เล่ม 56 บทที่
1
: ตามพระประสงค์ของจักรพรรดิ แปลโดย
นักอ่านใต้ดิน
และ
แอดชิน
เพจ
เราอ่านนิยายแปล
บรรยากาศภายในการประชุมบริหารของอาณาจักรอาเพนเต็มไปด้วยความตึงเครียด
เหล่าเจ้าเมืองต่างนิ่งเงียบ
พลางเงี่ยหูฟังการปราศรัยและถ้อยคำวิพากษ์วิจารณ์ที่แฮโรลด์สาดใส่
‘วีด’ อย่างเผ็ดร้อน
‘วีดมีทั้งชื่อเสียงและความเลื่อมใสจากมหาชนหนุนหลัง
เราคงจะใช้กำลังหักหาญเหมือนตอนกิลด์เฮอร์มีสไม่ได้’
‘คำพูดของแฮโรลด์ฟังดูเหมือนจะมีหลักการ
แต่มันก็แค่เรื่องไร้สาระทั้งเพ
พวกเราเพิ่งจะได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองหลังจากที่เคเบิร์นเริ่มเคลื่อนไหว
ไอ้โง่ที่ไม่รู้เหนือรู้ใต้เกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันอย่างมันมาเป็นเจ้าเมืองได้ยังไงกัน? แต่อย่างว่าแหละ...
ประเด็นที่ว่าพวกเรากำลังลำบากเพราะฝูงมอนสเตอร์มันก็เป็นเรื่องจริงที่หยิบยกมาอ้างได้
ทีนี้ต้องดูว่าวีดถูกโจมตีซึ่งหน้าขนาดนี้
เขาจะตอบโต้อย่างไร’
‘สำหรับวีดแล้ว
ไม่ว่าเขาจะแก้ปัญหานี้ท่าไหน
เขาก็มีแต่เสียกับเสีย
งานนี้เขาโดนหนักแน่’
การประชุมครั้งนี้ถูกถ่ายทอดสดไปทั่วทวีป
สถานการณ์ในจอเผยให้เห็นวีดที่ตกเป็นฝ่ายตั้งรับอยู่เพียงลำพัง
หากเขาระเบิดอารมณ์ออกมา
คะแนนนิยมที่สั่งสมมานานย่อมพังทลาย
แต่หากเขายอมถอยและนิ่งเฉย
เขาก็จะถูกตราหน้าว่าอ่อนแอและถูกดูแคลน
การหวังความเมตตาหรือการหว่านล้อมเจ้าเมืองเหล่านี้ไม่ใช่ทางออกแต่แรก
เพราะแฮโรลด์ตั้งใจจะกัดไม่ปล่อยและขยี้ความผิดพลาดของวีดให้จมดิน
‘การปั่นหัวด้วยคำวิจารณ์อย่างต่อเนื่องน่ะ
สามารถส่งคนบริสุทธิ์เข้าคุกได้เลยนะโว้ย
นี่แหละคือสิ่งที่เรียกว่าการเมืองล่ะ
ไอ้หนู’
ในฐานะหลานชายตระกูลมหาเศรษฐี
แฮโรลด์หลงใหลในการใช้โวหารอันเฉลียวฉลาดมาตั้งแต่โลกการเงิน
เขาชื่นชอบการเป็นผู้นำทางความคิดและมีความทะเยอทะยานที่จะควบคุมบรรยากาศของการประชุมครั้งนี้
เพื่อประกาศชื่อเสียงของตนให้ขจรขจายไปทั่วทวีปเวอร์เซลล์
ทางด้านวีด เขายังคงนิ่งเงียบและจ้องมองไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอยอยู่พักใหญ่
เหล่าเจ้าเมืองหน้าใหม่ที่คอยสังเกตอาการของเขาอยู่ต่างเริ่มรู้สึกผิดหวัง
แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง
‘เขากำลังสับสนจนคิดหาทางตอบโต้ไม่ถูกงั้นเหรอ?’
‘จริงๆ
เขาควรจะโกรธจัดจนฟาดงวงฟาดงาไปแล้วสิ’
‘หึ...
ก็แค่พวกมือใหม่หัดเล่นการเมือง
อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด’
หน้าอกของ ‘โรม’
สั่นสะท้านด้วยความกังวลขณะเฝ้าดูสถานการณ์ในพระราชวังโลกา
เขาเห็นวีดที่ยังคงสงบนิ่งเผชิญหน้ากับกลุ่มเจ้าเมืองฝ่ายตรงข้าม
“ท่านวีดควรใส่ใจกับการสร้างความมั่นคงและสวัสดิภาพของประชาชนให้มากกว่านี้!”
“ท่านใช้เวลาเสวยสุขอยู่ทางเหนือมากเกินไปหรือเปล่า? ท่านไม่รู้หรือว่าตอนนี้มอนสเตอร์กำลังระบาดหนักในทวีปกลางจนชาวบ้านเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า?”
“แล้วเรื่องรังของเคเบิร์นล่ะ...
สมบัติมหาศาลที่ท่านขโมยออกมาน่ะ
แบ่งมาให้พวกเราบ้างเป็นไง? อย่างน้อยก็เพื่อเป็นค่าชดเชยความเสียหายขั้นต่ำให้แก่เมืองของพวกเรา!”
เมื่อเห็นวีดยังคงยืนนิ่ง
เจ้าเมืองหน้าใหม่หลายคนก็เริ่มใจกล้า
ก้าวเท้าออกมาสนับสนุนแฮโรลด์กันอย่างคึกคัก
ภาพของคนกลุ่มนี้ที่กำลังปั่นหัวบรรยากาศในที่ประชุมตามอำเภอใจ
ดูเป็นลางร้ายและน่าอึดอัดจนเกินบรรยาย
‘ไอ้พวกบ้าเอ๊ย...
