เล่มที่
18
ตอนที่ 8 ข้อตกลงของสงคราม แปลโดย “Cole’s
Myth”
แรงระเบิดฉีกพื้นดินแยกออกจากกัน
ผลึกน้ำแข็งก่อตัวแล้วก็แตกสลายไปมา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า! กลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือสามารถเห็นผลลัพธ์ของการโจมตีนั้นได้หลังจากที่หมอกควันกับฝุ่นละอองหายไป
ภายในบริเวณพื้นที่แถวนั้น ซึ่งถูกโจมตีด้วยเวทย์มนต์ มีวีดและเดธไนท์ยืนเด่นเป็นสง่า
โดยมีเพียงที่เดียวที่ยังปกติดี ต้องขอบคุณทักษะประติมากรรมแสงจันทร์จริงๆ
วิถีกระสุนเวทย์ส่วนมากถูกเบนออกไปเล็กน้อย ไม่มีเวทย์ใดที่โดนเป้าไปที่วีดตรงๆได้เลยเมื่อตอนที่เกิดการระเบิด
ความเสียหายที่ได้รับก็หักล้างกันเองเพราะว่ามีคุณสมบัติเวทย์ที่แตกต่างกันและหลากหลาย
ลูกธนูที่ยิงออกไปโดยนักธนูสูญ เสียพลังโจมตีทั้งหมดเพราะมีผลมาจากการโจมตีทางเวทย์มนต์
เป็นปาฏิหาริย์ที่วีดและเดธไนท์ยังคงมีชีวิตอยู่
แม้ว่าจะอยู่จุดศูนย์กลางของกลางระเบิด นั่นต้องขอบคุณค่าพลังชีวิต ค่าความอดทน
ทักษะการป้องกัน เกราะ และการปกป้องจากประติมากรรมแสงจันทร์! เขาแชร์ค่าเสียหายกับเดทไนท์เพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิตจากแรงระเบิด
อย่างไรก็ตามค่าความคงทนของโล่โบราณก็ตกเหลื่อมๆไปแค่
25
จุดเอง คงไม่ดูเกินจริงไปที่จะพูดว่าเป็นหนึ่งในเรื่องที่ดีที่สุด
โล่ยูนีคแต่กลับไม่สามารถซ่อมแซมได้ ค่าความคงทนของเกราะทัลล็อคของเขาลดลงอย่างหนัก
แล้วตอนนี้ก็เป็นได้แค่เศษเหล็ก แต่โชคยังดีที่มันไม่ได้โดนทำลายโดยสมบูรณ์
“โล่โบราณของฉัน…”
โล่โบราณอันแสนล้ำค่าของเขา ที่ต้องสวมใส่เมื่อยามจำเป็นเท่านั้น! ค่าความคงทนของมันลดลงไปแล้ว 25 ตอนนี้ก็เหลืออยู่เพียง
261 เท่านั้น เขารู้สึกโกรธเกินทนถ้าค่าของมันจะตกลงอีก
วีดโกรธจริงๆแล้ว
“ฉันขอตายซะยังจะดีกว่า!”
แม้เขาจะเก็บเกี่ยวค่าประสบการณ์ของทักษะได้แต่ก็ไม่อาจเอาค่าความคงทนโล่โบราณที่เสียไปคืนกลับมาได้เลย
วีดเหลือระดับพลังชีวิต 33% กับระดับมานา 46%
แม้ว่าเขาจะอยากร้องไห้ออกมาแต่มันก็หยุดไม่ได้แล้ว เพราะเขาไม่มีไรต้องเสียแล้วตั้งแต่เขารอดชีวิตมาจากการระเบิดของเวทย์มนต์
‘เพื่อไอเท็ม…’
แม้วีดโดนล้อมโดยกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือ
แต่เขาก็ไม่ลืมเอาไอเทมจากพวกที่ตายไปเหมือนทุกครั้ง
“วิชาดาบเฮอเรม!” (Heraim Fencing)
ตอนนั้นเอง ที่เขาเริ่มจัดการพวกที่เหลือรอด
วีดคือวีรบุรุษแห่งสนามรบ ทุกคนต่างจับจ้องที่จะฆ่าเขา เดทไนท์เริ่มโจมตีและเข้าปะทะกับเหล่าศัตรู
พวกนักเวทย์กับนักธนูก็โจมตี แต่กลับไม่ได้ดูคุกคามมากเท่ากับการโจมตีในครั้งแรก
“จงต่อสู้กับพวกศัตรูที่หวังจะทำร้ายเมืองโมราต้าร่วมกับท่านวีดกันเถอะ”
“อัศวินแห่งคัลลามอร์ บุก!”
อัศวินแห่งคัลลามอร์ยังคงสู้รบกับกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือ
พวกผู้เล่นเลเวลสูงที่ไปสู้กับวีดก็ล้มหายตายจากไปพร้อมกับการโจมตีทางเวทย์มนต์ ส่วนหัวหน้ากลุ่มพันธมิตรแดนเหนือตายไปคนแล้วคนเล่า
“ฆ่ามันนนนน!”
“เราเหล่าผู้เล่นใหม่จะตอบโต้กับพวกผู้กดขี่”
เหล่านักดาบและผู้เล่นใหม่เริ่มโจมตีเพื่อแยกศัตรูออกจากกัน
ราชาไฮดร้า อิมูกิ ฟีนิกซ์ ปิงหลง และไวเวิร์น ไปรวมตัวที่เขา ส่วนวีดก็ตรงดิ่งไปสลายตัวกลุ่มพันธมิตรแดนเหนืออย่างที่เขาหวังและตั้งใจไว้
การไปตายเพียงคนเดียวคงไม่ได้สลักสำคัญอะไรให้นำไปสู่ชัยชนะได้ เพราะหากเขาฆ่าและลูทของพวกหัวหน้าศัตรูได้มากขึ้น
พวกกำลังทหารก็คงจะแตกทัพไปเอง
“กำจัดพวกมันซะ!”
“ฆ่าพวกมันให้หมด!”
สมดุลที่พังทลายลงแล้วคงไม่มีทางกลับมาเป็นเช่นเดิมได้
กลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือตกอยู่ในสถานการณ์ที่กำลังโดนล้อมโจมตีดั่งไฟป่า
พวกเขาไม่เชื่อใจในสหายร่วมรบอีกต่อไปแล้ว หลังจากที่โดนโจมตีโดยเวทย์มนต์จากพวกเดียวกัน
“ยอมแพ้แล้ว ช่วยฉันด้วยยย!”
“มันเป็นความพ่ายแพ้ของพวกเราเอง”
“เราขอโทษที่ประกาศสงครามกับโมราต้า”
เหล่าผู้เล่นกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือเริ่มวางอาวุธเพื่อแสดงถึงการยอมศิโรราบ
ก็คิดไว้อยู่แล้วครั้งหนึ่งตอนที่วีดเริ่มร้องเพลงนั่นที่ทำให้ผู้คนยอมแพ้ไปเรียบร้อย
ครั้นเมื่อเหล่าทหารของกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือวางอาวุธลง
การปิดล้อมก็มาถึงจุดจบที่ได้คาดการณ์ไว้ในทันที เหล่าผู้เล่นใหม่ชูดาบสนิมเขรอะกับโล่ไม้ของพวกเขาขึ้นแล้วเริ่มส่งเสียงเชียร์
โห่ร้อง ดังกึกก้อง ไปทั่วทั้งสนามรบ
“วู้ววว เราชนะแล้ว!”
“โมราต้าชนะ ฮูเร่!”
วีดผงกหัวของเขา
“พวกแกได้เริ่มสงครามนี้ ฉะนั้นพวกแกก็ไม่ได้เป็นคนที่จะตัดสินใจว่ามันจะจบเมื่อไร!”
เขาใช้มานาตะเบ่งเสียงออกไป
นี่จะต้องไม่ใช่จุดจบของสงคราม
เขาใช้เงินจำนวนมากรับสมัครทหารและค่าใช้จ่ายอื่นอีก นี่อาจจะเป็นการสูญเสียจำนวนมากทางเศรษฐกิจ
แน่นอนละการพ่ายแพ้ในสงครามของฝั่งใดก็เป็นความเสียหายมากมายแล้วยังจะสามารถไถ่เชลยศึกได้อีก
แต่มันไม่เลย ที่จะเพียงพอสำหรับวีด
เขารวบรวมเงินมายังไม่เพียงพอกับค่าอุปกรณ์สวมใส่เลย
แล้วยังมีอัศวินแห่งคัลลามอร์ เหล่าผู้เล่นใหม่ พวกนักดาบ เพลกับคนที่เหลือในปาร์ตี้ที่ต่อสู้กับ
ผู้เล่น 30,000 คน ที่เหน็ดเหนื่อยและอ่อนล้า แถมยังมีทั้งเงินและค่าประสบการณ์กระจัดกระจายอยู่บนพื้นนั่นอีก!
