เล่ม 27 ตอนที่
7 องค์ราชาของอาณาจักร แปลโดย Cole’s Myth
อาจจะเป็นเพราะว่ามีสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ถึงสองแห่งที่ถูกสร้างขึ้นในโมราต้า
ทำให้มีผู้คนเข้าเมืองจนเนืองแน่นอย่างต่อเนื่อง
มีการขยายอาณาเขตตัวเมืองออกไปมากขึ้นเรื่อยๆ
อย่างการขยับขยายถนนหนทาง และจัตุรัสที่ดูกว้างขวางมากขึ้น
แถมยังมีการขยายชุมชนไปยังแถบชานเมือง จนตอนนี้มีตึกรามบ้านช่องสร้างขึ้นมาบ้างแล้ว
“โอ้โห นี่สินะโมราต้า!”
“สิ่งก่อสร้างพวกนี้ใหญ่โตมโหฬารจนแทบไม่น่าเชื่อเลย
ใหญ่กว่าที่คิดซะอีก”
“มันก็เหมือนที่ฉายตามช่องออกอากาศนั่นแหละน่า
แถมยังมีผลงานศิลป์เต็มไปหมด..นี่มันเสียงเพลงนิ..มีคอนเสิร์ตด้วยหรอ ลองฟังดูสิ”
“ไปดูเร็วเข้าๆ!”
|
เพราะว่ามีจิตวิญญาณของเหล่าผู้เล่นใหม่เกิดขึ้นภายในเมือง
แถมยังมีผู้คนทั่วไปอีกเป็นจำนวนมาก
จนทำให้แทบจะไม่มีพื้นที่ให้ขยับไปไหนมาไหนภายในเมืองได้เลย
|
|
-
จำนวนประชากรและเศรษฐกิจของเมืองโมราต้าเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
|
|
เนื่องจากสภาพการค้ามีการเคลื่อนไหวจากการผลิตและบริโภคอยู่เสมอ
เศรษฐกิจของเมืองจึงมีความเฟื่องฟู
|
|
เนื่องจากความเฟื่องฟูทางเศรษฐกิจนี้
จึงช่วยเพิ่มอัตราการผลิต 25% และคุณจะเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นอีก
10% จากผู้อยู่อาศัยภายในเมือง
|
วีดอยากเพิ่มภาษีมากจนแทบทนไม่ไหว!
ถึงแม้ว่าอัตราการเติบโตนี้มีผลเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น
แต่ก็ยังคงความจริงที่ว่าเขาอยากเพิ่มภาษีขึ้นมา นี่ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับเขา
***
วีดเดินไปแถวทะเลสาบและแม่น้ำที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อเอาดินมาทำเครื่องปั้นดินเผา
ขณะเดียวกัน
การซ่อมบำรุงที่อยู่ภายในปราสาทของเจ้าเมืองก็เสร็จสมบูรณ์ จากเดิมที่ห้องเหล่านั้นเคยเต็มไปด้วยบานหน้าต่างแตกหัก
หยากไย่ และฝุ่นละออง รวมถึงอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำความสะอาดให้เรียบร้อย ส่วนห้องว่างๆก็กลายไปเป็นคลังเก็บอาหารและอาวุธ
คอกเลี้ยงม้า โรงเก็บไวน์ ห้องค้นคว้า และห้องนอนส่วนตัวที่แสนสะดวกสบายของท่านลอร์ดก็ได้ถูกจัดเตรียมเอาไว้เรียบร้อยในขณะที่วีดกำลังปลูกต้นพืชภายในสวน
“ถ้างั้น เรามาเริ่มทำมันแบบเบาๆมือกันก่อนดีกว่า”
ภายในห้องนอนที่อยู่ในปราสาทของเจ้าเมือง
เขาไม่ได้กำจัดพวกประติมากรรมไม้และหิน หรือแม้แต่แจปเท็มที่อยู่ภายในนั้นด้วยซ้ำ เพราะคิดว่าพวกมันอาจจะเกี่ยวข้องกับภารกิจก็ได้
แถมยังมีกองดินพูนแยกออกเป็นชนิดๆอยู่เต็มไปหมด
“เรามาทำเหมือนอย่างที่เคยดีกว่า!”
ฮวายองและเบลลอตที่ดูเหมือนจะยึดติดกับเครื่องปั้นดินเผาของวีด
พวกเธอต่างพากันอยากจะเข้าไปร่วมสนุกกับการปั้นพวกมันอย่างกระตือรือร้น
ดังนั้นพวกเธอถึงไปที่ปราสาทเจ้าเมืองพร้อมกับไอรีน
ส่วนคนอื่นๆที่มีจุดประสงค์แตกต่างออกไป
ก็ได้พากันแยกย้ายออกเดินทางไปยังตัวเมืองโมราต้าผ่านทางทักษะจินตภาพเคลื่อนย้ายของยูริน
บางคนก็เอาอุปกรณ์ของพวกเขาไปตรวจสภาพ
ขณะที่บางคนก็ไปเดินเล่นที่จัตุรัสภายในเมือง
“เอ่อออ…ผมจองที่นั่งเอาไว้ที่ร้านอาหารนะ อยากไปด้วยกันไหมครับ?”
เซเฟอร์ชวนยูรินไปเลี้ยงอาหารอร่อยๆ
“ฉันหิวจริงๆถ้างั้น…โอเค”
เช่นนั้นเอง
ทั้งสองคนก็เดินหายไปในถนนและร้านค้าที่เต็มไปด้วยผู้คนคับคั่ง
และแน่นอนวีดในฐานะลีฮุนก็ไม่ยอมปล่อยให้พวกเขาได้อยู่กันตามลำพังแน่ๆและส่งคนคอยติดตาม
วีดได้ขอร้องซอยูนเป็นการส่วนตัว
“แอบตามพวกเขาไปนะ
ถ้าหากว่าพวกเขาจับมือกันหรือว่าเข้าไปในซอยเปลี่ยวๆ หรือเธอสงสัยว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น…ฆ่ามันได้เลยนะ”
ถ้าหากว่าซอยูนคิดจะฆ่าใครซักคนล่ะก็
เธอคงทำมันทันที ไม่มัวมาเสียเวลาให้ยุ่งยาก
วีดอยากจะคลายความกังวลลงบ้างและอุทิศตัวเองตั้งหน้าตั้งตาทำเครื่องปั้นเผาเพียงอย่างเดียว
ความโค้งกำลังดี
แถมรูปร่างก็ทำออกมาได้งดงามมาก การขัดเงาผสานเข้ากันได้อย่างลงตัว
ทำให้ดูมีสีสันสวยงาม แลมีความเป็นเครื่องเคลือบเซรามิคจริงๆ มันดูไม่แตกต่างจากงานศิลปะเลย!
“ค่อยๆใช้มือช้าๆ
ฉันต้องกดลงไปเบาๆแทนที่จะใช้แรงบีบมัน”
วีดกำลังปรับเครื่องปั้นให้เป็นรูปเป็นร่าง
ขณะที่เจ้าเดิร์ทแมน(Dirtman
= มนุษย์ดิน, มนุษย์ฝุ่น) ก็พลิกแผ่นหินไปด้วย
“หัตถ์แห่งจิต(Mind
Hand)!”
ถึงแม้ว่ามือที่สามนั่นจะมีรูปร่างแปลกๆไปบ้าง
เขาก็ไม่วอกแวกและเพ่งสมาธิอยู่กับการทำเครื่องปั้น
การเคลื่อนไหวนิ้วของเขาปรับเปลี่ยนไปตามชนิดของดินที่ใช้ทำ หากมีการใช้แรงกดมากเกินไป
มันแทบจะทำให้เครื่องปั้นนั้นแตกเป็นชิ้นๆได้เลยในทันที
ในช่วงเวลานั้นขณะทำเครื่องปั้น
บรรดาเครื่องปั้นที่วีดทำขึ้นมาแทบจะไม่มีความผิดพลาดใดๆเกิดขึ้นเลย
เครื่องเซรามิคที่มีด้ามจับถูกทำขึ้นมาจนสำเร็จด้วยความงามตามสัดส่วนที่ได้อย่างโดดเด่น
แถมยังมีเครื่องปั้นอีกมายมายที่ทำขึ้นมาให้มีพื้นที่ภายในกว้าง
เหมาะสำหรับเวลาที่ต้องใส่อะไรลงไป
“พลังแห่งจินตนาการไม่มีขีดจำกัดหรอกนะ
ฉันจะสร้างอะไรที่ไม่ธรรมดาให้ดู”
ทักษะการแกะสลักราวกับปรมาจารย์
ความทนทานของผลงานก็ค่อนข้างสูง คงเป็นเพราะทักษะงานฝีมือที่เขามีอยู่ ทำให้ตอนนี้ดินเหนียวที่ใช้ปั้นแทบจะมีไม่มากแล้ว
ถึงแม้ว่าเขาจะสร้างให้มันมีรูปร่างเพรียวและเบาบาง
มันดูไม่มีทีท่าว่าจะแตกได้ง่ายๆเลย ไม่มีขีดจำกัดในเรื่องรูปร่างของการสร้างสรรค์เครื่องปั้นจริงๆ
แถมเขายังปั้นไวเวิร์นที่กำลังพ่นน้ำออกมาจากปาก
และยังมีเจ้าเหลืองผู้ใสซื่อที่เขาปั้นมันออกมาให้เป็นคนโทที่ดูเตะตาสุดๆ หรือแม้กระทั่งสร้างผลงานออกมาอีกหลายชิ้นที่มีคุณค่าทางศิลปะต่ำๆทว่ากลับเป็นที่เตะตาสำหรับคนทั่วไป
และพิเศษอย่างยิ่ง
เครื่องปั้นดินเผารุ่นลิมิตเต็ดอีดิชั่นที่ได้ถูกทำออกมามากมาย!
ยิ่งทำให้มันหายาก ราคาของเครื่องปั้นก็ยิ่งสูงขึ้น
ดังนั้นเขาจึงปล่อยของออกมา 12 ชิ้นในแต่ละแบบ
การใช้รูปวาดลงไปในเครื่องปั้นก็เป็นอีกเคล็ดลับหนึ่งของวีดเพื่อใช้ในการเพิ่มราคา
“เป็นคนโทที่สวยจริงๆ
แต่ตรงนี้มันกว้างไปหรือเปล่านะ?”
