เล่ม 32
ตอนที่ 9 : ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ แปลโดย Spicygorhot
“นี่มันแย่มาก”
วีดช่วยพันแผลให้ร็อดเดอลิก
“ไม่มีประโยชน์หรอก
เดี๋ยวร่างของข้าจะหายไปในไม่ช้า...”
“ไม่!!
พวกเราจะจะสู้ไปด้วยกัน”
“สหายข้า .. ข้าคือนักเวทย์ผู้โดดเดี่ยว ดั่งที่ข้าได้สูญสิ้นในคราก่อน”
ร็อดเดอลิกผู้เย่อหยิ่งไม่สามารถเก็บซ่อนความโศกเศร้าเอาไว้ได้
“มันยังไม่สายเกินไป
นี่คือโอกาสที่จะได้แก้ไขความผิดพลาดของท่าน”
“มอนทัสแข็งแกร่งกว่าข้า”
“ถ้าเราร่วมมือกัน ยังพอมีโอกาสอยู่”
“ฮึ เจ้าช่วยอะไรไม่ได้มากนักหรอก”
นักเวทย์นั้นมีบุคลิกที่แตกต่างออกไป
มากกว่ามิตรภาพความภักดีหรือการอุทิศตน พวกเขาตัดสินสถานการณ์ต่างๆด้วยความใจเย็น
มันเป็นผลดีอย่างมากในศึกที่มีโอกาสชนะแต่ช่างไร้ค่าในศึกที่เป็นรอง
“ท่านสามารถคงอยู่ในโลกนี้ได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง
ถ้าอย่างนั้น ทำไมท่านถึงไม่ตั้งหน้าตั้งตาสู้อย่างสุดความสามารถแล้วตายไปกับมันล่ะ”
“ตายไปกับมันงั้นรึ.... ข้าน่ะตายไปแล้วต่างหาก”
“ท่านจะเสียใจที่ไม่ได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อประโยชน์สุขของโลกใบนี้”
“ข้าเข้าใจสิ่งที่เจ้ากำลังเอ่ยถึง”
ร็อดเดอลิกเริ่มนั่งสมาธิเพื่อรวบรวมมานา
เหล่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์และนักบวชกำลังสวดอ้อนวอนอย่างงมงายเพื่อหลุดพ้นจากคำสาป
วีดนั่งพักในขณะที่ดูมอนทัสที่กำลังบ้าคลั่ง
ในขณะที่ดาบดาวสีชาดก็เริ่มฟื้นฟูเลือดและมานาของเขาจนเกือบเต็ม
ติ๊ง!
-ร่างกายของคุณอยู่ในสภาพสมบูรณ์
|
ทหารปีศาจและพวกทัลลอสถูกทุบตีโดยมอนทัส
ทันทีที่พวกทัลลอสฟักออกมาจากไข่ พวกมันก็ถูกความโกรธเกรี้ยวของมอลทัสที่มีต่อวีดและร็อดเดอลิกพุ่งเข้าใส่
ร่างกายของบาฮามอคกลับมาเป็นปกติหลังจากที่เขาได้พันแผลและกินมันต้ม
เขามีค่าความอดทนที่เหมาะสมต่อการเป็นวีรบุรุษแห่งอาณาจักรอาเพ่นอย่างแท้จริง
วีดคุยกับร็อดเดอลิก
“ข้ามีเรื่องอยากจะขอร้อง”
“เจ้าต้องการอะไร?”
“เราต้องรวมพลังกันแล้วตอนนี้”
“ข้าจะสู้ด้วยวิธีของข้า ข้าจะไม่สู้เยี่ยงนักรบ.”
ร็อดเดอลิกมีทิฐิที่ยากในการจัดการ
เขาเคยเป็นถึงนักเวทย์ในตำนานเลยเป็นเรื่องยากที่จะขอความร่วมมือ
“ข้าทราบ แต่สิ่งที่ข้าต้องการให้ท่านทำคือใช้แต่เวทย์ไฟในขณะที่ข้าก่อกวนมอนทัส”
“ข้ามีความเชี่ยวชาญในเวทย์ไฟมากสุด
งั้นข้าจะตอบรับข้อเสนอของเจ้า ถ้าเจ้าซื้อเวลาให้ข้าสักนิด ข้าก็สามารถใช้เวทย์ระดับสูงได้”
“ขอบคุณท่านมาก ถ้าเราสามารถกำจัดมอนทัสได้ การกระทำทั้งหมดทั้งมวลนี้
อันมาจากท่านร็อดเดอลิกผู้ยิ่งใหญ่”
มันไม่ได้เป็นคำขอที่มากมายอะไร ร็อดเดอลิกจึงตอบตกลง
และวีดก็ได้พูดกับเหล่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์.
“เราไม่สามารถให้พวกปีศาจที่ขัดต่อเจตจำนงแห่งเหล่าทวยเทพสร้างความวุ่นว่ายบนผืนแผ่นดินแห่งเวอร์เซลล์”
“พวกเราพร้อมสู้ทุกเมื่อ”
เดเรี่ยนผู้มีบทบาทเป็นตัวแทนของเหล่าอัศวินตอบกลับ
แต่อย่างไรก็ตามยังมีอัศวินอีกครึ่งหนึ่งที่กำลังขวัญผวากับคำสาปของมอนทัส
พวกเขายังไม่พร้อมที่จะต่อสู้และจำเป็นต้องพักผ่อน
ถ้าพวกเขาไปสู้กับมอนทัสในสภาพนี้ พวกเขาจะได้ไปอยู่กับเทพของพวกเขาแน่นอน
“พวกเจ้าจะถูกกวาดล้างถ้าจับกลุ่มกัน
เว้นระยะห่างไว้และคอยสนับสนุนด้วยหน้าไม้และมนต์ศักดิ์สิทธิ์”
“แค่นั้นเองเหรอครับ?”