ที่บอกว่าอยากจะยุติสงครามนี่ช่างเหลวไหลสิ้นดี
นี่มันเหมือนกับบริจาคเงินทั้งหมดของคุณเพื่อการกุศลหลังจากที่คุณถูกหวยแล้ว!
“โอ้วววว!”
“เราชนะ!”
“กลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือประกาศยอมปราชัยแล้ว!”
สำหรับเหล่าผู้เล่นใหม่ที่กำลังส่งเสียงโห่ร้องแห่งชัยชนะ
พวกเขาคิดว่าวีดคงกำลังรู้สึกภูมิใจที่จะแสดงความยินดีในสถานการณ์เช่นนี้
แล้ววีดก็ตะเบ่งเสียงกลับออกมาว่า
“ศัตรูพวกนี้กล้าเข้ามาบุกรุกและทำลายโมราต้า! อย่าให้พวกมันมีชีวิตเหลือซักคนเดียว
ฆ่าพวกมันให้สิ้นซาก!”
พวกผู้เล่นใหม่ต้องถูกปลุกใจขึ้นมาอีก
หากปราศจากพวกเขาคงพูดไม่ออกว่าจะสูญเสียมากแค่ไหนกับประติมากรรมแห่งชีวิตและเหล่าอัศวินแห่งคัลลามอร์
พร้อมกับพวกทหารโมราต้าอีกด้วย จากจำนวนผู้เล่นใหม่พวกเขาสามารถกำจัดเหล่าสมาชิกพันธมิตรแห่งแดนเหนือได้
เหล่านักดาบยังสามารถฆ่าในช่วงที่กำลังชุลมุนวุ่นวายและล้มเหล่าศัตรูในตอนที่เหล่าอัศวินแห่งคัลลามอร์เข้าโจมตีอย่างคาดไม่ถึงได้อีก
เสียงตระโกนนั้นที่พวกผู้เล่นใหม่ตะเบ่งออกมาได้ผลพอที่จะบั่นทอนจิตวิญญาณนักสู้ของเหล่าผู้เล่นกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือได้
วีด เทพสงคราม แผดเสียงระบายถึงสงครามที่น่าอับอายนี่ออกมาและต้องการกวาดล้างเหล่าพันธมิตรแห่งแดนเหนือ
แล้วกลุ่มผู้เล่นจากพันธมิตรแห่งแดนเหนือก็ยกมือทั้งสองขึ้น
“สรรเสริญต่อท่านวีด!”
“เขาเป็นราชาแห่งโมราต้าที่แท้จริง เราจักยอมรับความปราชัยและจะไม่โจมตีเมืองโมราต้าอีกเลย”
“นี่ถือเป็นเกียรติที่ได้พ่ายแพ้สงครามให้กับวีด เทพสงคราม เราได้เรียนรู้จากเรื่องนี้แล้ว
ขอบคุณ!”
เพราะเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งที่หลายๆสถานีจะได้ออกอากาศสงครามในโมราต้า
“กลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือดูเหมือนว่าได้เข้าไปยังอาณาเขตของโมราต้าแล้ว
คุณฮาซึงแทค่ะ คุณคิดยังไงกับผลของสงครามที่จะออกมาคะ?”
“อย่าให้เรียกว่าสงครามเลยครับ กลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือนั้นควบคุมกองกำลังคนมากกว่า
120,000 หน่วย ชัยชนะก็คงต้องตกเป็นของเหล่าพันธมิตรแห่งแดนเหนือแน่นอนอยู่แล้วครับ
กิลด์ทางเหนือหลักๆรวมตัวกันจับมือ มันต้องประสบผลสำเร็จอยู่แล้วล่ะครับ”
CHN Media ตัดสินว่ากลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือจะชนะสงคราม
“ขนาดของกองกำลังพันธมิตรแห่งแดนเหนือช่างวิเศษ
แล้วยังใช้กองกำลังทหารอย่างเต็มที่เพื่อยึดครองโมราต้าอีกด้วย”
“แถมยังมีอาวุธไว้ปิดล้อมเป็นจำนวนมากอีก ท่านผู้ชมจะได้เห็นเมืองโมราต้าปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงเลยล่ะครับวันนี้”
“ความแข็งแกร่งของวีดในฐานะเทพสงครามจะจบลงแล้วหรือ?”
“ช่างโชคไม่ดีเลยที่ต้องบอกว่าเป็นอย่างนั้นคับ”
สถานี CTS
Media ก็ออกมาสมทบในทันทีแล้วก็บอกว่าโมราต้ากำลังจะพ่ายแพ้ วีดจะต้องเจ็บใจจากความพ่ายแพ้อันขมขื่นและกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือก็จะชนะไป
ดังนั้นยอดผู้ชมของพวกเขาก็จะถีบตัวสูงขึ้นอีก แต่ทางสถานี KMC Media มีท่าทีที่แตกต่างออกไป
จากการรายงานข่าวของ CTS Media
“กลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือ แม้ว่าจะมีกองกำลังมากมายมหาศาล แต่นั่นก็ไม่ได้มีความหมายอะไรมากมายกับวีด”
“โอ้ คุณโอจูวาน คุณหมายความว่าอะไรคะ? คุณกำลังจะบอกบางสิ่งว่ากลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือไม่อาจเพียงพอที่จะต่อกรกับวีดได้อย่างนั้นหรือคะ?”
“ใช่แล้วละครับ นั่นก็เพราะว่าเขานั้นเป็นภัยอย่างมาก ที่จะทำให้กิลด์อื่นๆตั้งเป้าไปที่เขา”
“คุณคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นในสงครามค่ะ?’
“เหมือนว่าจะเป็นชัยชนะของกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือแจ่มแจ้งแล้ว แต่ทว่าคุณไม่มีทางล่วงรู้ได้เลยจนกว่าสงครามจะเริ่มขึ้นซะก่อน”
“ถ้าอย่างนั้น คุณกำลังจะบอกว่าวีดสามารถชนะสงครามนี้ได้สินะคะ”
“ในประเด็นนี้มันยากที่จะพูดได้ครับ แต่ว่าจากภารกิจที่เขาได้ทำมาจนถึงบัดนี้
วีด เทพสงคราม ก็ไม่อาจพูดได้ว่าเขาจะแพ้แน่นอนได้เลย”
โอจูวานกำลังดูการต่อสู้อย่างพินิจพิเคราะห์
โมราต้าไม่ได้ถูกตั้งความหวังไว้เลยว่าจะชนะได้ เพราะงั้น KMC
Media ในฐานะที่เป็นผู้ทำสัญญาของวีด อาจจะทำให้ยอดผู้ชมของสถานีลดลงได้
แต่ผู้อำนวยการสถานีก็ยังคงเป็นแฟนตัวยงของวีดและยังคงเชื่อมั่นในตัวเขา
แม้ว่าคนอื่นจะพูดอะไรก็ตาม ตอนนั้นเองที่ทางสถานีได้นำเสนอให้เห็นถึงแสนยานุภาพของเหล่าอัศวินแห่งอาณาจักรคัลลามอร์
ที่ได้ปรากฏตัวออกมา
“คุณคิดว่าวีดนำพวกเขามาหรือ?
วีดท่องไปทั่วหลายดินแดนแต่ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่าเขาไปอาณาจักรคัลลามอร์มาแล้ว!”
“โคลเดอริมเป็นผู้นำกองกำลังอัศวิน เขาเป็นอัศวินผู้ที่นำกลุ่มอัศวินแห่งอาณาจักรคัลลามอร์โดยตรง!”
“หรือว่ามีความเกี่ยวข้องบางอย่างระหว่างโคลเดอริมกับวีด?”
