วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

เล่ม 28 ตอนที่ 9: เคล็ดวิชาดาบลับลำดับที่สอง แปลโดย Cole’s Myth


เล่ม 28 ตอนที่ 9: เคล็ดวิชาดาบลับลำดับที่สอง แปลโดย Cole’s Myth

บนท้องถนน ณ มหา’ลัยเกาหลี
ลีฮุนกำลังรู้สึกหงุดหงิดสุดๆ

“ฉันล่ะไม่เข้าใจจิตใจของผู้หญิงจริงจริ๊ง ถ้ามีสูตรที่จะทำให้เข้าใจหัวใจของผู้หญิง ได้ตีพิมพ์ลงในนิตยสารทั่วโลกล่ะก็ คงจะกลายเป็นการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่แน่ๆ”

เมื่อวานซอยูนเดินเข้าไปในครัวโดยไม่พูดไม่จาอะไร เธอเตรียมวัตถุดิบมาและปรุงอาหารจานหนึ่งพร้อมด้วยรอยยิ้มจางๆ จากนั้นเธอก็ทำเรื่องอันแสนโหดร้ายทารุณด้วยการบังคับให้ลีฮุนกระเดือกแกงเผ็ดๆลงไป
ซอยูนยังคงดูสวยแม้ว่าจะมีน้ำเสียงที่ดูเชือดเฉือนและนั่งข้างๆเขาพร้อมกับแผ่รังสีที่ดูเยือกเย็นออกมา ซึ่งทำให้ลีฮุนนึกถึงความสัมพันธ์อันเลวร้ายของเธอกับเขาเมื่อก่อน

เมื่อซอยูนจากไปและจองเฮียวรินก็เข้ามาตอนช่วงเย็น เธอมาช้าหน่อยเพราะว่าเธอไม่สามารถยกเลิกตารางงานของเธอได้แถมเธอยังอยากจะไปพักผ่อนหย่อนใจที่ไนท์คลับด้วย แอลกอฮอล์นั้นไม่ดีต่อสุขภาพของเขาแถมยังต้องใช้เงินซื้ออีก มันจึงไม่ใช่ตัวเลือกแรกของเขา
แต่ว่าลีเฮยอนอยากจะไป พวกเขาสามคนจึงต้องไปด้วย

มันคือสถานที่ที่เต็มไปด้วยแสงไฟและเสียงเพลงดังๆ เขาหาห้องเงียบๆได้ห้องหนึ่งเพื่อดื่มเหล้า ลีฮุนจำเป็นต้องจองห้องเอาไว้ก่อน หลังจากคุยกันนิดๆหน่อยๆเขาก็รู้ว่ามันคือที่ที่ชอย จีฮุนมากับสาวๆอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นเขาจึงแนะนำให้ลีฮุนมาที่นี่

 “ขอโทษนะคะ”

หญิงสาวที่เดินตามบริกรเข้ามาจำใจต้องเดินออกไปหลังจากที่เธอเห็นหน้าของลีเฮยอนและจองเฮียวริน

เขารู้สึกสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ก็ต้องเก็บมันเอาไว้บนใบหน้าโหลๆของเขา สุดท้ายพวกเขาทั้งสามคนก็ดื่มเหล้าและพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆนานา ลีเฮยอนและจองเฮียวรินร้องเพลงเพื่อสร้างบรรยากาศให้ดูสนุกสนาน

เพราะงั้นช่วงเย็นของเมื่อคืนก็ได้หายไปอย่างสูญเปล่า!
ตอนนี้ลีฮุนกำลังจะเดินไปมหา’ลัยแต่เช้า ปาร์ตี้ต้อนรับเด็กใหม่ สอบกลางภาค งานเทศกาลและพักผ่อนหน้าร้อนก็ได้ผ่านพ้นไปแล้ว

 “เงินค่าเทอมปลิวหายไปเร็วจริงๆ ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมอาชีพอาจารย์มหาลัยถึงได้เป็นงานที่ดีนัก”

การศึกษาช่วงมอต้นและมอปลายคือการเรียนเพื่ออนาคต

“งานสบายๆโดยที่อาจจะทำให้ตกงานได้ง่ายก็คงจะถูกเลือกเยอะอยู่หรอก”

วีดพูดออกมาขณะที่นั่งลงบนที่นั่งของรถประจำทาง แล้วในที่สุดเขาก็มาถึงมหา’ลัยหลังจากที่แอบงีบหลับไปครึ่งทาง นักศึกษาคนอื่นๆต่างจ้องมองมาที่ลีฮุนและกระซิบกระซาบกัน

“นั่นเขาใช่ไหม?”
“ใครหรอ?”
“บนเว็ปไซต์ของมหา’ลัยไง…นักศึกษาของสาขาโลกเสมือนจริงคนนั้นไง”
“คนนั้นน่ะเหรอ?”
“เขาดูเหมือนนักศึกษาที่อยู่ในรูปถ่ายค่ายกลางภาคเลย”

บรรดานักศึกษามหา’ลัยแสดงความสนอกสนใจอย่างมากในตัวลีฮุน พวกผู้หญิงที่ดูโตกว่าเขากับพวกผู้ใหญ่ต่างก็มองมาที่เขาขณะที่เขาเดินไปยังจุดหมายปลายทางของเขา

“เขามาถึงแล้ว”

ลีฮุนเดินไปถึงทางเข้าด้านหน้าของมหาวิทยาลัยเกาหลี บรรดานักศึกษาต่างจับจ้องไปที่เขาขณะที่เขาเดินไปยังห้องเรียน

“สาขาโลกเสมือจริงสินะ…..”
“ใช่แล้ว”
“ฉันไปขอลายเซ็นเขาได้ไหมนะ?”