พวกแกไม่มีสมองกันเลยหรือไงถึงกล้าไปกระตุกหนวดชายคนนั้น? พวกแกไปสู้กับกิลด์เฮอร์มีสด้วยมือเปล่ายังจะมีโอกาสรอดมากกว่าเลย
ไม่สิ...
ต่อให้พวกแกไปยืนด่าเคเบิร์นว่าเป็นแค่กิ้งก่ากากๆ
มังกรมันยังฆ่าพวกแกแค่ครั้งเดียวก็จบ’
ในสายตาของโรม แม้ตอนนี้ฝ่ายของพวกเขาจะอ่อนแอลงจนสั่งลอบสังหารไม่ได้
แต่เขารู้ดีว่าวีดคือผู้ปกครองที่ทรงอำนาจที่สุดในอาณาจักรอาเพนอย่างแท้จริง
ภาพลักษณ์ภายนอกอาจดูเหมือนนักผจญภัยผู้เที่ยงธรรมและมีเมตตา
แต่ตัวตนที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกนั้นคือวายร้ายผู้เลือดเย็นที่มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวและโหดเหี้ยมอย่างไร้ขีดจำกัด
โรมสบตากับ ‘คาร์ลิส’
ที่ยืนอ้าปากค้างเฝ้าดูอยู่
ทั้งสองสื่อสารกันผ่านสายตาได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
‘พวกนั้นเสียสติไปหมดแล้ว’
‘ฉันรู้...
อยู่เฉยๆ
กันเถอะ
อย่าไปข้องแวะกับบรรยากาศน้ำเน่านี่เลย’
‘เวลาแบบนี้ต้องกบดานให้เงียบที่สุด’
‘อืม
นั่นแหละทางรอดเดียวของเรา
สถานการณ์ตอนนี้มันอันตรายกว่าที่พวกนั้นคิดเยอะ’
พวกเขาไม่เคยมีความคิดแม้แต่น้อยที่จะสนับสนุนเจ้าเมืองมือใหม่ผู้โง่เขลาเหล่านี้
ซึ่งแม้แต่การประเมินสถานการณ์เบื้องต้นยังทำไม่เป็น
‘แต่ถึงอย่างนั้น
ถ้าวีดระเบิดอารมณ์ออกมาในงานที่เป็นทางการแบบนี้ล่ะ? จริงๆ
มันก็ดีต่อฉันนะเพราะจะได้ขยายอิทธิพลแทนที่เขา...
แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกเสียวสันหลังวูบขนาดนี้วะ?’
เหล่าผู้นำกิลด์คนอื่นๆ
ที่รู้สึกแบบเดียวกับโรมต่างพากันกระซิบกระซาบอย่างระมัดระวัง
– กุนเธอร์:
เรื่องนี้ท่าจะจบไม่สวยแน่
– มิเชล:
ไอ้พวกโง่นี่ไม่เข้าใจวีดเลย
ชายคนนั้นไม่เคยกลัวกระแสสังคม
ชายคนนั้นปั่นหัวคนได้แนบเนียนเหมือนหายใจ
– เชอร์วูด:
เห็นด้วย
พวกเขาไม่รู้ซึ้งถึงนิสัยและความสามารถของวีดเลย
บางทีอาจจะหลงเชื่อไปแล้วว่าที่วีดได้เป็นผู้ปกครองทวีปเพราะโชคช่วยล้วนๆ...
ก็พวกไอ้โง่ประเภทที่ไม่รู้อะไรเลยแต่อยากเด่นนั่นแหละ
– โรม:
*เขาเป็นคนเด็ดขาดและดุร้าย ชายคนนั้นดูเหมือนคนที่ยอมโดนตบหน้าแล้วเดินจากไปเฉยๆ
งั้นเหรอ? ยิ่งไปกว่านั้น
โลกของรอยัลโร้ด มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำลายทางการเมืองเหมือนในโลกความจริงนะโว้ย
ในโลกจริง นักการเมืองอาจจะพ่นสัญญาขายฝันอะไรก็ได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบ
แต่ในรอยัลโร้ด ทุกการกระทำมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ
– โรม:
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
พวกเราต้องอยู่ข้างวีดเท่านั้น
– คาร์ลิส:
แน่นอน
ฉันอุตส่าห์ดิ้นรนแทบตายกว่าจะกู้ชื่อเสียงกลับมาได้
วีดไม่ใช่คนที่จะทนให้ไอ้พวกปิรันย่าฟันหลอพวกนี้รุมกัดได้นานหรอก
– มิเชล:
พวกนั้นกำลังรนหาที่ตายชัดๆ
ที่ไปข่มขู่สัตว์ร้ายในวัยฉกรรจ์แบบนั้น
– เชอร์วูด:
เจ้าเมืองแห่งปราสาทซิสลีย์กำลังขุดหลุมฝังศพตัวเองแท้ๆ
เหล่าผู้นำกิลด์ยักษ์ใหญ่ต่างเชื่อสุดใจว่าวีดสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อบรรลุเป้าหมาย
หัวใจของพวกเขาเต้นรัวขณะเฝ้าดูสถานการณ์
พลางภาวนาในใจว่าอย่าให้ตัวเองต้องโดนลูกหลงไปด้วยเลย
“พวกเรามีกำลังทหารไม่พอจะป้องกันมอนสเตอร์!
ส่งกำลังเสริมมาให้เรา
หรือไม่ก็เอาสมบัติที่ท่านได้มาจากรังมังกรนั่นมาแบ่งให้พวกเราซะ!”
“เคเบิร์นกำลังทำให้คนทั้งโลกตกอยู่ในอันตราย
มันไม่ยุติธรรมเลยที่คนคนเดียวจะฮุบสมบัติทั้งหมดไว้เพียงลำพัง
ท่านไม่คิดหรือว่าพวกเราทุกคนควรจะมีส่วนแบ่งในนั้นด้วย?”
“ท่านขูดรีดภาษีจากพวกเรา
ทั้งที่ท่านยังปกป้องเจ้าเมืองอย่างพวกเราไม่ได้เลย!
ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป
เราต้องได้รับอะไรบางอย่างเป็นการตอบแทน!”
เจ้าเมืองหน้าใหม่เหล่านี้เริ่มล้ำเส้นก้าวข้ามขอบเขตไปไกลเกินกู้คืน
แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขาลืมไปคือ...
สิ่งที่วีดเกลียดชังมากที่สุดในชีวิต
คือพวกที่ชอบ
‘ชุบมือเปิบ’!
และวีดเองก็รู้อยู่แล้วว่าวันแบบนี้จะต้องมาถึง
‘โลกใบนี้มันโหดร้ายเกินไปสำหรับคนที่อยากใช้ชีวิตอย่างใจดี...
ฉันรับเงินแลกกับตำแหน่งเจ้าเมือง
และนั่นคือสาเหตุที่ไอ้พวกนี้มาเห่าหอนอยู่ตรงหน้าฉันในตอนนี้’
ในนามของ ‘ค่าธรรมเนียมปฏิบัติหน้าที่’
เขาได้ขายตำแหน่งเจ้าเมืองออกไป
มันเลี่ยงไม่ได้ที่สุนัขป่าเนรคุณเหล่านี้
เมื่อได้รับเศษเนื้อแห่งความปรารถนาดีไปแล้ว
จะหันมาแว้งกัดเจ้าของเพื่อขอเพิ่ม
‘การแต่งตั้งเจ้าเมืองย่อมมีข้อเสียไม่ว่าฉันจะเลือกทางไหน
แต่ในเมื่อพวกมันกล้าพุ่งเป้ามาที่ฉันตรงๆ
ฉันก็จะให้เกียรติด้วยการเหยียบพวกมันให้จมดินเอง’
เมื่อพิจารณาจากระดับเลเวล
เจ้าเมืองหน้าใหม่เหล่านี้ก็แค่พวกสมัครเล่นที่ไร้อิทธิพลต่อมวลชน
พวกเขาได้รับตำแหน่งมาจากมือของวีดเอง
ดังนั้นในสายตาของเขา
คนเหล่านี้จึงไม่ได้สลักสำคัญอะไรเลย
วีดรับฟังคำร้องเรียนเหล่านั้นอย่างสงบนิ่ง
ก่อนจะค่อยๆ
แสยะยิ้มออกมา
“หึ...
หึ...
หึ...
หึ...”
เสียงหัวเราะของเขาฟังดูเย็นเยียบและคุกคามอย่างบอกไม่ถูก
ในขณะที่มือก็หยิบมีดแกะสลักและบล็อกไม้ออกมาวาง
*ฉับ...
ฉับ...*
รูปสลักไม้เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วภายใต้คมมีด
มันมีเค้าโครงละม้ายคล้ายแฮโรลด์อย่างน่าอัศจรรย์
การเคลื่อนไหวของมือที่รวดเร็วและแม่นยำนั้นดึงดูดสายตาของเจ้าเมืองทุกคนในห้อง
“ว้าว...
นั่นมัน...”
“เหมือนกับที่เห็นในคลิปเปี๊ยบเลย
พอมาดูด้วยตาตัวเองแล้วมันเร็วทึ่งจริงๆ”
นี่คือทักษะที่เขาฝึกฝนมานับครั้งไม่ถ้วนในฐานะประติมากร
การสร้างรูปจำลองของแฮโรลด์จึงเป็นเรื่องง่ายดายราวกับปอกกล้วย
วีดค่อยๆ กวาดสายตามองไปรอบห้อง
สบตากับเหล่าเจ้าเมืองทีละคน
เขาจงใจมองหาคนที่มีความกล้าพอจะจ้องหน้าเขาตรงๆ
‘ดูจากสีหน้าแล้ว
ฉันพอบอกได้เลยว่ามีไอ้พวกตะกละอยู่ไม่กี่คน...
ไอ้พวกที่ไม่ยอมหยุดแค่ชุบมือเปิบ
แต่คิดจะล้วงกระเป๋าเงินของฉันด้วย...’
น้ำเสียงของวีดดังขึ้นอย่างนุ่มนวล
แต่กลับกังวานไปทั่วห้องประชุม
“ผมตระหนักดีว่ามีความเหลื่อมล้ำบางอย่างเกิดขึ้นในอาณาจักรอาเพน
ผมกำลังพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อป้องกันเคเบิร์นและฝูงมอนสเตอร์
แต่ทางออกมันยังอยู่อีกไกล...
ผมเข้าใจดีว่าพวกคุณทุกคนคงผิดหวัง”
แฮโรลด์ยิ่งได้ใจและดูถูกวีดมากขึ้นไปอีกเมื่อเห็นว่าวีดกำลังทำท่าเหมือนจะขอโทษ
‘ไอ้หมอนี่มันโง่บรมขนาดนี้เลยเหรอวะ? ในสนามการเมือง
แกจะแสดงความอ่อนแอหรือยอมรับความผิดพลาดไม่ได้...
ฉันรู้อยู่แล้วว่ามันก็แค่ไอ้บ้านนอกไร้ประสบการณ์
แต่ไม่คิดเลยว่าพอกดดันนิดหน่อยจะจนมุมง่ายขนาดนี้’
ยิ่งไปกว่านั้น เขาหลงคิดไปเองว่าวีดกำลังแกะสลักรูปปั้นให้เขาเพื่อเป็นการไถ่โทษ
‘กึ...
ฮ่าฮ่า
ไอ้เด็กนี่มันก็แค่หมากบนกระดานของฉันเท่านั้นแหละ’
ต่อให้เป็นสัตว์ร้ายที่ดุร่ายแค่ไหน
ก็เป็นได้เพียงสัตว์เลี้ยงในบ้านถ้ามันไม่รู้จักใช้กรงเล็บและเขี้ยวของมัน
แฮโรลด์เริ่มวางแผนที่จะเปลี่ยนวิธีการเข้าหาเสียใหม่
‘จริงๆ
แล้ว
บางทีฉันควรจะนุ่มนวลกว่านี้หน่อย
ถ้าฉันแสร้งทำเป็นยืนข้างเขาและสนับสนุนอาณาจักร...