เจ้าของสถานีขึ้นเสียงสูงทันที
คนอื่นนอกจากเมลอนนั้นไม่รู้เลยว่าวีดเป็นคนปลดปล่อยวิญญาณของโคลเดอริม พวกเขาถึงได้รู้สึกแปลกใจ
เหล่าอัศวินแห่งอาณาจักรคัลลามอร์เป็นอัศวินเพื่อสู้รบ
จะไม่รับหน้าที่อื่นเลยนอกจากการต่อสู้และก่อพลังเพื่อหยุดยั้งกองกำลังใดๆก็ตามแต่
พวกเขาโบกสะบัดกระบองอย่างดุเดือดและกวัดแกว่งดาบดั่งสายฟ้าฟาดในขณะที่ยังรักษาความคล่องแคล่วเพราะอย่างนั้นพวกเขาจึงเป็นเหมือนดั่งกับกองทัพปีศาจไร้ซึ่งความกลัวตาย
บรรดาอัศวินแห่งอาณาจักรคัลลามอร์ช่างห้าวหาญยิ่งนัก
มีการเพิ่มขึ้นที่สำคัญยิ่งของจำนวนเหล่าอัศวินที่กำลังลุกเหิมอย่างมาก การโจมตีของเหล่าอัศวินคัลลามอร์ส่งผลอย่างมากกับกลุ่มผู้เล่นของพันธมิตรแห่งแดนเหนือ
ที่เห็นได้ชัดเลยคือความหวาดกลัวในดวงตาของพวกเขา
พวกเขาได้เห็นพลังทำลายล้างของเหล่าอัศวินแห่งคัลลามอร์บนจอโทรทัศน์แต่ตอนนี้พวกเขากลับมาเป็นเป้าหมายซะเอง
ด้วยเสียงแตรเขาสัตว์ เหล่าอัศวินแห่งคัลลามอร์เข้าจู่โจมอย่างรวดเร็ว
หลายคนเลือกที่จะหลบหนีจากความหวาดกลัว
จากนั้นเหล่าอัศวินก็หลบเวทย์มนต์ แต่ก็นำความเสียหายไปให้สหายร่วมศึกตัวเองซะงั้น
ในขณะที่โมราต้าปลดปล่อยกองกำลังผู้เล่นใหม่จำนวนมากออกมา
กลุ่มผู้เล่นเลเวลสูงระดับ 300
สามารถฆ่าผู้เล่นใหม่ 100 คนได้อย่างง่ายดาย
แต่อย่างไรก็ตามการนองเลือดก็ยังมีต่อไป ยิ่งพวกเขาฆ่าได้มากเท่าไหร่
พวกเขายิ่งได้รับความเหน็ดเหนื่อยทางกายมากขึ้นๆ แม้ว่าพวกเขาจะฆ่าผู้เล่นใหม่ไปเล็กน้อย
แต่ก็ยังมิอาจเล็ดลอดจากวงล้อมของศัตรู ที่มีอยู่ทั่วทุกด้าน
แล้วยังมีเหล่าอัศวินคัลลามอร์ที่จะจัดการพวกเขาได้อย่างรวดเร็ว
หรือพวกนักดาบเลเวลสูงก็ยังปรากฏตัวขึ้นอย่างปุบปับ เหล่าผู้เล่นพันธมิตรแห่งแดนเหนือได้ทิ้งความคิดที่ว่าพวกเขานั้นได้เปรียบไปแล้ว
ความยุ่งเหยิงท่ามกลางเหล่าผู้เล่นใหม่คือผู้เล่นเลเวลระดับกลางและสูงของโมราต้า
ภายในสนามรบประสบการณ์และทักษะการโจมตีระยะประชิดของแต่ละบุคคลเป็นสิ่งสำคัญ
ตอนนั้นเองที่วีดได้ปรากฏตัวพร้อมกับราชาไฮดร้า
อีมูกิ ฟีนิกซ์ ปิงหลง และเหล่าไวเวิร์น! มันเป็นความจริงที่วีด
เทพสงครามผู้โด่งดังจะร้องเพลงก่อนที่จะออกรบ
พวกเขาได้สังเกตมาแล้วในสงครามกับออร์คคาริชวิ
‘สงครามที่แท้จริงเริ่มขึ้นแล้ว ณ บัดนี้’
‘นี่คือสงครามของวีด’
บทเพลงที่เกี่ยวกับการลูทไอเทมที่ผู้เล่นเลเวลสูงของกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือสวมใส่อยู่
นั่นเป็นสิ่งที่เขากำลังร้องออกมาจริงๆ จากนั้นสงครามก็ได้รุดหน้าไป
เวทย์มนต์เริ่มปะทะไปที่วีด! เห็นได้ชัดเลยในระยะใกล้ๆว่าเขาสามารถรอดชีวิตจากการระเบิดของเวทย์มนต์
กลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือสูญเสียแรงใจที่จะต่อสู้และเริ่มยอมแพ้เพื่อหลีกเลี่ยงการสังเวยชีวิต
แต่อย่างไรก็ตามกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือก็เป็นกลุ่มที่รวมตัวกันของหลายๆกิลด์ มากเสียกว่ากิลด์ภายใต้การควบคุมจากคนๆเดียว
ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีประสิทธิภาพทางการทหารเอาซะเลย
ข้อเท็จจริงที่ว่าเป็นการร่วมมือกันของหลายๆเมือง
เมื่อหนึ่งกิลด์ยอมรับความพ่ายแพ้จากนั้นพันธมิตรทั้งหมดก็พังทลายลง
“…”
“แล้วเกิดอะไรขึ้นกับสงครามล่ะ”
“โมราต้าชนะ”
เจ้าของสถานีถึงกับพูดไม่ออก เป็นเรื่องยากที่จะอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อครั้งหนึ่งพวกผู้เล่นใหม่ได้เริ่มหลั่งไหลออกมา คงจะมีกระทู้มากมายในสังคมทางอินเตอร์เน็ทที่ก่อให้เกิดการแลคอย่างมาก
เมื่อคุณโพสท์แสดงความคิดเห็นของคุณ คุณจะต้องตรวจสอบอีกตั้ง 20
หน้าเพื่อจะได้เห็นมัน
-สรุปว่าวันนี้เทพสงครามไม่ได้แพ้สินะ
-ฉันคาดไม่ถึงเลยว่าอัศวินคัลลามอร์จะปรากฏตัวออกมา
-เขามีพลังอำนาจที่สามารถนำตัวพวกเขามาได้
-กลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือไม่สามารถถูกเรียกว่าเป็นกำลังหลักของทวีปได้เลย
มันเทียบไม่ได้เลยกับกองกำลังตะวันออก ตะวันตก และทวีปกลางได้เลย อย่างไรก็ตาม
หลังจากที่เห็นเหตุการณ์ในสงครามครั้งนี้ แต่ตอนนี้ฉันกลับไม่มั่นใจซะแล้วล่ะ
-โมราต้าเติบโตอย่างรวดเร็วถึงขนาดนี้ได้ยังไงกัน? ครั้งล่าสุดที่ฉันเห็นมันเป็นแค่ระดับหมู่บ้านเล็กๆเองนะ
-อย่าลืมติดตามดูการออกอากาศล่ะ
-พวกเขาไม่ได้ดูการออกอากาศบ่อยมากนัก
โมราต้าเปลี่ยนเป็นรายการหลักรายสัปดาห์เลยนะ
-ฉันเริ่มเล่นในฐานะผู้เล่นที่โมราต้า
เป็นที่ๆศิลปะ วัฒนธรรม การผจญภัย ศาสนา และการพาณิชย์ ร่วมกันเกิดขึ้นอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
วิหารแห่งเทพีเฟรย่าก็มองข้ามไม่ได้เช่นกัน แดนเหนือไม่ได้ทุรกันดารอีกต่อไป
มีแต่ยิ่งเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเรื่อยๆเลยล่ะ
-วีดเป็นคนที่มีคุณสมบัติดีพร้อมทุกอย่างที่จะเป็นลอร์ดที่นั่น
เหล่าผู้เล่นในดินแดนเหนือแค่ไม่เก่งที่จะพัฒนาเมืองของพวกเขา เขาสร้างประติมากรรมใหญ่ๆมากมาย
และตอนนี้จะยังมีอาคารศูนย์แห่งศิลปะด้วยไม่ใช่เหรอ? ถ้านั่นสร้างเสร็จแล้ว
ฉันก็ยินดีที่จะไปอยู่ที่นั่นนะ
-ฉันพึ่งจะกินแซนวิชเสร็จ
วีดก็เหมือนกัน! เขาก็ไม่ได้น่าผิดหวังซะทีเดียวหรอก
มันแค่น่าอายนะที่เขาไม่ได้ต่อสู้อะไรมากมายนัก แม้ว่าเขานั้นสู้ได้ดีไม่ใช่รึไง?
