วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เล่มที่ 13 ตอนที่ 8 อาณาจักรคนแคระ

เล่มที่ 13 ตอนที่ 8 อาณาจักรคนแคระ

“…
งั้นวันนี้ พอแค่นี้ก่อน”

พวกนักเรียนโค้งคำนับอาจารย์ที่กำลังเดินออกจากห้องไป, ตอนนี้เหลือเพียงพวกเขาซึ่งต้องการพัก จึงได้อยู่ในห้องต่อ ยังไม่ได้ออกจากห้องไปที่ไหน หรือไปทำอะไรอย่างอื่น

“
หวิ้วว” (ผู้แปล: ทำเสียงลากต่ำๆ แบบถอนหายใจไปด้วยนะ)
“
เกือบทำไม่ได้ซะแล้ว”

วันนี้เป็นวันที่พวกเขามีสอบควิซเกี่ยวกับเทคโนโลยีเสมือนจริง หลังจากทำข้อสอบเสร็จ พวกที่อ่านหนังสือเตรียมตัวสำหรับการสอบครั้งนี้มาเป็นตลอดสัปดาห์ นั่งลงที่โต๊ะและร้องโอดครวญ
ลี ฮุน ยังคงมีสีหน้าที่ดีอยู่ ไม่มีอาการเหนื่อยล้าให้เห็นเลย  และเหมือนกับว่าพวกเขารู้, ว่าคนอื่นคิดยังไงกับพวกเขา

‘
มันต้องดีแน่ที่ได้รู้เกี่ยวกับพื้นฐานของมัน’

พวกเขาคิดว่า ลี ฮุน รู้เนื้อหามาอยู่ก่อนแล้วและกลับไปลงเรียนซ้ำอีกรอบ, โดยไม่สนใจค่าเทอมเลย
บทเรียนนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับพื้นฐานและศักยภาพในการพัฒนาของโลกเสมือนจริง; พร้อมกับผลลัพธ์ของการตายและมีชีวิตอยู่ในโลก VR และพวกมันมีผลกระทบอย่างไรเกี่ยวกับระบบประสาทสั่งการในชีวิตจริง
มันเป็นเรื่องบังเอิญสำหรับเขา ที่เขาสามารถเขียนคำตอบพวกนี้ลงไปได้ โดยที่ไม่ต้องไปนั่งเรียน หรือ ติวเข้มอะไรเลย ซึ่งนั่นทำให้คนอื่นๆเชื่อว่าเขาต้องเรียนซ้ำชั้นแน่ๆ
แต่หากเปรียบเทียบกับประวัติศาสตร์ที่นับไม่ถ้วนของทวีปเวอร์แซลล์, วีรบุรุษ, สถานที่ตั้งของหมู่บ้าน,  ไอเทม, เวทย์มนต์, และทักษะต่างๆ เขาจำเรื่องพวกนี้ไว้ในสมองของเขาเรียบร้อยแล้ว, เขาสามารถตอบคำถามระดับนี้ได้โดยไม่ต้องมองมันเลยสักนิด  (ผู้แปล: เรื่องเกมขอให้บอก 555)

“
สอบเสร็จแล้ว, พวกนายอยากเล่นรอยัล โร้ด กันมั้ย?”

ความเห็นนี้มากจาก มิน ซูรา, ที่ตั้งหน้าตั้งตารอที่จะเล่น
ชอย ซัง จุน ตอบตกลง

“
ถ้าพวกเธอกำลังคิดจะไปที่ห้องแคปซูลล่ะก็, ฉันคงเห็นด้วยไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้วล่ะ เพราะมันมีอยู่ที่นึง ที่เปิดให้เช่าอยู่, งั้นไปที่นั่นกันเลยมั้ย?”

ความนิยมของห้องแคปซูลนั้นได้รับกระแสตอบรับที่ดีพอสมควร เนื่องจากว่ามันเป็นสถานที่ ที่ผู้คนสามารถเชื่อมต่อเพื่อเข้าไปเล่นรอยัล โร้ดได้ มันมีอยู่ค่อนข้างมากในมหาวิทยาลัย; จากตรงนี้, กลับไปที่บทสนทนาของพวกเขาต่อ
ลี ยู จอง พูด

“
งั้น, พวกเราทำการบ้านด้วยนะ, ไอ้ที่เกี่ยวกับการผจญภัยในโลก VRน่ะ(virtual reality)”
“
อึก!,  พวกเราเพิ่งทำข้อสอบเสร็จเองนะและตอนนี้ฉันคิดว่ามันค่อนข้างดีเลยทีเดียว; แต่ว่ายังมีการบ้านที่ต้องทำซะด้วยนี่สิ”

การบ้านของพวกเขาคือการผจญภัยในโลกเสมือนจริง, โดยเฉพาะสำหรับพวกเขา, มันคือการสำรวจดันเจี้ยนจริงๆในรอยัล โร้ด
ทีมสำรวจ 7 คน, พร้อมกับกำหนดส่งงานภายใน 2 เดือน!
อีกทางเลือกหนึ่ง, พวกเขาสามารถเลือกและสอบมิดเทอมแทน; แต่สมาชิกในกลุ่มต่างกระจัดกระจาย อยู่กันคนละพื้นที่บนทวีปเวอร์แซลล์, พวกเขาจึงได้รับความอนุเคราะห์จากอาจารย์ที่แสนจะใจดี ด้วยระยะเวลาที่แสนมีค่าในการทำโปรเจคนี้ (ผู้แปล: ขอใช้ทับศัพท์ละกันนะครับ เพื่อให้ดูเหมาะกับเด็กมหา’ลัย)
ลี ฮุน อยู่ในกลุ่ม C

“
ยังไงก็ได้, ไปที่ห้องแคปซูลกันเถอะ แล้วพวกเราค่อยตัดสินใจที่เหลืออีกทีละกัน”

ตามคำแนะนำของ ชอย ซัง จุน, เหล่าเพื่อนนักศึกษาต่างพากันหยิบกระเป๋าและพร้อมที่จะไป

“
ฉัน…ไม่ว่างมีงานต้องทำ…”

ลี ฮุน พยายามที่เบี่ยงเบนออกจากสถานการณ์นี้ เขาไม่อยากไปที่นั่นเลย, แต่ มิน ซูรา จับเขาไว้และไม่ปล่อยให้เขาได้ไปไหนเลย

