วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559

เล่มที่ 15 ตอนที่ 1: ของขวัญจากคนแคระ แปลโดย เนบิลลาสีคราม

เล่มที่ 15 ตอนที่ 1: ของขวัญจากคนแคระ แปลโดย เนบิลลาสีคราม

เล่มที่ 15 ตอนที่ 1: ของขวัญจากคนแคระ แปลโดย เนบิลลาสีคราม

“ฉันคิดว่าถึงเวลาต้องไปจากที่นี่แล้วแหละ”

คนแคระรู้สึกผิดหวังเมื่อวีดบอกว่าจะออกจากคุรุโซ พวกเขามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันผ่านการทำภารกิจรวมถึงงานประติมากรรมต่างๆ

“นายจะไปจริงๆเหรอ?” เฮอร์แมนถามด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อยว่า

“นายอยู่ทำงานประติมากรรมต่อในคุรุโซได้มั้ย” ช่างตีเหล็กมักจะไม่ย้ายไปไหนหลังจากได้ปักหลักอยู่ในคุรุโซ ที่นี่มีวัสดุรวมถึงอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับช่างตีเหล็กครบครันอยู่แล้ว วีดส่ายหัว “ผมเป็นประติมากร มันคงเป็นไปได้ยากที่เราจะไม่ออกเดินทางเพื่อสั่งสมประสบการณ์จากที่ต่างๆ และตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมต้องการทำในคุรุโซนั้นเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ถึงเวลาต้องไปซะที”

เขาเพิ่งได้ทักษะลับของอาชีพประติมากร!

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถหาชิ้นงานไม้แกะสลักที่ปรมาจารย์ซ่อนไว้ซักแห่งได้ แต่เขาก็ได้ล่วงรู้ถึงทักษะลับของการแกะสลักด้วยตัวเอง

วีดใช้ค่าศิลปะไปกว่า 300 เพื่อสร้างเหล่าจิตวิญญาณ แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็สามารถฟื้นฟูค่าศิลปะที่ใช้ไปกลับมาได้ทั้งหมด ในที่สุด เขาอยากออกไปจากเมืองนี้ก็เพราะความทรงจำอันน่าสยดสยองในเมืองคุรุโซนั่นแหละ ถึงแม้ว่าบางเรื่องอย่างการค้นพบสวนน้ำของเคนเดล์ฟที่ซ่อนอยู่ในทะเลสาบจะเป็นเรื่องตื่นเต้นก็ตาม เฮอร์แมนพูดอย่างขมขื่น “สุดท้ายแล้วนายปรากฏตัวก็เพื่อจากไป” “ผมขอโทษ” “เราจะจัดงานเลี้ยงส่งของคนแคระให้” “ผมว่ามันไม่จำเป็นหรอกน่า”(t/n:วีดเกรงใจคนอื่นเป็นด้วย!!!) “มันเป็นธรรมเนียมของคุรุโซ”

แม้ว่ามันจะเป็นธรรมเนียม แต่วีดก็รู้สึกไม่สบายใจและพยายามที่จะปฏิเสธ แต่เฮอร์แมนกลับอ่านใจวีดออกและบอกว่า “มันเป็นเหตุการณ์ที่คนแคระที่อาศัยอยู่ในคุรุโซทุกคนจะต้องออกมาดื่มและสนุกไปกับมัน เพราะช่างตีเหล็กใช้เวลาเกือบทั้งหมดของเขาไปกับการขัดเกลาทักษะของเขา พวกนี้น่ะ ไม่ค่อยโผล่หัวออกมาบ่อยๆหรอกนะ ยังไงก็ตาม ช่างตีเหล็กทุกคนก็จะเข้าร่วมงานเลี้ยง และแต่ละคนก็จะมอบของขวัญสำหรับคนแคระที่เดินทางออกจากเมืองคนแคระ" “ดูเหมือนว่านั่นคือความหมายของงานเลี้ยงอำลาละมั้ง” คำพูดนั้นเปลี่ยนใจวีด มันคงจะดีมากถ้าหากเขาออกจากเมืองไปอย่างอิ่มแปล้และอ้อมแขนที่เต็มไปด้วยของขวัญ “งานเลี้ยงอำลาครั้งนี้ของนายอาจจะเป็นงานสุดท้ายแล้วก็ได้”

เฮอร์แมนกล่าวเสริม

“ห๊ะ? ทำไมล่ะ?”
“เพราะว่างานประติมากรรมที่นายเพิ่งซ่อมแซมไป ทำให้ดึงดูดคนแคระเข้ามาที่คุรุโซมากขึ้น นอกจากนี้คงไม่มีคนแคระที่มีความเป็นมิตรกับทั้งสายต่อสู้กับสายงานฝีมือของคนแคระอีกหรอก”

การแข่งขันระหว่างช่างฝีมือต่างๆ หมายความว่าพวกเขาจะยิ่งอิจฉาริษยาต่อใครก็ตามที่มีทักษะสูงกว่าพวกเขา แต่ยังไงก็ตาม ประติมากรไม่ใช่ช่างฝีมือและพวกเขาไม่ได้ถูกนับเป็นคู่แข่ง เพราะทุกคนต้องพึ่งพาเขา นั่นทำให้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้วีดสามารถสร้างความสัมพันธ์กับยอดช่างฝีมือทั้ง 5 ในคุรุโซได้อย่างง่ายดาย รวมทั้งเฮอร์แมนด้วย “เพราะว่ามันอาจจะเป็นงานสุดท้าย ดังนั้นเราจะต้องทำให้มันดีที่สุด ชั้นบอกกับคนแคระที่ชั้นรู้จักเพื่อให้แน่ใจว่าเขาเอาของที่ดีที่สุดมาให้” “ขอบคุณ” “คนแคระที่ออกเดินทางเพื่อผจญภัยจำเป็นต้องใช้ของหลายอย่าง ดังนั้น ใช้โอกาสนี้รับมันมาซะ ฮ่าๆๆๆ” “ฮ่าๆๆๆ แน่นอนอยู่แล้ว” วีดหัวเราะอย่างดีใจ

ไม่เหมือนกับของขวัญวันเกิดที่เขาต้องให้ของขวัญคืนในคราวหลัง และเขาโคตรจะมีความสุขที่จะได้รับของขวัญจากงานเลี้ยงอำลา เขาจะต้องรับมันมาและขอบคุณทุกคนจากใจของเขา วีดคิดว่าพวกคนแคระนี่ช่างเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีความโรแมนติกอย่างคาดไม่ถึง ‘ชั้นคิดว่าพวกนี้จะตัวเล็กและเป็นพวกดันทุรังซะอีก แต่พวกเขาก็มีธรรมเนียมที่ไม่เลวเลย’