- ฉันกับเพื่อนกำลังออกเดินทางไปแดนเหนือ
มันไม่น่าจะใช่ประเด็นเลยนะ ที่จะพยายามที่ยึดโมราต้าอีกต่อไป
-เดี๋ยวก่อนนะ
ฉันก็กำลังมาเหมือนกันล่ะ
เมื่อยามที่สงครามสิ้นสุดลง
หน้าต่างสถานะก็เด้งขึ้นมาให้วีดได้เห็น
|
-กลุ่มศัตรูยอมศิโรราบแล้ว
-ค่าความภักดีของประชาชนในโมราต้าเพิ่มขึ้น 3
-เพื่อแสดงถึงอำนาจของอาณาจักร อิทธิพลทางทหารในพื้นที่เพิ่มขึ้น 15
-โจรจะหายไปและการโจมตีจากโจรป่าจะลดลง ค่าความปลอดภัยเพิ่มขึ้น 13%
-การบริโภคจะเพิ่มขึ้นชั่วคราวในโมราต้า ผู้คนจะไม่ประหยัดเงินเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะในครั้งนี้ การเฉลิมฉลองของโมราต้าจะเริ่มขึ้นอย่างพร้อมเพรียง
|
|
-กิลด์ประติมากรรมตอนนี้จะสามารถผลิตของฝากสำหรับชัยชนะ เหรียญทองจำนวน 5000
จะถูกใช้ไป
-กิลด์จินตกวีจะจัดการแข่งขันสร้างสรรค์บทเพลงเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับสงคราม
มีเงินรางวัลจำนวน 4500 เหรียญทอง
|
|
-ค่าเกียรติยศของโมราต้าในทวีปเวอร์เซลจะเพื่มขึ้น 75
ค่าชื่อเสียงปัจจุบัน
469
ยิ่งค่าชื่อเสียงของดินแดนเพิ่มขึ้นมากเท่าไร
ก็จะยิ่งเพิ่มค่าชื่อเสียงให้ผู้ปกครองด้วย ชัยชนะหรือปราชัยในสงคราม แม้แต่การผลิต
ค้าขาย ภารกิจ การสำรวจ เป็นปัจจัยที่ทำหน้าที่สร้างชื่อเสียงให้แก่บ้านเมือง
ด้วยค่าชื่อเสียงที่สูง
ผู้เล่นสามารถได้รับภารกิจและค่าชื่อเสียงที่สูงได้ในโมราต้า ท่าการค้าจะซื้อขายสินค้าในราคาที่ดีมากขึ้น
-กิตติศัพท์ของค่าความชำนาญพิเศษของโมราต้าเพิ่มขึ้น
-ค่าชื่อเสียงของโรงงานหนังและสิ่งทอของโมราต้าเพิ่มมากขึ้น คำอวยพรแห่งเทพีเฟรย่าและเกษตรกรรมจะเพิ่มความเชี่ยวชาญพิเศษภายในเมืองมากขึ้น
-เหล้าองุ่นของเมืองโมราต้าจะโด่งดังมากขึ้น ถ้ามีโรงกลั่นเหล้ามากกว่านี้
|
|
-โมราต้าได้พัฒนาความเชี่ยวชาญพิเศษเพื่อเพิ่มการปศุสัตว์ที่ดีเยี่ยม
-
ชาวบ้านโทรูบันจำนวน 89 คนอพยพเข้าโมราต้า
-ชาวบ้านโนโรม่าจำนวน 85 คนอพยพเข้าโมราต้า
-ผู้อาศัยแดนเหนือจำนวน 3600 คน เปลี่ยนมาศรัทธาต่อวิหารแห่งเทพีเฟรย่า
|
|
-ช่างฝีมือที่มีทักษะอพยพเข้ามา!
ช่างฝีมือมายังเมืองทางเหนือของโมราต้าและได้สอนการค้าขายกับพวกเด็กๆ
เหล่าเด็กน้อยของโมราต้ามีศักยภาพที่ดีเยี่ยมสำหรับอนาคต
|
|
-ผู้อาศัยในชุมชนของเอโกบานจะประท้วงเป็นเวลา 20 สัปดาห์
พวกเขาโทษผู้ปกครองที่ไร้ความสามารถที่ไม่เหมือนกับเมืองโมราต้า
ถ้าหากเงื่อนไขนี้ยังได้รับการยืนกรานอยู่
ต่อไปโมราต้าก็จะกลายเป็นเจ้าของของตัวเมืองนี้แทน
|
เนื่องจากความพ่ายแพ้ในสงคราม
แต่ละตัวเมืองต้องเผชิญหน้ากับกรต่อต้านอย่างมาก มันขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมในแต่ละตัวเมือง
และยังถูกกำราบที่ต้องชดใช้กับบทลงโทษที่ใหญ่หลวง หยดน้ำตาไหลรินลงจากผู้คนเหล่านั้นที่ต้องถูกจับมาในฐานะเฉลย
|
-ผู้จัดการโกดังได้กุมกุญแจเหล่านักโทษไว้
ครอบครัวของพวกเขาต้องการที่จะมายังโมราต้าเพื่อพบพวกเขาภายในสองสัปดาห์
|
ลอร์ดแต่ละคนมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบในการรักษาขวัญกำลังใจในกองกำลังทหารของพวกเขา
แต่ยังไงซะ พวกลอร์ดแห่งแดนเหนือไม่มองเช่นนั้นและกลับต้องทรมานกับความเสียหายร้ายแรงนั้นซะเอง
“กว่าครึ่งของตัวเมืองเปลี่ยวร้างไปแล้ว”
“เคอราล่าไม่มีวัฒนธรรมหลงเหลืออยู่อีกแล้ว ชาวไร่ชาวนาทั้งหมดก็ทิ้งการเก็บเกี่ยวอาหารและจากไปอีก”
“งั้น นั่นก็ชัดเจนมากแล้ว”
“กิลด์แบงค์เชสเตอร์แทบจะรักษาเอาไว้ไม่ได้แล้ว”
“แล้วเมืองของพวกนายล่ะ?”
“พวกเราหรอ? ไม่เหลืออะไรให้ซื้อแล้วละ
ใครจะไปรู้ละว่าไอ้วัฒนธรรมนั่นจะเป็นสิ่งสำคัญจริงๆ?”
จักไม่มีความระส่ำระส่ายในทวีปถ้าหากมีศูนย์กลางวัฒนธรรม
ในแต่ละชุมชนและเมืองต้องเติมเต็มด้วยความต้องการพื้นฐานในระดับทางวัฒนธรรม
เพราะพวกเขาสามารถที่จะรักษาที่ที่เอาไว้ต้อนรับขับสู้ไว้ให้อาณาจักรเพื่อนบ้าน
โมราต้ามีวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่เป็นพิเศษ
พวกลอร์ดไม่ได้เข้าใจในความหมายของวัฒนธรรมและความปรารถนาของผู้คนหรือการเข้าใจในศิลปะ
ดังนั้นเหล่าลอร์ดแห่งแดนเหนือจึงลดศิลปะมากเท่าที่จะเป็นไปได้
พวกเขาไม่ได้คิดว่าจะสูญเสียมากมายขนาดนี้เลยจากสงครามครั้งนี้
“นายคิดว่านี่เป็นเพราะพวกเราล้มเหลวที่จะเพิ่มพูนวัฒนธรรมไหม?”