“
รุ่นพี่ก็อยู่กลุ่มเดียวกันกับพวกเรานะ, และรุ่นพี่ไม่เคยไปที่ห้องนั้นกับพวกเราเลยสักครั้ง…วันนี้แหละ รุ่นพี่ต้องมากับพวกเรา”
“
ถูกต้องแล้ว, ถ้าพวกเราอยู่ในกลุ่มเดียวกัน, พวกเราก็ควรที่จะร่วมมือกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  มาๆ มาด้วยกันกับพวกเราที่ห้องแคปซูล”

ลี ฮุน ไม่ได้ต้องการที่จะเข้าไปในห้องแคปซูลเลยแม้แต่น้อย
มันเป็นสถานที่ที่แพงมาก เพียงแค่มันสามารถล้อกอินเข้าไปเล่นในรอยัล โร้ดได้!
เขามีปัญหาไม่เข้าใจว่าทำไมคนพวกนั้นถึงต้องจ่ายเงินเพื่อเข้าไปในห้องแคปซูล ในเมื่อพวกเขาสามารถเข้าไปในรอยัล โร้ด เวลาไหนก็ได้จากที่บ้านของพวกเขาเอง

***

ตอนนี้เป็นช่วงเวลาพักของนักศึกษาในมหาวิทยาลัย, และห้องแคปซูลก็เต็มไปด้วยนักศึกษาที่พากันมาจับจองที่

“
ขอที่สำหรับ 7 คนด้วยครับ”
“
วันนี้ก็นายมาด้วยเหรอ นายจะเล่นรอยัล โร้ดใช่มั้ย?”

นักศึกษาที่ทำงานพาร์ทไทม์อยู่ตรงเคาร์เต้อร์เป็นคนถาม, ชอย ซัง จุน พยักหน้าอย่างสุภาพ

“
ใช่แล้ว แคปซูลที่ฉันชอบใช้ ตอนนี้มันว่างอยู่มั้ย?”
“
มันยังว่างอยู่ ฉันจะพานายไปดูเอง”
“
โอเค”

นี่เป็นช่วงเวลาอันดีสำหรับเขานั่นคือเมื่อเขาล้อกอินเข้าไปเล่นในรอยัล โร้ดหลังเลิกเรียน,หรือ อาจจะบางครั้ง,เมื่อเขาโดดเรียน
มิน ซูรา หรี่ตาลงทันที

‘
เขาเข้าเรียนน้อยมาก, คะแนนสอบของเขามันต้องแย่สุดๆแน่เลย’

ขณะที่เพื่อนของเขามองไปที่ ชอย ซัง จุน พร้อมกับความคิดเหล่านั้น, แต่ ลี ฮุน กลับไม่คิดแบบนั้น

‘
น่าอิจฉาชะมัด’

ห้องแคปซูลธรรมด๊า ธรรมดา!
อัตราค่าใช้บริการรายชั่วโมงเท่ากับ 5,000 วอน
เพราะแคปซูลนั้นมีราคาแพงมาก, ค่าบริการเลยต้องมีการบวกเพิ่มเข้าไปอีก
ในเมื่อ ลี ฮุน ไม่สามารถที่จะจ่ายเงินได้มากขนาดนั้น หากไม่เป็นเช่นนั้นแล้วเขาก็คงกลายเป็นพวกขาประจำของห้องแคปซูลแน่นอน

‘
ฉันไม่ใช้พวกกระเป๋าหนักเหมือนคนพวกนี้ซะหน่อย’

เขาชื่นชมในความกล้าและความทะเยอทะยานของซัง จุน
ในห้องแคปซูล, มีแคปซูลที่มีการใช้งานลักษณะพิเศษอยู่ด้วย หน้าจอขนาดใหญ่ในห้องที่สามารถปล่อยภาพการเล่นของพวกเขาแต่ละคนได้
ชอย ซัง จุน แห่งกิลด์ราชสีห์ทมิฬ(Black Lion) เขาเปิดเผยตัวตนของเขาอย่างมั่นใจ; นั่นต้องขอบคุณเขา, เพราะห้องแคปซูลนั้นดึงดูดคนแปลกหน้ามากมาย

“
อู้วววววววววววววว”
“
ชุดเกราะใหม่”

ภาพปรากฏขึ้นบนหน้าจอทันทีที่ ชอย ซัง จุนเชื่อมต่อเข้าไปในเกม, ทันใดนั้นเสียงอึกทึกครึกโครมก็ดังขึ้น มันดังกระจายไปทั่วทั้งห้อง

“
ชุดเกราะผู้ใช้ธาตุน้ำ  แค่ของพวกเลเวล 280, ทั้งเซ็ท(เต็มชุด มีทุกอย่างตั้งแต่ หมวก เกราะ ถุงมือ รองเท้า ผ้าคลุม)มีราคามากกว่า 1.4 ล้านวอน”

พวกชุดเกราะแบบทั้งเซ็ท เป็นที่รู้กันดีว่า พวกผู้เล่นระดับท้อปมักจะสวมใส่กัน

‘
เพราะว่าพวกเรามี ซัง จุน, พวกเราจะต้องทำการบ้านสำรวจดันเจี้ยนได้อย่างสบายๆแน่เลย’
‘ช่างโชคดีจริงๆ พวกเราจะได้เตรียมตัวอย่างสบายใจซะที’

ลี ยู จอง เลเวล 200 เบลดมาสเตอร์ , แต่เธอยังไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นัก เนื่องจากเธอรู้ว่า มิน ซูรา เล่นเอนชานต์เตอร์(พวกสายเสริมพลังให้กับอาวุธและไอเทมสวมใส่) มักช่วยเหลืออะไรไม่ค่อยได้มากเท่าไหร่ในเรื่องของการต่อสู้ แต่ตอนนี้, เธอสบายใจขึ้นเมื่อมองไปที่ ชอย ซัง จุน ผู้ที่สามารถไว้วางใจได้
ลี ฮุน เดินเข้าไปหาพนักงานพาร์ทไทม์

“
นายจะเล่นรอยัล โร้ดด้วยงั้นเหรอ?”

