วันเสาร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2560

เล่มที่ 16 ตอนที่ 4: กลยุทธ์แห่งชัยชนะ (แปลโดย โอนิ และ แอดชิน)

เล่มที่ 16 ตอนที่ 4: กลยุทธ์แห่งชัยชนะ (แปลโดย โอนิ และ แอดชิน)

วีดเป็นกังวลอย่างมากกับการต้องหาวิธีทลายกำแพง

“หนทางยังอีกยาวไกลก่อนที่กำแพงป้อมปราการจะพังทลายลง จนกว่าเราจะเข้ายึดครองได้”

ในฐานะที่เป็นช่างตีเหล็กเขาสามารถสร้างอาวุธปิดล้อมได้แต่กระนั้นความชำนาญของเขายังต่ำต้อยเกินไป

“ไม่รู้ว่าต้องสร้างอาวุธปิดล้อมมากเท่าไหร่กว่าที่เราจะสร้างอันที่มีประโยชน์ใช้งานจริงๆได้ ไม่งั้น...”

ถ้ามันจำเป็นต้องมีการผลิตอาวุธอย่างช่ำชองเหมือนการผลิตดาบที่ยิ่งใหญ่

แล้วล่ะก็มันคงใช้เวลาหลายอาทิตย์เลยทีเดียว! การจัดหาวัสดุก็เป็นปัญหาและ

ยังจะชนเผ่าพันธมิตรที่อยากกลับเผ่าอีก

“งั้นก็ มันไม่เหมือนกับว่าเรามีความมั่นใจในการโจมตีเหล่าอัศวินและนักบวชของโบสถ์เอมบินยู (Embinyu) ถึงแม้กำแพงจะพังลงก็ตาม”

ความคิดของวีดผ่อนคลายลง เนื่องจากการแก้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การผลิตอาวุธ

ปิดล้อมอย่างช่ำชองเขาจึงเลิกผลิตอาวุธไปโดยปริยาย

“การปิดล้อมสมรภูมิรบโดยใช้กลยุทธ์แบบธรรมดาไม่ใช่วิธีที่ดีเลย มันต้องไม่ใช่คำตอบอย่างแน่นอน”

ไม่มีใครกล้าโจมตีกำแพงป้อมปราการที่ทั้งสูงและหนาหรอกเมื่อคนที่อยู่ด้าน

หลังกำแพงเตรียมการปกป้องปราการอย่างดีเยี่ยม

ชนเผ่าพันธมิตรที่มีจำนวนมากกว่าแต่ก็มีข้อเสียเมื่อต้องใช้วิธีรบแบบกลุ่ม 

หน้าที่ที่ดีที่สุดของแต่ละคนคือต้องรบแบบหมาหมู่และเหมือนการออกล่า

วีดเร่งความเร็วขึ้นโดยใช้ทักษะการตัดเย็บและช่างตีเหล็กพร้อมกัน แต่อาวุธ

พื้นฐานเสื้อเกราะของชนเผ่าพันธมิตรนั้นมันสุดเส็งเคร็งและพวกเขาส่วนใหญ่

คงจะตายตอนเข้าบุกโจมตีก่อนจะปีนขึ้นกำแพงด้วยซ้ำ

“นี่เราควรจะฟังคำแนะนำของสมิธและพาใครมาช่วยอีกคนรึเปล่านี่?”

แต่วีดส่ายหัว มันสายเกินไปแล้วที่จะมาเสียใจและเขาก็ไม่อาจย้อนกลับไปได้

ด้วย ถึงแม้ว่าเพล เซเฟอร์ หรือเหล่านักดาบจะมาด้วยแต่สถานการณ์ก็คงไม่

เปลี่ยนไปมากนักหรอก ประสบการณ์ส่วนตัวที่เขาสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่ง

ของศัตรูนั้นราวกับว่าการประสบความสำเร็จของเควสครั้งนี้จะริบหรี่เต็มที 

ต้องต่อสู้กับนักรบมืออาชีพที่ระดับกลางอย่างเลเวล 500 มันต้องใช้ความ

รุนแรงถึงสามารถทำลายประตูปราการได้อย่างดาบระเบิดหรือทักษะการ

ทำลายล้างที่สูงมาก การดักซุ่มโจมตีก็อาจปราบเหล่านักบวชของโบสถ์เอมบินยู (Embinyu) ลงได้!

ในฐานะที่เป็นอัศวินเขาสามารถออกคำสั่งและแสดงให้ชนเผ่าพันธมิตรเห็นถึงจุดสูงสุดของการเป็นผู้นำของเขา ถึงแม้ว่าชนเผ่าจะอยู่รวมกันพวกเขาก็แค่กองกำลังชั้นห่วย แต่เขาสามารถทำให้ชนเผ่าพันธมิตรต่อสู้ข้ามผ่านขีดจำกัดของพวกเขาไปได้โดยใช้ภาวะผู้นำและพรสวรรค์ ถึงแม้ว่าชนเผ่าพันธมิตรเกิดความเสียหายอย่างหนักเขาก็ยังต้องดึงเอาศักยภาพอันสูงสุดของพวกชนเผ่ามาใช้และมองหาโอกาส

มันอาจจะกลายเป็นชัยชนะอันทรงพลังยิ่งที่คุ้มค่าไว้เป็นประวัติศาสตร์ของทวีปเวอแซล

วีดไม่ได้ประเมินความสามารถในการบังคับบัญชาของเขาไว้ในระดับสูงเลย

“เราสามารถชนะสงครามก็ต่อเมื่อเราสู้ชนะ”

เขาไม่มีความปรารถนาอยากต่อสู้ในสมรภูมิรบเลยถ้ามีเพียงแค่โอกาสอันน้อย

นิดที่จะรบชนะของชนเผ่าพันธมิตร การเอาชนะทั้งคุณภาพและปริมาณ

ของกองกำลังทหาร ภูมิประเทศ และสภาพของอุปกรณ์รบนั้นมันไม่ง่ายเลย

ซ้ำยังมีขีดจำกัดของการมอบชีวิตให้อีกถึงแม้นั่นคือข้อดีของประติมากร เขาอยากให้มันเกิดมีชีวิตขึ้นถ้าเขามีประติมากรรมแกะสลักซัก 100 ตัวหรือประมาณนั้น เขาคงจะได้เห็นโอกาสแห่งชัยชนะ แต่ถ้าเขาทำอย่างนั้นแล้วล่ะก็ชั้นเลเวลของวีดจะตกลงอย่างน้อย 160 ขั้น

