วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่มที่ 15 ตอนที่ 5 ความงดงามอันขาวบริสุทธิ์ แปลโดย Aquasolic

เล่มที่ 15 ตอนที่ 5 ความงดงามอันขาวบริสุทธิ์ แปลโดย Aquasolic
ครามาโด้ ดันเจี้ยน
มอนสเตอร์ที่ถูกเรียกว่า ครามานอย (Kramanoims) มักจะพบได้ในระหว่างทางบริเวณชั้น 1 และ 2 ของดันเจี้ยนนี้
ซึ่งแค่เพียงชั้น 1 และ ชั้น 2 นี้ ระดับของดันเจี้ยนก็สูงกว่าดันเจี้ยนสำหรับพวกผู้เล่นระดับทั่วไปแล้ว มันคือดันเจี้ยนของนักผจญภัยระดับมืออาชีพ
อย่างไรก็ตาม กับดักที่อันตรายและมอนสเตอร์ที่มีระดับไม่ต่ำกว่า 300 จะปรากฎตัวตามทางเดินในดันเจี้ยนชั้นที่ 3
ถ้าหากพวกเขาเดินตามทางปกติ ก็จะไม่มีทางเจอกับ ราชินีแมงมุม เอลฟิน แต่ดันเจี้ยนนี้ จะทำให้รู้สึกถึงภัยอันตรายต่างๆ ที่พร้อมถาโถมเข้ามาอย่างประชั้นประชิดได้แทบทุกเวลาเลยก็ว่าได้
ถ้าเกิดมีเพียงแค่เฮเกลกับคนอื่นๆเท่านั้นแล้วล่ะก็ พวกเขาคงจะเลือกหาทางออกก่อนแน่นอน!
แฮก แฮก!!” (เสียงหอบ)
ช่วยช้าลงกว่านี้หน่อยได้ไหม!”
ตอนนี้พวกเขาบุกเข้าไปในดันเจี้ยนลึกขึ้นเรื่อยๆ
จริงอยู่ที่ว่าเส้นทางข้างหน้าพวกเขาถูกกวาดเรียบจนหมดแล้วโดยวีด ทุกสิ่งทุกอย่างถูกทำลาย ไม่เหลือแม้แต่ซากให้เห็น กระทั่งลูกแมงมุมตัวเล็กก็ยังไม่เว้น เช่นเดียวกันกับมอนสเตอร์ตัวอื่นๆ ที่พวกเขายังไม่พบมันเลยตั้งแต่เดินทางเข้ามา รวมถึงกับดักตามทางเดินก็ถูกทำลายจนหมดสิ้น ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นฝีมือของไนด์ที่วีดแยกให้ไนด์ไปทำ
 ไนด์
 “ครับ รุ่นพี่!”
ในตอนที่นายนำหน้าไปเรื่อยๆ นายคอยปลดกับดักด้วยนะ
แล้วเรื่องการต่อสู้ล่ะ ?
ฉันจะจัดการเอง นายแค่นำหน้าต่อไปและคอยปลดกับดักไปด้วย ปล่อยพวกมอนสเตอร์เอาไว้อย่างนั้นแหละ
“Ok ครับพี่ วางใจได้เลย
สำหรับไนด์แล้ว จอมโจรผู้ที่เชี่ยวชาญในเรื่องของการสำรวจดันเจี้ยนและเขาวงกต ซึ่งบางอย่าง เช่น การปลดกับดักนั้นเป็นของกล้วยๆสำหรับเขา!
แต่อย่างไรก็ตาม คลาสโจรนั้น มีคุณสมบัติการโจมตีที่เบา ทำให้เขาเคยมีประสบการณ์เสี่ยงตายกับ ราชินีแมงมุม Elfin แต่ถ้าหากเขาสร้างโอกาสให้ตัวเองซุ่มโจมตีโดยการพรางตัวเขาให้อยู่ด้านหลังสิ่งก่อสร้างต่าง เขาก็จะไม่มีทางชนะและไม่มีทางแพ้เช่นเดียวกัน ซึ่งรวมถึงถ้าหากสิ่งก่อสร้างเหล่านั้นแตกสลายไป เขาสามารถบีบตัวเองให้เล็กลงแล้วไปอยู่ในเศษชิ้นส่วนเหล่านั้นและหนีไปได้โดยไม่สนใจเพื่อนร่วมทีม ซึ่งมันไม่มีเหตุผลเลยที่เขาจะติดกับดักในการเดินทางครั้งแรกในดันเจี้ยน
จอมโจรไนด์ ได้รับความไว้วางใจทำงานตามความสามารถพิเศษของเขา และทำหน้าที่ทำลายกับดักตามเส้นทางที่เขาเดินผ่าน
วีด ได้รับหน้าที่ให้จัดการกับมอนสเตอร์ที่เหลือทั้งหมด
  พี่วีด, มี Morron Chasers เลเวล 300 อยู่ข้างหน้า
ไนด์ ยังทำหน้าที่คอยสอดแนมค้นหาพวกมอนสเตอร์อีกด้วย
พวกมันมีกี่ตัว?
จากที่สำรวจมีประมาณ 65 ตัว ด้วยจำนวนขนาดนี้ มันค่อนข้างอันตรายมากเลยนะ
แค่ 3 นาที
ห๊ะอะไรนะ
เดี๋ยวชั้นจะจัดการมอนสเตอร์ทั้งหมดนั้นภายใน 3 นาที รบกวนช่วยหามอนสเตอร์ต่อให้ที
– OK เข้าใจแล้ว
สั้นๆ ได้ใจความ !
เวลาที่วีดกระซิบกับใครซักคน วีดจะทำให้การพูดคุยนั้นสั้นและได้ใจความมากที่สุด แต่เวลาที่เขาอยู่ในการต่อสู้นั้นเขาทำได้ไวไม่แพ้กัน
เอ้าวิ่งเข้าไป สู้มัน ล่าและฆ่า แล้วเอาไอเทมมาให้หมด!
