วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เล่มที่ 14 ตอนที่ 10: นักเดินทางแห่งพื้นที่รกร้าง

เล่มที่ 14 ตอนที่ 10: นักเดินทางแห่งพื้นที่รกร้าง

เมื่อทุกคนรู้ว่าวีดคือลอร์ดโมราต้า, หน้าต่างแชทของกิลด์แทบจะลุกเป็นไฟในทันที
แม้กระทั่งคนที่ซุ่มอยู่ 2-3 คน ยังออกมาทักทายเขา พินและเฮอร์แมน ต่างก็ช๊อคด้วยกันทั้งคู่และพูดว่าพวกเขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย
 “ถึงว่าละ มีอยู่ไม่กี่คนหรอกที่จะมีทักษะการแกะสลักในระดับเดียวกับนาย
เฮอร์แมนพูดพลางยิ้มไปด้วย
เมื่อลองนึกย้อนกลับมาดู ถือเป็นเรื่องแปลกที่จู่ๆก็มีประติมากรคนแคระมากความสามารถปรากฏตัวขึ้น
โลกของช่างฝีมือคนแคระนั้นค่อนข้างเล็ก มันจึงเป็นที่รับรู้กันได้ง่ายมากหากมีคนแคระผู้เชี่ยวชาญทักษะต่างๆโผล่มา
เมื่อพูดถึงเรื่องนั้นแล้ว เฮอร์แมนก็เคยเป็นที่โด่งดังสุดๆมาก่อน เขาเป็นช่างตีเหล็ก ผู้เป็นที่ชื่นชอบของผู้คน ไม่ใช่แค่เพียงในคุรุโซเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงทั่วทั้งทวีปเวอร์เซลล์อีกด้วย!
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้สร้างของออกมามากมายสักเท่าไหร่ มันเป็นเพราะเขาทุ่มเทและใส่จิตวิญญาณของเขาลงไปในการสร้างดาบเพียงแค่หนึ่งเล่ม ชื่อของเขาก็ยังคงเป็นที่แพร่หลายกันอย่างกว้างขวาง เขาโด่งดังมาก ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าวีดเลย
 “แล้วนายเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาของนายได้ยังไงเนี่ย หรือว่านายไปทำที่แท่นบูชาของพวกคนแคระงั้นเหรอ?”
 “ก็อย่างที่เห็นล่ะนะ รูปลักษณ์ภายนอกอาจจะดูคล้ายกัน
มันเป็นไปได้ที่จะได้รับการอวยพรชั่วคราวจากแท่นบูชาและเปลี่ยนรูปร่างให้กลายเป็นคนแคระ
แต่ว่าวิธีนั้นมันใช้เงินเยอะมากและเขายังต้องบริจาคเป็นการพิเศษให้แก่พวก พรีสต์ด้วย เหนือสิ่งอื่นใดมันเป็นการอวยพรแบบพิเศษที่ไม่สามารถรับได้หากผู้เล่นมีค่าอุทิศตนที่ต่ำเกินไป
 “ยังไงซะ มันก็ดูตลกอยู่ดี
ด้วยเสียงหัวเราะ เฮอร์แมนเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นแทน
ผู้คนที่อยู่ในกิลด์นักเดินทางแห่งพื้นที่รกร้างไม่ได้ต้องการที่จะสืบเสาะหรือบีบคั้นเพื่อให้ได้รายละเอียดทั้งหมด นอกเสียจากว่าถามด้วยความสงสัย อยากรู้อยากเห็น แล้วจากนั้นพวกเขาก็ตัดสินใจที่จะเก็บมันเป็นความลับ ไม่เปิดเผยออกมา
ถึงแม้ว่า หลักๆแล้ว ในกิลด์จะมีการพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว แต่ครั้งนี้วีดกลับเป็นฝ่ายที่ต้องประหลาดใจ
- ซาบรินา: เอ็ดวิน
- เอ็ดวิน: ครับ คุณผู้หญิง
- ซาบรินา: นายเคยล่าเคล้าด์ด้วยตัวคนเดียวมั้ย?
- เอ็ดวิน: ก็หลายครั้งแล้วล่ะ น้ำเลี้ยงของพวกมันสามารถเอามาใช้ทำยารักษาได้
เคล้าด์เป็นมอนสเตอร์ที่มีเลเวลประมาณ 380
ยาที่ทำมาจากน้ำเลี้ยงของเคล้าด์สามารถรักษาอาการบาดเจ็บร้ายแรงได้ ถ้าพวกเขาใช้มันและนอนพักรักษาตัว มันไม่สามารถเอามาเปรียบเทียบได้กับเวทมนต์รักษาของพวกพรีสต์ได้ แต่ว่ามันก็ยังมีการแลกเปลี่ยนกันอยู่ทุกวัน ปริมาณที่มีการซื้อขายกันนั้นน้อยนิดมาจึงทำให้ราคาของมันพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในกรณีที่พวกพรีสต์ตายหรือได้รับบาดเจ็บสาหัสระหว่างที่กำลังต่อสู้อยู่ มันจึงเป็นความคิดที่ดีหากจะพกยาเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉินแบบนี้
- ซาบรินา: นายคิดว่าฉันจะฆ่ามันได้มั้ย?
- เอ็ดวิน: ได้นะ ค่อนข้างง่ายเลยล่ะ มันมีค่าพลังชีวิตต่ำ ดังนั้นคุณจึงสามารถกำจัดมันได้ในทันที ตอนนี้คุณกำลังออกล่าอยู่ที่ไหนเหรอ?
- ซาบรินา: ถ้ำเสียงสะท้อน
- เอ็ดวิน: การที่จะไปให้ถึงที่อยู่ของพวกมันนั้นค่อนข้างเป็นปัญหาเลยทีเดียว แต่การล่าพวกมันไม่ได้ลำบากอย่างที่คิด คุณก็แค่จัดการมันซึ่งๆหน้าเท่านั้นเอง
- ซาบรินา: ขอบคุณนะ
เมื่อมองไปที่เฮอร์แมน มันเห็นได้ชัดเจนว่า เลเวลของสมาชิกในกิลด์นั้นไม่ธรรมดา คำถามเด็กๆหรือพวกมือใหม่ไม่ปรากฏให้เห็นเลยสักคำถามเดียว
แม้กระทั่งหลังจากความจริงของวีดที่เป็นลอร์ดโมราต้าถูกเปิดเผย มันก็มีบทสนทนาต่างๆ ทำให้ประหลาดใจ จนเรื่องที่พูดคุยกันถึงวีดนั้นค่อยๆจางหายไป
 ‘ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่กิลด์ธรรมดาๆซะแล้วสิ
* * *
ลี ฮุน เข้าไปที่บอร์ดสนทนาของสมาคมดาร์คเกมเมอร์ แล้วหลังจากที่ลังเลอยู่นาน เขาเข้าไปเพื่อหาข้อมูลของกิลด์นักเดินทางแห่งพื้นที่รกร้าง
 “มันจะปลอดภัยกว่าหากเลือกข้างที่ปลอดภัย เราอาจจะต้องรู้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับมันให้ดีด้วย
เขาเป็นดาร์คเกมเมอร์ และเขาไม่สามารถที่จะมีชีวิตเรียบง่ายและสนุกไปกับมัน นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงต้องค้นหาข้อมูลของกิลด์นักเดินทางแห่งพื้นที่รกร้าง
- กิลด์นักเดินทางแห่งพื้นที่รกร้าง
กิลด์ที่ก่อตั้งขึ้นในอาณาจักรอาร์เม็น และอยู่ในช่วงแรกๆของรอยัล โร้ด เป็นที่รู้กันดีว่าพวกเขาไม่ได้ยึดครองหรือมีฐานที่มั่นในอาณาจักรอื่นๆตั้งแต่ที่มีการก่อตั้งขึ้นมา จากการที่กิลด์สร้างขึ้นมาด้วยคนจำนวนเพียงน้อยนิด รายละเอียดต่างๆของสมาชิกและจำนวนที่แน่นอนของสมาชิกทั้งหมดจึงไม่มีการยืนยันข้อมูลในส่วนนี้อย่างแน่ชัด
กิลด์นี้ไม่ได้เข้าร่วมในสงครามใดๆและไม่มีกิจกรรมที่เปิดเผยหรือเป็นที่รู้จักกัน
มีบางครั้งบางคราวที่กิลด์ได้ทำการออกล่า พวกเขาถูกพบเห็นในขณะที่กำจัดมอนสเตอร์ระดับบอสที่โหดหินสุดๆ; นี่คือกิลด์ที่แข็งแกร่งมากๆจนไม่สามารถที่จะมองข้ามไปได้เลย
รายละเอียดข้อมูลที่อ้างอิง: ถึงแม้ว่าพวกเขาจะจัดให้อยู่ในระดับความสัมพันธ์ที่เป็นมิตร มาตรฐานของสมาชิกในกิลด์สูงมากๆ
ความน่าเชื่อถือ: สูงที่สุด
- อำนาจทางการเงิน: ประมาณการณ์ได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของคนส่วนใหญ่ รายได้ที่แน่นอนยังไม่มีการยืนยัน
แม้กระทั่งในสมาคมดาร์คเกมเมอร์ รายละเอียดของข้อมูลในส่วนนี้ไม่ได้มีเยอะอย่างที่คิดเอาไว้ มันเป็นกิลด์ที่ไม่ค่อยมีกิจกรรมมากมายนัก
 “ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็เถอะ ก็พอวางใจได้ล่ะนะ ที่มันไม่มีการพูดถึงเสียๆหายๆ
ลี ฮุน ยังเข้าไปที่บอร์ดคำขอร้องของสมาคมดาร์เกมเมอร์อีกด้วย มีคำขอร้องมากมายปรากฏขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภารกิจคุ้มกันหรือการออกล่า แม้กระทั่งคำข้อร้องให้ต่อสู้ในสงครามของกิลด์ต่างๆ คำขอร้องพวกนี้ไหลมาไม่ขาดสาย
ถึงแม้ว่าการรับสมัครนักรบรับจ้างจากผู้เล่นที่เป็นดาร์คเกมเมอร์มีราคาสูงลิ่ว มันก็ยังมีการค่าโฆษณาต่างๆที่หลากหลายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
โดยปกติแล้วเขามักจะเข้ามาเพื่อที่จะอัพเดตข้อมูลและสถานการณ์ปัจจุบันของทวีปเวอร์เซลล์ หรือมองหาข้อมูลคำขอร้องต่างๆ แต่วันนี้พิเศษกว่าวันไหนๆ
เขามาเพื่อที่จะทำเรื่องขอร้อง!
 ‘ฉันจำเป็นต้องทำมันถึงขนาดนี้เลยหรือเนี่ย…’
หลังจากที่มีการขัดแย้งกันเกิดขึ้นในสมองของเขา เขาเริ่มเขียนรายละเอียดลงไป
- หัวข้อ: การพิจารณาคำขอร้องเพื่อสืบหาข้อมูลเฉพาะของบุคคล
- ระดับนักรบรับจ้างที่ต้องการ: B
- อาชีพ: นักฆ่า, นักแกะรอย, โจร
ข้อมูลของบุคคลที่ต้องการคือ มันโดลและภรรยาของเขาในเมืองเซลเชี่ยม อาณาจักรริทเท่น ใช้ระยะเวลามากกว่า 3 วันขึ้นไปเพื่อสังเกตลักษณะต่างๆและความเป็นธรรมชาติของเป้าหมาย รวมทั้งสถานที่อยู่อาศัยแลชีวิตความเป็นอยู่
- ค่าจ้าง จำนวน 5,000 เหรียญทอง
ในฐานะที่ผมเป็นดาร์คเกมเมอร์เหมือนกัน ผมขอส่วนลด 20% สำหรับคำขอร้องในครั้งนี้
ไม่รวมค่าอาหาร!
