เล่ม
20
ตอนที่ 9: วีดทำได้อีกครั้งแล้ว แปลโดย W.melonee
ห่าฝนดาวตกของซอยูนพุ่งจู่โจมใส่คูบิยะอย่างต่อเนื่อง
ปึ๊กปึ๊กปึ๊กปึ๊ก!
การโจมตีเป็นชุดนั้น ทำให้เกิดความเสียหายอย่างหนักหน่วง
"คยากกกก!"
ด้วยการรุกไล่โจมตีนี้ คูบิยะไม่สามารถทำอะไรได้นอกเสียจากรับการโจมตีเข้าไปเต็มๆซอยูนอยู่ในสภาพเหมือนคนคลั่งที่ยอมเสี่ยงเข้าไประดมโจมตีใส่คูบิยะ!
หลังจากคูบิยะโดนโจมตีติดๆกันเป็นสิบชุดมันก็เริ่มล่าถอยไป
อาชีพสายเบอร์เซิร์กเกอร์นั้น จะยังคงโจมตีอย่างต่อเนื่องจนกว่าพลังชีวิตและพลังกายจะหมดลง
แต่อย่างไรก็ตามด้วยความต่อเนื่องเช่นนั้น ก็จะผลาญมานาไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน รวมทั้งเพิ่มความเหนื่อยล้าให้กับร่างกายด้วย
แต่ว่าซอยูนกลับไม่สนใจสิ่งเหล่านั้นเลย เพลงดาบอันเรียบง่ายและหนักแน่นรุนแรง ซึ่งยังคงละเลงพลังทั้งหมดของเธอออกมาอย่างต่อเนื่อง
แม้ว่าเธอใกล้จะหมดแรงเต็มทีแล้วก็ตาม ถึงกระนั้นซอยูนก็ยังคงเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว
ซึ่งรู้ได้เลยว่าระดับของเธอนั้นไม่ธรรมดาเลย
------------------------------------------------------------------------------------------
|
-
คุณอยู่ในพื้นที่ที่มีผลกระทบกับสกิล
คุณสูญเสียพลังชีวิต 1,396 แต้ม
|
ขณะที่วีดยังคงเกาะอยู่บนหลังของคูบิยะ
เขาก็ได้รับความเสียหายจากการโดนโจมตีต่อเนื่องติดๆกันหลายครั้งด้วยเช่นกัน
ศึกนี้กลายเป็นการต่อสู้แข่งความอดทน คูบิยะยังคงต้องรับมือกับการโดนโจมตีซัดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
จนถึงขีดสุด อย่างไรก็ตามซอยูนก็เลือกที่จะโจมตีอย่างไม่ลืมหูลืมตาโดยไม่สนใจค่าทางกำลังกายที่ลดลงไปของเธอซึ่งจะเปิดช่องโหว่ให้คูบิยะโต้กลับมาได้
"ทักษะสูบชีพ!"
วีดยังคงดื้อดึงเกาะอยู่ที่หลังของคูบิยะ ขณะที่กำลังทำการสูบชีพของมัน
เขากลัวว่าเขาอาจจะตายได้เนื่องจากซอยูนยังคงจู่โจมกราดยิงเข้ามาอย่างฉับไวและไม่สนใจอะไร
ยังมีความจริงอันน่าสะพรึงอีกอย่างที่ว่า เธอมีเครื่องหมายของฆาตกรที่ชื่อของเธอกลายเป็นสีแดงสดดั่งเลือดติดอยู่
เพราะฉะนั้นในแต่ละครั้งที่คูบิยะได้รับแรงปะทะจากการโดนซัดโจมตีเข้าใส่
วีดก็จะรู้สึกหวั่นใจทุกครั้ง ตามแบบฉบับของเบอร์เซิร์กเกอร์
ซอยูนไม่เคยคิดอะไรเลย เมื่อถึงคราวโจมตีของเธอ!
เนื่องจากการโดนโจมตีข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน ตอนนี้คูบิยะจึงอยู่ในสภาพที่ร่อแร่เต็มที
แต่กระนั้นมันก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะตอบโต้กลับไป
"หาญกล้ามากเจ้ามนุษย์! ที่คิดว่าเจ้าจะต้อนข้าให้จนมุมได้"
แม้ว่ามันจะทำกับโครงกระดูกอย่างวีดเป็นพวกตัวป่วน
พวกขี้ขลาดและน่ารำคาญ แต่ปฏิบัติกับซอยูนต่างออกไป นักรบแห่งความหายนะ
ผู้ยิ่งใหญ่ คูบิยะกลับให้ความเคารพยกย่องผู้ที่มีพละกำลังอันแข็งแกร่ง
แต่ว่าพวกมันกลับเหยียดหยามพวกจอมเวทย์อย่างเห็นได้ชัด ในตอนนี้วีดที่เป็นลิชและมีค่าชื่อเสียงอันฉาวโฉ่ที่สูงมาก
ดังนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่พวกมอนสเตอร์จะแสดงความรังเกียจเหยียดหยามต่อหน้าเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น
จากการประเมินสถานการณ์ มันยังคงจำเป็นที่จะต้องหลบหลีกการโจมตีของนักรบผู้ยิ่งใหญ่
คูบิยะให้ได้ไม่ว่ายังไงก็ตาม เพราะถ้าหากว่ามีผู้เล่นคนไหนถูกเขาฟันเข้าด้วยขวานหรือดาบแห่งมังกรเล่มนั้นคงมีแต่ต้องตายสถานเดียว
'แย่แล้วสิ'
วีดพยายามที่จะเตือนซอยูน แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่สามารถยั้งมือและยังคงกวัดแกว่งดาบของเธอไปมาอย่างตอเนื่อง
การนองเลือดไม่อาจยับยั้งได้อีกแล้ว มวลมานาถูกรวบรวมมาอยู่ที่ดาบของเธอ ซึ่งกำลังเปล่งแสงสีแดงเลือดออกมา
'เธอกำลังจะทำอะไรบางอย่าง'
ซอยูนกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีชุดใหญ่
------------------------------------------------------------------------------------------
และเมื่อใดที่ดาบสีแดงเลือดของเธอแหวกม่านผ่านอากาศไป
มันก็จะสร้างความเสียหายใส่พื้นที่โดยรอบเหมือนดั่งพายุพัดผ่าน แต่ถึงกระนั้นทางด้านคูบิยะก็ก้าวถอยหลังกลับไปพร้อมกับตวัดดาบของมันออกไปเป็นแนวกว้าง
ก่อให้เกิดพลังที่สามารถยับยั้งการโจมตีของซอยูนเอาไว้ได้
"นักรบหญิง ข้ายกย่องในความกล้าหาญของเจ้า
การได้ฆ่าเจ้านับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง"
จากนั้นคูบิยะก็ถีบพื้นแล้วพุ่งตัววิ่งตรงออกไปหาซอยูน
อย่างไรก็ตาม เป็นอีกครั้งที่ดาบสีแดงเลือดตัดผ่านอากาศอย่างรุนแรงไปที่คูบิยะและวีด
แสงสีแดงเลือดยังคงไม่เลือนหายไปและยังคงโจมตีออกไปอย่างต่อเนื่อง
ช่างเป็นสกิลที่แสนยุ่งยากที่ไม่อาจจัดการได้ง่ายๆ!
นักรบแห่งความหายนะ ผู้ยิ่งใหญ่ คูบิยะไม่ได้รู้สึกตื่นตระหนกจากการถูกโจมตีแบบปุบปบปับนั้นเลย
แต่ก็ยังพยายามที่จะสกัดเอาไว้ด้วยขวานและดาบของมัน
"อ๊ากกกกกกกกกกก!"
คูบิยะตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวด วีดก็เช่นเดียวกัน
อ๊ากกกกกกก!"