“ถึงแม้ว่าเราทำเควสสำเร็จแต่มันจะไม่เหลืออะไรเลย”

อย่างดีที่สุดเหล่าประติมากรรมที่ได้รับพลังชีวิตจะตายอย่างเหี้ยมโหดในสงครามปิดล้อม

แม้เขาทำเควสสำเร็จแต่เหล่าประติมากรรมเกินกว่าครึ่งตายลงมันก็เป็นการ

สูญเสียอันอย่างใหญ่หลวงนัก! เขาต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่อีกครั้งที่เลเวลต่ำ

กว่า 200 แม้ว่าเควสจะสำเร็จก็ตามแต่มันก็ไม่เหลืออะไร

“นี่แหล่ะที่เค้าเรียกกันว่าการทำธุรกิจแบบไม่ได้กำไร”

วีดจึงตัดสินใจกลับไปคิดถึงส่วนที่สำคัญสุดและวิเคราะห์แผนการรบอีกรอบ ก่อนการเริ่มรบเขาต้องเลือกตัวช่วยที่สามารถทำลายล้างสูงและเลือกสนามรบที่ดีที่สุดสำหรับกองกำลังของเขา สำหรับตอนนี้เป็นครั้งแรกในรอบยาวนานที่วีดออกจากระบบเพื่อพักผ่อน
**
“นี่คือห้องสมุดหรือนี่?”

ลีฮุนค้นหาห้องสมุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การลงทะเบียนนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยเกาหลี เขาไม่เคยสนใจมันเลยเพราะห้องสมุดของมหาวิทยาลัยไม่มีหนังสือการ์ตูนให้อ่าน

“เพียงแต่ว่ามันเป็นความฝันของฉันตั้งแต่ตอนยังเด็ก”

การอ่านหนังสือการ์ตูนและทำราเมนกินตอนหิว – มันเป็นความเพ้อฝันอย่างมีความสุขที่เค้าปรารถนาถึงเมื่ออยู่สมัยประถมและมัธยม
เขายังเป็นนักอ่านที่ขะมักเขม้นอ่านการ์ตูนตีพิมพ์รายวันเมื่อตอนส่งหนังสือพิมพ์

“ห้องสมุดที่ไม่มีหนังสือการ์ตูน โรงเรียนนี้ช่างเลวร้ายจริงๆ!

ลีฮุนบ่นยับวิจารณ์นโยบายของห้องสมุดโรงเรียน ห้องสมุดเยอะแยะที่อื่นๆก็มีหนังสือการ์ตูนแต่ที่มหาวิทยาลัยเกาหลีดันไม่มีชั้นวางหนังสือการ์ตูน
ข้อดีของนักเรียนทุน ผลประโยชน์ของการเรียนต่อเมืองนอก ความทันสมัยของห้องเรียนใหญ่ และสิ่งอำนวยความสะดวกในการวิจัยด้านต่างๆที่มหาลัยจัดให้นั้นเขาไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย

“มันก็เหมือนกับโรงเรียนล้าหลังถ้ามหาลัยปราศจากหนังสือการ์ตูน เน่าจริง มันแย่มาก แล้วพวกเขาใช้ค่าเทอมไปกับอะไรเนี่ย?”

มีพวกหนังสือนิยาย นวนิยาย เศรษฐศาสตร์ วิทยานิพนธ์ ประวัติศาสตร์ และหนังสือพวกศิลปะจำนวนมหึมาทั่วทั้งตึกของห้องสมุด

“หวัดดีโอปป้า (พี่ชาย)”
“คุณก็มาด้วยเหรอพี่ชาย”

เพื่อนร่วมชั้นจากแผนกเกมส์เสมือนจริงจำลีฮุนได้จึงทักทายเขาอย่างเงียบๆ ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังศึกษากันเป็นกลุ่มแบบสองและสามคนอยู่ในห้องเรียนของห้องสมุด

“อ้า ใช่” ลีฮุนเพียงพยักหน้าเบาๆ

มันเป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่เขาต้องระวังตัวขณะที่เรียนในมหาวิทยาลัย

“ชั้นจะต้องไม่ไปใกล้ชิดกับใครที่อายุน้อยกว่าชั้น”

ถ้าเขากลายเป็นรุ่นพี่เขาต้องเลี้ยงพวกรุ่นน้องของเขาเหมือนโดนปล้นเลยทีเดียวเพราะพวกเขาต้องทะลึ่งไล่ตามเขาเพื่อให้เขาเลี้ยงอาหารฟรี
ในกรณีของลีฮุน เขาเคยถูกเหล่านักเรียนขอร้องให้ซื้ออาหารให้กินสองสาม
ครั้งตั้งแต่เห็นว่าเขาแก่กว่าเพื่อนร่วมชั้นคนอื่น

“ชั้นต้องดูแลสุขภาพชั้นเลยห่อข้าวกลางวันมากินจากบ้าน”

เขาหันเหการเกิดวิกฤต
มุมมองของเหล่านักเรียนจึงเปลี่ยนไป

โอปป้าชายรักครอบครัวที่คำนึงถึงเรื่องสุขภาพ

เขาไม่มีทางจะเลี้ยงอาหารเราเลย

ถึงอย่างนั้นก็ตามลีฮุนก็ระมัดระวังตัวเสมอ เขาไม่รู้ว่าเมื่อไรจะมีใครมาขอให้เขาเลี้ยงข้าว พวกเขาอาจจะขอให้เลี้ยงเครื่องดื่มที่คาเฟ่หรือขนมที่โรงอาหาร
โรงเรียนบ้านี่! ที่นี่เป็นร้านอาหารหรือไงนะ? ทำไมถึงมีขายของกินเยอะแยะไปหมด?
มันแย่มากที่เขาต้องคอยหลบเลี่ยงตู้ขายของหยอดเหรียญที่ตั้งอยู่ทุกอาคาร

“คุณมาเรียนงั้นเหรอ?”

“ไม่ใช่ ชั้นมาเพื่ออ่านหนังสือ” ลีฮุนตอบกลับขณะเดินเบาๆต่อไปข้างหน้า

“ฮุง (พี่ชาย) หนังสือนวนิยายวรรณกรรมอยู่ชั้น 2”

“ชั้นไม่ได้มาอ่านนิยาย แค่มีบางอย่างที่ชั้นต้องหาดู”

“แล้วคุณมาหาอะไรที่นี่ล่ะ?”

“ยุทธศาสตร์ การทหาร การสงคราม รู้ไหมว่าพวกนี้อยู่ไหน?”

“หนังสือพวกนั้นอยู่บนชั้น 7 แต่...”

“หือ.. ขอบคุณที่บอก”

ลีฮุนกดลิฟท์ไปชั้น 7
บนชั้น 7 จะมีแต่หนังสือปรัชญาตะวันออก ประวัติศาสตร์ และหนังสือโบราณต่างๆ ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีนักเรียนขึ้นมาชั้นนี้บ่อยนัก
เมื่อลีฮุนเข้ามาในลิฟท์แล้วนักเรียนคนอื่นจึงกระซิบกัน

“เขาต้องสนใจพวกปรัชญาตะวันออกมากแน่เลย”

“แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยพูด... แต่ระดับเขาสูงมาก”

“เขาต้องมีความรู้ความสามารถและมีดีแน่ๆถึงได้ออกเดทกับเหล่าพี่สาวสุดสวย”

ตั้งแต่ลีฮุนออกเดทกับซอยูนและจุงเฮียวรินช่วงเทศกาลโรงเรียน เขาก็กลายเป็นคนมีชื่อเสียง”
แทนที่จะอิจฉาแต่เหล่าผู้ชายกลับเคารพเขาอย่างที่สุด ส่วนพวกผู้หญิงเขากลายเป็นชายลึกลับทรงสเน่ห์ที่น่าค้นหา

“แต่เขาต้องเก่งภาษาจีนด้วยแน่ๆ”

“หา?”

“ชั้นเคยขึ้นไปชั้น 7 มาแล้วตอนเซงๆ แต่หนังสือส่วนใหญ่บนตู้เป็นภาษาต้นฉบับไม่ได้แปล”
**
“ชิบ_เวรเอ้ย!” ลีฮุนพุ่งสบถออกมา
“ห่า_เอ้ยทำไมต้องมีหนังสือต่างชาติที่เกาหลีด้วยนี่? มันควรจะพิมพ์หลังจากแปลเสร็จแล้ว!

เขาไม่รู้หัวรู้ก้อยอะไรเลย
ครึ่งนึงบนตู้เป็นหนังสือต่างประเทศและอีกส่วนเป็นภาษาเกาหลีที่เขียนด้วยตัวหนังสือเกาหลีโบราณ ในเมื่อมันไม่ได้เขียนด้วยภาษาเกาหลียุคปัจจุบันจึงยากอย่างยิ่งที่จะต้องอ่านมัน

“ชั้นต้องหาหนังสือพวกกลยุทธ์...”.
หนังสือที่ลีฮุนกำลังหาเป็นพวกหนังสือหายากและยังไม่ได้แปล หลังจากเขารื้อค้นบนชั้นหนังสือแล้วซึ่งแน่นอนมันยากที่จะเข้าใจจริงๆ แม้ว่าจะมองอ่านชื่อหนังสือเขาก็ยังไม่เจอหนังสือที่เขาต้องการ

“ร้านหนังสือส่วนใหญ่จัดวางเรียงตามชื่อเรื่อง แต่ทำไมมันช่างยากเย็นที่จะหาในห้องสมุดนะ?”

ที่จริงมันจะง่ายขึ้นที่จะหาหนังสือกลยุทธ์ที่ลีฮุนต้องการที่หมวดนิยาย หนังสือประเภท ตำราพิชัยสงคราม กลยุทธ์พลเรือตรียี่ อู๋ซี (สามก๊ก) ได้ตีพิมพ์ในหมวดนิยาย พร้อมทั้งคำอธิบายเป็นภาษาเกาหลีซึ่งอ่านเข้าใจง่ายและมีภาพประกอบในเล่ม
อย่างไรก็ตามการหาหนังสือที่เขาต้องการด้วยภาษาต้นฉบับไม่ได้แปลบนหมวดปรัชญาตะวันออกนั้นช่างเป็นนรกจริงๆ

“ชั้นจะต้องหากลยุทธ์หรือชั้นเชิงการทหารเพื่อต่อต้านให้สู้ชนะโบสถ์เอมบินยู (Embinyu)ให้ได้”

อย่างเห็นได้ชัดว่าทำไมลีฮุนถึงใช้เวลาอันมีค่าของเขามาที่ห้องสมุด มันยากที่จะเสริมสร้างพละกำลังกองทหารของเขา เขาจะต้องใช้กองกำลังของเขาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ถ้าเกิดกลยุทธ์หรือชั้นเชิงการทหารถูกมองทะลุเขาจำเป็นต้องมีแผนการขั้นสูงพอที่จะทำให้นายพลรบพิเศษสามารถพยายามมากพอ   

“ชั้นต้องหากลยุทธวิธีแบบนั้น...”
ไม่ว่าเขาจะมองไปที่หนังสือกลยุทธ์มากเท่าไหร่ แต่การอ่านมันนั้นช่างเป็นไปไม่ได้เลย
หนังสือกลยุทธ์ที่เขาหาเจอฉบับภาษาเกาหลีมีข้อความเช่น 
-          รู้เรารู้ศัตรูคุณจะไม่พ่าย (รู้เขารู้เรารบชนะ)
ถ้าคุณเปรียบเทียบลีฮุน ระหว่างชนเผ่าพันธมิตรของวีดกับกองกำลังของโบสถ์เอมบินยู (Embinyu) นั่นมันมากเกินไปจริงๆ

“การเคยรบชนะ ราวกับว่า... เควสจะไม่สำเร็จ” ลีฮุนบ่นพร้อมกับมองหาหนังสือเล่มอื่น
ดังที่เขารื้ออยู่เขาจึงเจอหนังสือนิยายบนชั้น
สามก๊ก!
อย่างเด่นชัด บางคนอ่านมันแล้วสุ่มวางทิ้งไว้บนชั้นหนังสือ