สำหรับนักรบรับจ้างเกรด B ที่มีอาชีพมาพร้อมกับสามารถใช้ทักษะการออำพรางตัวได้นั้น ค่าธรรมเนียมอย่างเป็นทางการคือ 5,000 เหรียญทอง ในตอนสุดท้าย เขาจำได้ที่จะไม่ลืมขอส่วนลดด้วย
 “มันก็ไม่ใช่คำขอร้องที่อันตรายหรืออะไรพวกนั้น หวังว่าจะมีใครสักคนรับทำมันอยู่หรอกนะ หากพวกเขาต้องการที่จะทำน่ะนะ
เขาใส่ระดับของนักรบรับจ้างและทำคำขอร้องที่เป็นไปไม่ได้หากจะอ่านมันให้รู้เรื่อง ยกเว้นก็เสียแต่ว่าคุณจะเป็นดาร์คเกมเมอร์ที่มาพร้อมกับอาชีพที่เหมาะสม
แม้ว่ามันจะเป็นอะไรที่ต้องใช้เงินอย่างน้อย 4,000 เหรียญทอง เขาต้องการที่จะทำแกะสลักลูกสาวของมันโดลและภรรยาของเค้าออกมาให้ดีที่สุด
ถึงแม้ว่าเงินจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด มันสามารถเก็บสะสมอีกเมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้นถ้าเขาไม่แสดงความสามารถให้สมศักดิ์ศรีในเรื่องนี้ เขาจะไม่สามารถทำอะไรจริงใจได้เลย
 “เรายอมกินพวกของตัวอย่างชิมฟรีให้อิ่มท้อง ดีกว่าไปกินที่ร้านอาหารของใครก็ไม่รู้
สิงโตไม่ยอมลดตัวลงมากินหญ้า ไม่ว่ามันจะหิวแค่ไหนก็ตาม ลี ฮุน เองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน!
* * *
วิหารแห่งการคืนชีพได้เข้ายึดครองอาณาจักรอิโซรุ
พวกเขาวางโครงสร้างขนาดใหญ่ในอาณาจักร และเริ่มการก่อสร้างโบสถ์สำหรับวิหารแห่งการคืนชีพ
พลังแห่งการคืนชีพและพละกำลังของเดย์มอนด์และพรรคพวกพรีสต์ของเขาจะเติบโตขึ้นตามจำนวนโบสถ์ พวกวิญญาณปีศาจเริ่มแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆและยังมีความกระหายอยู่อีกมาก อีกไม่นานกองทัพคืนชีพจะมีพลังมากมายมหาศาล
หลังจากนั้นเป็นต้นมา ทุกวิหารในทวีปเวอร์เซลล์เสนอภารกิจเหมือนๆกัน
- การมีตัวตนของพวกมันได้ทำให้ดินแดนทางเหนือเกิดการนองเลือด พวกมันได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว ขัดขวางพวกมันซะ
เพื่อที่จะทำภารกิจนี้ที่ถูกให้มาพร้อมกันนี้สำเร็จ  พวกพาลาดินและพรีสต์พนึกกำลังด้วยกัน กลายเป็นกองกำลังสำรวจและกวาดล้างเพื่ออาณาจักรอิโซรุ
 “ข้าจะช่วยเหลือพี่น้องของข้าจากอาณาจักรอิโซรุ มันคือความรับผิดของข้าที่จะต้องทำมันให้สำเร็จ
 “มันถือเป็นเกียรติสำหรับพวกเราเหล่าอัศวินที่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ในครั้งนี้
กองกำลังและกิลด์ต่างๆที่ครอบครองทุกปราสาทก็เข้าร่วมทำภารกิจด้วยเป้าหมายสูงสุด พวกเขาเพิ่มขนาดของกองทัพ วางแผนเพื่อยึดคืนอาณาจักรอิโซรุที่ถูกทอดทิ้งและไร้ซึ่งการป้องกัน ไปพร้อมๆกับการกำจัดวิหารแห่งการคืนชีพให้สิ้นซากจนหมดสิ้นจากโลกใบนี้
จำนวนของกองกำลังที่เต็มใจเข้าร่วมการปลดปล่อนอาณาจักรอโซรุมีมากถถึง 90,000 คน!
พวกเขามุ่งหน้าสู่อาณาจักรอิโซรุด้วยพลังใจอันเหลือล้น แต่ป้อมปราการขนาดมหึหาที่ไม่เคยปรากฏให้เห็นมาก่อน ได้ขวางทางพวกเขา
มันคือป้อมปราการที่เดย์มอนด์บังคับให้พวกประชาชนของอาณาจักรอิโซรุสร้างมันขึ้นมา!
มันมีความสูงถึง 30 เมตร พลธนูประจำการอยู่บนกำแพงป้อม ป้อมปราการได้รับการอวยพรจากพลังแห่งธรรมชาติ ขณะเดียวกัน มันยังถูกกีดขวางโดยช่องแคบอันแหลมคมที่อยู่ในใจกลางบริเวณหุบเขาลึก
 “พวกเราเดินอ้อมป้อมนี้ไปเถอะ
 “ไม่ได้นะ ถ้าหากพวกเราเดินอ้อมมันไปล่ะก็ มันจะใช้เวลานานมากเลยนะ
 “มันไม่มีเหตุผลที่พวกเราจะต้องหลีกเลี่ยงมัน ไหนๆพวกเราก็อุตส่าห์พากองทัพมาจนถึงขนาดนี้แล้ว
ถึงแม้ว่าพวกผู้เล่นที่เข้าร่วมในฐานะนักรบรับจ้างต้องการที่จะหลีกเลี่ยงมัน แต่พวกขุนนางและเจ้าเมืองกลับมีความคิดที่แตกต่างไปจากพวกเขา
 ‘มันไม่มีทางที่ปราการเพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่ๆจะมีการป้องกันที่ทนทาน
 ‘พวกมันก็แค่กลัวพวกเราล่ะหว้า มันก็เลยต้องหาอะไรมาป้องกัน พวกมันจึงได้สร้างป้อมปราการขนาดใหญ่ขึ้นมา
โดยทั่วไปแล้ว การสร้างป้อมปราการนั้นใช้จำนวนแรงงานมหาศาลและเงินอีกเป็นจำนวนมาก ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่ามันได้กลายมาเป็นกุญแจสำคัญต่อการปิดล้อมทำสงครามที่ดุเดือด แต่ว่าการซ่อมกำแพงหรือการบำรุงดูแลรักษาป้อมปราการนั้นทำได้ยาก
 ‘หึ พวกมันก็แค่สร้างป้อมปราการขนาดใหญ่ขึ้นมา นี่เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าพวกมันกลัวพวกเรามากเลยสินะ
ถ้ากองทัพของเดย์มอนด์มั่นใจว่าจะได้รับชัยชนะ พวกเขาคงไม่คิดแม้แต่ที่สร้างป้อมปราการขึ้นมา กองทัพที่มาก็คงคิดได้อยู่แค่นั้น
 “พวกเราต้องบุกเข้าไปข้างหน้า
 “เพื่อความชอบธรรมอันถูกต้อง กองกำลังกวาดล้างเคลื่อนพลได้, ขอพระเจ้าอวยพรให้พวกเราด้วย
นั่นคือคำพูดของแม่ทัพที่เป็นหัวเรือใหญ่ในการรวมพลของกองกำลังกวาดล้าง
พวกพรีสต์และเหล่าตัวแทนของแต่ละวิหาร คอยนำกองทัพให้กับผู้เล่นที่มาเข้าร่วมในศึกครั้งนี้ พูดในสิ่งที่พวกเขากำลังคิดอยู่ในใจ
ความจริงแล้ว แม้กระทั่งกองกำลังกวาดล้างที่อยู่ข้างหลังของพวกเขากำลังเร่งรีบจัดขบวนทัพเพื่อตามมาสมทบ เพราะมีกองทัพจำนวนมากที่มาจากพื้นที่ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากอาณาจักรอิโซรุค่อนข้างไกล พวกเขาเดินทางมาเพื่อเข้าร่วมกองกำลังกวาดล้าง พวกเขาจึงต้องการที่จะเร่งรีบทำภารกิจ เมื่อลองมาวิเคราะห์ความคิดเห็นของพวกขุนนางและเจ้าเมือง พวกเขาได้ตัดสินใจเดิมพันกับการปิดล้อมทำสงครามที่ป้อมปราการแห่งนี้
 “เปิดทางซะ
 เติมลูกธนูให้เต็มและเตรียมติดตั้งบันไดด้วย นายต้องขุดอุโมงค์ใต้ดินไกลแค่ไหน?”
กองกำลังกวาดล้างกำลังจัดตำแหน่งของพวกเขา และพวกเขากำลังเตรียมการสำหรับศึกปิดล้อมในครั้งนี้ แม้ว่าพวกเขาจะยังไม่แน่ใจว่าจะได้รับชัยชนะหรือไม่ แต่ความกังวลใจที่พวกเขามีต่อกองทัพคืนชีพที่บุกเข้ายึดครองอาณาจักรอิโซรุยังไม่จางหายไปเช่นกัน
พวกเขาคือกองกำลังที่มีค่าคอยนำทัพเหล่า NPC ทหาร พวกเขาไม่ต้องการที่จะสูญเสียทหารเหล่านี้ที่พวกเขาอุตส่าห์ฝึกมาเองกับมือไปกับสถานที่พวกนี้ ป้อมปราการหินทั้งสูงและทั้งหนา และดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเจาะเข้าไปข้างในด้วยวิธีการปกติแบบเดิมๆได้
หลังจากที่พวกนักเวทย์ร่ายเวทย์มนต์สนับสนุนให้กับทุกคนเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็พร้อมที่จะทำสงคราม เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งดวงตะวันลับขอบฟ้า เผยให้เห็นราตรีแรกก่อนศึกสงคราม รุ่งอรุณสุดท้ายของเดือน คือยามที่เหล่ามอนสเตอร์จะมีพละกำลังสูงสุด!
กองทัพคืนชีพที่เดย์มอนด์เป็นผู้นำได้ทำการลอบโจมตีกองกำลังกวาดล้าง
พวกวิญญาณปีศาจขนาดยักษ์ระเบิดพลังออกมา ทำลายประตูทางเข้าของป้อมปราการ
ตึงงตึงงตึ้งง!
ย่างก้าวแต่ละครั้งของพวกวิญญาณปีศาจขนาดยักษ์ทำให้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง
กองกำลังที่พักผ่อนอยู่ในค่ายทหารลอยขึ้นมาข้างบนเท้าของพวกมัน
 “ศัตรู!”
 “ข้าไม่คิดเลยว่าพวกมันจะลอบโจมตีเราแบบนี้!”
ท่าทางที่งงงวยปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพวกเจ้าเมืองที่เป็นผู้นำของเหล่าทหารจำนวนมาก
การปิดล้อมที่พวกเขาชำนาญจนราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติ ได้เริ่มขึ้นในตอนเช้าและสิ้นสุดลงในตอนกลางคืน
การลอบโจมตีในกลางดึกนั้นเกิดขึ้นไม่บ่อยเท่าไหร่นักในตอนที่มีการทำสงคราม
เนื่องจากว่ามันเป็นการง่ายที่จะคอยเฝ้าดู สอดส่องการเคลื่อนไหวอยู่แต่ภายในป้อมปราการ มันไม่มีเหตุผลที่จะต้องออกแรงทำเกินกำลังของพวกเขา ถึงแม้ว่าพวกเขาพยายามโจมตีในตอนกลางคืน แต่พวกเขาก็รู้ว่ามันอันตราย ความผิดของพวกผู้เล่นที่ไม่ได้เข้าร่วมในการบุกโจมตีนั้นช่างใหญ่หลวงยิ่งนัก
แม้ว่าพวกเขาจะรู้อยู่แก่ใจดีว่ามันมีโอกาสที่สูงมากที่พวกเขาอาจจะตายได้ พวกเขาก็ยังคงไม่ต้องการจัดตั้งกระบวนทัพเข้าโจมตีอยู่ดี
อย่างไรก็ดี การปล้นสะดมเกวียนขนส่งเสบียงอาหารในตอนกลางคืน ที่มักจะเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆในสงครามระหว่างอาณาจักรคัลลามอร์และอาณาจักรฮาเว่น ในพื้นที่อื่นๆ ยังมีผู้คนไม่มากนักที่มีประสบการณ์ในสงครามจริงๆ (Admin: ที่กล่าวมาข้างต้น คือ การเล่าถึงกลยุทธ์ในการทำสงคราม)
 “ทุกคนลุกขึ้นมาและขวางพวกมันซะ!”
 “มันคือการต่อสู้! จงเตรียมตัวให้พร้อม!”