ผู้คนกำลังส่งเสียงเอะอะขณะที่มุ่งความสนใจไปที่ลีฮุน ปกติเขาจะใช้ชีวิตอย่างไร้ตัวตนดังนั้นการถูกจ้องมองแบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องปกติ ทันใดนั้นพวกนักศึกษาก็เริ่มฮือฮาในตอนที่ลีฮุนมาถึงห้องเรียนแล้ว

“รุ่นพี่ครับ!”
“สวัสดีค่ะ!”
“การต่อสู้เมื่อวานนี้เจ๋งจริงๆครับ ถึงแม้ว่าจะน่าเศร้านิดหน่อยที่ตำนานความไร้พ่ายของพี่ถูกทำลาย”
“การได้ใกล้ชิดกับเทพสงครามวีด….รุ่นพี่ครับ พี่ช่วยให้คำแนะนำเรื่องรอยัลโร้ดหน่อยได้ไหมครับ?”
“ขอร้องล่ะครับ ช่วยแนะนำเรื่องพื้นที่ออกล่าของอาชีพสายแรนเจอร์เลเวล 234 ให้หน่อยได้ไหมครับ”

บอร์ดของมหา’ลัยได้เปิดเผยตัวตนเทพสงครามวีดแล้ว ชอยซังจุนและรุ่นน้องอีกสองคนบอกเรื่องนี้กับบรรดาเพื่อนๆของพวกเขา และมันก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งมหา’ลัย รวมถึงบนกระดานข่าวของพวกเขา วีดผู้แสนโด่งดังจากรอยัลโร้ดไปมหา’ลัยของพวกเขา ดังนั้นเขาจึงกลายเป็นคนดังในทันที!

“รุ่นพี่ครับ ผมเคารพคุณจริงๆ”
“รุ่นพี่ช่วยเล่าเรื่องการต่อสู้ให้ฟังซักหน่อยได้ไหมครับ?”
“พี่ได้เดทไนท์มาจากไหนหรอครับ?”

เหล่านักศึกษาที่ไม่เคยเป็นมิตรกับเขาเลยต่างกำลังรุมตอมลีฮุนอย่างกับแมลง ส่วนพวกนักศึกษาจากสาขาอื่นเองก็มาถามคำถามลีฮุนเช่นกัน ชื่อเสียงของเขามันมากพอที่จะทำให้เขากลายเป็นเซเล็บในทันที

 ‘นี่คงเป็นเหตุผลที่เมื่อคืนฉันถึงนอนไม่หลับสินะ’

ลีฮุนไม่ได้แสดงความเป็นมิตรต่อเหล่าแฟนคลับของเขาเลย

“ความลับที่จะนำไปสู่หนทางแห่งความเก่งกาจในการต่อสู้ในโลกของรอยัลโร้ดคือ…..”
“มันคืออะไรคับ?”
“อึก!”
“ฉันไม่รู้ ก็แค่ออกล่า”

ลีฮุนเพิกเฉยพวกเขาแล้วก็ตรงไปยังที่นั่งของเขา บริเวณโต๊ะนั่งของเขาก็ยังคงน่าอึดอัดเพราะคนยังรุมล้อมอยู่รอบๆอยู่

‘บาร์ดเรย์……’

คนที่ดูทีวีไม่ได้รู้อะไรเลยว่าในการต่อสู้ระหว่างลีฮุนกับบาร์ดเรย์ ลีฮุนนั้นโจมตีได้ดุเดือดมากกว่า

‘แต่ฉันก็เอาชนะเขาไม่ได้อยู่ดี’

ลีฮุนรู้สึกว่าจริงๆแล้วยังมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างเขากับบาร์ดเรย์
บาร์ดเรย์มีพลังป้องกันและพลังโจมตีที่ยากจะจัดการ มันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าทักษะการต่อสู่ของบาร์ดเรย์นั้นเหนือกว่าของเขา มีเพียงอย่างเดียวที่เขามีเหลือล้นมากกว่าบาร์ดเรย์ก็คือความเร็ว แต่นั่นมันก็แค่ชั่วคราวจากทักษะประติมากรรมวินาศเท่านั้น

‘บาร์ดเรย์…..ฉันต่อสู้ระยะประชิดได้แน่ๆล่ะ แต่ยังไง แค่ทักษะของฉันในตอนนี้ก็ยังคงไม่มีทางชนะได้อยู่ดี’

ถ้าเป็นพื้นที่เปิดโล่ง เขาคงตายจนวิ่งหนีแทบไม่ทันด้วยซ้ำ แม้จะไม่มีพวกนักเวทย์เข้ามาสู้ด้วยก็ตาม คงไม่มีทางที่เขาจะชนะได้อยู่ดีถ้าพวกเขาทั้งสองต่อสู้นานอีกนิดหน่อย

‘ขอเพียงแค่ฉันฟื้นคืนชีพด้วยพลังปฏิเสธความตายได้ละก็……’

บนบอร์ดที่เกี่ยวกับรอยัลโร้ดยังคงถกเถียงประเด็นนี้อย่างเข้มข้น เทพสงครามวีดสามารถฟื้นคืนชีพขึ้นมาเป็นร่างที่ทรงพลังยิ่งกว่าหลังจากที่ตายไปแล้ว เขาจะลุกขึ้นมาเป็นอันเดดและนำเหล่าลูกสมุนเข้าสู่การต่อสู้อันแสนวิเศษ ถ้าหากวีดฟื้นขึ้นมาได้ล่ะก็ เหตุการณ์เหนือความคาดหมายก็จะเกิดขึ้น

ชุดเซ็ตอุปกรณ์ของบัลข่านที่เขาเก็บมาได้ ไม่ว่าจะเป็น หัวกะโหลก เสื้อผ้า ชุดคลุม รองเท้า สร้อยข้อมือ แหวนและหนังสือเวทย์ ถ้าเขาสวมใส่ชุดอุปกรณ์ของบัลข่านจากนั้นพลังของเขาสามารถทัดเทียมพลังของกิลด์เฮอร์มีสได้อย่างแน่นอน

‘แต่มันก็ยังไม่พอที่เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้อยู่ดี’

ลีฮุนสามารถสำแดงฤทธิ์เดชอันแข็งแกร่งในตอนที่เขากลายเป็นเนโครแมนเซอร์ ลิชที่สามารถสร้างกองทัพอันเดดขึ้นมา เพียงแต่ตอนเริ่มแรกที่พวกมันถูกปลุกขึ้นมานั้นค่อนข้างอ่อนแอ จึงจำเป็นต้องฝึกฝนพวกมันก่อน และมันคงยากที่จะเอาชนะการแทรกแซงจากบาร์ดเรย์และพวกองครักษ์ขณะที่เขากำลังอัญเชิญอันเดดออกมา

 ‘ไม่อยากเลยจริงๆ’

ลีฮุนไม่อยากแพ้เพราะเขาต้องสูญเสียค่าความเชี่ยวชาญทักษะ ค่าประสบการณ์และไอเท็มที่ถูกดร็อป แต่ถึงอย่างนั้นผู้คนมากมายยังคงเคารพในตัวเทพสงครามวีดอยู่ดี