ฮวายองที่นั่งข้างๆเขาก็ให้กลวิธีหลายอย่างกับเขาเช่นกัน
จากคำพูดของเธอที่บอกว่าพวกคนโทนั้นก็สวยดีอยู่หรอก
แต่ว่ามันไม่ค่อยเหมาะกับรสนิยมของคนจนซักเท่าไร
เบลล็อตที่ดูใจเย็นก็ปั้นชามดินเผาออกมาสวยพอตัวจากพรสวรรค์ที่เธอมีอยู่แล้ว
ทว่าเพราะเธอไม่มีทักษะหัตถกรรมจึงทำให้มันเป็นเรื่องยากสำหรับเธอพอสมควร ในทางกลับกันไอรีนทำได้เพียงแค่แจกันดอกไม้เรียบๆง่ายๆสำหรับเอาไว้ใช้ปลูกดอกไม้ตามกระท่อม
“รูปร่างพื้นฐานแบบนี้ควรจะให้มันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมัน
งั้นทำส่วนที่เหลือก่อนละกัน”
วีดใช้น้ำที่มีอุณหภูมิต่างกันตามชนิดของดินเหนียวและเครื่องปั้นที่เขาอยากจะปั้น
ดินเหนียวจะแห้งกรอบในที่ร่มเพราะยังไม่ได้เคลือบ
ขณะที่รอให้น้ำและดินเซรามิคที่ต้องใช้เวลาเพื่อผสานให้เข้ากัน
สีของมันก็จะเปลี่ยนไปอย่างลึกลับ
วีดใช้เครื่องเคลือบที่เขาเก็บมาจากวัตถุดิบตามธรรมชาติเพื่อทำให้มันเป็นเซรามิคเครื่องลายครามที่มีสีขาวและน้ำเงิน
ขั้นตอนการเผาเครื่องปั้นก็ไม่ได้ใช้กลวิธีที่ใช้กันแบบปกติธรรมดาในการทำเครื่องปั้น
แต่ว่าก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากมายนักเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องปั้นที่เขาเคยทำมาก่อน
“น่าจะดูดีแล้วนะ
ถ้าเราวาดรูปหรือแกะสลักเพิ่มเข้าไปด้วยล่ะ”
เขาใช้ดินเหนียวก้อนหนึ่งเพื่อปั้นคนโท
จากนั้นก็ใช้มีดแกะสลักรูปบนพื้นผิว
ถึงแม้ว่าเขาจะพยายามแกะสลักรูปออกมาให้มีรูปร่างเด่นชัดแค่ไหนก็ตาม
ลักษณะรูปร่างก็มักจะแปรเปลี่ยนไปอยู่ดีหลังจากที่มันโดนความร้อนอบหรือว่าผ่านการเผา
หลังจากที่เผามันอีกครั้งในเตาเผา
สีของดินก็ยังติดอยู่เหมือนเดิมขณะที่สีจากการวาดภาพลงบนเซรามิคก็เปลี่ยนไป
ถึงแม้ว่าวีดจะไม่สามารถวาดรูปลงไปเหมือนกับการวาดลงบนกระดาษขาว
แต่การใช้กลวิธีแบบกัดกรดบนเครื่องเซรามิคก็เป็นอีกทางหนึ่ง ที่ทำให้ผลงานดูพิเศษขึ้นเช่นกัน
ประติมากรรมและจิตรกรรมเป็นอะไรที่แตกต่างกันมาก และนี่ก็ถือเป็นการฉีกกฎทั่วไปที่ผู้คนรู้จัก
วีดตระหนักได้ว่าเขาสามารถสร้างความหลากหลายภายในผลงานประติมากรรมของเขาร่วมกับงานจิตรกรรม
|
ความเชี่ยวชาญทักษะจิตรกรรมเพิ่มขึ้น
|
“จริงๆแล้วสิ่งที่ช่างฝีมือทั้งหลายควรจะรู้ก็คือ
คนเราต้องรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตนเสมอเมื่อทำงาน”
ในตอนนั้นนั่นเอง
ทักษะจิตรกรรมก็กลายเป็นอีกหนึ่งในเป้าหมายของวีด
จากนั้น
ขั้นตอนสุดท้ายในการทำเครื่องปั้นให้สำเร็จก็คือการเอาไปใส่ในเตาเผา
“บางสิ่งบางอย่างจะงดงามจริงๆ
บางทีเราก็ต้องดูก่อนว่าสิ่งๆนั้นจะออกมาเป็นยังไง”
ดวงตาของฮวายองและเบลล็อตลุกโพลงสดใสขณะที่พวกเธอมองไปยังเครื่องปั้นชิ้นนั้น
ดินเหนียวสีขาวนวลน้ำนมมันวาวดั่งปุยหิมะได้ปรากฏออกมา
เครื่องเซรามิคสีเขียวตัดน้ำเงินของมวลดอกไม้และฝูงสัตว์ป่าถูกปลดปล่อยออกมาดูมีชีวิตชีวาถึงแม้ว่ามันพึ่งจะออกมาจากเตาเผาได้ไม่นาน!
ในที่สุดหลังจากการพยายามเคลือบแบบหยาบๆซ้อนทับกันไปมาถึงสามครั้ง
พวกเธอใช้น้ำล้างมันออกอย่างพิถีพิถันด้วยความช่วยเหลือจากจิตวิญญาณแห่งวารีและปฐพีของวีด
จากนั้นทั้งสองก็เอาแต่จับจ้องมองไปที่ความงดงามที่อยู่เบื้องหน้าพวกเขาด้วยตาทั้งสองข้าง
ประติมากร
ช่างทำเครื่องปั้นดินเผา และจิตรกร
คงไม่พูดเกินไปหรอกว่าพลังแห่งมนตราได้ปรากฏอยู่ตรงปลายนิ้วพวกเขาแล้ว
“ฉันยังคิดอยู่ว่าจะวาดอะไรตกแต่งลงไปเพิ่มอีกนิดนึง…ควรจะวาดยังไงให้มันสวยขึ้นนะ?”
ด้วยผลงานประติมากรรมชิ้นนี้ของวีด
ตอนนี้เขาจึงกำลังพยายามปีนป่ายขึ้นไปให้สูง เพื่อไปให้ถึงขั้นปรมาจารย์ให้ได้
มันคงจะดีที่สุดที่จะแกะสลักลวดลายหรือว่าวาดภาพลงไปบนดินเหนียวขณะที่มันยังชื้นๆอยู่
แต่อย่างไรก็ตามเครื่องปั้นชิ้นนี้ก็คงจะพูดไม่ได้ว่าเป็นประติมากรรมบริสุทธิ์
“ความสมดุลของดินเหนียวและไฟ….มันควรจะมีความรู้สึกของการมีชีวิตเหมือนกับพวกประติมากรรมสลักชีพพวกนั้น…..”
วีดกำลังครุ่นคิดว่าจะทำยังไงให้เครื่องปั้นออกมามีหลากหลายสไตล์ออกมา
รูปแบบสีสันที่สลักลงไปบนเครื่องปั้นในช่วงนี้มันดูจำเจมากเกินไป
ส่วนการเคลือบก็เข้าถึงความรู้สึกไม่ค่อยได้แถมยังดูไม่โดดเด่นอีก เพราะมันมัวฝังตัวอยู่แต่กับการใช้ลวดลายและการวาดรูปลงไป
“ฉันควรลองใช้สีสันที่ต่างออกไปตอนวาดภาพลงบนเซรามิค
แทนที่จะมัวแต่บังคับให้สีดินเหนียวเปลี่ยนไปตามการใช้ทักษะการวาดภาพกับการเคลือบ
งั้นลองมาใช้เอกลักษณ์ตามธรรมชาติของเครื่องปั้นกันดีกว่า”
เขาใช้มีดแกะสลักลวดลายลงไปอย่างคล่องแคล่ว
เน้นเฉพาะบริเวณที่เป็นสีขาว ดินเหนียวที่ถูกเผาในเตากลายเป็นสีแดงบ้าง สีดำเข้มบ้าง
และหลังจากที่เอาไปอบในเตาแล้ว สิ่งที่ได้อกมาก็คือ
เซรามิคสีฟ้าใสปนดำตัดกับลวดลายสีขาวนวล
“คี๊ฮ่า!”
“ชิ้นนี้โคตรสวยเลย!”
ถึงแม้ว้าวีดจะไม่สันทัดเรื่องการวาดภาพ
แต่สีของเครื่องเซรามิคก็ยังดูสวยมากอยู่ดี ถึงแม้คนพวกนั้นจะไม่มีตาให้มองก็ตาม
รูปภาพที่ฝังอยู่บนเครื่องเซรามิคดูมีพลัง
ตามด้วยเส้นที่ดูนุ่มนวลและประณีต
|
สังคโลกแห่งมวลพฤกษา
|
|
ค่าความคงทน:
33/33
|
|
ผลงานของประติมากรวีดที่ได้พรรณนาถึงความงดงามของดินเหนียว
|
|
ความอัจฉริยภาพในความแก่งกาจของเขาที่สรรสร้างศิลปะแบบใหม่ขึ้นมาบนทวีป
|
|
การวาดภาพสลักลงบนเครื่องเซรามิคเป็นสิ่งที่ล้ำลึกมากจนมิอาจบรรยายพอสังเขปได้
|
|
พรสวรรค์ของเขาในการใช้แร่ดิน
บวกกับความสามารถในควบคุมความร้อนในการใช้ไฟได้แสดงให้เห็นแล้ว
ถึงแม้ว่าจะมีความผิดหวังเล็กน้อยกับผลงานที่ถูกสร้างขึ้นมานี้
|
|
กระบวนการสร้างทั้งหมดนี้ถูกคิดค้นขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของประติมากร
ผลงานชิ้นนี้มีมูลค่าที่ดีที่สุดท่ามกลางเหล่าเครื่องเซรามิคทั้งหลายในทวีปเวอร์เซลแห่งนี้
|
|
คุณค่าทางศิลปะ:
3,986
|
|
คุณสมบัติพิเศษ:
ผลงานที่มีคุณค่าทางศิลปะสูงมาก
|
|
มันจะมอบโชคดีอันแสนวิเศษให้กับท่านทุกวัน
|
|
หากท่านเอาไปไว้ที่บ้าน
ค่าเกียรติยศ เสน่ห์และโชคเพิ่มขึ้น 5%
|
|
ท่านสามารถใช้ผลของเอฟเฟคได้สูงสุด
10
อย่างในแต่ละครั้งจากเครื่องปั้น
|
|
ค่าความเชี่ยวชาญทักษะแกะสลักเพิ่มขึ้น
|
|
ค่าความเชี่ยวชาญงานหัตถกรรมเพิ่มขึ้น
|
|
ทักษะจิตรกรรมของท่านเพิ่มขึ้นเป็นขั้นต้นเลเวล
5
ลายเส้นในการวาดภาพของท่านมีความแม่นยำมากขึ้น
ขณะที่ท่านสามารถใช้เครื่องมือวาดภาพได้ดีมากขึ้นเช่นกัน
|
|
ค่าความเชี่ยวชาญช่างตีเหล็กเพิ่มขึ้น
|
เนื่องจากเครื่องปั้นชิ้นนี้ถูกสร้างขึ้นมาด้วยขั้นตอนการสร้างที่หลากหลาย
ทักษะต่างๆของเขาจึงมีเลเวลเพิ่มขึ้นภายในครั้งเดียวที่มันถูกสร้างเสร็จแล้ว
ส่วนครั้งนี้ฮวายองเองก็ไม่กล้าขอชิ้นนี้ให้เป็นของขวัญสำหรับเธอ
เธออยากจะได้งานชิ้นนี้มากๆ
แต่ทว่าในฐานะเพื่อน เธอก็ไม่อาจขอเขาให้เป็นของขวัญในทุกๆครั้งได้
มันคงดูไม่สุภาพซักเท่าไรที่จะรบกวนเขา อีกอย่างการที่เธอจะขอให้เขาขายเครื่องปั้นชิ้นนี้ก็ดูจะหยาบคายและดูไม่มีหัวคิดอยู่ดี
‘ฉันไม่รู้เลยว่าควรจะจ่ายไปเยอะซักแค่ไหน
ไว้ฉันค่อยตามหาเจ้าของใจดีแล้วขอซื้อต่อจากเขาละกัน’
เธอมองไปที่ผลงานชิ้นอื่นๆของวีดที่กำลังอยู่ในเตาเผาเช่นกัน
‘ฉันจะซื้อพวกมันทันทีที่ส่งตรงถึงร้านค้าเลย’
ส่วนเบลล็อตเองก็จับจ้องเล็งเครื่องปั้นเอาไว้หลายชิ้นแล้วเช่นกัน
“ชิ้นนี้สวยจัง
ชิ้นนั้นก็น่ารัก เขาแกะลายสวยๆแบบนั้นได้ยังไงกันนะ? รูปร่างก็สวยและดูลงตัว
ดูมีชีวิตชีวา อยากได้จังเลยยยย”
วีดยังไม่ได้ใช้ข้อดีจากความงามในการวาดภาพลงไปในเครื่องปั้นของเขา
เขาทำเครื่องปั้นดินเผาโดยปั้นออกมาให้มีหลากหลายรูปแบบที่พิเศษเช่น
ชามยักษ์ จุลประติมากรรมรูปนางฟ้า อีกอย่างเพราะเขาใช้ทักษะประติมากรรมของเขาด้วย
จึงทำให้เขาได้ฝึกฝนและพัฒนาเทคนิคของตัวเองขณะที่สร้างเครื่องปั้นพวกนี้ด้วยวัสดุที่ไม่มีวันหมดสิ้น
“ตรวจสอบ!”