พวกผู้เล่นพากันวิ่งออกมาจากค่ายทหาร
เมื่อยามที่พวกเขาพักเหนื่อย พวกทหารจะล้อมวงนั่งเล่นไปพร้อมกับดื่มเหล้า ดื่มเบียร์ ดื่มไวน์ และนั่นทำให้พวกเขาตกอยู่ในสถานะที่ยากต่อการเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้
มันเป็นเรื่องยากที่จะได้ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในตอนที่ต้องออกมาทำศึกสงคราม ดังนั้นครั้งสุดท้ายที่พวกเขาได้ดื่มมัน พวกเขาจึงซัดเต็มที่เลย และต้องขอบคุณเรื่องนั้น ดูเหมือนว่าพวกเขาจะได้รับความเสียหายมากขึ้นนะเนี่ย
 ‘ก่อนที่พวกเราจะมาถึงที่นี่ พวกเราผ่านโกดังเก็บของในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของอาณาจักรอิโซรุ ในนั้นมีขวดไวน์อยู่เต็มไปหมด หรือว่านี่คือแผนการที่พวกมันได้วางเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว เพื่อให้พวกเราอ่อนกำลังลง?’
มันเป็นอะไรที่ดูเหมือนการเล่นของเด็กๆเกินกว่าจะเรียกได้ว่าเป็นกลยุทธ์ แต่แน่ล่ะพวกเขาต้องยอมรับมันเพราะมันเป็นแผนการอันแยบยลจนน่าตกใจที่สามารถเจอจุดอ่อนของศัตรู
เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ที่กองกำลังกวาดล้างไปพบเข้าในขณะที่กำลังเคลื่อนพลขนเสบียงอาหาร และทุกคนดื่มมันอย่างบ้าคลั่งก่อนที่มันจะหมด
พวกเขาถูกจับตัวไปด้วยอาการมึนเมา
 บัดซบที่สุด,  ไม่คิดว่าพวกมันจะใช้วิธีหลอกเด็กแบบนี้!”
แม้ว่าพวกผู้เล่นจะตกอยู่ในอาการมึนเมา พวกเขาก็ดึงดาบของพวกเขาออกมาและยกมันขึ้น
อย่างไรก็ดีที่เหตุการณ์นี้ ยังมีพวกอัศวินศักดิ์สิทธิ์และพรีสต์อยู่ครึ่งนึงของกองกำลังกวาดล้าง ไม่ต้องถามก็รู้ว่าพวกเขาไม่สนใจยุ่งเกี่ยวกับพวกแอลกอฮอล์ พวกผู้เล่นที่กำลังเมาอยู่ ตั้งใจที่จะหนีการต่อสู้และหลบซ่อนตัว; มันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องยืนประจันหน้าและสู้กับศัตรู
แต่เรื่องแปลกประหลาดก็ได้เกิดขึ้น ดาบของพวกเขารู้สึกหนักกว่าปกติ
- คุณติดเชื้อ พลังชีวิตและมานาลดลง
การหายใจยากลำบากมากขึ้นและยังมีอาการไอตามมาอยู่ตลอด ถ้าคุณไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีและเหมาะสม ในไม่ช้าการติดเชื้อจะกำเริบอย่างรุนแรง
โรคระบาดได้แพร่กระจายเข้าไปในค่าย
ในทันใดนั้นเอง ได้ปรากฏให้เห็นฝูงหนูจำนวนเป็นแสนๆตัว วิ่งพล่านไปทั่วทั้งค่ายทหาร
 “เคลลิค, ท่านพรีสต์! พวกคุณอยู่ที่ไหน?”
 “ได้โปรดรักษาโรคระบาดนี้ด้วย!”
พวกผู้เล่นต่างพากันร้องหาเคลริคและพรีสต์ก่อนใครเพื่อน
แต่พวกพรีสต์ที่สามารถรักษาพวกเขาได้นั้น กำลังถูกฝูงวิญญาณปีศาจที่บินได้ เข้าโจมตีพวกเขา
นี่คือกองทัพคืนชีพที่พัฒนาขึ้นไปอีกขั้น การโจมตีในตอนกลางคืนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การโจมตีทั้งหมดจะไม่เกิดขึ้นเลยหากปราศจากพวกวิญญาณปีศาจ
กรร โฮก ก๊าสส!
 “อ้า!!!!!!”
 “จงสู้กับศัตรู พวกแกจะไปไหนกันวะ!”
 “หนีเร็ว!”
 “สู้สิ ห้ามวิ่งหนีโดยเด็ดขาด!”
การซุ่มโจมตีในคืนสุดท้ายของเดือน ทำให้กองกำลังกวาดล้างแทบจะสูญสิ้นไปจากโลก
กองทัพคืนชีพได้ทำการรวบรวมชีวิตของผู้ที่เหลือรอดจนแทบจะใกล้ตายอยู่แล้ว และพวกเขาได้วิญญาณปีศาจเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังได้พรรคพวกเพิ่มมาด้วย
ทุกครั้งที่พวกเขายึดครองปราสาทและเมืองต่างๆ พวกเขาได้รับชัยชนะจากการต่อสู้กับวิหารต่างๆและได้ทำลายโบสถ์ของพวกนั้นด้วย พละกำลังความแข็งแกร่งและอำนาจของพวกเขาเพิ่มขึ้น!
เดย์มอนด์รอบรวมกองกำลังและเดินทางออกจากอาณาจักรอิโซรุ ภายหลังที่พวกเขาทำการป้องกันได้สำเร็จ จากนั้นมุ่งหน้าลงใต้ เพื่อที่จะยึดดินแดนที่เคยเป็นของนักล่าแห่งผืนปฐพี
กองกำลังกวาดล้างได้จัดตั้งขึ้นมาใหม่ และเจ้าเมืองของแต่ละปราสาทที่อยู่ในเส้นทางการโจมตีของกองทัพคืนชีพ ได้ทำการรวบรวมกองกำลังที่ดีที่สุดที่พวกเขาจะหาได้ในเขตแดนของพวกเขา
ทุกๆที่ ที่กองทัพคืนชีพเคลื่อนพลผ่านไป มันจะกลายเป็นสรวงสวรรค์สำหรับวิญญาณปีศาจ
* * *
จากความขยันอดทนทำงานหนักของวีด เขาสามารถฟื้นคืนค่าสถานะทางศิลปะกลับมาได้ถึง 100 แต้ม
 มันน่าเบื่อชะมัดที่ต้องมาเพิ่มค่าสถานะทางศิลปะที่ใช้ไปเนี่ย

ถึงแม้ว่าค่าสถานะที่ฟื้นคืนกลับมาได้นั้นค่อนข้างเร็วมาก มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเหมือนกัน แต่ต้องขอบคุณมัน ที่ทำให้ความชำนาญทักษะการแกะสลักของเขาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยและตอนนี้เพิ่มถึง 70% และทักษะงานฝีมือของเขาเพิ่มขึ้นถึงขั้นสูงระดับ 6
มันสามารถพูดได้เลยว่าทักษะงานฝีมือถือเป็นของขวัญอันสุดยอดที่ช่วยในการปั่นค่าสถานะ!
วีดสร้างต่างหูด้วยความระมัดระวังอย่างสุดๆ
- ค่าสถานะทางศิลปะเพิ่มขึ้น 1
- ความชำนาญทักษะการแกะสลักเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
- ความชำนาญทักษะงานฝีมือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
- คุณได้รับทักษะการสร้างเครื่องประดับ
- การสร้างเครื่องประดับ: ทักษะที่ใช้สร้างพวกสร้อยคอ, ต่างหู, และแหวน ด้วยระดับทักษะที่สูงขึ้น มันเป็นไปได้ที่จะสามารถสร้างเครื่องประดับที่มีความสวยงามและมาพร้อมกับค่าเสน่ห์ที่สูง
ตอนนี้ มันก็ถึง 101 แต้มซะที!
หน้าของวีดถึงกับสั่นเลยทีเดียว
เขาได้มา แม้กระทั่งทักษะสุดพิเศษของนักสร้างไอเทม การสร้างเครื่องประดับ
วีดถอนหายใจ
 มันไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ในการที่ต้องสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่
เขากังวลสุดๆจนแทบจะคลื่นไส้ออกมาว่าเขาอาจจะได้เวทย์มนต์อะไรแบบนี้
 ยังไงซะ มันก็เหลืออยู่อีกไม่เท่าไหร่จนถึงระดับปรมาจารย์
ขณะที่สมาชิกในกิลด์ของเขากำลังพูดคุยกันอยู่ในหน้าต่างแชท วีดยังคงมุ่งมั่นมีสมาธิอยู่กับการทำเครื่องประดับ
 มันมีงานประติมากรรมอยู่อีกมากที่เราต้องทำ
งานประติมากรรมต่างๆที่ผุดขึ้นมาในหัวของวีด ต้องรอจนกว่าค่าสถานะทางศิลปะของเขาจะฟื้นคืนกลับมาทั้งหมด มันน่าเสียดายของมากๆที่ต้องมานั่งทำประติมากรรมพวกนั้นเพียงเพื่อที่จะฟื้นคืนค่าสถานะเท่านั้น
ถ้าเขาไม่มีพลังใจในการสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่ ซึ่งฝังลึกลงไปจนเข้ากระดูก มันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่หันหลังกลับเลยแม้แต่นิดเดียว ลี ฮุน เรียนรู้การอดทนแบบนี้มาจากผู้จัดการบริษัท ที่ให้เขาแบกอิฐขึ้นบันไดถึง 25 ชั้น เพราะมันเปลืองไฟหากใช้ลิฟท์ ตอนนั้นเอง เขาได้รับข้อความกระซิบจากฮวารยอง
- คุณวีด คุณกำลังทำอะไรอยู่เหรอคะ?
- ผมกำลังทำงานฝีมือในคุรุโซ
- งานฝีมือ?
- ใช่แล้ว ผมเพิ่งได้ทักษะการสร้างเครื่องประดับมาเมื่อกี้นี้เอง
- ถึงแม้ฉันจะรู้ว่าการสร้างเป็นไปได้ด้วยการแกะสลัก แต่คุณได้รับแม้กระทั่งทักษะพิเศษแบบนี้ด้วยเหรอ?
- มันเกิดขึ้นหลังจากที่ผมสร้างพวกมันมาแล้วประมาณ 1,000 ชิ้น งานของอาชีพประติมากรรมโดยพื้นฐานทั่วไปแล้วนั้น มันก็ไม่ได้แตกต่างจากสายอาชีพการสร้างอื่นๆสักเท่าไหร่หากเปรียบเทียบกันดูแล้วน่ะนะ
- โอ้ คุณ! คุณทำถึงขนาดนี้เพื่อฉันสินะคะ เครื่องประดับพวกนี้เปรียบเสมือนชีวิตของนักเต้นขอบคุณมากนะคะ
- ...
ตั้งแต่ที่วีดสร้างรูปปั้นเทพธิดา ฮวารยองก็เพิ่มความสนใจในประติมากรรมของเขามากยิ่งขึ้นไปอีก
จากลักษณะท่าทางการพูดการจาของเธอ เมื่อฟังแล้ว ดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจผิดและคิดว่าวีดตั้งใจเรียนทักษะการสร้างเครื่องประดับเพื่อเธอโดยเฉพาะ
วีดพูดอย่างจริงใจและตรงไปตรงมา

- ผมกำลังทำเครื่องประดับสำหรับคุณฮวารยองด้วย
แน่นอนล่ะ เครื่องประดับที่สำเร็จเสร็จสมบูรณ์ต้องเก็บไว้ให้ฮวารยอง
เขาตั้งใจที่จะขายพวกมันให้กับฮวารยองผู้ร่ำรวย
- ขอบคุณนะ ฉันอยากเจอคุณเร็วๆจัง
มันเป็นตอนที่วีดกำลังกระซิบกับฮวารยองและกำลังสร้างของอยู่นั้น
พวกช่างตีเหล็กในคุรุโซได้ยินข่าวลือที่ค่อนข้างหนาหู
 เห็นได้ชัดเลยว่ากองทัพของเดย์มอนด์ยึกที่ราบโนปุเน็มได้แล้ว
 “ถ้าอย่างนั้นอาณาเขตอีก 20 แห่งของทวีปเวอร์เซลล์ก็ตกเป็นของพวกเขาแล้วน่ะสิ?”