“สามก๊ก... นอกจากชื่อเล่มแล้วชั้นยังไม่เคยอ่านมันมาก่อน”
ลีฮุนพิจารณาอย่างรวดเร็วไปที่หนังสือสามก๊ก มันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการร่วมคำสัตย์สาบานในสวนดอกท้อระหว่างเล่าปี่ กวนอู และจังเฟย (เตียวหุย) (p.86 Liu Bei, Guan Yu, and Zhang Fei)
(หนังสือวรรณกรรมเขียนโดยหลัว กวั้นจงในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14 อ้างอิงจากเนื้อหาเรื่องจริงเกิดขึ้นในสมัยราชวงศ์ฮั่นเป็นวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์)
เขาไม่ได้อ่านเนื้อหาอย่างละเอียดทั้งหมดในหนังสือสามก๊ก แต่อ่านเรื่องราวผ่านไปทีละบท
ส่วนที่สำคัญสุดคือตอนที่เล่าปี่ไปหาจูกัดเหลียงสามรอบเพื่อเกลี้ยกล่อมให้เข้าร่วมทีม มันก่อให้เกิดการพลิกล็อคจากตำแหน่งที่เสียเปรียบโดยสิ้นเชิง
ลีฮุนจึงได้ค้นพบกลยุทธวิธีต่อกรกับโบสถ์เอมบินยู (Embinyu) จากหนังสือสามก๊ก
**
กองทัพอันยิ่งใหญ่ของโบสถ์เอมบินยู (Embinyu)!
หลังจากวีดและชนเผ่าพันธมิตรบุกโจมตี ความระมัดระวังของพวกเขาก็เพิ่มมากขึ้น เหล่าทหารบนกำแพงจึงเพิ่มจำนวนอย่างมากและยังมีคันธนูกับลูกศรธนู ซึ่งเป็นหลักฐานของการเติบโตของกองกำลังอย่างต่อเนื่องและการขยายกำลังทหารติดอาวุธแม้จะอยู่ภายในป้อมปราการของโบสถ์เอมบินยู (Embinyu)

“ปิงหลง” วีดพูดขณะอยู่ข้างหลังภูเขาหินจุดที่ไม่สามารถมองเห็นได้จากป้อมปราการ

“ว่ามาเลยนายท่าน”

“จงไปสอดแนมว่าที่นั่นมีจำนวนทหารเท่าไหร่และมารายงาน”

“รับทราบนายท่าน”

ปิงหลงกระพือปีกไปบนท้องฟ้าและไม่ได้เข้าใกล้ป้อมปราการของโบสถ์เอมบินยู (Embinyu)จากนั้นจึงรายงานหลังจากสังเกตุการณ์จากมุมไกลแล้ว

“มีมนุษย์บนกำแพงจำนวนเกิน 5,000 คนนิดหน่อย”

“นั่นมันค่อนข้างเยอะทีเดียว แล้วจำนวนพวกที่ใส่ชุดเกราะล่ะ?”

“มีประมาณ 1,000 คน”

มีอัศวินมืด (dark knight) จำนวนถึง 1,000 คน เขาต้องทึกทักเองว่าพวกที่เหลือคือเหล่าทหารธรรมดา นักบวช หรือนักเวทย์
ยังรวมถึงพวกที่ไม่ได้อยู่บนกำแพง จำนวนคนรวมทั้งหมดต้องมีอย่างน้อยๆเป็นสองเท่าทีเดียว
วีดคำนวนถึงการปิดล้อมโจมตีเขาจะได้ล่อทำลายกองกำลังแถวหน้า กลยุทธ์การแบ่งแยกและพิชิตชัย! เขาล่อหลอกและทำลายศัตรูที่อ่อนแอเป็นอันดับแรก

นอกเหนือจากนี้ยังมีกองกำลังจำนวนมหึมาอยู่ในส่วนของกองกำลังโบสถ์เอมบินยู (Embinyu) มากไปกว่านี้มันไม่ได้เป็นที่กล่าวเกินจริงเลยว่าโบสถ์เอมบินยู (Embinyu) ยังปกครองชนเผ่าใกล้เคียงอีกด้วย ขณะที่ยังรบกันอยู่นั้นกองกำลังหนุนจากเผ่าอื่นต้องมาสมทบร่วมแน่นอน    

“มันหมายความว่ามีศัตรูจำนวนใหญ่มากกว่า 2 เท่า... แบบนี้มันเป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง”

“นายท่าน จะไม่โจมตีกองกำลังอีกรอบเหรอ?”

“ใช่”

ตั้งแต่ปิงหลงถูกเรียกออกมาช่วงขณะทำเควสมันจึงไม่รู้ว่าวีดกำลังทำเควสอะไร
สมิธทหารรับจ้างแก่ที่เกษียนแล้วเขาไม่ได้มาด้วยแต่ยังอยู่ที่หมู่บ้านเผ่าซัลแมร์ Salmere เขาปฏิเสธการเข้าร่วมรบเพราะเขาเคยบอกว่าการรบกับโบสถ์เอมบินยู (Embinyu) มันคือการฆ่าตัวตาย

“ข้าต้องการฟังแผนจากเจ้านาย กองกำลังนั้นดูอันตรายมาก”

ปิงหลงเติบโตขึ้น!
ความฉลาดของมันเติบโตขึ้นมันจึงมีความคิดที่น่าชื่นชมอยากรู้แผนการของวีดล่วงหน้า
วีดตอบกลับอย่างเต็มใจ “มีบางอย่างที่เรียกว่าพลังของการปลดปล่อย หรือจะเรียกมันว่าหัวหน้าสัตว์ประหลาดอันพิศวงแห่งทวีปเวอแซล เจ้าจำเจ้ามังกรโครงกระดูกได้ไหม? ข้ากำลังจะนำตัวที่แข็งแกร่งกว่ามันออกมา”

“ท่านกำลังจะนำสัตว์ประหลาดออกมาถึงแม้พวกเรารับมือกับศัตรูไม่ได้เหรอ?”

“ใช่ล่ะ ข้ากำลังจะปลุกมันขึ้นมาและเราจะรบร่วมกัน”

“แต่หากสัตว์ประหลาดตัวนั้นโจมตีเราล่ะ?”