แม้ว่าเขาจะถูกกำราบโดยบาร์ดเรย์ เขาก็ยังคงเป็นผู้เล่นที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดบนทวีปเวอร์เซล ทุกคนต่างชื่นชอบในตัวเทพสงครามวีด

‘ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่แค่นั้น’

ลีฮุนไม่พอใจในความแข็งแกร่งของเขา ในวันที่เขาเล่นเกมส์เดอะคอนติเนนท์ออฟเมจิค เขาเป็นคนที่มีอารมณ์ฉุนเฉียวเหมือนคนอันตราย เขาพร้อมเหยียบย่ำผู้คน ฆ่าคนที่โจมตีใส่เขา และจัดการไม่ว่าใครหน้าไหนก็ตามที่มันขวางหูขวางตา

ชื่อของเทพสงครามวีดกลับมีน้ำหนักที่แตกต่างออกไปในรอยัลโร้ด แต่สันดานที่แท้จริงของเขาก็ยังไม่แปรเปลี่ยนเลยซักนิด

***********

 “สู้กันให้ตายกันไปข้างเลย แล้วพวกนายจะได้รู้ว่า มือที่สามจะมาฉวยโอกาสนั้นไปจากพวกแก….”

สงครามระหว่างเหล่าผู้เล่นนั้นเป็นภาพที่สนุกมากสำหรับ ยูบยองจิน การพัฒนาในทวีปทางตอนกลางนั้นถือว่าสูงมากดังนั้นสงครามจึงได้เกิดขึ้นอยู่เสมอ มีสงครามปิดล้อมมากมายเกิดขึ้นเพียงเพื่อที่จะขยายอำนาจของพวกเขาออกไป

หลังจากที่กิลด์เฮอร์มีสยึดราชอาณาจักรคัลลามอร์ได้แล้ว กิลด์อื่นๆก็ไม่สามารถสร้างกองบัญชาการที่นั่นได้อีกเลย ปราสาท เมืองและป้อมปราการก็ถูกกวาดเรียบ บางกลุ่มมีการรวมตัวกันเพื่อต่อต้านพวกเขา

กษัตริย์ก็วางมือจากสงครามเหมือนที่เกิดขึ้นในอาณาจักรฮาเว่น ส่วนดินแดนที่อยู่ไกลจากการโจมตีของกิลด์ก็พยายามรวบรวมกำลังคนให้มากเอาไว้

พวกวิหารเอ็มบินยูก็แพร่กระจายอย่างกับไฟลามทุ่งโดยพยายามที่จะรวบรวมสาวกลัทธิด้วยการล้างสมองและใช้ความกลัวข่มขู่ จากมุมมองของกิลด์ใหญ่ๆ ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นนี้กลับเป็นโอกาสอันดีของพวกเขา มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเข้าไปแย่งพื้นที่ออกล่ากับกิลด์อื่นๆ ดังนั้นนี่จึงไม่ได้เป็นสถานการณ์ที่แย่สำหรับพวกเขาเท่าไร

ถ้าหากพวกวิหารเอ็มบินยูยึดพื้นที่ล่าเอาไว้ได้ ต่อจากนั้นการพัฒนาในตัวเมืองก็จะพังไม่เป็นท่า แต่ก็สามารถเอาความมั่งคั่งได้ด้วยการปล้นสะดมแล้วเอามาแจกจ่ายและให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชน

กิลด์ยักษ์ใหญ่ส่วนมากมักจะเติบโตด้วยการบุกรุกทำลายมากกว่าจะรู้จักการจัดการบริหารบ้านเมือง

“ถ้าหากว่าความวุ่นวายโกลาหลนี้ ยังคงเกิดขึ้นต่อไปจนรับมือไม่ไหว ทวีปทางตอนกลางคงได้เข้าสู่ยุคมืดแน่ๆ”

ยูบยองจินมีข้อมูลเรื่องราวและเหตุการณ์ต่างๆในรอยัลโร้ดที่สถานีออกอากาศทั้งหลายต่างก็ไม่มี

วิหารเอ็มบินยูสร้างฐานอำนาจของพวกเขาขึ้นมาได้ด้วยการรวบรวมสาวก การกระจายตัวที่รวดเร็วของพวกมันนั้นมากพอที่จะทำให้ผู้คนอกสั่นขวัญแขวนด้วยความกังวล แถมความแข็งแกร่งที่ถูกซ่อนเอาไว้ของพวกมันยังเหนือจินตนาการซะอีก!

หากพวกมันกลายเป็นกองกำลังที่ทรงพลังที่สุดบนทวีปทางตอนกลาง คงยากที่จะล้มพวกมันได้ หากพวกวิหารเอ็มบินยูพัฒนาจนกลายเป็นอาณาจักรใหม่ ดูท่าว่ายุดมืดคงขยายเข้าสู่ดินแดนที่เหลืออย่างแน่นอน

 “คงจะกลายเป็นการปรากฏตัวที่เกี่ยวโยงกับประวัติศาสตร์ มันก็ไม่ได้น่าประหลาดใจขนาดนั้นที่เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นบนรอยัลโร้ด”

ยู บยองจินถามระบบปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังควบคุมทั้งรอยัลโร้ดอยู่

“แล้วเกิดอะไรขึ้นกับกิลด์เฮอร์มีสและกิลด์ราชสีห์ทมิฬ?”

-[หลังจากที่กิลด์ราชสีห์ทมิฬพ่ายแพ้ไป กิลด์เฮอร์มีสก็เคลื่อนไหวอยู่ทุกที่
สมาพันธมหาอำนาจยังคงแข็งแกร่งอยู่ และยังทำสงครามกระจายออกไปเรื่อยๆ
กิลด์ราชสีห์ทมิฬดูเหมือนจะมีขนาดเล็กลง นั่นเป็นเพราะเหล่าผู้เล่นในกิลด์ทยอยออกไปอยู่กิลด์อื่น] (ผู้แปล: จะใช้ blank[ ] แบบนี้เพื่อเป็นการรายงานผลของ Al ปัญญาประดิษฐ์นะครับ)

“แล้วเกิดอะไรขึ้นกับแผนของกิลด์ราชสีห์ทมิฬที่จะไปยึดอาณาจักรทัลเลนล่ะ?”

