วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560

เล่ม 24 ตอนที่ 8: นายเหนือหัวแห่งป้อมปราการเวอร์โก้ แปลโดย Cole’s Myth

เล่ม 24 ตอนที่ 8: นายเหนือหัวแห่งป้อมปราการเวอร์โก้ แปลโดย Cole’s Myth


พายุน้ำแข็งที่กักเก็บความหลังเมื่อครั้งในอดีตอันแสนจะหนักอึ้ง! อุณหภูมิบรรยากาศโดยรอบตกลงอย่างฮวบฮาบ พวกอันเดดไม่ได้ตระหนักถึงสิ่งนี้เพราะว่าพวกมันไม่ได้รู้สึกถึงความหนาวเย็น แต่ทว่าวีดกับเหล่านักดาบสามารถรู้สึกได้ถึงลมเย็นยะเยือกที่ซึมซาบลงสู่ใต้ผิวหนังของพวกเขา
เกล็ดหิมะหนึ่งถึงสองเกล็ดเริ่มลอยละลิ่วหล่นลงมา ทว่าไม่นานนักสะเก็ดน้ำแข็งเม็ดหนาก็ปะทะเข้าใส่พื้นดินอย่างรุนแรง สะเก็ดน้ำแข็งนับหมื่นปกคลุมไปทั่วทั้งป้อมปราการเวอร์โก้! ก้อนน้ำแข็งบางก้อนใหญ่พอๆกับภูเขาน้ำแข็ง ลมกรดและสายลมอันรุนแรง พัดกรรโชกกวาดไปทั่วทั้งป้อมปราการ และนี่ก็คือการประเดิมของมหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ
ท่ามกลางเหล่าอันเดด พวกโครงกระดูกที่มีค่าความต้านทานต่ำก็จะเป็นพวกแรกที่ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งแล้วก็เริ่มแข็งตาย มังกรกระดูกที่กำลังกระพือปีกอยู่บนอากาศก็ถูกพัดไปตามแรงพายุน้ำแข็ง มันถูกสะเก็ดน้ำแข็งมากมายปะทะใส่จนไม่สามารถควบคุมร่างกายอันใหญ่โตของมันได้ และหมุนคว้างไปทั่วอย่างบ้าคลั่ง
โฮกกกกก!”
เยื่อน้ำแข็งหนาเริ่มเกาะคลุมทั่วทั้งตัวของมังกรกระดูกที่กำลังพยายามกระเสือกกระสนบินให้สูงขึ้น แต่ทันใดนั้นมันก็กระแทกเข้าใส่ป้อมปราการอย่างจัง ทำให้เกิดแรงกระทบอันน่าเหลือเชื่อที่ให้ความรู้สึกราวกับกำลังเกิดแผ่นดินไหว! อาคารสิ่งก่อสร้างบางหลังของป้อมปราการที่ถูกบีบอัด ทรุดลงจนแทบจะตั้งไม่อยู่แล้ว จนกระทั่งบัดนี้ก็ได้พังทลายลงในที่สุด
โค..โคตรหนาวเลยจริงๆ
วีดพึ่งได้เห็นป้อมปราการเวอร์โก้กลายเป็นดินแดนน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว เขาได้เปลี่ยนความคิดใหม่เกี่ยวกับพลังทำลายของภัยพิบัติธรรมชาติไปแล้ว
มันต้องรู้สึกงงจนแข็งตายท่ามกลางการต่อสู้แบบนี้แน่ๆ
ทันทีหลังจากที่เขาเปิดใช้งานทักษะของเขา วีดก็สวมเสื้อโค้ทคลุมทั่วทั้งชุดเกราะของเขา
เหล่านักดาบและนักบวชเองก็สวมเสื้อผ้าหนาๆด้วยเช่นกันแล้วก็เข้าไปในตัวอาคารเพื่อหลบสะเก็ดน้ำแข็ง พวกเขาตอบสนองอย่างรวดเร็วเพราะว่าวีดบอกพวกเขาว่าเขาอาจจะเรียกพายุน้ำแข็งออกมา
ขณะที่เข้าไปหลบพายุและรับชมฉากเบื้องหน้า พวกอันเดดที่สวมเสื้อผ้าบอบบางและอุปกรณ์แย่ๆก็ต่างกำลังหลงทางเข้าไปติดพันอยู่ภายในวังวนพายุน้ำแข็ง พวกมันดูอย่างกับกำลังเปลือยเปล่าอยู่เลย
ทุกคนซ่อนตัวต่อไปก่อน อย่าพึ่งออกไปข้างนอกตอนนี้
ถ้าค่าพลังชีวิตของใครลดลงอย่างปุบปับแล้วก็กำลังจะตาย บอกให้ผมรู้ด้วย ผมมีผ้าห่มนวมหนาพิเศษอยู่
แม้จะอยู่ท่ามกลางเหตุอึกทึกครึกโครมแบบนี้ เหล่านักดาบก็ยังคอยดูแลพวกนักบวช ระยะเวลาของทักษะแกะสลักธรรมชาติมหาภัยพิบัติค่อนข้างนาน ขณะที่พายุน้ำแข็งยังคงถาโถม วีดก็ออกไปจากที่ซ่อนของเขาขึ้นไปบนหลังคา
 ..สถานการณ์แบบนี้มัน จจริงๆหรอเน…” อึก! “ฉันไม่ยอมจบอย่างนี้หรอก กึก หรือไม่งั้นฉันคงจะรู้สึกทรมานไปชั่วชีวิตของฉันแน่
ถ้อยคำแต่ละคำเปล่งออกมาอย่างยากลำบากเพราะความหนาวเย็น
วีดที่กำลังหักหลบพายุสะเก็ดน้ำแข็งอันเกรี้ยวกราด วิ่งมุ่งหน้าไปยังหอคอยกลาง
สะเก็ดน้ำแข็งเฉี่ยวผ่านหน้าผากของท่าน
เศษน้ำแข็งปลายแหลมพยายามเจาะทะลุผ่านไหล่ของท่าน แต่ทักษะศิลปะหลบหลีกได้ถูกใช้งาน
สะเก็ดน้ำแข็งได้ฝังลงบนหลังของท่าน
น้ำแข็งก้อนหนึ่งถากหัวเข่าของท่าน ความเร็วในการเคลื่อนที่ลดลง