“พวกเราจะต้องระวังไม่ให้โดนการโจมตี”

ปิงหลงพยักหัวเหมือนมันพอใจกับคำตอบ

“นายท่านช่างอัจฉริยะเฉียบแหลมยิ่ง”

“ใช่ จริงสุดๆที่ข้านั้นค่อนข้างฉลาด”

วีดดึงดาบกายสิทธิ์ออกมาเพื่อใช้พลังของการปลดปล่อย มันไม่เหมือนเวทมนต์แบบธรรมดาเขาจึงต้องท่องร่ายคาถาศักดิ์สิทธิ์

“ข้าผู้รับใช้ปรารถนาใช้พลังอันแข็งแกร่งของเทพเมทาลอต (Matallost) โปรดให้พลังนั้นแก่ข้าด้วยเทอญ”
ติ๊ง
-          คุณได้รับพลังแห่งการปลดปล่อย
ณ ช่วงเวลานั้น ภาพของทั่วทั้งทวีปเวอแซลได้ถูกฉายให้เห็นในดวงตาของวีด
สัตว์ประหลาด!
เขาสามารถเรียกสัตว์ประหลาดชนิดไหนออกมาก็ได้หากเขามองหาและเลือกสัตว์ประหลาด
เป็นที่แน่อยู่แล้วว่าถ้าเขาเรียกสัตว์ประหลาดที่ไม่สามารถจัดการได้ออกมาจากขุมพลังแห่งการปลดปล่อยและมันอาจจะมีผลกระทบอันเลวร้ายก็เป็นได้

“อุหุหุ”

“คุฮุฮุฮุ พวกมนุษย์ช่างน่ากลัวเสียนี่”

กอบลินที่วิ่งอยู่ในความมืดได้วิ่งผ่านไป
อย่างไรก็ตามข้าต้องเรียกสัตว์ประหลาดอันแข็งแกร่งออกมา หรืออาจสมานมิตรกับเหล่าตัวละคร NPC’

วีดสร้างหายนะให้กับหุบผาชัน ภูเขา แม่น้ำ
ดังเช่นเคยที่ในทวีปเวอแซลล้วนมีเหล่าหัวหน้าสัตว์ประหลาดและสัตว์ประหลาดที่ไม่อาจพิชิตได้เป็นจำนวนมาก มักจะมีกลุ่มคณะสำรวจเดินทางลงทัณฑ์สัตว์ประหลาดในทวีปกลาง แต่ทางด้านตะวันออก ตะวันตก ใต้ และทางเหนือคณะเดินทางมักถูกเหล่าหัวหน้าสัตว์ประหลาดรุมกระทืบ
เหล่าสัตว์ประหลาดซ่อนอยู่ในดันเจี้ยนที่ยังไม่ถูกค้นพบ
ระดับขั้นเลเวลหรือลักษณะเฉพาะของเหล่าหัวหน้าสัตว์ประหลาดยังไม่เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธาณชน

การจะทำเควสให้สำเร็จได้นั้น... คำตอบคือต้องเป็นเหล่าสัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งสุดยอดจริงๆ
ช่างน่าขัน เหล่าสัตว์ประหลาดที่มีขากรรไกร! เขาตั้งใจจะเรียกสัตว์ประหลาดประเภทที่กลุ่มกิลอันทรงเกียรติยังต้องใช้กำลังคนรวมกว่า 500 คนในการต่อสู้กับมัน
มาตรฐานขั้นต่ำคือแวมไพร์ลอร์ดโทริโดหรือพวกชั้นระดับมังกรกระดูก!
วีดใช้เวลา 6 ชั่วโมงในการเลือกพวกสัตว์ประหลาดที่เหมาะสมอย่างระมัดระวัง
อย่างสยองขวัญ กษัตริย์ที่น่าเกรงขามที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์แห่งทวีปเวอแซล! นั่นคือบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเควสที่วีดเคยทำสำเร็จมาก่อน

“ข้าจะใช้นี่แหล่ะเปิดศึก”

ตัวถัดไปคือสัตว์ประหลาดกลายเป็นที่โด่งดังหลังจากมันได้ทำลายล้างกลุ่มกิลอันทรงเกียรติที่อุทิศสละชีวิตในการโจมตี!
ตัวสุดท้ายคือตัวที่ถูกห้ามให้พูดถึง สัญลักษณ์ของพลังและอำนาจ!
นั่นคือการดำรงอยู่ของการทำลายล้างซึ่งสามารถกวาดทั่วทั้งอาณาจักรให้หายไปเพียงข้ามคืนได้

“อย่างน้อยสุด ข้าก็ต้องเลือกเลเวลระดับนี้ล่ะ”

วีดแสดงความพึงพอใจอย่างที่สุดขณะใช้พลังแห่งการปลดปล่อย
คัดเลือกตัวแสดงอย่างสง่า!
อย่างไรก็ตามมันคือทุกสิ่งทั้งหมดหรือจะไม่ได้อะไรเลยสำหรับความยากของเควสในระดับ S มันไม่ใช่เควสที่จะจัดการให้สำเร็จแบบทั่วไปได้แบบไม่ผูกมัด

“ผลลัพท์ที่แย่ที่สุดคือข้าต้องตายถึงสองครั้ง มาลองซักตั้งกับทุกสิ่งที่พวกเรามี!

วีดรู้สึกจิตใจสงบขึ้น เขาแค่รู้สึกสับสนก่อนตัดสินใจแต่เมื่อเขาตัดสินใจแล้วเขาจะไม่ผิดหวังเสียใจ

“งั้นก็ดี ข้ายังเหลือเวลาอีกซักหน่อยงั้นข้าควรมาแกะสลักผลงานประติมากรรม?”