“ทำตามที่ข้าบอกก่อน”
วีดต้องการช่วยอัศวินศักดิ์สิทธิ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เขาไม่สามารถกู้คืนค่าอุทิศตนถ้าพวกเขาไม่สามารถกลับคืนสู่ศาสนาจักรได้
นอกจากนั้นในมุมมองของเขา การต่อสู้ครั้งนี้จะถือเป็นจุดสิ้นสุด
‘เร็วเข้า’
มอนทัสเหลือปีกเพียงแค่ 2
ข้างเท่านั้น ตัวมันนั้นเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและพร้อมที่จะทำลายทุกๆอย่าง,รวมทั้งวีดและร็อดเดอลิก แน่นอนว่าในตอนแรกมันก็มีความรู้สึกอย่างนั้นอยู่แล้วแต่ในตอนนี้มันยิ่งบ้าคลั่งขึ้นไปอีก
วีดไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องรอด
และเจ้าสัตว์ประหลาดนั่นก็ชูแขนสองข้างขึ้นท้องฟ้าในขณะที่บ่นพึมพำบางอย่าง.
“บลิ้งค์!”
ณ ตอนนั้นเอง วีดเริ่มเคลื่อนไหว
“เปลวเพลิงปะทุจากพื้นพิภพ, มวลอัคคีล่วงหล่นจากท้องนภา”
ร็อดเดอลิกร่ายเวททันที
-ออร่าแห่งไฟได้ซึมซับเข้าตัวท่าน
พลังชีวิต,มานาและค่าความอึดจะเพิ่มขึ้น
|
ค่าความแข็งแกร่งของท่านจะค่อยๆเพิ่มพูน
|
วีดเป็นอัศวินแห่งความโกลาหลเพราะฉะนั้นเวทย์นี้จึงมีค่ามากกว่าการอวยพรใดๆ
เปลวเพลิงเริ่มโหมเข้าใส่พวกปีศาจ วีดกระโจนเข้าสู่การต่อสู้ที่ยากที่สุดในชีวิตของเขา
“ตราประทับแห่งการกดขี่!”
ตามที่คาดไว้,มอนทัสไม่ได้สนใจที่จะป้องกัน เขาพึ่งได้รับการโจมตีจากวีดและร็อดเดอลิกในขณะที่กำลังร่ายเวทย์และการระเบิดลูกโซ่ก็เกิดขึ้น
ในตอนที่เวทมนตร์ถูกยิงออกไป,วีดรีบหลบอย่างรวดเร็วขณะที่ร็อดเดอลิกใช้เวทย์ป้องกันตนเอง เหล่านักบวชและอัศวินศักดิ์สิทธิ์ได้ยืนกระจายออกห่างกัน
ความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงเบาลงแต่พวกคนที่โดนก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
“อ๊ากกกกกกกกก”
“เทพีเฟรย่าห์ผู้ปราณี, ได้โปรด ช่วยข้าด้วย”
นักบวชถูกฆ่า!
“มารแห่งความเยือกแข็ง”
มอนทัสโจมตีอย่างต่อเนื่องด้วยเวทของตน
แต่เขาอยู่ท่ามกลางความบ้าคลั่งทำให้เขาไม่สามารถหลบการโจมตีได้เลยสักนิด
ไฟที่กำลังแผดเผาตัวมันยังไม่หายไปด้วยซ้ำ
“โจมตีต่อไป! อัศวินศักดิ์สิทธิ์ยิงหน้าไม้ของพวกเจ้าต่อไป แม้ผิวเผินแล้วมันดูไม่เป็นไรแต่มันก็ยังได้รับความเสียหายอยู่ดี
นักบวชเล็งไปที่การโจมตีมากกว่าการรักษาด้วยมนต์ศักดิ์สิทธิ์วิธีเดียวที่จะลดการสูญเสียคือการกำจัดมันให้เร็วที่สุด”
วีดประกาศโจมตีเต็มกำลัง
แม้ว่าเหล่านักบวชและอัศวินศักดิ์สิทธิ์จะมีเลเวลน้อย,มนต์ศักดิ์สิทธิ์ก็สามารถสร้างความเสียหายให้ปีศาจและอันเดดได้
มอนทัสสลับไปมาระหว่างการโจมตีวีดและร็อดเดอลิกแต่ก็ไม่เป็นผล
ร็อดเดอลิกสามารถฟื้นฟูได้ผ่านการทำสมาธิในขณะที่วีดสามารถหลบได้ด้วยความคล่องตัวของตน
วีดดึงความสนใจจากมอนทัสและเปิดโอกาสให้คนอื่นได้โจมตี
มันไม่ใช่การต่อสู้อย่างเป็นทางการทำให้เขาสามารถที่จะใช้งานผู้ใต้บังคับบัญชาได้อย่างอิสระ
”ค้อนแห่งบอนเกอร์!”
ในตอนนี้มอนทัสเล็งไปที่พวกนักบวช
ค้อนที่เต็มไปด้วยสายฟ้าตกลงใกล้กับที่ที่เหล่านักบวชหญิงรวมตัวกัน
ค้อนนั่นยิงสายฟ้าไปทั่วทั้งพื้นที่เมื่อมันสัมผัสพื้น
“อ๊าาาาาาาาาา!”
พวกนักบวชไม่สามารถทนต่อการโจมตีและตายลง
วีดเห็นการโจมตีทั้งหมดแต่ไม่สามารถขัดขวางการโจมตีนั้นได้
“บาฮามอค, เจ้าต้องคอยขัดขวางการโจมตีครั้งต่อไปที่เล็งมายังนักบวช!”