เมื่อวีดกลับออกไปจากทะเลสาบเพื่อวางแผนสำหรับประติมากรรมชิ้นใหม่ พินถามเฮอร์แมน

“คุณปู่” “หืมมม?” “มีอย่างนึงที่ปู่ลืมบอกเขาเกี่ยวกับงานเลี้ยงอำลานะ” “อะไรล่ะ” “ค่าเครื่องดื่มไง” เฮอร์แมนยิ้มจางๆ “แล้วเขาจะมาร่วมงานนี้มั้ย ถ้าเขารู้เรื่องนั้นน่ะ?” “นั่นมันก็...” “ถ้าเราอยากจะจัดงานเลี้ยงขึ้น มันคงจะดีกว่าถ้าเขาไม่รู้เรื่องนั้น แม้ว่าคนแคระอย่างพวกเราจะกินดื่มอยู่บ่อยๆ แต่พวกเราสามารถกินได้เยอะที่สุดแค่ไหนกันล่ะ?” เฮอร์แมนไม่ได้โกหก เขาแค่ไม่ได้บอกไปอย่างนึง มันเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนแคระที่กำลังจะออกจากเมืองที่ต้องเป็นคนรับผิดชอบค่าเครื่องดื่มทั้งหมดในงานเลี้ยงอำลา (t/n: ลาก่อนวีด บัยยยย) ***** “ยินดีด้วยยยยย!!!” “ออกไปเผชิญโลกกว้างและคลี่คลายความฝันของคนแคระให้กระจายไปทั่วทั้งหัวใจนาย เชียร์ส!” “เชียร์ส!” “เอ้าชนนนน” คนแคระทั่วคุรุโซกว่าพันคนมารวมตัวกันที่พลาซ่าซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบและดื่มเบียร์ด้วยกัน “ย่ะ...สุดยอดดด” “นี่แหละเด็ด” บนผืนน้ำของทะเลสาบ มีเป็ดแกะสลักหลายตัวลอยไปตามแนวคลื่นเล็กๆ และใต้น้ำก็มีรูปสลักวาฬที่คอยพ่นละอองน้ำออกมาสร้างสายรุ้งให้กับงานเลี้ยง ฉากนี้เหมือนกับที่สวนน้ำเคนเดล์ฟเลย และพวกเขาได้ดื่มเบียร์ที่อาณาจักรใต้ดิน! คนแคระยุ่งอยู่กับการรินเบียร์จากถัง “ถ้าครายมาถามว่าทัมมายคุรุโซถึงเปนที่ที่ดีที่สุด ก็เพราะนายไม่สามารถไปไหนได้เพราะรสชาติของเบียร์ไง” “ฉานว่าที่ฉานไปจากคุรุโซม่ายด้ายก็เพราะติดจายเบียร์พวกนี้แหละ” แม้อารมณ์พวกเขาจะเลอเทอะไปบ้าง แต่คุรุโซก็มีเบียร์ที่สุดยอดจริงๆ ช่างหมักเบียร์! พวกเขาสามารถอยู่ในคุรุโซได้ ตราบที่ได้รับความเคารพจากคนแคระ เขาโอ้อวดว่าเบียร์ที่เขาหมักในคุรุโซมีรสชาติดีที่สุด คนแคระเริ่มสนุกไปกับการดื่มเบียร์และเริ่มที่จะเมา พวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์ที่ชื่นชอบเบียร์เป็นชีวิตจิตใจ นอกจากนี้ทักษะบางอันของพวกเขาสามารถเพิ่มขึ้นหลังจากดื่มเบียร์ได้ด้วย และถ้าเกิดพวกเขาได้พักซักวันหลังจากดื่มเบียร์ไปแล้วละก็ พวกเขาจะฟื้นกลับมาอย่างกระปรี้กระเปร่าในวันถัดมาและทำอะไรๆได้ดีขึ้นด้วย ทุกครั้งที่พวกเขากระแทกแก้วลงกับโต๊ะและเห็นพวกมันถูกเติมเต็ม ก็รู้สึกราวกับได้รับรางวัล “หัตถ์แห่งศิลป์ มานี่หน่อยเด๊ะ!” “นี่ๆ เจ้าต้องดื่มแก้วนี้ด้วย” วีดเดินไปโน่นมานี่และยุ่งไปกับการดื่มกับคนอื่นๆ ตั้งแต่ที่เขาได้เข้าร่วมและกลายมาเป็นตัวเอกของงาน “ภารกิจนั่นช่างเป็นเรื่องมหัศจรรย์” “นายเป็นคนคิดกลยุทธ์การต่อสู้สำหรับเหล่าคนแคระที่ต่อสู้ในถ้ำนั่นใช่มะ” เหล่าทหารและนักรบให้ความสำคัญกับวีด การดื่มกับคนโน้นคนนี้และต้องมาฟังแต่ละคนพูดคำเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมาเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดใจที่สุดของงาน แม้ว่ามันจะยังดำเนินไปเรื่อยๆ แต่วีดก็ยังทนต่อไป ‘ถ้าเพื่อของขวัญฟรีแล้วละก็ ไอ้ความเบื่อหน่ายระดับแค่นี้นี่มัน...ฉันทนได้น่า’ เหล่าคนแคระให้ดาบสั้น กระเป๋าหนัง และก็อะไรบางอย่างที่ดูเหมือนเหยื่อล่อเป็นของขวัญ เหยื่อล่อนี่ไม่ใช่แค่มีกลิ่นหอมมากๆเท่านั้นนะ มันยังส่งผลให้สัตว์อสูรหลับได้อีกด้วย ซึ่งมันช่วยให้สัตว์อสูรไม่ตาย แต่มันก็ยังมีข้อเสียที่สัตว์อสูรบางตัวอาจจะลังเลที่จะกินมัน และยิ่งพวกมันตัวใหญ่มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องใช้เหยื่อขนาดใหญ่มากขึ้นเพื่อทำให้มันเกิดผล แถมบางทีมันอาจจะล่อให้สัตว์อสูรโผล่มาทั้งฝูงอีกด้วย ยังไงก็ตาม ถึงแม้มันจะมีข้อเสียหลายข้อ แต่ข้อดีของมันก็ทำให้ถูกขายในราคาสูง เชฟที่มีทักษะดีก็สามารถทำมันได้ด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศ แต่ก็ทำได้ไม่มากอยู่ดี “มันคงดีนะ ถ้าเหยื่อล่อนี่จะใช้ช่วยชีวิตนายได้ ทวีปนี้เต็มไปด้วยอันตรายทุกหนทุกแห่ง ดังนั้นต้องระวังให้มากเข้าไว้ และพยายามไปในที่ที่มีคนแคระเยอะๆเข้าไว้ล่ะ” “ครับ ผมจะใช้มันอย่างคุ้มค่า” “ย่าห์! เจ้าคนแคระ หัตถ์แห่งศิลป์ไม่ได้กระจอกนะเฟ้ย ไม่จำเป็นต้องบอกอะไรยังงั้นหรอกน่า ปะ หัตถ์แห่งศิลป์ คุรุโซกลายเป็นที่ที่น่าอยู่มากๆ ต้องขอบใจนายจริงๆ ที่ทำให้มีแม้กระทั่งประติมากรรมที่ทำจากน้ำ...”