สำหรับวีดแล้วการวิ่งหนีมอนสเตอร์ในขณะทำการต่อสู้ภายในดันเจี้ยนมันก็เหมือนกับการมีเนื้อย่างอยู่ข้างหน้าแต่ไม่ลงมือกิน
 [หมายถึงการกินเนื้อย่างในร้านเนื้อย่างเกาหลีไม่มีอะไรน่ากังวลกว่าการไม่ได้กินเนื้อย่างนั้น]
ในสนามต่อสู้อื่นๆ พวกมอนสเตอร์ไม่ได้ปรากฏตัวออกมาเหมือนในดันเจี้ยนนี้  แต่ไหนแต่ไรเขาไม่เคยปล่อยผ่านการต่อสู้เลยสักครั้ง ครั้งนี้ก็เช่นกัน มันเป็นอะไรที่น่ายินดีเสมอ!
เวลาผ่านไป ยังไม่ถึงหนึ่ง 1 สัปดาห์ ตั้งแต่ที่ดันเจี้ยนถูกค้นพบ ทำให้โบนัสจากการดรอปและค่าประสบการณ์ยังคงทำงานอยู่ ซึ่งผู้ที่ค้นพบดันเจี้ยนคนแรกนั้นจะได้รับชื่อเสียงด้านการสำรวจ และได้รับไอเทมที่ดีที่สุดจากมอนสเตอร์ แต่หลังจาก 1 สัปดาห์ผ่านไป โบนัสเหล่านั้นก็จะหมดลง
คุณสามารถพูดได้ว่าสิ่งนั้นเป็นเหมือนกับของขวัญให้กับโลกใบนี้ ที่พวกมอนสเตอร์เติบโตขึ้นและถูกบ่มเพาะเต็มที่ภายในดันเจี้ยนแห่งนี้มาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน เพื่อรอคอยผู้ที่อยู่ในโลกภายนอก
 “65 ตัว
วีดสามารถจัดการกับกลุ่มของครามานอยได้อย่างง่ายดาย แต่ด้วยจำนวนมอนสเตอร์ที่มากขนาดนี้ทำให้เขาต้องใช้เวลาสักพักหนึ่งในการจัดการกับมอนสเตอร์ทั้งหมด
 “จงออกมา มนุษย์โคลน! จงออกมา กรวดอัคคี!” (Admin: ชื่อเท่ห์กว่า กรวดเพลิง แหะ 555)
วีดเรียกเหล่าวิญญาณที่เขาสร้างขึ้น
ตั้งแต่ค่าความสนิทสนมของวีดกับเหล่าวิญญาณถึงจุดสูงสุด วีดสามารถสั่งวิญญาณเหล่านั้นได้ทุกอย่าง ตราบเท่าที่มานาของเขายังไม่หมด ซึ่งมันเป็นสิทธิพิเศษสำหรับผู้สร้างวิญญาณเหล่านั้นเท่านั้น!
มนุษย์โคลนส่วนใหญ่ที่เรียกออกมานั้นยังคงเป็นวิญญาณระดับต่ำ และ กรวดอัคคีบางส่วน เป็นพวกวิญญาณระดับกลางแล้ว
ส่วนของเพดานพังลงมา จากนั้นดันเจี้ยนก็กลายเป็นสนามต่อสู้ (ทะเลเพลิง)
หายนะ!
ทันใดนั้นมนุษย์โคลนได้ขึ้นไปขี่หลังของพวก Morron Chasers
 “ออกไป!”
ถึงแม้ว่า Morron chaser จะแกว่งหอกเพื่อโจมตี มนุษย์โคลนก็ไม่ยอมออกจากหลังของ Morron chaser นั้นเป็นเพราะวิญญาณแห่งผืนดินมี Hp แทบจะเรียกได้ว่าไม่มีวันหมด (โกงสัส) พวกมนุษย์โคลนเริ่มโจมตีโดยการบีบอัด Morron chaser ด้วยน้ำหนักอันมหาศาลทำให้เป้าหมายช้าลง
ส่วนกรวดอัคคีก็เข้าไปในปากของ Morron chaser และ ทุกครั้งที่พวกมันอ้าปาก เปลวเพลิงพวยพุ่งออกมาจากปากของพวกมัน!
ทุกครั้งที่วีดวิ่งเข้าไป ในเวลาที่ไฟดับไปแล้ว เขาได้ลงดาบไปที่ Morron Chasers ที่ไฟลุกท่วมตัวโดยใช้เพียงทักษะทางดาบธรรมดาเท่านั้น (Last shot นี่หว่า) นั่นเป็นเพราะเขาต้องการที่จะเก็บมานาไว้ใช้ในการเรียกเหล่าวิญญานสำหรับการต่อสู้ขนาดใหญ่แบบนี้
เผ่าพันธุ์คนแคระมีคุณสมบัติในการฟื้นฟูไวกว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์ ดังนั้นต้องขอบคุณอัตราการฟื้นฟูที่รวดเร็วของเขา ทำให้สามารถต่อสู้ได้โดยการใช้เพียงแค่การฟันธรรมดาสลับกับการใช้ทักษะดาบปฏิมากรเป็นครั้งคราว
ในขณะที่ที่วีดจัดการ กลุ่มของ Morron Chaser  กลุ่มของ เฮเกล เซลเซีย รูมิ เบลล่า และ ทวิตเตอร์ ก็วิ่งเข้ามาในบริเวณใกล้เคียงแล้ว ระยะห่างระหว่างพวกเขาและวีดก็ใกล้กันขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากพวกเขาวิ่งโดยไม่มีการหยุดพักเลย
ต้องขอบคุณที่พวกเขาอยู่ปาร์ตี้เดียวกันกับวีดทำให้ทั้งกลุ่มได้รับค่าประสบการณ์

-         เลเวลของคุณเพิ่มขึ้น
-         จากการต่อสู้ร่วมกัน มีสมาชิกที่ฆ่า Morron Chaser ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ค่าชื่อเสียงเพิ่มขึ้น 1
-         เลเวลของคุณเพิ่มขึ้น
-         เลเวลของคุณเพิ่มขึ้น
บอสระดับต่ำ Morron General ถูกฆ่าโดยกลุ่มของคุณ
ค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนพวกเขารู้สึกกลัวที่จะเช็คหน้าต่างข้อมูล
ยกเว้นแต่ เฮเกล ผู้มีเลเวลมากกว่า 200 กำลังช้อคกับเรื่องที่เกิดขึ้นและไม่เชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า
ในเวลาที่พวกเขากำลังจะตามวีดทัน วีดก็ได้วิ่งหนีหายไป
ซึ่งโดยปกติแล้วตราบใดที่คุณไม่ได้ตาบอด คุณจะต้องเปิดตาของคุณเป็นปกติยกเว้นในเวลานอนหลับ ตั้งแต่วีดยกระดับการต่อสู้ของตนด้วยการปิดตา ซึ่งมันดูไร้สาระมาก แต่ในขณะกำลังวิ่ง วีดก็พันแผลตัวเองไปด้วย ปิดตาเพื่อทำสมาธิและใช้สกิลป้องกัน หลับตาอดทน มากกว่านั้นเขาสามารถการจัดการที่จะรักษา HP บางส่วนในระหว่างการต่อสู้ไปด้วย ในระหว่างการปิดตา
ถ้าคุณได้การสังเกตวิธีการต่อสู้ของวีดแล้ว มันจะทำให้คุณประหลาดใจมากถ้ามันถูกสร้างขึ้นเพื่อให้มนุษย์เลียนแบบได้!