-[พวกเขาใช้เวลาส่วนมากไปกับการควบคุมการบริหารภายใน
คาไลส์มีพลังและชื่อเสียงที่โด่งดัง แต่ก็ไม่ง่ายเลยที่จะฟื้นคืนชื่อเสียงนั้นกลับมาได้หลังจากที่เขาพ่ายแพ้ให้กับบาร์ดเรย์อย่างน่าเวทนาผ่านการถ่ายทอดทางโทรทัศน์]

“พวกกิลด์เฮอร์มีสนี่เจ้าเล่ห์ชะมัด”

พวกเขามีโครงสร้างขนาดใหญ่ กำลังรบที่ยอดเยี่ยม แถมยังมีกลวิธีกล้าได้กล้าเสียอีก
กิลด์เฮอร์มีสบดขยี้กิลด์ราชสีห์ทมิฬจนป่นปี้ในเหมืองเมลเบิรน์ ดังนั้นการจะฟื้นคืนกลับมาได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เหล่าผู้เล่นสูญเสียค่าประสบการณ์และค่าความเชี่ยวชาญทักษะไปมากมาย แถมความเชื่อมั่นของพวกเขายังแตกเป็นเสี่ยงจากความพ่ายแพ้นั่นอีก กิลด์ราชสีห์ทมิฬโดนลูกเล่นของพวกกิลด์เฮอร์มีสตั้งแต่เริ่มต้น

ส่วนบาร์ดเรย์ก็ไม่ได้ถอนกำลังกลับไปแม้ว่าการล่ามอนสเตอร์ระดับบอสของเขาจะถูกถ่ายทอดออกไปแล้ว คาไลส์กับกิลด์ราชสีห์ทมิฬที่โกรธจนหูเป็นไฟก็วิ่งไปหาที่ตายและโดนกำราบลงด้วยน้ำมือของกองกำลังอันทรงพลังและเหล่าราชองครักษ์

ผลที่ออกมายังคงเป็นเช่นเดิม ถึงแม้กิลด์ราชสีห์ทมิฬปิดทางเข้าเหมืองเมลเบิร์นได้แล้วและรอพวกเขาออกมา ยู บยองจินก็สามารถมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างได้ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ว่ากิลด์เฮอร์มีสได้ให้คน 200 คนแอบปิดล้อมเอาไว้ทั่วเหมืองเมลเบิร์น กลยุทธ์ของพวกเขาก็คือการถอนกำลังออกไปและล่อพวกกิลด์ราชสีห์ทมิฬเพื่อไปจัดการ

ผู้ที่ได้เปรียบที่สุดในการต่อสู้ครั้งนี้ก็คือกิลด์เฮอร์มีส

“คนที่มีความเด็ดขาดนั่นแหละถึงจะเก่ง”

ลาฟาเย่ที่เป็นหัวหน้ากิลด์เป็นคนที่เก่งกาจมาก

“เขามีความสามารถในการจัดการกับกิจการภายในกิลด์ ส่วนแผนการของเขาที่ใช้บริหารอาณาจักฮาเว่นก็ไม่เลว”

ยูบยองจินสำรวจดูที่ต่างๆนานาในรอยัลโร้ด

สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งไหลบ่าไปด้วยผู้คน หน้าผา ภูเขา ภูเขาไฟ ทะเลสาบ หนองบึง แม่น้ำและท้องทะเล มีทิวทัศน์สวยงามมากมายและก็ผู้คนที่อาศัยอยู่อย่างมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นการทำไร่ทำสวนและการเก็บพืชผักพลไม้ที่แสนเพลิดเพลิน พวกเขาสามารถมีความสุขได้และฝึกฝนตนเองได้ต่างๆนานาอย่างที่พวกเขาไม่สามารถพบเจอได้ในโลกแห่งความจริง

เหล่าผู้เล่นกำลังเพลิดเพลินกับบทบาทที่พวกเขาปรารถนา ต่อสู้กำจัดมอนสเตอร์เพื่อทำให้ตนเองเติบโต และการรู้จักขอความช่วยเหลือจากคนอื่นก็คือส่วนสำคัญในการใช้ชีวิตด้วยเช่นกัน จำนวนผู้เล่นเพิ่มขึ้นทุกๆวัน แต่ยังไงทวีปก็กว้างขวางมากพอ ความสุ่มเสี่ยงและการผจญภัยอันไร้ที่สิ้นสุดสามารถพบเจอได้ สำหรับคนที่ไม่ลงทุนลงแรงไปกับการออกล่าและการผจญภัยก็สามารถอาศัยภายในเมืองที่โด่งดังได้อย่างปลอดภัย

 “แล้วภารกิจปรมาจารย์สายอาชีพของกลุ่มเกษตรกรมิเรทัสไปถึงไหนแล้วล่ะ?”

[พวกเขาทำภารกิจขั้นที่ 9 สำเร็จแล้วและกำลังทำขั้นที่ 10 อยู่
ภารกิจปรมาจารย์เกษตกรเดินหน้าค่อนข้างช้าเพราะว่าพวกเขาต้องรอหว่านเมล็ดพืช]

“นักผจญภัยเชสล่ะเป็นไง?”

[เขาตามหาดาบเล็กสีม่วงที่สำคัญไม่เจอ และยังไม่พบคำใบ้อีกสองอย่างที่สำคัญสำหรับการผจญภัยขั้นต่อไป]

 “เขาติดแหงกอยู่ที่ภารกิจขั้นที่ 11 มาสักพักแล้ว ความสามารถในการแก้ไขปัญหาและเข้าสังคมของเขาก็ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับความสามารถในการหาเส้นทางในดันเจี้ยนของเขา”

ยูบยองจินตรวจดูเหล่าผู้เล่นที่กำลังทำภารกิจปรมาจารย์ของพวกเขาแต่ละคน

เวลาที่ใช้ในแต่ละภารกิจจะถูกปรับให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

สถานีออกอากาศมากมายก็กระตือรือร้นที่จะได้สัมภาษณ์กับเหล่าผู้เล่นที่กำลังท้าทายภารกิจปรมาจารย์ของพวกเขา หรือว่าขอใช้วิดีโอที่พวกเขาทำภารกิจสำเร็จ ถ้าหากยู บยองจินให้ภาพที่เขากำลังดูอยู่ตอนนี้กับทางพวกผู้ประกาศข่าวคงจะทำให้เขาได้รับชื่อเสียงมากมายแน่ๆ แต่ว่าเขาไม่ทำอย่างนั้นแน่นอน

ขณะที่ภารกิจปรมาจารย์สายอาชีพกำลังดำเนินไป มันสามารถแปรเปลี่ยนชีวิตผู้คนได้เลยทีเดียว ผลลัพธ์แบบใหม่ที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อนจะถูกบันทึกลงไป ดันเจี้ยนใหม่ๆจะได้รับการปลดล็อค หรือแม้แต่ความสัมพันธ์ฉันท์มิตรระหว่างประเทศก็จะดีขึ้นด้วย

“แล้ววีดล่ะ?”