“รับทราบ”
บาฮามอคเป็นผู้ที่สามารถป้องกันการโจมตีได้ดีที่สุด
แม้ว่ามันจะน่ากังขาว่าเขาสามารถป้องกันการโจมตีของมอนทัสได้รึเปล่าแต่เขาก็ต้องทำตามคำสั่ง
‘ถ้าเวลาผ่านไป
,โอกาสชนะจะมากขึ้น มอนทัสสามารถอยู่ในสถานะบ้าคลั่งได้ไม่นาน’
วีดเห็นความหวังอันริบหรี่ อัศวินศักดิ์สิทธิ์และนักบวชใช้พลังแห่งความศรัทธาของพวกเขาในการต่อสู้
ช่างโชคดีที่วีดพาพวกเขามาด้วย และทักษะของพวกเขาก็เติบโตขึ้น
“เจ้าทำร้ายผู้ที่ไม่ได้ทำสิ่งใดผิด.... เจ้าจะต้องชดใช้ต่อสิ่งนี้”
ร็อดเดอลิกตระโกนออกมาอย่างโกรธแค้นหลังเห็นฉากการสังหาร
เขาเป็นถึงนักเวทย์ในตำนานผู้เปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิในตนเอง
แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่โหดร้าย เขาไม่สามารถทนต่อสิ่งที่มอนทัสทำลงไปได้
“มอนทัสข้าจะทำลายเจ้า
!! มานาทั้งหมดในกายข้า
จงเผาผลาญอย่างไร้สิ้นสุด มานาเบิร์น!”
มันคือเทคนิคที่จะใช้พลังมานาในร่างกายทั้งหมดในร่างของผู้ใช้เวทย์ในการโจมตี
ร็อดเดอลิกไม่สามารถทนต่อพฤติกรรมของมอนทัสได้และใช้ทักษะที่แข็งแกร่งที่สุดของตนเอง
เมื่อมานาเบิร์นถูกใช้ไปแล้ว จะเกิดระเบิดครั้งใหญ่ขึ้นผ่านร่างของคู่ต่อสู้
มานาของร็อดเดอลิกจำนวนมหาศาลเจิดจ้าดั่งแสงอาทิตย์
มันถูกเล็งไปที่มอนทัส และการระเบิดที่ยิ่งใหญ่ก็อุบัติขึ้น
“เคี๊ยกกกกก!”
หลังจากที่มานาเบิร์นหายไปแล้ว,มอนทัสก็ได้รับบาดแผลสาหัส ไหล่ซ้ายของมันหายไป
“ค๊ากกกกกกก!”
ร็อดเดอลิกไอเป็นเลือดออกมาและทรุดลงเนื่องจากการที่เขาใช้มานาเบิร์น
ตัวนักเวทย์จะไม่เหลือพลังมานาในร่างกายและจะตกอยู่ในสถานะเซื่องซึม แม้แต่ร็อดเดอลิกก็ประสบกับอาการมานาไหลย้อน
ตอนนี้มานาทั้งหมดในร่างกายของเขาได้แห้งเหือดไปหมดแล้ว และกำลังไหลย้อนกลับมาทำร้ายตัวเขาเอง
ทำให้เขาไม่สามารถกลับมาต่อสู้ได้อีก
“บลิ้งค์!”
วีดเคลื่อนที่ไปใกล้มอนทัส เขาจะต้องโจมตีหลังจากการโจมตีของร็อดเดอลิกครั้งนี้เท่านั้น!
“นี่คือครั้งสุดท้ายของการโจมตีแล้ว!
อัศวินศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดแบ่งเป็นสามกองและโจมตี! บาฮามอคเจ้าก็มาด้วย!"
เขาตะโกนออกไปในขณะที่เริ่มเหวี่ยงดาบดาวสีชาดเข้าใส่มอนทัส
มันไม่สามารถป้องกันตนเองได้จากผลพวงของมานาเบิร์น
“วิชาดาบเฮอเรม!”
วีดผสมผสานระหว่างการโจมตีจุดเดียวด้วยวิชาดาบเฮอเรม
-หน้าอกของลอร์ดปีศาจชั้นต่ำถูกโจมตี
การป้องกันอ่อนลงและสร้างความเสียหาย
296
|
ดาบดาวสีชาดสร้างความเสียหายไฟ
489
|
-หน้าอกของลอร์ดปีศาจชั้นต่ำถูกโจมตีด้วยความพยายามทั้งหมดของท่าน
ความเสียหาย
457 ถูกสร้างขึ้นในการตีจุดเดิม
|
ดาบดาวสีชาดสร้างความเสียหายไฟ
869 ในร่างกาย
|
-หน้าอกของลอร์ดปีศาจชั้นต่ำถูกโจมตีและเริ่มแตกสลาย
การป้องกันถูกพังทลายเลย
สร้างความเสีย 799
|
ดาบดาวสีชาดสร้างความเสียหายไฟ
1129 ในร่างกาย
|
-ท่านโจมตีติดคริติคอล!
ความเสียหายเพิ่มขึ้น
12%
|
ดาบดาวสีชาดสร้างความเสียหายไฟ
1643
|
-ท่านโจมตีติดคริติคอล!
ความเสียหายเพิ่มขึ้น
19%
|
ดาบดาวสีชาดสร้างความเสียหายไฟ
1939
|
-ท่านโจมตีติดคริติคอล!
ความเสียหายเพิ่มขึ้น
24%
|
ดาบดาวสีชาดสร้างความเสียหายไฟ
2402
|
การป้องกันของมอนทัสพังทลายลง
ทำให้ร่างกายของมันเริ่มได้รับการบาดเจ็บมากขึ้น ดาบดาวสีชาดทำให้มอนทัสติดไฟตลอดเวลาที่วีดโจมตี
อัศวินศักดิ์สิทธิ์โจมตีด้วยการทิ่มแทงในขณะที่บาฮามอคก็กวัดแกว่งอาวุธของเขาในระยะประชิด
“เรียกขานเหล่าวิญญาณ”
มนต์ศักดิ์สิทธิ์ชำระล้างไปทั่วร่างของมอนทัส
ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปมอนทัสจะตกเป็นปีศาจตนแรกที่ถูกโค่นในทวีปนี้ วีดไม่มีความสนใจในเรื่องความรุ่งโรจน์ที่จะเกิดขึ้นพวกนั้น เขาต้องการแค่ได้อยู่อย่างสบายและกินอิ่ม
“ระเบิดเปลวเพลิง! ”
ตู้มมมม!