ลี ฮุน พยักหน้าด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด ไม่สู้ดีนัก

“
ใช่ ได้โปรดจัดการให้ฉันด้วย”

มันเหมือนกับโยนเงินทิ้งไปเฉยๆซะอย่างงั้น, แต่ในเมื่อเขาอยู่ตรงนี้แล้ว, มันคงจะดีกว่าถ้าเขาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น
เขาตัดสินใจได้ว่าหากเขาต้องใช้เงิน, เขาต้องหามันเพิ่มมากขึ้นจากรอยัล โร้ด และต้องมากกว่าที่เขาใช้ไปด้วย
แคปซูลของเขาอยู่ทางขวามือถัดไปจาก ลี ยู จอง และ มิน ซูรา

“
รุ่นพี่คะ, แล้วเจอกันค่ะ”
“
ขอให้สนุกนะ”

การเสียเงินให้กับห้องแคปซูล!
ลี ฮุน พยักหน้าเล็กน้อย แล้วก็เข้าไปข้างในแคปซูล

***

เมื่อวีดเชื่อมต่อเข้าไป, ความเงียบสงบได้หายไปเมื่อโผล่มายังโมราต้า
มีพวกผู้เล่นใหม่มากมายกำลังมองหาปาร์ตี้ออกล่าร่วมไปกับพวกเขา; และทำเควสไปด้วยกัน

“
พวกเลเวล 1 ทั้งหมดมารวมกันตรงนี้”

เมื่อสิ้นเสียงของใครบางคนที่กำลังส่งเสียงเรียกอยู่นั้น, ผู้คนมากมายต่างพากันไปรวมตัวที่เขา

“
หาคนจับกระต่ายจ้า”

ณ ตอนนี้, มีผู้เล่นใหม่มากกว่า 100 คนมารวมกันที่นี่
มันยังไม่มีปัญหาหรือเรื่องอะไรเกิดขึ้น
พวกคนเหล่านี้ไม่ได้ใส่ชุดสำหรับต่อสู้เลย แต่ก็ยังมารวมตัวกันและพากันก้าวเดินออกจากประตูอย่างสง่าผ่าเผย; มาจนถึงบัดนี้, มันราวกับว่าเหมือนเป็นความฝันของเหล่าพ่อค้า

“
การที่พวกเราจะตั้งแคมป์ที่นี่นั้น, พวกเราต้องก่อกองไฟขึ้นมาก่อน…ไหน มีใครมีหินเหล็กบ้าง?” (ผู้แปล: flint= หินเหล็กไฟ มันคือหินที่แข็งมากๆ เอาไว้ทำให้เกิดประกายไฟ เวลาก่อไฟขึ้นมา มีภาพประกอบตอนท้ายครับ ไปหาดูจากรายการ survivor ของฝรั่งก็ได้ครับ)
“
ด้วยพลังของพวกเรา, พวกเราสามารถจัดการกับพวกหมาป่าได้อย่างสบายเลยล่ะ”

ถึงแม้พวกเขาจะเป็นเพียงแค่พวกผู้เล่นใหม่, แต่จำนวนของพวกเขานั้นช่างน่ากลัวมาก
เหล่าโนวิซมีเป็นร้อยๆคน!
เมื่อไม่มีข้อจำกัดหรือข้อยกเว้นใดๆ, จึงมีจำนวนปาร์ตี้ทั้งหมดมากกว่า 10 ปาร์ตี้ที่ล้วนแล้วดูไม่มีอะไรเลยนอกจากพวกผู้เล่นใหม่ ต่างพากันไปที่ทุ่งและออกล่าอยู่หน้าหมู่บ้าน
ผ่านไปแล้วกว่าหนึ่งอาทิตย์ในชีวิตจริง ตั้งแต่ที่วีดเข้ามาบริหารจัดการกิจการภายใน ในฐานะเจ้าเมือง
เขาตั้งใจที่จะออกเดินทางไปยังอาณาจักรคนแคระโดยทันทีหลังจากที่ล้อกอินเข้ามาในเกม, แต่ครั้งนี้ดูเหมือนพวกทหารคงจะได้รับการฝึกฝนช้าไปสักหน่อย

“
เว็น, สแตม, ยูเปิล”
“
ขอรับ, ท่านลอร์ด!”

พวกทหารมาหาวีดทันทีพร้อมกับแสดงความเคารพ

“
พวกนายต้องดูแลคนอื่นๆให้ดีนะ”
“
รับทราบครับ, ท่านลอร์ด!”
“
พวกเราจะทำตามคำสั่งของท่านลอร์ดเป็นอย่างดีเลยครับ”

แววตาของพวกทหารเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ความกล้าหาญและความถูกต้อง

***

ก่อนหน้านี้ วีดได้ออกล่าพร้อมกับพวกทหารเป็นระยะเวลาถึง 4 สัปดาห์ด้วยกันบนทวีปเวอร์แซลล์
ไม่ต้องพูดถึงมันให้มากนัก การล่านั่นไม่ได้เหมาะสมกับเขาเลยสักนิดเดียว พวกเขาแค่จับพวกสุนัขจิ้งจอก, กระต่าย, หรือหมาป่า ที่อยู่หน้าเมือง, และจากนั้นก็เดินทางไปยังดันเจี้ยนง่ายๆ
ดันเจี้ยนพื้นฐานนั้นมีพวกโคโบลด์, เหล่าคนร้าย, สิงโต, สเกเลตั้น(โครงกระดูกเดินได้), และผีดิบ
ในนั้น, วีดแสดงความสามารถในการควบคุมกองทัพได้อย่างเด็ดขาด

“
จงอย่าลังเล ชักดาบของพวกเจ้าออกมา เพื่อประชาชนผู้บริสุทธิ์”
“
ครับ!”
“
บุก! ห้ามพัก! พวกเจ้าต้องจำไว้ว่าเพื่อความสงบสุขของหมู่บ้าน, พวกเจ้าต้องจัดการมอนสเตอร์พวกนี้”

วีดนำพวกทหารออกล่าอย่างไม่หยุดหย่อน
คราวนี้ไม่ต้องใช้กลวิธีอะไรที่เขาเคยใช้เหมือนเมื่อในอดีตที่ผ่านมา, เขาไม่จำเป็นต้องมานั่งปฐมพยาบาล พันแผลและทำอาหารให้พวกทหารเพื่อที่จะได้รับความเชื่อใจไว้วางใจจากพวกเขา

“
ทำอย่างนี้ เพื่อที่จะจัดการพวกโคโบลด์”

เมื่อ วีดใช้เคล็ดมีดแกะสลัก คมดาบตัดเข้าไปที่สะโพกของมัน, โคโบลด์ค่อยๆกลายขี้เถ้า
ความแข็งแกร่งของผู้ที่อยู่เหนือระดับเลเวล 300!