“นี่เป็นส่วนที่น่าหวั่นจริงๆซึ่งมันได้เริ่มขึ้น…”
การเจรจาข้อตกลงของสงครามนั้นยังไม่สิ้นสุด
วีดได้รวมตัวเหล่าลอร์ดและหัวหน้ากิลด์ไปยังอาคารเพื่อพิจารณาถึงข้อตกลงของสงคราม ธรรมดาแล้วก็จะเป็นเงินชดเชยสำหรับสงคราม
นักโทษจำนวนมากจากกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนืออยู่ในความสับสน
พวกเขาโดนจับมามากกว่า 70,000 คน
ที่เป็นผู้เล่น 14,000 คน
ค่าชดเชยสงครามจะถูกผูกมัดไว้กับพวกเขาที่จะเป็นข้อเสียเปรียบอย่างมีนัยยะ
กิลด์สไตรีนเริ่มขึ้นเป็นกลุ่มแรก
“ท่านลอร์ดแห่งโมราต้า
โมราต้าเป็นสถานที่ที่น่าเคารพยำเกรงมาก
ข้าชื่นชมท่านวีดตั้งแต่คอนติเนนออฟเมจิคแล้ว”
เหล่าผู้เล่นใหม่และเหล่าเชลยศึก (POWs:
Prisoner of War) สามารถมาเป็นสักขีพยานกับการเจรจาข้อตกลงที่กำลังดำเนินอยู่นี้
ด้วยเวทย์แตรแห่งเสียงกังวาน การสนทนาจะสามารถได้ยินทั่วทั้งโมราต้าด้วยสถานะนั้น ยังช่วยครอบคลุมไปถึงบทสนทนาสดๆที่พวกเขาพยายามทำให้เรียบๆอย่างเป็นทางการ
วีดเห็นผู้เล่นบางคนที่อยู่บนหอคอยแห่งเกียรติยศและพยายามทำให้ดูเป็นมืออาชีพ
กลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนืออยู่ในสถานะที่เสียเปรียบอย่างมาก
แต่อย่างไรก็ตามกิลด์สไตรีนก็เดินเรื่องต่อไปที่วีด
‘นี่ราคาจะมากซักเท่าไรนะ?’
จำเป็นมากที่จะต้องเข้าใจลักษณะนิสัยและรสนิยมของปาร์ตี้กลุ่มอื่นด้วย
ดังนั้นพวกเขาจึงพยายามที่จะยกย่องเขามากเท่าที่พวกเขาจะทำได้!
พวกเขาอยากจะเริ่มการเจรจาด้วยคำพูดโก้สวยหรูเพื่อยกย่องเขา
“มอนสเตอร์มากมายในฝั่งเหนือของโมราต้ากระจัดกระจายออกไป
นี่ต้องเป็นเพราะว่าลอร์ดวีดเป็นคนที่พึ่งพาได้แน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม
ท่านได้เห็นขอบเขตของความเสียหายบนหมู่บ้านอื่นๆหรือไม่?”
“…”
แล้วกิลด์สไตรีนก็ได้เอ่ยถึงความสูญเสียของศิลปะและวัฒนธรรมของพวกเขา
“แม้ว่าเราจะลงทุนด้วยเงินไปมากมาย
ชาวบ้านของพวกเราก็ยังคงอพยพมาที่โมราต้าและนี่ถือเป็นความสูญเสียอย่างมากสำหรับพวกเรา”
เหล่าลอร์ดของกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียงเพราะพวกเขาทั้งหมดล้วนเห็นด้วยกับที่เอ่ยมานั้น
พวกเขาไม่ได้มีเงินไว้สำหรับสิ่งเหล่านี้และต้องการที่จะหนีจากความทุกข์ทรมานนี้
“ความเสียหายได้สิ้นสุดลงแล้วตอนนี้
และเราก็ได้เห็นด้วยที่จะไม่โจมตีโมราต้าอีกต่อไป ความพ่ายแพ้เป็นของพวกเราและพวกเราก็ต้องการชาวเมืองของพวกเราคืน
เพราะงั้นประเด็นก็คือ ท่านจะสามารถพิจารณาข้อตกลงได้ไหม แล้วเราจะไม่โจมตีโมราต้าอีกเลย”
หลังจากที่กิลด์สไตรีนพูดจบแล้วพวกเขาก็แจ้งให้ทราบในท้ายที่สุด
วีดคือเทพสงครามผู้มีชื่อเสียงดังฉาวโฉ่ที่ว่าแย่ที่สุดของแย่ที่สุด
ในเกมดิคอนติเน้นออฟเมจิค เขาจะฆ่าใครก็แล้วแต่ที่ทำเสียงดังในดันเจี้ยนหรือแม้แต่วิ่งหนีไป
วีดไม่มีความสงสารหรือความเห็นอกเห็นใจ
เขาจะถูกด่าทอในประประวัติศาสตร์ในฐานะผู้เล่นที่ไร้ยางอายที่ฆ่าแล้วนำของไปหมด!
วีดไขว้แขนของเขาพร้อมกับหรี่ตา นั่นก็มากพอที่จะแสดงให้เห็นว่าเขาไม่พอใจเลย
‘ฉันไม่ได้ไอเท็มทั้งหมด…สูญเสียมากกว่าที่ได้มา ฉันคงนอนไม่หลับแน่เลยคืนนี้’
หน้าของวีดบิดเบี้ยวเหมือนกับปีศาจ
‘คงต้องเดินหน้าต่อกับความทรงจำที่แสนขมขื่นนี้
แล้วใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ ฉันจะต้องไปต่อไปในแต่ละวัน มันเหมือนกันว่าเขาเป็นเพียงคนเดียวที่ทรมานจากความทรงจำที่เจ็บปวดนี้ในตอนที่เขาแยกขยะ’
เมแพนไปเป็นตัวแทนของวีด
“นั่นน่ะคือสถานการณ์ของพวกท่านในฐานะที่พวกท่านเป็นกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือ
แต่ว่าจากมุมมองของโมราต้าไม่มีเหตุผลเลยที่จะมองว่านี่เป็นสงครามข้างเดียว”
“แต่ว่าเราไม่มีเงินเหลือพอที่จะจ่ายแล้วนะ”
“ไม่เลย แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าการชดเชยของสงครามจะสิ้นสุดลงแล้ว ใช่ไหมหล่ะ?”
“…”
“แล้วท่านกำลังพูดว่าท่านต้องการที่จะออกจากการเจรจาข้อตกลงสงครามหรือ?”
เมแพนให้ข้อเสนอกับพวกเขา
หลังจากที่การเจรจาสิ้นสุดลง เหล่านักโทษที่ยอมแพ้นั้นจะนำตัวไปตัดสิน
แน่นอนละคนที่จะทำการตัดสินนั้นคือวีดและคนที่ได้รับมอบหมายมา
ผู้เล่นที่ฆ่าทหารของโมราต้าปกติก็จะโดนโยนเข้าคุกและถูกขังไว้
การลงโทษที่ต้องชดใช้คือเรื่องเล็กน้อยไม่มีความหมายเลย
ถ้าหากมีการขัดขืนนั่นก็หมายถึงความตาย
แม้ว่ากลุ่มผู้เล่นจะเจรจาตกลงเสร็จอย่างปลอดภัย
แต่พวกทหารก็คงจะรู้สึกขุ่นเคืองลอร์ดพวกเขาแน่ ฝั่งพวกเขาจำต้องยอมรับความจริงที่เจ็บปวดนี้จากการโจมตีในสงคราม
“วีดคือคนหนึ่งในผู้ที่มีส่วนช่วยในการล่ามังกรและทำให้สภาพอากาศให้อุ่นขึ้น
แล้วยังจะการผจญภัยเพื่อกอบกู้โมราต้าอีกละ? วีดต้องไปตามหากองกำลังมากมายในการผจญภัยของเขาเพื่อค้นหาตัวเมืองที่ต้องการจะบุกรุกเมื่อการคุ้มครองของวิหารเทพีเฟรย่าสิ้นสุดลงอีกเพราะพวกเขาดวงตามืดบอดด้วยความละโมบโลภมาก”
เมแพนเริ่มที่จะวิจารณ์เหล่าลอร์ดของกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนืออย่างเย็นชา
พวกพ่อค้าปกติจะพอใจในการเอาเปรียบผู้ที่ด้อยกว่า สำหรับค่าชดใช้ทางสงคราม
ปกติแล้ว 70% จะถูกแบ่งมาจากเหล่าทหาร
แล้วอีก 30% ก็จะไปให้ลอร์ดเพื่อใช้บริหารบ้านเมือง
เมแพนต้องการหากำไรมากเท่าที่จะเป็นไปได้จากสถานการณ์นี้
เขาต้องการอย่างเห็นได้ชัด
“900 เหรียญทองสำหรับผู้เล่น หนึ่งคน และ 200 เหรียญทองต่อทหารหนึ่งนายสำหรับค่าชดเชย”
“นี่มันน่าตลกสิ้นดี”
“ข้าคาดไว้ว่าจะเป็นเงินจำนวนมาก แต่นี่มันมากเกินไป!”