[เขายังไม่ล็อคอินเข้าสู่ระบบ ยังไม่ถึงเวลาที่เขาสามารถเข้าสู่ระบบได้]

หากผู้เล่นตาย พวกเขาจะไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้เป็นเวลา 24 ชั่วโมงตามเวลาในโลกจริง
“เป็นการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่จริงๆ บาร์ดเรย์กำราบเขาลงต่อหน้าสาธารณะ ดังนั้นเลเวลของเขาและค่าความเชี่ยวชาญก็คงจะลดลง ตอนนี้แหละคือเวลาสำคัญแล้ว”

ประติมากรคือสายอาชีพที่ยากมากที่จะเพิ่มค่าความเชี่ยวชาญทักษะเมื่อเทียบกับสายอาชีพอื่น

“บอกให้ฉันรู้เมื่อเขาเชื่อมต่อ แล้วใส่วิดีโอของวีดเอาไว้ที่ด้านล่างของจอมอนิเตอร์”

[ดิฉันจะทำตามคำสั่งของท่าน ถ้าวีดเชื่อมต่อ ภาพของเขาจะปรากฏบนจอที่ 8 หรือจอที่ 9]

ยู บยองจินเตรียมพื้นที่ใหญ่ๆเพื่อให้เขาสามารถฉายภาพของวีดเอาไว้ได้

“มันคงสนุกไม่น้อยเลยที่จะได้เห็นเขาเชื่อมต่อเข้ามาแล้วรู้สึกสิ้นหวัง คิคิคิ” (ยังแค้นเรื่องเงินค่าน้ำหยอดตู้หรอลุง555)

********

ลีฮุนมีช่วงเวลาที่ยากลำบากที่มหา’ลัยเพราะว่าพวกนักศึกษาเอาแต่มารวมอยู่รอบๆตัวเขา

ข่าวคราวได้ยินไปจนถึงหูของพวกรุ่นน้อง

“คุณจะอยู่ที่โมราต้าใช่ไหมครับ?”
“ผมอยากจะไปกินข้าวกับรุ่นพี่ครับ”

เขาได้รับคำชวนไปที่ต่างๆมากมายจากพวกรุ่นน้องที่เขาไม่รู้จัก ไม่มีรุ่นน้องคนไหนที่ไม่รู้จักลีฮุนหลังจากไปค่ายกลางภาค และงานเทศกาล เขาเป็นนักศึกษาของสาขาโลกเสมือนจริง แถมตอนนี้พวกเขาก็ค้นพบแล้วว่าลีฮุนได้สร้างความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในรอยัลโร้ด

เขาเป็นแค่นักศึกษาปีสามเท่านั้นเอง แต่ชื่อเสียงและอิทธิพลในฐานะลอร์ดโมราต้านั้นเป็นอะไรที่หาตัวจับได้ยาก จากการลงคะแนนที่จัดขึ้นโดยทางสถานีออกอากาศ เมืองโมราต้าถูกเลือกให้เป็นเมืองอันดับ 1 ที่ผู้คนต้องการอาศัยอยู่มากที่สุด

“ถ้าผมอยู่ที่โมราต้า ผมก็เจอรุ่นพี่ได้สินะครับ?”

เขาเองก็ได้ยินคำสารภาพอันแสนน่าอายจากเหล่านักศึกษาหญิง หรือแม้แต่พวกอาจารย์มหา’ลัยก็เปลี่ยนความคิดที่มีต่อลีฮุนไปในทางบวก

‘คงเป็นประโยชน์ตอนออกเกรดได้ละมั้ง’

ลีฮุนมุ่งหน้ากลับบ้านหลังจากเลิกเรียน เขาไม่ได้เข้าเกมเมื่อวานนี้ เพราะว่าเขาเอาเวลาไปทำความสะอาดบ้านกับซอยูน
มันให้ความรู้สึกสดชื่นหลังจากเก็บกวาดบ้านเสร็จแล้ว!

“ได้เวลากลับเข้าสู่สนามรบ”

จากนั้นลีฮุนก็เข้าไปในแคปซูล

***************
วีดกลับเข้ามาเชื่อมต่อข้างใต้กำแพงของไทรพีค

“สวมใส่ชุดเกราะหนัง”

เขาสวมใส่ชุดสำหรับเลเวล 130 ในทันที

“การมีรูปร่างหน้าตาบ้านๆก็มีประโยชน์ตอนนี้นี่แหละ”

ถ้าเขาเปลี่ยนเป็นชุดธรรมดาๆก็แทบจะไม่มีคนจำเขาได้เลย ไทรพีคยังคงอยู่ในพื้นที่ของกิลด์ราชสีห์ทมิฬ การปรากฏตัวของเขาที่นี่จะไม่สำคัญต่อพวกเขานัก เพราะว่าพวกเขายังคงปั่นป่วนจากการโจมตีของกิลด์เฮอร์มีสอยู่

“ฉันต้องตรวจเช็ค….ค่าประสบการณ์ที่เสียไป”

วีดต้องสำรวจข่าวร้ายสามอย่างที่เขาต้องเผชิญ ค่าประสบการณ์ ค่าความเชี่ยวชาญทักษะและอุปกรณ์!

“หน้าต่างค่าสถานะ!”