“
ว้าว!”
“
สมแล้วที่เป็นท่านลอร์ด!”
“
เขาสมควรแล้วที่ได้เป็นอัศวินที่สำคัญที่สุดในหมู่อัศวิน ด้วยพละกำลังอันมหาศาล”

ในความเป็นจริงแล้ว, เลเวลปัจจุบันของเหล่าอัศวินที่อยู่ในเมืองแล้วได้รับการเกณฑ์ทหารเข้ามานั้น มีเลเวลไม่ถึง 10 เลยด้วยซ้ำ
เพราะว่าลักษณะนิสัยของพวกทหารนั้น พวกเขาซื่อสัตย์ต่อเจ้าเมืองและเคารพชื่นชมในพละกำลังของเขา, และนั่นก็เพียงพอแล้วที่จะได้รับความเชื่อใจจากพวกเขา

“
ดูเหมือนว่าความทนทานของดาบมันใกล้จะพังแล้ว นายไม่รู้วิธีดูแลรักษาดาบเลยรึไง?”

เมื่อสิ้นเสียงคำติของวีด เหล่าทหารโค้งคำนับในขณะที่พวกเขาสำนึกผิดไปด้วย

“
ขอโทษครับท่าน”
“
ไหน ขอดูหน่อยซิ”

ในเวลาต่อมา, ณ โอกาสนี้, เขาเอาดาบของพวกทหารมาซ่อม,  และเขายังพันแผลให้กับพวกทหารก่อนที่พวกเขาจะตาย
แววตาของพวกทหารเปลี่ยนไป
วิ๊ง วิ๊ง! (ผู้แปล: เสียงเอฟเฟคน่ารักเกิ๊น 555)

‘
ไม่มีอะไรที่ท่านลอร์ดของพวกเราทำไม่ได้’
‘พวกเราต้องเป็นทหารที่มีความยุติธรรมเพื่อที่จะปกป้องหมู่บ้าน”

ความจงรักภักดีพุ่งถึง 100% ในทันที
เว็น, สแตม, และยูเปิล มีอัตราการเติบโตที่รวดเร็ว; เลเวลของพวกเขาอยู่ที่ระดับ 30 และ เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าหน่วย
วีดเพิ่มความเร็วในการล่ามากขึ้นไปอีก
ในเมื่อระยะทางที่ใช้นั้นถูกทำให้สั้นลง, เวลาพักก็ลดลงเช่นกัน
ผลลัพธ์ที่รวดเร็วนี้มาจากการทำงานร่วมกันของพวก พลหอก, พลดาบ, พลโล่, และพลธนู
สัปดาห์ที่สอง
วีดนำพวกทหารไปไกลถึงส่วนที่ลึกที่สุดในดันเจี้ยน
เมื่อพวกเขาตั้งแคมป์กันตอนกลางคืน, ฝูงมอนสเตอร์ก็เข้ามาโจมตี
มันไม่ได้ทำให้วีดรู้สึกสนใจเลยสักนิด, ไม่ได้ใกล้เคียงหลังจากเวลารับประทานอาหารว่างเลย; แต่สำหรับพวกทหารแล้ว, พวกเขาสู้เพื่อที่จะมีชีวิตรอดอยู่ต่อไป
“
โจมตี!”
“
พวกสเกลเลตั้นมันแข็งแกร่งมาก!”
“
พวกมอนสเตอร์นั่น เทียบกับพวกที่เราสู้เมื่อกี้นี้แล้ว เหมือนมันมาจากคนละมิติ(โลก)เลย”

ขณะที่ได้ยินเสียงตะโกนของพวกทหาร, วีดกำลังนั่งทำงานเย็บปักอยู่ เขากำลังทำชุดราวกับว่ามันเป็นงานอดิเรกด้วยผ้าที่เมแพนเอามาให้เขา
แต่ว่า, เขาก็ไม่เคยละเลยหรือถอนตัวออกจากการดูแลพวกทหารโดยที่เขาสามารถเข้าไปแทรกแซงการต่อสู้ได้ทันทีเมื่อถึงจุดอันตราย
ถ้ามันยังไม่ถึงเวลาที่เขาต้องชักดาบและกระโดดเข้าไปร่วมต่อสู้, สิ่งที่เขาทำมีเพียงแค่การออกคำสั่งไปยังพวกเขาเท่านั้น

“
พลดาบ, พลหอก, หลบไปด้านข้าง ไปพักก่อน พลโล่, ตั้งกระบวนแล้วดันศัตรูไปซะ พลธนู, ยิงลูกธนูเงิน!”

วีดดูแลพวกทหารทีละคน ทีละคน, พยามยามที่จะยื้อพวกเขาจากความตาย เขาพยายามให้พวกทหารเข้าไปเสี่ยง ก่อนที่เขาจะไปช่วยสู้, แต่นั่นก็ยัง, พวกเขาเกือบจะจัดการพวกมันไม่ได้
ด้วยเอฟเฟ็คของหอคอยแสงและการอวยพรของนักบวชวิหารเฟรย่าห์, อัตราการเติบโตของพวกเขาเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในทุกๆการล่า

“
บุก! ไม่มีเวลาให้มานั่งพัก  สู้  ให้พักเพียงแค่ 1 นาทีเท่านั้น จนกว่าพวกนายจะจัดการพวกศัตรูให้หมดสิ้น”

วีดใช้ราชสีห์คำรามขณะที่ดันพวกทหารไปข้างหน้า
พวกทหารแข็งแกร่งขึ้นพร้อมกับระดับความรุนแรงของการฝึก ตามามาด้วยค่าความสนิทสนมที่เพิ่มมากขึ้น
ในที่สุด, ตลอดระยะเวลา 4 สัปดาห์, การฝึกก็สิ้นสุดลง, พวกเขากลายมาเป็นทหารเต็มตัวผู้ที่มีความอาจหาญ องอาจ ไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด ไม่ขาดตกบกพร่องในเรื่องใดเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกระบวนทัพ กลยุทธ์ จุดยุทธศาสตร์
เว็น, สแตม, และยูเปิล มีเลเวลมากกว่า 60แล้ว, และสามารถปรับตัวให้เข้ากับกระแสการรบได้และยังสามารถจัดการตัดสินใจเพื่อตัวพวกเขาเองได้
พวกเขาได้รับการเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้ากองร้อย

“
เพื่อที่จะปกป้องโมราต้า, เราต้องการทหารมากกว่านี้ จากนี้ไป, พวกนาย คือแบบอย่างของเหล่าทหารในอนาคต!”
“
ครับ!”