สถานการณ์นี้ก็อยู่ในการคำนวณของเขาอยู่แล้ว
มันเป็นจำนวนที่สมเหตุสมผลสำหรับค่าชดใช้ชีวิตของพวกเขา
ปัญหาหลักของการเจรจาข้อตกลงของสงครามคือเหล่าลอร์ดไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้น
ในส่วนตอนกลางของทวีปนั้น จะมีเงินหนึ่งพันเหรียญทองเสมอตามกำลังพวกเขา
แต่ลอร์ดทางตอนเหนือนี้ช่างอัตคัดขัดสนซะส่วนใหญ่ พวกเขาจะใช้สมบัติส่วนใหญ่ที่ย้ายมาจากทวีปทางตอนกลางไปยังแดนเหนือเพื่อก่อตั้งเมือง
“พวกเราไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอก”
“แม้ว่าพวกท่านจะลดลงให้เหลือเพียงครึ่งเดียว พวกเราก็ยังไม่มีจ่ายอยู่ดี”
แม้ในทวีปทางตอนกลาง กองกำลังทหาร 120,000
นายของกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือก็ไม่ธรรมดาเลย
ความจริงที่ว่าพวกเขาพ่ายแพ้ที่มีเชลยศึกจำนวนมากก็เป็นความอัปยศต่อพวกลอร์ดแล้วเช่นกัน
แล้วถ้าหากพวกเขายังไม่มีปัญญาจ่ายค่าไถ่ตัวนั่นคงนำไปสู่สงครามอื่นอีกแน่นอน
“จำนวน
900 เหรียญทองต่อผู้เล่นหนึ่งคนก็เป็นจำนวนมาตรฐานแล้ว
จนกระทั่งบัดนี้
สงครามทั้งหมดที่เคยมีมาก่อนบนทวีปเวอร์เซลได้ทำมานี่ก็ถือว่าเป็นจำนวนที่สมเหตุสมผลแล้ว”
เมแพนเลิกคิ้วไปยังฝ่ายตรงข้าม
แม้ว่าจะไม่มีเงินพอที่จะจ่าย พวกเขาก็ไม่สามารถไปต่อได้โดยปราศจากเจรจาต่อรองนี้
วีดบีบแขนเขาแน่นแล้วก็เงียบไป
‘แม้ว่าจะเกือบ
70% ที่พวกเขาจะต้องอาศัยสินเชื่อและจ่ายเงินผ่อนในแต่ละเดือน
นั้นก็ยังเป็นจำนวนเงินที่น้อยลงมากในแต่ละเดือน เราก็จะไม่ได้รับอะไรมากนัก
จากนั้นก็จะมีดอกเบี้ยค้างชำระอีก แล้วก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมากเรื่อยๆ…’
วีดตัดสินใจที่จะลบล้างสถานการณ์ในตอนนี้ขณะที่เมแพนยังอยู่กับพวกลอร์ดเจ้าปัญหา
“ไม่จำเป็นสำหรับค่าชดเชย”
“อะไรนะ?”
เมแพนรู้สึกประหลาดใจที่จะคิดว่าวีดจะยอมพูดบางอย่างแบบนี้ออกมา
เขาไม่อยากจะเชื่อว่าคำเหล่านั้นจะออกมาจากปากของวีด บรรดา ลอร์ดของกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือก็ไม่เข้าใจ
ได้แต่มองไปข้างหน้า
พวกเขาไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่เขาพึ่งพูดไป
‘พวกเขาอาจถูกบังคับให้ไปกู้เงิน’
บรรดาลอร์ดของหัวเมืองทางเหนือไม่สามารถรวบรวมรายได้มากมายนัก
ค่าใช้จ่ายในการลงทุนนั้นมากมายอยู่แล้ว และพวกเขาก็จะยังไม่ได้อะไรกลับมาอีก
ไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าโมราต้าจะไม่เห็นแก่เงินเพราะว่ามันเป็นเงินจำนวนมากมายเหลือเกิน
ถ้าหากเป็นสงครามอื่นโมราต้าก็คงจะไม่เรียกใช้เหล่าอัศวินคัลลามอร์
ในภายภาคหน้าอาจจะมีลอร์ดคนอื่นที่ตัดสินใจเพื่อบุกโจมตีแดนเหนืออีกครั้ง
“วีด” สำหรับเหล่าลอร์ดแห่งพันธมิตรแดนเหนือก็คงอาจจะดูเหมือนคนทวงหนี้หน้าเลือด
“แม้จะไม่มีค่าชดเชย
เหล่านักโทษก็ยังเป็นอิสระอยู่ดี”
“จริงหรือ?”
กิลด์สไตรีนไม่อยากจะเชื่อ
สำหรับจุดยืนของวีดแล้วนี่อาจจะเป็นเพียงงานการกุศลและมันก็ไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย
“พร้อมกับคำสัญญาด้วย
เมืองโมราต้าก็จะไม่บุกโจมตีเมืองอื่น”
สำหรับตำแหน่งของวีดเขาไม่จำเป็นที่จะต้องยึดเมืองเพื่อกอบโกยเอากำไรเลย
โมราต้าไม่ใช่อาณาเขตเล็กๆ แล้วอาณาเขตไม่ใช่อะไรที่สามารถปรับเปลี่ยนได้เลย
มีพื้นที่มากมายระหว่างแต่ละอาณาจักร
ดังนั้นในขณะที่วัฒนธรรมได้เติบโต ขอบเขตของเมืองก็จะขยายออกไปเอง
“ข้าขอเสนอให้มีข้อตกลงทางการค้าแทน”
“อะไรนะ?”
“อย่างที่พวกท่านทราบ โมราต้ากำลังพัฒนาอย่างมากในฐานะเมืองเริ่มต้น”
เหล่าลอร์ดแห่งพันธมิตรแดนเหนือพยักหน้า
พวกเขาเคยประสบมาก่อนแล้วดังนั้นพวกเขารู้ดีกว่าคนอื่น
“ในภายภาคหน้าจะต้องมีความจำเป็นสำหรับอาวุธและเกราะสำหรับผู้เล่นใหม่แล้วยังจะทรัพยากรจำนวนมาก”
เหล่าลอร์ดแห่งพันธมิตรแดนเหนือเริ่มรู้สึกอึดอัด
โมราต้าคือสถานที่ที่เหล่าผู้เล่นใหม่เติบโตขึ้นได้ง่าย พวกเขาเฝ้ามองโมราต้าเติบโตอย่างแข็งแกร่งขึ้น
“แล้ว?”