 “เขาไม่พักเลย
 “แน่นอนสิเขาไม่ใช่มนุษย์
 “เขาเป็นคนแคระ
เฮเกลเริ่มรำคาญที่จะฟังเสียงคำชื่นชมของรูมิ เบลล่า และ ทวิตเตอร์
 “นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย
เฮเกล เขาเริ่มไม่สามารถที่จะอยู่ในสภาพแบบนี้ได้แล้ว
คอมมอนเซนส์! (Admin: สามัญสำนึก!)
ถึงแม้ว่าเขาจะโตมากับกับสภาพแวดล้อมที่ไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ แต่อย่างน้อยที่สุดเขาก็มีคอมมอนเซนส์เหมือนกับเวลาที่คนเราจะรู้มึนงงหรืออ่อนเพลียเมื่อคนเรารู้สึกเหนื่อย
 “ฉันคิดว่าเขาพูดว่าคลาสหลักของเขาคือประติมากร
ทันใดนั้น เฮเกลก็นึกถึงบางอย่างขึ้น บางอย่างที่เขาพูดถึงสมาชิกกิล Black Lion เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว มันอยู่บนช่องพูดคุยของกิล Black lion!
* * *
ในขณะที่พวกเขาพักผ่อนหลักจากผ่านศึกกับ ครามานอย ในชั้นที่ 1 เฮเกล ก็ได้ส่งข้อความไปยังคนที่เขารู้จัก
Provence: เฮเกลตอนนี้นายอยู่ที่ไหน
เฮเกล: เอ่อผมว่าผมบอกเรื่องนี้ไปก่อนหน้านี้แล้วนะ ตอนนี้ผมกำลังตะลุยดันเจี้ยนกับเพื่อนที่โรงเรียนอยู่
Procvence: อ้าว ไปวันนี้หรอ
เฮเกล: อื้อ ผมเข้าไปดันเจี้ยนในเขต Plains อาณาจักร Dale น่ะ ไม่ต้องตกใจนะผมเป็นคนค้นพบดันเจี้ยนนี้แหละ
Provence: จริงดิ!!
Ject: ก็ตกใจนิดหน่อยนะ เฮเกล
Shen: นายโตขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย?
ในกิล Black Lion นั้น เฮเกลเป็นที่ยอมรับของทุกคนในกิล
ซึ่งการค้นพบดันเจี้ยนแห่งใหม่มันเป็นการค้นพบที่ยากและเป็นปรากฏการณ์ที่พิเศษ (อิวีดนี่เจอประจำ)
Shen: แล้วดันเจี้ยนนั้นเป็นยังไงบ้าง
เฮเกล: มันก็เป็นดันเจี้ยนระดับล่างทั่วไปนั่นแหละ ถึงแม้ว่าผมจะคาดกวังกับมันมากไปหน่อยก็ตาม เพราะว่ามันเหมาะสมกับการล่าของผู้เล่นช่วงเลวเวล 200 อย่างไรก็ตาม…..
เฮเกล พูดเบาลงเพื่อไม่ให้คนในกลุ่มได้ยิน
Ject:  อย่าไปเมินผู้เล่นเลเวลต่ำ เดี๋ยวนี้พวกเวลต่ำๆก็เติบโตอย่างรวดเร็ว นายเองก็ใช้เวลาแค่ไม่นานหนิในการเก็บเลเวลช่วงต่ำกว่า 200  
เฮเกล: ผมไม่ได้ไม่สนใจพวกเขานะ ผมแค่หมายความว่าดันเจี้ยนนี้มันเหมาะกับผู้เล่นเลเวลต่ำเท่านั้นเอง
Provence: นายจะได้รับความตื่นเต้นจากการสำรวจดันเจี้ยน ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีอะไรออกมาบ้างในระหว่างการเดินทาง (พูดแทรกมาซะงั้น)
เฮเกล: อ่า สบายมากครับ ยังไงซะมันก็เป็นแค่ดันเจี้ยนระดับต่ำ ดังนั้นแล้วผมจะพิชิตมันและกลับกิลให้เร็วที่สุด
เวลาที่เขาพูดคุยในลักษณะนี้  เขาจะรู้สึกถึงเสียงที่ชื่นชมมาจากห้องแชทนั้น
บินเดล: แล้วระดับเพื่อนร่วมทางของนายเป็นยังไงบ้าง?