ท่ามกลางบรรยากาศอันอบอุ่น วีดรับและเก็บของขวัญเอาไว้ แต่คนแคระที่ให้ของขวัญกับเขาเอียงหัวมาหา “แต่ปีกที่นายสร้างตอนแข่งชนะเดธแฮนด์กลับหายไป มันหายไปไหนน่ะ?” “...” “มันเป็นปีกที่มหัศจรรย์มากเลย แต่ตอนนี้กลับหายไปซะงั้น เกิดอะไรขึ้นกับมันงั้นรึ?” พวกคนแคระรู้สึกมหัศจรรย์กับปีกแห่งแสงที่วีดสร้างขึ้นและแอบเก็บเอาไว้ วีดอธิบายเป็นเชิงแก้ตัว (t/n: แถนั่นแหละ) “มันสร้างจากแสง ใช่มั้ย? แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับเทียนไขที่ถูกจุดไว้นานๆล่ะ?” “มันดับ” “ใช่เลย” “อ้อ! เพราะงี้นี่เอง” “ชั้นก็นึกว่าเป็นเพราะอย่างอื่นซะอีก ฮ่าๆๆ” ขณะที่กระดกเบียร์ คนแคระก็ยิ้มอย่างสดใสและโล่งใจ แล้วข้อกังขาก็หมดไปเพราะคนแคระเมา ---ระดับการเมาสูงขึ้น--- ยิ่งวีดกินเบียร์มากแค่ไหน เขาก็ยิ่งเมามากขึ้นเรื่อยๆ “หัตถ์แห่งศิลป์ นายต้องดื่มเบียร์จากแก้วเน้~~~” “มาๆ” ถึงวีดจะเริ่มเดินไม่ไหวแล้ว แต่เขาก็ยังรับแก้วที่ปริ่มไปด้วยเบียร์มาอยู่ดี “กินเข้าปายให้หมดแก้วเลยยยย” การแข่งขันของคนแคระไม่ใช่แค่การจิบอึกเล็กๆ วีดกระดกหมดแก้วในอึกเดียว “ย่าาาาห์!!!” “นายนี่มันแน่จริงๆ มาๆ หากับแกล้มกินกันดีกว่า” วีดเดินไปกินไปรอบๆงาน แล้วก็ไปนั่งดื่มกับเอ็กเปอร์ เขาเป็นหนึ่งในห้าสุดยอดช่างฝีมือ และตอนที่วีดมาถึงคุรุโซครั้งแรก ชื่อของเขาเป็นชื่อแรกที่วีดได้ยินเลย ช่างฝีมือผู้ที่มีเพลงของตัวเอง พวกเขาทั้งห้ามาที่งานเลี้ยงนี้เพื่อวีด “หัตถ์แห่งศิลป์” “ครับนายช่าง” “สักวัน ชั้นจะทำหอกที่สามารถพิชิตมังกรให้ได้ เอึ๊ก” “ผมมั่นใจว่าคุณจะทำได้อย่างแน่นอนครับ” เขาพยายามเข้าใจอารมณ์ของเอ็กเปอร์ผ่านการดื่ม “เอิ๊ก ชั้นเมาละ ยังไงก็เหอะ ชั้นทำหอกนี่มาให้นาย เอามันไปสิ” ---คุณได้รับหอกแห่งเพลิงที่สร้างโดยช่างเอ็กเปอร์--- เขาตรวจสอบหอกและพบว่ามันเป็นหอกที่สุดยอดมาก และมีพลังโจมตีสูงถึง 78 จุด “เพราะว่าหอกนี้มีชื่อของฉาน งั้นนายห้ามเอาไปให้คนอื่นนะเว้ย ฮ่าๆ” “ครับ เรามาดื่มกันอีกสักแก้วเถอะ” “ได้เลย รินมาๆ” วีดดื่มไปอีกสามแก้วกับเอ็กเปอร์และย้ายไปที่อื่น เมื่อวีดได้รับของขวัญจำนวนมากอีกครั้ง งานเลี้ยงก็มาถึงจุดพีคพอดี “ดื่ม ดื่มเข้าปายยย” “ดื่มจนกว่าจะตายกันไปข้างนึง แสดงให้เห็นความเป็นลูกคนแคระ (t/n: ก็เหมือนเป็นลูกผู้ชาย ...แต่นี่เป็นลูกคนแคระ) “หมูป่าย่าง มันอยู่ไหน! เชฟ! เอามาอีกห้าตัวดิ๊” พวกคนแคระส่งเสียงโห่ร้อง เมื่อเฮอร์แมนและพินกินเบียร์กับคนแคระบางคน เขาก็เริ่มเป็นกังวล “ปู่ มันจะไม่เป็นไรใช่มั้ย?” “อืม... ชั้นก็ไม่นึกว่าจะมีคนแคระมาร่วมงานมากขนาดนี้ ให้ตายเถอะ” “ค่าเครื่องดื่มมันจะต้องมหาศาลแน่ๆ” “ตั้งแต่ที่พวกเขาดื่มมากกว่าปกติ ดูเหมือนว่านี่จะเป็นงานเลี้ยงที่ดีที่สุด พวกแคระแคระไม่ค่อยมีอะไรให้ทำมากนักหรอก หรือวีดจะกลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงที่สุดไปแล้ว?” ขณะที่แฮอร์แมนเดาะลิ้นอยู่ คนแคระทุกคนในคุรุโซก็เข้าร่วมงานเลี้ยงแล้ว พวกคนแคระรู้สึกว่านี่อาจจะเป็นงานเลี้ยงครั้งสุดท้าย และมีคนแคระหลายคนที่มีความสัมพันธ์กับวีดเพียงเล็กน้อย เมื่อวีดกลายเป็นประติมากรที่โด่งดัง คนแคระเหล่านั้นก็อยากที่จะทำความรู้จักกับเขาเป็นการส่วนตัวบ้าง แม้ว่าจะเลยเที่ยงคืนมาแล้ว แต่งานเลี้ยงก็ยังไม่มีวี่แววจะเลิก วีดรับแก้วเบียร์มาจากฟาบิโอ หนึ่งในห้าสุดยอดช่างฝีมือ ฟาบิโออายุประมาณสี่สิบกลางๆ เขามีไหล่กว้างและดวงตาคมกริบ แม้ว่านี่จะเป็นการพบกันส่วนตัวครั้งแรกของวีดกับเขา แต่ผ่านการออกอากาศและภาพยนตร์ วีดเห็นหน้าของเขามาหลายครั้งแล้ว ช่างฝีมือคนแคระที่โด่งดังที่สุด ใครจะเชื่อว่าเขารวยและมีทักษะตีเหล็กสูงแค่ไหน “เอานี่ไป” “ครับ ขอบคุณ” วีดใกล้จะเมาอย่างสมบูรณ์แล้ว ---อาการเมาเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง ค่าสถานะทุกอย่างลดลง--- เพราะการดื่ม เขาเริ่มเวียนหัว มือไม้สั่น แต่วีดก็พยายามอดกลั้นมันไว้ ‘เราจะยอมแพ้กับเรื่องแค่นี้ไม่ได้’ เมื่อเทียบกับการฝึกจิตจากนักดาบ เขายังทนกับการเมาได้ ด้วยความแข็งแกร่งของเขา วีดแสดงเหมือนว่าไม่เป็นไร แม้ว่ามือจะสั่น แต่แก้วเบียร์ในมือก็ไม่หกแม้แต่หยดเดียว สายตาของฟาบิโอดูลึกลับมากขึ้น “ชั้นได้ยินเรื่องต่างๆจากลูกสาว นายปฏิเสธเกราะที่ชั้นให้ด้วยความปราถนาดีตอนที่ไปทำภารกิจ” “...” “ชั้นคิดว่านายเป็นเด็กขี้เกรงใจ ชั้นคิดว่านายจะล้มเหลวเพราะว่ามันเป็นภารกิจที่เต็มไปด้วยอันตราย แต่นายกลับทำมันสำเร็จ และตอนนี้เรื่องของนายก็ดังไปทั่วคุรุโซ” “ผมภูมิใจ” “ตราบใดก็ตามที่นายมีความสามารถ นายก็หยิ่งได้ ชั้นเห็นนายแกะสลักแม้กระทั่งชุดเกราะที่ชั้นได้มาเป็นอย่างดี เมื่อฟาบิโอกระดกแก้ว วีดก็กระดกตาม เบียร์หมดไปสองแก้ว และมันก็ถูกเติมจนเต็ม “ดูเหมือนว่านายจะไม่ใช่คนแคระธรรมดา” เมื่อฟาบิโอเอ่ยคำนี้ วีดเหลือบตามอง สายตาของเขาประสานกันอย่างไม่ยอมแพ้ นัยน์ตาขาวของวีดเต็มไปด้วยเส้นเลือดเพราะอาการเมา แต่มันก็ดูลึกลับและแข็งแกร่ง “ชั้นเห็นนายกินเบียร์และเดินไปมาเมื่อกี้นี้ ถ้านายเป็นคนแคระธรรมดา มันคงเป็นเรื่องยากที่ยังไม่เป็นอะไรแม้ว่าจะดื่มไปเยอะขนาดนี้ ฉันรู้ เพราะฉันเป็นคนแคระ” “ผมมีความสามารถในการดื่มน่ะ” “ก็คงงั้น ยังไงก็ตาม แต่เท่าที่ชั้นเห็น นายไม่ใช่แค่ประติมากรธรรมดา” สายตาของฟาบิโอแข็งกร้าวขึ้น สายตาเขาไม่ได้สอบสวนวีด ในฐานะที่มีความอาวุโส พวกเขาสามารถเข้าใจเรื่องราวต่างๆได้ง่าย จากการพบกันเพียงครั้งแรก ก็พอแล้วที่จะทำให้เขาสามารถคาดเดาว่าคุณเป็นคนอย่างไร มีนิสัยยังไง นิสัยของฟาบิโอเป็นเหมือนเหล็กที่หยาบและหนา มันแข็งแกร่ง และไม่สามารถทำลายได้ง่ายๆ คนทั่วไปอาจถูกฟาบิโอข่มขู่จากการคุยกันอย่างง่ายๆ แต่วีดกลับไม่มีแม้แต่อาการกลัว วีดรับมือได้อย่างเข้มแข็ง เขาเดินไปในเส้นทางของนักดาบ เขาถูกสอนให้รู้ว่าดาบเป็นอีกส่วนที่ต่อออกมาจากร่างกายและอุทิศตัวเองให้กับมัน แม้กระทั่งออร่าความแข็งแกร่งของฟาบิโอก็ดูเหมือนจะหม่นแสงลงเมื่ออยู่ต่อหน้าวีด เหมือนกับจุดคบไฟท่ามกลางพายุ ฟาบิโอรู้สึกอย่างนั้น ‘เขาเป็นคนที่มีบุคลิกแข็งแกร่งกว่าฉัน แม้ว่าชั้นจะไม่รู้ว่าเขาทำงานอะไร แต่เด็กคนนี้กลับมีความกลัวน้อยกว่าชั้น’ ฟาบิโอโยนเรื่องการตัดสินประติมากรออกจากหัว และรู้ว่าวีดเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ทำให้เขาประหลาดใจได้ตั้งแต่เขาเล่นรอยัลโรดมา “บอกมาสิว่านายอยากได้อะไรเป็นของขวัญ” เขาตัดสินใจให้วีดเลือกว่าอยากได้อะไร ชุดเกราะส่วนใหญ่ของเขาถูกแกะสลักโดยวีด ตั้งแต่ที่ฟาบิโอรู้เรื่องเข้า เขาก็บอกวีดว่าเลือกอะไรที่อยากได้ไปเลย ‘ด้วยวิธีนี้ ชั้นจะรู้ได้ว่าค่าสถานะของเขาเป็นแบบไหน’ แม้ว่าฟาบิโอจะเป็นคนสร้างเกราะ แต่เขาเชื่อว่าคนต่างหากที่สำคัญที่สุด ดวงตาของวีดเบิกกว้างขึ้น “งั้นผมขอเกราะไหล่ของ Iron Wheel” “เกราะไหล่ของ Iron