“เหล่าผู้เล่นใหม่ต้องการทรัพยากรจำเป็นมากมาย
โมราต้ามีของมากมายหลายสิ่งอย่างแร่และพื้นที่
ยังมีไอเท็มที่เก็บได้จากการออกล่าที่จะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับพวกเขาที่พวกท่านสามารถขายออกได้”
การพัฒนาเชิงพาณิชย์ ภาษี
และใบอนุญาตเป็นของลอร์ด เพื่อที่จะเปิดให้ลอร์ดแห่งแดนเหนือสร้างได้ตลาดที่ใหญ่ให้กับเหล่าผู้เล่นใหม่
กิลด์สไตรีนมีการแสดงออกผ่านใบหน้าพวกเขาอย่างโจ่งแจ้งมากระหว่างการเจรจาที่ยุ่งยากนี้
“นี่จะเป็นข้อเสนอที่ดีสำหรับพวกเรา
ทำไมท่านถึงให้เรามากมายขนาดนี้หล่ะ”
“ทวีปทางตอนกลางนั้นห่างไกลออกไป เหล่าพ่อค้าต้องใช้เวลานานเพื่อไปที่นั่นและราคาก็สูงมากอีกด้วย
เหล่าพ่อค้าต้องการความช่วยเหลือทั้งหมดเท่าที่พวกเขาหาได้
ปัญหาใหญ่ที่สุดของพวกเราคือผู้เริ่มต้นในทางตอนเหนือไม่สามารถใช้อาวุธในราคาที่สมเหตุสมผลได้เพราะราคาของทวีปทางตอนกลาง
สิ่งเหล่านั้นช่างผิดนัก”
เหล่าลอร์ดครุ่นคิดโดยการสบตากันและกันแล้วก็พยักหน้า
“พวกเราก็เห็นด้วย”
“พวกเราเช่นกัน”
โมราต้าได้ทำการค้ามากกว่าเมืองอื่นในแดนเหนือรวมกันซะอีก
“ข้าได้ยินมาว่าพวกท่านมีปัญหาในการพัฒนาทางวัฒนธรรมหรือ”
“…”
เหล่าลอร์ดจมดิ่งสู่ความสิ้นหวัง
พวกเขาพบว่ามันยากมากที่จะพัฒนาวัฒนธรรมในขณะที่ยิ่งมีคนออกไปมากขึ้น
“โมราต้าจะส่งที่ปรึกษาทางวัฒนธรรมไปอยู่ในแต่ละหมู่บ้าน
พวกเขาจะทำงานเพื่อเพิ่มพูนวัฒนธรรมและบ้านเมืองพร้อมกับลดจำนวนคนที่อพยพออกไปด้วย”
วัฒนธรรมมีผลในการลดคำบ่นของผู้คนอย่างเห็นได้ชัด
โมราต้ามีบาร์ดและแดนเซอร์จำนวนมาก พวกเขาสามารถพบเห็นการแสดงได้ในระหว่างวัน
พวกเขาจะได้รับเงินจากการไปเมืองต่อเมืองได้
หนึ่งในกลุ่มลอร์ดถามขึ้น
“แต่อย่างไรก็ตามนั่นอาจจะลดวัฒนธรรมของโมราต้าลงนะ
มันดูไม่สมเหตุสมผลกับข้าเลย”
วีดมองไปที่เขาซักครู่หนึ่ง
การมองนั้นในสายตาของเขาทำให้เขาหดตัวไปเลยเพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้เท่าเทียมกันเลย
มีการเปลี่ยนแปลงในบรรยากาศที่เพียงพอที่จะปรับสถานการณ์ได้ มีผู้คนที่รักที่จะพูดแล้วจากนั้นก็ลืมว่าพวกเขาพูดอะไรออกไป
เขาต้องขู่คนพวกนั้นด้วยวิธีนี้นี่แหละ
ด้วยความรู้สึกนี้ดูน่าพอใจมากกว่า
“ข้ารู้สึกโกรธที่มีประติมากรในโมราต้ามากมาย
มีประติมากรมากทักษะโดยเฉพาะในโมราต้า พวกเขาสร้างประติมากรรมและก็วาดรูปมากด้วยเช่นกัน”
วีดตั้งเป้าที่จะส่งออกผลงานทางศิลปะ
มีหอคอยแห่งแสงและรูปปั้นแห่งเทพีเฟรย่าแต่ว่าการเติบโตของจำนวนของงานศิลปะในเมืองจำเป็นต้องชะลอตัวลง
เขาไม่ต้องการให้มันเป็นเมืองแห่งศิลปินอย่างเมืองโรเดียม
วีดจมอยู่ในเสียงที่ทุ้มต่ำ
“มีผู้เล่นโนวิซมากมายในเมืองมาราต้า
พวกเขาจำเป็นต้องออกไปเพื่อจะได้เพิ่มพูนทักษะของพวกเขา”
“…”
“โมราต้าดูเหมือนจะกว้างใหญ่ แต่ยังไงก็ตามถ้ามีเควสที่มากขึ้นและการล่าที่มากขึ้นนั่นสามารถทำสำเร็จได้ด้วยการไปเยือนที่เมืองอื่นให้บ่อยขึ้น
มีที่ว่างเพื่อพัฒนาโมราต้าและเมืองอื่นด้วย”
วีดเปลี่ยนไปยังหัวข้ออื่น
“อันดับแรกเลย ในฐานะลอร์ด พวกท่านต้องลงทุนและดูแลหมู่บ้านด้วยความรักฉะนั้นเหล่าผู้เล่นใหม่ก็จะเริ่มเล่นในเมืองของท่านเอง
ก่อตั้งร้านค้าและจัตุรัส แล้วธุรกิจก็จะเฟื่องฟูเอง พวกท่านจะสามารถพบเห็นเหล่าผู้เล่นใหม่เติมขวดน้ำของพวกเขาที่น้ำพุ
จะไม่มีอะไรหยุดยั้งเหล่าผู้เล่นใหม่จากสงครามนี้เลย”
นี่เป็นคำกล่าวที่กล่าวไว้ด้วยวีด
เหล่าลอร์ดแห่งแดนเหนือลุกขึ้นจากเก้าอี้ของพวกเขา
เสียงเชียร์สามารถได้ยินทั่วทั้งกำแพงเมือง
“โว้ววว!”
“เทพสงครามวีดยอดเยี่ยมที่สุด!”
“วีด
ฮู้เร่หหห์!”
เหล่าผู้เล่นใหม่และผู้เล่นจากพันธมิตรแห่งแดนเหนือส่งเสียงเชียร์!
วีดได้แสดงความใจกว้างของเขาให้กับผู้บุกรุกที่มายังโมราต้าอีกด้วย
เมแพนและปาร์ตี้ของเพลแสดงอาการช็อคสุดขีด อย่างที่พวกเขาได้เห็นวีดในมุมที่แตกต่างออกไปจากงานศิลป์หลังจากหอคอยแห่งแสงแล้ว
“ไม่นะ
อะไร…นั่นไม่สมกับเป็นวีดเลยซักนิด”
“เขาไม่สามารถเป็นพ่อพระได้เลย ใช่ไหม?”
“เขาไม่สบายหนักหรือปล่าว? บางทีเขาอาจจะตกลงมาจากประติมากรรมตอนที่เขาทำมันอยู่ก็ได้?”
ชายผู้ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้มากขนาดนี้
ดังนั้นพวกเขาจึงรู้สึกเป็นห่วงสุขภาพจิตของวีด
มันยากมากที่จะเข้าใจสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ ทุกๆคนในที่นั้นกำลังเฝ้ารับชมการออกอากาศ
แสดงให้เห็นในท่าทางที่แตกต่าง มีเพียงเซเฟอร์คนเดียวที่พยักหน้าและดูเหมือนจะรู้สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่
‘ด้วยการเจรจาครั้งนี้เขาจะกอบโกยกำไรมหาศาล’
มูลค่าของผู้เล่นใหม่!
ลอร์ดจากแดนเหนือรู้สึกกังวลกับอนาคตของพวกเขา แม้ว่าวีดจะคำนวณค่าความเสียหายภายในหัวเขาแล้วและยังมีกำไรที่ไม่สิ้นสุดในอนาคตด้วย
บรรดาเมืองทางตอนเหนือจะขายอาหารและโกยกำไรมากมายแต่โมราต้าจะเป็นที่หนึ่งที่ได้รับจากภาษีอากร
พวกเขาจะค้าขายกับทวีปทางตอนกลาง แต่ว่าตอนนี้พวกเขาสามารถค้าขายได้แค่กับเหล่าพ่อค้าทางตอนเหนือ
มันก็จะสามารถยุติปัญหาของเหล่าเมืองทางตอนเหนือสำหรับสงครามนี้ได้
พวกเขาจะสามารถลดจำนวนผู้คนที่ออกไปจากเมืองได้ผ่านทางวัฒนธรรม
ขุดแร่เพื่อรวบรวมทรัพยากร จะช่วยพัฒนาเทคโนโลยีของเมืองได้ด้วย แล้วยังสามารถสร้างสินค้าที่มีคุณภาพมากขึ้นด้วย
ข้อตกลงแห่งสันตินี้จะช่วยเร่งการพัฒนาเมืองในแถบทางตอนเหนือ
มันก็จะกำจัดความตึงเครียดและความกังวลให้กับผู้เล่นใหม่ในโมราต้าได้เป็นอย่างมากและก็จะทำให้ผู้เล่นเริ่มที่ดินแดนทางเหนือมากขึ้น
ความสามารถพิเศษของแถบดินแดนทางเหนือก็จะเติบโตและพัฒนา ขณะที่พ่อค้าก็ออกมาค้าขายมากขึ้นด้วย
ในการแข่งขันระยะยาวโมราต้าในฐานะศูนย์กลางทางพาณิชย์ ก็จะเป็นอีกที่หนึ่ง ที่จะกอบโกยกำไรมหาศาล
จะมีไอเทมที่ดีมากขึ้นสำหรับผู้เล่นใหม่ที่จะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
ก็จะมีภาษีจำนวนมากที่ต้องจ่ายด้วยเช่นกัน
“หลังจากสงครามเขาก็สามารถกำจัดงานศิลปะที่มีมากเกินไป!”