บินเดลเป็นคนแคระคราสนักรบที่อยู่ใน 3 อันดับต้นของกิล Black lion
เฮเกล: ไม่นะ พวกเขาไม่เก่งเท่าไหร่ ก็มี คลาสโจรหนึ่งคนที่มีเลเวลสูงกว่าผม แต่ก็ไม่ได้มีความพิเศษอะไร
บินเดล: ตอนนี้นายเลเวล 300 แล้วหนิ งั้นแสดงว่า เพื่อนที่เป็นคลาสโจรคนั้นก็เลเวลมากกว่า 300 แล้ว สุดยอดไปเลย
ในโลกของ Royal roda โจรเป็นคลาสอาชีพที่พัฒนาเลเวลยากมาก
ถ้าพวกเขาเข้าร่วมปาร์ตี้ ก็จะทำให้พวกเขาสามารถต่อสู้ระยะใกล้ได้ แต่พวกเขามักจะตายเพราะว่าค่าพลังการป้องกันเของเขาต่ำ ฉะนั้นความเสี่ยงของการลุยดันเจี้ยนพียงคนเดียวจึงสูงมากเมื่อ เทียบกับการลุยแบบปาร์ตี้
บินเดล:  แล้วเขาเป็นโจรสายไหนล่ะ แล้วเลเวลเท่าไหร่หรอ
เฮเกล: เขาเพิ่งจะเลเวล 300 ต้นๆ สายในการเล่นของเขาจะเน้นเล่นแบบปาร์ตี้มากกว่า
เฮเกลตัดบทพูดของเขาให้สั้นลงเพราะเขาไม่อยากจะพูดชื่นชม ไนด์ให้มากนัก
นักดาบผู้ฉายแววของอัจฉริยะด้านการต่อสู้
เขามักจะมีมุมมองดูถูกอาชีพอื่นเล็กน้อย ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ดีว่าไนด์นั้นไม่ธรรมดา แต่เขาก็เลือกที่จะไม่รับรู้มัน
บินเดล: ก็ดีนะ อย่างน้อยมีคลาสโจรอยู่ในทีมด้วยมันก็ง่ายที่จะลุยดันเจี้ยน แต่เห็นนายบอกว่าในทีมไม่มีพรีสเลยหนิ
เฮเกล: ก็นะ มันก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยหนิ แต่เราก็ยังคุมการต่อสู้ไหวอยู่นะครับไม่ต้องห่วง แล้วก็ในทีมมีคนแคระอยู่ด้วย 1 คน ซึ่งตอนนี้นั้นยังมาไม่ถึงเลย
บินเดล: โอ้โห้!! คนแคระ (เจอพวกสินะ)
บินดิลดูเหมือนจะสนใจขึ้นมานิดหน่อยตั้งแต่เขารู้ว่าในทีมมีคนแคระด้วย
บินดิล: เขาเป็นทหารหรือว่านักรบ?
เฮเกล: ไม่ใช่เลย เขามีอาชีพประติมากร
บินดิล: ประติมากร?
เฮเกล: ใช่แล้วครับเท่าที่รู้เขาเป็นรุ่นพี่ แต่เพราะว่าเขาเป็นประติมากร เขาคงจะช่วยอะไรพวกเราในการต่อสู้ในดันเจี้ยนนี้ไม่ได้มาก แต่ที่ต้องเอาเข้ากลุ่มเพราะมันเกี่ยวข้องกับเงื่อนไขที่คลาสเรียนสร้างขึ้น คุณก็รู้ว่าผมก็สามารถผ่านมอนสเตอร์พวกนั้นได้อย่างง่ายดาย หลังจากที่เสร็จงานตรงนี้แล้วผมจะไปออกล่ากับคุณบินเดลให้ไวที่สุด
บินเดล: ประติมากรงั้นหรอ เลเวลของเขาสูงไหม?
เฮเกล: ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับไม่เคยถาม มันมีอะไรน่าสนใจงั้นหรอ ทำไมคุณถึงดูสนใจเรื่องนี้จัง
บินดิล: เพราะว่าผมเคยทำงานกับประติมากรคนแคระที่สุดยอดคนนึงเมื่อไม่นานมานี้
เฮเกล: เขาทำรูปแกะสลักให้คุณงั้นหรอ
บินเดล: มันอาจจะฟังดูเวอร์เกินจริงไปนะ คนที่ผมเคยร่วมด้วยเป็นประติมากรที่มีความสามารถและลักษณะแตกต่างจากประติมากรทั่วไป เรารับคำสั่งและทำตามคำสั่งนั้นอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งก่อนที่ผมจะรู้ตัวพวกเราก็ตะลุยดันเจี้ยนเข้าไปอย่างรวดเร็ว ที่เล่านี่ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวนะ แต่หมายถึงคนแคระหลายสิบคนที่ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา
Hegel: โห มีประติมากรแบบนั้นด้วยหรอ
บินเดล:  นั่นไม่ใช่ทั้งหมดนะ ทักษะการทำอาหารของเขาก็สุดยอด ถ้านายได้กินอาหารที่เขาทำนั้น การต่อสู้ก็เหมือนเป็นเรื่องเด็กเล่นไปเลย พวกวัตถุดิบทั่วๆไปเมื่อได้ผ่านมือเขาแล้วมันจะกลายเป็นมื้ออาหารที่เสริมพลังทำให้นายรู้สึกความแข็งแกร่งที่กระจายไปทั่วร่าง
เฮเกล:  ประติมากรที่มีทักษะการทำอาหารระดับนั้น.....
บินเดล: แล้วมันจะสะดวกสบายมากเพราะว่าเขาสามารถที่จะซ่อมแซมอาวุธหรือว่าชุดเกราะที่ผิดรูป ซึ่งถ้าคนแคระเป็นคนซ่อมแซม การทำความเสียหายของอาวุธจะเพิ่มขึ้น และค่าความคงทนของอุปกรณ์จะถูกฟื้นกลับคืนมา
เฮเกล: อะไรนะ? ค่าความคงทนฟื้นฟู? คุณพูดเรื่องอะไร มันมีเรื่องแบบนั้นด้วยหรอ?
เฮเกลไม่รู้ว่าค่าความคงทนของอุปกรณ์สามารถฟื้นฟูได้ด้วย
Provence: คุณบินเดล ค่าความคงทนของอุปกรณ์มันสามารถฟื้นฟูได้ด้วยหรอ
Ject: อ้าว แบบนี้คุณก็สามารถซ่อมอาวุธหรืออุปกรณ์ที่หมดสภาพไปให้กลับมาเหมือนใหม่ได้งั้นสิ
คนส่วนใหญ่ของกิล Black lion ไม่รู้มาก่อนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถึงแม้ว่าในกิลจะมีผู้เล่นระดับสูงอยู่จำนวนมากเหมือนกิลใหญ่ๆทั่วไป พวกเขาก็ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการฟื้นฟูค่าความคงทนของอุปกรณ์
ในช่วงแรกนั้น เป็นไปได้ยากมากที่จะพบเจอเหตุการณ์ที่ให้ค่าความคงทนของอาวุธหรือชุดเกราะลดลงจากการออกล่าปกติทั่วไป ซึ่งนั้นเป็นสาเหตุให้พวกไม่เคยได้เจอกับช่างตีเหล็กที่สามารถฟื้นฟูความทนทานของอุปกรณ์ได้เลย
เพื่อที่จะฟื้นฟูค่าความคงทนของอุปกรณ์นั้น คุณต้องเพิ่มระดับของทักษะเป็นระดับกลางเป็นอย่างน้อย สำหรับนักผลิตที่มีทักษะระดับนั้น พวกเขาสามารถหาเงินก้อนใหญ่ได้จากการสร้างและขายอาวุธหรือชุดเกราะนั้น ด้วยสิ่งนั้นเองทำให้ไม่มีเหตุที่จะต้องเรียนรู้ทักษะถึงระดับการฟื้นฟูความคงทนของอุปกรณ์ ซึ่งมันไม่ช่วยในการหาเงินอีกทั้งยังยุ่งยากอีกด้วย
บินเดล: ยังไงเขาก็เป็นแค่ประติมากรคนแคระอยู่ดีล่ะนะ (ยังอีโก้นะนายคิ๊คิ๊)
เฮเกล: มันไม่ใช่เรื่องปกติแล้วนะ! ทวีปเวอร์เซลล์นั้นกว้างมาก มันน่าจะมีคนแคระแบบนั้นแค่คนเดียว คนแคระที่เก่งกาจขนาดนั้น ไม่มีทางเป็นรุ่นพี่คนนั้นแน่นอลลลลลล (หมายถึงอิวีดนะ)
การพูดคุยของเฮเกลกับกิลด์ของเขาเพิ่งผ่านมาเพียง 8 ชั่วโมง!