เมื่อเห็นอย่างนั้นซอยูนก็เปิดฉากโจมตีต่อไปโดยไม่ลังเล
ส่วนวีดก็ต้องทนรับความเจ็บปวดนั้นไปอย่างต่อเนื่อง
'นี่ถ้าฉันรู้ว่าอะไรแบบนี้จะเกิดขึ้นนะ
ฉันน่าจะเอาเครื่องปรุงที่มันหมดอายุแล้วมาทำอาหารให้เธอกินซะ! ไม่ๆๆๆ ฉันควรจะเอาเจปเท็มของเธอมาให้มากกว่านี้อีก
เพราะยังไงทุกครั้งที่เราออกไปล่ามอนสเตอร์เสร็จ เธอก็จะขโมยประติมากรรมของฉันไปอยู่ดี
นี่มันไม่ยุติธรรมเลยจริงๆ!'
ซอยูนเพ่งสมาธิไปที่ทักษะของเธอ เพื่อทำให้เกิดความเสียหายสูงสุด
จากนั้นสกิลก็ก่อตัวขึ้นจากมานาสีแดงขุ่น แล้วเธอก็ปลดปล่อยมันออกมา
“อ๊าคคคคคคคคค!”
เมื่อโดนสกิลซัดเข้าไป คูบิยะถึงกับกระเด็นจนลอยขึ้นไปในอากาศ
สถานการณ์พลิกกลับแล้ว แทนที่จะเป็นคูบิยะ
ซอยูนกลับเป็นฝ่ายที่กำลังไล่ล่าอยู่ในตอนนี้
แกร้งกว๊างแกร๊งกว๊างแก็งงง!
เมื่อไหร่ก็ตามที่คูบิยะโดนฟัน วีดก็จะโดนไปด้วยเช่นกัน
ทางซ้ายและทางขวา ด้านบนและด้านล่าง ร่างกายของคูบิยะสะบัดไปมาตามแรงดาบที่ถูกโจมตี
แล้ววีดก็ต้องคิดทบทวนใหม่อีกครั้ง
เกี่ยวกับทักษะการต่อสู้ของซอยูนนั้น
'แข็งแกร่งสุดๆ'
แม้ว่าก่อนหน้านี้เธอกับโทริจะออกไปต่อสู้ด้วยกัน
แต่หลังจากผ่านประสบการณ์ด้วยตัวคนเดียวในสนามรบนับครั้งไม่ถ้วน มันคงทำให้เธอแข็งแกร่งได้ถึงขนาดนี้
'ถึงแม้ว่าเธอจะทำอาหารไม่ได้เรื่องหรือว่าสร้างประติมากรรมไม่เป็น
แต่เธอกลับทรงพลังมากหากเป็นเรื่องของการต่อสู้'
ลักษณะเฉพาะของอาชีพสายเบอร์เซิร์กเกอร์
ได้แสดงให้เห็นถึงการไร้ความลังเลเมื่ออยู่ในการต่อสู้
ยิ่งเธอโจมตีรุกเข้าไปมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเพิ่มพลังให้กับทักษะของเธอ
------------------------------------------------------------------------------------------
ซอยูนไร้เทียมทานด้วยความสามารถของเธอล้วนๆ!
ในขณะที่ค่าพลังชีวิตของคูบิยะลดลงอย่างต่อเนื่อง
ส่วนวีดก็ประสบชะตากรรมเดียวกัน แต่แม้จะได้รับความเสียหายอย่างหนักพลังชีวิตของคูบิยะก็ยังคงเหลืออยู่ตั้ง
11%
"เร็วเข้า รีบไปช่วยท่านนักรบผู้ยิ่งใหญ่!"
เหล่านักรบแห่งความหายนะที่กระเด็นไปไกล จากการระเบิดของยักษ์อัคคี
พวกมันกลับมาแล้ว! พวกนักรบแห่งหายนะผู้จงรักภักดีจึงเริ่มเทเลพอร์ตตรงไปมาหาคูบิยะ
จากศัตรูเพียง10 ก็เพิ่มเป็น
20 พวกมันมีจำนวนเยอะขึ้นเรื่อยๆและพุ่งเป้าไปที่ซอยูนและพวกอันเดดสามตัวที่เหลืออยู่
ส่วนพวกนักรบแห่งความหายนะตนอื่นๆก็ยังคงไล่ตามเจ้าวิหคทองคำและอึนเซ(วิหคเงิน/วิหคเร้นลับ)โดยใช้การเทเลพอร์ต
แต่อย่างไรก็ตาม
ทั้งสองตัวนั้นไม่ได้ลงมาต่อสู้ที่พื้นดินแต่กลับบินขึ้นไปสูงขึ้นๆแทน
เขาไม่สามารถรับมือกับจำนวนของศัตรูที่มากมายได้เลย ส่วนพวกอันเดดก็ถูกกวาดล้างจนเกลี้ยงโดยนักรบแห่งความหายนะ
ตั้งแต่ตอนต้นแล้ว สถานการณ์ของวีดนั้น ช่างไม่สู้ดีเอาซะเลย
"ซอยูน เธอหนีไปซะ!"
ซอยูนได้รับบาดแผลมากมายจากนักรบแห่งความหายนะ แต่ว่าสมาธิของเธอยังคงมุ่งมั่นจดจ่ออยู่ที่การต่อสู้
ไม่วอกแวกเลยแม้แต่น้อย
"ชิ ถ้างั้นฉันจะลองใช้เวทย์นี่ก็แล้วกัน
ทักษะปลุกชีพความตาย!"
บัดนี้ สนามรบทับถมเต็มไปด้วยบรรดาซากศพนับร้อย
ในตอนนี้มีเหล่าอันเดดถูกทำลายไปมาก
แต่ก็มีอันเดดนักรบแห่งความหายนะ 15 ตนถูกปลุกขึ้นมาแทนที่พวกมัน
วีดไม่ห่วงเรื่องค่ามานาที่จะต้องใช้ไป เพราะเขามีเสบียงที่คงที่อยู่แล้วจากการ'ใช้ทักษะสูบมานา'
หลังจากโดนกระหน่ำโจมตีใส่อย่างไม่ปราณี ตอนนี้จึงทำให้คูบิยะไม่สามารถขยับตัวได้และตกอยู่ในสภาวะมึนงง
วีดได้ทีจึงร่ายเวทย์ของเขาอีกครั้ง
"ทักษะปลุกชีพความตาย!"
อันเดดนักรบแห่งหายนะอีก 17 ตนถูกสร้างขึ้น *ตริ๊ง!*
|
-
ทักษะอัญเชิญอันเดดขั้นกลางเลเวล 10 เปลี่ยนเป็นทักษะอัญเชิญอันเดดขั้นสูงแล้ว
|
|
คุณสามารถอัญเชิญจิตวิญญาณของนักรบเอลเว็น(Elven)ด้วยซากศพพิเศษ
ตอนนี้อันเดดมีความยืดหยุ่นและเร็วยิ่งขึ้น(แอดมิน: Elven
ตรงนี้น่าจะเป็นเผ่าเอลฟ์ เอาไว้รอดูอีกทีก่อนละกัน)
|
|
คุณสามารถควบคุมเหล่าอันเดดระดับต่ำได้อย่างสมบูรณ์
|
------------------------------------------------------------------------------------------
|
ถ้าคุณมีชื่อเสียงอยู่ในระดับสูงบนผืนทวีปเวอร์เซลล์
คุณจะสามารถสั่งการอันเดดได้นับหมื่นนับแสน
|
|
-
ทักษะการอัญเชิญอันเดดของคุณได้ขึ้นสู่ระดับสูงแล้ว
|
|
เนื่องจากอิทธิพลของการเป็นลิช
ความสามารถทางร่างกายของอันเดดจะเพิ่มขึ้น
ทักษะของลิชที่มีทักษะสูบมานาและทักษะสูบชีพจะเพิ่มประสิทธิภาพขึ้น 15%
|
|
- คุณจำเป็นต้องดำเนินภารกิจต่อในฐานะอันเดดสำหรับระยะเวลาที่เหลือของภารกิจดาบมังกร
แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากว่าคุณยกเลิกทักษะประติมากรรมจำแลง คุณจะสูญเสียภารกิจนี้ไปและไม่สามารถเอากลับคืนมาได้อีก
|
|
- เนื่องจากข้อบังคับปัจจุบันของทักษะประติมากรรมจำแลง
ค่าสถานะทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นยกเว้นค่าชื่อเสียง
|
|
- เนื่องจากท่านมีค่าสถานะทางศิลปะที่สูง
ตอนนี้อันเดดจึงสามารถร่ายรำได้
|
|
ตอนนี้อันเดดสามารถแสดงการเต้นที่ประหลาดสุดๆภายใต้ท้องฟ้าที่สว่างไสวและเต็มไปด้วยแสงจันทร์
|
"ทำไมถึงได้ดวงไม่ดีอย่างงี้นะ! ทำไมถึงได้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมากัน?!"