ชื่อตัวละคร วีด ตำแหน่ง วีรุบุรุษแห่งประวัติศาสตร์
เลเวล 409 สายอาชีพ ประติมากรแสงจันทร์ในตำนาน
ฉายา ประติมากรผู้เปลี่ยนโลก ชื่อเสียง 92,007
พลังชีวิต 41,230 มานา 19,405
ความแข็งแกร่ง 1,443 ความว่องไว 1,097
พลังกาย 209 สติปัญญา 355 (+51)
ความฉลาด 505 (+55) จิตวิญญาณนักสู้ 525
ความอดทน 270 (+68) ความอึด 55 (+8)
ศิลปะ 2,430 บารมี 530
ความเป็นผู้นำ 787 โชค 143
ศรัทธา 207+435 เสน่ห์ 451+30
การฟื้นตัว 471 เกียรติยศ 153
สมาธิ 92 ความกล้าหาญ 200
ศักดิ์ศรี 43 ความใกล้ชิดธรรมชาติ 1,043
พลังโจมตี 7,103 พลังป้องกัน 1,941
ความต้านทานเวทย์มนต์
ธาตุไฟ 33% ธาตุน้ำ 39%
ธาตุดิน 39% ธาตุมืด 41%
+ค่าสถานะทั้งหมดเพิ่มเติม 20 หน่วย
+ค่าสถานะทางศิลปะที่จะได้รับเพิ่มเติม 80 หน่วย
+ค่าสถานะทั้งหมดจะเพิ่มขึ้น 30% ในคืนที่มีแสงจันทร์
+ไอเท็มที่เสริมคุณสมบัติพิเศษ
+ทักษะการผลิตทั้งหมดสามารถเรียนรู้ได้จนถึงขั้นปรมาจารย์ คุณสมบัติพิเศษจะมีต่อไอเท็มทั้งหมดที่สร้างด้วยการหลอมเหลว คุณสามารถเรียนรู้ทักษะที่ดีที่สุด
+ประติมากรรมที่พิเศษหรือว่าประติมากรรมที่มีคุณค่าทางศิลปะสูงจะช่วยเพิ่มค่าชื่อเสียงให้กับคุณ
+ค่าสถานะทั้งหมดเพิ่มขึ้น 178 หน่วยจากประติมากรรม ทักษะการผลิต ประสบการณ์การต่อสู้และภารกิจที่ทำมา
+ค่าสถานะทั้งหมดจะเพิ่มขึ้น 15 หน่วยจากการสวมใส่สร้อยข้อมือของบาฮารัน

เลเวลของเขากลับมาอยู่ที่ 409 ถึงแม้ว่าค่าประสบการณ์มันยากที่จะเพิ่ม แต่มันก็ง่ายกว่าค่าอื่นๆ ค่าความเชี่ยวชาญการแกะสลักของเขาหายไป 11.4% และตอนนี้เขาอยู่ที่ขั้นสูงเลเวล 8 กับอีก 49.7% ค่าสถานะของทักษะช่างฝีมือ ช่างตีเหล็ก ช่างตัดเย็บ ทำอาหาร ตกปลาและทักษะโจมตีลดลงเพียงเล็กน้อย

“จริงๆแหละน๊า…..คงเป็นไปไม่ได้หรอกที่ฉันจะโชคดีได้ตลอด”

ค่าสถานะทางโชคของนักผจญภัยสามารถลดลงได้จากบทลงโทษของการตาย แต่ว่าผลของโชคกลับไม่มีผลอะไรที่ดีมากนักกับสายอาชีพอื่นๆ โชคของวีดนั้นไม่ได้สูงมากพอที่จะลดบทลงโทษของการตายได้

“ต่อไปก็ไอเท็ม……..”

เขาลงมือตรวจเช็คไอเท็มข้าวของส่วนตัวด้วยตัวเอง ผ้าพันแผลและสมุนไพร ลูกธนู เบ็ดตกปลา หินลับมีด วัสดุแกะสลัก แร่ไพลินสำหรับทำภารกิจ เขาค่อยๆตวรจเช็คอย่างละเอียด!
“กะ..เกราะทัลล็อคแห่งโชคชะตาหายไป”

ชุดเกราะอันแสนวิเศษที่ปกป้องเขาจากการโจมตีของมอนสเตอร์มานานแสนนานได้หายไปแล้ว

 “ความเสียหายนี้มัน…….”

วีดหลับตาลงอยู่ครู่หนึ่ง เขาต้องเก็บความโกรธที่กำลังสูบฉีดอยู่ภายในอกของเขาเอาไว้

เขาอยากจะไปอาณาจักรฮาเว่นที่เป็นดินแดนของกิลด์เฮอร์มีสเพื่อล้างแค้นพวกมันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย แต่ว่าผลลัพธ์ก็คงเป็นความตายของเขาเหมือนเดิม

“ฉันจะให้พวกมันได้ชดใช้อย่างสาสม”

วีดตัดสินใจที่จะเบนความสนใจของเขาไปที่ภารกิจเพื่อกดอารมณ์โกรธเอาไว้

“ฉันต้องรายงานกลับไปที่ภารกิจสายอาชีพของฉัน แล้วก็ไปรับเทคนิควิชาดาบลับกลับมา”

ก้าวแรกเพื่อที่จะทำให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น! เขาสามารถได้รับทักษะดาบมาหากเขากลับไปพบกับปรมาจารย์ดาบแอช วีดมีคุณสมบัติที่เหมาะสมเพราะว่าทักษะความเชี่ยวชาญดาบของเขาเลื่อนระดับถึงขั้นสูงแล้ว ทักษะเพลงดาบประกายแสงต้องไม่เป็นวิชาดาบลับเพียงอย่างเดียวที่เขาได้เรียน

“แต่ถึงยังไง ค่าความเชี่ยวชาญเพลงดาบประกายแสงยังคงต่ำอยู่ คงจะดีกว่าถ้าไปเรียนเพิ่มอีกสักทักษะ”

การตัดสินใจอันแน่วแน่ของวีดคือทำมันทุกอย่างเลย!
เกาะของแอชเป็นสถานที่ที่เหล่านักดาบแล่นเรือไปเจอเข้าโดยบังเอิญและยากที่จะเจอได้อีกครั้ง เส้นทางจะเปลี่ยนไปตามกระแสลมและกระแสน้ำทะเล ดังนั้นคงต้องลงทุนลงแรงใช้เวลาสองถึงสามเดือนเลยทีเดียว แต่ว่าเขามียูรินที่ทำให้การเดินทางไปที่นั่นเป็นไปได้ด้วยการวาดภาพ

★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★

ซู่ววววว……….ซู่ววววววว……..

เหล่านกนางนวลบินไปมารอบเกาะยามเมื่อคลื่นทะเลซัดเข้าฝั่ง วีดพร้อมด้วยอาจารย์นักดาบและนักดาบ2 ได้มาถึงเกาะที่ไม่รู้จักที่ที่แอชอาศัยอยู่

“วีด ที่นี่แหละที่เราเรียนวิชาดาบกัน”
“เข้าใจแล้วครับ ท่านอาจารย์”
“มันอาจจะไม่ได้ดีมากนัก แต่เรียนไว้ก็ไม่เสียหายหรอก”

อาจารย์นักดาบ นักดาบ2 และครูฝึกคนอื่นๆเองก็มาถึงเหมืองเมลเบิร์นเมื่อวานนี้พร้อมกับยูริน แต่พวกเขามาสายเกินไป พวกเขาโจมตีพวกกิลด์เฮอร์มีสที่กำลังเข้าไปในประตูเทเลพอร์ตเพียงเพื่อขอที่จะเข้าไปตายอย่างกล้าหาญ!