 “มันไม่ผิดหรอกที่จะพูดแบบนั้น พวกเขาในตอนนี้กำลังเตรียมพร้อมด้วยขุมกำลังขนาดมหึมา หลังจากที่ยึดครองอาณาจักรอิโซรุ พวกวิญญาณปีศาจ ตนใหม่ๆก็เกิดขึ้นมาเรื่อยๆ ดังนั้นขนาดของกองทัพจึงใหญ่ขึ้นทุกครั้งที่พวกเขามุ่งหน้าไปที่ต่างๆ
 “มันช่างน่ากลัวชะมัด
วีดได้ยินเรื่องพวกนี้ในขณะที่เขากำลังสร้างเครื่องประดับ
จากเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทำให้ราคาขายของไอเทมทะยานสูงขึ้นไปอย่างกับติดจรวด เช่นเดียวกับที่วิหารแห่งการคืนชีพที่มุ่งเน้นโจมตีไปเรื่อยๆ เหล่าอัศิวินของทวีปเวอร์เซลล์ก็สนใจว่าจะต้องใช้เงินไปสักเท่าไหร่ เพื่อปกป้องตัวพวกเขาเองแล้ว พวกเขาทุ่มเททุกอย่าง
อย่างไรก็ตาม ทางสหภาพเองก็ยังคงมีความกังวลอยู่ไม่น้อย
ตรรกะความคิดที่ว่าพลังของกองทัพคืนชีพกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ได้รับการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ แต่ยังไงก็ตาม สงครามที่เกิดขึ้นระหว่างกลุ่มมหาอำนาจต่างๆยังคงไม่จบ และนั่นทำให้ราคายังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีเพียงแค่เหล่าผู้เล่นดาร์คเกมเมอร์ที่กำลังสนุกไปกับเหตุการณ์สุดพิเศษเช่นนี้
 กองทัพคืนชีพงั้นเรอะ เชอะ แล้วจะให้ทำยังไงวะ
วีดเองก็ได้เห็นภาพเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นของกองทัพคืนชีพผ่านรายการถ่ายทอดสด
กองทัพวิญญาณปีศาจที่ไม่สามารถบรรยายได้ด้วยเพียงแค่คำว่า น่าเหลือเชื่อ”!
กองทัพคืนชีพมีพลังแข็งแกร่งเพียงพอที่จะบดขยี้อาณาจักรได้ทั้งอาณาจักร
เดย์มอนด์รับประกันความปลอดภัยของผู้ที่ไม่คิดต่อต้านเป็นศัตรู, พวกผู้เล่นธรรมดาๆทั่วไป และนักท่องเที่ยวที่กำลังสนุกอยู่กับการพักผ่อน ต้องขอบคุณเรื่องนั้น พวกเขาจึงได้รับภาพการถ่ายทอดสดของพื้นที่ ที่ถูกยึดครองโดยกองทัพคืนชีพ
โบสถ์ที่มีความละม้ายคล้ายคลึงกับวิญญาณปีศาจถือเคียวในขณะที่กำลังขี่ม้า! นั่นคือโบสถ์ขนาดมหึมาที่กองทัพคืนชีพกำลังสร้าง
ปัญหาก็คือรูปร่างของโบสถ์อันนี้ วีดรู้สึกคุ้นเคยกับมันมาก
 ประติมากรรมที่เดธแฮนด์ทิ้งไว้ก็เหมือนกับของพวกนั้น…’
เขาเริ่มสงสัยว่ามันอาจจะเป็นไปได้ที่จะเป็นเควสต่อเนื่อง
มันอาจจะเป็นไอเทมจำเป็นสำหรับเควสของเดย์มอนด์ หรือทำให้เหตุการณ์พลิกผันได้ด้วยการทำเควสเพื่อหยุดพวกเขา ไม่ว่ามันจะเป็นแบบไหนหรือผลออกมาด้านไหน ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันต้องเกี่ยวข้องกันแน่ๆ
 ปัญหาก็คือเราควรจะรับเควสนี้, หรือไม่
ถ้าวีดรับเควสนี้มาทำ, มันอาจจะมีเหตุการณ์ การต่อสู้อันยุ่งยากลำบากเกิดขึ้น
วีดเลยได้แต่หาข้อโต้แย้งในขณะที่เขากำลังสร้างของอยู่
 เราควรขายมันทิ้งและปล่อยเอาไว้อย่างนั้นดีมั้ยนะ
แม้ว่าเขาต้องการที่จะขายประติมากรรมชิ้นนี้ แต่ถ้าทักษะประติมากรรมไม่สูงพอ หรือขาดไปแม้แต่นิดเดียว มันจะเป็นไอเทมที่ไม่สามารถเอามาใช้งานได้ ดังนั้นปัญหาก็คือเขาไม่รู้ว่าจะหาคนซื้อได้จากที่ไหน
จบตอน

วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เล่มที่ 14 ตอนที่ 9: บทสนทนาของดาร์คเกมเมอร์

เล่มที่ 14 ตอนที่ 9: บทสนทนาของดาร์คเกมเมอร์


ลี ฮุน เชื่อมต่อเข้ามาห้องแชทของสมาคมดาร์เกมเมอร์ การเปิดเผยข้อมูล, การตั้งคำถาม, การค้าขาย และระดับที่สูงขึ้นไปอีก คือหัวข้อหลักของห้องแชท
ปกติแล้วในห้องแชท ผู้คนที่อยู่ในนั้นต่างเสียเวลาไปกับมัน แต่กับพวกดาร์คเกมเมอร์นั้นต่างออกไป ข้อมูลที่เกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆของแต่ละอาณาจักร, สาขาอาชีพ, ข้อมูลเควส, และข้อมูลที่จำเป็นต่างๆถูกแลกเปลี่ยนกันอยู่ตลอดเวลา
บทสนทนาเหล่านี้ไม่ได้เปิดกว้างให้กับทุกคน ห้องทุกห้องจะสามารถใช้ได้ผ่านบอร์ดในหัวข้อต่างๆที่สามารถเข้าได้เฉพาะระดับที่ได้รับการอนุญาตแล้วเท่านั้น มีเพียงแค่กลุ่มเล็กๆในสมาคมดาร์คเกมเมอร์ที่แบ่งปันหรือแชร์ข้อมูลต่างๆ ถึงจะได้รับการอนุญาตให้เข้าไปยังห้องแชทเหล่านั้นได้
มันเป็นทักษะพื้นฐานในการใช้ห้องแชทเพื่อเปิดเผยความลับต่างๆในแต่ละเกม
- ฮูนิ: เร็วเข้า เร็วเข้า เข้ามาได้แล้ว คุณฮุน
- ฮุน: พวกเราเจอกันอีกแล้ว
- ฮูนิ: ใช่ ยินดีที่ได้รู้จัก
- วิคก์มี: นี่เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่ผมได้เจอคุณ คุณฮุน
มีผู้ใช้งานอยู่ในห้องแชทประมาณ 7 คน
นอกจากคนอื่นๆที่ซุ่มหลบอยู่ในนั้น, อันที่จริงแล้วมีเพียงแค่ ฮูนิ และ วิคก์มี กำลังคุยกันอยู่
- ฮูนิ: คุณฮุน คุณมาที่นี่ตอนดึกๆตลอดเลยนะ คุณทำอะไรดึกๆดื่นๆอย่างนั้นเหรอ?
- ฮุน: ผมก็แค่ผมกำลังเรียนรู้เกี่ยวกับทักษะในสายอาชีพของผมอยู่
- ฮูนิ: ทักษะอาชีพสำคัญมากๆเลยนะ ปกติแล้ว, คุณเข้าห้องแชทและไม่พูดอะไรเลย, แต่คุณเช็คราคาตลาดของไอเทมอยู่ใช่มั้ย?
- ฮุน: ใช่แล้ว
- วิคก์มี: ฉันก็ทำอย่างนั้นอยู่บ่อยๆเหมือนกัน
- ฮูนิ: ทุกคนที่เป็นดาร์คเกมเมอร์ก็ทำอยางนั้นเหมือนกัน เพราะมันไม่มีอาชีพอะไรที่จะยุ่งเหมือนของพวกเราอีกแล้ว
มันสำคัญมากสำหรับดาร์คเกมเมอร์ที่ต้องมาเช็คราคาตลาดของพวกไอเทมต่างๆ, ภารกิจ, และสถานที่ล่า เพื่อเป้าหมายของพวกเขานั่นก็คือเงิน ไม่ใช่แค่แค่พยายามอย่าง แต่ข้อมูลที่ได้มา ต้องมีความสำคัญด้วย
มีเพียงแค่ดาร์คเกมเมอร์ที่เหนือกว่าพวกผู้เล่นคนอื่นๆ สามารถสนุกสนานไปกับการพบกันของพวกเขาได้อย่างเต็มที่
- ฮูนิ: ผมเป็นดาร์คเกมเมอร์มาแล้ว 7 ปี แล้วพวกคุณทั้งสองเป็นดาร์คเกมเมอร์มานานเท่าไหร่แล้ว?
- วิคก์มี: ผมเป็นมาแล้วประมาณ 3 ปี อันที่จริงก็ 2 ปีล่ะนะ
- ฮูนิ: ถ้างั้นผมก็เป็นรุ่นพี่ของคุณน่ะสิ แต่มันก็ไม่ได้มีความหมายอะไรสักเท่าไหร่ ถ้า 2 ปี แสดงว่าคุณเริ่มเป็นดาร์คเกมเมอร์ตั้งแต่ รอยัล โร้ด เปิดเลยน่ะสิ?
- วิคก์มี: ถูกต้องแล้ว ผมเริ่มเวลาเดียวกันกับที่รอยัล โร้ดเปิดให้เล่น ตั้งแต่ที่ผมเริ่มต้นเร็วกว่าคนอื่น ผมก็สามารถเก็บสะสมเงินได้บางส่วนตั้งแต่ต้นเลย
- ฮูนิ: ผมล่ะอิจฉาคุณจริงๆ แล้วคุณล่ะ คุณฮุน?
- ฮุน: ผมเป็นดาร์คเกมเมอร์ได้มาเกือบปีแล้ว
- ฮูนิ: นั่นมันน่าเหลือเชื่อมากๆ!
- วิคก์มี: จริงหรอเนี่ย? ถ้าคุณสามารถเข้าห้องแชทระดับนี้ได้ แสดงว่าคุณไม่ได้อยู่ในระดับพวกผู้เล่นธรรมดาๆน่ะสิและมันไม่ใช่แค่เลเวลอีกนะ, แต่คุณภาพของข้อมูลที่แบ่งปันและการตอบรับของคุณสำคัญมากในการที่จะประเมินระดับของคุณ
- ฮูนิ: หนึ่งปีนี่มันน่าตกใจมากๆเลยนะเนี่ย คุณพอจะบอกความลับอะไรให้ผมบ้างจะได้มั้ย?
- ฮุน: ผมก็แค่ขยันทำงานมากๆ และผมเริ่มหาเงินในฐานะดาร์คเกมเมอร์ก่อนหน้านั้นแล้ว; มันก็แค่ผมลงทะเบียนไปเมื่อปีที่แล้ว
- วิคก์มี: อย่างที่ผมคิดไว้เลย มันควรจะเป็นอย่างนั้น มันยากนะที่จะเป็นดาร์คเกมเมอร์ในรอยัล โร้ดน่ะ
- สมอลล์ดราก้อน: ยินดีที่ได้รู้จัก ผมเห็นบทสนทนาที่พวกคุณกำลังคุยกันน่าสนใจดีในขณะที่ผลกำลังซุ่มอยู่ ผมเป็นดาร์คเกมเมอร์มาแล้ว 6 ปี
ผู้ที่ใช้งานอยู่ได้ออกมาจากสถานะซุ่มและเข้าร่วมวงสนทนา ในไม่ช้าห้องแชทก็กลับมาดูมีชีวิตชีวามากขึ้น
พวกเขาทักทายกันและเริ่มการสนทนาพูดคุย ข้อความเก่าๆที่ผ่านมาเด้งขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่แล้วมันก็ใช้เวลาไม่นาน บทสนทนาอันร้อนแรงก็สงบลงหลังจากผ่านไปไม่ถึง 10 นาที
พวกเขาออกไปหาข้อมูลที่ตัวเองต้องการหรือพักเบรกในขณะที่เปิดห้องแชททิ้งไว้
ลี ฮุน ก็ออกไปหาข้อมูลต่างๆเหมือกันและกลับมาพบว่า ฮูนิ และ วิคก์มี กำลังสนทนากันอยู่
- ฮูนิ: คุณฮุน คุณอยู่ตรงนั้นมั้ย?
- ฮุน: ใช่
- ฮูนิ: อันที่จริงแล้ว ครั้งนี้ผมมีเควสที่ผมต้องการทำให้สำเร็จผมก็เลยอยากปรึกษาคุณสอง
- วิคก์มี: มันคือเควสอะไรล่ะ?
- ฮูนิ: อย่างแรกเลย ได้โปรดเข้าใจผมด้วยว่าผมจะไม่เปิดเผยรายละเอียดเนื้อหาของเควส
- วิคก์มี: แน่นอน
- ฮุน: ผมเข้าใจ
- ฮูนิ: ขอบคุณที่เข้าใจผมนะ พูดตามตรงเลยนะ ผมกำลังทำเควสที่มันค่อนข้างออกจะพิเศษอยู่สักเล็กน้อย
- วิคก์มี: มันเป็นเควสที่อันตรายมากมั้ย?
- ฮูนิ: นั่นก็อาจจะใช่ มันมีระดับความยากที่สูงมากๆเควสนี้ห้ามไม่ให้คุณฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้อีกเลย
- วิคก์มี: ผมไม่เข้าใจที่คุณพูดว่าห้ามฟื้นคืนชีพ มันหมายความว่าอะไรเหรอ?
- ฮุน: ตัวละครจะตายจากไปในรอยัล โร้ด อย่างถาวร ใช่มั้ย?
- ฮูนิ: ใช่ ถูกต้องแล้ว การตายอย่างสมบูรณ์ของตัวละคร
มันเป็นอะไรที่สามารถเกิดขึ้นได้ถ้าหากคุณเรียนรู้เวทย์มนต์ต้องห้าม, หรือถ้าคุณละทิ้งวิญญาณเพื่อเหตุผลบางอย่างหรืออะไรก็แล้วแต่ มันคือมาตรฐานของพวกดาร์คเกมเมอร์ที่จะต้องปฏิเสธคำขอร้องเหล่านี้ คำสาปที่ยากแก่การรักษาหรือถอนคำสาป ยังสามารถจัดการได้หลังจากผ่านไปไม่นาน, แต่ถ้าตัวละครของคุณหายไป คุณต้องเริ่มเล่นใหม่อีกครั้งตั้งแต่ต้นเลย
หลังจากที่อาชีพของเขาได้เปลี่ยนมาเป็นประติมากรแสงจันทร์ในตำนาน เขาไม่พอใจมันตั้งแต่เริ่มแรก, แต่เหตุผลที่ทำให้เขาล้มเลิกความตั้งใจที่จะเริ่มเล่นอาชีพใหม่นั่นก็เพราะมันยากที่จะเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดนั่นเอง
- ฮุน: แล้วคุณได้เควสนั้นมายังไงเนี่ย?
- ฮูนิ: ผมอยู่กับกิลด์ที่ผมบริหารอยู่, มันเป็นเควสที่พวกเราได้มาในฐานะกิลด์
- วิคก์มี: ถ้าคุณกำลังบริหารจัดการกิลด์ แสดงว่าคุณต้องมีตัวละครที่พิเศษมากแน่ๆเลย; มันช่างน่าเสียดายจริงๆ
- ฮูนิ: ใช่ ตอนนี้ผมชักรู้สึกเสียดายซะแล้วสิ ผมสงสัยว่าถ้าผมเริ่มทำอะไรบางอย่างที่มากจนเกินกว่าที่พวกเพื่อนๆและสมาชิกในกิลด์จะสามารถทำได้, แต่รางวัลตอบแทนที่จะได้รับผ่านเควสนี้มันก็เหมาะสมเหมือนกัน
- วิคก์มี: ในฐานะดาร์คเกมเมอร์แล้ว มันคุ้มมั้ย ที่จะต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด?
- ฮูนิ: ผมคงต้องดูว่าเควสนี้จะเป็นไปยังไง, แต่ตอนนี้ผมคิดว่ามันคุ้มที่จะทำการท้าทายนี้ ถึงแม้ว่าพวกเราจะไม่สามารเคลียร์เควสนี้ได้ก็ตาม พวกเราก็ต้องยอมรับในผลที่ตามมาเพราะพวกเราหวังรางวัลใหญ่เอาไว้อยู่
- วิคก์มี: ถ้าเป็นผมนะ ผมจะกังวลก่อนเลย ถึงแม้ว่าการเริ่มเล่นตัวละครใหม่อีกตัวจะเป็นอะไรที่ทรหดสุดๆ
- ฮูนิ: 7 ปีที่ผ่านมาในฐานะดาร์คเกมเมอร์ของผม, ผมคิดว่านี่แหละคือโอกาสที่ยิ่งใหญ่และความท้าทายแบบสุดๆ ผมยังมีเงินของผมที่เก็บออมไว้อยู่, ถึงแม้ว่าผมจะตายผมก็ยังสามารถเริ่มเล่นใหม่ได้
ถ้าคุณลองอ่านข้อความที่เขาพิมพ์ออกมา อย่างละเอียดถี่ถ้วน คุณก็จะพบว่าดาร์คเกมเมอร์ ฮูนิ กำลังพยายามพลักดันตัวเองให้คิดบวกเกี่ยวกับสถานการณ์ของเขาในตอนนี้
สำหรับดาร์คเกมเมอร์แล้ว, การสูญเสียตัวละครของพวกเขาก็เหมือนกับการตกงาน!
ไม่สามารถคาดหวังอะไรได้เลยจากเงินประกันสังคมและเงินบำเหน็จบำนาญของผู้ว่างงาน, ถ้าคุณคิดว่านั่นคือหายนะล่ะก็ คุณจะเดือดเนื้อร้อนใจเป็นเอามาก ถ้าลี ฮุนตกอยู่ในสถาณการณ์แบบเดียวกันนี้ การที่ตัวละครของเขา วีด ถูกลบทิ้งหายไปอย่างถาวร ความกระวนกระวายใจของเขาคงล้นเกินที่จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดก็ยังไม่หมด
 ‘เรายังหาเงินไม่พอ!’
นั่นอาจจะเป็นเพราะว่างานทุกอย่างที่เขาทำมาทั้งหมด จะสูญเปล่าไปในทันที ดังนั้นเขาจะไม่คิดที่จะรับเควสแบบนั้นเด็ดขาด
เขามีทางเลือกไม่มากนักได้แต่ต้องอดทนต่อความทุกข์ทรมานอันแมนสาหัส ในชีวิตจริง ไหนจะบิลค่ารักษาพยาบาลของคุณยายและค่าใช้จ่ายอื่นๆที่จำเป็นของครอบครัวถูกคุมคามโดยเรื่องพวกนี้ แม้ว่าฮูนิจะมีเงินที่เก็บออมไว้บางส่วน แต่นั่นก็ไม่ได้รับประกันความสบายใจของเขาซะทั้งหมด การที่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น มันสามารถทำให้ชีวิตของพวกดาร์คเกมเมอร์พังพินาศได้
ถ้าคุณตายในขณะที่กำลังออกล่า เลเวลของคุณและทักษะความชำนาญจะลดลง และถ้ามันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นเป็นประจำล่ะก็  มันจะเป็นความเสียหายที่ร้ายแรงที่สุดสำหรับดาร์คเกมเมอร์
- วิคก์มี: ผมหวังว่าคุณจะไอเทมกลับมาเต็มไม้เต็มมือนะ แล้วถ้าพวกคุณได้ไอเทมพวกนั้นมาล่ะ คุณจะจัดการพวกมันยังไง
- ฮูนิ: มั่นใจได้เลย ไอเทมทั้งหมดที่พวกเราได้มาจากการทำเควส จะถูกแบ่งให้กับทุกๆคน และขายมันออกไป ไม่ว่าจะยังไง เมื่อผมจินตนาการถึงตัวละครที่ผมอุตส่าห์สร้างมันขึ้นมาจากน้ำพักน้ำแรงของผมต้องหายไปอย่างถาวรล่ะก็มันไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในทันที แต่ทุกครั้งที่ผมคิดถึงมัน ผมจะรู้สึกเจ็บปวดตรงอกอยู่เสมอ
- ฮุน: คุณต้องกังวลมากแน่ๆเลย
- ฮูนิ: มันไม่มีอะไรที่ผมทำได้ นอกจากต้องเดินหน้าต่อไปเพียงอย่างเดียว
- ฮุน: ถ้าคุณมีประสบการณ์ตรงนั้นแล้ว คุณจะเติบโต้ขึ้นมากกว่าเดิม และเควส
จู่ๆมือของลี ฮุนที่กำลังพิมพ์อยู่บนคีบอร์ด ก็หยุดไปเฉยๆซะอย่างนั้น
ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่การคาดการณ์ แต่ถ้าเควสพวกนั้นสำเร็จขึ้นมา เพราะโอกาสที่ดูเหมือนตลกร้ายเพื่อทำให้ตัวละครนั้นถูกลบออกไป จึงไม่มีใครเต็มใจที่เสี่ยงรับเควสแบบนี้
แต่ดาร์คเกมเมอร์ ฮูนิ ยังคงกังวลถึงเรื่องการตายที่อาจจะเกิดขึ้นได้
 ‘เหมือนว่าเขาจะได้เควสที่ยากมากจริงๆ แหะ
เขาเดาว่ามันต้องลำบากมากๆแน่เพื่อที่จะทำเควสนี้ให้สำเร็จ ยิ่งกว่าหาเข็มในกองฟางซะอีก
- ฮุน: ผมขออวยพรให้คุณประสบความสำเร็จนะ พวกมันคือคำพูดที่ผมสามารถให้คุณได้
- ฮูนิ: ขอบคุณ ผมจะทำให้ดีที่สุด ผมต้องการทำให้มั่นใจมากขึ้นไปอีก
- วิคก์มี: มันเป็นอะไรที่ทำให้หัวใจรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา เมื่อได้พวกคุณสองคนพูดคุยกัน
- ฮูนิ: คุณวิคก์มี, คุณฮุน พวกเรามาเป็นเพื่อนกันมั้ย? ถึงแม้ว่าผมจะไม่รู้อายุของพวกคุณหรือที่อยู่ของพวกคุณ ผมคิดว่ามันไม่เลวเลยนะที่จะเป็นเพื่อนกันในห้องแชทดาร์คเกมเมอร์เนี่ย
- ฮุน: ผมชอบความคิดนี้นะ
- ฮูนิ: ผมขอแนะนำตัวเองก่อนเลยละกัน ผมอายุ 28 ปี
- ฮุน: ผมอายุ 23 ปี
- ฮูนิ: งั้นฮุนก็เหมือนน้องเล็กของผมน่ะสิ
- ฮุน: ใช่แล้วครับพี่ ไม่ต้องพูดสุภาพอย่างเป็นทางการแล้วก็ได้
- ฮูนิ: นายไม่ใส่ใจงั้นเหรอ? แล้ววิคก์มีล่ะ อายุเท่าไหร่
- วิคก์มี: พี่ชาย! ผมอายุ 15 ปี ผมอายุน้อยสุดเลย พี่ชายทั้งสองของผม ได้โปรดดูแลน้องชายที่แสนน่ารักผู้นี้ด้วยนะครับ
- ฮูนิ: ...
- ฮุน: ...
- ฮูนิ: เฮ้ วิคก์มี
- วิคก์มี: ครับ!
- ฮูนิ: ตอนนี้มัน 5 ทุ่มกว่าแล้ว นายควรรีบไปนอนได้แล้วนะ
- วิคก์มี: อ้า! มันถึงเวลาแล้วเหรอ โอ้ มันใกล้เวลาที่แม่ของผมจะกลับมาถึงบ้านแล้วผมเดาว่าผมคงต้องแกล้งทำเป็นอ่านหนังสือทำการบ้านและเข้านอนซะแล้ว ลาก่อนครับ
- ฮุน: ...
- ฮูนิ: ...
* * *
ชีวิตมหาลัยของลี ฮุนค่อนข้างยุ่งอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าเขาจะสอบผ่านอย่างฉิวเฉียด, การบ้านทั้งหลายก็ยังคงมีมาเรื่อยๆ
การสอบและการท้าทายในรอยัล โร้ด
เพราะพวกนั้น, ชอย ซัง จุน และ ปาร์ค ซุน จู เป็นคนรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับดันเจี้ยน, และการเตรียมการต่างๆดำเนินไปอย่างรวดเร็ว
 “รุ่นพี่ จะมาเมื่อไหร่ก็ได้นะ และสิ่งที่คุณต้องทำมีเพียงแค่โชว์ผลงานประติมากรรมของคุณให้พวกเราดูเท่านั้น
ชอย ซัง จุน ใจดีมากที่พูดแบบนั้น
ไม่ว่าจะยังไง เพราะมันคืองานกลุ่ม ลี ฮุน ต้องเข้าร่วมด้วย แต่คาดหวังอะไรจากประติมากรได้ไม่มากนัก ฮุนต้องเอาประติมากรรมของเขาให้พวกนั้นดู และถ้าชอย ซัง จุนและเพื่อนๆในทีมของเขาแกล้งทำเป็นว่าพวกเขาปราบปลื้มมันมาก นั่นจะทำให้เขาได้คะแนนจากอาจารย์ด้วย
 ‘ถ้ามีประติมากรที่สามารถสำรวจดันเจี้ยนยากๆ  รวมอยู่ในทีมด้วยละก็ นั่นจะทำให้เห็นว่าเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่
ชอย ซัง จุน ตั้งใจที่จะใช้การสำรวจดันเจี้ยนในครั้งนี้ทำให้เขาโดดเด่นขึ้นมา พี่ชายของเขาคือผู้เล่นระดับสูงของกิลด์ราชสีห์ทมิฬ ที่ให้เขายืมไอเทมและช่วยเขาในการเพิ่มเลเวล
แต่คนที่ทำให้เขากังวลมากที่สุดคือ ปาร์ค ซุน จู, จอมโจร!
 ‘อาชีพโจรนั้นไม่ค่อยเหมาะที่จะใช้งานในดันเจี้ยนสักเท่าไหร่ ถึงแม้ว่ามันไม่ได้แย่ซะทีเดียวที่มีโจร 1 คนเพื่อช่วยงานของเรา ใช่แล้ว เราควรที่จะดีใจเอาไว้สิ
แม้ว่าโจรสามารถช่วยเหลือได้, แต่สิ่งที่พวกเขาทำได้ทั้งหมดมีเพียงแค่การปลดกับดักและการปลดล้อคประตูเท่านั้น
เพื่อเป้าหมายของการสำรวจดันเจี้ยนในครั้งนี้ ทุกคนในทีมจึงประชุมในตอนพักเที่ยงโดยที่ไม่มี ลี ฮุน
ขณะที่กำลังกินแซนด์วิชของเธอภายในโรงอาหารอยู่นั้น มิน ซูรา ก็ถามคำถามขึ้นมา
 “แต่ว่าพวกนาย, แล้วอีก 2 คนที่จะมาเข้าร่วมทีมกับพวกเราเป็นใครกันเหรอ? ทุกคนตื่นเต้นและกำลังจะบ้าอยู่แล้วเนี่ย แต่พวกเราต้องตัดสินใจได้แล้วนะและเตรียมตัวให้พร้อมด้วย
ตอนนี้มีสมาชิกทั้งหมด 5 คนที่อยู่ในกลุ่มของพวกเขา ทีม C!
ถึงเวลาต้องหาสมาชิกเพิ่มอีก 2 คนแล้วล่ะ
ชอย ซัง จุน ก็ตื่นเต้นเช่นเดียวกันที่จะได้เห็นสมาชิกใหม่ในทีม
สำหรับตัวเขาที่โดดเด่นที่สุด, สมาชิกคนอื่นๆในทีมไม่มีใครที่จะโดดเด่นไปมากกว่าเขาอีกแล้ว อย่างไรก็ตาม เขาต้องการพาสมาชิกในทีมอย่างน้อยที่สุดก็ขอให้มีใครสักคนที่มีประโยชน์บ้าง
 ‘มันจะดีมากเลยที่มีเคลริคหรือชาร์แมนยังจะมีใครอยู่อีกเหรอที่ยังไม่ได้ตัดสินใจเข้าร่วมทีม? พวกเราต้องถึงคนจากทีมอื่นมาด้วยมั้ยเนี่ย?’
มันเคยเกิดขึ้นมาแล้วในตอนที่เขากำลังคิดเรื่องพวกนี้อยู่ในหัวของเขา จู อึน ฮี และ ฮง ซุน เย ที่เคยอยู่ในทีมของเขาตอนเข้าค่ายฝึก(Membership Training) กำลังเดินเข้ามาใกล้เขา
 “เฮ้ พวกเรายังไม่ได้ตัดสินใจกลุ่มของพวกเราเลย ให้พวกเราเข้าร่วมทีมด้วยได้มั้ย?”
ชอย ซัง จุน ดีใจและถามพวกเธอ
 “พวกเธอเล่นอาชีพอะไรและเลเวลเท่าไหร่?”
 “จอมเวทย์ผู้ใช้ธาตุ เลเวล 266 ตอนนี้อยู่ที่อาณาจักรเดล
 “ฉันเป็นเรนเจอร์(Ranger) เลเวล 285 ฉันอยู่ที่ปราสาทเนคาน ฉันกำลังออกล่าอยู่กับอึน ฮี
จอมเวทย์ผู้ใช้ธาตุ และเรนเจอร์
มันค่อนข้างห่างไกลจากความต้องการของ ชอย ซัง จุน ที่นึกถึงเคลริคและชาร์แมน
 “พวกเรามาร่วมมือด้วยกันเถอะ!”
ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็เถอะ ชอย ซัง จุน ได้แต่ยิ้มสู้เข้าไว้
พวกผู้หญิงมักจะได้รับการต้อนรับอยู่เสมอ โดยเฉพาะ จู อึน ฮี และ ฮง ซุน เย ผู้ที่มีใบหน้างดงาม น่ารักและเรือนร่างที่เตะตาพวกผู้ชายในคณะของพวกเขา
 ‘อึน ฮี น่ารักมากๆ
ซัง จุนไม่มีเหตุผลที่จะต้องปฏิเสธสเป็คในฝันแบบอึน ฮี
จู อึน ฮี มีเสน่ห์มาก จนเห็นลักยิ้มของเธอได้ทันที
 “จริงๆเหรอ ขอบคุณมากเลยนะ ชอย ซัง จุน
อือ
ช่างน่าสมเพชอะไรเช่นนี้ ลี ยู จอง พูดกับชอย ซัง จุน หลังจากที่มองดูเขาแล้ว
 “ถ้าพวกเธออยู่ในอาณาจักรเดลตอนนี้พวกเราก็อยู่ในอาณาจักรเดลเหมือนกัน ปราสาทเนคานใช้เวลาเดินทางแค่ 1 วันเอง
 “ยู จอง เธอเลเวลเท่าไหร่แล้วเหรอ?”
นักดาบ เลเวล 237 ซูราเป็นเอ็นชานท์เตอร์ เธอเลเวล 144”
 “อย-อย่างนั้นเองหรอกเหรอ?”
ท่าทางของจู อึน ฮี และ ฮง ซุน เย ให้ได้ชัดเจนเลยว่าพวกเธอกำลังไม่พอใจ
มันเป็นเพราะว่านักดาบมีเลเวลค่อนข้างต่ำเกินไป, และเอ็นชานท์เตอร์ไม่ค่อยมีประโยชน์สักเท่าไหร่ในดันเจี้ยน
อาจจะเป็นเพราะเธอรู้สึกได้ว่าพวกเธอไม่พอใจ มิน ซูรา จึงถาม
 “มันจะดีเหรอที่พวกเธอมาอยู่กลุ่มเดียวกันกับพวกเราน่ะ?”
 “อือ ก็นะ เดี๋ยวมันก็โอเคเองแหละ แต่พวกเธอรู้มั้ยว่า…”
ฮง ซุน เย ถามในขณะที่หน้าของเธอแดงเล็กน้อย
 “ทำไมรุ่นพี่ลี ฮุนถึงไม่อยู่ที่นี่ล่ะ? เขาไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกันกับพวกเธอหรอกเหรอ?”
 “รุ่นพี่ เขาไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วยนะ
 “ทำไมอ่ะ?”
 “เขาบอกว่าเขาไม่ว่าง และ เพราะเขาเป็นประติมากร พวกเราไม่ต้องการเขาในการสำรวจน่ะ
“....”
 “พวกเธอสองคนตัดสินใจที่จะเข้าร่วมกลุ่มของพวกเรา ใช่มั้ย?”
 “เธอ, เธอพูดถูกแล้ว
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม สุดท้ายแล้ว พวกเธอก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถปฏิเสธได้และจำใจต้องยอมเข้าร่วมกลุ่มไปแต่โดยดี
อย่างไรซะ เมื่อแต่ละคนได้เรียนรู้ถึงระดับเลเวลและอาชีพของคนอื่นๆแล้ว ทุกคนสามารถรู้สึกได้ถึงสิ่งที่กำลังฝืนใจพวกเขาอยู่
 ‘นี่มันเลวร้ายที่สุด…’
 ‘การที่เราต้องมาอยู่กลุ่มเดียวกันกับคนพวกนี้ นี่มัน…’
 ‘ฉันตายแน่
 ‘ฉันต้องได้ลงเรียนซ้ำอีกแน่เลย
* * *
เวลาพักเที่ยง, ลี ฮุนไปที่ลานกว้างที่มีต้นหญ้าเขียวขจีเพื่อนั่งกินข้าวกลางวันที่เขาเตรียมมาจากที่บ้าน
 ‘วันนี้ก็เหมือนกัน มันวางอยู่ที่นี่อีกแล้ว
กล่องอาหารกลางวันสีแดงของเด็กผู้หญิง
เมื่อสิบวันก่อน, มีกล่องอาหารกลางวันสีแดงอยู่ตรงที่ลี ฮุนนั่งกินข้าวเป็นประจำ
 ‘มันอาจจะเป็นอาหารกลางวันของคนอื่นก็ได้
เขาคิดว่าเจ้าของกำลังมองหามันอยู่แน่ๆ เขาจึงไม่ได้เปิดดูข้างในกล่องอาหารกลางวัน
วันต่อมา กล่องอาหารกลางวันถูกวางไว้อยู่ที่เดิม แต่ว่าครั้งนี้ดูแปลกออกไป มีกล่องอาหารกลางวันสีเหลืองที่พันไว้ด้วยผ้าเช็ดมือสีขาว มีแม้กระทั่งโน้ตทิ้งไว้อยู่ข้างบน
- ได้โปรดกินฉันเถอะนะ
มันบ่งบอกได้ถึงความไร้เดียงสาที่ส่งผ่านออกจากลายมืออันวิจิตรงดงามตระการตา
ลี ฮุน บ่นพึมพำในขณะที่สายตาของกำลังมองไปที่กล่องอาหารกลางวัน
 ‘เราไม่รู้ว่ามันเป็นของใคร, แต่โคตรอิจฉาสุดๆ
กล่องอาหารกลางวันเปรียบเสมือนดอกไม้แห่งความรัก!
 ‘จากประสบการณ์ที่ผ่านมา มันไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้กินอีกแล้ว ไอ้คนนั้นมันจะมีความสุขขนาดไหนกันน้า ที่มีแฟนแบบนี้ เขาได้แม้กระทั่งอาหารมาฟรีๆ
ลี ฮุน หัวเราะอย่างโดดเดี่ยวและกินข้าวกลางวันที่เขาเตรียมมาเอง
เขาคิดว่ามันต้องมีผู้ชายสักคนนอกจากเขาแล้วมาที่นี่และกินกล่องอาหารกลางวันนั้น
เขา ผู้ที่ไม่เคยออกเดทมาก่อน ไม่เชื่อว่ากล่องอาหารกลางวันอันนั้นจะเป็นของเขา
วันต่อมา
- ลี ฮุน, ได้โปรดกินอาหารกลางวันห่อนี้ด้วยนะ
ข้อความที่ยาวขึ้นและมีรายละเอียดมากขึ้น เขียนออกมาได้สวยมาก
บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าคนที่ส่งมานั้นดูเกร็งๆ ข้อความที่อยู่ในกระดาษเลยมีบางส่วนที่ขาดความหนักแน่น, แต่ลี ฮุนไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้
 “เฮ้ย นี่มันอาหารกลางวันของเรา!”
เขาก้มลงเปิดกล่องอาหารกลางวัน
ภายในกล่องมีซูชิม้วนอัดแน่นอยู่เต็มไปหมด! (Admin: จริงๆอยากใช้ มากิซูชิ แต่เพราะประโยคถัดไปเลยใช้ซูชิม้วนแทนดีกว่า)
 “ซูชิม้วนสไตล์เกาหลีทั้งหมดเลย
ลี ฮุนถึงกับบ่นออกมา
อาหารที่ลี ฮุนเตรียมมาทานอยู่ที่มหาลัยเป็นประจำคือซูชิม้วน เขาเตรียมพวกมันมากินเพราะมันทำง่ายและใช้เวลาน้อยในการทำ, แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ได้ต้องการจะกินอะไรที่แตกต่างออกไป (Admin: เมิงเห็นแก่กินสินะ - -‘)
 “ก็นะ ถึงจะเป็นซูชิม้วนตราบใดที่มันรสชาติดี ก็โอเคแล้ว
ลี ฮุน หยิบซูชิม้วนขึ้นมาลองกินดูก่อน 1 ชิ้น
ความกลมกลืนของรสชาติ กระจายไปทั่วทั้งปากของเขา
รสชาติที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้!