ตอนนี้ทักษะอัญเชิญอันเดดอยู่ในระดับสูงแล้ว
แต่ยังไงก็ตาม พวกอันเดดที่มีอยู่นี้ก็ถูกสร้างขึ้นมาในตอนที่ทักษะของเขายังอยู่ในระดับกลาง
มันคงจะเสียเวลาแน่ๆที่ต้องเอาพวกมันกลับคืนมาแล้วยังจะต้องเรียกพวกมันกลับมาใหม่อีก
"จงสู้! จงฆ่าศัตรูของเจ้านายพวกแกให้หมดสิ้น!"
อันเดดนักรบแห่งความหายนะ 20 ตนเทเลพอร์ตมาช่วยสนับสนุนให้กับซอยูน
ส่วนพวกที่เหลือก็หยุดศัตรูที่เป็นนักรบแห่งความหายนะที่ประดาหน้าเข้ามา
วีดยังคงสูบเอามานาจากคูบิยะต่อไปเรื่อยๆเพื่อที่จะเอามาค้ำจุนพวกอันเดดเอาไว้
แต่ก็ยังเหลือเพียงพอที่จะร่ายเวทย์ของเขาได้
"ทักษะระเบิดซากศพ! ระเบิดซากศพ!ระเบิดซากศพ!ระเบิดซากศพ!" การระเบิดซากศพที่มีแรงระเบิดสูงถูกใช้ออกมาอย่างต่อเนื่อง
"เข้าไปในนั้นและไปจับศัตรูมาให้ได้!"
กลุ่มของอันเดดนักรบแห่งความหายนะโดนระเบิดไปกลุ่มแล้วกลุ่มเล่า
การใช้ซากศพของนักรบแห่งความหายนะที่มีคุณภาพสูงในการระเบิด เป็นทางเพื่อสร้างความเสียหายให้มากขึ้นนั้น
เป็นแผนอันจนตรอกของวีด และด้วยความช่วยเหลือของอันเดดนักรบแห่งความหายนะ ซอยูนจึงสามารถหลุดพ้นจากวงล้อมของศัตรู
และหนีออกมาได้และกระโจนไปหาคูบิยะ
แต่น่าเสียดาย คูบิยะได้ฟื้นคืนสติกลับมาแล้วและก็เริ่มท่องมนต์ออกมา
"โอเหล่าวิญญาณของนักรบที่ปกครองดินแดงแห่งนี้!
จงให้ความแข็งแกร่งแก่ข้าเพื่อต่อสู้เทอญ!"
นี่คือฤทธิ์เดชของนักรบ!
ทันใดนั้นกล้ามเนื้อทั้งหมดของคูบิยะก็พองตัวขึ้น
เนื่องจากความโกรธที่ถูกกระตุ้นขึ้นมา
อัตราการเต้นหัวใจของมันจึงเร็วขึ้นและเพิ่มความแข็งแรง ความว่องไวและพลังกายก็กลับฟื้นคืนกลับมา!
"ย่าาาาาา!"
จากนั้น เพียงชั่วพริบตา คูบิยะก็โดนซอยูนกระหน่ำซัดไปอีกนักสิบครั้ง
ด้วยความเร็วและพละกำลังที่มันมีอยู่
ซอยูนจึงพ่ายแพ้ไปอย่างราบคาบ
แถมเธอยังได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีก่อนหน้านี้จากพวกนักรบแห่งความหายนะด้วย จึงทำให้เธอยิ่งเสียเปรียบมากขึ้นไปอีก
นอกจากนี้เนื่องจากทักษะของเธอสูบเอาค่าพลังกายไปแทบหมดจึงกลายเป็นว่าตอนนี้เธออ่อนแอสุดๆ
"นักรบมนุษย์หญิง
ข้าจะทำให้เจ้าตายตอนนี้แหละ!"
คูบิยะโจมตีใส่ซอยูนด้วยขวานของมันหลายครั้ง
จากนั้นก็จัดการปิดบัญชีด้วยดาบดาวสีชาด (Red Star)
วีดเสียใจที่เขาสามารถทำได้เพียงดูซอยูนตาย!
เขาจึงแผดเสียงออกไปดังสนั่น
"อันเดดทั้งหมดโจมตีคูบิยะ!"
มันกลายเป็นสถานการณ์ที่สิ้นหวังไปเสียแล้ว
ก่อนที่เธอจะตายไป ซอยูนเป็นคนเดียวที่สามารถสร้างบาดแผลให้คูบิยะมากที่สุด
อันเดดนักรบแห่งความหายนะเปิดฉากโจมตีคูบิยะจากทุกทิศทุกทาง
"เล็งไปทางด้านซ้าย! แกห้าตัวโจมตีด้านบนขวา!"
เนื่องจากตำแหน่งของวีดคืออยู่บนหลังคูบิยะ
เขาจึงสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆได้จากจุดนี้ ต้องขอบคุณการบอกทิศทางของวีด พวกอันเดดจึงสามารถต่อสู้กับคูบิยะได้ตรงจุด
แต่อย่างไรก็ตามมันก็เป็นอย่างนั้นได้ไม่นาน
ในขณะที่พวกเขาต่างโจมตีด้วยขวานของพวกเขา คูบิยะก็ตอบโต้พวกเขากลับมาด้วยระเบิดบอลเพลิงที่แผดเผาเหล่าอันเดดไปจนหมดสิ้น
"ทอร์นาโดใบมีด!"( Blade Tornado)
โทริพุ่งเข้าไปโจมตีคูบิยะด้วยท่าไม้ตาย!
เจ้าวิหคทองคำและอึนเซก็โฉบลงมาที่พื้นดินเพื่อโจมตีมัน
แต่พวกมันก็ถูกเจ้าคูบิยะตีกลับออกไป จากนั้นข้าศึกเหล่านักรบแห่งความหายนะก็ไล่ตามพวกมันขณะที่มันกำลังจะบินกลับขึ้นไปบนท้องฟ้า
"ไอ้โครงกระดูกกะหลั่ว ตอนนี้ถึงตาแกแล้ว"
จากนั้นคูบิยะก็ประกาศออกไปอย่างกึกก้องว่าตอนนี้อุปสรรคทั้งหมดได้ถูกกำจัดออกไปหมดแล้ว
แม้ว่าร่างกายของมันจะถูกทำลายและเต็มไปด้วยบาดแผล แต่คูบิยะยังคงมีอัตราการฟื้นฟูพลังชีวิตอันมหัศจรรย์อยู่
เพราะมีชีวิตของเขาเป็นเดิมพัน วีดจึงยังคงสูบพลังชีวิตของคูบิชยาเหมือนกับยุง
"ตายซะไอ้โครงกระดูก"
ในขณะที่ใบขวานถูกกวัดแกว่งไปมา วีดก็รีบถอยร่นไปด้านข้างของคูบิยะ
"ทักษะหัตถ์แห่งจิต!" (Mind
Hand!)