เฮเกลรู้สึกได้ถึงการสูญเสียความมั่นใจ
 “นี่มันแย่กว่าที่คุณบินเดลบอกไว้ซะอีกนะ!”
เขาส่งข้อความความความตามความคิดของเขากลับไปให้กับทุกคนในกิล
* * *
ในเขาวงกตชั้นที่ 3 ที่มีขนาดใหญ่มาก พวกเขาตระเวนล่ามอนสเตอร์ไปหลากหลายมาก และที่ในส่วนกลางของดันเจี้ยน ซึ่งเต็มไปด้วยกับดักที่อันตรายและมอนสเตอร์ระดับบอสที่คอยซุ่มอยู่ในจุดต่างๆของดันเจี้ยน พวกวีดและไนด์จงใจที่จะเข้าไปหากับดักและไล่ล่ามอนสเตอร์ระดับบอสในนั้น (กะล้างบางดันเจี้ยนเลยสินะ)
มันคือวิธีการไล่ล่าที่จะทำลายมอนสเตอร์อย่างสมบูรณ์(Admin: ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันเลยทีเดียว) โดยถ้าเหลือเหลือมอนสเตอร์ซักตัวรอดไปได้ มันจะเป็นการก่อให้เกิดความรำคาญหรืออุปสรรคได้เหมือนกัน มันก็เหมือนเวลาที่คุณล้างหน้าแต่ไม่ทั่วทั้งหน้า ยังไงคุณก็จะไม่รู้สึกสดชื่น
นอกจากนั้นแล้ว มันยังผลของโบนัสพิเศษประสบการณ์ 2 เท่าก็ยังทำงานอยู่ด้วย!
วีดได้รับประสบการณ์มหาศาลและไอเทมมากมายจากมอนสเตอร์ระดับบอสเหล่านี้
ต้องขอบคุณไนด์ที่คอยทำลายกับดักให้ พวกเขาได้รับค่าชื่อเสียง ทักษะ และค่าประการณ์พิเศษจากการเคลียร์ดันเจี้ยนทั้งหมด
สำหรับคนที่ตามมาด้วยนั้นก็จะได้รับค่าประสบการณ์ และค่าชื่อเสียง แต่การตามเก็บไอเทมนั้น พวกเขาไม่สามารถทำได้เลย (Admin: แหงล่ะ วีดมันไล่เก็บอยู่คนเดียวหนิ - -)
และในที่สุด ไนด์ ได้ทำแผนที่ในชั้นที่ 3 สำเร็จ
-         ดันเจี้ยนครามาโด้ ชั้นที่ 3 ถูกสำรวจและเขียนออกมาเป็นแผนที่เป็นครั้งแรก
-         ค่าชื่อเสียงเพิ่มขึ้น 75
-         ทักษะความชำนาญในการเขียนแผนที่เพิ่มขึ้น
ค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้น
ซึ่งมันหมายความว่าพวกเขาเดินทางในทุกเส้นทางที่เป็นไปได้ในดันเจี้ยนนี้  พวกเขาสามารถเคลียร์ดันเจี้ยนครามาโด้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
 แฮก แฮก” # เสียงหอบ
 นี่-นี่การสำรวจก็จบซะที!”
เฮเกลทิ้งตัวลงบนพื้น
การสำรวจในดันเจี้ยนครั้งนี้กินเวลาทั้งหมด 5 วัน!
เวลาที่ใช้ในการเคลียร์ดันเจี้ยนครั้งนี้รวดเร็วกว่าเวลาที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 4 เท่า ใช้เวลาเกือบทั้งวันตั้งแต่ที่พวกเขาเริ่มเข้าไปในแคปซูล ซึงตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงที่ดวงอาทิตย์ไปอยู่ตรงกลางของท้องฟ้า
 มันช่างเป็นวันเวลาที่ยาวนานจริงๆ
ทุกคนต่างเข้าใจคำพูดของไนด์
พวกเขาไม่มีทางที่จะรู้สึกถึงการล่าที่น่ากลัวและหนักหนาขนาดนี้มาก่อน พวกเขาเชื่อและมั่นใจแบบนั้น  พวกเขาเลือกที่จะจัดการเหล่ามอนสเตอร์แบบไม่หยุดพักในขณะที่คอยรักษาระดับ HP เอาไว้อยู่ตลอดเวลา ในขณะที่ต้องไล่ตามพวกมอนสเตอร์ไปด้วย
ถึงแม้ว่าวีดจะทำหน้าที่หลักในการต่อสู่ แต่ทุกครั้งที่มานาและพลังกายของพวกเขามีเพียงพอ พวกเขาก็มักจะมีส่วนร่วมในการต่อสู้อยู่ทุกๆครัง
 ‘การล่านี่มันสนุกจริงๆ
 ‘เราจะมีโอกาสได้ไปออกล่าแบบนี้อีกมั้ยเนี่ย
ถึงแม้ว่ามันจะหน้ากลัว แต่ความสุขที่ได้จากความตื่นเต้นในการผจญภัยก็ไม่สามารถปฏิเสธได้
ขาของเฮเกลไม่ไหวแล้วตอนนี้
 “ทำได้ดีมากทุกคน-GG-”
ทวิตเตอร์ยิ้มออกมา ทำให้เห็นถึงลักยิ้มที่สดใส
 “อื้อนายด้วย ฉันคิดว่าพวกเราควรจะกลับบ้านและพักผ่อนตั้งแต่การสำรวจดันเจี้ยนจบไปแล้ว
ตามแผนที่พวกเขาวางไว้ ว่าจะพักผ่อนหลังจากที่เสียเวลาในการนอนไป อย่างไรก็ตาม วีดยกดาบของเขาขึ้นมาและเดินไปที่ที่หนึ่ง
 “รุ่นพี่ !!! รุ่นพี่จะไปไหนน่ะ?”