Wheel? ในชุดเสื้อเกราะที่ดีที่สุดที่ชั้นสร้าง มัน... ไม่มีอันไหนที่นายจะใช้มันได้เลยเพราะข้อจำกัดด้ายเลเวลและอาชีพ” แต่ขณะที่เขากำลังพูดอยู่ ก็เหมือนว่าเขาจะเจอคำตอบบางอย่าง “ไม่สิ ดูเหมือนว่านายจะใช้มันได้” “ใช่เลย” “ก็ได้ งั้นชั้นจะให้นาย” ฟาบิโอเปลี่ยนทัศนคติของเขาต่อวีด เขาสังเกตว่าวีดมีสกิลช่างตีเหล็กที่สูงมาก ‘ตั้งแต่ที่เขากล้าถามชั้น เด็กคนนี้น่าจะเป็นคนที่มีความกล้ามากๆ ไม่มีความละอายใจเลย ชั้นไม่น่าบอกให้มันเลือกอะไรก็ได้เลย’ ในขณะที่เขาบ่น เขาสบถสาบานอย่างเงียบๆในใจ นั่นเพราะในเซ็ตเกราะที่เขาเคยสร้างมา เกราะไหล่ของ Iron Wheel เป็นสิ่งที่สุดยอดที่สุดที่เขาเคยสร้างมา ***** เมื่อวีดเก็บของขวัญเสร็จ เขาก็เดินมาเจอเฮอร์แมนพอดี ร่างกายของเขาเริ่มเซและดูเหมือนจะประคองตัวเองไม่ได้ “นายเมาแล้ว” “ผมยัง” “นายดื่มกับชั้นอีกได้มั้ย” “เมื่อไหร่ก็ได้” วีดดื่มอย่างตะกละ จากนั้นเฮอร์แมนก็เอาต่างหูออกมา “ต่างหูมาร์ยอง มันเป็นไอเทมที่ช่วยเพิ่มมานาได้” มันเป็นอุปกรณ์ที่พิเศษ เพราะว่ามันสามารถช่วยเพิ่มมานาได้ ทำให้มันไม่ได้มีค่าแค่เฉพาะพวกนักเวทย์เท่านั้น แต่กับทุกอาชีพ และมันมีค่าอย่างน้อยก็สามหมื่นเหรียญทอง “ขอบคุณ" “ไม่สำคัญหรอกน่า มีบางอย่างที่ชั้นอยากถามน่ะ” หัวของวีดตกลงก่อนจะผงกขึ้นมาทันที่อย่างรวดเร็ว “อะ... อะไรครับ” ไม่ใช่เรื่องปกตินักที่จะได้เห็นวีดในสภาพนี้ วีดพยายามควบคุมตัวเองให้ได้ โดยสามารถสังเกตได้จากดวงตาของเขา รอยยิ้มผุดขึ้นมาที่ริมปากของเฮอร์แมน “ชั้นไม่ได้จะพูดเรื่องสำคัญนักหรอก แต่นายคิดยังไงเกี่ยวกับภารกิจของประติมากร?” “ภารกิจ” “ชั้นมีภารกิจบางอย่างที่เกี่ยวกับช่างตีเหล็ก เพราะงั้น ชั้นถึงมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างดาบที่พิเศษ แต่มันก็ไม่ง่ายเลย บางทีนายอาจจะมีภารกิจของประติมากรก็ได้นะ ...เฮ้!” แต่ในขณะที่เฮอร์แมนพูด หัวของวีดก็ตกลงเรื่อยๆ ทีละนิ้วละนิ้ว จนกระทั่งพับไปข้างหน้าอย่างสมบูรณ์ “เงยหน้าขึ้นมา!” “งืมมม” วีดหลับสนิทไปแล้ว เฮอร์แมนมองไปรอบๆและพบกับพวกคนแคระบางคนที่ดื่มเบียร์อย่างโซเซ คนแคระหลายคนที่เมาก็นอนแผ่ กางแขนขาสั้นๆ ของพวกเขาอยู่ตามพื้น ‘ให้ตายเถอะ ดูเหมือนว่าเขาไม่ไหวแล้วหลังจากที่ดื่มคนละแก้วสองแก้วจากพวกคนแคระทั้งหมด’ เฮอร์แมนส่ายหัวไปมา “พิน ช่วยอะไรชั้นอย่างนึงสิ คว้าแขนเขาขึ้นมา” “ค่ะ” “เอาล่ะ แบกเขาไป” แล้วทั้งสองคนก็ช่วยกันหิ้ววีดไปที่มุมห้อง งานเลี้ยงอำลาดูเหมือนจะยังดำเนินต่อไปตลอดทั้งคืน และยังเหลือคนแคระไม่น้อยที่ยังถือแก้วอยู่เข้ามาลากเฮอร์แมนเข้าสู่การสนทนา และนอกจากนั้น เมื่อเขาลองมองไปรอบๆ ก็ดูเหมือนว่าอะไรบางอย่างจะหายไป วีดที่ผล็อยหลับไปเมื่อกี้เพราะเมา เขาหายตัวไปราวกับมีเวทมนตร์! “โอ้ เขาหายไปไหนแล้วเนี่ย” เฮอร์แมนรีบหาวีดทันที “มีคนแคระคนไหนเห็นหัตถ์แห่งศิลป์มั้ย?” คนแคระคนหนึ่งชี้ไปที่ทางออกทางหนึ่งที่อยู่เลยขึ้นไปเหนือพื้นดินด้วยนิ้วของเขา “เขาไปทางนั้นเมื่อกี้นี้” “เห้ย!!!” เฮอร์แมนแทบจะบินออกไปเลยทีเดียว จากนั้นเขาก็กระซิบไปหาวีด -เฮ้! -… -เฮ้! หลังจากเรียกไปสองสามครั้ง วีดก็ตอบกลับมา -ครับ คุณเฮอร์แมน -หืมมม นายสร่างเมาแล้ว? -อ่า ก็ยังไม่เท่าไหร่ ผมปวดหัวจะตายอยู่แล้วเนี่ย -เป็นเรื่องปกติหลังจากดื่มไปเยอะๆนั่นแหละ แล้วนายจะกลับมาเมื่อไหร่ล่ะ? -ผมออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ข้างนอก