เขากำลังลองแกะสลักโดยใช้ภูเขาหินก่อนที่จะเรียกสัตว์ประหลาดออกมา เขาไม่หวังจะได้ผลงานชิ้นเอกเมื่อเขามีเวลาจำกัด แต่ถ้ามันเป็นผลงานประติมากรรมที่มีประโยชน์มันคงจะช่วยการศึกนี้ได้
วีดดึงมีดแกะสลักออกมาและมุ่งหน้าไปยังภูเขาหิน
**
ทางสถานีได้รับวีดีโอของลีฮุนและกำลังเปิดชมตามเวลาจริงณ ขณะนั้น
มีบางช่วงที่ภาพฉายช้ากว่าเล็กน้อยเนื่องจากเวลาและความเร็วที่แตกต่างในแคปซูลเกมส์
เนื่องจากมีอะไรมากมายที่พวกเขาต้องทำจึงต้องอยู่ดึกตลอดคืน!
อย่างไรก็ตามวีดีโอส่วนที่ไม่สำคัญตอนเขากำลังทำอาหารหรือแค่เคลื่อนไหวจะถูกตัดต่อให้เดินหน้าเร็วขึ้นเพื่อคนชมจะได้ดูการผจญภัยของลีฮุนในเวลาจริงๆ
ผู้อำนวยการคังบีบจับต้นคอตัวเอง

“อ้า!

เขาตะลึงมึนแบบพูดไม่ถูกตั้งแต่เขาเห็นภาพที่ลีฮุนเรียกเหล่าอสูรสัตว์ประหลาดออกมาจากพลังแห่งการปลดปล่อย
น่าหวาดกลัวเสียนี่!
ไม่เพียงแต่ผู้อำนวยการคังแต่ยังมีพนักงานอีกกว่า 50 คนก็รู้สึกทึ่งตรึงใจมาก

“เขาบ้ารึเปล่า?”

“เขามันบ้าไปแล้วแน่ๆ!

“อุหวาวววว! พวกนั้นเป็นอสูรสัตว์ประหลาดอะไรเนี่ย...?! ตัวแรกที่โผล่ออกมา
ก็ดูน่าขัน!

ผู้อำนวยการคังและพนักงานในสถานีคิดว่าเขาแค่เรียกเหล่าสัตว์ประหลาดและพวกตัว NPC ที่แข็งแกร่งระดับปานกลางออกมา

ถ้าเขาขอร้องเหล่าอัศวินของอาณาจักรโรเซนไฮม์ให้ช่วยน่าจะดีเพราะอัศวินทหารม้าถือว่ามีประโยชน์ในสมรภูมิรบทีเดียว

การเรียกนักเวทย์ของอาณาจักรมาก็ไม่ได้แย่ซักทีเดียว วีดสามารถขอความช่วยเหลือแลกเปลี่ยนการสนับสนุนได้จากอาณาจักรโรเซนไฮม์หรือตั้งแต่ที่เขาได้รับการสนับสนุนจากอาณาจักรที่แข็งแกร่งภายในทวีปกลางเขาก็สามารถขอความช่วยเหลือจากที่นั่นได้

อัศวินโคลเดอริมแห่งอาณาจักรคัลมอล! สำหรับคนที่สถานีที่รู้เกี่ยวกับเควสแห่งอาณาจักรแวมไพร์โทเดียมการเรียกอะไรออกมาที่น่าดึงดูดและแนวน่าจะชนะอย่างโคลเดอริมถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีพอควร
เหล่าพลาดินและนักบวชแห่งคริสตจักรลูก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่มีประสิทธิภาพทีเดียว

โบสถ์เอมบินยู (Embinyu) คือศัตรูของพวกเขาถ้าเรียกพวกเขามาพวกเขาจะอุทิศแรงและความแข็งแกร่งโดยไม่ปริปากแน่นอน การใช้อำนาจอันศักดิ์สิทธิ์ของนักบวชเป็นการสำรองอำนาจของเหล่าชนเผ่าพันธมิตรและการออกรบทั้งหมดก็ยังเป็นทางเลือกของคนทั่วไปด้วย แน่นอนที่เหล่าชนเผ่าพันธมิตรอาจไม่พอใจ แต่การจะเปลี่ยนสถานการณ์รบมันยากนักถ้ามีกำลังสนับสนุนแค่เหล่าอัศวินและนักบวชเพียงน้อยคน

การโจมตีป้อมปราการโบสถ์เอมบินยูโดยไม่มีอาวุธทำลายที่เหมาะสมอาจสร้างความเสียหายอันเลวร้ายเกินบรรยายได้
นี่เป็นสถานการณ์ที่เขาไม่อาจเห็นชัยชนะได้แต่คุณยังคงมีความหวังอันเน้อยนิดได้
แต่เหล่านี้เป็นเพียงอสรูสัตว์ประหลาดและตัว NPC ที่สามัญชนทั่วไปนึกเรียกออกมาได้แต่วีดกลับเรียกเหล่าอสูรสัตว์ประหลาดพิสดารที่ทำให้คุณกลัวจนสั่นสะท้านได้ออกมา

“ไม่ แค่เรียกอสูรพิสดารตัวเดียวออกมาก็พอที่จะก่อให้เกิดความโกลาหลได้”

“มันไม่น่ามีปัญหาที่จะได้เรทติ้งคนดู 15% แม้ว่าตัวสัตว์ประหลาดตัวเดียวนั้น
โผล่ออกมาใช่ไหม?”

“หนึ่งตัวรึ? ลืมยอดเรทติ้งไปได้เลย แค่นี้ก็พอที่จะสร้างความโกลาหลให้กับทวีปเวอแซลได้แล้ว”

พวกพนักงานพูดคุยกันเป็นบ้าเป็นหลัง
อย่างไรก็ตามภายในสถานีถ่ายทอดนั้นแสงแห่งความหวังน้อยนิดกำลังเริ่มผลิบาน
สำหรับคนที่เคยทำเควสในทวีปเวอแซลมาก่อนพวกเขาจะรู้เลยว่าเควสระดับ C นั้นยากขนาดไหน ถ้าคุณอยู่เลเวลสูงและมีทีมสนับสนุนคอยช่วยเหลือคุณก็สามารถทำเควสยากระดับ B ได้ ผู้เล่นหรือกิลที่โดดเด่นอย่างแท้จริงนั้นก็อาจลองท้าทายทำเควสยากระดับ A ได้
แต่กระนั้นมีเพียงคนเดียวที่สามารถดำเนินการทำเควสระดับ A ด้วยตัวคนเดียวได้ก็คือวีด แม้จะมียอดชมที่ดีแต่หลายคนว่าการทำเควสครั้งนี้ยากมากเกินไปและมันสิ้นหวัง
อย่างไรก็ตามบรรยากาศรอบๆสถานีกำลังเปลี่ยนไป
ทุกคนรู้สึกว่าสัญญาณการเปลี่ยนแปลงกำลังสุกงอมขึ้น
ผู้อำนวยการคังกดต่อสายและรายงานต่อผู้อำนวยการบริหารแต่เมื่อต่อสายได้ผู้อำนวยการบริหารพูดขึ้นก่อน
-          ผู้อำนวยการคังรึ? ฉันกำลังดูวีดีโออยู่เลย
“หรอครับท่านผอ.บริหาร”
-          มันน่าแปลกใจจริงๆ แต่นั่นแหล่ะ... เขาคือวีด ฉันอิจฉาชื่นชมภาพลักษณ์ที่ดูน่าเชื่อถือของเขาซะจริง หรือเพราะว่าเขายังหนุ่ม?” เขามีอะไรบางอย่างที่พิเศษมาก