 “ฉันจะไปล่าต่อ
 ตะ แต่การสำรวจดันเจี้ยนมันจบแล้วนะ
 “โบนัสค่าประสบการณ์ 2 เท่ายังไม่หมดเลย
 “แต่ว่าตอนนี้เที่ยงแล้วนะ
 “วันนี้ไม่มีเรียนซะหน่อย วันนี้เป็นวันเสาร์
 “...” (คือคนอื่นเขาหมดแรงเว้ยอิวีด!!!!)
 เบลล่ารู้สึกถึงบรรยากาศที่กดดันจากการพูดคุย
 แต่รุ่นพี่ ถ้ารุ่นพี่ยังไปต่อทั้งแบบนี้ ร่างกายของรุ่นพี่จะแย่เอานะ
 “หือ ร่างกาย ?
 หลังจากที่เราเสร็จการล่าตลอดคืนแล้ว พี่ควรจะกลับบ้านแล้วไปนอนซักงีบ จากนั้นพี่ก็ควรจะต้องกินอะไรบ้าง
 “ฉันกินมาก่อนแล้ว แล้วก็นอนแล้วด้วย
 “เมื่อไหร่?
 ในตอนเช้า ผมกลับบ้าน ทำอาหารให้น้องสาว แล้วก็นอนต่ออีก 2 ชั่วโมง จากนั้นก็กลับมาน่ะ
 “……-______-…….”
นั้นหมายความว่าเวลาที่กลุ่มพักเบรคระหว่างการล่า วีดนั้นออกจากเกมไป และกลับมาหลังจาก กินและพักผ่อนแล้ว ซึ่งในการเล่นเกม รอยัลโรดติดต่อกันเป็นเวลานานนั้น นั้น การดูแลรักษาร่างกายถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง
* * *
ตัดมาที่งานโรงเรียน
 “ยินดีต้อนรับสู่งานเลี้ยงหน้ากากของคณะกฎหมาย! สำหรับเด็กใหม่จะมีส่วนลด 30% สำหรับค่าเข้างาน
 “นี่คืองานประมูลทาส (Slavery Blind Dating) ของคณะจุลชีววิทยา มีแต่รุ่นพี่สาวๆน่ารักๆมากมาย เฉพาะคนที่มีอายุน้อยกว่าเท่านั้น จึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วมได้
 [Slavery Blind Dating คือกิจกรรมที่ นักเรียนหนึ่งคนจะทำการซื้อบุคคลอื่นและกำหนดให้คนที่ถูกซื้อสามารถทำอะไรก็ได้ซึ่งคล้ายๆ ทาสนั่นเอง]
 “คณะสังคมศาสตร์ มีกิจกรรมสุดสนุกกับงานโชว์ในกิจกรรมสุดสร้างสรรค์
 “มาดูนี่สิ! โอกาสแบบนี้หาไม่ได้อีกแล้ว กิจกรรมจับปลามือเปล่า!!! ที่คุณจะสามารถพบเจอได้ในงานเทศกาลนี้เท่านั้น
มันคือวันเทศกาลมหาลัยของเกาหลี
สำหลับลีฮุนแล้วมันไม่ใช่ช่วงเวลาที่น่ายินดีสักเท่าไหร่นัก
 ‘ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง
หลังจากเรียนในห้องเรียนเสร็จ เขามักจะใช้เวลาว่างนั้นในการเล่นเกมรอยัลโรดตามที่อยากเล่น โดยที่เขาจะใช้เวลาในการเล่นเกมรอยัลโรดเป็นเวลา 12 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งเขามีการแบ่งเวลานอนอย่างเป็นระบบ
มันช่วยไม่ได้ ในเมื่อเขามีเวลาเล่นเกมน้อยกว่าสามาชิก Dark gamer คนอื่นๆ ซึ่งมันเป็นเรื่องสำคัญมากที่เขาจะต้องใช้เวลาของเขาทั้งหมดอย่างคุ้มค่า ถึงแม้ว่าเขาจะอัพระดับของเขามาจนเลเวล 358
แต่เมื่อคิดถึงเรื่องนั้นแล้วเขาถูกบังคับที่จะต้องอยู่ที่มหาลัยในระหว่างงานเทศกาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!
ตอนนี้ลีฮุนรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนักโทษ
 “การสอบนรกมันไม่เห็นว่าจะเป็นเรื่องใหญ่อะไรเลย ถ้าหากจะมีใครซักคนที่จะต้องซ้ำชั้น นั้นหมายความว่าเขาจะต้องทนอยู่ในขณะที่ไม่สามารถช่วยใครได้เลย
(น่าจะหมายถึง การสอบนรกนั้นมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย ถ้าหากจะมีใครซักคนสอบตกนั้นก็หมายความว่าเขาอยู่ไปก็ไม่มีทางช่วยอะไรคนที่สอบผ่านได้ ผ่านมาก็ไร้ประโยชน์”)
มีคำถามเกิดขึ้นในหัว!
เป็นครั้งแรกในชีวิตของลีฮุนที่มีความคิดแบบปรัชญาแบบนี้
ในเด็กทั่วไปสามารถที่จะพัฒนาเซ้นส์(สัญชาตญาณ)ของตนเองได้จากการเล่นกับลูกสุนัขข้างบ้าน เวลาที่พวกเขาเห็นสุนัขเหล่านั้นหลับ เขาสามารถเข้าใจและคาดการณ์เกี่ยวกับพฤติกรรมของสัตว์เหล่านั้นได้
แต่ลีฮุนไม่ได้มีชีวิตแบบนั้น
กฎแห่งพงไพร!