เพื่อที่จะสรุปการฝึกมาตลอดระยะเวลาทั้ง 4 สัปดาห์นี้, วีดได้กล่าวสุนทรพจน์กับพวกเขา
พวกทหารที่ไม่ได้รับการสั่งสอน ฝึกอบรม
พวกเขาต้องเจอกับการฝึกแบบนรกและเรียนรู้ทุกรายละเอียดที่เกี่ยวกับการต่อสู้ในฐานะเหล่าทหาร
มันได้ผลค่อนข้างมาก

อาญาสิทธิ์แห่งผู้ครอง ในฐานะที่เป็นอาจารย์ผู้สอนมากด้วยประสบการณ์
ได้รับการฝึกฝนจากองค์เหนือหัว และภายใต้ภาวะความเป็นผู้นำของเขา, เหล่าทหารจะจงรักภักดีและปฏิบัติตามคำสั่งโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น ภายใต้บารมีของลอร์ดโมราต้า, วีด
o      เอฟเฟ็คความเป็นผู้นำเพิ่มขึ้น 3% อย่างถาวร

“
จงยินดีกับชีวิตของพวกเจ้าและพวกพ้องของเจ้า ทั้งหมดรับคำสั่ง จงดูแลและปกป้องหมู่บ้านให้ดี”
“
รับทราบ! พวกเราจะปฏิบัติตามคำสั่งของท่านลอร์ดเป็นอย่างดี”

หลังจากเสร็จจากพวกทหารแล้ว, วีดยังคงรับสมัครทหารเพิ่มมาอีกนับพันนาย เพราะความสัมพันธ์ของโมราต้าที่มีความใกล้ชิดกับพื้นที่โดยรอบได้แผ่ขยายออกไป, พวกเขาจึงต้องการทหารจำนวนมาก
ในขณะที่มีการลงทุนในด้านเชิงพาณิชย์เป็นอย่างมาก ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้นั้นคือการเติบโตอย่างมหาศาลทางเศรษฐกิจ; ตอนนี้ถึงเวลาของการลงทุนในด้านกำลังทางทหารแล้ว
ณ เวลานี้, อาณาเขตของโมราต้านั้นมีขนาดเท่ากับครึ่งหนึ่งของอาณาจักรโรเซนไฮม์, ดังนั้นแล้วพวกเขาจึงต้องการทหารมากกว่าเมื่อก่อน
การรักษาความสงบสุขของบ้านเมืองนั้นเป็นหนึ่งในภารกิจที่สำคัญของเจ้าเมือง
อีกทั้งยังส่งผลทำให้ความเสี่ยงจากการลงทุนในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีนั้นลดลงเล็กน้อย, เพิ่มจำนวนที่อยู่อาศัย, เกิดการพัฒนาปรับปรุงในด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม
มันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาได้: เขาขยับเข้าใกล้ทีละเล็กทีละน้อยสู่เป้าหมายในอนาคต ความฝันของลอร์ดผู้ชั่วร้าย นั่นคือ การขึ้นภาษี

***

กลับมาที่ตัวเขาอีกครั้งหลังจากที่นึกย้อนไปเมื่อ 4 สัปดาห์ที่แล้ว, วีดย้ายไปที่เนินเขาซึ่งอยู่ห่างไกลออกไปมากจากที่หมู่บ้านโมราต้า

“
ไวร์วัน, ไวร์ทู, ไวร์ทรี!”

เขาเรียกเหล่ารูปแกะสลักไวร์เวิร์นที่ครั้งหนึ่งเขาเคยให้ชีวิตกับพวกมัน เขาเรียกพวกมันให้มาหา
ไกลออกไปจากภูเขาในเขตโมราต้า, มีจุดปรากฏขึ้นทั้งหมด 6 จุด พวกมันสยายปีกที่ใหญ่มากและกำลังตรงมาทางนี้ด้วยความเร็วสูง
พร้อมกับกลุ่มของไวร์เวิร์น, โกลด์มินิที่ส่องแสงเป็นประกายกำลังขี่อยู่บนตัวของไวร์วัน
วีดตื่นเต้นที่ได้เห็นพวกมันอีกครั้ง

“
พวกนายดูสบายดีนี่!”

เขามองด้วยความโล่งใจ, สายตาที่มองไปยังพวกมันราวกับว่าเป็นที่เก็บเงินชั้นยอด!
ทันทีที่พวกไวร์เวิร์นลงมาถึงพื้น, พวกมันขยับเข้าไปหาเขาและเอาตัวของพวกมันสะกิดไปที่เขา (ผู้แปล: ใครนึกภาพไม่ออก ให้นึกถึงหมาหรือแมวเวลาคลอเคลียเจ้าของพวกมัน)

“
เจ้านาย, ยินดีที่ได้พบกันอีก”
“
พวกข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน”

ขณะที่อยู่ในโทเดียม, ค่าความเป็นผู้นำและค่าเสน่ห์ของวีดนั้นไม่ได้เพิ่มขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว
ถึงอย่างไรก็ตาม, สำหรับพวกไวร์เวิร์นแล้ว, ตัวตนของเขานั้นเปรียบเสมือนพ่อกับแม่ของพวกมัน!
พวกมันแสดงความใกล้ชิดสนิทสนมได้ไม่ต่างจากพ่อแท้ๆ

“
ฮืมม พวกนาย, ฉันคิดว่าพวกนายดูอ้วนขึ้นนิดหน่อยนะ”
“
เคียรุค?”

พวกไวร์เวิร์นกระพริบตาและส่ายหัวไปมา
เป็นการแสดงท่าทีอย่างหนึ่งที่เสแสร้งแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจเมื่อมีใครบางคนพูดภาษาอังกฤษ
ในความเป็นจริงแล้ว, พวกมันอ้วนขึ้นก็ต่อเมื่อพวกมันขี้เกียจมากเกินไป; และต่อมาพวกมันก็บินลำบากขึ้น พวกมันล่าเหยื่อโดยที่อยู่บนพื้นตลอด
เนื่องจากความหนาวเย็นในทางตอนเหนือได้หายไป, พวกไวร์เวิร์นรับรู้ได้ถึงวิกฤตที่จะเกิดขึ้นจากฝูงขนาดใหญ่ของพวกมอนสเตอร์ที่กำลังออกมา

‘
เหยื่อพวกนั้นเป็นอะไรที่ทำให้เครียดจริงๆ’
‘พวกเราต้องมีใช้ชีวิตอยู่ต่อที่นี่’