แม้ว่าจะมีค่าความว่องไวสูงและทักษะศิลปะการหลบหลีก มันก็ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะหลบห่าสะเก็ดน้ำแข็งได้หมด  สำหรับวีดแล้วการวิ่งไปข้างหน้าก็ยากเกินทน ขณะที่ต้องโดนลมพัดสะบัดใส่
จากนั้นก็มีกระซิบจากนักดาบ3ถูกส่งมา

-นายมีแผนอะไรที่จะกำจัดมังกรกระดูกหรือเปล่า?
ขณะที่กำลังก้มหัวหลบลมพายุ วีดก็ตอบกลับไป ซึ่ง ณ ตอนนี้เขากลัวว่าร่างกายของเขาจะถูกกระแทกใส่โดยลมอันหนาวสะท้านและเศษสะเก็ดน้ำแข็ง หรือว่าร่างกายเขาแข็งทื่อไป
-มีทางนึง แต่ด้วยสภาพอย่างนี้ ผมคิดว่าผมคงจะล้มเหลวแน่
ถึงแม้ว่าพายุน้ำแข็งจะหยุดไปแล้ว มันก็คงยากที่จะไปต่อสู้ด้วยร่างกายที่ถูกแช่แข็งอย่างนี้
ถ้าหากยังเป็นแบบนี้อยู่ เขาคงจะไม่สามารถไปได้ไกลกว่านี้ แถมคงหลบซ่อนตัวอีกไม่ได้แน่
-นายกำลังพยายามไปที่หอคอย ใช่ไหม?
-ใช่ครับ นั่นคือแผนเดิม แต่ก็คงยากแล้วตอนนี้
-งั้นไปกันเถอะ
เหล่านักดาบออกมาจากที่ซ่อนตัว แล้วยกโล่ไม้ของพวกเขาขึ้นมา จากนั้นก็วิ่งตรงไปทางหอคอยกลาง
วีดไม่สามารถเคลื่อนที่ได้เร็วเพราะต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์แบบนี้ ขณะที่มุ่งไปข้างหน้า เขารู้สึกว่าถ้าเขาวิ่งออกไปด้วยแรงทั้งหมด เขาคงโดนสะเก็ดน้ำแข็งกระแทกใส่แน่ แต่เหล่านักดาบก็ยึดโล่ของพวกเขาเอาไว้แน่นแล้ววิ่งออกไปด้วยความเร็วเต็มสูบ แม้ว่าพวกเขาจะได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดน้ำแข็งหรือว่าก้อนน้ำแข็ง พวกเขาก็ยังดั้นด้นวิ่งต่อไป!
เหล่านักดาบไล่ตามวีดทันแล้ว และก็กำบังเขาเอาไว้ด้วยโล่
ปะ ไป ให้ เร็วกว่า นี้เถอะ!”
เหล่านักดาบพยุงโล่ของพวกเขาเอาไว้แล้วก็สกัดพายุน้ำแข็งที่อยู่ภายนอก ด้วยการกำบังนั้น วีดจึงได้รับความเสียหายน้อยลง ตามสภาพที่เป็นเช่นนี้พวกเขาจึงออกวิ่งไปที่หอคอยกลางได้ ค่าพลังชีวิตของเหล่านักดาบกำลังตกลงไปเรื่อยๆ พวกเขาบางคนแข็งตายและก็ปล่อยศพคนที่ตายเอาไว้เบื้องหลังตรงที่พวกเขาตายไป แต่พวกเขาก็ยังคงดั้นด้นถือโล่ถูกๆของพวกเขาจนถึงที่สุด 
มันดูราวกับนิทานชาดกของสี่พี่น้องที่ทะลุเขาไปในดินแดนมหัศจรรย์ที่มีพายุน้ำแข็งหฤโหดยังไงหยั่งงั้น! ต้องขอบคุณพวกเขา วีดจึงสามารถวิ่งผ่านกำแพงป้อมปราการไปได้และกระโดดเข้าไปในหอคอยกลางได้สำเร็จ
สิ่งที่กำลังเฝ้ารอพวกเขาอยู่ภายในหอคอยกลางก็คือมังกรกระดูกตัวสุดท้าย มังกรตัวนั้นที่กำลังดิ้นรนต่อสู้กับพายุน้ำแข็ง ลอยตัวอยู่ฝั่งตรงข้ามของหอคอยจึงมองไม่เห็นว่าวีดเข้ามาในหอคอยแล้ว
ทันใดนั้นเอง หน้าต่างข้อความก็เด้งขึ้นมา!