บางทีนั่นอาจจะส่งให้ฉันได้ตำแหน่งอุปราชหรือรองจากบัลลังก์
ฉันจะได้กอบโกยผลประโยชน์ได้มากขึ้นในอนาคต’
ในขณะที่แฮโรลด์กำลังเพลิดเพลินกับการคำนวณผลประโยชน์ในหัว
วีดก็ยื่นมือที่ถือรูปสลักไม้ออกมาข้างหน้า
“แต่ว่า...
ท่านเจ้าเมืองแฮโรลด์”
“ครับ?” แฮโรลด์ขานรับอย่างลำพองใจ
“ลองย้อนมองดูตัวท่านเองเถอะ...
ตลอดเวลาที่ผ่านมา
ท่านได้ทำอะไรไปมากแค่ไหนในฐานะเจ้าเมือง?”
“ท่านหมายความว่ายังไง?!” แฮโรลด์ขมวดคิ้วและตอบโต้กลับทันควัน
ทันใดนั้น วีดก็หยิบมีดแกะสลักขึ้นมาแล้วฟันฉับลงไปบนรูปสลักไม้ที่เป็นตัวแทนของแฮโรลด์!
*ฉับ!*
รูปสลักที่บรรจงแกะอย่างละเอียดแยกออกเป็นสองซีกในพริบตา
บรรยากาศในห้องประชุมพลันเย็นเยียบถึงขั้วหัวใจ
มันเป็นการลงมือที่รวดเร็วและเด็ดขาดอย่างไร้ที่ติ
โดยไม่มีวี่แววของความลังเลแม้แต่น้อย
วิธีที่เขาฟาดฟันคมมีดนั้นเต็มไปด้วยความรุนแรงและเปี่ยมด้วยอำนาจที่ไม่อาจขัดขืน
วีดลุกขึ้นยืนจากที่นั่ง
จ้องมองไปยังเจ้าเมืองทีละคนด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ตอนนี้เหล่าเจ้าเมืองต่างพากันสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
“มันไม่ง่ายเลยที่จะปกครองอาณาจักรอาเพน
โดยเฉพาะในยามที่สงครามเพิ่งสิ้นสุด
ดินแดนขยายออกไปกว้างไกล
พร้อมกับภัยคุกคามจากมังกรที่จ่อคอหอย
วิกฤตนี้ยังคงดำเนินอยู่
และผมก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องฟุ่มเฟือยด้วยการเลี้ยงดูเจ้าเมืองที่วันๆ
ไม่ทำอะไรดีไปกว่าการนั่งโทษคนอื่น!”
“โทษงั้นเหรอ?! สิ่งที่ผมทำก็แค่การวิพากษ์วิจารณ์คุณตามสิทธิที่เจ้าเมืองพึงมีเท่านั้น!”
แฮโรลด์พยายามแสดงท่าทีว่าตนเองเป็นเหยื่อเพื่อดึงกระแสสังคมกลับมา
แต่วีดยังคงเอ่ยต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
“วิพากษ์วิจารณ์อย่างถูกต้องงั้นเหรอ? พวกคุณทุกคนในห้องนี้ต่างรู้ดีแก่ใจว่าผมลงแรงทำอะไรมาบ้างจนถึงจุดนี้
ทุกๆ
วันผมเดินทางไปทั่วทวีปเพื่อกำจัดมอนสเตอร์
และทุ่มเททำเควสเพื่อหยุดยั้งเคเบิร์น!”
แน่นอนว่าเขาก็ ‘ปล้น’
มาไม่น้อย
แต่วีดมองว่านั่นเป็นเรื่องปกติธรรมดาของการล่าเพื่อบดขยี้มอนสเตอร์ที่ทวีจำนวนขึ้น
‘ถึงฉันจะทำทั้งหมดนั่นเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองก็เถอะ...
แต่มันก็ไม่ใช่ว่าฉันไม่ได้ใช้ความพยายามในการปกป้องทวีปนี้เสียหน่อย’
วีดเม้มริมฝีปากที่เปียกชื้น
ก่อนจะประกาศกร้าว
“พวกท่านเลือกที่จะเพิกเฉยต่อเควสและการล่าที่ผมตรากตรำทำมาจนถึงตอนนี้
พวกคุณเพิกเฉยต่อผู้คนมากมายจากดินแดนอันหนาวเหน็บทางเหนือที่ร่วมแรงร่วมใจและซาบซึ้งในน้ำใจของผม
พวกเราสร้างอาณาจักรอาเพนขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อยจากศูนย์ด้วยมือของพวกเราเอง!
เหตุผลที่ผมพิชิตทวีปกลางและแต่งตั้งเจ้าเมือง
ก็เพราะมันเป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อทำให้อาณาจักรอาเพนเป็นสถานที่ที่ดีขึ้น
ผมขายตำแหน่งเจ้าเมืองเพื่อแลกกับเงิน
ผมเข้าใจดีว่ามีพวกคุณหลายคนที่ตั้งคำถามว่านั่นเป็นวิธีที่ควรทำหรือไม่...”
“...”
เหล่าเจ้าเมืองต่างนิ่งกริบเหมือนเด็กที่ถูกอุดปาก
จริงอยู่ที่อาณาจักรอาเพนเป็นฝ่ายเสนอตำแหน่งเหล่านี้เพื่อแลกกับเงิน
แต่คนที่ยอมควักกระเป๋าซื้อไปเองก็ย่อมตกเป็นเป้าสายตาของสาธารณชนเช่นกัน
วีดมีผลงานและเกียรติยศมากมายหนุนหลังเขาอยู่
แต่เหล่าเจ้าเมืองกลับมีเหตุผลที่อ่อนแอและฟังไม่ขึ้น
“พวกคุณคิดจริงๆ
หรือว่าผมขายตำแหน่งเหล่านั้นให้พวกคุณเพราะผมถังแตกน่ะ? นั่นไม่ใช่ประเด็นเลย!