“ครับ ผมก็คิดเช่นนั้น”

ผู้อำนวยการคังพูดขณะโค้งหัวให้โทรศัพท์

“ใช่ครับ เราจะทำอย่างนั้น ได้แน่นอนครับ เราจะทำตามที่คุณบอกผอ.บริหาร”
แคร้ง!

ผู้อำนวยการคังกดวางหูพร้อมถอนหายใจยาว “ฟู้ว”
ความตึงเครียดนั้นเยอะมากสำหรับมนุษย์เงินเดือนแต่เขาก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างกระฉับกระเฉง

“เรียกหัวหน้ายูนจากแผนกโปรแกรมเข้ามาเร็ว”

“ครับผอ.”

จากคำพูดของผู้อำนวยการคังพนักงานในสถานีมุ่งความสนใจไปที่เขาพักนึง จากนั้นหัวหน้ายูนที่อยู่ออฟฟิศติดกันก็เปิดประตูเข้ามา

“เกิดอะไรขึ้นครับผอ.คัง”

“แจ้งยกเลิกโปรแกรมฉายปกติทั้งหมดเดี๋ยวนี้เลย!

“อะไรนะครับ? อย่างนั้นก็จะเกิดความคับข้องใจของผู้ชมสิ”

“ตอนนี้กำลังฉายโปรแกรมอะไรอยู่?”

“ต้นไม้และสัตว์อสูร กำลังฉายเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดที่รักสงบของทวีปเวอแซลและเป็นที่นิยมของผู้หญิงและเด็ก”

“ยอดเรทติ้งคนดูเท่าไหร่?”

“3.3% ครับ”
ประชากรผู้เล่นรอยัลโร้ดเติบโตอย่างไม่สิ้นสุด อย่างผู้ชมที่ไม่เคยดูการถ่ายทอดเกมส์มาก่อนยังมาร่วมชมจึงทำให้ยอดเรทติ้งสูงขึ้นเป็นอย่างมาก
ยอดเรทติ้ง 3.3% ก็ไม่ได้เลวร้ายสำหรับสื่ออย่าง KMC

 “หยุดเลย! ฉันได้รับอำนาจการสั่งการมาจากผอ.บริหาร ส่วนเอกสารทางการจะส่งทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ในแผนกจัดผังรายการในทันที ผู้อำนวยการคังรีบอธิบายอย่างเร่งด่วน

สัญชาตญาณในหน้าที่การงานของเขา ได้บอกให้ยกเลิกการออกอากาศทั้งหมดก่อนที่เควสจะจบลง!
เมื่อพิจารณามอนสเตอร์ที่ ลี ฮุน ทำการอัญเชิญออกมานั้น ถือได้ว่าเป็นรางวัลใหญ่เลยทีเดียว มันสามารถรับประกันเรทติ้งคนดูได้อย่างแน่นอน
หลังจากนี้ การต่อสู้กับวิหารเอมบินยูจะกลายเป็นอะไรที่น่าสนใจสุดๆ
ถ้าผลลัพธ์ของสงครามรั่วไหลออกไปหลังจากที่จบศึกแล้ว ส่วนที่ตื่นเต้นคงถูกสปอยล์เป็นแน่

แม้ว่าทางสถานีจะมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดก็ตาม ด้วยขนาดของเควสแบบนี้ คุณไม่อาจจะรู้ได้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้น
เพราะมันมีผลกระทบต่อทวีปเวอร์เซลล์ คุณจึงสามารถเดาบทสรุปของเควสได้จากปากของประชานชนคนอยู่อาศัย หรือสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

จากมุมมองของทางสถานี มันเป็นโอกาสที่จะได้กินอาหารมือใหญ่เครื่องเคียงมากมาย เนื้อย่างชุ่มช่ำ และแม้กระทั่งขาปูราดด้วยซอสถั่วเหลืองอันหอมหวาน มันเป็นสถานการณ์ที่คุณสามารถหิวจนตาลายซึ่งมันจะนำคุณไปสู่ความตายในขณะที่ต้องทนทุกข์ทรมานว่าจะกินอะไร! แม้ว่าอาหารจะถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วก็ตาม จานอาหารที่วางเรียงรายอยู่ตรงหน้า พร้อมที่จะกิน  อาจจะทำให้คุณฉิบหายได้ (แอดมิน: พูดง่ายๆ อย่าสปอยล์)

ก่อนที่ภัยพิบัติจะเกิดขึ้น จึงมีคำสั่งจากผู้อำนวยการสถานีให้ยกเลิกการออกอากาศทั้งหมดในทันที

ผู้ดูแลการผลิตชิน! เควสต่อเนื่องของวีด มันเริ่มจากตรงไหนนะ?”

 “มันเป็นตอนที่เผชิญหน้ากับเดธแฮนด์ในอาณาจักรคนแคระ คุรุโซ

 “รีบออกอากาศเควสนั้นเร็วๆ ส่วนการแก้ไข แค่ซ่อนความจริงที่ว่านั่นคือเทพสงครามวีดแต่พวกเราจะซ่อนมันได้เหรอ?”