|
คนโทรูปดอกไม้:
|
|
ความคงทน:
17/17
|
|
ถูกทำขึ้นโดยศิลปินผู้ยิ่งใหญ่
วีด
|
|
เครื่องปั้นชิ้นนี้คงพอที่จะเอ่ยได้ว่าเป็นผลงานของทวีปเวอร์เซล
ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่การผสานกันระหว่างดินเหนียวและไฟ แต่ก็คงจะไม่ดูเกินจริงหากพูดว่ามันคือต้นกำเนิดของผลงานทางศิลปะอันสุดแสนมหัศจรรย์
|
|
มวลดอกไม้ที่เปิดปากกว้างบวกกับกลีบที่แสนเบาบาง
ดูเหมือนมันกำลังเบ่งบานอยู่ภายในเครื่องปั้นชิ้นนี้อยู่เสมอ
|
|
ผลงานที่น่าประทับใจและแสนวิเศษที่สร้างขึ้นมาด้วยฝีมือหัตถกรรมอันไร้ที่ติ
|
|
นี่คือสิ่งที่เป็นมากกว่างานศิลป์
ความลึกลับของผลงานชิ้นนี้คือความน่าดึงดูดและนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้มันเป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น
|
|
คุณค่าทางศิลปะ:
598
|
|
คุณสมบัติพิเศษ:
หากงานปั้นชิ้นนี้อยู่ใกล้กับพืชพันธุ์
พวกมันก็จะไม่แห้งเหี่ยวแม้นปราศจากน้ำหล่อเลี้ยง
|
|
แถมยังสร้างรสชาติให้กับชาและไวน์ดียิ่งขึ้นด้วย
|
|
ค่าเกียรติยศ:
+16
|
|
เสน่ห์:
+22
|
วีดผู้ที่ไม่รู้วันรู้คืนเอาแต่หมกมุ่นตั้งหน้าตั้งตาทำงานของเขาต่อไป
ขั้นตอนการทำเครื่องปั้นดินเผาเป็นสิ่งที่ซับซ้อนมาก
และคุณต้องมุ่งความสนใจให้ลึกซึ้งถึงรายละเอียดเล็กๆน้อยๆด้วยซ้ำไป
แต่ไม่ว่าคุณจะเจอกับความทุกข์ยากลำบากแสนเข็ญซักแค่ไหน
คุณก็จะรู้สึกชื่นชมยินดีเสมอเมื่อได้เห็นเครื่องปั้นที่ออกมาจากเตาเผา
“แค่นี้น่ะหรอ มันยังไม่จบหรอก”
วีดยังทำถ้วยและจานขนาดเล็ก ไปจนถึงขนาดกลางเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย
การทำขั้นตอนเล็กๆน้อยๆเช่นนี้ไม่ได้อะไรกลับมาจริงๆมากนัก
นี่ยังรวมถึงการแกะสลักลวดลายและวาดรูปลงไป
“โมราต้าเองก็มีผู้เล่นใหม่ที่ไม่ได้มีเงินมากมายนัก
พวกเขาก็คงจะมีเงินซื้อเครื่องปั้นพวกนี้ได้ ถ้าฉันสร้างผลิตภัณฑ์ขนาดเล็กขึ้นมา”
ถึงแม้จิตวิญญาณของเขาคือศิลปิน
เขาก็ยังคิดที่จะรีดไถเงินจากเหล่าผู้เล่นใหม่ที่มีปัญญาแค่จับกระต่ายตัวเล็กๆเท่านั้น!
สมาชิกปาร์ตี้คนอื่นๆของเขากลับมาและไม่ได้ออกไปไหนได้ซักพักแล้ว
เพราะว่าพวกเขาเองก็พากันมาทำเครื่องปั้นของตัวเองเช่นกัน เขาง่วนอยู่กับการทำเครื่องปั้นแบบเงียบๆไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
นั่นทำให้เขาดูเป็นผู้ชายที่ดูมีเสน่ห์น่าดึงดูด
“มูลค่าวัสดุที่ใช้ทำไม่ใช่สิ่งที่ฉันจะเอามาตั้งราคาได้จริงๆ
แต่ที่สำคัญกว่าก็คือคุณสมบัติอย่าง ผลิตภัณฑ์ที่มีความพิเศษ….”
เวลาผ่านไปคืนแล้วคืนเหล่าเขาเอาแต่สร้างงานศิลป์ออกมามากมาย
ผลงานที่ทำออกมาก็เป็นมาสเตอร์พีสบ้าง ระดับแมคนั่มบ้าง!
เครื่องปั้นกองพะเนินเป็นภูเขาภายในห้องที่ว่างเปล่าในปราสาทของเจ้าเมือง
เขาตั้งหน้าตั้งตาเอาแต่ทำเครื่องปั้น
จนทำเสร็จไปแล้วถึง 400
ชิ้นด้วยกัน ความเชี่ยวชาญทักษะการแกะสลักของเขาเพิ่มขึ้น 9.5%
เพราะค่าความเชี่ยวชาญการแกะสลักของเขาอยู่ที่ขั้นสูงเลเวล
8
อัตราการเพิ่มขึ้นของค่าสถานะจึงไม่ได้รวดเร็วมากนัก
แถมการทำเครื่องปั้นดินเผาแต่แบบพื้นฐานอย่างนี้
และความเกี่ยวข้องกันระหว่างทักษะแกะสลักกับการทำเครื่องปั้นก็มีน้อยมากอีกด้วย
แต่ถึงยังไง
เมื่อไรก็ตามที่เขาควบคุมการใช้ไฟได้จนสำเร็จแม่นยำ ค่าความเชี่ยวชาญทักษะช่างตีเหล็กของเขาก็เพิ่มขึ้นมาพอสมควร
แต่บางครั้งเขาก็ล้มเหลวในขั้นตอนการก่อรูปร่างของเครื่องปั้น
แต่ก็มีหลายครั้งที่มันออกมาแย่มากจนแทบจะไม่อยากมองดูพวกมันเลยด้วยซ้ำ
และในไม่ช้า
วีดก็ทำเครื่องปั้นไปได้ถึง 700 ชิ้น
ณ ตอนนี้
ค่าความเชี่ยวชาญทักษะแกะสลักของเขาอยู่ที่ 52.6% ขั้นสูงเลเวล 8
ไม่เพียงแค่นั้น
ทักษะช่างตีเหล็กของเขายังเพิ่มขึ้นไปจนถึง 75% ขั้นกลางเลเวล 8
ส่วนทักษะจิตรกรรมของเขาก็เพิ่มขึ้นเป็นขั้นต้นเลเวล
9
หากคนๆหนึ่งพยายามที่จะไตร่ตรองว่าการทำเครื่องเซรามิคนี่มันยากซักเท่าไรเชียว
พวกเขาก็จะรู้ในที่สุดว่ามันยากมากจริงๆ
แต่ทว่าวีดกลับทำเครื่องปั้นดีๆมากมายออกมาได้แถมยังสนุกกับการได้ทำมันอีกด้วย
***
ปาร์คจุนซุคคิดถึงซอยูนตลอดเวลาทั้งวันทั้งคืน
“โถ่
เธอได้รับความเจ็บปวดทางใจมานานแค่ไหนกันแน่นะ”
ถึงแม้ว่าซอยูนจะโหดร้ายมากในตอนที่เขาและเพื่อนของเขาโดนโจมตีใส่
และถูกฆ่าตายยกทีมภายในป่าด้านหลังปราสาทของเมืองเซราบอร์ก
เขาก็ยังทำใจยอมรับมันได้
ถึงยังไงก็เห็นได้ชัดเลยว่า
หัวใจของเธอยากที่จะเปิดออก เขารู้สึกแย่จริงๆเกี่ยวกับมัน
แต่ทว่าสามัญสำนึกของโลกใบนี้ได้บัญญัติเอาไว้แล้วว่าไม่ว่านิสัยสาวสวยคนนั้นจะเป็นเช่นไร
เธอก็ควรจะได้รับการให้อภัยเสมอ
“งั้นก็แปลว่าจริงๆแล้วเธอคือสาวเบอร์เซิร์กเกอร์ที่อยู่กับวีดตลอดสินะ”
ซอยูนเป็นคนที่มีความงดงามมากจนมิอาจหาผู้ใดมาเทียบเคียงได้
ไม่เพียงแค่นั้น
เธอยังแข็งแกร่งมากอีกด้วยภายในโรยัลโร้ดแห่งนี้
ปาร์คจุนซุคยิ่งปลื้มมากขึ้นไปอีกเมื่อได้รู้ว่าตัวละครนั้นเป็นตัวละครของเธอ
“ฉันจะออกเดินทางไปทั่วทุกหนทุกแห่งบนทวีปเวอร์เซล
และก็หวังว่าฉันจะไปได้ไกลยิ่งกว่าวีด”
เธอดูมีความสุขมากจริงๆราวกับว่า
พวกเขาโดนยิงด้วยศรรักของคิวปิดเมื่อไรก็ตามที่พวกเขาออกไปผจญภัยด้วยกัน
นี่ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้แล้วว่าเธอไม่ยอมเปิดใจให้ใครเลยนอกจากเขาเพียงคนเดียว
“ฉันต้องไล่ตามเลเวลของพวกเขาให้ทันถึงแม้จะต้องใช้เวลามากสักแค่ไหนก็ตาม”
“เอาสมุนไพรมาให้ข้าซักอย่างสิ”
“ใครที่มีดาบชำรุดหนักๆ
หรือพวกหน้าใหม่ที่กำลังตามหาคนซ่อมมันให้ เอามาให้ฉันซ่อมให้สิ
คุณจะได้ใช้ใหม่อีกครั้งเพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น”
นักล่านามว่า
โรบิ้นกลับเข้ามาเชี่อมต่อกับเกมอีกครั้งที่ราชอาณาจักรพอลเล็ต
เมืองที่เขาอยู่เป็นประจำ (โรบิ้นคือชื่อตัวละครของปาร์คซุนจุค)
เหล่าผู้เล่นมากมายที่กำลังพากันค้าขายอย่างแข็งขันในฐานะพ่อค้าตามที่ต่างๆอย่างร้านขายอุปกรณ์ทั่วไป
ทุกๆคนต่างพากันให้ความสนใจกับโรบิ้นอยู่ชั่วครู่หนึ่ง
“โห เลเวลของเขาสูงมากจริงๆเมื่อเทียบกับฉัน
ดูอุปกรณ์ที่เขาใส่อยู่นั่นสิ”
“นั่นเป็นไอเท็มที่ทำขึ้นมาด้วยฝีมือของเบอร์แบงไม่ใช่หรอ?”