ลักษณะเด่นของพวกไวร์เวิร์นจะปรากฏเมื่อพวกมันอยู่บนท้องฟ้า
พวกมันครอบครองความสามารถเฉพาะตัวในการต่อสู้กลางอากาศ, ขณะที่โกลด์มินินั้นคอยยิงธนูจากข้างบนตัวของพวกไวร์เวิร์น
พวกมันรู้ว่ามอนสเตอร์ในทางตอนเหนือนั้นแข็งแกร่งมาก, ดังนั้นพวกมันจึงสู้ด้วยความคิดที่ว่าต้องปกป้องอาณาเขตของพวกมัน
อาณาเขตของโมราต้า
พวกมันมีชีวิตอยู่ด้วยการล่ามอนสเตอร์เหล่านั้น
ในตอนแรกที่พวกมันมีชีวิตจากทักษะประติกรรมประทานชีพของวีด, เลเวลของพวกมันอยู่ที่ 323
พวกมันต่อสู้กับกองทัพอมตะ, และ การสำรวจทางตอนเหนือของคณะสำรวจ, พวกมันยังได้สู้กับมังกรกระดูก!
ขณะที่พวกมันได้รับประสบการณ์จากการต่อสู้ร่วมกันกับวีด, เลเวลของพวกมันขึ้นไปถึงระดับ 360
อีกด้านหนึ่ง พวกมันผ่านการต่อสู้มามาก จึงมีรอยแผลมากมายสะสมรวมกันอยู่ทั่วตัวของพวกมันเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นปีกอันแสนสง่างามที่พวกมันภูมิใจนักภูมิใจหนาก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน นั่นยิ่งทำให้พวกมันดูน่าเกรงขามมากขึ้น

“
ดูๆไปแล้ว พวกนายก็ไม่ได้ดูอ้วนอะไรขนาดนั้น มันคงเป็นช่วงระยะเวลาที่แสนลำบากสำหรับพวกนายในตอนที่ฉันไม่ได้อยู่ที่นี่”

วีดบรรจงดูแลรักษาและพันแผลให้พวกมันอย่างระมัดระวัง

“
คี๊ก คี๊ก คี๊ก!” (ผู้แปล: ให้ทำเสียงเหมือนตัวอะไรก็ได้ที่กำลังดีใจอยู่ 555)

พวกไวร์เวิร์นขอบคุณเขาอย่างสบายใจในขณะที่เขาถูตัวพวกมัน
เสื้อผ้าที่เขาทำให้พวกมันใส่เพื่อปกป้องความหนาวเย็นของทางเหนือ ซึ่งทำมาจากหนังของหมาป่า ตอนนี้มันมีขาดหมดแล้ว
อย่างไรก็ตาม, เมื่อเทียบกับพวกมอนสเตอร์ที่ไม่มีชุดเกราะ, เสื้อผ้าที่ทำจากหนังของหมาป่าก็ยังดูดีกว่า เนื่องจากมันเพิ่มเอฟเฟคให้นิดหน่อย  พวกมันคุยโวโอ้อวดว่าเสื้อพวกนี้มีส่วนช่วยให้พวกมันสามารถเอาชนะได้ ในการต่อสู้ที่ยากลำบากกับพวกมอนสเตอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่าที่มาบุกรุกอาณาเขตของพวกมัน
วีดพูดไปพลางเก็บเสื้อที่ทำจากหนังของหมาป่าซึ่งสภาพของพวกมันนั้นดูไม่ได้เลย อย่างกับว่ามันเลยวันหมดอายุไปไกลแล้ว

“
พวกนายต้องเจอกับอุปสรรคมามากมาย  เอ้า! กินซะ! กินให้เยอะๆเลยนะ”

พวกไวร์เวิร์นต่างพากันปลื้มปิติดีใจต่อการกลับมาของวีด!
พวกมันคิดว่าการกลับมาของเขาจะเป็นเหมือนเดิมคือโดนด่าและโดนทุบตี, แต่นี่มันเป็นอะไรที่ดีมากๆ

‘
เจ้านายกลับมาเป็นมนุษย์แล้ว’
‘ข้ารู้ว่าเค้าไม่ใช่เจ้านายที่หยาบคายอะไรนั่น’

ความสัมพันธ์พี่น้องของพวกไวร์เวิร์นดูเหมือนว่าจะเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก
ไวร์ทรีหันกลับมาและเลื่อนแผ่นหลังของมันเข้าไปใกล้วีด

“
เจ้านาย, ถ้าท่านต้องการไป, ขึ้นมาบนหลังของข้าได้เลย มีที่ไหนที่เจ้านายอยากจะไปมั้ย?”
“
มีอยู่ที่นึง งั้นจัดการตรงนี้ให้เสร็จซะ”

วีดรีบขึ้นไปบนหลังของไวร์ทรีในทันใด

“
จุดหมายของพวกเราอยู่ทางใต้  ออกเดินทางได้!”

เมื่อไหร่ก็ตามที่ไวร์เวิร์นกระพือปีกของมัน, วีดก็ขึ้นไปสูงขึ้น สูงขึ้นเรื่อยๆจนถึงท้องฟ้า
แสงสว่างกำลังค่อยหายลับไปในขอบฟ้า, และพวกเขากำลังบินอยู่ในท้องฟ้ายามค่ำคืนท่ามกลางหมู่ดาวที่ส่องแสงระยิบระยับ
คุรูคครู้ก-แคว้กแว้ก! แคว้กแคว้ก! (ผู้แปล: อย่าไปใส่ใจ ไม่เคยได้ยินเสียงไวร์เวิร์นร้อง 555)
พวกเขาบินขึ้นไปในที่ๆเต็มไปด้วยเมฆ แล้วทันใดนั้น ก็เกิดฝนตกและฟ้าผ่า
ท่ามกลางสายฝนอันหนาวเหน็บ, วีดและไวร์เวิร์นต่างเปียกโชกไปทั้งตัว
ฝนตกลงมาตลอดและตอนนี้มันก็ยังไม่หยุดตก; มันตกลงมาใส่หมู่บ้านมากมายหลายแห่งและกระทั่งปราสาทก็ไม่เว้น
วัชพืชเขียวขจีพลิ้วไหวไปตามสายลมที่ผัดผ่าน, ขณะที่ฝนตกลงมาทำให้เกิดการสั่นไหวบนพื้นผิวของแม่น้ำ
ระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นได้เอ่อล้นและไหลไปยังจุดที่นักตกปลาไปรวมตัวกัน
เหล่าสมาชิกในปาร์ตี้ที่กำลังออกล่าอยู่นั้น, เช่นเดียวกันกับพวกนักผจญภัย สามารถมองเห็นพวกเขากำลังวิ่งผ่านทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ไพศาล
ฮัททัม ฮัททัม (ผู้แปล: อย่าถามนะว่าเสียงอะไร ไม่รู้เหมือนกัน - -)
วีดกำลังทำงานเย็บปักไปด้วยในขณะที่เขาอยู่บนหลังของไวร์เวิร์น
เขากำลังทำชุดเกราะใหม่ให้กับพวกไวร์เวิร์นโดยรีไซเคิลจากหนังของหมาป่าที่ขาดหลุดรุ่ยจากการใช้งานของพวกมัน
เขาขยันทำงานโดยไม่สนใจแม้กระทั่งความโรแมนติกในความงดงามของธรรมชาติ!
มีเพียงแค่วีดคนเดียวเท่านั้นที่เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง

‘
ไม่จำเป็นต้องรีบ, ขยันทำงานไปเรื่อยทีละขั้น ทีละขั้นและจำนวนของมันก็จะสะสมเพิ่มขึ้นจนทำให้การเดินทางในครั้งนี้เป็นอะไรที่สนุกที่สุด ความสนุกที่แท้จริง, ไม่ใช่ความสุขจอมปลอมพวกนั้นที่ติดอยู่ตรงตาของตุ๊กตาสำหรับเด็ก 10 ขวบ ความตื่นเต้นที่คล้ายกับการเต้นของหน้าอกของเรา ที่ระดับความสูงนี้ อันที่จริง, ตอนที่เราขยันทำงาน, เรามักจะลืมเวลาไปเลย’

อารมณ์ที่เกิดขึ้นจากธรรมชาตินั้นช่างเพอร์เฟ็คเหมาะเจาะสมบูรณ์เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเขาผ่านระยะเวลาและสั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนาน; ตอนนี้เขาพึงพอใจเป็นอย่างยิ่งในภารกิจการใช้แรงงาน!
“
นั่นใช่ปราสาทมูเบ็นรึเปล่า?”

วีดมองลงไปข้างล่างขณะที่เขาอยู่บนหลังของไวร์เวิร์น
บนพื้นข้างล่าง, ปราสาทที่มียอดแหลมคมและกำแพงขนาดใหญ่สามารถมองเห็นได้จากข้างบน
ปราสาทแห่งนี้ถูกครอบครองโดยลอร์ดเครสเช็นโด้(Lord Crescendo)แห่งกิลด์พญางูดำ(Black Serpent)!
มันไม่ใช่เมืองหลวงของอาณาจักรแต่ก็มีผู้เล่นหลายคนที่มารวมตัวกันที่มหานครแห่งนี้
จำนวนของผู้เล่นที่นี่ไม่สามารถเทียบกันได้กับป้อมเซราบอร์ก อาณาจักรโรเซนไฮม์; มูเบ็นอาจจะสามารถเทียบได้กับนครอิศระโซมุเร็น

“
เจ้านาย, นั่นใช่จุดหมายปลายทางรึเปล่า?”

ไวร์ทรีถามพลางขยับปีกของเขาจนแถบจะตัวเป็นเกลียว
วีดสายหัวของเขา

“
ไม่อ่ะ พวกเราต้องไปไกลอีกหน่อยจนกว่าจะถึงที่นั่น”
“
รับทราบ, เจ้านาย”

ไวร์ทรีบินต่อไปอีก
พวกเขาผ่านมูเบ็นไป,พร้อมกับเมืองอีกหลายๆเมืองและปราสาทอีกมากมาย แต่วีดก็ยังไม่ได้บอกให้พวกมันร่อนลงที่ใดที่หนึ่งเลย

‘
ความลับของทักษะแกะสลัก ถ้าเราไปตามที่ที่เทพธิดาเฟรย่าห์บอก, เราอาจจะถูกก็ได้ถ้าเราไม่ต้องลงไปตรวจดูพวกเมืองของมนุษย์’

เขาคิดว่ามันคงจะลำบากมากหากเขาต้องหยุดเพื่อตรวจสอบ, ดังนั้นแล้วเขาจึงมุ่งไปยังที่หมายโดยตรงเลยโดยที่เขาสมมติเอาเองว่าทางไปเขาไปนั้นถูกแล้ว
พวกเขาบินไปอีกมากกว่า 3 ชั่วโมง
5
ชั่วโมงผ่านไป หลังจากที่พวกเขาบินผ่านปราสาทมูเบ็น

“
มัน..มันลำบากมาก,เจ้านาย เปลี่ยนกับใครสักคนแล้วค่อยไปต่อ”
“
ทนอีกหน่อย”
“
อี…อีกไกลมั้ยกว่าจะไปถึงที่นั่น…”
“
พวกเราเกือบจะถึงแล้ว”

ไวร์ทรีขยับปีกโบยบินด้วยพละกำลังเฮือกสุดท้าย
ตรงปลายปีกของมันสั่นอย่างแรง, ซึ่งนั่นบอกให้มันรู้ได้ว่ามันมาถึงขีดจำกัดของมันแล้ว
นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่พลังงานตรงปีกของไวร์เวิร์นกำลังจะหมดไป
สองชั่วโมงผ่านไป และไวร์ทรีได้ขอร้อง อ้อนวอนวีด

“
เจ้านาย, ได้โปรด, พักหน่อยเถอะนะ!”
“
พวกเราใกล้จะถึงแล้ว”

อีกหนึ่งชั่วโมงผ่านไป

“
ข้า...ข้าเหนื่อยเหลือเกิน…ให้..ให้พี่น้องของข้าเปลี่ยนกับข้าได้มั้ย,เจ้านาย?”

พวกไวร์เวิร์นตัวอื่นๆกำลังบินออกห่างจากระยะที่พวกเขาอยู่ นับตั้งแต่ที่ไวร์ทรีเริ่มเหนื่อย, พวกมันเว้นระยะบินออกห่างจากพวกเขาอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว ด้วยการคาดการณ์อย่างแม่นยำ
ความฉลาดของพวกไวร์เวิร์นนั้นสุดยอดมาก ถ้าหากพูดถึงเรื่องนี้นะ
ไม่ว่าจะเป็นม้า หรือ ไวร์เวิร์น, พวกมันสามารถเร่งความเร็วได้เร็วมากในช่วงระยะเวลาหนึ่ง, แต่พวกมันก็มีความอึดที่ต่ำมาก และหากเพิ่มระยะเวลาในการบินเข้าไปอีก, มันเป็นอะไรที่กดดันสุดๆ หากต้องควบคุมการลอยตัวอยู่กลางอากาศในขณะที่ต้องแบกวีดอยู่บนหลังของพวกมันไปด้วย

“
น่ารำคาญชะมัด ก็ถ้ามัน อีกหน่อยนึง, ทำไมนายถึงต้องทำให้มีปัญหาด้วยเล่า?”