ท่านถูกแช่แข็ง

แม้จะได้รับการปกป้องของเหล่านักดาบ ชุดเกราะและร่างกายของวีดก็ยังมีน้ำแข็งแผ่นหนาเกาะอยู่ดี แถมบาดแผลที่เขาได้รับมา ยังสาหัสอีกด้วย
แม้ว่าค่าพลังชีวิตจะมีเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ของเหล่านักบวชคอยเสริมให้อยู่ แต่ถ้าหากว่าบาดแผลเหล่านั้นไม่ได้รับการรักษาให้หายสนิท มันก็ยังคงอยู่และส่งผลร้ายต่อเขาอยู่ดี
แต่เพราะค่าความอึดและความยืดหยุ่นของวีดจึงทำให้เขารอดมาได้นานขนาดนี้
ภายนอกหอคอยสายลมที่ทิ่มแทงนั้นพัดเบาลงแล้ว ส่วนผลกระทบจากพายุน้ำแข็งก็เริ่มซาลงและก็หายไปแล้วด้วย ไม่นานเหล่าอันเดดก็จะเคลื่อนที่ได้อีกครั้ง ส่วนมังกรกระดูกอีกตัวที่ถูกฝังอยู่ใต้น้ำแข็งก็จะโผล่ขึ้นมาอีกครั้ง นักดาบบางคนที่ตายไปก็อาจจะกลายเป็นอันเดดและโจมตีพวกพ้องของเขาด้วยเช่นกัน
มาเรย์มาพร้อมกับเหล่านักบวชพลางบรรเลงเครื่องดนตรีของเขาไปด้วย เขาได้มาเห็นทุกสิ่งทุกอย่างนี้แล้วก็เริ่มคิดว่า
ครั้งนี้แหละ ตำนานก็จะมาถึงจุดจบแห่งความล้มเหลวแล้ว
ภาพของวีดและเหล่านักดาบที่กำลังมุ่งหน้าไปยังหอคอยกลาง บีบคั้นความรู้สึกของเขาอย่างยิ่ง ถึงกระนั้นแล้ว หลังจากที่พวกเขาเข้ามาในป้อมปราการเวอร์โก้นี่ ก็ถือว่าเป็นฉากที่น่าทึ่งมากพอแล้ว ถ้าหากไม่ใช่วีดและพวกพ้องของเขาแล้ว ก็คงไม่มีใครหน้าไหนที่จะสามารถต่อสู้กับกองทัพอมตะและบัลข่านได้อย่างนี้อีกแล้ว
ทว่าโลกของรอยัลโร้ดนั้นคือดินแดนที่ผลลัพธ์เพียงอย่างเดียวต่างหากที่สำคัญ
โชคไม่ดีเลยจริงๆ ถ้าหากพวกเขาฆ่าบัลข่านได้ มันคงเป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจน่าดู


 “อา…….”
ทีมงานสถานีออกอากาศ KMC media ที่กำลังถ่ายทอดสด ต่างกำลังคร่ำครวญกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
จะจบแบบนี้จริงๆเหรอเนี่ย?”
ณ สถานีออกอากาศต่างๆมากมาย หลังจากที่พายุน้ำแข็งปรากฏออกมา เหล่าผู้ประกาศข่าวก็ขบริมฝีปากแน่น ไม่มีใครสามารถจินตนาการได้ว่าพวกเขาจะต่อสู้ได้ยอดเยี่ยมขนาดนี้
เวลาผ่านไปนานมากแล้วตั้งแต่ที่มนุษย์เข้าไปในป้อมปราการเวอร์โก้ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่สนหรอกกว่าเวลาจะผ่านไปนานมากแค่ไหน แต่ถึงกระนั้นสภาพของวีดก็ไม่ได้ดูเลวร้ายอย่างที่พวกเขาคิด

ภายในมือซ้ายที่กำลังกุม คบเพลิงที่สร้างรำลึกไว้โดยประติมากรนั้นกำลังแผ่ออร่าอันอบอุ่นออกมา


สถานะแช่แข็งได้บรรเทาลงแล้ว
ระดับมานากำลังฟื้นตัว

เพราะว่าพายุน้ำแข็งพัดเบาลงแล้ว วีดจึงได้รับความแข็งแกร่งจากประติมากรรม และด้วยความช่วยเหลือปกป้องจากเหล่านักดาบ เขาจึงฟื้นตัวมากพอที่จะเคลื่อนไหวต่อไปได้
กรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรซ!”
นั่นคือเสียงคำรามของมังกรกระดูก!
ทักษะดราก้อนเฟียร์สามารถได้ยินมาจนถึงข้างนอกหอคอยกลาง เหล่านักดาบจำต้องทุ่มเทสุดชีวิตเพื่อต่อสู้กับมังกรกระดูก
จากทางฝั่งเพล เขาได้รับทราบสถานการณ์การต่อสู้กับบัลข่าน
-ทางนี้กำลังหนักหนาสาหัสเลยครับ ขณะที่เราพูดอยู่นี่ ผมไม่คิดว่ามานาของบัลข่านจะลดลงได้เลยครับ แม้ว่าเราจะลดค่าพลังชีวิตเขาไปแล้ว แต่มันก็ฟื้นคืนมาในไม่ช้าแต่ว่าเรายังรับมือได้อยู่ครับ
ทางฝั่งที่กำลังต่อสู้กับบัลข่านอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีมากนัก
แม้ว่าจะทะลวงผ่านพายุน้ำแข็งไปแล้ว เขาก็ยังมีเวลาไม่มากพอที่จะฟื้นค่าพลังชีวิตของเขา แต่เขาก็ยังลากขาที่แทบจะก้าวไม่ออก เดินขึ้นบันไดภายในหอคอยกลางไปต่อไป
 พวกมนุษย์มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง….”
ข้าจะสังหารพวกแกซะ
แม้แต่ที่นี่เองก็มีอันเดดเฝ้ายามที่กำลังปกป้องที่แห่งนี้ โดยปกติแล้วแวนดัลไนท์จะเฝ้ายามตรงทางเข้าออก แต่พวกมันถูกเกณฑ์ให้ไปต่อสู้จนหมด จึงเหลือแค่พวกดูมไนท์ที่กำลังยืนเฝ้ายามอยู่!
วีดเหวี่ยงดาบของเขาใส่พวกมันอย่างว่องไว

ท่านทำการโจมตีได้อย่างแม่นยำ
ท่านได้ทำการโจมตีแบบคริติคอล
ท่านได้ทำการโจมตีต่อเนื่องสำเร็จ