ทักษะของประติมากรที่สามารถสร้างมือที่สามขึ้นมาได้ ด้วยมือข้างนั้นจึงสามารถจับแขนของคูบิยะเอาไว้ได้พร้อมกับหลบหลีกการโดนโจมตีได้อย่างหวุดหวิด
แม้ว่าการโจมตีนั้นจะหยุดอยู่กลางทาง แต่วีดก็ยังคงได้รับความเสียหาย เขาจึงเริ่มดูดพลังชีวิตอีกครั้งเพื่อฟื้นฟู
ดังนั้นทุกครั้งที่คูบิยะโจมตีด้วยขวาน วีดจึงหลบหลีกมันด้วยกลวิธีต่างๆและการเคลื่อนที่ไปมาดุจดั่งวานร
"ฉันจะตามรังควานแก จนกว่าแกจะถึงจุดจบ!"
ด้วยการโจมตีอย่างไม่ยั้งของคูบิยะ กระดูกของวีดเริ่มเกิดรอยร้าว
และเมื่อมันแตกพลังชีวิตเขาก็จะลดลงไปฮวบฮาบ
"ฉันจะต้องตายไปอย่างนี้งั้นหรอเนี่ย"
ถ้าวีดโดนโยนออกไปจากหลังของคูบิยะ
เขาคงต้องตายจากการโดนคาถาที่จะตามมาหลังจากนั้นแน่ๆ
"โกลโกลโกล!"
ในสภาพที่ใกล้จะตายอยู่รอมร่อ วีดก็ได้ยินเสียงอันคุ้นเคยของโกลมินิ
"มออออออ!"
แม้กระทั่งเสียงร้องของเจ้าเหลืองเข้ามาผสมโรง
วีดจำได้ว่าเขาสั่งไม่ให้พวกมันเข้ามาร่วมรบและถ้าสถานการณ์เลวร้ายลงไปก็ให้ถอยทัพกลับไป
“ข้าคือโกลมินิ
พวกเราจะไม่ยอมให้แกฆ่าเจ้านายของพวกเราหรอก โกลโกลโกล!"
มันขี่อยู่บนหลังของเจ้าเหลือง
จากนั้นเจ้าโกลมินิก็พุ่งเข้าใส่เยี่ยงอัศวินผู้กล้าหาญ
"พวกแกยังไม่หนีไปกันอีกเหรอ?!"
"หยุด!"
เพื่อที่จะหยุดพวกมันให้ได้ เหล่านักรบแห่งความหายนะจึงเข้าไปจัดการพวกมัน
"พุ่งเข้าไป โกลโกล!"
จากนั้นโกลมินิก็กวัดแกว่งดาบของมัน ตีฝ่าเข้าไปในแนวรับของศัตรู
ทุกครั้งที่พวกมันผ่านกลุ่มนักรบแห่งหายนะไป ก็จะมีรอยแตกและรอยขีดข่วนบนตัวที่ราบเรียบของมัน
บางส่วนก็หลุดออกไปบางส่วนก็ละลาย แต่ก็ไม่มีอะไรหยุดเขาให้มุ่งไปข้างหน้าได้อีกแล้ว
------------------------------------------------------------------------------------------
เจ้าเหลืองฝ่าเข้าไปในกลุ่มบอลเพลิงโจมตีเข้ามาและกวาดไถลฝ่าเข้าไปในกลุ่มนักรบแห่งความหายนะ!
โกลมินิใช้คุณสมบัติเสริมจากอัญมณีไพลินสีฟ้าสดใสที่ดึงออกมาจากร่างกายของมันจำนวนห้าเม็ด
มันถือว่าเป็นอัญมณีชั้นสูงที่สามารถกระตุกราคาให้สูงขึ้นได้ภายในร้านค้าบนทวีป
"ทักษะอัญมณีทำลายล้าง ลูกแก้วไพลิน!"
จากนั้นพายุน้ำแข็งและหิมะก็มารวมกลุ่มอยู่ที่โกลมินิ แล้วก็ซัดกระหน่ำไปที่เหล่านักรบแห่งความหายนะ!
แล้วพายุแท่งน้ำแข็งก็รวมตัวกันแล้วหวดใส่คูบิยะอย่างรุนแรง
"อ๊ากกกก! นี่มันการโจมตีอะไรกัน...บลิ้งค์!"
คูบิยะพยายามที่จะเทเลพอร์ตหนีไปจากพายุหิมะนั้น แต่เนื่องจากวีดยังคงเกาะติดมันอยู่ทักษะนั้นจึงล้มเหลวไป!
ในตอนที่เกิดพายุหิมะแห่งไพลินขึ้น คูบิยะก็ได้รับความเสียหายสาหัส
ส่วนวีดก็โดนลูกหลงไปด้วยเช่นกัน เพื่อที่จะลดความเสียหายให้มากที่สุดวีดจึงต้องยึดตัวเองไว้ให้มั่นอยู่บนหลังของคูบิยะ
|
-
เนื่องจากความหนาวเย็นสุดขีด
ตอนนี้ร่างกายของท่านจึงถูกแช่แข็ง
|
|
-
พลังชีวิตลดลงไปอย่างมหาศาล
|
|
-
ความสามารถทางกายภาพลดลง 87%
|
|
-
อยู่ในสภาพสาหัสอย่างมาก! เนื่องจากว่าท่านเป็นอันเดด ท่านจึงไม่สามารถด้านทานความหนาวเย็นได้
|
|
-
ตอนนี้ขากรรไกรและนิ้วของท่านถูกแช่แข็งแล้ว
คุณไม่สามารถร่ายคาถาใดๆได้
|
|
-
ตอนนี้คุณสูญเสียความรู้สึกทั้งหมดของร่างกายไปแล้ว
ผิวหนังและเส้นประสาทต่างๆตายด้านแต่เนื่องจากร่างกายถูกสร้างมาจากกระดูกอย่างเดียว
ภาวะต่างๆนั้นจึงไม่ถูกนำมาใช้
|
|
-
ตอนนี้ร่างกายของคุณไม่สามารถเคลื่อนไหวได้
|
|
-
ทุกคาถาที่ถูกร่ายไปถูกยกเลิก
ตอนนี้การป้องกันจากเวทมนต์ทั้งหมดถูกถอดออกไปทักษะสูบชีพและทักษะสูบมานาถูกยกเลิก
|
หน้าต่างข้อความของระบบปรากฏขึ้นมาหลายครั้งติดต่อกัน
เพราะว่าไม่สามารถหลบหนีไปจากพื้นที่ของมนต์แห่งไพลินไปได้ พลังชีวิตของคูบิยะจึงลดลงไปมากเช่นกัน
ท่ามกลางพายุหิมะนั้น ก็มีสะเก็ดน้ำแข็งแท่งหนึ่งพุ่งเข้าใส่เบ้าตาของวีดอย่างจัง
ในขณะที่วีดมองโกลมินิร่ายเวทอันทรงพลังของมันใส่นักรบแห่งความหายนะด้วยตาข้างหนึ่งที่เหลืออยู่ของเขา
ทันใดนั้นเจ้าโกลมินิก็ตะเบ็งเสียงของมันออกมาว่า
"นายท่าน ข้าจะแสดงให้ทั้งโลกรู้แล้วว่าข้ารู้สึกซาบซึ้งในตัวท่านมากแค่ไหน
โกลโกลโกล!"
จากนั้นมันก็ร่ายมนตร์ขึ้นมาอีกครั้ง เป็นเวทย์มนต์ที่วีดได้ห้ามไม่ให้มันใช้เป็นอันขาด
"ทักษะอัญมณีทำลายล้าง!"
ด้วยการเสี่ยงชีวิตเพื่อที่จะช่วยเจ้านายของมัน โกลมินิก็ดึงเอาไพลินออกมาอีก
5 เม็ดและใช้ทักษะอีกครั้ง
เพราะการใช้สกิลอีกครั้งนั้น จึงทำให้ร่างกายของมันไม่มีอัญมณีเหลืออยู่อีกแล้ว
ท้ายที่สุด เจ้าโกลมินิก็ได้ใช้ร่างกายของมันเพื่อสร้างระเบิดที่ทำให้ทั่วทั้งพื้นที่นั้นเต็มไปด้วยประกายสีทองระยิบระยับครอบคลุมไปจนถึงตัวเหล่านักรบแห่งความหายนะและคูบิยะ
เพราะว่านี่เป็นหนทางสุดท้ายของมัน โกลมินิจึงได้ระเบิดร่างกายของมันเพียงเพื่อที่จะช่วยวีดและกำจัดพวกศัตรูให้ได้
ในช่วงเวลานั้นเอง ภายในหัวของวีดก็เต็มไปด้วยภาพแห่งความทรงจำของเจ้าโกลมินิ
จากนั้นวีดก็พูดกับมันเป็นครั้งสุดท้าย
"ทำไมแกถึงทำอะไรไม่เอาไหนอย่างนี้นะ?