อาจารย์นักดาบและนักดาบ2ภาคภูมิใจในความแข็งแกร่งของตนเอง แต่พวกเขาก็โดนวีดชักชวนมาและตัดสินใจมาที่เกาะเพื่อเรียนรู้ทักษะวิชาดาบลับ

 “ท่านอาจารย์ต้องเรียนรู้จากคนอื่นนะครับ…..”
“………….”
“แน่นอนอยู่แล้วครับ ที่ท่านอาจารย์ไม่จำเป็นต้องเรียนทักษะดาบ แต่ว่าท่านจะดูเจ๋งมากเลยนะครับถ้าท่านใช้มันในการต่อสู้”
“…………..”
“แล้วท่านก็จะเนื้อหอมในหมู่ผู้หญิงด้วยนะครับ……”
“
………..!!”

เมื่อวีด อาจารย์นักดาบ นักดาบ2 มาถึง แอชก็เดินออกมาจากดงต้นไม้

 “เจ้ามาที่นี่เพื่อเรียนรู้เคล็ดลับวิชาดาบจากข้าหรือ? ถ้างั้นเจ้าก็ต้องพิสูจน์ว่ามีคุณสมบัติมากพอ”

แอชยกดาบขึ้นมาตั้งท่าทันทีที่เขาปรากฏตัว

“อย่าพูดให้เปลืองน้ำลายเลย”

ท่านอาจารย์นักดาบชักดาบของเขาออกมาและพิสูจน์คุณสมบัติของเขาได้อย่างง่ายดาย การต่อสู้กินเวลาไม่ถึง 30 นาที เขาใช้เคล็ดวิชาดาบออกมาและยังสามารถใช้มานาเพื่อเพิ่มความเสียหายให้กับศัตรูได้ถึงสองเท่าและบีบให้ศัตรูจนมุมในที่สุด แถมร่างแยกพวกนั้นยังอ่อนแอมาก อีกด้วย

อาจารย์นักดาบเพลิดเพลินกับการต่อสู้สองสามนาทีแบบสบายๆก่อนที่แอชถูกบังคับให้ยอมรับในทักษะของเขา ท่านอาจารย์นักดาบเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดเมื่อได้ถือดาบยาว!

ส่วนนักดาบ2ก็ได้ผลลัพธ์ที่เหมือนๆกันเมื่อต่อสู้กับพวกโคลน

“ข้าชื่อวีด ข้าเป็นประติมากรแต่ข้าก็ชื่นชมท่านมากจริงๆ ข้าอยากเรียนรู้วิชาดาบนี้เพื่อสร้างสันติสุขให้กับทวีป ข้ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบท่าน”

วีดมีข้อแตกต่างเล็กน้อย ศัตรูของเขาเป็นถึงปรมาจารย์ดาบระดับสูง ดังนั้นการประจบสอพลอจึงได้หลุดออกมาจากปากของเขาตามสันดาน

“อาชีพของเจ้าคือประติมากร ถ้างั้นแปลว่าเจ้าคงจะต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อเรียนรู้ทักษะดาบสินะ ข้ากำลังคาดหวังการต่อสู้ที่ดีอยู่นะ”

วีดค่อยๆควบคุมลมหายใจของเขาอย่างระมัดระวังขณะที่เขาจ้องมองไปที่แอชที่กำลังสร้างร่างแยก

มันคงเป็นเรื่องยากที่จะตามหาร่างจริงท่ามกลางร่างแยกเหล่านั้น
วีดเลือกที่จะใช้วิธีการเข้าหาที่ง่ายที่สุด เขาก็แค่ต้องสู้อย่างบ้าบิ่นจนพวกมันตายจนหมด!

“ข้าจะเริ่มละนะ”

วีดถูกล้อมรอบด้วยร่างแยกของแอช ขณะที่ร่างแยกเหล่านั้นกำลังทะลักไหลตรงเข้ามาโจมตีเขา วีดได้แสดงถึงสมาธิอันสูงส่งออกมา

‘ฉันต้องคิดให้เร็วขึ้นและเคลื่อนไหวให้ไวมากกว่าเดิม ความเร็วในการตอบสนองร่างกายของฉันจะต้องดึงให้ถึงขีดสุด….เหมือนกับตอนที่ฉันเห็นเงิน 100 วอนตกอยู่บนพื้นถนน’

ตอนที่กำลังต่อสู้เขาต้องตั้งสมาธิไปที่ศัตรูที่อยู่ตรงหน้า ด้านข้างหรือแม้แต่การโจมตีจากทางด้านหลัง

ท่านรับบาดเจ็บที่ขาจากการโจมตีของร่างแยกแอช
จนกว่าบาดแผลนั้นจะได้รับการรักษา ความเร็วในการเคลื่อนที่จะลดลง 7%
ค่าพลังชีวิตลดลง 983 หน่วยเนื่องจากค่าการฟื้นตัวของท่าน

ร่างแยกของเขาไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนร่างจริง การโจมตีก็ไม่ได้สร้างความเสียหายมากนักเพราะว่าเขามีค่าการฟื้นตัวและค่าความอึดอยู่ ดังนั้นเขาจึงสามารถเหวี่ยวดาบได้อย่างบ้าคลั่ง

“ทักษะวิชาดาบเฮอเรม!”

วีดได้รับบาดแผลทุกครั้งที่เขาโจมตีใส่ร่างแยก เขาดูเหมือนเบอร์เซิร์กเกอร์ผู้บ้าคลั่งที่กำลังต่อสู้ขณะที่โจมตีออกไปโดยไม่สนการป้องกัน มันเป็นสิ่งที่โง่มากเมื่อเทียบสิ่งที่เหล่านักดาบพึ่งแสดงออกไป จากนั้นวีดก็กระโจนเข้าไปใจกลางวงล้อมของร่างแยก

การปะทะที่รุนแรงล่องลอยไปทั่วทุกสารทิศที่ดาบของเขาฟันไป วีดต่อสู้อย่างกับว่าเป็นอัศวินคนสุดท้ายที่เหลือรอดภายในราชอาณาจักรที่ถูกโจมตี!