น้ำเสียงจากที่เคยเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ได้เปลี่ยนไปเป็นเสียงที่หยาบกร้าน!
ถ้าหากวีดไม่ใช่พ่อแม่ของมันจริงๆ, ไวร์ทรีคงทรยศวีดไปนานแล้ว
นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมเด็กๆถึงยังทนอยู่กับพ่อแม่ของพวกเขาที่หน้าซื่อใจคด เจ้าเล่ห์ หลอกลวง เสแสร้ง แกล้งทำ!
ดังนั้น ไวร์ทรีจึงอดทนอีกหน่อยและถามอีกรอบอย่างสุภาพและนุ่มนวล

“
เจ้านาย, ยังอีกไกลมั้ย?”
“
ตอนนี้, พวกเราต้องไปอีกหน่อย”
“……”

คำพูดที่โหดร้ายของวีดหลุดออกมาอยู่เรื่อยๆ
ถ้าหากมันอีกแค่ ‘ไปอีกหน่อย’, พวกเขาก็คงไปถึงแล้วเมื่อตอนที่พวกเขาผ่านอาณาเขตบริเวณใกล้เคียงของมูเบ็น
จากนั้น, พวกเขาบินไปอีกมากกว่า 4 ชั่วโมง
เทือกเขาและทิวเขาที่ทอดยาวไปไกลถึงพื้นนั้นมีขนาดใหญ่มาก
ป่าหนาทึบที่มีต้นไม้ขึ้นรกเต็มไปหมด, อุโมงค์ที่ถูกขุดเจาะจากอีกด้านของภูเขา,และพวกคนแคระที่ไม่มีปัญหาในการเดินทางข้ามภูเขานั้นบอกว่าพวกเขาสามารถมองเห็นภูเขาได้
ภาพวิวทัวทัศน์ของภูเขาเขียวขจีที่สามารถมองเห็นได้จากท้องฟ้านั้นมันน่าทึ่งมากซะจนทำให้เกือบจะลืมหายใจไปเลย, แต่ภาพที่ไวร์ทรีเห็นนั้นเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทั้งหมดตั้งนานแล้ว

“
หวิ้ว, อีกแค่ 2 ชั่วโมงเองและพวกเราก็จะถึงที่หมายแล้ว”
“……”

***

ไม่เหมือนกันกับอาณาจักรอื่นๆที่มีพื้นที่ราบเรียบหรือติดกับแม่น้ำ, อาณาจักรธอร์นั้นไม่ธรรมดา มันตั้งอยู่บนพื้นที่ในแนวแทกเขาซึ่งภูเขาอยู่ถึงสามลูกในแถบนั้น
ภูเขานอร์น(Norn Mountain), ภูเขาอุลตา(Ulta Mountain), ภูเขาไซง่อน(Saigorn Mountain)
อาณาจักรเติบโตพัฒนาร่วมกับเหล่าคนแคระนั้นมีระยะเวลาความเป็นมาถึง 600 ปี
อาณาจักรแห่งนี้ครองความเป็นสุดยอดในด้านความถนัดความชำนาญเป็นพิเศษมากมายหลากหลายด้าน
ทองคำ, เงิน, ทองคำขาว, อำพัน, ไพลิน, หยก, เพชร, มาลาไคท์, โรส ควอตซ์, พลอยสีม่วง(อเมทิสต์), ทับทิม, โอปอล, และอัญมณีอื่นๆอีกมากมายนับไม่ถ้วน เช่นเดียวกันกับพวกแร่ซึ่งมี เหล็ก, ทองแดง, ทองสัมฤทธิ์(สำริด), และ มิธริล
จากตรงนี้, พร้อมกับความสามารถในการเจียระไนและการแกะสลัก, พวกเขาสามารถผลิตของพวกนี้ให้เหมาะสมกับพวกคนดีงหรือเหล่าขุนนางในอาณาจักรธอร์
ตั้งแต่เริ่มเลย, พวกคนแคระนั้นมีทักษะงานฝีมืออยู่ก่อนแล้ว; และเพราะความจริงที่ว่าพวกเขามีโลหะมากมาย, มีหลายคนที่กลายมาเป็นช่างตีเหล็กที่สร้างดาบและชุดเกราะ
สินค้าที่ทำขึ้นจากพวกคนแคระนั้นสามารถนำไปขายที่ไหนก็ได้ อีกทั้งยังสามารถขายได้ราคาที่สูงลิ่วโดยไม่ต้องพูดอะไรให้มากความเลย, และยังทำให้พวกเขาได้รับค่าประสบการณ์เพิ่มเติมจากการค้าขายอีกด้วย
เพราะเหตุผลนี้เองที่ทำให้พวกพ่อค้าไม่เคยที่จะหยุดเข้ามาเยี่ยมชมหรือกลับมาที่อาณาจักรธอร์
ถึงอย่างไรก็ตาม, พวกคนแคระในอาณาจักรธอร์นั้นไม่ได้รู้สึกสบายเลยสักเล็กน้อย  นั่นก็เพราะมีเพียงสิ่งเดียวที่เป็นความผิดมหันต์ ร้ายแรง ที่ทำให้พวกเค้าเหล่านั้นต้องทนทุกข์ทรมาน

จบตอน
ที่มา: http://lmstranslation.blogspot.co.il/p/1308.html

ตัวอย่างของหินเหล็กไฟ(flint)




ที่มา: www.bladehq.com                  ที่มา: www.turnstone.ca

8 ความคิดเห็น:

  1. ขอบคุณมากครับที่แปลให้อ่าน วีดยังคงโหดร้ายเหมือนเดิม

    ตอบลบ
  2. ขอบคุณครับ. สงสาร ไวทรีจัง

    ตอบลบ
  3. กำเนิดจากวีด-ใช้งานตลอดชีพ

    ตอบลบ
  4. ไม่ชอบนิสัยวีดที่ไม่เอาใจใส่คนของตัวเองเลยอ่ะ เหมือนไม่มีความเป็นมนุษย์เลย

    ตอบลบ

เล่ม 56 บทที่ 5 การตัดสินใจเพื่อทวีป แปลโดย แอดชิน เพจ เราอ่านนิยายแปล

  เล่ม 56 บทที่ 5 พาร์ท 1 การตัดสินใจเพื่อทวีป แปลโดย แอดชิน เพจ เราอ่านนิยายแปล *ฟรึด ฟรืด* พู่กันพลิ้วไหวอยู่ในมือของเปตรอฟ จิตรกรแสงธารา ...