มอนทัสใช้เวทย์ของตนเอง บาฮามอคและอัศวินศักดิ์สิทธิ์ต่างล้มลงจากแรงระเบิด
บาฮามอคไม่เป็นอะไรมากแต่อัศวินศักดิ์สิทธิ์มากมายได้ตกตายลง
ร็อดเดอลิกไม่มีมานาเหลือที่จะป้องกันตัวเองและตายลง
เขาเป็นถึงนักเวทย์ในตำนานแต่ก็ไม่อาจกำจัดมอนทัสลงได้และจางหายไป
และวีดก็ถูกทิ้งไว้
-ออร่าแห่งไฟถูกดูดซึม
ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น
14%
|
เวทย์ไฟก็เป็นเหมือนคำอวยพรสำหรับวีด
“เพลงดาบประกายแสง! ตอนนี้จะไม่มีที่ให้แกไปไหนได้อีกแล้ว!”
“เคี๊ยกกก!”
มอนทัสตัวโชกเลือดจากเลือดที่มาจากตัวมันเอง
มันถูกโจมตีโดยพวกทัลลอสในขณะที่มันกำลังบ้าคลั่ง การโจมตีจากเวทย์มนต์ของร็อดเดอลิก
การโจมตีของมนต์ศักดิ์สิทธิ์และการโจมตีของวีด อย่างไรก็ตามมันก็ยังยืนหยัดต่อสู้
“อัศวินศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด
ยิงหน้าไม้ของตนไปตรงส่วนที่มันบาดเจ็บ!
นักบวชใช้มนต์ศักดิ์สิทธิ์ต่อไป ทำลายมันซะ! บาฮามอคเจ้าจงพักก่อน!”
มอนทัสไม่สามารใช้เวทย์มนต์อย่างต่อเนื่องได้เหมือนก่อนหน้านี้
บาดแผลของมันทำให้พลังเวทของมันต่ำลง อัลเวรอนและเดเรี่ยนใช้พลังทั้งหมดที่พวกเขามีโจมตีเข้าใส่มอนทัส
“พวกเจ้าทั้งหมดต้องตายไปกับข้า
พลีกาย..สลายสิ้น!”
ติ๊ง!
-ลอร์ดปีศาจชั้นต่ำมอนทัสใช้ทักษะ
พลีกาย สลายสิ้น
ทักษะนี้จะทำให้เขาแลกเปลี่ยนจิตวิญญาณของตนในการทำลายล้างสิ่งมีชีวิตในพื้นที่
|
มีเวลา
6 นาทีจนกว่าการร่ายเวทย์จะสมบูรณ์
|
ร็อดเดอลิกไม่ได้ใช้ทักษะนี้ในเขาวงกตเพราะมันจำเป็นในการรวบรวมมานาและใช้เวลาร่ายนาน
พลีกาย สลายสิ้น เป็นทักษะที่สามารถระเบิดได้ทั้งปราสาทเลยก็ว่าได้
(น่าจะหมายถึงตอนก่อนตายครั้งแรก)
มอนทัสใช้มานาทั้งหมดในร่างกายและแลกวิญญาณของตนเพียงเพื่อที่จะทำลายวีด
วีดรู้สึกเหมือนโดนล้มบอล
“การโจมตีวงกว้าง!”
ถ้าเขาไม่สามารถฆ่ามอนทัสใน 6
นาทีได้ งั้นทั้งวงกตนี่จะพังพินาศ และจะเป็นจุดจบบันทึกการค้นคว้าของประติมากร
เทคนิคลแกะสลักลับจะหายไปตลอดกาล
“เพลงดาบประกายแสง!”
แสงสว่างส่องประกายและเปลวเพลิงปะทุขึ้นบนดาบดาวสีชาดในเวลาเดียวกัน
“ไอ้บ้าเอ๊ย!
ตายๆไปซะ จะได้จบเรื่อง!”
ทุกการโจมตีของวีดเล็งไปที่หัวใจ
ปีศาจจะไม่ตายแม้ว่าแขนขาจะขาดไปแล้วก็ตาม วีดต้องเล็งไปที่หัวหรือไม่ก็หัวใจ
ในขณะที่เวทย์ของมอนทัสกำลังทำงานอยู่ วงกตก็เริ่มสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหว เสาเอียงและยุบขณะที่รูปปั้นหินตกลงมาจากเพดาน
เหล่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์วิ่งไปทั่วในขณะที่ร่างกายยังติดคำสาปและยังได้รับบาดเจ็บ
พวกทัลลอสที่พึ่งตื่นกำลังออกล่าหาอาหารพวกนักบวชและอัศวินศักดิ์สิทธิ์สูญเสียชีวิตยามที่พวกเขาถูกกิน
วีดไม่สามารถช่วยชีวิตพวกเขาได้ มอนทัสได้กลายเป็นมวลแห่งไฟไปแล้ว
ต้องขอบคุณวีดที่คอยโจมตีอย่างต่อเนื่อง พลังชีวิตของมันลดอย่างรวดเร็ว
‘แบบนี้ฆ่ามันไม่ได้แน่’
พลังชีวิตของมอนทัสลดลงอย่างรวดเร็วแต่ค่าความต้านทานไฟของมันสูงมาก
แม้ว่าวีดจะสามารถสร้างความเสียหายได้ดีที่สุดในฐานะนักรบแห่งความโกลาหลโดยใช้ดาบดาวสีชาด
แต่มันก็ยังไม่พอ
‘ฉันต้องสร้างความเสียหายมากกว่านี้
.. ฉันไม่ค่อยมีค่าพลังโจมตีในฐานะประติมากร นั่นเป็นเหตุผลที่บาร์ดเรชนะ’
แม้ว่าเขาจะผสมผสานระหว่างการโจมตีจุดเดียวกับวิชาดาบเฮอเรม
มันก็ยังไม่เร็วพอที่จะฆ่ามอนทัสในเวลาที่กำหนด แต่แล้วก็มีความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวของเขา
“เดเรี่ยน ส่งดาบแห่งลูห์มาให้ข้า!”