หัวไชเท้า, ปูอัด, และผักโขม ที่เธอใช้ทำออกมานั้น ช่างแตกต่างเหมือนอยู่กันคนละมิติ จากพวกวัตถุดิบธรรมดาๆ
ภาพด้านข้างของซูชิม้วน เผยให้เห็นถึงไข่ปลาคาเวียร์และเนื้อที่อัดแน่นของ   กุ้งล็อบสเตอร์!
ลี ฮุน มีความรู้เรื่องทำอาหารอยู่บ้าง, แต่เขาไม่เคยเห็นวัตถุดิบพวกนี้มาก่อนเลย
 “ไข่ปลาค้อดสดใหม่มาก แล้วไอ้เนื้อปูอัดนี่มันอะไรกัน รสชาติของมันดีสุดๆ?” (Admin: ไม่ต้องสงสัยนะครับ ที่ลี ฮุนพูดมาคือมันไม่รู้ว่าวัตถุดิบจริงๆคืออีกชื่อนึง)
พวกมันคือซูชิม้วนที่หรูหราที่สุด!
หลังจากที่ลี ฮุนกินซูชิม้วนอย่างเอร็ดอร่อย, เขาได้ทิ้งโน้ตเอาไว้ในกล่องอาหารกลางวันที่ว่างเปล่า
- เวลานี้เหมือนเดิมนะ
เขาทิ้งโน้ตเอาไว้ด้วยความหวังลมๆแล้งๆ
วันถัดมา เขาไปตรงบริเวณทุ่งหญ้า, ตรงนั้นมีกล่องอาหารกลางวันวางเอาไว้
- ขอบคุณนะ ที่ชอบมัน ได้โปรดวันนี้กินอีกนะ
ลี ฮุน เปิดฝากล่องอาหารกลางวัน
เมนูในวันนี้คือซูชิม้วนสไตล์เกาหลีอีกแล้ว, แต่วันนี้มันเต็มไปด้วยหูฉลาม, ปลาไหล, และปลาแซลมอน
ยังมีสลัดผลไม้สดเป็นของหวานอีกด้วย
มันอร่อยมาก
หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ลี ฮุน ไปมหาลัยโดยที่ไม่ต้องเอาอาหารกลางวันของเค้าไปด้วย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เตรียมอาหารกลางวันไว้ก็ตาม มันก็ยังมีอาหารรอคอยเค้าอยู่
ในขณะที่ลี ฮุนกำลังกินอยู่นั้น, ซอยูน ยืนมองดูจากที่ไกลๆ
ทุกครั้งที่เขากินอย่างมีความสุข เธอก็รู้สึกอิ่มไปด้วย ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้กินอะไรเลยก็ตาม
เพื่อน...’
เพื่อนที่มีค่ามากที่สุดของเธอ เพื่อนเพียงคนเดียวที่เธอมีในโลกใบนี้
ซอยูนรู้สึกขอบคุณที่เขากินมัน
เนื่องจากว่าเธอขาดทักษะการทำอาหาร ซูชิม้วนสไตล์เกาหลีที่เธอทำออกมาล้อตแรกนั้นขาดออกจากกันจนดูไม่ได้เลยและไส้ที่อยู่ข้างในยังล้นทะลักออกมาเต็มไปหมด การที่จะทำซูชิม้วนออกมาให้อร่อยนั้น เธอต้องไปเรียนจากเชฟโรงแรมระดับห้าดาว
ในขณะที่ซอยูนมองดู ลี ฮุนมีความสุขไปกับการกิน หน้าของเธอก็แดงขึ้น มันเป็นภาพของเทพธิดาที่กำลังเขินอาย
* * *
เพื่อที่จะฟื้นฟูค่าสถานะทางศิลปะที่ถูกใช้ไป วีดเริ่มทำงานในคุรุโซ
 ‘หนทางที่เร็วที่สุดเพื่อที่จะได้ค่าสถานะทางศิลปะคือการทำงานผ่านงานฝีมือ
ผลงานประติมากรรมที่เสร็จสมบูรณ์ จะทำให้เขาได้รับค่าสถานะทางศิลปะอย่างมหาศาล
ในทางทฤษฎีแล้ว มันเป็นวิธีที่ง่ายมาก แต่โอกาสของความสำเร็จนั้นต่ำมาก
เนื่องจากว่ามันมีขีดจำกัดทางด้านเทคนิคที่วีดสามารถบรรยายออกมาด้วยจินตนาการ การที่จะทำประติมากรรมให้สำเร็จออกมาได้อย่างต่อเนื่องนั้นเป็นอะไรที่ยากมาก
เปรียบเทียบได้กับการทำงานฝีมือที่เกี่ยวข้องกับอัญมณี โดยมันสามารถเพิ่มค่าสถานะทางศิลปะได้ 1 หรือ 2 แต้ม มันจึงดีสำหรับการเพิ่มค่าสถานะ ถึงแม้ว่ามันจะต้องใช้เวลาทำถึง 10 ชิ้น ด้วยกัน เพื่อเพิ่มค่าสถานะในแต่ละครั้ง เขามีความถนัดมากพอที่จะทำงานที่กดดันแบบนี้
 “กฎก็คือการฝึกฝนไม่เคยโกหก มันไม่มีอะไรที่เรายินดีไปมากกว่าการฝึกฝนอีกแล้ว
เมื่อวิดีโอสวนน้ำสำหรับเด็กของเค็นเดลฟ์ถูกอัพโหลดลงในบอร์ดสนทนาของรอยัล โร้ด พวกผู้เล่นคนแคระต่างพากันแข่งขันเอาวิดีโอของพวกเขาอัพลงให้เร็วที่สุดเท่าที่พวกเขาจะทำได้
จนกระทั่ง คุรุโซที่เคยเป็นสถานที่ลับเฉพาะในหมู่พวกคนแคระ มีน้อยคนที่จะรู้จักมัน แต่ ทว่า หลังจากที่ภาพของพวกคนแคระที่กำลังเล่นสนุกสนานไปกับสวนน้ำถูกเผยแพร่ออกไป ความลับนี้จึงไม่เป็นความลับอีกต่อไป
จำนวนผู้คนที่สนใจเพิ่มมากขึ้น ทำให้การสำรวจเส้นทางเพื่อมายังคุรุโซสำเร็จและได้มีการแชร์ข้อมูลการสำรวจกันอย่างแพร่หลาย
 “ในที่สุด พวกเราก็มาถึง!”
 “ว้าว! นี่น่ะเหรออาณาจักรคนแคระน่ะ
พวกมนุษย์และเอลฟ์เดินทางมาและพบเจอมัน จำนวนของผู้เล่นในคุรุโซเพิ่มมากขึ้นถึง 5 เท่า
ประติมากรรมของคนแคระผู้มาเยือน!
ประติมากรรมที่พวกเขาได้รับมาผ่านการทำเควสหรือพบเจอระหว่างทาง ได้เอามาให้วีดประเมินและตรวจสอบดูพวกมัน
 “คุณหัตถ์แห่งศิลป์ ผมได้ยินมาว่าคุณสามารถประเมินค่าของประติมากรรมได้
 “อือ ถึงแม้ว่าข้าไม่ค่อยมีเวลามาทำอะไรแบบนี้สักเท่าไหร่นักแต่ตอนนี้ข้าพอมีเวลาอยู่บ้าง, ข้าจะตรวจดูให้เจ้าเลยละกัน
 “ขอบคุณ!”
แม้กระทั่งในคุรุโซ สถานที่ ที่มีสุดยอดช่างฝีมือมารวมตัวกัน หัตถ์แห่งศิลป์คือประติมากรที่โดดเด่นที่สุด
การต่อสู้ในถ้ำเชสปิน, และชัยชนะเหนือเดธแฮนด์!
ภายในร้านเหล้ามีพวกทหารคนแคระและนักรบคนแคระนั่งคุยกันเกี่ยวกับเควส ประติมากรรมที่เกิดขึ้นในคุรุโซ และตำนานของหัตถ์แห่งศิลป์ก็มาถึงหูของพวกผู้มาเยือนที่เข้ามาใหม่ ผ่านการซุบซิบของพวกเขาเหล่านั้น
วีด ผู้ที่เป็นตัวแทนของหัตถ์แห่งศิลป์ ได้รับประติมากรรมมา
ตรวจสอบ
- วิหคสำนึกบาป
นกพิราบที่ทำขึ้นมาจากดินเหนียว กำลังทำสมาธิด้วยการใช้ขายืนเพียงข้างเดียว
สร้างขึ้นโดยประติมากรไร้นาม
ถึงแม้ว่าประติมากรรมชิ้นนี้ถูกสร้างขึ้นมาด้วยทักษะที่ขัดเกลามาอย่างดีและการพรรณนาให้เห็นถึงความสุดยอดของมัน แต่ความหมายที่ตั้งใจสื่อออกมาผ่านประติมากรรมชิ้นนี้นั้น ไม่สามารถที่จะตีความออกมาได้
คุณค่าทางศิลปะ: 30
- คุณได้ชื่นชมผลงานชิ้นนี้และค่าสถานะทางศิลปะของคุณเพิ่มขึ้นมา 1 แต้ม
ได้ค่าสถานะทางศิลปะจากการตรวจสอบ!
ไม่ว่าพวกมันจะเป็นผลงานจิตรกรรม, ดาบที่มีชื่อเสียง, หรือ กระทั่งชุดเกราะในตำนาน พวกมันให้ค่าสถานะทางศิลปะกับเขาเพียงเล็กน้อย
 ‘ดูเหมือนว่าค่าสถานะทางศิลปะจะแตกต่างออกไปจากค่าสถานะอื่นๆนะ
เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาทำให้ประติมากรรมมีชีวิตหรือใช้ทักษะ ค่าสถานะทางศิลปะจะถูกใช้ไป แต่เมื่อเขาทำการเพิ่มมันอีกครั้ง มันจะมีแรงผลักดันในการฟื้นฟู ซึ่งนั่นทำให้เขามีความรู้สึกว่าค่าสถานะมันเพิ่มขึ้นง่ายกว่าค่าอื่นๆอีก
อย่างไรก็ตามการท้าทายเพื่อเพิ่มค่าสถานะทางศิลปะด้วยการตรวจสอบเพียงอย่างเดียว ค่าสถานะทางศิลปะของเขาเพิ่มขึ้นถึงสองเท่าหลังจากที่เขาได้ฉายาประติมากรนิรันดร์กาล
แค่เพียงการเย็บปักได้วัตถุดิบคุณภาพดี ค่าสถานะทางศิลปะของเขาก็เพิ่มขึ้น เมื่อสร้างอะไรก็ตามจากการตีเหล็ก ค่าสถานะทางศิลปะก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
 ‘มันก็ยังคงเป็นวิธีที่เราไม่สามารถใช้มันได้บ่อยๆ
ตามชื่อของมันที่แสดงให้เห็นถึงพลังในการฟื้นฟูค่าสถานะที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว!
ถ้าเขามัวแต่ใช้ค่าสถานะทางศิลปะและไม่ได้ฟื้นค่าของมันคืนมา เขาจะไม่สามารถไปถึงระดับที่สูงขึ้นได้เลย
เพื่อที่จะฟื้นฟูค่าสถานะทางศิลปะของเขา วีดจึงไปพบพวกคนแคระมากมายที่อยู่ในคุรุโซ
 “หัตถ์แห่งศิลป์ นายอยากดื่มเบียร์มั้ย? เดี๋ยวข้าเลี้ยงเอง
 “นายเคยสนใจที่จะเข้าร่วมกิลด์บ้างมั้ย?”
มีกิลด์จำนวนมากต้องการเขาในฐานะที่เป็นประติมากรผู้โด่งดัง
วีดปฏิเสธพวกเขาทุกครั้งที่เจอกัน
มีอยู่มาวันนึง เฮอร์แมนได้มาเห็นฉากเหล่านั้น จึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สุภาพและอ่อนโยน
 “มันจะดีมากเลยถ้านายเข้าร่วมกิลด์ของพวกเรา อาชีพสายการผลิต เอ๊ะ! ถึงแม้ว่านายจะไม่ได้มีอาชีพสายการผลิต ยังไงซะ การที่คนแบบพวกเรา ที่มีอาชีพสายการผลิต มันสะดวกมากเลยนะเมื่อได้อยู่ในกิลด์น่ะ
 “ผมก็รู้เหมือนกัน
 “แล้วมีเหตุผลอะไรที่พิเศษมั้ยว่าทำไมนายถึงไม่อยากอยู่ในกิลด์?”