แกยังหาเงินไม่พอกับค่าตัวแกเลยนะ" (งกจนบัดสุดท้าย -.-)
มันเหมือนกับน้องชายของเขา วีดเคยแบ่งปันอุปกรณ์ของเขาให้กับมัน
เพราะเขาไม่ต้องการเครื่องแต่งกายมือใหม่กับดาบทื่อๆอีกต่อไปแล้ว เขาก็เลยมอบมันให้กับเจ้าโกลมินิ
"แกคิดว่าแกเป็นใครถึงได้พยายามมากมายขนาดนี้...สำหรับแกที่ต้องจบลงแบบนี้ น่าสงสารจริงๆ"
"โกลโกลโกล"
แม้ว่ามันจะได้รับการปฏิบัติดูแลที่รุนแรงอยู่ตลอด
แต่ว่ามันก็ยังได้ไปออกล่าและเติบโตขึ้นมาพร้อมๆกับพวกไวเวิร์นโดยที่ไม่ได้รู้สึกขุ่นเคืองใดๆเลย
แม้ด้วยใบหน้าอันหล่อเหลาของมันจะทำให้มันเป็นคนหยิ่งๆและใจแคบในบางครั้งบางคราว แต่มันก็ได้เรียนรู้ที่จะอ่อนน้อมถ่อมตนกับคนอื่น
ที่มันทำเช่นนั้นก็เพื่อที่จะได้รับคำชมเชยจากวีดบ้าง ก็เท่านั้นเอง
"ย่าาาาาาาห์!"
โกลมินิตายไปแล้ว แต่คูบิยะยังคงมีชีวิตอยู่
"ฆ่า! ฉันจะฆ่าแกให้ตาย!"
คูบิยะคำรามออกมาเยี่ยงอสูรร้ายที่กำลังบาดเจ็บสาหัส
เจ้าเหลืองยังคงอาละวาดไปรอบๆ ขณะที่ร้องไห้คร่ำครวญไปด้วย
แล้วก็ฆ่าพวกนักรบแห่งความหายนะที่บาดเจ็บอยู่ใกล้ๆมัน
ในเวลาที่สิ้นหวังก็ต้องเรียกเครื่องมือแห่งความสิ้นหวังออกมา!
จากนั้นวีดก็ดึงเอามีดแกะสลักของซาฮับออกมาแล้วแทงเข้าที่หน้าอกของเขาเอง
แม้ว่าเขาจะลดพลังชีวิตที่เหลืออยู่ของเขาด้วยตัวเอง แต่ก่อนที่เขาจะตายไปเขาก็หยิบแผ่นทองแดงแห่งการหลับไหลออกมาด้วย
***
"อ๊าาา"
"นี่มันเกิดขึ้นได้ยังไง..."
เหล่าสตาฟของสถานี KMC Media ต่างรู้สึกตกตะลึง
ด่านสุดท้ายของภารกิจล้มเหลว และเหลือเพียงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างเดียวเท่านั้นที่รอคอยเหล่าประติมากรรมสลักชีพของวีด
------------------------------------------------------------------------------------------
น้ำตาแห่งความเสียใจและความเศร้าโศกจากเหล่าสตาฟของสถานี ต่างเผยออกมาให้เห็น
แม้แต่ผู้อำนวยการคังก็แสดงความรู้สึกอันขมขื่นออกมาเช่นกัน
"ฉายาไร้พ่ายของวีดได้มาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว"
ถึงจะเป็นวีดก็เถอะ ภารกิจนี้ก็คงไม่มีทางสำเร็จได้แน่ๆ
อีกอย่างความยากของภารกิจนั้นก็สูงมากเกินไป เพราะยังงั้นคงไม่มีใครโทษเขาจากความล้มเหลวในครั้งนี้ได้หรอก
ความสามารถในการนำทัพอันเดดต่อสู้กับคูบิยะ แถมยังรู้จักใช้ซากศพของพวกยักษ์เพลิงได้อย่างหลักแหลมอย่างกับเอามายัดใส่ถังแป้งของเขาเองก็ไม่ปาน
ยุทธศาสตร์ที่เขาใช้ท้าทายกับกองทัพนักรบแห่งความหายนะนั้นช่างน่าจดจำจริงๆ
"ฟู้วววว ฉันรู้สึกว่าหัวว่างเปล่าไปเลยอะ"
ผู้อำนวยการคังยังคงจับจ้องไปที่ภาพวีดีโออย่างเลื่อนลอย
คูบิยะได้รับความเสียหายสะสมอยู่มากเอาการ มันนั่งพักด้วยเข่าข้างหนึ่งที่ยันไว้กับพื้น ส่วนนักรบแห่งความหายนะก็รวมตัวกันอยู่รอบๆสร้างตัวเป็นกำแพงอันหนาแน่น
อัศวินโลกันตร์ยังมีเหลืออยู่มากพอที่จะต้านทานพวกนักรบแห่งความหายนะเอาไว้ได้
แม้ว่าตอนนี้พวกยักษ์เพลิงกำลังอ่อนแรงไปมากพอควร แต่สรุปแล้วสถานการณ์ของสงคราม ทั้งหมดก็เปลี่ยนไปเพียงนิดเดียวเท่านั้นเอง
ในตอนที่วีดเข้าสู่การต่อสู้ มันช่างเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นตาตื่นใจจนแทบหยุดลมหายใจจริงๆ
ขณะที่พวกเขายังคงเฝ้าดูนักรบแห่งความหายนะตายไปในสนามรบมากขึ้นเรื่อยๆแต่ก็ยังมีอีกมากมายที่โผล่ออกมาและเข้าไปโรมรันต่อสู้ด้วย
ในขณะที่เหล่าอัศวินโลกันตร์และเหล่ายักษ์เพลิงยังคงปักหลักอยู่ในพื้นที่ของใครของมัน
พวกนักรบแห่งความหายนะจำนวนมากต่างก็เหนื่อยจากการต่อสู้ บางตนก็เริ่มพักผ่อนบ้างแล้ว
ข้อนี้ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ เนื่องจากเป็นธรรมดาของการเล่นเกมส์ที่สถานการณ์เช่นนี้มีทางที่จะเกิดขึ้นมาได้
"งั้น นี่ก็มาถึงจุดจบแล้วสินะ"
เนื่องจากเป็นช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าเคล้าน้ำตา ไม่เพียงแต่ผู้บริหารคังคนเดียวเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงทุกคนในทีมงานตัดต่อก็ยังคงติดอยู่กับหน้าจอฉายภาพ
เพื่อที่จะทำให้ทุกคนดึงสติกลับคืนมาได้ ผู้อำนวยการคังจึงตบมือของเขา
"ตั้งสติได้แล้วทุกคน เรายังมีงานที่ต้องทำให้เสร็จนะ
ภารกิจล้มเหลวไปแล้ว เราจะต้องใส่แคปชั่นและเลือกใส่เพลงแบ็คกราวด์ให้เหมาะกันด้วย
ฝ่ายเขียนโปรแกรม เรตติ้งคนดูตอนนี้เป็นไงบ้าง?"