ถ้าเขาเห็นสุนัขและมันไม่ยากต่อการเป็นเป้าหมายเกินไป สิ่งแรกที่เขาคิดคือ น้ำซุป
 [เป็นเรื่องของวัฒนธรรมการกินของประเทศเกาหลี ซึ่งการกินสุนัขในประเทศเกาหลีนั้นยังคงมีอยู่ในประชากรยุคเก่าของประเทศ สำหรับวัยรุ่นหรือวัยทำงานรุ่นใหม่ความนิยมในการรับประทานเนื้อสุนัขก็ลดลงแล้ว]
สุนัขและน้ำซุบ เป็นความสัมพันธ์ของหาอาหารเหมือนกับราเม็งและไข่ เป็นเหมือนกรรมวิธีตามธรรมชาติที่ให้มันเกิดมาคู่กัน
ในตอนที่ลีฮุนอายุ 10 ขวบ  เขาได้จ้องอย่างมีนัยไปยังสุนัขที่กระดิกหางวิ่งเข้าหาเขาเวลาที่ให้กระดูกไปแค่ไม่กี่ชิ้น
 ‘เจ้าหมาน้อยช่างดูเหมือนซุปเนื้อที่เคี่ยวอย่างพิถีพิถัน
ถึงแม้ว่า มันเป็นงานเทศกาลที่ทุกคนร่วมสนุกไปกับมัน แต่ลีฮุนก็ทำได้แค่รอให้งานเทศการจบลงอย่างเร็วที่สุด
 “มาๆ แผนกล้างจาน เริ่มทำงานได้!”
ลีฮุนทำหน้าที่ควบคุมความเป็นไปภายในบาร์
สิ่งที่เขาต้องรับผิดชอบมีเพิ่มมากขึ้นเพราะว่าเขามีอายุมากกว่าเพื่อนในกลุ่มและเขาสามารถแสดงให้เห็นถึงศักยภาพตอนที่จัดเตรียมบาร์
 “นั้นแหละดีมาก!”
เหล่านักเรียนใช้ถุงมือในการล้างถ้วยชาม ซึงถ้วยชามเหล่านี้ถูกเช่ามาจากห้องเก็บของ ดังนั้นพวกเขาจะต้องนำมาทำความสะอาดก่อนการใช้งาน
 “เมื่อไหร่เราจะเปิดรับลูกค้าได้ล่ะ?”
 “พวกผู้หญิงจะพร้อมในอีก 10 นาที!”
กิจการกำลังจะได้เริ่มขึ้นเมื่อเหล่าสาวๆ ที่ทำหน้าที่เสิร์ฟอาหารได้มาถึง แม้ในขณะที่พวกที่เหลือกำลังเร่งมือทำของว่างพวกเขาก็ได้ยินเสียงประทัดดังขึ้นจากข้างนอกซุ้ม ผู้คนมากมายเดินผ่านเข้าออกบริเวณบาร์ที่เป็นเต็นท์  มีเด็กนักเรียนจากนอกโรงเรียนและบุคคลภายนอกเข้ามามากมาย
ในที่สุด เหล่านักเรียนหญิงที่ไปเปลี่ยนชุดและแต่งหน้าก็ได้ปรากฏตัวขึ้น
สาวๆมหาลัยในชุดแต่งงานและผ้าคลุมหน้าสีขาว!
สาวๆมหาลัยเหล่าเดินตรงไปยังเพื่อนสนิทของแต่ล่ะคน
 “อย่ายืนแข็งทื่อเป็นท่อนไม้แบบนั้นสิยะ!!! เอาผ้าคลุมหน้าของฉันออกได้แล้ว!”
ด้วยเหตุผลบางประการ เวลาที่นักเรียนชายเอาผ้าคลุมหน้าของนักเรียนหญิงออกหัวใจพวกเขาเต้นแรงแบบไม่เป็นจังหวะ
คำร้องขอของเหล่านักเรียนสาวช่างมีอิทธิพลต่อเหล่านักเรียนชาย
 “มันไม่มีความหมายอะไรแบบนั้นหรอกนะ คนที่ควรเป็นคนเปิดผ้าคลุมหน้าออกตามหน้าที่แล้วควรจะเป็นฝ่ายชายซิ
 “ฉันรู้น่า!”
 เหล่านักเรียนชายก็ได้สะบัดผ้าคลุมหน้าไปด้านหลัง
 “พอมองแกแบบนี้แล้วแกดูเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ
 ไง สาวหล่อ พอมองแบบนี้แล้ว ดูสง่างามขึ้นมาทันทีเลยนะ
 อยากตายหรา?”
บรรยากาศของการพูดคุยในตอนนี้ก็เปลี่ยนไปเป็นเฮฮาโดยไม่ได้นัดหมาย
เนื่องจากชุดแต่งงานของเหล่านักเรียนหญิงเป็นชิ้นงานที่ทำขึ้นด้วยมือ ทำให้พวกหล่อนดูไม่ค่อยน่ารักหรือไม่ค่อยน่าประทับใจมากเท่าไหร่นัก แต่กระนั้นพวกหล่อนก็แสดงตัวตนออกมาคล้ายกับเจ้าสาวตัวน้อยๆ
พวกเด็กนักเรียนหญิงออกมาทั้งหมดแล้ว เหลือแต่ ซอ ยูน ที่เป็นคนสุดท้ายก็ยังไม่เดินออกมาซักที
 “……….”
การสนทนาภายในบาร์ก็เงียบลง ไม่เว้นแม้แต่กระทั่งนักเรียนที่เตรียมอาหารว่างและทำความสะอาดร้าน ทุกคนต่างเงียบ
มันเป็นเพราะทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังห้องเปลี่ยนชุดซึ่งพวกเขาเหมือนกำลังรออะไรบางอย่างอยู่
แคร๊ก*! ซอ ยูน ค่อยๆเปิดประคูออกมาจากห้องเปลี่ยนชุดและเดินออกมา
ในวินาทีนั้น เหล่านักเรียนชายทุกคนต่างตกอยู่ในมนต์สะกด
เธอเป็นผู้หญิงที่ผู้ชายทุกคนใฝ่ฝันถึง
ผิวพรรณที่งดงามเหมือนกับได้ดูดซับน้ำที่ใสสะอาดจากการผ่านการกรองอย่างพิถีพิถัน!!!