 “มันเป็นไปได้จนกว่าการต่อสู้จริงจะเริ่มขึ้น มันอาจจะยากขึ้นอยู่กับว่าการต่อสู้ดำเนินไปถึงไหนแล้ว

 “ยังไงก็ต้องออกอากาศอยู่ดี ส่งภาพต้นฉบับไปให้แผนกจัดรายการเดี๋ยวนี้ เริ่มออกอากาศทันทีที่มันพร้อม

หน้าจอหลักบนโฮมเพจของ KMC มีเดีย เปลี่ยนไป
สัญญาณการประกาศสงคราม!
เหล่าอันเดดรุกล้ำเข้ากดดัน ออร์คคาริชวิ ผู้บอบบาง เขามาพร้อมกับดาบเหล็กคู่กาย ปลดปล่อยเสียงคำราม ดังกึกก้องไปทั่วผืนปฐพี ส่วนหนึ่งของสุดยอดวิดีโอที่ได้รับความนิยมมากที่สุด กองทัพอมตะ ได้ปรากฏขึ้นบนหน้าจอหลัก
มีการเปลี่ยนแปลงตารางออกอากาศด้วยเช่นกัน
12:30 ต้นไม้และมอนสเตอร์
14:00 ทีมสำรวจขุมสมบัติซาเบน
15:00 สุดยอดการผจญภัยทางตะวันออก
15:50 เป้าหมายของนักผจญภัย
17:00 เรื่องราวของทวีปเวอร์เซลล์
19:00 การท้าทาย! การออกล่ามอนสเตอร์ คุณสามารถทำได้เหมือนกัน
20:20 เส้นทางสู่ความร่ำรวย ชีวิตของพ่อค้า
21:30 ผู้คนสู่เวทีแห่งความฝัน
22:00 เส้นทางเดินเรือของกัปตันเออแกน
23:30 บ้านของทวีป
ผังรายการปกติหายไป ผังรายการใหม่เข้ามาแทน
12:45 ~ 24:00 วีด
ตารางออกอากาศสั้นๆ ง่ายๆ
การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของรายการ วีด
บนหน้าจอทีวี มีข้อความเตือนยกเลิกรายการต้นไม้และมอนสเตอร์เด้งขึ้นมา
ข้อมูลเล็กน้อยสำหรับท่านผู้ชม
อีกไม่นาน การผจญภัยของวีดกำลังจะออกอากาศ
เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วน พวกเราต้องขออภัยที่ไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า
เควสต่อเนื่องของประติมากรวีดผู้ยิ่งใหญ่และสงครามกับวิหารเอมบินยูจะออกอากาศอย่างต่อเนื่อง
เควสนี้ อยู่ระหว่างการดำเนินเควสบนทวีปเวอร์เซลล์ เป็นเควสที่มีความยากถึงระดับ S และยังมีเควสต่อเนื่องอีกมากมาย
เวลาสิ้นสุดการออกอากาศไม่อาจระบุได้ ทีมงานของพวกเราทุกคนกำลังทำอย่างสุดความสามารถ แต่เนื่องจากเป็นการออกอากาศอย่างเร่งด่วน จึงอาจมีข้อมูลตกหล่น ไม่เพียงพอ
พวกเราหวังว่าผู้ชมทุกท่านจะเข้าใจสถานการณ์นี้
เป็นข้อความที่ไม่ยาวมากนัก แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เหล่าคนดูพากันคลุ้มคลั่ง
ประติมากรวีดเหรอ? ใช่นักผจญภัยคนนั้นรึเปล่า ทีสร้างมหาพีระมิดและหอคอยแสง?
พวกเขาบอกว่า KMC มีเดีย กำลังออกอากาศการต่อสู้กับวิหารเอมบินยูที่สร้างความวุ่นวายในทวีปเวอร์เซลล์เมื่อไม่นานมานี้ ให้ได้ชัดเลยว่า มันเป็นเควสต่อเนื่องที่มีระดับความยากถึงระดับ S
ฉันจะบอกเพื่อนของฉันทุกคนเลย
ข่าวแพร่กระจายออกไปตามแฟนไซต์รอยัล โร้ดและบอร์ดสนทนาต่างๆ ผู้คนเปิดทีวีของพวกเขาและเปลี่ยนไปที่ช่องของ KMC มีเดีย (Fansites พวกเวปแฟนคลับ)
3.3%, 3.8%, 4.2%, 5.1%, 7%, 7.6%.
ในขณะนั้น เรทติ้งพุ่งกระฉูด!
จำนวนโพสต์ที่ถูกเขียนโดยบรรดาผู้ชมบนบอร์ดสนทนาเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่าจากปกติ
ทำไมพวกคุณยังไม่ฉายซะที?
พวกคุณบอกว่าอีกไม่นาน แต่พวกคุณจะเริ่มฉายเมื่อไหร่?
เพื่อให้การเตรียมการออกอากาศเป็นไปอย่างราบรื่นและเหล่าผู้ชมรายการต้นไม้และมอนสเตอร์ รายกายยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในทันที
ฉันเป็นแฟนรายการต้นไม้และมอนสเตอร์ตั้งแต่ตอนที่ 1 และไม่เคยพลาดดูรายการนี้เลยสักครั้ง ได้โปรดรีบเปลี่ยนเป็นการผจญภัยของวีดที
แม้กระทั่งแฟนรายการเอง ถึงกับส่งเสียงเรียกร้องให้จบรายการนี้เร็วๆและเริ่มฉายรายการ 'วีด'!
นาฬิกานับถอยหลัง 10 นาที ปรากฏให้เห็นบนหน้าจอออกอากาศ เวลานับถอยหลังทุกวินาที!
สถานีต่างๆที่กำลังแข่งขันกันอยู่นั้น รู้สึกเหมือนกับว่าเลือดของพวกเขากำลังจะแห้งเหือดตามยอดเรทติ้งที่กำลังลดลง
ในขณะที่ได้รับความสนใจจากผู้ชมอย่างล้นหลาม รายการ วีด เริ่มออกอากาศ
จบตอน
ผู้แปล: โอนิ
ผู้แปล: แอดชิน เพจ เราอ่านนิยายแปล
ที่มา: http://japtem.com/lms-volume-16-chapter-4

ไฟล์: https://drive.google.com/drive/u/0/folders/0B7slWHQIQ6wCM1hicDY3dUw2cXM

5 ความคิดเห็น: