟันไปด้านบน

ดาบปีศาจเคลื่อนไหวไปมาอย่างอิสระภายใต้ท่วงท่าการจับดาบของวีด!

การเคลื่อนไหวของวีด ไม่ได้หยุดลงเพียงเท่านี้

เขาคว้าเขาของเจ้าเหลืองเอาไว้อย่างแน่นหนาด้วยมือข้างซ้าย และบิดตัวทันที

มออออ!

ขาและก้นยกสูงขึ้น เขาใช้แรงจากจุดศูนย์กลางเมื่อตอนที่ฟันดาบไปข้างหน้าและบิดตัวหมุน

ในขณะที่ทำท่า 360 องศา บนหลังของเจ้าเหลือง เขาฟันไปที่ของคอ Caltrop ที่อยู่ข้างซ้าย

 “อ้ากกกก!

พวก Caltrops ที่ตั้งท่าอยู่เริ่มเลือนหายไป

แม้ว่ามันจะไม่ใช่การโจมตีของอัศวิน แต่ความเสียหายที่เขาทำได้นั้นก็รุนแรงพอ เพราะการโจมตีด้วยดาบที่มาพร้อมกับความเร็วสูง และพวก Caltrops เอง ก็ไม่ใช่มอนสเตอร์ที่มีพลังชีวิตเยอะขนาดนั้น

ผิวหนังของพวกมันทั้งแข็ง แห้ง และ หยาบกร้าน คือ พลังป้องกันที่ไร้เทียมทาน แต่ก็มิอาจต้านทานการโจมตีจากเคล็ดมีดสลักแสงจันทร์ ที่มีเอฟเฟคไม่สนใจพลังป้องกันของฝ่ายตรงข้าม

หลังจากที่พวกเขาจัดการไปได้แล้ว 2 ตัว พวกเขาก็พุ่งเข้าไปโจมตีพวก Caltrops ต่อ

*ฟิ้ววว!*

เจ้าเหลืองวิ่งซิกแซกไปมาด้วยขาหน้าของมัน พวกเขาเข้าไปใกล้ฝูง Caltrops ในขณะที่ลงมือจัดการพวกมัน ด้วยความเร็วที่ลดลง

นี่คือจุดที่เสียเปรียบที่สุดของพวกอัศวินที่โจมตีบนหลังม้า!

มันกลายมาเป็นสุดยอดอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดเมื่ออยู่บนพื้นราบหรือทุ่งราบ แต่เมื่อคุณวิ่งผ่านพวกมอนสเตอร์ การหมุนตัวกลับมานั้นเป็นอะไรที่ยากมาก สำหรับพวกมอนสเตอร์ที่รู้การโจมตีระยะไกล มันจะกลายมาเป็นจุดอ่อนทันที

ไม่ว่าจะยังไง เจ้าเหลืองก็ไม่ใช่ม้าอยู่ดี

ก้าวไปด้านข้าง ก้าวถอยหลัง เขาคือวัวที่สามารถเปลี่ยนทิศทางได้อย่างอิสระ!

เขาลดความเร็วลงอย่างกะทันหันและเปลี่ยนทิศทางทันทีที่ผ่านพวก Caltrops เขารู้แม้กระทั่งระยะที่วีดจะเหวี่ยงดาบได้อย่างเหมาะเจาะ

เขาเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของตัวเองเป็นอย่างดี เหมือนกับวัวทั่วๆไปที่ได้รับมอบหมายงานให้ทำด้วยความเชื่อมั่น เขาไม่เคยทำอะไรผิดพลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว ถึงแม้ว่านั่นจะเป็นครั้งแรกก็ตามที่ได้ทำอะไรแบบนั้น

พวก Caltrops ไม่ได้ตายในดาบแรก แต่พวกมันสูญเสียพลังที่จะต่อสู้ไปค่อนข้างมาก สิ่งที่เค้าต้องทำมีเพียงแค่ฟันไปบนผิวบางๆที่อยู่ตรงคอของพวกมัน

Caltrop ตัวสุดท้าย อยู่ข้างหน้าเจ้าเหลือง

วีดลูบคอของเจ้าเหลือง

 “เจ้าเหลือง จัดการมันซะ!

 “ข้าไม่อยากทำ ข้าไม่ทำอะไรที่ร้ายกาจแบบนี้

เขายังคงไม่ละทิ้งซึ่งความลังเลและความสมัครใจในการต่อสู้!

วีดรู้วิธีที่จะใช้ไม้อ่อนและไม้แข็ง ถ้าเค้าเอาแต่บีบบังคับหรือข่มขู่ล่ะก็ มันจะเกิดการต่อต้านไม่ว่าวัวตัวนั้นจะซื่อสัตย์มากแค่ไหรก็ตาม

 “จัดการมันแล้วฉันจะให้แก 1 ทองแดง ถ้านายฆ่ามันได้ล่ะก็ ฉันจะให้แก 2 ทองแดง

อีกหนึ่งแรงจูงใจในการต่อสู้!

สำหรับเจ้าเหลืองแล้ว หนึ่งทองแดงเป็นจำนวนที่ดูมหาศาลมาก

 ‘ทุกอย่างสามารถซื้อได้ด้วยเงินหนึ่งทองแดง....หญ้าหนึ่งกำมือที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารอาหาร น้ำเย็นๆ10 ถัง

นอกจากนั้นแล้วหากเขาเก็บเงินได้มากถึง 10 ทองแดง เขาสามารถซื้อที่ดินเท่ากับความกว้างของฝ่ามือ อย่างน้อย ถ้าเขาปลูกหญ้าลงบนที่ดินผืนนั้น เขาก็สามารถกินพวกมันเมื่อไหร่ก็ได้ในตอนที่เขาหิว

ถ้าเค้าเก็บได้ถึง 10 ทอง เค้าสามารถสร้างคอกเล็กๆเอาไว้หลับนอนได้ นั่นคือความหวังอันสูงสุดในชีวิตของเจ้าเหลือง

ความฝันที่จะได้มีบ้านเป็นของตัวเอง!