“ดูที่ตัวของเขาสิ
ฉันว่านั่นมันตราทองคำนะ”
“ฉันได้ยินมาว่ามันแพงชิบหายเลยนะเว้ย….เสื้อผ้าเบอร์แบงทำขึ้นมาราคาไม่ใช่เล่นๆเลยนะ คงต้องจ่ายไปเยอะแง๋ๆ”
โรบิ้นยักไหล่เบาๆ
‘เหอะ
แค่นี้ไม่เท่าไรหรอกวะ’
เขาสวมใส่อุปกรณ์ที่พูดได้ว่าดีของดีที่สุดจากเลเวล
355
เขามีทั้งรองเท้าขัดเงา
ชุดเกราะหนังเบาบางสีดำขำ แถมยังมีเครื่องประดับอย่างสร้อยคอ
สร้อยข้อมือกับแหวนที่ช่วยเพิ่มค่าความเชี่ยวชาญทักษะของเขาอีก
และแน่นอน
เขาไม่ได้ของพวกนี้มาจากการล่าหรือว่าทำภารกิจสำเร็จหรอก
แม้แต่กับวีด
ผู้ที่ทำภารกิจที่ดีที่สุดมามากมาย แม้ว่าเขาจะทำพวกมันสำเร็จจนหมด
อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับสายอาชีพแกะสลักก็ยังไม่ออกมาเป็นพวงอย่างนั้นอยู่ดี
และที่แน่ๆ
วีดคงรู้สึกผิดหวังมากกว่าที่ไอเท็มที่เขาได้จากภารกิจที่แสนยากแสนเข็ญนั้น เป็นเพียงแค่ไอเท็มที่เกี่ยวข้องกับอาชีพสายประติมากรเท่านั้น
โรบิ้นซื้ออุปกรณ์และเครื่องประดับเลเวลสูงๆด้วยเงินจำนวนมหาศาล
เขาทุ่มเงินไปกับการซื้ออุปกรณ์ที่ดีที่สุดตั้งแต่ที่เข้ามาเล่นเป็นผู้เล่นใหม่
เพราะงั้นระดับพลังของเขาจึงเพิ่มขึ้นเสมอเมื่อเทียบกับเลเวลจริงๆของเขาแล้ว
เขารู้สึกพอใจอย่างมากเมื่อผู้คนต่างพากันรู้สึกประหลาดใจหลังจากที่เห็นอุปกรณ์เลเวลสูงของเขา
“ฉันอยากจะออกไปล่าซะหน่อย”
โรบิ้นมุ่งหน้าตรงไปที่ภัตตาคารเพื่อซื้ออาหาร
แล้วหน้าต่างแชทของกิลด์ก็ลอยขึ้นมาตรงหน้าเขา
คูเวร่า: นายมาถึงแล้วหรอ
โรบิ้น พวกเราพึ่งเข้ามาเชื่อมต่อเอง
ริทซ์: พวกเราอยู่ที่เมืองหลวง
นายอยู่ไหน?
โรบิ้นเข้าร่วมกิลด์ที่ชื่อว่า
‘คูล กายส์’ (เหล่าคนเก๋า)
ประกอบไปด้วยบรรดาลูกชายลูกสาวของมหาเศรษฐี
พวกเขาใช้เงินอย่างกับห่าฝนที่ตกลงบนป่าฝนเขตร้อนซะอีก
โรบิ้น: ที่ไหนงั้นหรอ? ฉันก็อยู่ที่เมืองหลวงเหมือนกัน
คูเวร่า: งั้นดีเลย
นายได้รับภารกิจหรือยัง?
โรบิ้น: ยังเลย
ฉันกำลังจะไปออกล่า ฉันไม่อยากเสียเวลาคุยกับคนพวกนั้น น่ารำคาญจะตายไป (คนที่จะให้ภารกิจ)
ริทซ์: งั้นไปด้วยกันไหม
เจอกันที่จัตุรัสกลางนะ
คูเวร่าและริทซ์ได้มาถึงที่จัตุรัสกลางก่อนแล้ว
พวกเขาทั้งสองคนเองก็สวมใส่ชุดเกราะระดับเพลทตินั่มเต็มเซ็ต
ประดับตกแต่งด้วยขนหางนกยูงที่ปักอยู่บนหมวกของพวกเขา
“ฮี๊ย่า”
“ไปซื้ออาหารแล้วออกไปล่ากันเถอะ”
“ไปเลยงั้นหรอ?
แล้วเราควรจ้างพวกทหารรับจ้างคนไหนดีหล่ะ?”
“เราค่อยไปหาที่กิลด์ทหารรับจ้างฟาเวล่าก็ได้”
“เราจะเอาพวกมันไปด้วยจริงๆหรอ?
เราอ่อนแอมากเลยนะ คงยากที่จะเพิ่มเลเวลได้….”
“ทุกวันนี้
ใครๆเขาก็อยากให้พวกมันมาร่วมปาร์ตี้กันทั้งแหละน่า”
ตอนนี้โรบิ้น
คูเวร่า และริทซ์อยู่ที่เลเวล 300 กลางๆ
อุปกรณ์ที่พวกเขาสวมใส่อยู่สำหรับผู้เล่นใหม่แล้วถือว่ายอดเยี่ยมมาก
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงออกล่าได้เร็วขนาดนี้
ขอแค่มีเพียงแค่อุปกรณ์สวมใส่เป็นตัวช่วย
พวกเขาก็สามารถออกล่ามอนสเตอร์ที่เลเวลสูงกว่าได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
อย่างไรก็ตาม
ยิ่งเลเวลของพวกเขาสูงมากเท่าไร มันก็ยิ่งเพิ่มความยากให้กับพวกเขามากขึ้นเท่านั้น
ปัญหาหลายๆอย่างก็เกิดขึ้น
เช่นความล้มเหลวในการตัดสินใจยามสถานการณ์คับขัน
หรือว่าการขาดความเป็นทีมเวิร์กไม่อาจจะทดแทนได้ด้วยอุปกรณ์สวมใส่เลเวลสูงของพวกเขา
และผลที่ตามมาก็คือพวกเขาถูกมอนสเตอร์ฆ่าตายจากค่าสถานะและระดับที่แสนจะธรรมดาของพวกเขา
ถึงแม้ว่าเลเวลของพวกเขาจะอยู่ที่
300
กลางๆ แล้วก็ตาม
ทว่าพลังความสามารถในของต่อสู้ของพวกเขาถือว่าเป็นจุดอ่อนอย่างยิ่ง
ฉะนั้นเพื่อที่จะก้าวข้ามมันไปให้ได้
พวกเขาจึงจำเป็นต้องจ้างเหล่าทหารรับจ้างหรือว่าดาร์กเกมเมอร์เพื่อออกไปทำภารกิจด้วย
***
ณ
ร้านแลกเปลี่ยนเครื่องประดับแห่งเมืองโมราต้า
มีสิ่งๆหนึ่งที่ยอดเยี่ยมกำลังเกิดขึ้น
เจ้าของร้านกำลังพูดคุยกับชายคนหนึ่งด้วยวาจาอันสุภาพนอบน้อม
พร้อมกับมีเหล่าผู้คนที่กำลังจ้องมองสินค้าเหล่านั้นแบบไม่ละสายตา
“ท่านจะขายของพวกนี้จริงๆหรอครับ?”
“ใช่แล้ว
เจ้าจะให้ราคาเท่าไรละ?”
“เป็นการตัดสินใจที่ลำยากบากสำหรับข้าจริงๆที่จะตีราคางานศิลป์พวกนี้ออกมาได้ครับ
ข้าไม่อยู่ในระดับที่จะปรารถนาของล้ำค่าเหล่านี้เอาไว้ในความครอบครองของข้า ของเหล่านี้ควรจะถูกขายให้กับเหล่ากษัตริย์ทั่วทั้งทวีปจะดีกว่า
ได้โปรดบอกมูลค่าที่ท่านต้องการกับข้ามาเถอะ”
เจ้าของร้านถามชายคนนั้นเพื่อที่จะประเมินมูลค่าของสิ่งนี้เพื่อที่จะให้เจ้าตัวตั้งราคาขึ้นมาเอง
บรรดาไอเท็มที่ถูกขายไปนั้นมีทั้งสีขาวหรือว่าสีน้ำเงิน
มีรูปวาดพืชพันธุ์นานาชนิดที่คนชื่นชอบตามแต่รสนิยมของบุคคลที่ชื่นชอบ
แถมยังมีลวดลายสีสันสวยงามสลักลงไปราวกับมังกรทองกำลังผงาด
รูปเจ้าไวทรีที่กำลังสยายปีกของมันล่องลอยอยู่บนปุยเมฆ แถมยังมีรูปเจ้าปิงหลงสลักด้วยเช่นกัน
วีดไม่ได้ขายผลงานระดับมาสเตอร์พีสกับระดับแมคนัมที่เขาทำขึ้นมา
เพราะเขาคิดจะเอาพวกมันไปไว้ในศูนย์ศิลปะ เพราะว่ามีพลเมืองภายในเมืองโมราต้าอยู่เป็นจำนวนมาก
นั่นก็มากพอที่มองออกได้แล้วว่าพวกนั้นจะกลายเป็นรายได้จากค่าเข้าชม ดูน่าจะทำกำไรได้มากกว่า
ส่วนพวกเครื่องปั้นธรรมดาๆก็ถูกกำจัดออกไป
และขายพวกมันด้วยราคางามๆเพราะพวกมันเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความพิเศษ
“เครื่องปั้นพวกนี้…..ถ้าจะให้ตีมูลค่าพวกมันช่างยากจริงๆ
เพราะข้าทำมันขึ้นมาอย่างยากลำบากจนเหงื่อไหลเป็นสายเลือด
การที่จะให้พวกมันออกไปสู่โลกอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้
ผู้คนมากมายคงจะพากันถามหาและหวังที่จะได้ซื้อพวกมันในราคา 789 เหรียญทองต่อชิ้น และมันคงจะมีความหมายต่อพวกมันมากแน่ๆหากพวกมันมีมูลค่าถึงขนาดนั้น”
การจะตั้งราคาซัก
800
เหรียญทองก็รู้สึกว่าจะแพงเกินไป ดังนั้นเขาจึงอุตส่าห์ลดราคาลงให้ตั้ง
2 เหรียญทองแน่ะ!
แม้ว่าการทำเครื่องปั้นจะไม่ใช่ทักษะหลักของวีด
ทักษะส่วนมากที่เขาใช้ไปกับการสร้างมันก็มีแต่เลเวลสูงๆทั้งนั้น
หากลองพิจารณาถึงคุณค่าทางศิลปะของพวกมัน
ราคานั้นก็พอจะยอมรับได้
“ราคาตั้ง 789 เหรียญทองเลยหรอ….แพงขนาดนั้นเลยหรอ?”
“เจ้าก็รู้จักวีดนิ
ช่องว่างระหว่างเรากับเขามันสูงมากจริงๆ จนข้าเทียบไม่ติดเลยหล่ะ”
“แต่ว่า
เงินแค่นั้นเอาไปซื้อชุดเกราะแบบเจ้าก็ยังได้เลยนิ”
“ถ้ามันมีราคาพอๆกับชุดเกราะของพวกมือใหม่
ข้าก็จะซื้อมัน
แต่ว่าระดับของผลงานชิ้นนี้มันไม่ได้มีราคาแพงขนาดที่เจ้าว่ามาซะหน่อย”
ถ้าหากราคาที่เสนอมามันสูง
ยากเกินกว่าที่จะยอมรับได้ การค้าขายก็คงจบลง
บางครั้งหากราคาที่เขาบอกไปนั้นมันดูเกินกว่าราคาที่ควรเป็น เขาก็จะถูกจับไปลงโทษ
แถมค่าชื่อเสียงในฐานะศิลปินของเขาก็จะลดลงอีก
วีดตอบสนองได้ดีมากกับความจริงเช่นนั้น
และนั่นจึงกลายเป็นเหตุผลที่เขาจำต้องขายที่ร้านนี้อย่างไม่เต็มใจนัก
หลังจากที่ไตร่ตรองอยู่ชั่วครู่หนึ่งเจ้าของร้านก็พูดขึ้นมาว่า
“ถ้าหากนี่เป็นสถานการณ์ทั่วๆไป
ข้าคงจะซื้อในราคาจริงของมันแล้ว
แต่ว่าเครื่องเซรามิคแบบนี้เป็นของหายากมากของคนหลายคน
ถึงแม้ว่าคงต้องใช้เวลาอยู่บ้างที่จะเอาพวกมันไปแยกขาย แต่ก็คงคุ้มค่าพอละมั้ง
ตอนนั้นเราค่อยทำให้มันเป็นสินค้าพิเศษแล้วตีราคาเพิ่มไปอีก 500 เหรียญทองก็ได้ ขอบคุณที่ขายเครื่องเซรามิคของท่านให้ข้า ท่านลอร์ด”
|
-การซื้อขายครั้งแรกของท่านประสบผลสำเร็จแล้ว
|
|
บัดนี้เมื่อไรก็ตามที่ท่านขายสินค้า
ท่านจะได้รับค่าเกียรติยศ 3 หน่วย
|
ปกติแล้วมูลค่าของเครื่องปั้นนั้นมีค่ามากว่าที่เขาคิดไว้มาก
อย่างไรก็ตามเจ้าของร้านก็พูดขึ้นมา
“แต่ถึงยังไง
หากข้ารับซื้อผลงานศิลปะพวกนี้ ข้าคงไม่มีเงินทุนเหลือพอข้าขอจ่ายเป็นเงินต้น 220
เหรียญทองต่อชิ้นได้ไหมครับ?”
“ตกลง
ข้าขายให้เจ้า”
บรรดาเจ้าของร้านเองก็ละเอียดรอบคอบตรวจสอบพวกเครื่องเซรามิคแต่ละชิ้นที่ได้มา
พวกเขามองหารอยแตกรอยร้าว
หรือว่าสีที่เกลี่ยลงไปไม่เท่ากันหรือแม้แต่ลวดลายที่เคลื่อนออกจากกัน ถ้าเป็นแบบนั้นได้ราคาที่ตีไว้คงลดลงแน่ๆ
แต่ถึงยังไง
มันก็ค่อนข้างยากที่จะหาเจอรอยตำหนิเหล่านั้น
หนำซ้ำบางชิ้นของเขายังถูกตีราคาเพิ่มขึ้นมากกว่าชิ้นอื่นอีก
|
-ท่านเก็บเกี่ยวผลกำไรได้เป็นจำนวนมาก
จากการขายผลงานศิลปะ
|
|
ค่าชื่อเสียงเพิ่มขึ้น
3589
หน่วย
|
|
เกียรติยศในฐานะประติมากรเพิ่มขึ้น
9
หน่วย
|
|
เสน่ห์เพิ่มขึ้น
7
หน่วย
|
|
ค่าชื่อเสียงภายในเมืองโมราต้าเพิ่มขึ้น
1
หน่วย
|
เขาได้รับกำไรถึง
268,000
เหรียญทอง!
เพียงแค่มีชื่อเสียงของวีด
เขาก็สามารถสร้างความตื่นเต้นฮึกเหิมให้กับเหล่าผู้อาศัยภายในโมราต้าและดินแดนอื่นๆมากพอแล้ว
แถมตอนนี้เครื่องปั้นดินเผาของเขายังได้ถูกขายออกสู่ตลาดแล้วด้วย
พวกมันก็จะกระจัดกระจายไปในแต่ละดินแดนทั่วทั้งทวีปแล้วก็ไปพบกับเจ้าของคนใหม่
แม้แต่ตอนนี้เองก็มีบางคนพยายามมองหาเครื่องปั้นจานของวีด
และบางทีคนส่วนใหญ่ที่มีถิ่นกำเนิดในโมราต้าก็คงจะมีฝันอันยิ่งใหญ่ที่อยากจะกลายเป็นช่างทำเครื่องเซรามิคก็ได้
นี่คงเป็นเพราะความอุดมสมบูรณ์ของแร่ดินที่มีอยู่ทั่ว
แถมยังมีเตาหลอมแห่งเฮสเทียที่ถูกสร้างขึ้นมา
บวกกับการลงทุนไปกับการสร้างวัฒนธรรมของเมืองให้เจริญกว่าที่อื่นๆที่มีอยู่บนทวีปแห่งนี้
เพราะว่าตอนนี้เมืองโมราต้าได้ส่งขายเครื่องปั้นดินเผาคุณภาพดีออกไปเป็นจำนวนมาก
มันจึงได้ถูกลงบันทึกให้เป็นสินค้าพิเศษประจำท้องถิ่น และตอนนี้ไอเท็มล้ำค่าพวกนั้นก็จะมีการซื้อขายในฐานะสินค้าพิเศษ
(specialty
product: สินค้าเจาะจงซื้อ) แล้วก็กลายมาเป็นสินค้าติดเทรนด์ในที่สุด
“ท่านลอร์ดผู้น่ายกย่อง
ข้าขอขอบคุณสำหรับการซื้อขายของท่าน”
“เจ้าทำการค้าเก่งนี่”
วีดพึ่งจะออกมาจากย่านการค้า
หลังจากที่เหล่าผู้เล่นได้ยินข่าวว่าเขาปรากฏตัวขึ้น
พวกเขาก็ไปหาวีดราวกับฝูงผึ้ง
“คุณคงจะมั่งคั่งจากการค้าขายพวกนั้นแน่ๆเลยสินะครับ”
“ช่างน่านับถือจริงๆครับ”
“นั่นเป็นสินค้าของคุณวีด
มันคงไม่ใช่อะไรที่พิเศษมากใช่ไหมครับ? คุณคงไม่พอใจกับข้อตกลงแบบนั้นแน่”
ก็จริงที่วีดขายเซรามิคและได้เงินมามากมาย
เขาวางมือบนปากของเขาเพื่อไม่ให้หลุดหัวเราะออกมา
ถึงแม้ว่านั่นไม่ใช่รากสมุนไพรยาที่แสนล้ำค่า
เขาก็ยังรู้สึกค่อนข้างพอใจกับมันอยู่ดี
“คิคิ อะแห่มๆ!”
ขณะพยายามรักษากิริยามารยาทเอาไว้
เขาก็ยังต้องแสดงท่าทีที่ดูสง่าผ่าเผยและเคร่งครึมด้วย
ความโด่งดังของวีดภายในรอยัลโร้ดพุ่งทะลุจนอยู่จุดสูงสุดแล้วตอนนี้
มันยากมากจริงๆที่จะเห็นคนไหนในโมราต้าที่จะไม่ชอบเขา
จากนั้น
ผู้อาวุโสแห่งโมราต้าก็เดินเข้ามาพร้อมกับไม้เท้าค้ำยัน
“ท่านลอร์ด
ข้าน้อยเอง”
วีดปรับท่าทีให้ดูเคร่งครึม
ผู้อาวุโสประจำหมู่บ้านที่ตอนนี้กลายเป็น
ท่านเอิร์ลแห่งเมืองโมราต้า ได้นำความทรงจำอันแสนเจ็บปวดจากการใช้เงินของเขาไปเป็นจำนวนมากกลับคืนมาอีกครั้ง!
(Earl
of Morata: ขุนนางแห่งเมืองโมราต้า)
“จากการปกครองของท่านลอร์ดผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้
ทำให้หมู่บ้านโมราต้าได้กลายมาเป็นเมืองและเป็นสถานที่อยู่อาศัยอันยอดเยี่ยม”
“แน่นอน
นั่นคือสิ่งที่ข้าจำเป็นต้องทำ”
“บัดนี้
ดินแดนแห่งนี้….”
หัวหน้าหมู่บ้านหยุดพูดไปครู่หนึ่ง
และมองมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเสียใจ
‘ไม่มีทางน่า เขาคงไม่ขออะไรอีก….’
จากมาตรฐานทางเศรษฐกิจของเมืองโมราต้า
วีดไม่ได้มีฐานะยากจนพอที่จะสั่นคลอนต่อสิ่งที่จะเกิดอีกต่อไปแล้ว แม้ว่าเขาจะได้กำไรมากมายมาจากมัน
แต่การทำให้เงินที่หามาได้อย่างยากลำบากนั้นหายไปในชั่วพริบตาก็ทำให้คนเราใจฝ่อได้เหมือนกัน
และตอนนี้เขาก็ไม่อยากจะเสียไปแม้แต่สตางค์เดียว
“ดินแดนแห่งนี้ได้รับการพัฒนาเป็นไปด้วยดี
ความเป็นผู้นำอันไม่ย่อท้อของท่านลอร์ด
ชาวเมืองที่อาศัยอยู่ที่นี่เองก็ทำงานอย่างหนักด้วยใจที่สุจริต
หลังจากการล่มสลายของจักรวรรดินิฟล์เฮม
ชาวเมืองต่างทุกข์ทรมานจากพวกมอนสเตอร์และความหนาวเย็น
แต่ก็ยังคงยินดีได้ด้วยชีวิตเป็นอยู่อันแสนปลอดภัยและอุดมสมบูรณ์ ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณท่านลอร์ด”
“อะแฮ่ม…..”
วีดรู้สึกกังวลมากยิ่งขึ้นไปอีกขณะที่เขาได้รับการสรรเสริญยกยอ
จริงๆ
นี่ก็มากพอแล้ว เขาคงมีคำขอบางอย่างโดยการพยายามที่จะชักแม่น้ำทั้งห้ามานานแสนนาน
เมื่อก่อนเขาคงรู้สึกคุ้นเคยกับการโดนบ่นโดนด่าทอมากกว่าโดนยกย่องเชิดชูแบบนี้
“ตราบใดที่อยู่กับท่านลอร์ด
แม้จะอยู่ในถ้ำมอนสเตอร์ พวกเราจะตามท่านไปโดยไร้ข้อกังขา ข้ากล่าวสิ่งนี้ในฐานะตัวแทนของเหล่าชาวเมือง
เพื่อยืนยันว่าการพัฒนาและความรุ่งเรืองของโมราต้าจะยังคงสานต่อไป
ข้าได้มีคำขอร้องอันสำคัญในฐานะเอิร์ลแห่งเมืองโมราต้า
เพื่อนำฝูงชนสู่ดินแดนอันเกรียงไกรและได้สัมผัสทั่วทั้งดินแดนเหนือ”
ตริ้ง!
|
ราชอาณาจักรเล็กได้กำเนิดขึ้นบนแดนเหนือแล้ว
|
|
จำนวนประชากรและกำลังทางเศรษฐกิจของเมืองโมราต้าได้บรรลุเป้าที่เป็นไปตามมาตรฐานของเมืองแล้ว
|
|
เหล่าชาวเมืองมีศรัทธาที่ไม่อาจสั่นคลอนได้ง่ายๆ
อีกทั้งยังมีอิสระทางศาสนาและความเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม
|
|
หลังจากการล่มสลายของจักรวรรดินิฟล์เฮม
ท่านถือเป็นผู้ที่ครอบครองเมืองที่พัฒนาการมากที่สุดของแดนเหนือ
|
|
การผจญภัยและการค้าขายที่อยู่ภายในโมราต้านี้มากพอสำหรับเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้ว
|
|
จงนำความมั่นคงของผู้คนที่ท้อแท้กลับคืนมา
|
|
การเริ่มต้นของราชอาณาจักรของท่านจะกลายเป็นอาณาจักรเล็กที่มีอาณาเขตเพียงนิดเดียว
มันจะกลายเป็นเป้าการโจมตีของฝูงมอนสเตอร์และจากอันตรายไม่สามารถระบุได้
มันอาจจะไม่ราบรื่นอย่างที่ท่านคาดไว้
|
|
ทว่าเหล่าชาวเมืองก็ยินดีกับคำขอครั้งนี้
เพราะพวกเขาเชื่อว่าลอร์ดของพวกเขาจะนำอนาคตที่ดีกว่ามาให้พวกเขาจงได้
|
|
ท่านสามารถเอาภาระอันหนักอึ้งของการนำเมืองโมราต้ามาไว้บนบ่าของท่านได้หรือไม่?
|
|
หากท่านยอมรับข้อเสนอของผู้อาวุโส
ท่านจะได้รับการสถาปนาแจ่งตั้งขึ้นเป็นองค์ราชาของอาณาจักรหลังจากงานพิธีราชาภิเษกของท่าน
|
|
เมืองโมราต้าและป้อมปราการเวอร์โก้จะถูกประกาศเป็นอาณาเขตที่อยู่ในราชอาณาจักรของท่าน
|
|
และนอกจากพื้นที่ที่เป็นเมืองแล้ว
การขยายอาณาเขตที่อยู่ในพื้นที่โดยรอบก็จะเพิ่มขึ้นมาด้วย
|
|
อำนาจทางการเมืองของท่านจะเพิ่มขึ้นตามพื้นที่ใกล้เคียง
|
|
เพราะว่าขนาดของกำลังทางทหารของท่านกำลังอยู่ในช่วงพัฒนา
ชาวเมืองจึงยังรู้สึกเป็นกังวลอยู่บ้าง
|
|
และยิ่งขนาดของกองทัพเล็กเกินไปยิ่งจะทำให้ความกังวลนี้แย่ลงไปอีก
|
|
ท่านสามารถเจรจาต่อรองทางการทูตกับราชอาณาจักรอื่นได้
|
|
เกี่ยวกับกิจการภายในและพื้นที่สิ่งก่อสร้าง
ท่านสามารถบริหารอำนาจของท่านให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นได้
ท่านสามารถสร้างสิ่งก่อสร้างเพิ่มขึ้นได้
|
|
ผลลัพธ์ของการเจรจาต่อรองทางการทูตอาจจะมีความเกี่ยวโยงถึงค่าชื่อเสียงของกษัตริย์
งานรื่นเริงที่เกิดขึ้นจะขึ้นอยู่กับค่าทางโชคของท่าน
|
อาณาจักรขององค์กษัตริย์ได้เกิดขึ้นแล้ว!
เนื่องจากการกำเนิดของราชอาณาจักรฮาเว่น
เมืองเล็กๆทั้งหลายที่เป็นของผู้เล่นก็จะปรากฏขึ้นมาด้วย
ไม่เหมือนกับอาณาจักรอื่นๆที่มีความเพียบพร้อมอยู่แล้ว
โมราต้านั้นต้องได้รับการพัฒนาจากผู้คน
วีดคิดคำนวณภายในหัวของเขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว
สิ่งๆนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากการสวดมนต์อ้อนวอนขอให้ได้มา
ความบันเทิง การเลี้ยงดู
การติดสินบน การใช้เงินปิดปาก และค่าสถานะที่สูง
ที่จริงแล้วสิ่งเหล่านี้ต่างหากล่ะที่ถูกเชื่อว่าเป็นสิ่งที่เติมเต็มรสชาติให้ชีวิตเมื่ออยู่บนโลกใบนี้
“ข้าจะเดินไปข้างหน้าและก้าวข้ามอุปสรรคทั้งหลายร่วมกับชาวเมืองของโมราต้าและอุทิศชีวิตทั้งหมดที่มีให้กับมัน”
ความฝันที่จะได้เป็นจอมเผด็จการอย่างถาวร
บังเกิดเป็นจริงขึ้นมาแล้ว!
|
ท่านตอบรับบัลลังก์ของกษัตริย์แล้ว
|
|
สิทธิ์ทั้งหมดจะตกเป็นของท่านหลังจากพิธีราชาภิเษก
|
|
รูปร่างของราชอาณาจักรของท่านที่ยังเป็นเมืองเล็กๆ
สามารถทำให้กลายเป็นราชอาณาจักรอย่างเต็มรูปแบบได้ขึ้นอยู่กับขนาดของอาณาเขตของท่าน
|
|
โปรดเลือกนามของราชอาณาจักรของท่าน
|
“นามของราชอาณาจักรคือ….”
ไม่มีชื่อดีๆผุดขึ้นมาในหัววีดเลย
ทว่าจากวิธีการตั้งชื่อเรียบๆง่ายๆที่เขาตั้งให้พวกเจ้าเหลือง
ไววัน ไวทู ไวทรี คงจะไม่ดีแน่ที่จะตั้งชื่อเมืองโดยใช้หลักเกณฑ์แบบนั้น
บางทีเขาคงเป็นผู้เล่นคนแรกที่สร้างราชอาณาจักรขึ้นมาในดินแดนเหนือแห่งนี้
และคงถูกหัวเราะเยาะจากชื่อที่เขาตั้งขึ้นมาตามวิธีการตั้งชื่อแบบนั้น
แต่ทว่าวีดก็ตัดสินใจชื่อของราชอาณาจักของเขาได้ในทันที
ประติมากรผู้ที่รวมทั้งทวีปเป็นหนึ่งและสร้างจักรวรรดิอาเพ่นขึ้นมา!
แม้ว่าความรุ่งโรจน์ของพวกเขาจะผ่านมาแล้วหลายปี
คุณก็ยังสามารถปลุกสิ่งที่ล่มสลายไปแล้วให้ลุกขึ้นมาได้
ถ้าหากว่าคุณรู้จักตามรอยบนเส้นทางที่นำไปสู่ความรุ่งโรจน์นั้นได้
|
ท่านเลือก
‘อาเพ่น’ เป็นนามแห่งราชอาณาจักรของท่าน
|
|
กิจการต่างๆในราชอาณาจักรของท่านจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการหลังจากพิธีราชาภิเษกเสร็จสิ้น
|
|
โปรดตั้งจำนวนเงินทุนที่ใช้ในพิธีราชาภิเษกของท่าน
|
|
พิธีราชาภิเษกที่โอ่อ่าและอลังการจะนำไปสู่ค่าชื่อเสียงที่สูงของราชอาณาจักรของท่านรวมถึงค่าความจงรักภักดีที่สูงของเหล่าทหาร
|
วีดไม่เคยชอบพิธีรีตองอะไรแบบนี้เลย
ความหรูหรามั่งคั่งไม่ได้มีความสำคัญอะไรสำหรับเขา
ถ้าหากว่าเขาลองคำนวณดีๆแล้วเกี่ยวกับพิธีราชาภิเษกนี้
เขาก็อยากจะให้เมืองโมราต้าเป็นในแบบที่มันเป็น
“ค่าใช้จ่ายในพิธีราชาภิเษก…..ช่างมันเถอะ ฉันให้ใช้เงิน 30 เหรียญทองเท่าที่จำเป็นต้องใช้ละกัน”
ในความคิดของเขา
เขาคิดว่าอยากจะแค่เสิร์ฟน้ำให้พวกคนที่มาร่วมงานคนละแก้วเท่านั้นเองด้วยซ้ำ
แต่นี่เป็นงานยิ่งใหญ่ระดับประเทศเลยนะ (ก็เลยเพิ่มเงินให้อีกเล็กน้อยให้สมกับงาน-.-)
“ข้าคิดว่านั่นมันน้อยไปหน่อยนะครับ
ในฐานะเจ้าเมือง การจะเป็นกษัตริย์ผู้ทรงอำนาจก็ควรจะจริงจังให้มากอย่างยิ่ง พสกนิกรเองก็ต่างคาดหวังในตัวกษัตริย์เช่นกัน
ราชทูตที่มาจากต่างแดนคงจะหัวเราะเยาะเรา
และนั่นคงไม่เพียงพอที่จะแจ้งข่าวให้ทั่วทั้งดินแดนเหนือนี้ได้รู้จักราชอาณาจักรอาเพ่นของเราด้วยซ้ำไป”
“ข้าเองก็รักและเอาใจใส่ชาวเมืองทุกคนเช่นกันในฐานะกษัตริย์หรือว่าเจ้าเมืองของที่นี่
และความจริงนั้นจะไม่แปรเปลี่ยน ข้าเพียงแค่อยากจะจ่ายเงินจัดพิธีราชาภิเษกให้น้อยที่สุดก็เท่านั้น
และถึงแม้จะเหลือเงิน 10 เหรียญทอง
โปรดใช้เงินนั้นไปจ่ายค่าบำรุงและเงินค่าจ้างสำหรับคนยากคนจนภายในเมืองโมราต้าเถอะ”
“ถ้างั้นก็ได้ครับ
ข้าจะทำตามความต้องการของท่านลอร์ด”
|
ท่านจ่ายเงิน
30
เหรียญทองเป็นค่าใช้จ่ายในพิธีราชาภิเษก
|
แล้วก็เสร็จสิ้นวันนั้นภายในเมืองโมราต้า
และด้วยความช่วยเหลือของยูริน พวกเขาก็เคลื่อนย้ายไปยังป้อมปราการเวอร์โก้
“ฉันต้องใช้เงินที่ได้จากการขายเครื่องปั้นพวกนี้เพื่อสร้างสิ่งก่อสร้าง”
ป้อมปราการเวอร์โก้ยังไม่ถูกแตะต้องเลยแม้แต่ครั้งเดียว
จัตุรัสมหาพงไพร โรงอาบน้ำชาวออร์ค
ถนนสีน้ำตาลแดงหลายเส้นก็ได้ถูกสร้างขึ้นมา
แล้วก็ได้สั่งให้ก่อสร้างบ้านเรือนตามแบบสิ่งก่อสร้างของเมืองรัทเซเบิร์ก
สถานที่ที่ทั้งสี่เผ่าพันธุ์อาศัยอยู่ด้วยกัน
นอกจากนี้ก็ยังมีข้อดีของการก่อสร้างของพวกเขาคือใช้งบประมาณต่ำมาก
บรรดาเผ่าพันธุ์ทั้งหลายต่างก็พากันชื่นชอบด้วย เหล่าคนเถื่อน คนแคระ และเอลฟ์ที่อยู่ร่วมกันก็สามารถเพิ่มสรรถภาพให้กับสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ได้ด้วย
“ดีจริงๆที่ราคาถูกขนาดนี้!”
การสร้างบ้านเรือนภายในเมืองรัทเซเบิร์กใช้เงินไป
150,000
เหรียญทอง ส่วนเงินที่เหลือก็เอาไปใช้สร้างร้านค้า ตลาดกลาง
และอื่นๆ
การค้าขายระหว่างเผ่าพันธุ์นั้นจะช่วยเพิ่มภาษีการค้าเป็นอย่างดี
นอกจากนั้นเขายังสร้างเตาหลอมที่เหล่าคนแคระสามารถใช้ได้
ส่วนผู้เล่นที่เป็นเผ่าพันธุ์เอลฟ์
เขาก็ได้สร้างศูนย์ฝึกยิงธนูไว้ให้พวกเขา ที่แห่งนี้อาจจะทำไว้เพื่อพัฒนาความแม่นยำในการยิงและเปลี่ยนสายอาชีพเป็นนักยิงธนูหรือว่าเรนเจอร์
“ที่นี่คงจะเป็นที่ที่ดีที่สุดสำหรับการเพิ่มเลเวลให้กับนักยิงธนูล่ะ”
เนื่องจากมีพวกมอนสเตอร์มาป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆกำแพงเมือง
อาชีพสายนักธนูจึงสามารถยิงพวกมันได้ไม่จำกัดเวลา
นี่จึงเป็นสถานการณ์ที่ดีที่สุดเพื่อเป็นบันไดในการเติบโตของพวกเขา
เหล่านักธนูจึงสามารถเพิ่มค่าความเชี่ยวชาญของพวกเขามากเท่าที่พวกเขาต้องการ
อย่างทักษะศรทะลวง (Penetrating
arrows) กับทักษะศรติดตาม (Tracking arrows)
เพื่อที่จะให้บางสิ่งบางอย่างกับเหล่าคนเถื่อน
สนามประลองของเหล่านักรบจึงได้ถูกสร้างขึ้นมาเช่นกัน มันเป็นสถานที่ที่สอนพวกเขาหลายสิ่งหลายอย่าง
เช่นวิธีการควบคุมร่างกาย และได้เรียนรู้ทักษะต่างๆ
“เดาว่าแค่นี้ก็คงจะพอแล้วนะ”
จากนั้นวีดก็มุ่งหน้าไปยังเมืองธอร์
อาณาจักรของเหล่าคนแคระ
***
เมืองคนแคระที่ใหญ่ที่สุดภายในเทือกเขานอร์น
เมืองไอรอน
แฮมเมอร์นั่นเอง! (Iron
Hammer: ค้อนเหล็ก)
มันคือเมืองหลวงของอาณาจักรธอร์และเป็นแหล่งผลิตแร่เหล็กรายใหญ่ที่สุดของทวีปเวอร์เซล
หลังจากที่มองดูบรรดาเหล่าคนแคระตัวจิ๋ววิ่งวนรอบๆน้ำพุ
ยูรินก็พูดขึ้นมาว่า
“เหล่าคนแคระตอนอยู่ด้วยกันนี่น่ารักจังเลยนะคะ
พวกเขาไม่เห็นจะวิ่งช้าเลยซักนิด”
“น้องไม่เคยเห็นคนแคระปรากฏตัวในเมืองมาก่อนหรอ?”
“ถึงแม้ว่าบางครั้งหนูจะเคยเห็นคนแคระมากมายตามสถานที่ท่องเที่ยว
แต่นี่เป็นครั้งแรกที่หนูเห็นพวกเขาในแบบนี้”
วีดมุ่งหน้าไปยังฝ่ายปกครองของอาณาจักรธอร์พร้อมกับยูริน
ภายในอาณาจักรธอร์นั้นไม่มีกษัตริย์
แต่มีบรรดาผู้อาวุโสคนแคระแทน
“นักผจญภัยมนุษย์เอ๋ย
พวกเราเองก็เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเจ้ามาบ้าง เจ้ามีธุระสำคัญอะไรหรือเปล่า?
เข้ามาก่อนสิ”
เหล่าคนแคระที่เฝ้าทางเข้าเปิดทางให้พวกเขาเข้าไปอย่างยินดีเนื่องจากค่าชื่อเสียงที่สูงของวีด
เนื่องจากค่าคุณงามความดีของเขา
เขาจึงสามารถเข้าพบกับผู้อาวุโสคนแคระได้ในทันที
“อะไรพาเจ้ามาพบข้าล่ะ?”
“ผมมาที่นี่เพื่อพูดคุยเรื่องความสัมพันธ์ของพวกท่านกับชาวออร์ค”
“ไอ้พวกออร์ค
ไม่มีทางที่พวกเราจะไปยุ่งเกี่ยวกับไอ้พวกโสโครกที่เอาแต่พ่นลมเหม็นๆออกมานั่นหรอก
อย่าพยายามทำเรื่องโง่ๆอะไรแบบนั้นเลย”
ตริ้ง!
|
สร้างมิตรภาพกับผู้อาวุโสคนแคระ
|
|
คนแคระ
ไอน์ฮานด์ รู้สึกรำคาญใจที่รู้เรื่องเกี่ยวกับออร์ค
|
|
เผ่าพันธุ์คนแคระและออร์คจะต่อสู้กันเมื่อใดก็ตามที่เจอหน้ากันระหว่างการออกเดินทาง
|
|
แต่ว่าหากท่านสร้างความเป็นมิตรกับไอน์ฮานด์
เขาก็จะใจอ่อนยอมรับฟังท่าน
|
|
ความยาก:
D
|
|
ข้อจำกัดของภารกิจ:
เพื่อที่จะทำ
‘ภารกิจการเจริญความสัมพันธ์ระหว่างออร์คและคนแคระ’ ท่านต้องทำภารกิจนี้ให้สำเร็จก่อน
|
“ได้โปรดฟังเรื่องราวของข้าซักนิดก่อนเถอะ
มันเป็นเรื่องสำคัญมากนะครับ”
|
ท่านได้ตอบรับภารกิจแล้ว
|
วีดเรียนรู้เกี่ยวกับตัวละครที่ชื่อ
ไอน์ฮานด์จากบอร์ดเกมส์
‘เขาชอบเครื่องประดับ
ชุดเกราะทำมือกับเหล้า’
ถ้าหากว่าวีดเขียนวิทยานิพนธ์เรื่องการประจบสอพลอ
เขาคงจบได้เป็นด็อกเตอร์ไปแล้วแน่ๆ!
และก็กลายเป็นที่จดจำตามนิตยสารต่างชาติดังๆ
แล้วเขาก็ค่อยๆหยิบถ้วยเซรามิคให้เขาดู
“แม้ว่านี่จะไม่ใช่อะไรที่มีค่ามากนัก
ผมก็อยากให้ถ้วยนี้เป็นของขวัญกับท่านผู้เฒ่าผู้ที่ข้าชื่นชมเสมอมา”
“นี่มัน….ช่วงนี้เครื่องปั้นนี่กำลังเป็นที่นิยมมากนิ…ข้าแทบไม่อยากจะเชื่อว่าเจ้าทำสิ่งที่วิเศษขนาดนี้ขึ้นมา
ข้าชื่นชมทักษะของเผ่ามนุษย์จริงๆ ทว่าช่างน่าเสียดายที่เราเผ่าคนแคระชื่นชอบโลหะมากกว่า”
การประเมินผลวีดของไอน์ฮานด์ค่อยๆเพิ่มขึ้นมาแล้ว
เผ่าพันธุ์ที่มีทักษะช่างฝีมือมักจะไม่ธรรมดา
ดังนั้นหากพวกเขาได้เห็นผลงานที่ยอดเยี่ยม เป็นธรรมชาติที่พวกเขาจะกล่าวชื่นชม
“ข้าคงยังไม่มีความสามารถมากขนาดนั้น
ข้าคิดว่าการใส่จิตวิญญาณลงในดาบที่สร้าง มันเป็นสิ่งที่ทำให้เป็นผลงานชิ้นเอกที่แสนโดดเด่นจริงๆ
และอีกอย่าง นี่เป็นของที่ข้าเจอเข้าโดยบังเอิญ ลองชิมดูสิครับ”
วีดเอาขวดไวน์ออกมา
ขวดนั้นคือเหล้าเอล ที่เขาพบในเมือง
มอนท์เวอร์ทรูเรีย
มีผลไม้นานาชนิดบรรจุอยู่ภายในถัง
แล้วก็ให้พวกไวเวิร์นนำกลับมาที่โมราต้า
เขาใช้ให้ไวทรีส่งไปให้พวกนักดาบหนึ่งถังเพื่อทดสอบดูว่ามันรสชาติเหมือนไวน์หรือเปล่า
หลังจากนั้น
เขาก็ส่งมันกลับมาที่โมราต้ามากขึ้น
ปกติแล้วเมื่อไหร่ที่ถังหมักเหล้าถูกเปิดออก
พวกสัตว์ก็มักจะไปรวมตัวกันเพราะกลิ่นของมัน
ขณะที่วีดมาเพื่อพบเหล่าคนแคระ
เขาก็จงใจเอาไวน์มาด้วยขวดนึง
ดวงตาที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวของไอน์ฮานด์
ย่นจนดูบึ้งตึง
“ข้าไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมพวกมนุษย์ถึงได้ชอบดื่มไวน์กันนัก….ใครจะไปกระเดือกของเปรี้ยวๆแบบนั้นลงกันละ?”
“ผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันครับ
ที่ข้าพูดถึงเรื่องขวดไวน์นี่ขึ้นมาเพราะมันคงคุ้มค่าที่จะเอามาเก็บไว้ที่นี่น่ะครับ”
“ปกติแล้วข้าเป็นคนเข้มงวดเรื่องเครื่องดื่มนะ
หากเจ้ากล้าดูถูกข้าด้วยเจ้าสิ่งนี้และลิ้นข้ารับรสชาติอะไรไม่ได้นอกจากเหล้าห่วยๆ
เจ้าจะได้เห็นดีกันแน่”
วีดดึงจุกไม้ออก
‘ป๊อก!’
พร้อมด้วยเสียงใสแจ๋วบวกกับกลิ่นของเหล้าลอยมาเตะจมูก
“อึก! นี่
กลิ่นนี่มัน……”
“เหล้านี้ผมพบเจอที่เมืองมอนท์เวอร์ทรูเรียครับ
ถ้าท่านอยากได้ยิน เอาไว้ข้าจะบอกทีหลังละกัน ข้าแค่หวังว่าท่านจะลองชิมซักหน่อย”
“งั้นเจ้าจะบอกว่ากลิ่นนี้เป็นเหมือนกับรสชาติของมันสินะ
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ข้าได้กลิ่นหอมหวนอันเย้ายวนใจแบบนี้ เจ้านี่เป็นเหล้าจริงๆน่ะหรอ?”
“เครื่องดื่มนี่
ท่านอยากจะลองดื่มดูสักหน่อยไหมละครับ?”
วีดรินเหล้าเอลลงในแก้วที่เขาเอามาด้วย
เมื่อเขาเห็นฟองอากาศเป่าขึ้นมาเหนือเหล้า
สายตาของไอน์ฮานด์ก็สั่นไหวอย่างรุนแรง
“ขอบใจนะ! อึก
รสชาติดีชะมัดเลย”
|
-
หลังจากที่ดื่มเหล้าเอลลงไป
ไอน์ฮานด์ก็อารมณ์ดีขึ้นทันตา
|
|
ภารกิจ: สร้างความเป็นมิตรกับผู้อาวุโสคนแคระสำเร็จแล้ว
|
|
หลังจากที่ทำภารกิจนี้สำเร็จแล้ว
ไอน์ฮานด์ผู้หัวรั้นก็ชื่นชอบนักผจญภัยมนุษย์ที่พบในทันที
|
|
แม้ว่าเขาจะทำได้ดีเยี่ยม
ทว่าเรื่องราวที่จะเล่านี้ดูเป็นเรื่องที่ตรงกันข้ามกับความสามารถของนักผจญภัยและเหล้าไวน์
|
|
คนแคระคนนี้ได้รับการประจบสอพลอแบบทวีคูณ
แถมยังมีของขวัญ และยังได้รับเหล้าเป็นสินบนมาอีก จนติดกับดับในที่สุด!
|
แม้แต่ในสาธารณรัฐเกาหลี
การติดสินบนและการดื่มแอลกอฮอล์ก็ไม่ใช่สิ่งที่สามารถหยุดเอาไว้ได้
จากนั้นวีดก็ได้เริ่มเล่าเรื่องเกี่ยวกับพวกออร์ค
“นานมาแล้ว
เผ่าพันธุ์คนแคระ มนุษย์ เอลฟ์และออร์คได้อาศัยอยู่ร่วมกัน ด้วยการร่วมมือร่วมแรง ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน”
บุคคลที่ได้ยินเรื่องราวเหล่านี้มักมีท่าทีไม่เห็นด้วยมากกว่าปกติ
แล้ววีดก็เล่าเรื่องเกี่ยวกับรัทเซเบิร์ก
แน่นอน
จุดศูนย์รวมของเรื่องนั้นส่วนใหญ่อยู่ที่เผ่าพันธุ์คนแคระ
“ผมก็ไม่อยากจะพูดเกินไปหรอกนะครับว่าเผ่าพันธุ์คนแคระที่มีแร่เหล็กสามารถค้ำยันให้เผ่าพันธุ์ทั้งสามคงอยู่ได้”
“ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเมื่อก่อนนี้มีเรื่องอย่างนั้นเกิดขึ้นด้วย
ข้าเชื่อในคำพูดของเจ้า”
“เหล่าออร์คเองก็ได้สำนึกถึงเรื่องนี้แล้ว
และคิดว่าจะมาเพื่อขอโทษเหล่าคนแคระด้วยความจริงใจ”
“ถ้างั้น
ข้าเดาว่าพวกออร์คเองก็คงจะมีจิตสำนึกอยู่บ้างเช่นกัน”
ตริ้ง!
|
ภารกิจ: สานความสัมพันธ์ให้กับเผ่าพันธุ์คนแคระและออร์ค
สำเร็จแล้ว
|
|
เหล่าคนแคระยอมรับคำขอร้องสงบศึกของเหล่าออร์ค
|
|
ในอนาคต การต่อสู้ระหว่างทั้งสองเผ่าพันธุ์จะลดลงเล็กน้อย
|
|
-ความเป็นมิตรระหว่างออร์คและคนแคระเพิ่มขึ้น
|
|
-ค่าชื่อเสียงเพิ่มขึ้น
157
หน่วย
|
ไอน์ฮานด์พูดขึ้นมาว่า
“พวกเราเหล่าคนแคระที่แสนใจกว้างก็จะส่งของขวัญเล็กๆน้อยๆไปให้พวกออร์คป่าเถื่อนพวกนั้นเช่นกัน
ข้าจะให้ช่างตีเหล็กทำดาบขึ้นมาให้พวกออร์คแล้วก็ส่งไปให้พวกมัน”
“เหล่าออร์คคงจะชอบมันมากแน่ๆครับ
เมื่อพวกเขาได้รับของขวัญนั่น
จริงๆแล้วความสามารถในการสร้างอาวุธนั้นไม่ว่าพวกออร์คจะพยายามซักแค่ไหนก็คงไม่สามารถทัดเทียมกับเหล่าคนแคระได้หรอกครับ”
การสร้างและการขนส่งอาวุธดาบที่จะส่งไปให้ออร์คสามารถรับมาไว้เป็นภารกิจได้
และถ้าหากคุณคิดให้ดีแล้ว
นี่อาจจะนำมาซึ่งแก่นแท้ของความสำเร็จในการสานความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองเผ่าพันธุ์
และแน่นอน
ถ้าหากภารกิจขนส่งครั้งนี้ล้มเหลว ก็จะกลับกลายเป็นว่ามันจะยิ่งยากมากขึ้นที่จะให้ทั้งสองเผ่าพันธุ์กลับมาเป็นมิตรกันได้อีก
ไอน์ฮานด์กล่าวต่ออีกว่า
“ดูจากสภาพของพวกออร์ค
ข้าคิดว่าคงจะดีหากเจ้าช่วยสอนเกี่ยวกับเส้นทางการแกะสลักให้กับเหล่าคนแคระ”
“ในบรรดาเผ่าพันธุ์มนุษย์
ทักษะของผมก็ถือว่าพอใช้ได้ครับ ข้าจะไปกล้าทัดเทียมกับทักษะของเหล่าคนแคระได้อย่างไรหล่ะครับ?”
“เปล่าเลย
ชื่อเสียงของเจ้าเป็นที่รู้จักดีท่ามกลางเราเหล่าคนแคระ เจ้าได้สร้างผลงานเอาไว้มากมายและได้นำศิลปะเปิดกว้างสู่โลกของทวีปเวอร์เซล”
วีดรู้สึกภูมิใจอย่างมากในทักษะความสามารถของเขา
และนี่ไม่ได้เป็นการยกยอตัวเองแต่กลับเป็นเหล่าคนแคระต่างหากที่กำลังชื่นชมเขา
ไอน์ฮานด์ยังคงพูดต่อไป
“ทว่าเมื่อใดก็ตามที่ข้าเห็นประติมากรรม
ข้าก็รูสึกผิดหวังอยู่เสมอ”
“เอ๋?”
“เจ้ารู้เกี่ยวกับแร่เหล็กมากแค่ไหนหรือ?
การทำแบบพิมพ์และการตัดเชื่อมเหล็กด้วยการใช้วัสดุต่างๆนานานั้นถือว่าง่ายดายสำหรับพวกเรา
คงไม่พูดเกินไปหรอกว่าเราเหล่าคนแคระได้นำความรุ่งเรืองเฟื่องฟูมาสู่อารยธรรมมนุษย์ของเจ้า”
แร่เหล็กถือว่าเป็นวัตถุดิบอันสำคัญบนโลกใบนี้
มันถูกใช้เป็นวัสดุในการสร้างอาวุธส่วนมาก
รวมถึงเป็นวัสดุในการก่อสร้างด้วยเช่นกัน
เหล็กคือวัสดุสำคัญเพื่อใช้ในการพัฒนาบ้านเมือง
“ประติมากรส่วนมากใช้วัสดุหลายๆชนิดอย่าง
ต้นไม้และหินนั่นจึงเป็นเรื่องง่ายดายที่จะจัดการแกะสลักได้ หากเขามีฝีมือมากพอก็จะสามารถทำประติมากรรมเหล็กที่สวยงามออกมาได้
ในฐานะประติมากร หากเจ้าสามารถสร้างประติมากรรมที่แสดงออกถึงความงดงามของแร่เหล็ก
เจ้าก็จะกลายเป็นที่จดจำของเหล่าคนแคระ”
ตริ้ง!
|
เผ่าพันธุ์คนแคระผู้รักในแร่เหล็ก
|
|
หากประติมากรอยากจะเป็นที่จดจำของเหล่าคนแคระ
เขาต้องสร้างประติมากรรมจากแร่เหล็กได้
|
|
ท่านต้องมีทักษะอันโดดเด่นที่สามารถจัดการกับแร่เหล็ก
|
|
ระดับของทักษะต้องมีความโดดเด่นในสายตาของเหล่าคนแคระ
|
|
ความยาก:
ภารกิจปรมาจารย์ประติมากร
|
|
ข้อจำกัดการทำภารกิจ:
ทักษะแกะสลักขั้นสูงเลเวล 8 หรือมากกว่า
|
|
ทักษะช่างตีเหล็กต้องอยู่ที่ขั้นต้นเลเวล
8หรือมากกว่า
|
|
หลังจากที่ทำภารกิจนี้สำเร็จ
ค่าความใกล้ชิดกับไอน์ฮานด์จะเพิ่มขึ้น
|
“อ๊ะ บ้าจริง
เมื่อคืนนี้ข้าดื่มเยอะเกินไปหรือเปล่านะ? ข้ามองคนผิดไปจริงๆ
คนส่วนมากก็รู้ว่าเจ้ามีความรู้เกี่ยวกับการตีเหล็ก
คงไม่จำเป็นที่เจ้าต้องทำภารกิจนี้แล้วล่ะ!”
|
ภารกิจของท่านสำเร็จแล้ว
|
|
ค่าชื่อเสียงเพิ่มขึ้น
350
หน่วย
|
|
ค่าความเชี่ยวชาญทักษะช่างตีเหล็กเพิ่มขึ้น
|
|
ความใกล้ชิดกับคนแคระไอน์ฮานด์เพิ่มขึ้น
นี่ก็มากพอที่จะให้ท่านดื่มฉลองกับเขาทั้งคืนได้แล้ว
|
วีดสามารถผ่านภารกิจนี้ไปได้ในทันทีเพราะระดับทักษะช่างตีเหล็กที่สูงมากของเขา
‘งั้นนี่คงจะเป็นชะตาลิขิตที่ทำให้ฉันได้มาเป็นประติมากรเป็ด
สินะ’ (Jack of all trades:
ทำได้หลายอย่างแต่ไม่เก่งสักอย่าง)
มีเพียงมนุษย์เป็ดแค่คนเดียวเท่านั้นที่สามารถรับมือกับวัสดุแกะสลักได้นานาชนิด
แล้วไอน์ฮานด์ก็กล่าวขึ้นมาอีกครั้ง
“คิคิคิ
จากความสามารถทักษะช่างตีเหล็กของเจ้า ค่อยสะดวกที่จะคุยด้วยหน่อย
ในบรรดาเราเหล่าคนแคระเองก็มีเรื่องราวที่กล่าวถึงจุดอ่อนของพวกเรา….”
“มีอะไรที่ท่านกังวลอยู่รึเปล่าครับ?”
วีดผู้แสนเจ้าเล่ห์มักจะมาพร้อมกับคำพูดหวานๆเต็มไปด้วยการประจบสอพลอ
เขาเปลี่ยนสีหน้าให้ดูจริงจัง และแสดงออกว่าเขากำลังรู้สึกเป็นห่วงจริงๆ
ทักษะการแสดงของเขานั้นบดบังรัศมีของนักแสดงละครตัวจริงได้เลยด้วยซ้ำไป
“เจ้ารู้จักไคเบิร์นไหม?” (Kaybern/ Qyburn: ชื่อเรียกน่าจะแบบเดียวกับในเรื่อง
Game of Thrones เพราะเป็นมังกรแบบเดียวกัน)
“ครับ ผมรู้จักมัน”
มันคือมังกรปีศาจ อาครีย์ออง
ไคเบิร์น นั่นเอง (ผู้แปล: เคยพูดถึงเล่ม 13ตอนที่
10 )
มันคือผู้อยู่อาศัยที่เก่าแก่ที่สุดแห่งอาณาจักรธอร์
เหล่าคนแคระอยู่อาศัยภายในเทือกเขาแห่งนี้
สถานที่ที่ซึ่งเป็นดินแดนที่ตั้งบนอาณาเขตของไคเบิร์น
จบตอน
ผู้แปล:
Cole’s Myth
Editor: แอดชิน เพจ
เราอ่านนิยายแปล