อะแฮ่ม...
มีเมืองที่ถูกทิ้งร้างมากมายในอาณาจักรอาเพนที่กำลังถูกมอนสเตอร์บุกรุก
มีความยากลำบากนับประการในการปกครองทวีปอันกว้างใหญ่
ดังนั้นผมจึงเก็บเงินจากพวกคุณทุกคน
และเงินทุกเหรียญเหล่านั้นก็ได้ถูกนำกลับไปลงทุนเพื่ออาณาจักรทั้งหมด!
ทีนี้ผมขอถามพวกท่านเจ้าเมืองทุกคน...
ในเมื่อผมทุ่มเทขนาดนี้
ทำไมผมถึงต้องมานั่งอยู่ท่ามกลางพายุแห่งการวิพากษ์วิจารณ์ไร้สาระนี่ด้วย? มีใครในที่นี้ที่มีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์ผมจริงๆ
บ้าง?!”
“...”
**(โปรดติดตามตอนต่อไป...)**
เล่ม 56 บทที่
1
: ตามพระประสงค์ของจักรพรรดิ แปลโดย
นักอ่านใต้ดิน
และ
แอดชิน
เพจ
เราอ่านนิยายแปล
ห้องนั้นเงียบสงัด
เหล่าลอร์ดตระหนักได้ว่าพวกเขากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่
สิ่งเดียวที่พวกเขาภาคภูมิใจได้ก็คือฐานะของตนเอง
อำนาจที่แท้จริง พลัง
ชื่อเสียง
อุดมการณ์
และสิทธิในการปกครอง
ล้วนอยู่ในมือของวีดแล้ว
บางคนมีอาวุธมากมายแต่กลับใช้มันอย่างไม่มีประสิทธิภาพ
แต่วีดไม่ใช่คนแบบนั้นเลย
เขาสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทันที
ด้วยพลังอันน่าเกรงขามที่สามารถเหยียบย่ำผู้ใดก็ตามที่ท้าทายมันได้อย่างไม่ปราณี
ริมฝีปากที่เปียกชุ่มของวีดเปล่งประกายระยิบระยับ
“ดังที่พวกคุณทราบกันดีอยู่แล้ว
ผมได้ใช้ทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่สะสมมาตั้งแต่สมัยที่ปกครองโมราตาไปจนหมดสิ้น
ผมไม่เคยเก็บออมเงินแม้แต่สตางค์เดียวในขณะที่ปกครองอาณาจักรอาร์เพ่น”
เขาสะอึกสะอื้นด้วยความเศร้าเมื่อพูดถึงเรื่องที่ไม่เก็บอะไรไว้สำหรับตัวเองเลย
วีดครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
'ฉันไม่เคยทำอะไรที่ไม่เหมาะสมมาก่อนเลย
แล้วทำไมฉันถึงต้องมาอยู่ในสถานะที่น่าสมเพชแบบนี้?'
หากเขาประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่
เขาคงจะแสดงท่าทีที่ยอมอ่อนข้อมากกว่านี้
แต่สถานการณ์นั้นแตกต่างออกไป
“ทุกคนที่นี่มีหน้าที่อันสูงส่งที่จะทำให้ทวีปเวอร์เซลล์เป็นสถานที่ที่มีความสุขยิ่งขึ้น
ผู้เล่นหลายล้านคนกำลังเฝ้าดูคำพูดและการกระทำของเรา
แต่เมื่อเทียบกับตัวผมแล้ว
คุณฮาโรลด์ทำอะไรให้เวอร์เซลล์บ้าง? แล้วคุณทำอะไรไปบ้างหลังจากที่คุณซื้อที่นั่งของคุณมาได้?”
ไม่ว่าความผิดพลาดหรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนั้นจะร้ายแรงแค่ไหน
ชายคนนั้นดูเหมือนจะไม่ละอายใจเลยที่จะชี้ไปที่ความผิดพลาดของฝ่ายตรงข้าม!
มันอาจได้ผลในโลกแห่งความเป็นจริงบ้าง
แต่ไม่ใช่เป็นวิธีที่จะใช้ได้ผลกับคนที่ทั้งมีชื่อเสียงและอำนาจ
“…”
“อย่ามัวแต่ยืนอยู่เฉยๆ
พูดให้ละเอียดกว่านี้สิ
เรามาเปรียบเทียบสิ่งที่เราทำไปทีละอย่าง
เพื่อดูว่าใครทำได้ดีกว่ากัน
การประชุมครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เหล่าลอร์ดเท่านั้น
แต่ยังมีผู้ชมอีกหลายล้านคน
พวกเขาจะไม่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับผมบ้างหรือ?”
“ผม ผม…”
แฮโรลด์พูดไม่ออก
หลังจากที่เขากลายเป็นลอร์ดแล้ว
ก็เป็นความจริงที่ว่าสิ่งที่เขาทำมีแต่โอ้อวดและทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างไม่เต็มที่
เขาได้สั่งให้เสริมความแข็งแกร่งให้กับกำแพงปราสาท
แต่ใช้เงินเพียงเศษเสี้ยวของรายได้ของเมืองเท่านั้น
ถ้าหากเป็นวีดที่อยู่อีกด้านหนึ่งของมาตราส่วน
ความแตกต่างก็จะชัดเจนราวกับฟ้ากับดิน
วีดพูดด้วยความมั่นใจ
“ผมขอเสนอต่อทุกท่านที่อยู่ที่นี่
รวมทั้งท่านฮาโรลด์แห่งปราสาทซิสลีย์ด้วย
หากท่านไม่พอใจตำแหน่งนี้
ท่านสามารถปฏิเสธได้
ผมจะคืนเงินค่าธรรมเนียมที่ท่านได้จ่ายไปแล้ว”
มูลค่าของตำแหน่งลอร์ดเพิ่มสูงขึ้นหลังจากการประมูลสิ้นสุดลง
ตำแหน่งลอร์ดแห่งอาร์เพนเป็นตำแหน่งที่หาได้ยากยิ่ง
“…”
ใบหน้าของแฮโรลด์แดงก่ำด้วยความอับอาย
ในขณะนั้น เขาไม่สามารถตอบโต้ได้เลย
เขาพยายามเล่นการเมืองอย่างลับๆ
แต่วีดพลิกสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและบีบให้เขาจนมุม
แผนการของแฮโรลด์พ่ายแพ้และเขาพ่ายแพ้ทางด้านวาจา
ถ้าเขายังต่อต้านเขาต่อไปอีก
เขาจะถูกปลดจากตำแหน่งและถูกไล่ออก
'สละตำแหน่งโดยสมัครใจงั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้นฉันก็กลับไปเป็นลอร์ดไม่ได้อีกแล้ว…
ฉันถูกบีบให้จนมุมแบบนี้
มีใครช่วยฉันได้บ้างไหม?'