ซอ ยูน แต่งหน้าเบาๆบนใบหน้าของเธอ
มันคือทัศนคติที่คลาดเคลื่อนของเหล่าผู้ชายที่คิดว่าเครื่องสำอางบนใบหน้าผู้หญิงเป็นเหมือนกับการศัลยกรรมพลาสติก
แต่เครื่องสำอางนั้นเป็นเหมือนการเพิ่มความโดดเด่นและสีสันบนใบหน้า ซึ่งการที่ซอ ยูน ได้แต่งหน้าอย่างเบาๆบนใบหน้าของเธอนั้น ก็ได้ช่วยทำให้ความงดงามของเธอเด่นชัดขึ้นไปอีก
ด้วยใบหน้าที่สุดแสนจะงดงามของเธอถึงแม้ในช่วงเวลาปกติ มันเป็นการยากที่จะเผชิญหน้าเธอเป็นระยะเวลานานๆได้
ทุกคนต่างประจักษ์และเห็นพ้องต้องกันว่า ดวงตา จมูก หรือริมฝีปากของเธอนั้นงดงามจริงๆ เธอเป็นผู้หญิงที่สวยขนาดที่ทำให้พวกเขาตระหนักถึงคำว่า จุดสูงสุดของความความงามแบบธรรมชาติที่มนุษย์จะสามารถเป็นได้
พวกเขารู้สึกราวกับว่าลมหายใจจะหยุดลงหรือสามารถขาดใจตายได้เพียงจ้องหน้าเธอ (สวยจนหัวใจวายตาย!!!)
มากกว่านั้น ด้วยผ้าบางๆที่ใช้เป็นชุดเจ้าสาวก็เหมือนกับทำให้รู้สึกโลกหยุดหมุนจากรูปร่างของเธอภายใต้ชุดเจ้าสาวนั้น
มันเป็นความรู้สึกเหมือนอยู่ในฝันเวลาที่ ซอ ยูน เดินผ่าน แม้ว่าคุณจะรู้ว่าเธอช่างน่ารักแม้กระทั่งในตอนที่เธอเดินอย่างตั้งใจในชุดเจ้าสาว แม้กระทั่งในตอนที่เธอดึงกระโปรงขึ้นเพื่อหลบสิ่งกีดขวางต่างๆ ความงดงามของเธอนั้นเพียงพอที่จะทำให้คุณคลั่ง จนแทบจะเสียสติไปเลย
ปากผู้ชายทุกคนต่างแห้งผาก
พวกเขาตัวสั่นเป็นอย่างมาก เหมือนกับคนที่ค้นพบน้ำหลังจากไม่ได้ดื่มน้ำมาเป็นสิบปี แต่ที่อยู่ตรงหน้าเขานั้นไม่ใช่น้ำธรรมดาแต่เป็นน้ำผึ้งที่มีรสหอมหวานเกินกว่าจะจินตนาการ!
สิ่งมหัศจรรย์ในรอบร้อยปีอยู่ที่นี่แล้ว
รอยเย็บของชุดบนผ้าบางๆ แสดงให้เห็นตั้งแต่ เรียวขาขึ้นไปจนถึงเอว หน้าอกและเนินไหล่ สมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติ

สิ่งที่ส่งเสริมให้ความงามของ ซอ ยูน งดงามยิ่งขึ้นไปอีก คือเรียวแขนของเธอที่ช่างดึงดูดและเย้ายวน!
ด้วยใบหน้าที่งดงามอย่างหาที่ติไม่ได้ภายใต้ผ้าคลุมหน้าที่ซ่อนแก้มสีชมพูที่เกิดจากความเขินอาย
ทุกครั้งที่ ซอ ยูน เดิน ชุดของเธอก็สะบัดไปตามท่วงท่าจนทำให้เกิดเสียงเบาๆขึ้นมา
เธอเดินตรงไปยังข้างหน้าของ ลี ฮุน และก้มหัวของเธอลง

 “นี่มันนางฟ้า
 เธอคือเทพธิดาใช่ไหม
เสียงของเหล่านักเรียนมาจากรอบๆห้อง
เหล่านักเรียนหญิงที่อิจฉาต่างพากันพรรณนาออกมา
 “ชุดนั้น งานของช่างออกแบบที่มีชื่อเสียงระดับโลก มาเรีย แอง โคลอี้ (Marie-Ange Chloe)”
 อึก..มันช่างเป็นชุดที่น่ารักจริงๆ
เหล่าผู้ชายต่างเห็นด้วยกับความคิดเห็นนั้น
 “นักออกแบบที่มีชื่อเสียงระดับโลก!"
 “สุดยอด มันช่างสวยและน่าประทับใจจริงๆ
ในตอนนั้น มันเป็นเพียงความรู้สึกชื่นชมที่มีต่อช่างออกแบบ!
ซอ ยูน เดินไปยังลีฮุน ก้มหน้าลงและค่อยๆเงยหน้าของเธอขึ้นจากนั้นดวงตาที่เปล่งประกาย ความบริสุทธิ์ของเธอก็เผยออกมา
ทุกคนต่างต่างรู้กันว่าสัญญาณนั้นหมายถึงเธอต้องการให้ ลี ฮุน เป็นคนเปิดผ้าคลุมหน้านั้นออกมา .... .....
จบตอน
ผู้แปล: Aquasolic
Editor: แอดมินเพจ เราอ่านนิยายแปล
ที่มา: http://japtem.com/lms-volume-15-chapter-5
ไฟล์: https://drive.google.com/drive/u/0/folders/0B7slWHQIQ6wCM1hicDY3dUw2cXM

15 ความคิดเห็น:

  1. เปิดดีๆนะ ;w; ได้โปรด T^T

    ตอบลบ
  2. น่าสงสารมอนในดันจริง

    ตอบลบ
  3. ขอบคุณครับ สู้ๆครับผู้แปลขอบคุณที่แบ่งบันความสุขให้นะครับ

    ตอบลบ
  4. ขอบคุณครับที่แปลให้อ่าน สนุกมากเลยครับ

    ตอบลบ
  5. ขอบคุณมากๆครับ

    ตอบลบ
  6. เมื่อไรวีดมันจะรู้สึกตัวสะที

    ตอบลบ
  7. บรรยายความสวยของซอยุนคนเดียว 3หน้ากระดาษA4 สวยโคตรพ่อโคตรแม่ สวยแบบขยิบตาที ผู้ชายตายทั้งตำบล 5555

    ตอบลบ
  8. โอ้ยยยยยยยอิจฉาโว้ยยยยยยยยยย

    ตอบลบ