ด้วยความเร็วในการเหวี่ยงดาบอันน่าทึ่งของเขาที่พวกดูมไนท์ไม่อาจตอบโต้ได้ เขาจึงสามารถผ่านพวกมันไปได้และจากนั้นก็ขึ้นไปสู่ยอดหอคอย
ชั้นบนสุดของหอคอยกลางมีพื้นที่กว้างขวางมาก เมื่อมองผ่านหน้าต่างที่แตกออกด้วยแรงพายุน้ำแข็ง เขาก็สามารถมองเห็นมังกรกระดูกกำลังโจมตีเหล่านักดาบอยู่ ทุกๆครั้งที่มังกรกระดูกขยับตัว หอคอยทั้งหลังก็สั่นสะเทือน
และจากทางหางตาของเขา วีดก็มองเห็นหม้ออเมทิสท์หนึ่งชิ้น! (Amethyst: ควอตส์สีม่วงประจำราศีกุมภ์) มันคือภาชนะแห่งชีวิตที่กักเก็บค่าพลังชีวิตของลิชบัลข่านเอาไว้
ในที่สุดฉันก็มาถึงที่นี่ซะที
ใช้เวลาเพียงครู่เดียวเท่านั้น ที่วีดเข้ามาในหอคอยกลางและพวกดูมไนท์ร้องโหยหวนตอนที่พวกมันตายไป ส่วนมังกรกระดูกที่กำลังต่อสู้ด้านนอกเร่งถีบขาหน้าของมันตะเบ็งเร่งตรงมาทางหอคอยกลางอย่างรีบร้อน
แกคิดว่าฉันจะยอมตายอยู่ที่แบบนี้งั้นหรอว่ะ?” (วีดพูด)
แล้ววีดก็ฟันดาบของเขาใส่หม้อ
มันคือช่วงเวลาที่จะถูกจารึกลงในประวัติศาสตร์ของทวีปเวอร์เซล ช่วงเวลาที่มีจำนวนผู้ชมนับไม่ถ้วนกำลังจับตามองด้วยความอัศจรรย์ใจ
แม้แต่ถ้อยคำขี้ประติ๋วของเขาก็จะถูกจารึกลงในตำนาน
ฉันจะไม่ยอมตายตราบเท่าที่ฉันยังจำเป็นต้องปกป้องชามข้าวของฉันเอาไว้!”
ดาบที่แสนหนักอึ้งแบกความรับผิดชอบในฐานะผู้นำ ฟาดฟันลงเพื่อทำลายหม้อใบนั้น
จากนั้นออร่าสีดำทะมึนก็ไหลออกมา แล้วก็จางหายสู่บรรยากาศรอบๆตัวไปในที่สุด


ทันใดนั้นเอง พลังงานของเหล่าอันเดดก็ถูกดูดออกไป ส่วนพละกำลังของพวกมันก็อ่อนแรงลง
ฉัน ฉันจะหายไปอย่างนี้ไม่ได้…”
อ๊าคคคคคคคคคคค!”
พวกภูตผีสลายหายไปภายใต้แสงอาทิตย์ ส่วนอันเดดอย่างโครงกระดูกและพวกกูลก็ร่วงโรยสู่พื้นดินและก็สลายหายไปเป็นแสงสีเทา
อันเดดที่อยู่ภายในป้อมปราการเวอร์โก้ราวครึ่งหนึ่งสลายหายไปสู่พื้นดิน ส่วนอันเดดในสังกัดของกองทัพอมตะที่ยึดครองดินแดนแห่งนี้มากกว่า 80% ก็สลายหายไป
ผลที่ตามมาหลังจากการทำลายภาชนะแห่งชีวิตของบัลข่านแผ่ขยายออกไปทั่ว
ซากศพไม่ฟื้นคืนมาเป็นอันเดดแล้ว!”
ฉันคิดว่าพวกอันเดดอ่อนแอลงนะ พวกมันตายทันทีที่โดนเวทย์ศักดิ์สิทธิ์เลย
มหาเวทย์ทั้งสามของบัลข่าน ผลอำนาจของเวทย์อาณัติแห่งความมืดและออร่าแห่งความตายก็หายไปแล้ว พวกอันเดดที่แข็งแกร่งสุดๆก็กลับคืนสู่สถานะปกติแล้ว ความสามารถอันน่าสะพรึงกลัวที่สามารถต้านทานพลังศักดิ์สิทธิ์นั้นได้ดิ่งฮวบลงไปแล้วเช่นกัน
 “เรา..เราควรไปที่ไหนหละ?”
ข้ารู้สึกถึงได้พลังชีวิตทางนั้น
ไปกันเถอะ ลองไปกัน…”
พวกอันเดดส่วนใหญ่เลือกที่จะออกไปเพื่อทำลายเมืองโมราต้าให้ย่อยยับ ตอนนี้เหลือเพียงแค่นิดเดียว จากนั้นก็แตกทัพกลับไปแล้วในที่สุด
ทว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เห็นได้ก็คือบัลข่านและมังกรกระดูก
มนต์คำสาปที่บัลข่านได้ร่ายออกไปสูญสลายหายไปโดยอัตโนมัติ และตรงบริเวณด้านบนนั้น โรมูนะก็มองเห็นค่าพลังชีวิตของบัลข่านลดลงไปแบบฮวบฮาบ
บัลข่านอ่อนแอลงแล้ว!”
เล็งพลังศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราไปที่มันแล้วโจมตีได้เลย
ความหวังของเหล่าผู้เล่นลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
มานาที่ล้นทะลักออกมาของบัลข่านกำลังลดลง ในฐานะลิชเขาสามารถสูบค่าพลังชีวิตและมานา เพราะว่าบ่อมานาที่แทบจะไร้ขีดจำกัดของเขากำลังถูกใช้ไปจนหมด บัลข่านจึงกำลังทุกข์ทรมาน
แม้ว่าความอ่อนกำลังของมังกรกระดูกจะชัดเจนจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า
การเคลื่อนไหวของร่างกายกับปีกของมันกำลังเชื่องช้าลงจนทำให้มันยากที่จะควบคุมเอาไว้ได้
 ไปฝังมันลงหลุมกันเถอะ!”
ฉันจะเฉือนกระดูกแกให้หมดทุกชิ้นเลย
เหล่านักดาบกระโจนเข้าใส่มังกรกระดูก และขว้างหอกใส่มังกรกระดูกที่ติดอยู่ในหอคอยกลาง ความสามารถของพวกเขาก็คือสามารถใช้อาวุธได้ทุกชนิดเพราะว่าทักษะผู้เชี่ยวชาญศาสตราถือว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งในสถานการณ์แบบนี้
 ก๊าซซซซซซซซซซซว……”
มังกรกระดูกคำรามออกมาทว่าเอฟเฟคของทักษะดราก้อนเฟียร์นั้นอ่อนเกินไป เพราะว่ามังกรพวกนี้ถูกบัลข่านสร้างเมื่อนานมาแล้ว พวกมันจึงกินค่าความแข็งแกร่งและมานาไปมากเอาการเพื่อคงสภาพร่างกายเอาไว้
ฆ่ามันนนน!”
ทำลายมันให้สิ้นซาก!”
เหล่านักดาบแทบจะไม่เหลือพลังชีวิตแล้วแต่พวกเขาก็ยังกระโจนออกไปเพื่อโจมตีครั้งสุดท้าย
มนต์ศักดิ์สิทธิ์ของเหล่านักบวชระเบิดออกไปใส่ร่างกายของมังกรกระดูกเช่นกัน
ณ บัดนี้พวกเขารู้แล้วว่าภาชนะแห่งชีวิตของบัลข่านถูกทำลายลง พวกเขาจึงใช้มานาที่พวกเขารวบรวมเอาไว้และร่ายเวทย์ศักดิ์สิทธิ์โดยไม่กั๊ก
ยังคงมีอันเดดเหลืออยู่ตามหลังคา แต่จำนวนพวกมันก็ลดลงไปมาก แถมยังอ่อนแอลงแล้วด้วย
วีดออกไปจากหอคอยกลางแล้วก็กลับไปตรงทางที่เขาใช้เข้ามา เขาเล็งเป้าไปที่มังกรกระดูกที่ถูกพายุน้ำแข็งกวาดไปและถูกฝังอยู่ภายในน้ำแข็ง
ไอ้เจ้านี่ดื้อจริงๆเลยนะ
มันมีพลังชีวิตเยอะแค่ไหนกันนะ
เหล่านักดาบ 20 คนได้ไปถึงที่นั่น แล้วก็เริ่มฟาดดาบโจมตีใส่มัน มังกรกระดูกพยายามที่จะทะลวงชั้นน้ำแข็งออกมา แต่เพราะว่าไร้ซึ่งออร่าแห่งความตายและมานาจากบัลข่านมาเสริมกำลัง มันจึงไม่มีทางเป็นไปได้เลย
ตายอยู่อย่างนั้นแหละดีแล้ว!”
วีดเข้าไปผสมโรงกับเหล่านักดาบเพื่อโจมตีมังกรกระดูก ทุกครั้งที่มันดิ้นไปมา บรรดาอาคารและหอคอยของป้อมปราการเวอร์โก้ก็จะล้มครืนลงมา สิ่งก่อสร้างพังทลายลงพร้อมกับเสียงดังสนั่นดั่งสายฟ้าฟาด
อันเดดบางตัวอย่างแวนดัลไนท์สามารถพบเห็นได้ ต่างสูญเสียพลังไปเป็นจำนวนมาก ทว่าในสายตาของวีดมีเพียงแค่มังกรกระดูกตัวเดียวเท่านั้น
มาทำกำไรงามๆกันเถอะ
และจากนั้นในที่สุด มังกรกระดูกก็กลายเป็นแสงสีเทาแล้วก็สลายหายไป

มังกรกระดูกโวตูเรียแห่งป้อมปราการเวอร์โก้ได้กลับคือสู่การหลับใหลชั่วนิรันดร
ด้วยการรับบทบาทเล็กน้อยในการล่ามังกรกระดูกที่เกี่ยวข้องกับกองทัพอมตะ ทุกค่าสถานะเพิ่มขึ้นอย่างละ 1 หน่วย

วีดได้รับค่าประสบการณ์และค่าชื่อเสียงไม่มากนักเพราะว่าความเสียหายส่วนใหญ่เหล่านักดาบเป็นคนทำ แม้กระนั้นเขาก็ยังดีใจที่ค่าสถานะของเขาเพิ่มขึ้นอยู่บ้าง ด้วยชัยชนะที่แสนยากลำบาก กองกำลังขนาดใหญ่ พวกผู้เข้าร่วมต่อสู้จึงได้รับรางวัลอันยอดเยี่ยม
 เราจัดการมังกรกระดูกได้แล้ว!”
พวกเราชนะแล้ว เราจัดการมังกรกระดูกทั้งหมดได้แล้ว
เสียงตระโกนเปล่งออกมาจากทางหอคอยกลาง
เหล่านักดาบมุ่งหน้าไปที่นั่นเพิ่มขึ้นแต่ว่าพวกเขาล่าได้ช้าลงเพราะว่ามังกรเคลื่อนที่ไปที่ฐานของหอคอยกลาง
 “อันเดดที่อยู่ในป้อมปราการเวอร์โก้โดนจัดการหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้วตอนนี้
อันเดดหลายตนนอนราบอยู่ตามพื้นดิน พวกมันไม่สามารถยืนขึ้นมาได้ ส่วนมังกรกระดูกเองก็ถูกสังหารไปจนหมดสิ้น ถึงแม้กระนั้นวีดก็ยังไม่รู้ว่ายังมีแวนดัลไนท์เหลืออยู่อีกเท่าไร
 “ยังไงก็ตาม ถ้าหากการต่อสู้ของพวกเอลฟ์กับกองทัพพันธมิตรยังคงดำเนินอยู่ พวกอันเดดก็คงต้านทานไม่ได้อีกต่อไปแล้วหละ
มันถือว่าวางใจแล้วที่จะพูดว่ากองทัพอันเดดที่รวมตัวอยู่ภายในป้อมปราการเวอร์โก้คงจะโดนจัดการไปแล้วแน่ๆตอนนี้
วีดไม่สนใจพวกอันเดดอ่อนปวกเปียกที่ถูกสูบพลังออกไป แล้ววิ่งตรงไปทางชั้นใต้ดิน ต้องขอบคุณค่าความว่องไวของเขา วีดจึงสามารถวิ่งไปด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง โดยที่ไม่รู้เลยว่าเขาจะได้อะไรจากบัลข่านหรือเปล่า เขาก็ยังวิ่งต่อไปเร็วที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้
ขณะที่พวกอันเดดสูญเสียพละกำลังไป พวกมันจำนวนมากจึงพยายามขัดขวางทางเข้าชั้นใต้ดินเอาไว้!
อันเดดจำนวนหนึ่งเล็งโจมตีไปที่วีด ทว่าเขารับการโจมตีของพวกมันด้วยการใช้ร่างกายของเขาเท่านั้น แล้วก็รีบเร่งฝีเท้าสู่ทางไปชั้นใต้ดิน
 ยินดีต้อนรับกลับมาค่ะ!”
ฮวายองที่กำลังเหน็ดเหนื่อยกล่าวทักทายวีด
บัลข่านหล่ะ เป็นไงบ้าง?”
ยังไม่ตายค่ะ แต่ก็เกือบแล้ว
ด้วยความดั้นด้นมาถึงนี่ ดูท่าว่าเขาจะไม่ได้มาช้าเกินไปเลยซะทีเดียว วีดเข้าไปตรงบริเวณที่กำลังต่อสู้กับบัลข่าน
ฆ่ามันซะ!”
 “โจมตีพร้อมกันอีกครั้ง
พวกนักบวช จัดการพวกอันเดดก่อน! เหลือบัลข่านไว้ท้ายสุดคงทำให้การล่าเร็วขึ้นกว่านี้มาก!”
การไล่ล่าบัลข่านยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่วีดมาถึง ยังมีอันเดดอีกเล็กน้อยที่บัลข่านอัญเชิญออกมาด้วยศพของพวกนักดาบและพาลาดิน ดังนั้นมันจึงเป็นการต่อสู้ที่ไม่จบไม่สิ้นซะที
กลับไปนอนต่อซะไป เทิร์นอันเดด!”
มนต์ศักดิ์สิทธิ์ของเหล่านักบวชปะทะใส่ร่างของพวกอันเดด
ประติมากรรมการจุติของเทวทูตทั้งเจ็ดที่วีดใช้ให้เมแพนเอามาให้ บริเวณใกล้เคียงของประติมากรรม ผลของเอฟเฟคเวทย์ศักดิ์สิทธิ์เพิ่มขึ้น แถมความสามารถยังยอดเยี่ยมขึ้นจนเห็นได้ชัด มันช่วยเสริมกำลังกายของมนุษย์และฟื้นฟูค่าพลังชีวิตในขณะที่ออกไปฆ่าพวกอันเดด
ข้าจะจบสิ้นอย่างนี้ไม่ได้ พวกมนุษย์ต้องบดขยี้ ทวีปแห่งนี้ต้องล่มสลาย
เสียงร้องโหยหวนชวนขนลุกของบัลข่านสะท้อนก้องภายในชั้นใต้ดิน
บลิ้งค์!”
ขณะที่กำลังเทลพอร์ตระยะสั้นไป ค่าพลังชีวิตและมานาของเหล่าพาลาดิน นักบวชและเหล่านักดาบต่างก็ถูกสูบออกไปเรื่อยๆ แต่ทว่าดาบศักดิ์สิทธิ์ที่แทงไว้ในร่างของบัลข่านก็ทำให้ควันสีดำทะมึนไหลทะลักออกมา
ความเข้มข้นของมานาภายในชั้นใต้ดินเพิ่มสูงขึ้น
อัตราการฟื้นตัวของมานาเพิ่มสูงขึ้น
เพราะว่าพลังชีวิตที่ถูกผนึกไว้ของเขากำลังแตกร้าว ค่าพลังชีวิตและมานาของบัลข่านกำลังไหลออกมาอย่างควบคุมเอาไว้ไม่ได้
แล้วบัลข่านก็ร่ายเวทย์ออกมา
ข้าข้าจะกลับมา เปิดประตูมิติ!”
มันคือมนต์ที่ทำให้คนๆหนึ่งเคลื่อนย้ายไปยังอีกที่แห่งหนึ่งได้
พวกเขาไม่สามารถปล่อยให้บัลข่านหลบหนีไปจากที่นี่ได้ เพราะว่าตอนนี้มันคือศัตรูที่สามารถตายได้แล้วสำหรับวีด เมืองโมราต้าก็จะตกอยู่ในอันตรายได้ ถ้าเกิดบัลข่านสามารถหลบหนีไปได้
เหล่านักบวชเล็งเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขายิงออกไป จนทำให้เวทย์เทเลพอร์ตของบัลข่านล้มเหลว

มนต์เทเลพอร์ตของศัตรูถูกยกเลิกแล้ว

ทักษะลมแล่น!”
วีดมุ่งหน้าไปที่บัลข่านแล้วก็ย่นระยะห่างระหว่างพวกเขาลงไป
ดาบจักรพรรดิ์!!!”
มันคือทักษะที่เขาเก็บเอาไว้ใช้ วีดใช้ดาบของเขาแทงร่างของบัลขานเต็มแรง ยิ่งเขาเพิ่มความเร็วมากเท่าไร ความเสียหายของมันก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
เหล่านักดาบกับพาลาดินก็มาถึงแล้วเช่น พวกเขาทั้งฟันและแทงใส่บัลข่าน
อันเดดที่บัลข่านอัญเชิญออกมาสูญเสียแรงกายของพวกมันและพ่ายแพ้ไป บัลข่านจึงเป็นศัตรูที่เหลืออยู่ตนสุดท้าย
การโจมตีที่ปล่อยออกมานั้นไม่สามารถหลุดพ้นได้เลย
เพราะว่าค่าพลังชีวิตกับมานาของเขากำลังสูญเสีย แถมความสามารถในการร่ายเวทย์ยังหายไปอีก บัลข่านจึงเริ่มสูญเสียพลังกายของเขาไป วีด เหล่านักดาบ พาลาดินและเหล่านักบวชลืมทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวและตั้งใจโจมตีเพียงอย่างเดียว
และแล้วในที่สุด

ผู้ปกครองแห่งกองทัพอมตะ จอมขมังเวทย์แห่งความมืด เนโครแมนเซอร์ลิช บัลข่าน ดีมอฟได้กลับไปสู่การหลับใหลชั่วนิรันดร