"ครับ รอสักครู่ครับ"
สตาฟฝ่ายเขียนโปรแกรมมองไปที่จอมอนิเตอร์และตรวจดูผลลัพธ์
"ตอนนี้มีสถานีที่ออกอากาศเกี่ยวกับเกมส์อยู่
17 สถานีครับ เรามีส่วนแบ่งในตลาดอยู่ที่ 92.5% แม้ว่ารายการของเราที่เข้าไปแข่งกับช่องข่าวที่กำลังออกอากาศอยู่ เรายังคงได้เรทติ้ง
8.9% ครับ"
แม้ว่าจะมีรายการขายของ ละครคอมเมดี้ ละครหลังข่าวที่เป็นรายการที่กำลังออกอากาศอยู่ในขณะนี้
ตามช่องทีวีต่างๆ แต่ยอดเรตติ้งที่ได้ก็สูงถึง 8.9%
ถ้านับแค่สถานีที่ทำการออกอากาศเกี่ยวกับเกมส์ งั้นเรตติ้งก็คงสูงถึง
92.5% ไปแล้ว
แทบไม่มีสถานีไหนที่เคยได้เรทติ้งจากผู้ชมสูงขนาดนี้มาก่อนนอกจากสถานี
KMC Media ที่เดียวเท่านั้น
ในจำนวนร้อยคนจะมีเพียง 7-8 คนเท่านั้นที่ไม่ดูรายการออกอากาศของโรยัลโร้ดผ่านทางสถานี KMC Media
"เรตติ้งนี่มันช่างน่าขันสิ้นดี..."
สตาฟของ KMC มีเดียบางคนถึงกับต้องตรวจสอบว่ามีความผิดพลาดทางเทคนิคในเครื่องของพวกเขารึเปล่า
ขณะที่คนอื่นๆกำลังเอะอะโวยวายกันใหญ่
จำนวนสายเรียกเข้ามาจากตัวแทนฝ่ายขายของบริษัทโฆษณาต่างๆก็โทรเข้ามาไม่ขาดสาย
หรือแม้แต่แผนกต่างประเทศก็ต้องลงสู่สนามเนื่องจากมีสายเรียกเข้าของสถานีออกอากาศจากประเทศอื่นๆเข้ามาด้วยเช่นกัน
****
ตอนนี้เหล่าผู้เล่นต่างควบคุมเอาไว้ไม่ไหวแล้ว
และกำลังฟลัดข้อความตามบอร์ดต่างๆ
|
-
สถานี KMC Media ออกอากาศครั้งสำคัญแล้ว
|
|
-
บัดนี้ การผจญภับของวีดได้ออกอากาศแล้ว
ตอนนี้ละ เปิดทีวีของคุณไปดูที่ช่อง KMC Media ได้แล้ว
|
|
-
สำหรับคนที่ไม่สามารถดูผ่านทางทีวีได้
คุณสามารถเข้าไปที่เว็ปไซต์และดูการถ่ายทอดผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้
|
CTS Meida และสถานีออกอากาศอื่นๆต่างก็อิจฉา
KMC มีเดียอย่างมาก
การเพิ่มขึ้นอย่างปุบปับของเรตติ้งอาจจะมองข้ามได้ แต่เมื่อมีประเด็นใหญ่ๆเกิดขึ้นจำนวนคนดูที่เพิ่มขึ้นจะมั่นคงทันที
สถานีKMC Media ถึงกับเพิ่มเอฟเฟคไปที่โปรแกรมของพวกเขาเพื่อทำให้จำนวนผู้ชมเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรอยัลโร้ดได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อสาธารณชน
แรกเริ่มเดิมที เนื่องจากแคปซูลนั้นมีราคาสูงมาก ผู้คนจึงลังเลในในการซื้อแม้ว่าจะมีความนิยมและประโยชน์จากการที่เป็นโลกเสมือนจริง
แต่ตอนนี้แม้คุณจะมีรถหรูราคาแพงและบ้านที่อยู่อาศัยดีแค่ไหน มันก็ยังดีกว่าที่จะมีไว้ในครอบครองด้วยการเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในรอยัลโร้ด
หลายๆครอบครัวที่ได้ออกไปล่าด้วยกันกับลูกๆของพวกเขาตอนนี้ได้กลับกลายเป็นภาพที่แสนธรรมดาไปซะแล้วภายในรอยัลโร้ด
รอยัลโร้ดได้นำความแปลกใหม่ที่ดีเข้ามา ไม่เพียงแต่ในเกาหลีแต่เป็นทั่วทั้งโลก
การออกอากาศต่อสาธารณะทำให้ทิศทางของสื่อนั้นมีอิทธิพลมากขึ้นด้วย
และในวันนี้วีดและ KMC Media ก็จะได้เป็นที่จดจำอย่างยิ่ง
สถานีอื่นต้องเผชิญกับความยากลำบากมากขึ้นในการพยายามดึงเรตติ้งที่ตกไป
กลับมาให้ได้ รวมไปถึงสถานี CTS Media จาชางและสถานีอื่นๆที่ได้รับผลกระทบอย่างมากเป็นเพราะพวกเขาเลือกที่จะออกอากาศคณะสำรวจแทน
ในตอนแรกพวกเขาให้ความสำคัญกับจำนวนคนดูและบริษัทโฆษณาจำนวนมากมาย แต่ทันทีที่การผจญภัยของวีดออกอากาศทางทีวี
เหล่าผู้ชมก็พากันละทิ้งพวกเขาและเทมาทางช่อง KMC Media ทันที
|
-
ในที่สุดการผจญภัยของวีดก็มาแล้ว
|
|
-
ถึงเวลาที่ต้องไปช่อง KMC Media ละ บายยยย
|
|
-
ฉันด้วย คิคิคิคิ
|
เหล่าผู้ชมไม่เคยพลาดข้อมูลใดๆนั่นเพราะว่าในอินเตอร์เน็ตนั้นเต็มไปด้วยเรื่องราวของเขตลาส
ฟาลังคซ์
ทุกคนเทความสนใจไปให้กับรายการการผจญภัยของวีดที่ต่างรอคอยมานาน
*****
ในขณะที่ดูจอภาพอยู่ ผู้อำนวยการคังก็พึมพำกับตัวเองว่า
"มันน่าเสียดายที่ภารกิจอันยิ่งใหญ่แบบนี้ต้องจบลงด้วยความล้มเหลว"
วีดเพิ่งจะตายไปสักพักหลังจากที่ผ่านการต่อสู้อันหนักหน่วงมาและด้วยการตายของเขาก็ดึงเอาความน่าตื่นเต้นออกไปด้วยเช่นกัน
แต่นี่ยังไม่ถึงเวลาที่จะผ่อนคลายได้ ยังไม่ถึงจนกว่าที่รายการพิเศษของวีดในลาส ฟาลังคซ์จะไปถึงจุดสิ้นสุดของการไลฟ์สดวิดีโอ
ถึงแม้ว่าการต่อสู้ได้จบลงไปแล้ว บรรดาสตาฟก็ยังคงนั่งนิ่งอยู่กับที่
และยังคงดูวิดีโอต่อไป
เหล่าสตาฟกลับไปทำงานของตัวเอง ทุกคนต่างเบนสายตากลับมาติดอยู่กับหน้าจออีกครั้ง
ยังคงมีอะไรที่ต้องดูอีกมากมายนักในสงครามเผ่าพันธุ์ครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นผู้กำหนดชะตากรรมว่า
ใครจะได้เป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเขตลาส ฟาลังคซ์
แล้วผู้อำนวยการคังก็เกิดถามขึ้นมาว่า
"วีดตายไปแล้วนี่ แล้วทำไมเรายังได้รับภาพจากวิดีโออยู่อีกละ?"
สตาฟคนอื่นๆก็มีความคิดเดียวกัน
"เออใช่ วีดตายไปแล้วแน่ๆ..."
"ถ้าเขาตายตอนนี้ภาพจากวีดิโอมันก็ควรต้องถูกตัดไปแล้วสิ"
สตาฟหลายคนที่เป็นแฟนตัวยงของวีดยังคงดูต่อไปโดยไม่พูดอะไร
ตึกตึกตึกตึก
หัวใจของพวกเขากำลังเต้นแข่งกันอยู่
ไม่นานหลังจากนั้นพวกเขาต่างก็คาดเดาสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
นับตั้งแต่ที่วีดฆ่าตัวเอง เหล่าสตาฟที่กำลังกังวลใจเหล่านี้ก็ไม่ละสายตาไปจากจอด้วยใจที่เต้นระรัว
(ตั้งใจเปลี่ยนสำนวนนะคะตรงตัวแล้วแปลกๆ)
'มาสิ'
'ได้เวลาตื่นแล้ว... ฮึฮึฮึฮึ'
****
ควันหนาแน่นก่อตัวขึ้น!