เดเรี่ยนกำลังคุ้มกันนักบวชจากทัลลอส
แต่ก็ยังหันมาส่งดาบในมือให้เขาโดยไม่มีความแคลงใจในตัววีดเลย
“พวกเราจะกำจัดเจ้าปีศาจนี่ได้แน่”
มันเป็นดาบของเทพลูห์!
“ยกเลิกประติมากรรมจำแลง”
วีดเก็บดาบดาวสีชาดและกลับร่างเดิม
และรับดาบแห่งลูห์ไว้ มันเป็นดาบที่ครั้งนึงเขานำมันไปคืนให้กับวิหารลูห์หลังชนะบัลข่าน
มันเป็นดาบที่มีพลังแห่งเทพเต็มเปี่ยม
เมื่อเขายกเลิกประติมากรรมจำแลงเลือดของเขาก็ต่ำจนการโจมตีครั้งเดียวสามารถฆ่าเขาได้แต่มันก็เป็นทางเลือกเดียว
-ท่านได้สัมผัสดาบแห่งลูห์ที่ตกมาจากแดนเทพ
ท่านมีค่าอุทิศต่อวิหารลูห์สูงมากและคู่ควรแก่การใช้มัน
|
ค่าความศรัทธาเพิ่มขึ้น
3 เท่า
|
สามารถหยิบยืมพลังแห่งแสงอาทิตย์มาใช้ในการโจมตี
|
มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดปาฏิหาริย์
|
พลังความมืดจะถูกยับยั้ง
|
มอนสเตอร์ระดับต่ำกว่าขั้นกลางจะหนีท่าน
|
ความสามารถในการฟื้นฟูร่างกายเพิ่มขึ้นสองเท่า
|
“ประติมากรรมวินาศ! ลงทุกสิ่งที่ค่าความแข็งแกร่ง!”
วีดทำลายประติมากรรมชั้นดี ‘สิงโตที่กำลังหมอบคลาน’ (Lion Lying Down)
ท่านได้ใช้ทักษะประติมากรรมวินาศ
|
ความเจ็บปวดในการทำลายผลงานชั้นดี!ความเศร้าโศก!
|
ค่าสถานะทางศิลป์
5 หายไปตลอดกาล ชื่อเสียงลดลง 100
|
ค่าสถานะทางศิลป์ถูกเปลี่ยนเป็นความแข็งแกร่ง
ระยะเวลา 1 วัน
|
ค่าสถานะทางศิลป์สูงกว่าค่าความแข็งแกร่งมากทำให้การเปลี่ยนแปลงอาจไม่เท่าเทียม
|
ค่าความแข็งแกร่ง
890 เปลี่ยนเป็น ทักษะโจมตีรุนแรงขั้นสูงระดับ 8 ‘Severe Blow.’
ถ้าโจมตีศัตรูด้วยพลังนี้ศัตรูจะกระเด็นออกไป
|
ค่าความแข็งแกร่ง
980 เปลี่ยนเป็น ทักษะหอกทะลุทะลวงขั้นสูงระดับ 7 ‘Piercing
Spear.’
โล่และเกราะของศัตรูจะถูกทะลุด้วยการโจมตีที่รุนแรง
|
ค่าความแข็งแกร่ง
1430 เปลี่ยนเป็น ทักษะพลังช้างสารขั้นสูงระดับ 9 ‘Momentary
Herculean Strength.’
พลังจะมากขึ้น
3 เท่า ช่วงเวลาหนึ่ง จำเป็นต้องมีค่าความอดทนมหาศาล
|
ค่าความแข็งแกร่ง
850 ถูกเปลี่ยนเป็นเพิ่มค่าพลังโจมตีพื้นฐาน
ค่าความอดทนจะลดลงอย่างรวดเร็วแต่จะสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น
3 เท่า
|
วีดฟันมอนทัสด้วยดาบแห่งลูห์
การโจมตีของดาบดาวสีชาดก่อนหน้านี้สร้างความเสียหายได้เพียงบาดแผลให้แก่มอนทัส แต่ดาบแห่งลูห์สามารถฟันทะลุร่างกายของมันได้
ลอร์ดปีศาจชั้นต่ำมอนทัสถูกฟัน
-ความเสียหาย
1460 ถูกสร้างขึ้นจากโจมตีรุนแรง
|
พลังศักดิ์สิทธิ์ได้ยับยั้งพลังความมืด
พลังศักดิ์สิทธิ์สร้างความเสียหาย
3291 ในการโจมตีปีศาจมอนทัส
|
ดาบแห่งลูห์ฟันออกไปหลายครั้งและทำให้มอนทัสอ่อนแอลง
เดเรี่ยนไม่สามารถหลบการโจมตีของมอนทัสได้ทำให้ไม่สามารถใช้พลังของดาบได้อย่างเต็มที่
และยิ่งตอนนี้วีดใช้ประติมากรรมวินาศด้วยแล้ว,พลังโจมตีของเขาก็มากพอที่จะทำให้มอนทัสร่อแร่
“ปาฏิหาริย์แห่งลูห์!”