วีดและเหล่าผู้รอดชีวิตขึ้นไปบนหอคอยกลาง ที่เป็นหอคอยที่สูงที่สุดภายในป้อมปราการเวอร์โก้ พวกเขาเปิดรับลมโชยอ่อนๆที่กำลังกระพือใบหมวกของพวกเขาอยู่ พวกเขาต่างกำลังแบ่งปันสัมผัสอันอ้างว้างและอิสระ
มันคือสถานที่ที่พวกเขาสามารถมองเห็นร่องรอยความเสียหายที่อยู่ในป้อมปราการท่ามกลางการต่อสู้ที่ไม่อาจทัดเทียมได้อย่างชัดเจน
หลายๆที่ถูกมังกรกระดูกทำลายไปจนย่อยยับ เปลวไฟยังคงลุกโชนอยู่ภายในอาคารและหอคอย อันเดดที่ปกป้องป้อมปราการส่วนนอกก็ถูกกำราบโดยกองทัพพันธมิตรแห่งเอลฟ์ คนแคระ และคนเถื่อน
 “อืมมมม
ฮืมมมมม
นี่มันความรู้สึกแบบนี้มัน
ความรู้สึกที่ในตอนนี้ มันไม่ใช่ความปีติยินดีหรืออิ่มเอมใจ แต่เป็นบางสิ่งที่ไม่สามารถแสดงออกมาด้วยคำพูดได้
ฉันยังสั่นกลัวตายอยู่เลยแหะ
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าการต่อสู้จะจบแล้วจริงๆ
จะมีการต่อสู้อย่างนี้อีกหรือเปล่านะ?’
 ‘ถ้าฉันไม่เริ่มเข้ามาเล่นรอยัลโร้ด ฉันคงจะเสียใจไปตลอดชีวิตแน่ๆ
ฉันจะเอาไปคุยอวดให้เพื่อน พ่อแม่ เพื่อนร่วมงานของฉันฟัง
ฉันทำได้แล้ว ฉันรอดตายแล้ว
ขณะที่กำลังยืนอยู่บนหอคอยกลาง ทุกๆคนต่างดื่มด่ำกับความรู้สึกอันยอดเยี่ยมที่สุดที่พวกเขาเคยมีมา พวกเขาแบ่งปันความรู้สึกปีติยินดีของผู้รอดชีวิตที่รั้งจนมาถึงจุดจบของการต่อสู้ขนาดใหญ่ครั้งนี้จนได้ ในฉากนั้นเหล่านักดาบ พาลาดิน และนักบวชต่างกำลังเพิ่มเป็นเพื่อนกันในรายการของกันและกัน
วีดเองก็รู้สึกพอใจกับชัยชนะเช่นกัน
ฉันทำกำไรได้อย่างงามเลยแหะ
โดยปกติแล้ว การต่อสู้ด้วยผู้เข้าร่วมจำนวนมาก เพียงแค่สามารถชนะการต่อสู้ได้ก็จะได้รับรางวัลมหาศาล หลังจากที่พวกเขาโค่นบัลข่านลงได้แล้ว ค่าสถานะทั้งหมดก็เพิ่มขึ้นสูงสุด 5 หน่วย ต่ำสุด 2 หน่วยขึ้นอยู่กับบทบาทของแต่ละคน ส่วนค่าสถานะของวีดเพิ่มขึ้นอย่างละ 3 หน่วยเพราะว่าเขาไม่ได้ต่อสู้กับบัลข่านตั้งแต่เริ่มต้น
ขณะที่ตามความเป็นจริงแล้ว นักดาบ 121 ที่ได้โจมตีครั้งสุดท้ายใส่บัลข่านไป เลเวลของเขาเพิ่มขึ้นถึง 12 เลเวล และด้วยการเข้าร่วมการต่อสู้จนช่วงเวลาสุดท้าย ค่าประสบการณ์ของวีดจึงเพิ่มขึ้น 24%
นั่นถือว่าเป็นกำไรที่งดงามมาก
แต่ทว่าผู้เข้าร่วมที่เตรียมตัวเพื่อทำงานนี้โดยเฉพาะก็รู้สึกเสียใจเล็กน้อยอยู่บ้าง ดังนั้นเขาจึงต้องแสดงความใจกว้างออกมา
ทั้งหมดนี้ต้องขอขอบคุณทุกๆคนที่อยู่ที่นี่
หลังจากที่สิ้นสุดการต่อสู้อันแสนยากลำบากนี้แล้ว เขาจึงรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยคนอื่นก่อน
ศิษย์พี่ใหญ่ พี่เจ็บหนักมากไหมครับ? ให้ผมช่วยปฐมพยาบาลให้หน่อยดีกว่านะครับ
เขาช่วยดูแลพี่ใหญ่ของเขาและเข้าไปหาผู้เล่นคนอื่นๆอย่างไม่แบ่งแยก
มีการเสียสละพวกพ้องของพวกเรามากมาย….โชคดีที่เราได้รับสมบัติภายในป้อมปราการชั้นใน แล้วเราก็จะได้แบ่งให้กันได้ ผมรู้ว่าแค่นี้มันอาจจะไม่พอเท่าไรแต่….ผมก็จะแบ่งส่วนของผมออกมาด้วยเช่นกันนะครับ
เพียงเพราะได้รับชัยชนะก็ทำให้พวกเขามีความสุขมากแล้ว
เราจะเอาได้ยังไง? ความสำเร็จทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะคุณนะครับ คุณวีด
คุณจะให้ส่วนแบ่งกับพวกเราจริงหรอครับ ผมคิดว่าถ้าคุณไม่ได้ทำลายภาชนะแห่งชีวิต เราก็คงจะชนะไม่ได้แน่ๆ
ผู้เล่นเหล่านี้ต่างกำลังรู้สึกละอายใจ!
ค่าชื่อเสียง สถานะ และค่าประสบการณ์ ด้วยชัยชนะของพวกเขา ค่าความเชี่ยวชาญทักษะของพวกเขาเพิ่มขึ้นค่อนข้างสูง
และตอนนี้พวกเขาก็ได้รับรางวัลของพวกเขาไป ส่วนวีดก็ยินดีกับส่วนแบ่งของเขา คำชื่นชมของพวกเขาที่มีให้สำหรับบุคคลผู้น่ายกย่องคนนี้เปล่งออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ
 ปกติแล้วฉันไม่ยอมเชื่อใจคนอื่นเลยแต่คุณวีดนี่เป็นเทพบุตรตัวจริงเลย
ช่างเป็นเหมือนนักบุญที่หลุดออกมาจากหนังสือจริยธรรมไม่มีผิดเลยจริงๆ
ใครมันแพร่ข่าวลือที่ว่าคุณวีดเป็นคนตระหนี่ขี้เหนียวกันแน่ว่ะ? จริงหล่ะน๊า หนทางเดียวที่จะรู้จักคนๆหนึ่งก็คือต้องเจอกับตัวเอง ไม่ว่าใครหน้าไหนมันต้องได้เจอดีแน่ถ้ามันกล้าแพร่ข่าวเสียๆหายๆไม่มีมูลแบบนั้นนะ
ความเจ้าเล่ห์นั้นได้หลอกลวงเหล่าผู้เล่นทั้งหลายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!
จากสมบัติที่ได้มา วีดไม่ได้คร่ำครวญเสียใจกับส่วนแบ่งถ้าหากว่าเขาสามารถมอบความประทับใจให้กับคนอื่นได้
ไอเท็มที่ได้มาจากบัลข่านต้องถูกขายออกไป แล้วก็แบ่งให้ผู้เข้าร่วมคนอื่นๆอย่างเท่าๆกัน ส่วนแบ่งของวีดจากสมบัติที่เจอเขาก็ได้ไป 30% ส่วนในกรณีของดาบศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นของวิหารลูห์ เขาก็จะได้รับรางวัลถ้าหากว่าเขานำดาบกลับคืนสู่วิหาร
แล้วก็มีรางวัลอันน่าพึงพอใจอีกอย่างสำหรับวีด