ขณะที่วีดตอบกลับไป เขากำลังรีบวิ่งผ่านเหมืองถ่านหินเพื่อทำการหลบหนี เขามองเห็นทะลุปรุโปร่งว่าคนแคระไม่เคยจะจ่ายค่าดื่มเบียร์ของพวกเขา ‘จากนั้นชั้นอาจจะต้องเป็นคนจ่ายเงินพวกนี้’ เขาไม่เคยปล่อยปละความระมัดระวังลงแม้ว่าเขาจะดื่ม การหลบหนีเป็นไปอย่างสวยงาม -ดูที่นี่สิ นายจะทิ้งมันไว้ยังงี้หรอ? -ทำไมล่ะ ผมว่างานเลี้ยงอำลาก็สนุกดีนะ -นั่นมัน... นายต้องจ่ายค่าเครื่องดื่มนะ -คุณพูดว่าอะไรนะ ผมควรจะต้องจ่ายมันด้วยหรอ? วีดส่งข้อความกลับไปเป็นเชิงขบขัน ทำให้เฮอร์แมนสับสน แล้ววีดก็พูดอีกครั้ง -คุณควรจะบอกผมเร็วกว่านั้นนะครับ ถ้าคุณบอกมันก่อน ผมจะจ่ายมันก่อนที่จะออกมา -อะแฮ่ม งั้นนายจะกลับมาจ่ายเมื่อไหร่ล่ะ ค่าใช้จ่ายมัน... ดูหน่อยซิ มันเกิน 3,500 เหรียญทองไปนิดหน่อยเอง สำหรับพวกเขาแล้ว การดื่มเบียร์ไปเกิน 3,000 เหรียญทอง เป็นอะไรที่ดูไม่น่าจะเป็นไปได้ ถ้าไม่ใช่เพราะความสมารถในการดื่มอย่างบ้าคลั่งของคนแคระ -ผมออกมาถึงถนนแล้ว แล้วผมจะกลับไปยังไงล่ะ? -งั้นก็... -เอาเป็นยังงี้ดีมั้ย คุณช่วยจ่ายให้ผมก่อนได้หรือเปล่า แล้วผมจะจ่ายมันคืนให้ทีหลัง -ยะ...ยังงั้นก็ได้ -ครับ -ดูเหมือนว่าเราคงจะต้องทำตามนั้น โอเค งั้นนายค่อยเอาเงินมาจ่ายชั้นคราวหลังละกัน -ไม่ต้องห่วงเลย คุณก็รู้ผมคือใคร ฮ่าๆๆๆ (t/n: โชคดีนะเฮอร์แมน) -ฮ่าๆๆๆ ***** วีดเดินทางออกจากคุรุโซและมาถึงหมู่บ้านหัตถ์เหล็กกล้าเพื่อส่งภารกิจ สำหรับประติมากร เมื่อเขาออกจากอาณาจักร เขาจะต้องสร้างรูปปั้นหนึ่งชิ้น ดังนั้นเขาจึงหยิบรูปแกะสลักนกแก้วที่เขาเคยทำไว้ออกมา เมื่อเทียบกับชื่อเสียงของวีดผู้โด่งดังแล้ว นี่มันกระจอกมากๆ แม้ว่าประติมากรรมจะคงอยู่ในคุรุโซตามที่วีดได้สร้างมันเอาไว้ แต่เขาไม่ได้สนใจอะไรพวกนั้นเลย ถึงจะเป็นเรื่องเกียรติยศหรือชื่อเสียงอะไรก็แล้วแต่ “นายได้ยินมั้ย? วิหารแห่งการคืนชีพยึดดินแดนฟีนอมป์แล้วล่ะ” “ห๊ะ นั่นมันหายนะชัดๆ” “ใครจะหยุดพวกนั้นได้ล่ะ? ถ้าเป็นยังงี้ต่อไป ทวีปเวอร์เซลอาจจะถูกพวกมันครอบครองก็ได้นะ” วีดได้ยินบทสนทนาของคนแคระในหมู่บ้านหัตถ์เหล็กกล้าถึง กองทัพอันทรงพลังของวิหารแห่งการคืนชีพที่เดย์มอนต์เป็นผู้นำการรุกรานมาสู่ทวีปเวอร์เซล ก่อนหน้านี้พวกเขากลัวการถูกฝูงมอนสเตอร์บุกถล่ม ไม่ก็น้ำท่วม แต่ตอนนี้การรุกรานของเดย์มอนต์เป็นมหันตภัยที่ใหญ่ที่สุดของทวีปเวอร์แซลไปแล้ว คนแคระกระซิบคุยกัน “พวกเขาเล่าว่าอาณาจักรต่างๆเริ่มจะเคลื่อนไหวแล้วแหละ” “พวกเขาเริ่มสร้างแนวป้องกันเพื่อหยุดกองทัพของวิหารแห่งการคืนชีพ “พวกนั้นคงเริ่มหัวเสียเพราะกองทัพนั่นกำลังจะเข้ามาถึงดินแดนของพวกเขาแล้ว” “ไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเลย เพราะว่าพวกเขาตั้งค่าหัวไว้ถึง หกหมื่นเหรียญทอง” นั่นเป็นหัวข้อหลักในการพูดคุยของสมาคมดาร์คเกมเมอร์เหมือนกัน เงินหกหมื่นเหรียญทองเป็นจำนวนมหาศาล มันมากพอที่จะกระตุ้นให้ทุกๆคนเด็ดหัวเดย์มอนต์ให้ได้ แต่ถึงยังไง มันก็เป็นเรื่องยากที่จะเล็ดรอดผ่านความสนใจของพวกวิญญาณปีศาจที่เดย์มอนด์ควบคุมอยู่ และยังมีเรื่องพูดคุยกันอีกว่าค่าหัวของเดย์มอนจะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ ‘เพื่อที่จะหายรายได้อันมั่นคง ความวุ่นวายเกินไปคงจะไม่ดี’ วีดเข้าไปที่กิลด์ประติมากร ไม่ว่าจะเกิดมหันตภัยอะไรกับทวีปนี้ แต่กิลด์นี้ก็ยังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน “ใช้วัสดุทิ้งๆขว้างๆอีกแล้วเรอะ! ชั้นต้องบอกอีกกี่ครั้ง กว่านายจะเข้าใจการแกะสลักเนี่ย มันไม่เหมือนอย่างที่นายคิดหรอกนะ” “แกนี่มันเป็นความอัปยศของเหล่าคนแคระจริงๆ เป็นความอับอายอย่างถึงที่สุด!” คนแคระนั่งเรียนการแกะสลักอย่างเศร้าใจเมื่อถูกดุจากอาจารย์ พวกเขาจำหน้าวีดได้เมื่อเขาเปิดประตูแล้วเดินเข้ามาข้างใน “เขาคือคนแคระที่เดินออกไปหลังจากได้ภารกิจเมื่อตอนนั้นนี่” “นายหมายถึงภารกิจที่ให้หาร่องรอยของเคนเดล์ฟน่ะเรอะ” “เขาคือคนแคระที่กล้ายอมรับภารกิจที่ไม่เคยมีใครทำสำเร็จมาก่อน” “หุหุ ดูเหมือนว่าในที่สุดเจ้านี่ก็ยอมแพ้กลับมาหลังจากพยายามแล้วพยายามอีกสินะ” พวกคนแคระแอบดีใจ ตอนที่วีดรับภารกิจไป พวกเขาก็เป็นกังวลว่าอาจจะทำสำเร็จ แต่เมื่อเห็นนัยน์ตาของวีดที่เต็มไปด้วยความหม่นหมอง ไร้ซึ่งพลังใดๆ พวกเขาก็บอกได้เลยว่ามันคงล้มเหลว ถึงแม้ว่าการค้นพบประติมากรรมของเคนเดล์ฟจะถ่ายทอดออกอากาศผ่านรอยัลโรดแล้ว ดูจากมุมมองของคนแคระพวกนี้แล้ว พวกนี้ยังคงไม่รู้ว่าโลกภายนอกนั้นมีอะไรเกิดขึ้น วีดเดินตรงไปหาผู้ฝึกสอน “ผมมาเพื่อรายงานภารกิจ” ผู้ฝึกสอนประติมากรจอร์บิด ถามอย่างสุภาพ “เจ้าเดินทางมาไม่น้อย แล้วตำนานของประติมากรคนแคระเป็นเรื่องจริงรึเปล่า?” “ถูกต้องเลย มันมีประติมากรรมของเผ่าพันธุ์คนแคระ และประติมากรรมของเขางดงามมาก” “ข้าว่าแล้วเชียว! ข้าว่าแล้วว่ามันต้องเป็นเรื่องจริง เจ้าแสดงร่องรอยของเคนเดล์ฟให้ข้าดูได้มั้ย?” “แน่นอน” วีดคว้าเป้ขึ้นมาในมือแล้วเปิดขึ้น หลังจากคุ้ยอยู่พักนึง เขาก็เจอบางอย่าง แล้วดึงมันออกมาถือด้วยสองมือของเขา “นี่คือประติมากรรมของเคนเดล์ฟ” เมื่อวีดเผยสองมือของเขาออก เจ้านกที่สร้างจากน้ำซึ่งโดนขังไว้ก็บินออกมา มันร้องด้วยเสียงกังวานใสแล้วบินไปบินมารอบๆกิลด์ประติมากร “อ่าห์ นั่นเป็นประติมากรรมที่ท่านบรรพบุรุษสร้างขึ้นมานี่นา” ผู้ฝึกสอนจอร์บิดอดไม่ได้ที่จะดื่มด่ำไปกับความรู้สึกอันลึกล้ำ ประติมากรรมรูปร่างนกกระจอกบินผ่านระหว่างคนแคระ เหล่าคนแคระต่างตกใจอย่างมากยังกับพวกเขาเพิ่งเห็นโลกใหม่ ขากรรไกรของพวกเขาไม่เคยอ้ากว้างขนาดนี้มาก่อนนอกจากเวลากระดกเบียร์ “เขาบอกว่ามันเป็นรูปสลัก! มันเป็นรูปสลักตรงไหนเนี่ย?” “มันไม่ใช่ไอเทมที่สร้างจากภูติผีหรือเวทมนตร์หรอกเรอะ!” “ประติมากรรมจะต้องสร้างจากเส้นสายต่างๆ นี่มันโกงกันชัดๆ” ขณะเดียวกัน มันก็เป็นเรื่องยากที่จะให้คนแคระยอมรับงานพวกนี้ จากภาพลักษณ์ที่เคยรู้จัก พวกเขาไม่เชื่อว่านกที่สร้างจากน้ำที่กำลังบินไปรอบๆนี่เป็นประติมากรรม วีดส่ายหัว ‘มันคงจะเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขาที่จะบรรลุทักษะด้านประติมากรรมตลอดชีวิตด้วยความคิดแบบนี้’ ประติมากรรมคือศิลปะสามมิติ ถ้ามันเป็นอะไรที่ประติมากรสร้างขึ้นมาได้และมีตัวตน สัมผัสได้หรือความคิดที่สามารถเข้าใจหรือจับใจความได้ ไม่ว่าอะไรก็สามารถกลายมาเป็นความท้าทายใหม่ๆได้ ‘ชั้นไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงคิดว่ามันจำเป็นต้องแกะสลักแค่บนไม้หรือหินเท่านั้น’ วีดจำไม่ได้ว่าตัวเองเคยดูถูกงานประติมากรรมมาก่อนเมื่อนานมาแล้ว เขายังคงแสดงออกอย่างภูมิใจ ผู้ฝึกสอนจับมือของเขา “ขอบใจเจ้ามาก จากนี้ไป จะไม่มีเรื่องเผ่าพันธุ์มาเกี่ยวข้องอีก พวกนั้นไม่มีทางดูถูกพวกเราคนแคระได้อีกแล้วเมื่อมันเป็นเรื่องแกะสลัก” ติ๊ง!!! -คุณผ่านภารกิจของผู้ฝึกสอนประติมากรจอร์บิด ประติมากรรมของเคนเดล์ฟ ประติมากรคนแคระในตำนาน ที่เคยอาศัยอยู่ในคุรุโซ หลังจากค้นพบประติมากรรมของเขา มนุษย์ เอลฟ์ที่เป็นช่างฝีมืออันชาญฉลาดจะไม่วิจารณ์ศิลปินคนแคระอีก -ค่าชื่อเสียงเพิ่ม 130 -การประเมินผลของคุณในกิลด์ประติมากรเพิ่มขึ้น -ในด้านศักดิ์ศรีของเผ่าพันธุ์ ความเคารพต่อคนแคระเพิ่มขึ้น 3 -ความสัมพันธ์กับอาณาจักรธอร์ของคนแคระเพิ่มขึ้น 82 คนแคระจะโยนพลั่วของพวกเขาทิ้งเพื่อช่วยงานคุณ -เลเวลเพิ่มขึ้น -เลเวลเพิ่มขึ้น ผู้ฝึกสอนประติมากรยื่นถุงมือสีดำมาให้ ด้วยความสัตย์จริง วีดคาดหวังว่าจะได้รางวัลมากกว่าพวกเลเวลหรือค่าชื่อเสียงซะอีก ‘นั่นคือเหตุผลว่าทำไมการทำภารกิจของอาณาจักรธอร์ถึงคุ้มค่า’ ถ้าเป็นภารกิจของเหล่าเอลฟ์ ความสัมพันธ์กับพวกเขาหรือเหล่าจิตวิญญาณจะเพิ่มขึ้น และถ้าเป็นของมนุษย์ คุณจะได้เงินรางวัล หรือค่าสถานะ หรือทักษะ แต่สำหรับคนแคระ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ของอาณาจักรธอร์ เมื่อทำภารกิจผ่าน พวกเขาจะให้ไอเทมที่ดีต่อคุณ และมันถูกใจวีดอย่างยิ่ง “นี่มันเป็นถุงมือที่ชั้นชอบมาก ถึงแม้มันจะไม่ใช่ของเคนเดล์ฟ แต่คนแคระที่ใช้ถุงมือนี้จะเป็นคนที่โดดเด่นมาก” “ขอบคุณมาก” -คุณรับของรางวัลจากภารกิจ ถุงมือนี้ส่องประกายเป็นสีดำเงางาม “ตรวจสอบสถานะ!” ถุงมือแห่งการรังสรรค์ : ความทนทาน 45/45 ป้องกัน 13 ถุงมือนี้ถูกสร้างและใช้งานโดยช่างตีเหล็กในรัชสมัยอาณาจักรธอร์ที่ 7นามสปินดัล ถึงแม้ว่าช่างตีเหล็กจะสร้างมันขณะที่เขาออกผจญภัย ดังนั้นเขาจึงสร้างให้มันนุ่มสบายที่สุดแม้กระทั่งใช้มันจับออร์ค เขาสร้างมันผ่านความล้มเหลวหลายต่อหลายครั้ง ถึงแม้ว่าพวกมันถูกทำขึ้นเพื่อช่างตีเหล็ก พวกมันสามารถนำไปใช้ได้หลากหลายวิธี ความต้องการ : สกิลงานฝีมือระดับกลางหรือสูงกว่า,เลเวล 150 สถานะเสริม : เมื่อสวมใส่ทักษะช่างตีเหล็ก +1 ทักษะประติมากร +1 ผลของทักษะงานฝีมือ +5% พลังโจมตี +7% เมื่อสวมใส่อาวุธระยะไกล ความเร็วเพิ่มขึ้น เหมือนที่เขาคิดไว้ว่ามันจะเป็นไอเทมชั้นดี แม้ว่าความต้องการเลเวลของมันจะต่ำ แต่มันต้องการทักษะงานฝีมือระดับกลาง ทำให้ไม่ใช่ว่าใครๆก็สามารถใช้มันได้ ผู้ฝึกสอนประติมากรแนะนำเสริม “ข้าเชื่อว่าร่องรอยของเคนเดนเดล์ฟยังเหลืออยู่ที่ไหนสักแห่งในอาณาจักรธอร์ เจ้าจะค้นหามันเพิ่มอีกได้มั้ย?” ติ๊ง! ประติมากรรมที่ซ่อนอยู่ของเคนเดล์ฟ สิ่งประดิษฐ์อันเลิศล้ำของประติมากรคนแคระถูกสงสัยว่าอาจจะถูกหลงลืมอยู่ที่ไหนสักแห่ง ค้นหาประติมากรรมของเคนเดล์ฟที่หายไปในอาณาจักรธอร์และนำมันมาคืน ความยาก : ภารกิจประติมากรของคนแคระ รางวัล : เกียรติยศของคนแคระ ความต้องการของภารกิจ : เฉพาะประติมากรเผ่าคนแคระเท่านั้น มันเป็นภารกิจต่อเนื่อง! แต่วีดกลับส่ายหัว “ข้าต้องหยุดการผจญภัยไว้เพียงเท่านี้ พวกมนุษย์และเอล์ฟได้รู้ถึงความยิ่งใหญ่ของเหล่าคนแคระแล้ว ข้าต้องการที่จะมอบความไว้วางใจนี้ให้กับคนแคระคนอื่นๆทำภารกิจนี้แทนข้า” มันยังมีเรื่องที่วีดต้องการจะทำอยู่ และเขาต้องการหยุดการค้นหาประติมากรรมไว้เพียงเท่านี้ ผู้ฝึกสอนประติมากรพยักหน้าอย่างไม่พอใจ “เอาเถอะ ต่อให้ไม่ใช่เจ้า คนแคระธรรมดาก็คงพอจะทำงานนี้ได้” -คุณปฎิเสธภารกิจ ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับผู้ฝึกสอนประติมากรจอร์บิดลดลงเล็กน้อย ถึงแม้ความสัมพันธ์จะลดลงเล็กน้อย แต่อาจารย์ก็คงชอบวีดเหมือนเดิม “มันเป็นเกียรติสำหรับข้าที่จะได้เห็นผลงานอันยอดเยี่ยมนี้เช่นเดียวกับเจ้า แล้วจากนี้เจ้าจะทำอะไร?” “แม้ว่าตอนนี้ข้าจะยังไม่รู้ แต่ข้าคงจะเดินทางไปที่อาณาจักรเดลเพื่อพบกับเพื่อนๆของข้า” “ขอให้เหล่าประติมากรรมอวยพรให้เจ้า กลับมาที่นี่บ้างและสร้างประติมากรรมให้กับหมู่บ้านหัตถ์เหล็กกล้า” “มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ข้าได้พบเห็นในที่ที่ข้าเดินผ่านมา ถ้ามีโอกาสได้กลับมาที่นี่ แน่นอนว่าจะสร้างมันให้พวกคุณ”

จบตอน

ผู้แปล: เนบิลลาสีคราม

Editor: แอดมิน เราอ่านนิยายแปล

ที่มา: http://japtem.com/lms-volume-15-chapter-1/

ไฟล์ PDF: https://drive.google.com/drive/u/0/folders/0B7slWHQIQ6wCM1hicDY3dUw2cXM

15 ความคิดเห็น:

  1. ขอบคุณครับ
    แปลได้ดีมากครับ อ่านลื่นดี

    ตอบลบ
  2. ขอบคุณมากครับ

    ตอบลบ
  3. ตัวใหญ่มร้ากกกกกกกก 5555555

    ตอบลบ
  4. ขอบคุณครับ แปลอ่านง่าย สบายตา เนื้อเรื่องสนุก

    ตอบลบ
  5. ขอบคุนครับ อ่านง่ายดีชอบ

    ตอบลบ