จากเวลาที่เป็นอยู่นี้
เศรษฐกิจของแต่ละหมู่บ้านจะขึ้นอยู่กับโมราต้า
เขาสามารถเพิ่มพูนวัฒนธรรมโดยการขายออกศิลปะในแต่ละเมือง
แม้กระนั้นการขายผลผลิตก็ยังให้กำไรมากอีกด้วยถึงแม้ว่าจะมีเงื่อนไขกับพวกลอร์ดแห่งแดนเหนืออยู่บ้าง
การค้าขายกับโมราต้าก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาสูญเสียอะไร
แล้วยังไม่ต้องก่อสงครามกับโมราต้าอีกด้วย งั้นด้วยข้อเท็จจริงที่ให้ในแต่ละเมือง
สงครามครั้งที่สองกับโมราต้าก็จะไม่เกิดขึ้น ความคิดของเซเฟอร์ล้ำเกินไปมากกว่าวีดแล้วในตอนนี้
เขาพิชิตกลุ่มพันธมิตรแห่งแดนเหนือได้แล้ว
เป็นการตัดสินที่มีเหตุผลสลับซับซ้อนและยังไม่จำเป็นที่จะทำให้ศัตรูเกลียดชังอีกด้วย
“กลอุบาย การวางแผน แล้วยังการปกครอง ช่างน่ากลัวมากที่ไม่มีใครสังเกตเห็นเลย!”
ขณะที่แกล้งเสแสร้งทำอยู่นี้
เขารอคอยที่จะหาประโยชน์และเก็บเกี่ยวกำไรจริงๆ
การแน่วแน่และตั้งใจของวีดที่มีต่อเงินเป็นหนึ่งขนานแท้จริงๆ
“โจ๊กหญ้าร้อนๆจ้า”
งานเฉลิมฉลองชัยชนะของโมราต้า!
ผู้เล่นใหม่ที่มีความสุขรู้ สึกตื่นเต้น มันน่าเพลิดเพลินยิ่งสำหรับวีดที่ได้เห็นพวกเขาจับจ่ายใช้สอยเงิน
-ยอดผู้เข้าชมถล่มทลาย
เมื่อคิดว่ายอดผู้เข้าชมจะเพิ่มขึ้นอีกมากจากการฉายภาพสดของสงคราม!
พวกเขารู้สึกสุขใจกับความก้าวหน้าของเมลอน
KMC
Media และ 12 สถานีถ่ายทอดอื่นๆได้ถ่ายทอดรายการสงครามของวีด
พวกเขามีภาพฉายสองมุมมองของสงครามแห่งวีดและเก็บค่าเปอร์เซ็นจากการโฆษณาด้วยค่าธรรมเนียมเล็กๆน้อยๆสำหรับลิขสิทธิ์ในการถ่ายภาพ
เงินกำลังหมุนเวียน
“โลกนี้ช่างเป็นที่ๆสวยงามอย่างแท้จริง”
ต้องขอขอบคุณเหล่าผู้เข้าร่วมในสงคราม
วีดได้แจกจ่ายโจ๊กออกไปไม่จำกัด ท่านลอร์ดเปิดโกดังและที่พักเพื่อให้เหล่าผู้เล่นได้เพลิดเพลิน
|
-โกดังพิเศษเก็บธัญพืชแห่งอาณาจักรอารูเพ่น เปิดให้ดื่มด่ำกับโจ๊กหญ้าฟรีๆ
-งานเฉลิมฉลองโมราต้าใช้เงินไป 50,000 เหรียญทอง
|
ท่านลอร์ดเป็นผู้มีความโอบอ้อมอารี
มีเงินกำลังถูกใช้ไปในทุกๆที่ มีหมูป่าย่างบาร์บีคิว
กวางอบและถังที่บรรจุด้วยเหล้า
“หมดแก้ว!!”
มันเป็นสูตรใหม่ที่ทำมาจากการผสมผสานของผลไม้กับไอเท็มอื่นๆ
อาจจะมีรสชาติขมนิดหน่อยจากการปลอกเปลือก แล้วยังมีคุณค่าทางโภชนาการจากผักกาดหอมและราสป์เบอร์รี่
วีด ใช้ความเชี่ยวชาญสมุนไพรและทำอาหารในทักษะระดับกลางอย่างต่อเนื่อง เพื่อค้นคว้าสูตรทำเหล้า
เขาทำเครื่องดื่มชนิดใหม่ได้ในที่สุด เป็นเหล้าที่เต็มไปด้วยปริศนา
‘เหล้าคือเงิน’
เหล้ามีอายุการเก็บรักษาได้นานและก็ง่ายที่จะเก็บรักษา
ดังนั้นมันไม่ใช่สิ่งที่แปลกเลยที่จะเป็นผลผลิตที่ขายดีที่สุด ผู้เชี่ยวชาญการต้มเบียร์ก็เป็นอาชีพหนึ่งที่ได้ถูกคำนึงถึงบนทวีปเวอร์เซล
สูตรการทำอาหารและเครื่องดื่มก็ถูกขายในราคาสูง
ยิ่งถ้ามีรสชาติดีและคุณค่าทางโภชนาการสูงแล้ว ดังนั้นมันก็จะเป็นสูตรที่มีค่าอย่างมาก
วีดได้สร้างสรรค์ตำรับเครื่องดื่มด้วยคุณค่าโภชนาการสูงกับวัตถุดิบราคาต่ำ!
“เครื่องดื่มนี่วิเศษมาก!”
“รสชาติดีใช่ไหม?”
เหล่าผู้เล่นใหม่สามารถรับรสชาติที่แสนวิเศษของแอลกอฮอล์
มันไม่ได้ราคาแพงเมื่อเทียบกับที่บาร์เหล้าและมันดีสำหรับราคาแค่นี้ด้วย
“ชน!”
“พวกเราขอแสดงความขอบคุณแด่โมราต้า”
“ไชโยแด่กำลังพลผู้เล่นใหม่รุ่นที่
49!”
เหล่าผู้เล่นใหม่ยิ้มอย่างยินดี
แสดงให้เห็นความเพลิดเพลินของพวกเขา งานฉลองดำเนินต่อไปในทั่วทุกๆที่
คนอื่นๆเตรียมพร้อมสำหรับการล่าเพราะพวกเขาได้รับค่าประสบการณ์จำนวนมากที่สำคัญจากสงคราม
ผู้เล่นใหม่จำเป็นต้องออกล่านอกเมืองเพื่อที่จะได้แข็งแกร่งขึ้น
วีดคิดว่ามันถือเป็นเรื่องที่ดี
“ขณะที่พวกนายแข็งแกร่งขึ้น
ก็ทำเงินภาษีให้ฉันมากขึ้นด้วย”
ยิ่งได้ภาษีที่มากขึ้น ก็ยิ่งดีกับเขามากเท่านั้น
ผู้เล่นจำนวนมากขึ้นในโมราต้าก่อให้เกิดผลทางบวกขึ้นในทางของพวกเขาเอง
เหล่านักดาบออกไปที่จัตุรัสเพื่อดื่มเหล้า เหล่าผู้เล่นคนที่เหลือที่ยังมีชีวิตรอดจากสงครามก็กำลังเพลิดเพลินกับงานฉลอง
ทุกคนมีความสุข วีดเข้าสู่โหมดเจ้าเมืองแล้วมองบรรยากาศรอบๆ
“เพิ่มภาษีในเมือง
2% เป็นเวลาสองวัน!”
ติ้ง!
|
-เป็นเวลาสองวัน ภาษีเพิ่มขึ้นชั่วคราว
เรทราคาไอเทมจะเปลี่ยนจาก
5%
เป็น 7% ภายในร้านค้า
|
ฤดูกาลแห่งงานเฉลิมฉลอง
จะมีของมากมายถูกซื้อและกิน ดังนั้นก็จะมีการบริโภคเป็นจำนวนมาก
เขาเพิ่มภาษีขึ้นพอประมาณเพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการลงทุน
“เราสามารถกอบโกยได้มากเลยกับบรรยากาศแบบนี้”
เหตุผลก็เพราะกลุ่มลัทธิโจ๊กหญ้ากำลังซื้อของมากมาย
ในโลกแห่งความเป็นจริง
ไม่มีอะไรฟรีหรอกนะ!
ผู้แปล:
“Cole’s Myth”
Editor: แอดชิน เพจ
เราอ่านนิยายแปล