มอออออออ!

เจ้าเหลืองพุ่งเข้าไปด้วยพลังใจเต็มเปี่ยม!

เขาพุ่งทะยานจากจุดที่พื้นดินฝังลึกและชน Caltrop ด้วย เขาอันแหลมคม

Caltrop ร้องเสียงโหยหวนเมื่อถูกชน จนกระเด็นไปหลายเมตร

วีดล่าพวก Caltrops ได้ค่าประสบการณ์อันแสนอร่อย แจปเทม แผ่นเหล็กสีดำ เมล็ดพืช หินสีน้ำเงิน และอะไรพวกนั้น

 “เราไม่รู้ว่าหินพวกนี้เอาไปใช้ทำอะไรได้ แต่ถ้าเราเก็บสะสมมัน บางที มันอาจจะมีสักที่ ที่เราสามารถขายมันได้

วีดตรวจสอบรายได้ของเขา และหัวเราะด้วยความสุขใจ

ผลของความพยายาม ไอเทมที่ใช้ในการตีเหล็ก และ ค่าประสบการณ์อันหอมหวาน

 “ต้องอย่างนี้สิ รสชาติของการออกล่า

ความสัมพันธ์ระหว่างพวก Caltrops และ อสูรปีศาจนั้น คือ ศัตรู!

พวกอสูรปีศาจนั้นจะมีลกษณะที่คล้ายคลึงกันกับอสูรปีศาจของกองทัพคืนชีพ และพวกมันกระจัดกระจายไปตามแม่น้ำโหยหวน ดูเหมือนว่าพวกสัตว์ประหลาดที่ดื่มน้ำจากแม่น้ำโหยหวน ถูกเปลี่ยนให้กลายมาเป็นอสูรปีศาจ

หลักๆแล้ววีดล่าแต่พวกอสูรปีศาจและ Caltrops

 “ห้าพี่น้องฟินิกซ์ ลงมือได้!

เขาให้พวกฟินิกซ์เข้าร่วมการต่อสู้เหมือนกัน

สุดยอดห้าพี่น้องฟินิกซ์!

พวกมันสามารถทำให้หมอกหายไปด้วยการหายใจเพียงแค่ครั้งเดียว พื้นดินเปล่งแสงและติดไฟ

เมื่อใดที่ความชื้นระเหยไปจนหมด การโจมตีด้วยสายฟ้าของพวก Caltrops ก็เบาลง

เหล่านกฟินิกซ์บินเป็นระยะทางไกลและพุ่งไปจิกที่หัวของศัตรู

ในเมื่อพวกมันมีพลังชีวิตที่แทบจะไม่จำกัด จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะรับการโจมตีธรรมดาๆด้วยร่างกายของพวกมัน

พวกมันสามารถฟื้นพลังให้ตัวเองได้ ไม่ว่าพลังชีวิตของพวกมันจะลดลงมากแค่ไหนก็ตาม ในไม่ช้า พวกมันก็จะฟื้นกลับมาได้อีกครั้ง

พวกมันสามารถฟื้นจากความตายได้ ตราบใดที่ยังมีเปลวไฟเหลืออยู่; ด้วยการสนับสนุนของห้าพี่น้องฟินิกซ์ การต่อสู้จึงจึงสะดวกสบายมากขึ้น

 “หุหุหุหุ

เสียงหัวเราะที่ดูชั่วร้าย ดังออกมาจากปากของวีด

เขารู้สึกดีมากเมื่อได้เห็นเหล่าประติมากรรมที่เขาทุ่มเทให้ชีวิต พวกมันเข้าต่อสู้อย่างกล้าหาญ

ยิ่งพวกฟินิกซ์แข็งแกร่งมากเท่าไหร่ เขายิ่งได้ไอเทมมากขึ้นเท่านั้น!

จงสู้ และกลายมาเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด ปกคลุมโลกใบนี้ด้วยเปลวเพลิงของเจ้า!

เหล่าห้าพี่น้องฟินิกซ์และเจ้าเหลือง!

พวกมันกลายมาเป็นสุดยอดกำลังเสริมให้กับวีด

เขาออกล่าพวกมอนสเตอร์ไปตามแม่น้ำโหยหวน และได้ขยายขอบเขตในการทำเควสออกไป

ไม่ว่าจะยังไง เขาก็ไม่สามารถออกไปไกลจากริมแม่น้ำและเดินไปมาในพื้นที่ๆกว้างใหญ่ได้ เพราะเขาไม่รู้ว่าจะมีอันตรายอะไรซ่อนแถวนั้นรึเปล่า

แต่ ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้น ฝูง Caltrops นับ สิบๆ ตัว ก็ถูกจัดการด้วยฝีมือของห้าพี่น้องฟินิกซ์

ยังไงก็ตาม เขาคงต้องรอไปอีกนานเลย

 [วีดต้องรอให้พวกฟินิกซ์ฟื้น]
ผู้แปล:Kamijocho
ผู้แปล:แอดชิน เพจเราอ่านนิยายแปล
Editor:แอดชิน เพจเราอ่านนิยายแปล
ที่มา: http://japtem.com/lms-volume-15-chapter-10

ไฟล์: https://drive.google.com/…/fol…/0B7slWHQIQ6wCM1hicDY3dUw2cXM