เขาอาจถูกจับได้ว่าเขาเป็นดาร์คเกมเมอร์ แม้กระทั่งเมื่อตอนที่เขาเล่น เดอะคอนทิเน้นท์อ็อฟเมจิค เขาก็อยู่คนเดียวมาตลอด และต้องปะทะกับพวกกิดล์ต่างๆอยู่เสมอ นั่นจึงทำให้มันเป็นภาระสำหรับเขา
แววตาของเฮอร์แมนส่องแสงเป็นประกายในขณะที่เขากำลังหัวเราะ
 “ดูเหมือนว่านายจะมีเรื่องราวที่ไม่สามารถพูดได้สินะ แต่แค่เพราะว่านายอยู่ในกิลด์ นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องการที่จะรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับนายซะหน่อย
“...”
 “นายไม่จำเป็นต้องพูดอะไรก็ตามที่นายไม่อยากให้คนอื่นรู้ แค่ทำตัวตามสบาย และถ้านายไม่ชอบที่จะอยู่ในกิลด์  นายไม่สามารถที่จะออกจากมันได้เลยหรือ?”
 “นั่นก็อาจจะใช่ แต่…”
 “เมื่อไหร่ที่นายอายุเท่าฉันนะ สิ่งที่นายจะเสียดายมากที่สุดคือการที่ไม่ได้ลองทำอะไรที่มันแตกต่างออกไปในตอนที่นายยังเป็นหนุ่มอยู่ นายจะเสียดายมันมั้ยหลังจากที่นายได้พยายามลองทำดูแล้ว? ร่างกายไม่ใช่สิ่งที่ควรกังวลมากนักเมื่อตอนที่นายยังหนุ่มยังแน่นอยู่
วีดตัดสินใจ
 ‘ถ้ามันมีกิลด์ที่เราสามารถไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระล่ะก็ เราคิดว่ามันคงไม่เลวร้ายนักหรอกที่จะลองเข้าดู
มันมีอยู่หลายวิธีที่เขาอาจจะกลายมาเป็นผู้เล่นเพียงคนเดียว แต่เขากลับพบเจอว่ามันไม่มีเหตุผลที่จำเป็นจะต้องหลีกเลี่ยงแนวทางการเล่นแบบกิลด์
แม้กระทั่งพวกอาจารย์นักดาบเองก็ไม่ได้ตั้งกิลด์ขึ้นมา แต่ก็สามารถมีบทบาทแบบนั้นได้ อีกทั้งพวกเขายังมีชื่อเสียงโด่งดังในอาณาจักรโรเซ็นไฮม์ ซึ่งนั่น พวกเขาทำให้มันเป็นแบบนั้นเอง
 ‘ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็เถอะ เราไม่ควรที่จะไปเข้าร่วมกิลด์ของพวกครูฝึกเค้า
เขาใกล้ชิดสนิทสนมกับพวกอาจารย์นักดาบและเขายังได้เจอหน้าพวกเค้าอยู่ทุกวัน
พวกเขายังได้ลงทะเบียนเป็นเพื่อนของเขาอีกด้วย เขาจึงได้คุยกับพวกนั้นอยู่บ่อยๆ มันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปเข้าร่วมกิลด์ที่สร้างขึ้นโดยพวกนักดาบทั้งหลาย
เหมือนเขารับรู้ได้ว่าวีดยังไม่กล้าตัดสินใจ เฮอร์แมนจึงพูดขึ้น
 “นายเคยได้ยินชื่อกิลด์นักเดินทางแห่งพื้นที่รกร้างบ้างหรือเปล่า?” (Travelers of the Wilderness Guild)
 “ผมไม่เคยได้ยินชื่อของมันเลย
 “มันคือกิลด์ที่ฉันอยู่ มีอยู่บ่อยครั้ง ที่พวกเราออกล่าโดยที่ไม่ได้พูดอะไรกันเลย และยังมีพวกคนที่ออกไปผจญภัยเพียงอย่างเดียวด้วยมันคือกิลด์ที่สร้างขึ้นมาจากความเต็มใจของทุกคน
 “มีคนอยู่ทั้งหมดกี่คน?”
 “ก็ประมาณสัก 25 คน? อัตราการทำกิจกรรมค่อนข้างสูง ส่วนช่วงอายุของแต่ละกลุ่มมีคนแก่อย่างฉัน และ มีอีกหลายคนที่มีอายุในช่วง 20 ปี, 30ปี,และ 40 ปี พวกเราไม่ได้ขึ้นตรงกับอาณาจักรไหน และมันก็ไม่ได้มีพิธีรีตองอะไรแบบนั้นหรอกนะ  มันเลยง่ายที่จะเข้าน่ะ ทำไมนายไม่มาเข้ากิลด์ของพวกเราล่ะ?”
 “แล้วถ้าเกิดว่ามันเริ่มไม่สะดวกสำหรับผม?”
 “งั้นนายก็แค่ออก
วีดรู้สึกว่าข้อเสนอของเฮอร์แมนนั้นสามารถยอมรับได้
 ‘พวกเขาคงไม่รำคาญอะไรนู่น นี่ นั่นหรอกนะที่ว่าเราเป็นประติมากรน่ะ
ส่วนใหญ่แล้วกิลด์ทั้งหลายนั้นต้องการวีดให้เข้ามาอยู่ในกิลด์ด้วย เมื่อรู้ทันทีว่าเขานั้นเป็นประติมากร
ประติมากรสำหรับกิลด์ของพวกเขา
นั่นคือจุดมุ่งหมายที่แท้จริงในการที่จะชวนเขาเข้ากิลด์ให้ได้ แต่มันดูเหมือนว่าเรื่องราวพวกนั้นจะไม่เกิดขึ้นกับกิลด์ของเฮอร์แมน
 โอเค แล้วผมต้องเข้ายังไงอ่ะ?”
 “ฉันสามารถชวนนายได้ มันคือสิทธิพิเศษที่ให้กับสมาชิกทุกคนที่เป็นส่วนหนึ่งของกิลด์มาแล้วมากกว่า 1 ปี
ติ๊ง!
- เฮอร์แมนได้ชวนคุณให้เข้าร่วมกิลด์นักเดินทางแห่งพื้นที่รกร้าง
ข้อมูลที่เกี่ยวกับกิลด์นักเดินทางแห่งพื้นที่รกร้าง
จำนวนสมาชิก 25 คน                     หัวหน้ากิลด์ วาแค้นท์
รูปแบบตำแหน่งของกิลด์ ดี          กิลด์ปรปักษ์ ไม่มี
อาณาจักรที่ไม่เป็นมิตร               ไม่มี
คุณจะเห็นรายละเอียดต่างๆของกิลด์ได้หลังจากที่คุณเป็นสมาชิกกิลด์มาแล้วสักระยะเวลาหนึ่ง
คุณต้องการที่จะตอบรับคำเชิญนี้มั้ย?
กิลด์ที่ชอบทำสงครามอยู่เป็นประจำหรือเป็นศัตรูกับกิลด์อื่นๆ ทำให้พวกผู้เล่นไม่เต็มใจที่จะเข้าร่วมด้วย, แต่ถ้ากิลด์เป็นกลาง มันก็ไม่มีอะไรน่าเสียหาย
ผมจะเข้ากิลด์ของคุณ
ติ๊ง!
- คุณได้เข้าร่วมกิลด์นักเดินทางแห่งพื้นที่รกร้าง
ทันใดนั้น ช่องแชทสำหรับคุยกันในกิลด์ก็ปรากฏขึ้นในหน้าต่างข้อความของวีด
- ซาบรินา: ยินดีต้นรับสู่กิลด์ของพวกเรานะ, สมาชิกใหม่!
- พิน: ยินดีต้อนรับค่ะ
- เอ็ดวิน: ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบคุณ
กิลด์ที่ต้อนรับสมาชิกใหม่!
เมื่อมองดูที่รายชื่อสมาชิกกิลด์ มีคนอยู่ตอนนี้ 24 คนจากทั้งหมด 26 คน รวมวีดด้วย
แม้ว่าคุณจะบอกว่ากิลด์มีกิจกรรมในระดับที่สูงมาก, แต่มีคนต้อนรับเขาเพียงแค่ 3 คนเท่านั้น
- วีด: สวัสดี ผมวีดนะ ยินดีที่ได้รู้จักพวกคุณทุกคน
- เฮอร์แมน: ดูเหมือนว่าคนอื่นๆกำลังยุ่งอยู่กับการล่าหรือไม่ก็ทำเควสกันนะ ในกิลด์ของพวกเรา มีอยู่หลายคนที่ปิดข้อความสำหรับคุยกันในกิลด์ไปเลย
ดังนั้นถ้าคุณต้องการอะไรบางอย่าง สิ่งที่คุณต้องทำมีเพียงแค่ลงทะเบียนพวกเขาเป็นเพื่อนและพูดคุยโดยตรงกับพวกเขาเลย
- วีด: ผมเข้าใจแล้ว
- พิน: แต่คุณปู่เฮอร์แมน, คุณไม่ได้บอกว่าคุณหัตถ์แห่งศิลป์เข้ากิลด์ด้วยเหรอ?
- เฮอร์แมน: เธอกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่? คนที่เพิ่งเข้ากิลด์เมื่อกี้นี้คือหัตถ์แห่งศิลป์นะ
- พิน: ไม่มีทาง คนที่เข้ามาเมื่อกี้คือวีด คุณปู่ลองเช็คดูสิ
- เฮอร์แมน: ไม่มีทางที่ฉันจะพลาดได้ ฉันชวนหัตถ์แห่งศิลป์เมื่อตอนที่ฉันยกมือขึ้นไปหาเขาเองกับมือเลยนะเฮ๋อ,มันเกิดขึ้นได้ไงเนี่ย? ตามที่พินพูดเมื่อกี้นี้เลย คนที่เข้ามาคือวีดจริงๆด้วย
ในตอนที่วีดเข้าร่วมกิลด์แล้ว เขาซ่อนเลเวลของเขาและอาชีพทันที
เขายังไม่ต้องการที่จะสนิทสนมกับกิลด์นี้จนเกินไป เขาไม่เต็มใจที่จะเปิดเผยตัวตนของเขาให้สมาชิกในกิลด์ที่เขาไม่รู้จักด้วย
แต่ยังไงก็ตาม ชื่อของเขายังสามารถมองเห็นได้อยู่
- วีด: ผมคือหัตถ์แห่งศิลป์คนนั้นแหละ
- เฮอร์แมน: นายเป็นคนแคระที่เป็นประติมากร หัตถ์แห่งศิลป์คนนั้นน่ะเหรอ?
-วีด: ใช่แล้ว แต่ผมไม่ได้เป็นคนแคระนะ
- เฮอร์แมน: นายไม่ได้เป็นคนแคระหรอกเหรอ?
- วีด: มันมีเหตุจำเป็นน่ะ ตอนนี้ผมก็เลยแกล้งเป็นคนแคระอยู่
- พิน: หัตถ์แห่งศิลป์, ยินดีที่ได้เจอคุณอีกนะ, แต่คุณหมายความว่ายังไง, คุณไม่ใช่คนแคระเหรอ? คุณเป็นคนแคระที่เตี้ยสมบูรณ์แบบมากอั้ก! ฉันขอโทษจริงๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะพูดว่าพวกคนแคระเตี้ย ยังไงก็ตาม คุณไม่ได้อยู่เผ่าเดียวกันกับคุณปู่เฮอร์แมนหรอกเหรอ?
- วีด: นั่นไม่ใช่เผ่าที่ผมเลือก
- พิน: จริงๆแล้ว คุณเล่นเผ่าไหนกันแน่?
- วีด: มนุษย์
เฮอร์แมนยืนงงอยู่ข้างๆวีด ทันใดนั้น เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
ประติมากรรมอันน่าเหลือเชื่อที่ถูกสร้างขึ้นโดยวีด, และภาพของเขาที่กำลังทำเควสประติมากร, และเมื่อตอนที่เขาทำปีกแห่งแสง
มีความคิดแวบนึงแล่นเข้ามาในสมองของเฮอร์แมน
- เฮอร์แมน: มนุษย์ที่เป็นประติมากรเหมือนกันกับวีดไม่มีทาง ไม่จริงใช่มั้ย ลอร์ดโมราต้า?
- วีด: ใช่แล้ว นั่นผมเองแหละ
จบตอน