พลังงานหมุนวนรอบตัววีด
ปาฏิหาริย์แห่งลูห์ได้ประจักษ์ตรงเบื้องหน้า
ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นเนื่องมาจากค่าความศรัทธาของท่าน
ท่านจะได้รับการปกป้องจากพลังศักดิ์สิทธิ์เมื่อเผชิญหน้ากับพลังปีศาจ
ความเร็วในการเคลื่อนที่เพิ่มขึ้น
พลังทำลายเพิ่มขึ้น
|
มอนทัสยังคงถูกเผาจากเปลวไฟของดาบดาวสีชาด
วีดรีบบุกเข้าไปอย่างดุดันเพื่อผลักให้มันถอยกลับไป ปีกของมันได้หลอมละลายไปแล้ว
ร่างกายก็ค่อยๆสลายไปตามพลังชีวิตที่เหือดหาย
เหลือเวลาอีกเพียง 1
นาทีก่อนที่ทักษะของมันจะร่ายเสร็จ!
“ถึงเวลาจบเรื่องแล้ว!”
วีดแทงดาบทะลุหน้าอกของมอนทัสและเล็งไปที่หัวใจของมัน!
“ย๊ากกกกกก!”
มอนทัสสลายไปพร้อมกับแสงอันเจิดจ้าจนทำให้ดวงตาของวีดมืดบอดไปช่วยขณะ
มันเป็นการโจมตีที่ทำให้พลังชีวิตของเจ้าปีศาจหมดสิ้น
-ระดับของท่านเพิ่มขึ้น
|
-ระดับของท่านเพิ่มขึ้น
|
-ระดับของท่านเพิ่มขึ้น
|
-ระดับของท่านเพิ่มขึ้น
|
-ปีศาจชั้นต่ำมอนทัส
ผู้ถูกจองจำอยู่ในวงกตร็อดเดอลิก ถูกกำจัดสิ้นแล้ว
|
-ชื่อเสียงเพิ่มขึ้น
4190 จากความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่
|
-บารมีเพิ่มขึ้น
8
|
-ค่าจิตวิญญาณนักสู้เพิ่มขึ้น
9
|
-ค่าความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น
4
|
-ทักษะโจมตีรุนแรงได้เรียนรู้ผ่านการต่อสู้นี้
|
-ค่าความคล่องตัวเพิ่มขึ้น
7 เรียนรู้ทักษะ โจมตีแม่นยำ
|
-ค่าสถานะทุกอย่างเพิ่มขึ้น
3 สำหรับผู้เข้าร่วมการต่อสู้
|
-ท่านได้ต่อสู้กับปีศาจมอนทัสและชนะกลับมา
|
การต่อสู้ที่สำคัญเกือบที่สุดบนผืนทวีปได้เกิดขึ้น
แม้แต่อัศวิน รอน ไดกุ (Ron
Daiku) ก็ไม่สามารถที่จะมีการต่อสู้ที่ทรงเกียรติเช่นนี้
ในฐานะผู้บัญชาการทัพ
ค่าความเป็นผู้นำของท่านต่อเหล่าทหารเพิ่มขึ้น
อัศวินจะรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับใช้ท่าน
ท่านจะได้รับการยกย่องจากผู้คนในทวีป
กวีทุกคนจะแต่งเพลงเกี่ยวกับท่าน
ทุกครั้งที่เพลงของท่านได้เผยแพร่ ชื่อเสียงของท่านจะเพิ่มขึ้น
ค่าเกียรติยศเพิ่มขึ้น
51
การผจญภัยของท่านในวงกตร็อดเดอลิกประสบผลสำเร็จ
ท่านเป็นบุคคลเยี่ยงอย่างของเหล่านักผจญภัย
อัศวินที่เชื่อในพระเจ้าจะเชื่อในตัวท่าน
|
เลเวลของเขาพุ่งขึ้นและยังได้รับทักษะการต่อสู้ด้วย!
การสั่นสะเทือนก็หายไปตามเจ้ามอนทัส
หลังจากเจ้าบัลข่านแล้วดาบแห่งลูหังย์ยังได้สังหารปีศาจมอนทัสอีกด้วย
วีดขยับมือไปข้างหน้า
-ได้รับหมวกเกราะปีศาจ
|
-ได้รับแส้อาบโลหิต
|
-ได้รับเพชรจำนวนมหาศาล
|
-ได้รับศิลาจากนรก
|
ไอเทมพวกนี้ดรอปมาจากปีศาจมอนทัส วีดจึงคาดหวังไว้อย่างมากว่ามันจะเป็นของดี
“ตรวจสอบ!”