-ท่านได้พิชิตป้อมปราการเวอร์โก้ที่ปกครองโดยอันเดด
เขตแดนของเมืองโมราต้าขยายออกไปแล้ว
ดินแดนรอบๆป้อมปราการเวอร์โก้ถูกรวบเข้าเป็นอาณาเขตของท่าน
อิทธิพลและชื่อเสียงของท่านในฐานะลอร์ดเพิ่มขึ้นแล้ว

ดินแดนไม่สามารถทรยศได้ แม้ว่าดินแดนจะแห้งแล้งและเต็มไปด้วยมอนสเตอร์ แต่ก็ยังมีโบราณวัตถุมากมายถูกฝังอยู่ข้างใต้ นักผจญภัยทั้งหลายและปาร์ตี้ออกล่าทั้งมวลก็จะแห่กันไปหามัน
ป้อมปราการเวอร์โก้สามารถซ่อมแซมและเปิดใช้งานได้อีกครั้ง ชาวเมืองก็สามารถเข้ามาทำเกษตรกรรมและเก็บเกี่ยวอาหารได้
เพราะว่าที่นี่จะพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป ส่วนเหล่าผู้เล่นใหม่ก็จะสามารถเข้ามาเริ่มเล่นภายในป้อมปราการเวอร์โก้ได้ และในอนาคต ตรงเนินเขาทางด้านหลังตรงที่มังกรกระดูกอาละวาด ก็จะมีฉากของผืนเมืองที่มีกระต๊อบทอดอยู่เบื้องหน้าของเขา




บอร์ดข้อความของสถานีออกอากาศและบนอินเตอร์เน็ตระเบิดกระจุย!
มันคือสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงเลยจริงๆ เพราะว่าพวกเขากล้าไปต่อกรกับพวกอันเดด ผู้รายงานข่าวถ่ายทอดความคิดของพวกเขาด้วยมุมมองของมนุษย์และเป็นกำลังใจให้กับเขา
มันไม่ใช่การล่าที่ง่ายดายเลย มีผู้เล่นถูกบัลข่านกับมังกรกระดูกฆ่าตายไปเป็นจำนวนมาก แถมยังได้รับความเสียหายจากพวกอันเดดมากมายมหาศาล ริมฝีปากของเหล่าผู้ประกาศข่าวแห้งผากและความตึงเครียดพุ่งสูงปรี๊ด พวกเขาอธิบายว่าฉากของอันเดดที่เข้ามาเป็นลูกคลื่นภายในป้อมปราการเวอร์โก้ การไขว่คว้าเป้าหมายที่เหนือความสามารถของพวกเขา และก็มาเป็นชัยชนะที่ไม่น่าเชื่อครั้งนี้นั่นเอง!
 เราก็ได้เห็นกันชัดเจนแจ่มแจ้งแล้วนะครับ แล้วเมื่อไหร่ละที่พวกคุณคิดว่าเราจะได้เห็นการต่อสู้แบบนี้อีกครั้ง?”
ไม่จำเป็นต้องสาธยายอะไรมากมายไปกว่านี้แล้วครับ ผมคิดว่าเนื้อหาเพียงแค่นี้ก็เพียงพอมากแล้ว ช่างน่าเสียดายจริงๆที่ผมไม่ได้ไปอยู่ตรงนั้น
พวกเขาคงต้องรู้สึกมั่นใจที่ได้เข้าร่วมการต่อสู้อันดุเดือดแบบนั้นนะครับ นี่คงจะเป็นของขวัญอันยอดเยี่ยมในวันคริสต์มาสพรุ่งนี้
เพราะว่าได้รับเสียงตอบรับอันเร่าร้อนจากเหล่าผู้ชม เหล่าผู้ประกาศข่าวจึงดำเนินรายการต่อไปได้
ขณะที่กำลังรับชมการถ่ายทอดการต่อสู้ ณ ป้อมปราการเวอร์โก้ เวลาผ่านไปเร็วมาก ในโลกจริงมันคือตอนเช้าตรู่แล้ว
และมันก็เป็นวันคริสต์มาส อีฟด้วย!
ณ วันคริสต์มาสนี้ ปุยหิมะขาวบริสุทธิ์กำลังโปรยปรายลงยามเมื่อทอดสายตามองพาดผ่านทางบานหน้าต่างออกไป
จบตอน
ผู้แปล: Cole’s Myth

Editor: แอดชิน เพจ เราอ่านนิยายแปล