แฮโรลด์มองไปรอบๆ แต่เหล่าขุนนางใหม่ที่เคยบ่นพึมพำกันนั้น
ตอนนี้กลับนั่งหันหน้าไปทางอื่นแล้ว
'เขาชักดาบเร็วเกินไป
เขาควรจะรู้ดีกว่านี้ว่ากำลังเผชิญหน้ากับใคร'
'วีดไม่ได้ทำผิดพลาดร้ายแรงนั้น
ดังนั้นการที่เขากัดฟันแบบนั้นจึงเป็นความผิดพลาด'
'การพูดจาตรงไปตรงมาแบบนั้นมันโง่สิ้นดี
เมื่อพิจารณาถึงความนิยมแล้ว
คนทั่วไปน่าจะสนใจวีดมากกว่า
ไม่ใช่คนรวยอย่างพวกเราหรอก'
'การสันนิษฐานว่าเขาจะยอมถอยเพราะการถ่ายทอดสดนั้นผิดพลาด
วีดเป็นคนที่สามารถรวบรวมคนมาอยู่ข้างเขาและนำพวกเราไปสู่แท่นประหารได้ทุกเมื่อที่เขาต้องการ'
เหล่าลอร์ดตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
และพวกเขาก็ได้เรียนรู้ถึงจุดอ่อนของตนเองด้วย
การจ่ายเงินไม่ได้ทำให้พวกเขามีอำนาจ
เท่าที่ทราบ
พวกเขาได้รับความเคารพในฐานะเจ้าเมืองเฉพาะในเมืองของตนเองเท่านั้น
หากพวกเขาต่อต้านวีด
พวกเขาก็อาจถูกโค่นล้มได้ทุกเมื่อ
ฮาโรลด์เองก็ตระหนักถึงข้อเสียเปรียบนี้และยอมถอยไปก่อนในตอนนี้
“ไม่เลย ดูเหมือนว่าผมจะเป็นฝ่ายผิดมาตลอด
ผมตระหนักถึงความผิดพลาดของตัวเองแล้ว
ผมจะทบทวนตัวเองและทำให้ปราสาทซิสลีย์เป็นสถานที่ที่ดีขึ้น”
การถอยทัพในเวลานี้อย่างน้อยก็ช่วยรักษาศักดิ์ศรีและผลประโยชน์ของเขาไว้ได้บ้าง
ในใจเขาเต็มไปด้วยความคิดเรื่องการแก้แค้นในอนาคต
แต่ในขณะนี้เขาเลือกที่จะวางแผนอย่างรอบคอบ
“ขอให้เราดำเนินการประชุมต่อไป”
หัวข้อที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือ
ได้แก่
การกำจัดมอนสเตอร์และการก่อสร้างถนนเพื่อเชื่อมต่อทวีปทางเหนือและทวีปกลาง
วีดเริ่มต้นด้วยท่าทีที่เด็ดเดี่ยว
และเหล่าลอร์ดผู้มีอำนาจและมีที่ดินมากมายก็ปฏิบัติตามความประสงค์ของเขา
ส่งผลให้การประชุมดำเนินไปอย่างราบรื่น
ร่างกฎหมายสำคัญสำหรับการเติบโตของอาณาจักรอาร์เพนได้รับการอนุมัติ
และการประชุมก็ใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว
วีดหันไปมองแฮโรลด์แล้วพูดว่า...
“หลังจากฟังคุณฮาโรลด์พูดจบ
ผมก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
ผมจะจัดตั้งทีมตรวจสอบเพื่อดูแลการบริหารงานในหลายเมือง
รวมถึงเมืองปลาสาทซิสลีย์ด้วย”
"อะไรนะ?"
“ผมทราบว่าหลายเมืองไม่ได้รับการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม
นั่นคือเหตุผลที่ผมต้องการประเมินข้อกังวลของเมืองเหล่านั้นและเสนอความช่วยเหลือ”
มันถูกอำพรางมาในรูปแบบของการช่วยเหลือ
แต่แท้จริงแล้วคือการแทรกแซงอย่างโจ่งแจ้ง!
“คุณวางแผนจะทำอะไรกับเมืองของผมกันแน่?!”