เขาหายใจอย่างหนักหน่วงขณะที่จัดการกับพวกร่างแยกของแอช เขาไม่ยอมถอยกลับอีกต่อไปแล้วตั้งแต่ที่เขาต้องสูญเสียสิ่งนั้นให้กับบาร์ดเรย์
‘ถ้าฉันแพ้เจ้าพวกนี้…ฉันก็จะไม่เหลือทางเลือกอะไรเหลือแล้ว คงทำได้แต่อิจฉาตาร้อนพวกลูกคนรวยไปวันๆ’

วีดเหลือค่าพลังชีวิตเพียงแค่ 1 ใน 3 เท่านั้น แอชได้ทำข้อเสนอให้เขากำจัดร่างแยกให้ได้ 10 คน

“ระดับแค่นี้ไม่เพียงพอที่จะหยุดพวกมันได้หรอก ดูเหมือนเจ้ายังขาดความสามารถที่จะเข้าใจในเทคนิคของข้า”

วีดส่ายหน้า

“ข้าจะสู้ต่อไปครับ”

“ถ้างั้นอย่ามาเสียใจก็แล้วกัน ถ้าข้าฆ่าเจ้าตาย”

“ข้าจะเสียใจแน่ แต่ก็จะสู้ต่อไป”

การต่อสู้ง่ายขึ้นสำหรับวีดขณะที่เขาลดจำนวนร่างแยกลงได้แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นพลังชีวิตของเขาก็กำลังตกลงด้วยเช่นกัน แถมยังมีบาดแผลอีกนิดหน่อยด้วย การเคลื่อนที่ของเขาช้าลงเพราะบาดแผลที่เขาได้รับ

 ‘สิ่งเดียวที่ฉันเชื่อได้ก็มีแต่ร่างกายของฉันนี่แหละ ฉันจะต้องชนะให้ได้!’
เขาเป็นลูกศิษย์ของเหล่านักดาบดังนั้นเขาจึงมีทักษะเฉพาะตัวระดับสูง เขาสามารถเสริมการโจมตีของเขาให้ทำความเสียมากขึ้นได้ขณะที่แอชตัวจริงกำลังซ่อนอยู่ ทักษะความเชี่ยวชาญดาบของวีดอยู่ที่ขั้นสูงเลเวล 2
เนื่องจากความแตกต่างในพลังโจมตีและจัดการค่ามานา มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะสกัดการโจมตีของแอชตัวจริงได้ และมันยิ่งยากมากอีกเพราะแอชเอาแต่ซ่อนตัวอยู่ในร่างแยกของเขา
‘ฉันต้องกระหน่ำฟันทุกอย่างที่ขวางหน้า’
จากนั้นวีดก็พุ่งเข้าสู่ฝูงร่างแยก

จิตวิญญาณนักสู้ของท่านเพิ่มขึ้นเนื่องจากการต่อสู้อันดุเดือด
สถานะค่าพลังโจมตีและพลังป้องกันของท่านเพิ่มขึ้น

“อั่คคค!”

วีดเหลือค่าพลังชีวิตอีกแค่ 4% แต่ถึงอย่างไรก็ตามร่างแยกทั้งหมดก็หายไปหมดแล้ว คนเดียวที่เหลือก็คือแอชตัวจริง ถ้าเขาพุ่งเข้าไปมีโอกาสถึงสองในสามที่เขาจะตาย

“ทักษะเฉพาะของเจ้าอาจจะยังขาดอยู่ ทว่าเจ้ายังมีคุณสมบัติของการไม่ยอมแพ้ ข้าได้ตระหนักแล้วหลังจากที่ได้สู้กับเจ้ามาสักพัก”

ตริ้ง!

ท่านได้ต่อสู้กับแอชด้วยชุดเกราะและอาวุธที่ด้อยกว่ามาก จึงทำให้ค่าสถานะทั้งหมดเพิ่มขึ้น 3 หน่วย
จากการต่อสู้ของท่าน ท่านได้รับทักษะ ‘ร่างแยกศาตรา’

จากนั้นอาจารย์นักดาบ และนักดาบ2 ก็ไปที่เมืองโมราต้าเพื่อดื่มเบียร์กับพวกอาจารย์และลูกศิษย์คนอื่นๆ แล้วก็ไปเรียนทักษะเพลงดาบประกายแสงจากรูปสลักที่ถูกเก็บไว้ภายในปราสาท ส่วนวีดก็ไปที่ยูก็อธเพื่อรายงานผลภารกิจปรมาจารย์ของเขาให้กับพวกเอลลิออน

---จบตอน----

ผู้แปล : Cole’s Myth

Editor : แอดชิน เพจ เราอ่านนิยายแปล

13 ความคิดเห็น:

  1. ติดงอมแงม ขอบคุณคับ

    ตอบลบ
  2. ได้ทักษะโจมตีเพิ่มแร้ว...ทะยอยตามมากันต่อไป...อะไรดีน้า...แต่ละอย่างนี่ไม่ได้มาง่ายๆเหมือนคนอื่นเขาเลย...วีดเอ๋ย

    ตอบลบ
  3. ทีนี้ก็จะกลายเป็นกองทัพดาบไฟนีออน

    ตอบลบ
  4. วีคช่วงอัพเวล...เตรียมไว้ตอนจัดเต็ม..ขอบคุณทีมแปลครับ

    ตอบลบ
  5. ได้สกิลเพิ่ม แต่ชุดหาย เวลลด งานนี้เจ็บเยอะ

    ตอบลบ
  6. รู้จักกันหมดล่ะ ขอบคุณครับ

    ตอบลบ
  7. กองทัพวีดที่พล่านไปทั่วสนามรบเพื่อลูทของ นรกสัส

    ตอบลบ
  8. ถ้าพวกนักดาบ500คนใช้ทักษะเเยกร่างทุกคนมันจะกลายเป็นกองทัพขนาดใหญ่เลยมั้ยหนิ

    ตอบลบ
  9. แยกได้กี่ร่างนิ

    ตอบลบ
  10. ว้าว... ร่างแยก
    ขอบใจหลายๆเด้อออ

    ตอบลบ

เล่ม 56 บทที่ 5 การตัดสินใจเพื่อทวีป แปลโดย แอดชิน เพจ เราอ่านนิยายแปล

  เล่ม 56 บทที่ 5 พาร์ท 1 การตัดสินใจเพื่อทวีป แปลโดย แอดชิน เพจ เราอ่านนิยายแปล *ฟรึด ฟรืด* พู่กันพลิ้วไหวอยู่ในมือของเปตรอฟ จิตรกรแสงธารา ...