แล้วลำแสงสีเขียวขนาดใหญ่ก็แลบเหมือนดั่งฟ้าผ่า
เมื่อวีดพุ่งเข้ามาและมองลงไปที่คูบิยะซึ่งกำลังพักผ่อนอยู่นั้น
วีดฟื้นคืนกลับมาด้วยทักษะปฏิเสธความตาย แต่ถึงอย่างนั้น ความรู้สึกที่เขามีต่อร่างกายของเขานั้นต่างไปอย่างสิ้นเชิงจากตอนที่เขาฟื้นคืนกลับมาในร่างของต้นกำเนิดโครงกระดูก
กระดูกของเขาหนายิ่งกว่าโครงเหล็กของอาคาร
มีปีกและหางและมีหัวขนาดมหึมากับจมูก วีดฟื้นคืนกลับมาในฐานะมังกร
|
-
คุณได้กลับมาจากห้วงลึกอวเจีแห่งความมืด
เลเวลสกิลพลังแห่งการปฏิเสธความตายเพิ่มขึ้น 1
|
|
-ระดับทักษะถึงขั้นต้นเลเวล 3 ค่าความแข็งแกร่งและค่าพลังชีวิตจะเพิ่มขึ้น 2% เนื่องจากพลังแห่งความมืด
|
|
-เอฟเฟคเพิ่มเติม
จะได้รับเมื่อต่อสู้อย่างโหดร้าย โอกาสในการเรียกอันเดดเพิ่มขึ้น
|
|
-หลังจากฟื้นคืนชีพ จำนวนสกิลของเผ่าพันธุ์เฉพาะที่สามรถใช้ได้จะเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับเลเวลของสกิล
|
|
- คุณได้ฟื้นคืนชีพเป็นมอนสเตอร์ขนาดใหญ่ บทลงโทษจะถูกนำไปใช้กับทักษะทางเผ่าพันธุ์
|
|
เนื่องจากความล้มเหลวของคุณเพื่อให้ตรงกับเงื่อนไขพื้นฐานของเผ่าพันธุ์นี้
ร่างกายของคุณจะเสื่อมลงเมื่อเวลาผ่านไป
|
|
คุณจะมีค่าพลังชีวิตที่ต่ำตามความสัมพัทธ์
|
พลังจำนวนมหาศาลจะถดถอยลงไป เพื่อที่จะรักษาน้ำหนักตัว การเคลื่อนไหวที่ฉับพลันเกินไป
อาจทำให้ร่างกายของคุณได้รับความเสียหาย
ก่อนที่วีดจะใช้ร่างใหม่ของเขา เขาก็ค้นหาเจ้าเหลือง
'ดี เขายังไม่ตาย’
เจ้าเหลืองที่ใกล้ตายกำลังคุ้มคลั่ง แต่เนื่องจากความพยายามต่อต้านครั้งสุดท้ายของเขาพวกนักรบแห่งความหายนะจึงยังไม่สามารถเข้ามาโจมตีปิดฉากได้
'ฉันยังปล่อยให้แกตายไม่ได้'
วีดก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ซึ่งเป็นก้าวที่ยาวกว่า
10 เมตร
แกวงงงงงงงง!
รอยเท้าขนาดใหญ่มหึมา
เป็นก้าวขนาดใหญ่ที่สั่นสะเทือนไปทั้งดันเจี้ยน เพียงแค่เขาขยับข้อต่อ
ก็แสดงถึงพลังอันมหาศาล แต่แม้จะเป็นเพียงแค่การเดิน พลังชีวิตก็ลดลงไปจำนวนมาก
เป็นความทุกข์ทรมานของมอนสเตอร์ที่มีขนาดใหญ่!
วีดใช้ขากรรไกรของเขาคาบเจ้าเหลืองเอาไว้
เจ้าเหลืองไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่อยู่ๆก็ถูกดึงขึ้นไปในอากาศ
-วิหคทองคำ อึนเซถ้าพวกแกยังมีชีวิตอยู่ เอาเจ้าเหลืองไปกับพวกแกด้วย
จิ๊บจิ๊บจิ๊บเจี๊ยบ!
วิหคทองคำและอึนเซทะยานฝ่ากลุ่มควันไปด้วยเสียงอันกึกก้อง
ขณะที่บินขึ้นไปในอากาศและผ่านช่องมา พวกมันทั้งสองก็ช่วยเจ้าเหลืองโดยการจับเจ้าเหลืองไว้ จากนั้นวีดก็ยกกรงเล็บของเขาไปที่ความสูงระดับไหล่
เพื่อจะช่วยให้เจ้าเหลืองกระโจนตัวขึ้นไปได้ ในขณะนั้นก็พยายามขวางทางนักรบแห่งความหายนะที่อาจจะไล่ล่าตามพวกเขาไปได้
'ตอนนี้ถึงคราวของแกแล้ว คูบิยะ'
จากนั้นวีดก็หันกลับมา
อัศวินโลกันตร์และนักรบแห่งความหายนะต่างก็ตกตะลึงเมื่อพวกมันมองขึ้นไป
แม้วีดจะลังเลไปครู่หนึ่ง แต่เขาจะไม่เสียเวลาไปมากกว่านี้ เขาต้องไม่ปล่อยให้คูบิยะฟื้นตัวขึ้นมา
และมันยังเป็นผลดีอย่างมากที่จะใช้ร่างกายของเขาในตอนนี้ต่อสู้กับคูบิยะ แต่เนื่องจากมีหินย้อยขวางทางเขาอยู่จนทำให้วีดไม่สามารถบินขึ้นไปได้
-กว๊าาาาาาาาาาาาา!
มังกรคำราม!
วีดเคลื่อนที่โดยใช้สัญชาตญาณและสร้างข้อได้เปรียบจากสภาพมึนงง(ติดสตั้นท์)ของพวกนักรบแห่งความหายนะ
ทันใดนั้นเขาก็ใช้ขาหลังเหยียบที่คูบิยะ มันเป็นการโจมตีด้วยการใช้น้ำหนักทั้งหมดของเขา
เนื่องจากได้รับการอาการบาดเจ็บสาหัส คูบิยะจึงไม่สามารถใช้เทเลพอร์ตได้มันจึงไม่มีทางหนีไปได้เลย
แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่ถูกเหยียบไปแล้ว มันก็ยังไม่ตายคาที่และค่อยๆฟื้นตัวช้าๆ
แต่วีดก็โยนมันขึ้นไปบนอากาศราวกับลูกบอลงับมันด้วยขากรรไกรของเขา
(แอดมิน: ตอนนี้คูบิยะอยู่ในปากของวีดแล้วนะ)
"พวกเราต้องไปช่วยท่านนักรบผู้ยิ่งใหญ่!"
"โจมตีมังกรนั่นซะ!"
ผลกระทบจากมังกรคำรามอยู่ได้ไม่ถึงห้าวินาทีด้วยซ้ำ
จากนั้นนักรบแห่งหายนะก็ยกขวานของพวกมันขึ้นมาเทเลพอร์ตไปหาวีด และเริ่มฟาดไปที่ตัวของวีด
คอ สันหลัง ปีกทั้งสองข้างและขาทั้งคู่โดนฟาดฟันด้วยขวานของนักรบแห่งความหายนะ
ทั่วทั้งร่างกายของมังกรโครงกระดูกกำลังลุกไหม้!