แฮโรลด์แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง
วีดหยิบดาบโลอาของเขาออกมาแล้ววางไว้บนโต๊ะ
“ถ้าคุณไม่ชอบแบบนั้น
ก็ลาออกจากตำแหน่งลอร์ดไปซะ”
“…”
“นี่เป็นการช่วยเหลือพวกลอร์ดที่ยังไม่มีความรู้ความสามารถในการปกครองเมือง
ลอร์ดที่ดีจะไม่มีปัญหาใดๆ
นี่ไม่ใช่ช่วงเวลาแห่งสันติสุข
แต่ทั้งทวีปกำลังตกอยู่ในอันตรายเพราะเคย์เบิร์น
ดังนั้นเราทุกคนต้องร่วมมือกัน”
เห็นได้ชัดว่าเป็นเรื่องแค้นเคือง
แฮโรลด์คิดจะสละตำแหน่ง
แต่ตำแหน่งนั้นหอมหวานเกินไป
อำนาจเป็นสิ่งที่ไม่อาจละทิ้งได้เมื่อได้ลิ้มลองแล้ว
และเขาก็โอ้อวดเรื่องการเป็นลอร์ดมามากแล้ว
การขอคืนค่าธรรมเนียมจึงไม่ใช่เรื่องที่เขากังวลแม้แต่น้อย
วีดเหลือบมองลอร์ดแต่ละคนแล้วพูดขึ้น
“พวกคุณทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบในการทำให้ทวีปเวอร์เซลล์เป็นสถานที่ที่ดีขึ้น
พวกคุณทุกคนได้ให้คำมั่นสัญญานี้เมื่อลงนามในฐานะลอร์ด
โปรดทุ่มเทความพยายามอย่างเต็มที่
หากทำไม่ได้
ก็จงลาออกไปซะ”
ไม่มีลอร์ดคนใดแสดงเจตจำนงที่จะสละตำแหน่งของตนเมื่อการประชุมสิ้นสุดลง
***
บรรดาผู้นำของกิลด์ใหญ่ๆต่างพยักหน้า
ราวกับว่าพวกเขาคาดการณ์ไว้แล้ว
“เขาเล่นเข้าให้แล้ว
เขาได้รับสิ่งที่สมควรได้รับแล้ว
ที่กล้าต่อต้านแบบนั้น”
“เขาประเมินวีดต่ำไป”
“วีดเปลี่ยนคำบ่นของแฮโรลด์ให้กลายเป็นเรื่องเล็กน้อยในการกล่าวโทษผู้อื่น
และเขาก็สร้างความน่าเชื่อถือให้ตัวเองด้วยความสำเร็จทั้งหมดของเขา
และยกย่องสถานะของเขา
ทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน”
“เขาไม่ใช่คนที่คุณจะไปต่อต้านได้โดยปราศจากอำนาจและอิทธิพล”
โรม, คาร์ลิส, มิเชล, กุนเตอร์
และเชอร์วูด
พวกเขาคิดว่าลอร์ดเหล่านี้คงไม่สามารถข้ามแม่น้ำวีดได้ในระยะเวลานานมาก
เหตุการณ์นี้แสดงให้ทุกคนเห็นว่า
วีด
ไม่ใช่คนอ่อนแอที่จะยอมรับคำดูถูกโดยไม่ต่อต้าน
“นั่นแหละคือส่วนที่น่ากลัวที่สุด
การฆาตกรรมยังสร้างความบอบช้ำทางจิตใจน้อยกว่าเสียอีก”
“อย่าได้ประมาทเด็ดขาด
การแก้แค้นของคนเราสามารถรอได้เป็นสิบปี”
มิเชลหัวเราะตอบคาร์ลิส
“ใช่แล้ว จนกว่าจะถึงวันที่เราต้องมาแข่งขันกันเองนั่นแหละ”
กุนเทอร์วางมือลงบนดาบแล้วพูดว่า
“ผมตั้งตารออยู่ครับ”
ช่วงเวลาหนึ่งหลังจากที่เหล่าผู้นำกิลด์แยกย้ายกันไป
– มิเชล: ท่านวีด
คาร์ลิสและกุนเทอร์ดูน่าสงสัย
ตอนนี้พวกเขาดูเหมือนจะเชื่อฟังคำสั่งของท่าน
แต่ผมมั่นใจว่าพวกเขามีเจตนาแอบแฝง
ผมจะคอยจับตาดูพวกเขาและรายงานให้ท่านทราบหากพบคำพูดหรือพฤติกรรมแปลกๆ
– คาร์ลิส: โปรดอย่าไว้ใจลอร์ดคนอื่นเลย
มีเพียงพวกเราที่กิลด์ราชสีห์ทมิฬเท่านั้นที่ปรารถนาความเจริญรุ่งเรืองร่วมกับจักรวรรดิอาร์เพน
แต่ลอร์ดคนอื่น
ๆ
ไม่ได้คิดอย่างซื่อสัตย์เหมือนฉัน
– กุนเทอร์: คุณต้องจับตาดูลอร์ดพวกนี้ไว้ให้ดี
มีพวกทรยศชั่วร้ายปะปนอยู่ด้วย
อย่างไรก็ตาม
พวกเราที่กิลด์สิงโตสนับสนุนคุณวีดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
– เชอร์วูด: ผมประทับใจคุณวีดและกฎกติกาอันเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของท่านในงานนี้มาก
ผมรู้สึกละอายใจที่เห็นว่าคนอย่างแฮโรลด์ได้เป็นลอร์ด
ผมขออาสาจัดการเขาได้ไหมครับ
ผมจะจัดการเขาอย่างเงียบๆ
และลับๆ
ครับ
– โรม: ผมเข้าใจดีว่าคุณต้องเผชิญกับความยากลำบากมากมายเพียงใดในการปกครองจักรวรรดินี้
ทุกสิ่งทุกอย่างจะไม่เกิดขึ้นได้เลยหากปราศจากคุณ
เราได้บันทึกชื่อของทุกคนที่ร้องเรียนก่อนหน้านี้ไว้แล้ว
หากคุณส่งสัญญาณมาเพียงเล็กน้อย
ผมจะจัดการให้เรียบร้อย
พวกเขาแข่งขันกันพูดจาหว่านล้อมให้วีดเมื่ออยู่กันตามลำพัง
***
ในที่สุด บาร์ด