หมวกเกราะปีศาจ ค่าความทนทาน 290/290 พลังป้องกัน 161
หมวกที่หลงเหลือจากลอร์ดปีศาจชั้นต่ำมอนทัส
มีเพียงผู้ที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริงถึงจะสวมใส่ได้
|
มันชุ่มไปด้วยพลังปีศาจที่ชั่วร้ายเพราะฉะนั้นผู้ที่ไม่มีศรัทธาอันแรงกล้าจะถูกสาป
คำสาปจะลดค่าความอึดและค่าสถานะ
ข้อจำกัด
ระดับ
640
ความแข็งแกร่ง
1700
ความศรัทธา
800
ทักษะพิเศษ:การป้องกันอันไร้สิ้นสุด
ศัตรูจะถูกกลืนกินด้วยความหวาดกลัว
ทักษะการต่อสู้จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นถ้าได้รับบาดเจ็บมากขึ้น
ค่าความฉลาดเพิ่มขึ้น
98
ค่าภูมิปัญญาเพิ่มขึ้น
115
ทักษะระดับกลางใช้มานาน้อยลง
เวลาร่ายเวทย์น้อยลง
พลังในการต่อสู้ทั้งหมดเพิ่มขึ้น
12%
ไม่สามารถสูญหาย
ชื่อเสียงในการต่อสู้เพิ่มขึ้น
8000
|
วีดค่อนข้างพอใจกับสิ่งที่ได้
หมวกเกราะปีศาจมีทักษะพิเศษที่ดีมาก
-แส้อาบโลหิตได้ปฏิเสธท่าน
ท่านถูกผลักด้วยพลังปีศาจเสียพลังชีวิตไป
3696
|
แม้ว่าทักษะช่างตีเหล็กของเขาจะลดข้อจำกัดในการใช้
แต่เขาก็ยังไม่สามารถจับต้องมันได้
วีดจึงเก็บมันไว้ในกระเป๋าเดินทางเพื่อความปลอดภัย
อัศวินศักดิ์สิทธิ์และนักบวชยังคงอยู่ในการต่อสู้
“นี่มันน่ารำคาญชะมัด รีบไปที่ห้องของร็อดเดอลิกดีกว่า”
เขาเข้าไปช่วยในการต่อสู้ของพวกอัศวินศักดิ์สิทธิ์และนักบวช
พวกเขากำลังต่อสู้กับพวกทัลลอสที่ฟักออกมา แม้ว่ามอนทัสจะตายไปแล้ว แต่พวกทัลลอสก็ไม่ใช่พวกที่รับมือได้ง่ายๆ
พวกเขาได้กวาดล้างพวกทัลลอสและไข่ของพวกมัน
วีดมองไปอีกฟากของวงกต
เขากำลังนั่งกินขนมปังบาร์เล่ย์ วีด,อัศวินศักดิ์สิทธิ์,นักบวชและบาฮามอคได้พักในที่สุด เขาได้เตรียมอาหารที่ดีที่สุดก่อนเข้าสู่การต่อสู้
แต่ตอนนี้เขากลับต้องมานั่งกินขนมปังแข็งๆ
“พวกเจ้าทุกคนทำได้ดีมาก มีอัศวินศักดิ์สิทธิ์มากมายได้สูญเสียลงที่นี่ แต่ว่ามอนทัส
ผู้เป็นภัยอันตรายต่อทวีปนี้ ได้หายไปอย่างตลอดกาล!”
แน่นอน,วีดต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อการสูญเสีย แต่มันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสนใจเรื่องนั้นแล้ว
“โอ้
เทพีเฟร์ยาห์ทรงโปรด....”
“เราสามารถรักษาเจตจำนงของท่านลูห์ไว้ได้!!”
“ความเสียสละของพวกเขาจะไม่สูญเปล่า”
วีดได้พักและฟื้นฟูมาบางส่วนแล้ว ตอนนี้ได้เวลาไปหาบันทึกของร็อดเดอลิก
ตอนนี้มอนทัสตายไปแล้ว ทหารปีศาจต่างก็ไม่ได้เป็นภัยเท่าไรนัก เขาได้ผ่านภูเขาลูกใหญ่ที่สุดมาจนจวบจะถึงจุดหมายแล้ว
“ข้าได้รู้แล้วถึงความเจ็บปวดที่แท้จริง
ข้าจะเผยแพร่เจตจำนงแห่งท่านลูห์ต่อไป”
“เทพีเฟร์ยาห์ได้โปรดนำทางพวกเรา”
ปิ๊งงงง!
แสงแห่งความศรัทธาจากพวกนักบวชและอัศวินศักดิ์สิทธิ์
พวกเขากำลังได้รับการเลื่อนขั้นของพวกตนแล้ว
เป็นสิ่งที่เรียกว่าการก้าวหน้าระดับสอง!( second advancement =
ประมาณเลื่อนขั้นอาชีพ)
เลเวลของพวกเขาได้ผ่านเลเวล 400
ไปแล้วหลังได้มาที่นี่
‘ อืมม
,ฉันใช้ทุกอย่างในตัวซะแล้วด้วย.....คงต้องทำให้พวกนี้ทำงานหนักขึ้นแล้ว’
ถึงแม้ว่าวีดจะทำอย่างเต็มที่แล้ว แต่อัศวินศักดิ์สิทธิ์และนักบวชเหลือแค่ราวๆ
150 แสดงถึงความอันตรายและความยากเข็ญในที่แห่งนี้
“มนุษย์ นี่จะเป็นที่ตายของเจ้า”
“เคี๊ยกเคี๊ยกเคี๊ยก ข้าจะกินพวกเจ้าให้หมด”
“เจ้าจะได้รู้สึกถึงความเจ็บปวด”
มีทหารปีศาจ 10 ตน
กำลังคุ้มกันห้องของร็อดเดลิก แต่ด้วยประสบการณ์จากการต่อสู้ที่ผ่านมา
มันไม่ใช่เรื่องยากในการกำจัดพวกมัน
แม้ว่าคนของพวกเขาจะน้อยลงจากตอนแรกอย่างมากก็ตาม
-ปีศาจในเขาวงกตล็อดเดอลิกถูกกวาดล้าง
|
“ในที่สุดก็มาถึง”
วีดมีความรู้สึกมากมาย
มีไอเทมหลากหลายมากมายในห้องวิจัยของร็อดเดอลิก
ไอเทมมากมายในห้องนี้ถ้าพวกผู้เล่นคนอื่นมาเจอคงต้องอึ้งในสิ่งที่พวกตนจะได้เจอในกองฝุ่นหนังสือเวทย์มนต์
บันทึกการทดลองโพชั่น เครื่องเพชรที่ประทับเวทย์มน หินมานาและอื่นๆถูกเก็บเรียบ
หนังสือที่บรรจุไปด้วยเวทย์มนต์ระดับสูงมากมาย
นักเวทย์ไม่ชอบที่จะแสดงพลังของตน
พวกเขาค่อนข้างที่จะชอบเขียนและบันทึกไว้มากกว่า
ในส่วนของโรมุเนะนั้นได้รับการรู้จักในชื่อ
‘นักเวทย์ผู้สามารถสร้างธารแห่งเปลวเพลิง’ และสามารถได้ยินเรื่องของเธอในโรงเหล้าได้
มันเป็นความภาคภูมิใจของเธอเมื่อเจ้าของร้านหรือคนอื่นเรียกเธออย่างนั้น
ติ๊ง!