มอนสเตอร์ขนาดใหญ่มีความแข็งแรงเนื่องจากค่าความแข็งแกร่งและค่าพลังชีวิตที่สูง
แต่การที่มีร่างกายใหญ่โตก็มีข้อเสียเช่นกัน แม้ว่าพลังจะมากพอที่จะฆ่าศัตรูได้ในครั้งเดียว
แต่ก็มีความเร็วในการโจมตีที่ช้าและการโจมตีนั้นก็เป็นการโจมตีแบบเปิดด้วย
นอกจากนี้ วีดก็ยังไม่ชินกับร่างกายปัจจุบันของเขา
'มันคงจะดีกว่านี้ ถ้าฉันได้ฝึกใช้ร่างกายนี้ซะก่อน...'
เขารู้สึกแปลกๆเนื่องจากมีทั้งหางแล้วก็ปีกสองข้าง
เขาห่อหุ้มตัวเองเอาไว้ด้วยขาหน้าของเขาและป้องกันหัวของเขาเอาไว้ด้วยการพับปีกคลุมพร้อมโค้งตัวคุดคู้เอาไว้
นี่เป็นตำแหน่งการป้องกันที่ดีที่สุดแล้วสำหรับมังกร!
การทนการโจมตีทั้งหมดที่เกิดขึ้นและยังไม่สามารถตอบโต้ได้อีก วีดจึงโฟกัสไปที่เป้าหมายของเขาเท่านั้น
‘เขี้ยวหน้าและฟันกรามดูท่าจะแข็งแรงมากเอาการ'
มันเหมือนกับการเคี้ยวหินจนมีเสียงแตกดังแกร๊กเกิดขึ้นจากการขบเขี้ยว
แต่ว่าวีดก็ไม่สนใจว่าฟันของเขาจะแตกรึเปล่า
เขาจะกลายเป็นมังกรไร้ฟันหรือเปล่านั้น เขาก็ต้องจัดการเจ้าคูบิยะให้ได้โดยไม่คิดชีวิต!
เนื่องจากโดนโจมตีทีเดียวพร้อมกัน พลังชีวิตของวีดจึงลดลงอย่างรวดเร็ว
คูบิยะไม่สามารถใช้การเทเลพอร์ตได้มันจึงถูกบดขยี้ด้วยกรามของวีดและระหว่างการบดเคี้ยวคูบิยะอยู่นั้นหน้าต่างของระบบก็เด้งขึ้นมา
*ตริ้ง*
|
-
คุณได้เลเวลเพิ่มขึ้น
|
|
-
คุณได้เลเวลเพิ่มขึ้น
|
|
-
คุณได้เลเวลเพิ่มขึ้น
|
------------------------------------------------------------------------------------------
|
-
ความทะเยอะทะยานหมายจะยึดครองลาสฟาลังคซ์ของนักรบแห่งความหายนะ
ผู้ยิ่งใหญ่ คูบิยะ ได้มาถึงจุดจบแล้ว
|
|
-
เนื่องจากความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในการต่อสู้
ค่าชื่อเสียงของคุณเพิ่มขึ้น 1,875
|
|
-
ท่านประสบความสำเร็จในการเอาชนะคูบิยะ
ทั่วทวีปเวอร์เซลจะยกย่องคุณและการผจญภัยของคุณในเขตลาส ฟาลังคซ์แห่งนี้
|
|
-
เหล่าจินตกวีจากทั่วทั้งทวีปจะร้องเพลงสรรเสริญคุณ
ทุกๆครั้งที่มีการแพร่กระจายบทเพลงของคุณออกไป ค่าชื่อเสียงของคุณจะเพิ่มขึ้นและค่าชื่อเสียงอันฉาวโฉ่ก็จะลดลง
|
|
-
คุณงามความดีเพิ่มขึ้น 35
|
|
-
คุณจะเป็นที่โปรดปรานในบรรดาขุนนางและเหล่ากษัตริย์
|
|
-
บารมีเพิ่มขึ้น 11
|
|
-
จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้เพิ่มขึ้น 7
|
|
-
อันเป็นผลมาจากชัยชนะในเขตลาส
ฟาลังคซ์ ทุกคนที่เข้าร่วมการต่อสู้จะได้ค่าสถานะทั้งหมด เพิ่มขึ้น 6 แต้ม
|
|
-
ตอนนี้นักรบแห่งความหายนะเป็นปรปักษ์ต่อคุณอย่างถาวร
ค่าความบาดหมางจะอยู่ที่ค่าสูงสุดเป็นการถาวร
|
|
ท่านได้รับฉายา!
|
|
นักรบอมตะ
|
|
ฉายานี้ได้ให้กับนักรบที่คว้าชัยชนะหลังจากที่ท้าทายกับความตายที่เกินขีดจำกัดของตัวเอง
|
|
คุณได้รับความนับถือจากเหล่าอันเดด เหล่าเนโครแมนเซอร์และบรรดาอัศวินแห่งความมืด
|
|
อัศวินแห่งความตายจะช่วยคุณเมื่อคุณนำพวกเขาเข้าสู่สนามรบ
|
|
เมื่อต่อสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าคุณ ค่าพลังชีวิต ค่าความแข็งแกร่งและค่าความว่องไวจะเพิ่มขึ้น 5%
|
|
ผลของทักษะพลังปฏิเสธความตายจะเพิ่มขึ้น 10% เมื่อฟื้นคืนชีพ
|
|
-
คุณได้รับรองเท้านักรบแห่งความหายนะ
ผู้ยิ่งใหญ่
|
|
-
คุณได้รับเซทชุดเกราะนักรบผู้ยิ่งใหญ่
|
|
-
คุณได้รับแผนที่ใต้ดินของเขตลาส
ฟาลังคซ์
|
|
-
คุณได้รับดาบมังกร
ดาบดาวสีชาด
|
|
-
คุณได้รับแหวนแต่งงาน
คู่ของซึลรโย
|
------------------------------------------------------------------------------------------
นั่นคือไอเท็มที่ได้มา!
แต่วีดก็ตระหนักได้ในทันทีว่าตอนนี้พลังชีวิตเขาเหลือเพียง
12% เท่านั้น
"นายท่าน ข้ามาช่วยท่านแล้ว"
"ข้าไม่สามารถทนดูได้อีกต่อไปแล้ว"
วิหคทองคำและอึนเซกลับมาหาวีดหลังจากที่พาเจ้าเหลืองไปสู่ที่ที่ปลอดภัยแล้ว
แต่ว่าวีดกระซิบเพื่อหยุดพวกมันเอาไว้
- ไม่ต้องห่วงฉันกลับไปหาเจ้าเหลือง นี่คือคำสั่ง
วีดรู้ดีว่าแม้วิหคทองคำและอึนเซจะกลับมาหาเขา ก็ไม่สามารถช่วยเขาได้
เพราะว่าพวกนักรบแห่งความหายนะที่เหลืออยู่กำลังจะพุ่งเข้ามาหาเขาแล้ว เหล่าอัศวินโลกันตร์ต่างก็กำลังยุ่งกับการต่อสู้อยู่กับพวกนักรบแห่งความหายนะบางตน
ฉะนั้นกลุ่มยักษ์เพลิงจึงเปลี่ยนเป้าหมายพุ่งเป้าที่จะเอาชีวิตของวีดแทน
การตายของวีดเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เขาก็ไม่เสียใจเลยวีดเตรียมตัวไว้แล้วสำหรับเรื่องนี้
-ไอ้พวกเวรเอ้ย! ฉันจะลากแกตายไปกับฉันด้วย!
วีดหายใจเข้าลึกมากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ หน้าอกมังกรของเขาพองขึ้นอย่างน่าเกลียด
หลังจากใส่มานาทั้งหมดของเขาลงไป เขาก็ปลดปล่อยทักษะของเขาออกมา
“ลมหายใจกรด”
ลมหายใจกรดของมังกรกระดูก ซัดราดผ่านนักรบแห่งความหายนะที่อยู่ในสนามรบ
------------------------------------------------------------------------------------------
จบตอน
ผู้แปล: W.melonee
Editor: แอดชิน เพจ เราอ่านนิยายแปล
Co-Editor: Cole’s Myth