เรย์
ก็สามารถออกล่ากับพวกคนเถื่อนได้
เขาจัดการธุระเล็กๆ น้อยๆ
ทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์แบบ
และคนเถื่อนชื่อวาลส์ได้ชวนเขาไปล่า
“ในที่สุดพวกคุณก็ทำสำเร็จแล้ว
หน่วยล่าสัตว์ของวาลส์
พวกเขามีชื่อเสียงในหมู่ชาวบ้าน”
“ถ้าผมได้รับโอกาสในการต่อสู้…
ที่เหลือก็ง่ายแล้ว”
บาร์ด เรย์
มั่นใจในความสามารถในการต่อสู้ทุกรูปแบบ
พวกอนารยชนนั้นมีฝีมือพอสมควรสำหรับตัวละครที่ไม่ใช่ผู้เล่น
แต่พวกเขายังอ่อนแอเกินไปเมื่อเทียบกับตัวเขาเอง
'พวกเขาเป็นนักรบ
ดังนั้นฉันแค่ต้องแสดงให้พวกเขาเห็นถึงความแข็งแกร่งของฉัน'
บาร์ด เรย์คิดและเขาก็ต่อสู้อย่างกล้าหาญร่วมกับหน่วยล่าสัตว์ของวาลส์
เขาเร่งเร้าให้ล่ามอนสเตอร์อีกตัวและแสวงหาการต่อสู้อย่างกระตือรือร้น
แม้ว่าเขาจะพ่ายแพ้ต่อวีด
แต่เขาก็ยังคงมุ่งมั่นกับการต่อสู้ราวกับว่ากำลังพิสูจน์ชื่อของตนในฐานะเทพนักรบ
'สรุปแล้วเขาปล้นถ้ำมังกรสำเร็จสินะ? ทุกอย่างดูดีสำหรับเขาเลย'
เขาไม่ได้ดูวิดีโอถ่ายทอดสดของวีด
แต่ได้ยินเพียงเรื่องราวต่างๆ
เท่านั้น
เมื่อครั้งที่เขาเป็นผู้นำทัพในแนวหน้าของทวีป
เขาเคยรู้สึกไม่สบายใจกับผู้ที่ตามหลังเขามา
แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่ง
CTS Media และสถานีโทรทัศน์อื่นๆ
อีกหลายแห่งได้ติดต่อเขาอย่างลับๆ
แม้หลังจากที่เขาพ่ายแพ้ไปแล้ว
หลายคนก็ยังคงอยากรู้เรื่องราวของบาร์ด
เรย์
และกิจกรรมต่างๆ
ของเขา
'ช่วงนี้ผมจะไม่ปรากฏตัวทางโทรทัศน์...
จนกว่าผมจะเอาชนะวีดและปราบมังกรได้'
เขาละทิ้งชื่อเสียง แม้กระทั่งเกียรติยศ
สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะมีพลังมากขึ้น!
เขาคิดว่าแม้ว่าเขาจะต้องสู้กับวีดอีกครั้งในตอนนี้
เขาก็ยังมีโอกาสชนะหากเขาสามารถผนึกทักษะบางอย่างของวีดได้
แต่แค่นั้นยังไม่เพียงพอ
มันไม่ได้เกี่ยวกับการพิสูจน์ว่าใครแข็งแกร่งกว่ากันด้วยการดวลดาบ
นี่คือหนทางสู่การแสดงอำนาจเบ็ดเสร็จที่ทุกคนจะยอมรับ!
'วีดเปลี่ยนไปเป็นนักรบแล้ว
ดังนั้นการเปรียบเทียบจึงง่ายขึ้น
อำนาจ
ไม่สำคัญว่าใครจะปกครองทวีป
คุณเก็บมันไว้ได้
สิ่งสำคัญคือการแสดงให้เห็นว่าใครมีอำนาจมากกว่ากันในตอนนี้'
หน่วยล่าสัตว์ของวาลส์ออกลาดตระเวนจนดึกดื่น
พวกเขาเก็บรวบรวมสัตว์ประหลาดและเหยื่ออื่นๆ
ได้นับไม่ถ้วน
สะสมเนื้อและหนังไว้เป็นจำนวนมาก
วาลส์เดินเข้ามาพร้อมกับควายป่าบนไหล่ของเขา
“นี่คือส่วนของเจ้า”
“ข้าไม่ต้องการมัน”
“เจ้าจะไม่รับสิ่งนี้ไปเหรอ?”
“ใช่แล้ว แบ่งกันไปเลย”
“…ก็แล้วแต่นะ”
บาร์ด เรย์
ไม่สนใจที่จะหยิบสิ่งของใดๆ
เว้นแต่จะเป็นอุปกรณ์ที่ล้ำสมัยอย่างเห็นได้ชัด
เขาได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนและอุปกรณ์จำนวนมหาศาลจากกิลด์เฮอร์มีสแล้ว
ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจที่จะไปหาของเบ็ดเตล็ดอื่นๆ
เพิ่มเติม
วาลส์คงคิดในแง่ดีเกี่ยวกับบาร์ด
เรย์
ผู้ซึ่งต่อสู้ได้ดี
เพราะเขาเข้าไปทักทายบาร์ดเรย์อีกครั้งในงานเลี้ยงอาหารค่ำ
“การปรุงเนื้อให้สุกดีหลังจากล่าสัตว์มานั้นสำคัญกว่าสิ่งใดๆ
นี่คือเนื้อชิ้นอร่อย
เจ้าอยากเรียนรู้วิธีการปรุงเนื้อไหม?”
“ข้าไม่สนใจ”
“เจ้าไม่อยากให้ข้าสอนเหรอ?”
“ข้าสนใจเรียนรู้วิธีการใช้หอกและขวานอยู่บ้าง
ทักษะการป้องกันตัวก็ดีเช่นกัน
ข้าไม่อยากกังวลเรื่องอื่นใดนอกจากทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น”
“… เข้าใจแล้ว ตกลง”
(โปรดติดตามตอนต่อไป…)
จบเล่ม 56 บทที่
1
: ตามพระประสงค์ของจักรพรรดิ แปลโดย
นักอ่านใต้ดิน
และ
แอดชิน
เพจ
เราอ่านนิยายแปล
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น