-ท่านได้ครอบครองดันเจี้ยนวงกตร็อดเดอลิก
ได้รับแผนที่ของวงกต
|
“ฉันคงจะไม่กลับมาแล้วหละ แต่คงสามารถขายได้ราคาดีอยู่นะ”
เขากำลังนึกถึงความทรมานของคนอื่นด้วยเช่นกัน! ในเวลาเดียวกัน,เกวียนถูกนำเข้ามาเก็บของในห้อง วีดนั่งลงตรงโต๊ะทำงานของร็อดเดอลิค
เขาได้ทำการยืนยันเครื่องหมายประทับ
“โต๊ะนี้
มันไม่ใช่ไม้ธรรมดา วัสดุชั้นดี บาฮามอคเก็บมันซะ!”
เขาไม่ปล่อยไปแม้กระทั่งเฟอร์นิเจอร์ในห้อง
โต๊ะ เก้าอี้ ชั้นหนังสือถูกเก็บเรียบ
ติ๊ง!!
-ท่านได้รับบันทึกเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การแกะสลัก
|
วีดได้รับของที่จำเป็นในการทำภารกิจของเขา
ห้องวิขัยของร็อดเดอลิคถูกเก็บเรียบจากผู้มาเยือน!
“ฉันไม่ค่อยได้มาที่นี่เพราะฉะนั้นคงต้องเก็บผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ในตอนนี้คือเราจะออกจากที่นี่ยังไงดี..”
วีดกางแผนที่ใต้ดินและตรวจสอบมัน
“ถ้าสู้อีก
16 ครั้งก็คงจะออกไปได้”
ไม่จำเป็นต้องย้อนกลับไปในทางที่พวกเขามาเนื่องจากการบิดเบือนของมิติ
และยังมีกับดักและมอนสเตอร์ที่จะทำให้เกิดการตายมากขึ้น อย่างไรก็ตามจิตใจของเขาผ่อนคลายเพราะเขาเพิ่งบรรลุภารกิจที่สำคัญมากๆ
“และมาดูตรงนี้สิ....”
รูปแบบที่ซับซ้อนของอักษรรูนที่ถูกแกะสลักบนพื้นห้อง
“วงเวทย์เคลื่อนย้าย”
เทเลพอร์ตที่จะย้ายเขาออกไปอย่างรวดเร็ว!
วีดเคยใช้มันในระหว่างการผจญภัยที่เกี่ยวข้องกับวิหารเฟรยาห์
เขาฝังหินมานาลงบนพื้นและกระแสมานาก็ไหลไปตามลวดลาย
ฟสึกกกกกก!
มันขยายออกและค่อยๆใหญ่ขึ้น
“ไปกันเถอะ”
วีด,อัศวินศักดิ์สิทธิ์,นักบวช,บาฮามอคและเกวียนต่างได้เข้าไปในวงเวทย์
วงกตร็อดเดอลิคถูกพิชิตแล้ว
|
★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★★
หลังจากนั้นไม่นานวีดก็มาถึงหุบเขาสายลมใกล้กับวงกต
ทุกคนหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย
“ขั้นแรกคงต้องดูว่าเราต้องทำอะไรต่อ”
วีดนำบันทึกการแกะสลักออกมา
พวกเขาออกจากเขาวงกตแล้วและที่นี่ก็ปลอดภัยดี
และถ้าเขาชักช้ากว่านี้พวกผู้เล่นคงจะเจอเขาในไม่ช้าเพราะฉะนั้นอยู่นานไม่ได้
ติ๊ง!
-ท่านได้อ่านบันทึกการค้นคว้าที่เกี่ยวข้องกับเทคนิคการแกะสลักลับขั้นสุดท้าย
|
【บันทึกของร็อดเดอลิค
มุมมองของความงามนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
เหนือกว่าข้อจำกัดและความกดดันในการแกะสลักในการสร้างความงดงาม
หลายคนกลัวความท้าทาย แต่ประติมากรมีความทะเยอทะยานที่มากมาย
พวกเขาอาจจะดูอ่อนแอ,เป็นเหตุทำให้ศิลปินหัวเราะเยาะใส่พวกเขา
แต่พวกเขาเอาชนะความยากลำบากมากมายด้วยจินตนาการและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่
ประติมากรเริ่มศึกษารูปแบบของประติมากรรมที่งดงามที่สุดในโลก
และประติมากรผู้หนึ่งก็ได้สร้างสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้
“ข้าคิดว่าประติมากรรมนั้นคือความงดงามอันเปล่งประกาย”
“แต่ความงดงามนั้นได้นำข้ามาสู่เส้นทางการแกะสลัก”
“สิ่งเล็กๆ ที่มีความหมายอันยิ่งใหญ่”】
“รู้สึกว่ามันจะไม่หมูเลยแหะ”
วีดรู้สึกไม่พอใจอย่างมากต่อประติมากรเมื่อเขาอ่านถึงตรงนี้
เขาตกอยู่ในอันตรายมากมายในเขาวงกตของร็อดเดอลิคเพื่อที่จะได้รับเบาะแสเพียงว่าสิ่งเล็กๆ
มีความหมายที่ยิ่งใหญ่
อย่างไรก็ตาม มันยังเร็วไปที่จะมานั่งสิ้นหวัง
วีดจึงอ่านบันทึกต่อไป
จบตอน
ผู้แปล :
Spicygorhot
Editor : แอดชิน เพจ
เราอ่านนิยายแปล